โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับความเสี่ยงโรคหัวใจ ทำไมการลดน้ำหนัก ถึงช่วยเซฟชีวิตคุณได้

"แค่อ้วนขึ้นนิดหน่อย คงไม่เป็นไร" หลายคนคงเคยคิดแบบนี้ เวลาที่ใส่กางเกงตัวโปรดไม่ได้ หรือเดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็รู้สึกเหนื่อยหอบ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ในขณะที่คุณกำลังมองข้ามน้ำหนักตัวที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น หัวใจของคุณอาจกำลังทำงานหนักขึ้นทุกวันโดยไม่มีเสียงเตือนใด ๆ จนกระทั่งร่างกายและหัวใจของคุณเริ่มมีปัญหา บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า โรคอ้วน กับ โรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไรในทางการแพทย์ และทำไมแค่ "ลดน้ำหนัก" จึงอาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยปกป้องหัวใจของคุณไว้ได้ โรคอ้วน กับโรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไร? โรคอ้วน (Obesity) ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องรูปร่างหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) จากแถลงการณ์ทางวิชาการของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ระบุว่าไขมันในช่องท้องที่มากเกินไปอาจเร่งกระบวนการที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตันตั้งแต่ยังอายุน้อย ผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งไขมันสะสมรอบเอวมากเท่าไหร่ หลอดเลือดและหัวใจก็ยิ่งต้องแบกรับภาระมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าตัวเลขบนตาชั่งจะบอกอะไรคุณก็ตาม เจาะกลไก ทำไมไขมันส่วนเกิน หลายคนอาจสงสัยว่า ไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกาย ไปทำร้ายหัวใจที่อยู่คนละตำแหน่งได้อย่างไร คำตอบคือ เซลล์ไขมันไม่ได้เป็นแค่ "ก้อนพลังงานสำรอง" อีกต่อไป แต่มันทำหน้าที่เหมือนโรงงานที่ส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย ผ่าน 3 กลไกหลักดังนี้ 1. การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Chronic Inflammation) เมื่อเซลล์ไขมันขยายตัวมากเกินไป […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

ชานมไข่มุก กับความเสี่ยงต่อสุขภาพ

ชานมไข่มุก หมายถึงเครื่องดื่มชานมที่ใส่ไข่มุกที่ทำจากเม็ดแป้งมันสำปะหลังต้ม เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมสูง เพราะมีรสชาติที่อร่อย หวานมัน แต่ชานมไข่มุกก็อาจเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่อันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากมีน้ำตาลในปริมาณมาก การดื่มชานมไข่มุกมากเกินไปจึงอาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน นอกจากนี้ หากรับประทานชานมไข่มุกอย่างไม่ระมัดระวังก็อาจทำให้เกิดการสำลักได้อีกด้วย [embed-health-tool-bmr] การกลับมาของ ชานมไข่มุก ชานมไข่มุกถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ในประเทศไต้หวัน โดยร้านชาเก่าแก่ที่เมืองไถ่จง ตอนกลางของเกาะไต้หวันชื่อร้านชาชุ่นสุยถัง ได้สร้างสรรค์เครื่องดื่มชนิดใหม่ขึ้นมา โดยนำเอาเม็ดแป้งมันสำปะหลังต้ม ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการทำขนมพื้นเมืองของไต้หวัน ผสมลงไปในชาเพื่อดื่มกินพร้อมกัน ด้วยรสชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวของชานมและความหนึบหนับของเม็ดแป้ง ทำให้เครื่องดื่มชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในไต้หวัน ทั้งยังแพร่หลายไปในหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ที่วัยรุ่นยุค 90 ต่างก็เคยลิ้มลองชานมชนิดนี้มาก่อนแล้ว แต่กระแสความนิยมก็ซาลงไป จนกระทั่งเพิ่งกลับมาฮอตฮิตอีกครั้งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ แม้แต่ในสหรัฐอเมริกา ความนิยมของเครื่องดื่มชนิดนี้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Boba Tea หรือ Bubble Tea ก็แพร่หลายเป็นอย่างมาก เรียกว่าการกลับมาของชานมไข่มุกในครั้งนี้ ร้อนแรงเสียยิ่งกว่าตอนที่ถือกำเนิดขึ้นเสียอีก ไข่มุก คืออะไร แน่นอนว่า ไข่มุกในที่นี้ย่อมไม่ใช่ไข่มุกจริง ๆ ตามชื่อ แต่ได้มาจากรูปลักษณะที่เป็นเม็ดกลม ๆ แบบเดียวกับไข่มุก และอาจจะด้วยความมันวาวของพื้นผิวภายนอกด้วยอีกอย่าง จริงๆ แล้วไข่มุกในชานมส่วนใหญ่แล้วทำมาจากแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเมื่อเอามาต้มแล้วจะมีความนุ่มและยืดหยุ่น เวลาเคี้ยวให้ความรู้สึกหนึบหนับอยู่ในปาก อาจมีรสหวานเล็กน้อย […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารสำหรับกรดไหลย้อน ควรกินอะไร เลี่ยงอะไร และบรรเทาอาการยังไงได้บ้าง

