โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับความเสี่ยงโรคหัวใจ ทำไมการลดน้ำหนัก ถึงช่วยเซฟชีวิตคุณได้

"แค่อ้วนขึ้นนิดหน่อย คงไม่เป็นไร" หลายคนคงเคยคิดแบบนี้ เวลาที่ใส่กางเกงตัวโปรดไม่ได้ หรือเดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็รู้สึกเหนื่อยหอบ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ในขณะที่คุณกำลังมองข้ามน้ำหนักตัวที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น หัวใจของคุณอาจกำลังทำงานหนักขึ้นทุกวันโดยไม่มีเสียงเตือนใด ๆ จนกระทั่งร่างกายและหัวใจของคุณเริ่มมีปัญหา บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า โรคอ้วน กับ โรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไรในทางการแพทย์ และทำไมแค่ "ลดน้ำหนัก" จึงอาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยปกป้องหัวใจของคุณไว้ได้ โรคอ้วน กับโรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไร? โรคอ้วน (Obesity) ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องรูปร่างหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) จากแถลงการณ์ทางวิชาการของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ระบุว่าไขมันในช่องท้องที่มากเกินไปอาจเร่งกระบวนการที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตันตั้งแต่ยังอายุน้อย ผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งไขมันสะสมรอบเอวมากเท่าไหร่ หลอดเลือดและหัวใจก็ยิ่งต้องแบกรับภาระมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าตัวเลขบนตาชั่งจะบอกอะไรคุณก็ตาม เจาะกลไก ทำไมไขมันส่วนเกิน หลายคนอาจสงสัยว่า ไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกาย ไปทำร้ายหัวใจที่อยู่คนละตำแหน่งได้อย่างไร คำตอบคือ เซลล์ไขมันไม่ได้เป็นแค่ "ก้อนพลังงานสำรอง" อีกต่อไป แต่มันทำหน้าที่เหมือนโรงงานที่ส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย ผ่าน 3 กลไกหลักดังนี้ 1. การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Chronic Inflammation) เมื่อเซลล์ไขมันขยายตัวมากเกินไป […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักแบบสุขภาพดี ควรหลีกเลี่ยงสิ่งใดบ้าง

หากต้องการ ลดน้ำหนักแบบสุขภาพดี ทำได้ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การกินยาลดความอ้วน การมุ่งมั่นลดน้ำหนักจนทำให้เครียดจัด เพื่อไม่ให้เสียสุขภาพ และสามารถลดน้ำหนักได้อย่างเห็นผล [embed-health-tool-bmr] ลดน้ำหนักแบบสุขภาพดี ควรหลีกเลี่ยงสิ่งใดบ้าง 1. อดอาหาร หรือกินอาหารแคลอรี่ต่ำมาก การกินอาหารแคลอรี่ต่ำสามารถทำให้น้ำหนักลดลง แต่นอกจากน้ำหนักแล้ว มวลกล้ามเนื้อและการเผาผลาญอาหารยังลดลงด้วย นอกจากนี้การจำกัดแคลอรี่อย่างเข้มงวดยังทำให้ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นกลุ่มอาการอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากไปกว่านั้น ไม่ควรกินอาหารต่ำกว่า 1,200 แคลอรี่ เนื่องจากอาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ และการกินอาหารแคลอรี่ต่ำที่น้อยกว่า 1,000 แคลอรี่ต่อวัน อาจนำไปสู่การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ รวมถึงการเผาผลาญพลังงานช้าลงอย่างมีนัยสำคัญ 2. สนใจแต่ตัวเลขน้ำหนัก เป็นเรื่องธรรมดาที่มักจะรู้สึกว่า ลดน้ำหนักได้ไม่เร็วเท่าที่ต้องการ ทั้ง ๆ ที่ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลขน้ำหนักบนตราชั่งเป็นเพียงหนึ่งในวิธีการรู้น้ำหนักตัวเท่านั้น เนื่องจากน้ำหนักของคนเราประกอบด้วยหลายอย่าง ได้แก่ ความผันผวนของของเหลวในร่างกาย อาหารที่เหลืออยู่ในร่างกาย และอื่น ๆ ในความจริงแล้ว น้ำหนักสามารถขึ้น-ลงได้ถึง 1.8 กิโลกรัมตลอดทั้งวัน ขึ้นอยู่กับอาหารและของเหลวที่บริโภค ดังนั้น จึงไม่ควรกังวลกับตัวเลขน้ำหนักมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดความเครียด และลดน้ำหนักไม่สำเร็จในที่สุด […]