การกินอาหารบางประเภท เป็นสาเหตุหนึ่งที่สามารถทำให้เป็น กรดไหลย้อน อย่างนั้นมาดูกันดีกว่าว่า อาหารสำหรับกรดไหลย้อน สำหรับที่คนเป็นโรค กรดไหลย้อน ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง และอาหารประเภทใดที่อาจช่วยบรรเทาอาการได้ และนอกจากอาหารแล้ว มีวิธีใดที่จะช่วยลด กรดไหลย้อน ได้อีกบ้าง อาหารสำหรับกรดไหลย้อน ไม่อยากเป็นกรดไหลย้อนควรเลี่ยงอาหารอะไร อาหารทอดและอาหารไขมันสูง เป็นสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารตอนล่าง (Lower Esophageal Sphincter หรือ LES) คลายตัว ซึ่งส่งผลให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหาร ดังนั้น คุณจึงควรลดการกินอาหารไขมันสูง ก็จะช่วยลดอาการกรดไหลย้อนได้ มะเขือเทศ และผลไม้ตระกูลส้ม ผลไม้และผักเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ผลไม้บางชนิดอาจเป็นสาเหตุของอาการ กรดไหลย้อน หรือทำให้อาการแย่ลงได้ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีความเป็นกรดสูง เช่น ส้ม เกรปฟรุต มะนาว สับปะรด โดยมีงานวิจัยในกลุ่มตัวอย่างที่มีอาการ กรดไหลย้อน 382 คน ผลการวิจัยพบว่า 67% ของกลุ่มตัวอย่าง เกิดอาการแสบร้อนกลางอกเนื่องจาก กรดไหลย้อน หลังจากดื่มน้ำส้ม ช็อกโกแลต มีเมทิลแซนทีน (Methylxanthine) ที่ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารตอนล่างคลายตัว ส่งผลให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร เป็นเหตุให้เกิดอาการ กรดไหลย้อน นอกจากนี้ ช็อกโกแลตยังมีฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังบริโภคคาเฟอีน ได้หรือไม่?