โภชนาการการกีฬา

กินก่อนหรือหลังออกกำลังกาย กินเวลาไหนได้ประโยชน์กว่ากัน?

อาหารการกินกับการ ออกกำลังกาย ถือเป็นสองปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของคนเราเป็นอย่างมาก และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ทั้งสองสิ่งนี้ส่งผลต่อกันและกันอีกด้วย การกินอาหารอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เรามีพลังในการออกกำลังกาย และช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังการออกกำลังกาย แต่หนึ่งในคำถามคาใจของใครหลายคนก็คือ การ กินก่อนหรือหลังออกกำลังกาย อย่างไหนจะดีกว่ากัน? กินก่อนหรือหลังออกกำลังกาย อย่างไหนดีกว่ากัน คำถามนี้เป็นคำถามที่ผู้คนค่อนข้างสับสน และจริง ๆ แล้ว ก็ไม่มีคำตอบเพียงอย่างเดียวสำหรับถามนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่คุณควรรู้ก็คือ สิ่งที่คุณกินเข้าไปก่อน หรือในระหว่างออกกำลัง หรือหลังออกกำลังกาย ล้วนส่งผลต่อความรู้สึกของคุณ และเป้าหมายการ ออกกำลังกาย ของคุณด้วย สิ่งสำคัญที่คุณควรพิจารณาสำหรับคำตอบในเรื่องนี้ นอกจากเวลาที่กินแล้ว ก็คือ สิ่งที่คุณกิน และปริมาณที่กิน  รวมถึงช่วงเวลาของการออกำลังกาย และประเภทของการออกกำลังกาย รวมถึงเป้าหมายของการออกกำลังกายของคุณด้วย โดยทั่วไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การกินอาหารที่มีส่วนผสมของคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ก่อนการออกกำลังกาย จะช่วยรักษาระดับพลังงาน และช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อของคุณ โดยคุณควรหลีกเลี่ยงอาการที่มีไขมันหรือเส้นใยในปริมาณสูง เนื่องจากอาหารเหล่านี้อาจทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน และเกิดอาการปวดเกร็งท้องได้ ถ้าคุณออกกำลังกายตอนเช้า ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ถ้าคุณออกกำลังกายตอนเช้า โดยใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง คุณไม่จำเป็นต้องกินอาหารก่อนก็ได้ และความจริงแล้ว การไม่กินอาหารก่อนออกกำลังกายในตอนเช้า ที่ไม่ใช่การ ออกกำลังกาย แบบหนัก ๆ ก็อาจมีประโยชน์บางอย่างด้วย โดยถ้าคุณออกกำลังกายตอนเช้าแบบเบา ๆ และคุณกำลังพยายามลดน้ำหนัก ก็ควรดื่มแค่น้ำเปล่าหนึ่งแก้ว โดยไม่ต้องกินอาหารอะไรเลย […]