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังบริโภคคาเฟอีน ได้บ้างในปริมาณเล็กน้อย เนื่องจากมีงานวิจัยที่เผยแพร่ใน Nephrology Dialysis Transplantation ให้ข้อมูลว่า การบริโภคคาเฟอีนมากสามารถลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคไตได้ สำหรับ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังบริโภคคาเฟอีนจะส่งผลต่อผู้ที่เป็นโรคไตอย่างไรบ้าง และ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังบริโภคคาเฟอีน ได้หรือไม่ ไปอ่านพร้อม Hello คุณหมอ กันเลยค่ะ โรคไตเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง (Chronic kidney disease: CKD) เป็นภาวะที่ไตค่อยๆ สูญเสียความสามารถในการกรองน้ำและของเสียออกจากเลือด และเมื่อเวลาผ่านไป โรคไตเรื้อรังจะนำไปสู่ภาวะไตวาย หรือโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (end-stage renal disease) ทำให้การปลูกถ่ายไต หรือการฟอกไตเป็นทางเลือกเดียวในการรักษา กาแฟ ส่งผลต่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังอย่างไร งานวิจัยจากศูนย์โรงพยาบาลนอร์ท ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ที่เผยแพร่ใน Nephrology Dialysis Transplantation ให้ข้อมูลว่า จากการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรังเกือบ 5,000 ราย ผลการศึกษาพบว่า การเพิ่มปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับต่อวันมีแนวโน้มว่าจะสามารถ ลดอัตราการเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร ทีมวิจัยได้ติดตามข้อมูลของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังชาวอเมริกันจำนวน 4,863 ราย ตั้งแต่ปี 1999 ถึงปี 2010 แม้ว่าจะพิจารณาปัจจัยที่สำคัญอื่นๆ เช่น อายุ เพศ […]


ข้อมูลโภชนาการ

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิตามินดี ต่อผิวของคุณและสุขภาพโดยรวม

วิตามินดี (Vitamin D) ได้ถูกเชื่อมโยงกับกระดูก และความเจริญเติบโตของร่างกายมาเป็นเวลานานแล้ว ทุกคนจะรู้ว่าหากร่างกายได้รับมันไม่เพียงพอ ในขณะที่เราเติบโตนั้น อาจจะทำให้เราตัวเตี้ยได้ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยหลายท่านได้ประสบความสำเร็จในการพิสูจน์ว่า วิตามินดีนั้นมีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวง ต่อผิวและสุขภาพโดยรวมของเราด้วย หากเกิดภาวะขาดนั้น ไม่เพียงแต่จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของกระดูก แต่ยังทำอันตรายต่อผิว และก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงได้อีกด้วย และนี่คือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิตามินดี ที่ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมมาให้อ่านกัน ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิตามินดี ต่อผิวหนัง การบริโภควิตามินดีให้เพียงพอ จะช่วยในการลดสิว และช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น และเปล่งประกายมากขึ้น สาวๆ หลายคนมักจะกลัวแสงแดด นอกความร้อนแล้วยังทำให้ผิวสวยๆ ของเราหมองคล้ำ และแสงแดดยังเป็นตัวการที่อาจทำให้เกิดริ้วรอยแห่งวัยทั้งหลาย และโรคมะเร็งที่มาพร้อมกับรังสียูวี อย่างไรก็ตาม การสัมผัสกับแสงแดดน้อยเกินไป ก็อาจสามารถทำให้เกิดผลร้าย ที่รุนแรงต่อผิวของเราได้ เช่น ทำให้ผิวหมองคล้ำ ยิ่งไปกว่านั้นวิตามินดียังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้ลดโอกาสในการเกิดสิวอักเสบได้อีกด้วย ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิตามินดี ต่อสุขภาพ หากปราศจากวิตามินดีร่างกายของเราก็จะไม่สามารถดูดซึม แคลเซียม ได้อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม คุณควรที่จะทำให้ระดับของแคลเซียมในเลือดนั้นให้มีความสมดุล เพื่อให้หัวใจและระบบประสาท สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม ร่างกายของเราจะปล่อยฮอร์โมนที่เรียกว่า พาราไทรอยด์ (parathyroid) ซึ่งช่วยดึงดูดแคลเซียมออกจากกระดูก ตามที่ร่างกายต้องการ เมื่อเวลาผ่านไป ความหนาแน่นของแคลเซียมในกระดูกจะลดลง  ทำให้กระดูกมีแนวโน้มที่จะหักได้ ยิ่งไปกว่านั้น นักวิทยาศาสตร์ยังได้ค้นพบหลักฐาน […]