ข้อมูลโภชนาการ

กะทิ ประโยชน์ต่อร่างกาย และผลข้างเคียง

กะทิ เป็นส่วนประกอบหลักของอาหารไทย และในอีกหลายประเทศแถบเอเชีย รวมถึงบางประเทศในแถบอเมริกาใต้ด้วย โดยได้มาจากการน้ำเนื้อมะพร้าวมาคั้นกับน้ำ ส่วนที่เข้มข้นที่สุดจะเรียกว่า หัวกะทิ ส่วนที่คั้นหลังจากนั้นน้ำกะทิจะมีความเข้มข้นน้อยจะเรียกว่า หางกะทิ แม้กะทิจะมีแคลอรี่สูง แต่หากรับประทนในปริมาณที่พอเหมาะ ก็อาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพในเรื่องของผลดีต่อการลดน้ำหนัก การเผาผลาญ ส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น [embed-health-tool-bmi] คุณค่าโภชนาการของกะทิ กะทิ ได้มาจากการนำเนื้อมะพร้าวมาคั้นกับน้ำ ซึ่งอาจมีความเข้มข้นแตกต่างกัน โดยในการคั้นครั้งแรกจะได้น้ำกะทิที่เข้มข้นซึ่งเรียกกันว่า หัวกะทิ และการคั้นกะทิต่อมาหลังจากนั้นก็จะเป็น หางกะทิ ที่มีความเข้มข้นน้อยกว่า และอาจมีปริมาณไขมันน้อยกว่าด้วย โดยทั่วไปแล้ว กะทิมีแคลอรี่สูง โดย 93 เปอร์เซ็นต์ ของแคลอรี่มาจากไขมันอิ่มตัว รวมถึงไขมันอิ่มตัวชนิดที่เรียกว่า กรดไขมันอิ่มตัวสายกลาง (Medium Chain Triglyceride หรือ MCT) ซึ่งถือเป็นกรดไขมันที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ เนื้อมะพร้าวยังมีสารอาหารหลายชนิด เช่น วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี 1 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 รวมทั้งแร่ธาตุ เช่น ธาตุเหล็ก ซีลีเนียม โซเดียม แคลเซียม […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

กินตอนกลางคืน ทำให้อ้วนจริงหรือ แล้วจะรับมือกับความหิวกลางดึกได้อย่างไร

หลายคงกังวลว่าน้ำหนักจะขึ้น หากกินอาหารหลังจากมื้อเย็นไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำว่าไม่ควรกินอะไรหลัง 2 ทุ่ม อย่างไรตาม ในความจริงแล้วการกิน ‘อะไร’ ย่อมสำคัญกว่ากิน ‘เมื่อไหร่’ แล้วอันที่จริง กินตอนกลางคืน ทำให้อ้วน จริงๆ หรือเปล่า กินตอนกลางคืน ทำให้อ้วนจริงหรือ คุณอาจจะเคยได้ยินมาว่าหลัง 2 ทุ่มไม่ควรกินอาหาร และควรกินอาหารเช้ามื้อใหญ่ รวมถึงกินอาหารมื้อเย็นน้อยลง ความจริงแล้วกินมื้อเย็น หรือกินตอนกลางคืน ส่งผลต่อน้ำหนักของเราจริงหรือเปล่า กินอาหารเช้าอย่างราชา กินตอนเย็นอย่างยาจก เราอาจเคยได้ยินกันมาว่า ให้กินอาหารเช้าเหมือนราชา กินอาหารกลางวันเหมือนคนธรรมดา และกินอาหารเย็นอย่างยาจก ประโยคนี้มาจากนักโภชนาการรุ่นบุกเบิก จึงทำให้หลายคนเชื่อว่าการกินมื้อเย็นมาก อาจทำให้อ้วน หรือกินอาหารมื้อดึกสามารถทำให้น้ำหนักขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่กลุ่มผู้ทดลองคือนักศึกษาจำนวน 110 คน โดยผลการวิจัยพบว่า นักศึกษาที่มีน้ำหนักมากกว่า มีแนวโน้มที่จะกินอาหารมากกว่าในตอนกลางคืน โดยเฉพาะในช่วงเวลาใกล้เข้านอน ประมาณ 2 ทุ่ม ที่ร่างกายจะเริ่มหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) เพื่อเตรียมตัวนอนหลับ จึงแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารก่อนช่วงเวลาเข้านอน เนื่องจากคุณมีโอกาสที่จะได้รับแคลอรี่มาก หากกินอาหารตอนกลางคืน อย่างไรก็ตามงานวิจัยนี้ยังคงต้องการการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป กินเวลาไหนก็เหมือนกัน แต่ถ้ากินมากเกินไปยังไงก็อ้วนอยู่ดี ในทางตรงกันข้าม มีหลักการที่ใช้กันในทุกวันนี้คือ แคลอรี่ก็คือแคลอรี่ ไม่ว่าจะกินเวลาไหน หากกินแคลอรี่มากกว่าที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน ก็ทำให้น้ำหนักขึ้นในที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ที่ให้ข้อมูลว่า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะกินเวลาไหน แต่ขึ้นอยู่กับอาหารที่กิน […]


ข้อมูลโภชนาการ

หิวบ่อย เกิดจากอะไร แก้ไขได้อย่างไรบ้าง

หิวบ่อย เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายต้องการพลังงานเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรม หากร่างกายได้รับพลังงานเพียงพออาจช่วยลดอาการหิวบ่อยได้ นอกจากนี้ อาจมีสาเหตุมาจากความเครียด หรือภาวะสุขภาพอื่น ๆ เช่น ตั้งครรภ์ นอนน้อย รวมทั้งผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น เบาหวาน โรคอ้วน อย่างไรก็ตาม หิวบ่อยอาจป้องกันได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารบางชนิดที่ช่วยให้อิ่มนานขึ้น หิวบ่อยเกิดจากอะไร หิวบ่อยเกิดจากร่างกายมีฮอร์โมนเลปติน (Leptin) หรือฮอร์โมนความอิ่มไม่สมดุล รวมทั้งขาดโปรตีนหรือไฟเบอร์ที่ทำให้อิ่มท้อง ทั้งนี้ อาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้ ความเครียด ภาวะซึมเศร้า การตั้งครรภ์ นอนน้อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นโรคบางชนิด เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ภาวะน้ำหนักเกิน อาการ PMS (Premenstrual syndrome) หรือภาวะก่อนมีประจำเดือน รับประทานอาหารที่ทำให้หิวมากขึ้น หรือหิวเร็วขึ้น อาหารที่ช่วยควบคุมอาการ หิวบ่อย อาการหิวบ่อยอาจแก้ไขได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารต่าง ๆ ดังนี้ 1. อาหารแคลอรี่ต่ำ อาหารแคลอรี่ต่ำ เช่น ผัก ผลไม้อาจช่วยให้อิ่มเร็วขึ้นและอิ่มนานขึ้น รวมทั้งยังทำให้กระเพาะขยายอย่างช้า ๆ เช่น สลัดผักจานใหญ่ อาจช่วยให้รู้สึกอิ่มมากกว่าเดิม  นอกจากนั้น อาจมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักโดยไม่ต้องอดอาหาร 2. ผลไม้ที่มีน้ำตาลจากธรรมชาติ โดยปกติเมื่อคนส่วนใหญ่รู้สึหิว มักเลือกรับประทานอาหารประเภทไขมันและน้ำตาลสูง […]


โภชนาการเพื่อสุขภาพ

อาการที่บ่งบอกว่า..คุณกำลัง ขาดสารอาหาร โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว!