ความผิดปกติของเลือดแบบอื่น

ภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต เกิดได้อย่างไรและป้องกันได้อย่างไรบ้าง

ภาวะโลหิตจาง เป็นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณเซลล์เม็ดเลือดแดง ที่ทำหน้าที่ส่งออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆของร่างกายไม่เพียงพอ สาเหตุอย่างหนึ่งของภาวะโลหิตจาง ซึ่งเป็นภาวะที่เซลล์เม็ดเลือดแดงน้อยลง ก็คือ การขาดโฟเลต (folate) หรือ โลหิตจางจากการขาดโฟเลต โฟเลต คือ วิตามินบีที่รู้จักกันในชื่อกรดโฟลิค เมื่อขาดโฟเลตความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า เมกะโลไซต์หรือเมกะโลบลาสต์จะพบได้ในไขกระดูก (bone marrow) ซึ่งทำให้ภาวะที่เกิดกับเซลล์เม็ดแดงชนิดนี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ภาวะโลหิตจางเมกะโลบลาสต์ (megaloblast anemia) Hello คุณหมอ จึงชวนมารู้จักกับ ภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต นี้กันค่ะ คุณสมบัติทางชีวภาพของโฟเลต กรดโฟลิค เป็นกลุ่มของสารเคมีและสสารทางชีวภาพ ที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน ได้แก่ กรดโฟลิคเตตระไฮโดรฟิวแรน (folic acid tetrahydrofuran) เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของกรดโฟลิค ซึ่งรูปออกฤทธิ์ของกรดโฟลิค กรดโฟลิคถูกส่งไปยังเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตับ ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุปริมาณของกรดโฟลิคได้แน่ชัด การระบุปริมาณกรดโฟลิคสำรองได้ เป็นไปได้ว่ามีปริมาณน้อย แต่มากพอสำหรับความต้องการของร่างกายใน 4-5 เดือน สาเหตุของ ภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต เกิดจากการขาดสารอาหาร โภชนาการที่ไม่ดี หรือทานอาหารไม่ครบทุกหมู่ เกิดจากการดูดซึมของลำไส้ที่เป็นแผล อาการดูดซึมอาหารที่ผิดปกติ ท้องร่วงเรื้อรัง วัณโรคในลำไส้ และการขาดกรดโฟลิค หรือภาวะการดูดซึมที่ผิดปกติอันเกิดจากการใช้ยา เช่น ยาบาร์บิทูริค (bacbituric) และยาต้านป้องกันอาการชัก […]


โภชนาการพิเศษ

ขาดธาตุเหล็ก ควรกินอะไรดีเพื่อป้องกันโรคโลหิตจางและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

ขาดธาตุเหล็ก เป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดโรคโลหินจาง เพราะธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุองค์ประกอบของฮีโมโกลบิน ซึ่งอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดแดงและทำหน้าที่ช่วยให้เม็ดเลือดแดงลำเลียงออกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถผลิตฮีโมโกลบินได้ ส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจาง ดังนั้น เพื่อป้องกันโรคโลหิตจางหรือผู้ป่วยโรคโลหิตจางจึงจำเป็นต้องดูแลเรื่องอาหารการกินและโภชนาการไม่ให้ร่างกายขาดธาตุเหล็ก [embed-health-tool-bmi] ประโยชน์ของธาตุเหล็ก ธาตุเหล็กถือเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับผู้ป่วยโลหิตจาง ที่มีสาเหตุมาจากการขาดธาตุเหล็ก เพราะธาตุเหล็กทำหน้าที่สำคัญในการลำเลียงออกซิเจนไปยังปอด และอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย โดยมีตับและกล้ามเนื้อสะสมธาตุเหล็กเอาไว้ ธาตุเหล็กที่อยู่ในอาหารประเภทต่าง ๆ มีอยู่ด้วยกันสองรูปแบบ คือ ธาตุเหล็กประกอบฮีม (Haem Iron) พบในเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เช่น เนื้อปลา เนื้อหมู เนื้อไก่ ธาตุเหล็กไม่มีฮีม (Non-Haem Iron) พบในพืช เช่น ถั่ว ผักใบเขียวต่าง ๆ โดยร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กประกอบฮีมได้ง่ายกว่าธาตุเหล็กที่ไม่มีฮีม ภาวะโลหิตจางจากการ ขาดธาตุเหล็ก และการป้องกัน ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ จนทำให้เลือดมีปริมาณฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงน้อย ส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ อันเนื่องมาจากปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือดลดลง เช่น อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย หายใจไม่ทัน หน้ามืดเป็นลม อย่างไรก็ตาม ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก อาจดูแลสุขภาวะของร่างกายได้โดยการบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก อาหารที่มีธาตุเหล็กอยู่ในปริมาณสูงนั้นมีหลายอย่าง ควรเลือกกินให้เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เนื้อแดงจากสัตว์ เช่น […]


การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก โปรตีน สำคัญอย่างไร ควรกินโปรตีนเท่าไหร่ถึงดี

สำหรับผู้ที่กำลัง ลดน้ำหนัก โปรตีน ถือเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการลดน้ำหนักและการมีรูปร่างที่ดี โดยปริมาณโปรตีนที่ควรบริโภคสำหรับทั้งชายและหญิง คือประมาณ 1.2 - 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน โปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ ใช้ในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย เป็นต้น [embed-health-tool-bmr] ลดน้ำหนัก โปรตีน สำคัญอย่างไร โปรตีนอาจช่วยลดไขมัน และป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ the Journal of Nutrition พบว่า การกินอาหารโปรตีนสูง อาจเพิ่มผลลัพธ์ของการออกกำลังกายในการช่วยลดไขมันโดยไม่สูญเสียกล้ามเนื้อ โดยงานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงอ้วน ที่ออกกำลังกายเป็นประจำและกินอาหารโปรตีนสูง นอกจากนี้ผลการวิจัยพบว่าสามารถลดไขมันมากกว่า และลดมวลกล้ามเนื้อน้อยกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินอาหารแบบเดียวกันแต่มีคาร์โบไฮเดรตสูง โดยอาหารมี 1,700 แคลอรี่ ไขมัน 30% และไฟเบอร์ประมาณ 17 กรัม ดังนั้นการกินอาหารโปรตีนสูงจึงอาจช่วยลดไขมัน และรักษามวลกล้ามเนื้อได้ เนื่องจากอาหารที่มีโปรตีนสูงมีกรดอะมิโนจำเป็นอย่าง ลิวซีน (Leucine) ที่จะทำงานร่วมกับอินซูลินในการกระตุ้นการสังเคราะห์โปรตีนในกล้ามเนื้อ โปรตีนเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนควบคุมน้ำหนัก การเพิ่มโปรตีนในมื้ออาหาร สามารถช่วยลดระดับฮอร์โมนหิว หรือฮอร์โมนเกรลิน และเพิ่มฮอร์โมนอิ่ม ได้แก่ ฮอร์โมนเปปไทด์ YY (peptide YY) โคเลซีสโตไคนิน […]


ข้อมูลโภชนาการ

กล้วยหอม ผลไม้รับประทานง่าย ประโยชน์สุขภาพเพียบ

กล้วยหอม เป็นผลไม้จากตระกูลกล้วย รับประทานง่าย รสชาติอร่อย ราคาไม่แพง อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โพแทสเซียม วิตามินบี แมกนีเซียม ซึ่งวิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ อาทิ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดน้ำหนัก ช่วยฟื้นฟูร่างกสยหลังออกกำลังกาย เป็นต้น ข้อมูลโภชนาการของกล้วยหอม กล้วยหอมขนาดกลาง (118 กรัม) ให้พลังงาน 105 กิโลแคลอรี่ และมีสารอาหารมากมาย เช่น โพแทสเซียม (Potassium) วิตามินบี วิตามินซี แมกนีเซียม (Magnesium) องค์ประกอบหลักของกล้วยแต่ละลูก คือ น้ำและคาร์โบไฮเดรต โดยคาร์โบไฮเดรตในกล้วยห่าม (กล้วยสีเขียว) ส่วนใหญ่เป็นแป้งที่ทนต่อการย่อย (Resistant starch) แต่ในกล้วยสุก แป้งจะกลายเป็นน้ำตาล ได้แก่ น้ำตาลกลูโคส ฟรุกโตส (Fructose) และซูโครส (Sucrose) ประโยชน์สุขภาพของกล้วยหอม 1. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด กล้วยห่ามมีแป้งที่ทนต่อการย่อย (Resistant starch) ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนไฟเบอร์ที่ละลายน้ำ และกล้วยยังมีไฟเบอร์ที่มีชื่อว่า เพกติน (Pectin) โดยสารอาหารทั้ง 2 […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

พลังงานว่างเปล่า (Empty Calories) ตัวการร้าย (แอบ) ทำลายสุขภาพ

พลังงานว่างเปล่า หรือแคลอรี่ที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร (Empty Calories) หมายถึง พลังงานที่ร่างกายได้รับจากการกินอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งได้แก่ การกินของหวานหรืออาหารมัน เช่น แป้งทอดกรอบ  เป็นต้น บทความนี้ Hello คุณหมอ พามาดูกันว่า พลังงานว่างเปล่ามีอะไรบ้าง และส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร ใครที่ชอบกินเมนูเหล่านี้ จะได้ตั้งสติก่อนกินให้ดี ไม่อย่างนั้น น้ำหนักตัวอาจเพิ่มขึ้น ปัญหาสุขภาพอาจมาเยือน พลังงานว่างเปล่า (Empty Calories) คืออะไร พลังงานว่างเปล่า หรือแคลอรี่ที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร (Empty Calories) หมายถึง อาหารที่แทบจะไม่มีสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ให้พลังงานหรือมีปริมาณแคลอรี่ที่สามารถทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ ก่อนเลือกซื้ออาหารใด ๆ มาบริโภค อย่างไรก็ตาม เราควรฉลากผลิตภัณฑ์หรือฉลากอาหาร เพื่อดูว่าอาหารนั้น ๆ จัดอยู่ในประเภทพลังงานว่างเปล่าหรือไม่ โดยให้ตรวจสอบว่า มีปริมาณแคลอรี่ ไขมัน และน้ำตาลสูงหรือเปล่า เนื่องจากแคลอรีที่ไม่มีคุณค่าทางอาหารส่วนใหญ่อยู่ในอาหาร 2 ประเภท ได้แก่ อาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอด อาหารที่มีน้ำมัน รวมถึงไขมันที่เป็นก้อนแข็ง (Solid Fats) คือไขมันที่จะกลายเป็นก้อนแข็งที่อุณหภูมิห้อง เช่น […]


ข้อมูลโภชนาการ

ประโยชน์ของฟักทอง ที่รู้แล้วจะทำให้คุณอยากกินฟักทองให้เยอะขึ้น!

ฟักทอง เป็นพืชที่นำมาปรุงได้หลายเมนูทั้งของคาวและของหวาน แถมยังเป็นอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย แคลอรี่ก็ต่ำ เรียกว่าเป็นผลไม้ที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าอยากรู้ว่ากินฟักทองแล้วดีอย่างไร ทำไมต้องรีบไปหาฟักทองมากิน Hello คุณหมอ มี ประโยชน์ของฟักทอง มาฝากแล้ว ประโยชน์ของฟักทอง 1. ฟักทองทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ฟักทองมีวิตามินเอสูง ซึ่งดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน โดยงานวิจัยชี้ว่า วิตามินเอสามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