อาหารส่งผลอย่างมากต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการ และความเป็นอยู่ของมนุษย์ ดังนั้น ทุกคนจึงควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หากคุณไม่แน่ใจว่าอาหารที่คุณรับประทานถูกหลักหรือไม่ ตรวจสอบอาการดังต่อไปนี้ เพื่อประเมินว่า คุณมีความเสี่ยงการเกิดอาการ ขาดสารอาหาร หรือไม่ ผมร่วง ร้อยะ 95 ของผมคนเราสร้างจากเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนเส้นใยที่ทำหน้าที่สำคัญ ในการสร้างและป้องกันผิวหนังชั้นนอก ด้วยเหตุนี้ อาการผมร่วงจึงเป็นสัญญาณหลักที่บ่งบอกว่า คุณกำลังขาดโปรตีน อย่างไรก็ตาม การศึกษาหลายชิ้นเปิดเผยว่า ปัญหาที่เกี่ยวกับเส้นผม ทั้งผมแห้ง หักหรือหลุดร่วงง่าย เกี่ยวข้องกับการขาดสารอาหารประเภทอื่นด้วย เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี วิตามินซี และกรดไขมันที่จำเป็น อาการผมร่วงอาจพบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น แต่อาการที่เกิดขึ้นในเด็ก หรือการที่ผมร่วงมากเกินไป อาจเป็นสัญญาณของการรับประทานที่มีสารอาหารไม่เพียงพอ อาการอ่อนเพลียที่อธิบายไม่ได้ อาการอ่อนเพลียมีแนวโน้มที่เกิดขึ้นจากการขาดธาตุเหล็ก เนื่องจากปริมาณเซลล์เม็ดเลือดแดงต่ำ ทำให้ร่างกายไม่สามารถส่งออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ได้ดีพอ การขาดธาตุเหล็กเป็นเวลานาน นำไปสู่ภาวะเลือดจาง ซึ่งเป็นโรคผิดปกติของเลือด ที่มาพร้อมกับอาการผิวซีด อุณหภูมิในร่างกายต่ำผิดปกติ เล็บมีลักษณะคล้ายช้อน และปวดศีรษะเรื้อรัง อาการอ่อนเพลียอาจเกิดจากการขาดแมกนีเซียม วิตามินซี และวิตามินบี โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินบี 12  อาการอ่อนเพลียชั่วคราว อาจเป็นอาการที่คนส่วนใหญ่ละเลย แต่อาการที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง สามารถทำให้เกิดปัญหาด้านการเรียน การทำงานและความสัมพันธ์ในสังคม โดยเริ่มจากการขาดสมาธิ หรือไม่มีแรงในการทำงาน หรือใช้ความคิดอย่างเหมาะสม  อาการป่วยทางจิต ไม่เพียงแต่การขาดสารอาหาร […]


ข้อมูลโภชนาการ

ประโยชน์ของวิตามินซี

วิตามินซีเป็นกรดผลไม้ชนิดหนึ่งพบได้ตามธรรมชาติในอาหารประเภทต่าง ๆ ทั้งผัก ผลไม้ ประโยชน์ของวิตามินซีเองนั้นมีมากมาย โดยร่างกายต้องการวิตามินซีเพื่อนำมาใช้ต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงเซลล์ให้แข็งแรง ดังนั้น ในแต่ละวันร่างกายจึงควรได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอ [embed-health-tool-bmi] ประโยชน์วิตามินซี มีอะไรบ้าง วิตามินซีเป็นองค์ประกอบในกระบวนการสร้างคอลลาเจนที่จะนำไปสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ เป็นองค์ประกอบหนึ่งในกระบวนการสร้างสารสื่อประสาทที่ชื่อ ไทโรซีน คาร์นิทีน และที่สำคัญ วิตามินซียังช่วยดูดซึมธาตุเหล็กได้อีกด้วย วิตามินซีช่วยป้องกันโรค เช่น ไข้หวัด  โรคเกี่ยวกับเซลล์อักเสบ รวมถึงเซลล์แบ่งตัวผิดปกติที่เรียกกันว่าเซลล์มะเร็งด้วย โดยสามารถสรุปได้เป็นหลัก 3 กลุ่มด้วยกัน คือ ไข้หวัดจากไวรัสระดับไม่รุนแรงเท่านั้น เพราะวิตามินไม่สามารถช่วยรักษาโรคปอดอักเสบ (Pneumonia) หรือภาวะหายใจล้มเหลว (ARDS) ใด ๆ ได้เลย โรคหลอดเลือดหัวใจรวมถึงความดันโลหิตสูง โรคมะเร็งระบบทางเดินอาหาร (หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ตับอ่อน ทั้งนี้ วิตามินซีเป็นเพียงองค์ประกอบในการป้องกันโรคเท่านั้น ไม่มีผลชัดเจนเรื่องรักษาหรือเป็นยาหลักในการรักษาแต่อย่างใด มีงานวิจัยบางชิ้นที่ระบุว่าวิตามินซีช่วยรักษาหรือป้องกันการลุกลามมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจรวมถึงความดันโลหิตสูงได้ แต่ต้องใช้โดส (Dose) สูงมาก ๆ รวมถึงผลการรักษาก็ไม่ได้เป็นที่ประจักษ์จึงไม่นิยมใช้ วิตามินซีแบบฉีดจะลดประสิทธิภาพยาฆ่าเชื้อ ได้แก่ อิริโทรมัยซิน คานามัยซิน สเตร็ปโตมัยซิน ด็อกซีซัยคลิน และลินโคมัยซิน รวมถึงยาต้านการแข็งตัวของเลือดชื่อวาร์ฟาริน รูปแบบวิตามินซีที่สามารถกินได้ ผักผลไม้ พริกหวานแดงบรอคโคลี่  รวมทั้งผักและผลไม้แทบทุกชนิด ไม่ได้มีแต่ผักผลไม้รสเปรี้ยว […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

การกินอาหาร คาร์โบไฮเดรตต่ำ (Low-Carb Diets) มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

การกินอาหารที่มี คาร์โบไฮเดรตต่ำ (Low-Carb Diets) และมีโปรตีนสูง เพื่อการลดน้ำหนัก ถือเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากสามารถช่วยลดน้ำหนัก และยังทำให้การเผาผลาญพลังงานดีขึ้น อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยที่แนะนำว่าการลดความอ้วนด้วยวิธีนี้ในระยะยาว อาจส่งผลต่อสุขภาพ การลดน้ำหนักด้วยการกินอาหารที่มี คาร์โบไฮเดรตต่ำ ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร การกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ (Low-Carb Diets) หรือที่บางคนเรียกว่า โลว์คาร์บ หมายถึงการกินคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง และเพิ่มการกินโปรตีน โดยการลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้มักจะแนะนำว่า ควรได้รับแคลอรี่จากการกินโปรตีน 30% ถึง 50% ของแคลอรี่ทั้งหมด หลักการของการลดน้ำหนัก ด้วยการกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำคือ โดยปกติแล้วร่างกายจะเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง และเมื่อลดการกินคาร์โบไฮเดรตอย่างรุนแรง โดยกินคาร์โบไฮเดรตเพียง 20 กรัมต่อวัน ร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการเผาผลาญที่เรียกว่า คีโตซิส (ketosis) ที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีน้ำตาล (กลูโคส) ไม่เพียงพอสำหรับใช้เป็นพลังงาน ดังนั้นร่างกายจึงสลายไขมันที่สะสมไว้ ทำให้เกิด คีโตน (ketone) ซึ่งเป็นสารเคมีที่เกิดจากการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ส่วนผลข้างเคียงจากภาวะคีโตซิสนั้น อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ปวดหัว และมีกลิ่นปาก นอกจากนี้ เมื่อไขมันกลายเป็นแหล่งพลังงานหลัก ร่างกายก็จะนำไขมันมาใช้ ส่งผลให้น้ำหนักของคุณลดลง เพิ่มเติมไปกว่านั้น การกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ อาจช่วยลดระดับอินซูลิน ที่จะส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้ เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน […]


ข้อมูลโภชนาการ

เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ด้วยอาหารที่หาได้ง่ายใกล้ ๆ ตัว

ระบบภูมิคุ้มกัน ทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อที่ทำให้เกิดโรค แต่ถ้าระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ร่างกายก็ไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อต่าง ๆ ได้ ทำให้ป่วยได้ง่าย ซึ่งการ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้แข็งแรงขึ้นอาจทำได้ด้วยหลากหลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด คือ การเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและทำให้ร่างกายแข็งแรง [embed-health-tool-bmr] ระบบภูมิคุ้มกันสำคัญต่อร่างกายอย่างไร ระบบภูมิคุ้มกันประกอบด้วยเซลล์พิเศษ โปรตีน เนื้อเยื่อ และอวัยวะ มีหน้าที่ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคและจุลินทรีย์ และมีบทบาทสำคัญในการทำให้ร่างมีสุขภาพดีและป้องกันการติดเชื้อ แต่บางครั้งปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน อาจนำไปสู่ความเจ็บป่วยและการติดเชื้อได้ อาหารบางประเภทสามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ดังนั้น หากต้องการหากวิธีป้องกันไข้หวัด หรือป้องกันการไม่สบายในเวลาที่อากาศเปลี่ยน อาจเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร ด้วยการรับประทานอาหารบางอย่าง เพื่อให้ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้ อาหารที่ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน 1. ผลไม้รสเปรี้ยว คนส่วนใหญ่กินวิตามินซีหลังจากที่เป็นไข้หวัด เนื่องจากวิตามินซีมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้วิตามินซียังอาจเพิ่มการผลิต เม็ดเลือดขาว ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการต่อสู้กับการติดเชื้อ และผลไม้รสเปรี้ยวที่เป็นที่นิยม ได้แก่ ส้ม เลมอน มะนาว เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตหรือเก็บวิตามินซีได้ จึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินซีจากมื้ออาหารเพื่อรักษาสุขภาพ และผลไม้รสเปรี้ยวส่วนใหญ่อุดมไปด้วยวิตามินซี ดังนั้น จึงอาจเพิ่มผลไม้รสเปรี้ยวในมื้ออาหาร 2. บร็อคโคลี่ บร็อคโคลี่ อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและไฟเบอร์ จึงถือว่าเป็นหนึ่งในผักที่มีประโยชน์ และดีต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย คำแนะนำคือเวลาปรุงอาหาร เช่น ผัดบร็อคโคลี่กุ้งสด ควรลดปริมาณน้ำมันและน้ำตาลเพื่อสุขภาพ 3. […]


ข้อมูลโภชนาการ

มะม่วงสุก หวานอร่อย กินให้พอดีก็มีประโยชน์มากหลาย

มะม่วง เป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยและมีสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะ มะม่วงสุก ที่มีรสชาติหวานอร่อย แต่อย่างไรก็ตาม มะม่วงสุกก็มีน้ำตาลค่อนข้างสูง จึงควรกินในปริมาณที่พอดี เพื่อที่จะได้รับประโยชน์สุขภาพของมะม่วง โดยไม่สร้างปัญหาต่อร่างกาย มะม่วงสุก อุดมคุณค่าอาหาร มะม่วงสุก 1 ถ้วย (165 กรัม) ให้พลังงาน 107 แคลอรี่ และมีสารอาหารดังนี้ ไฟเบอร์ 3 กรัม น้ำตาล 24 กรัม โปรตีน 1 กรัม วิตามินเอ 25% ของปริมาณวิตามินเอที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน วิตามันซี 76% ของปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน โพแทสเซียม 257 มิลลิกรัม วิตามินบี 6 0.2 มิลลิกรัม นอกจากนี้มะม่วงยังมีแร่ธาตุทองแดง (คอปเปอร์) แคลเซียม และธาตุเหล็ก รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระซีแซนทิน (zeaxanthin) และเบต้า-แคโรทีน (beta-carotene) อีกด้วย ประโยชน์สุขภาพของมะม่วงสุก อาจช่วยป้องกันมะเร็ง งานวิจัยโดย Texas AgriLife Research ให้ข้อมูลว่า นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารได้ทดสอบปฏิกิริยาของสารสกัดโพลีฟีนอล (Polyphenol) ในมะม่วงกับเนื้อเยื่อมะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งต่อมลูกหมาก ผลการศึกษาพบว่า สารสกัดจากมะม่วงส่งผลต่อเซลล์มะเร็งทุกเซลล์ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน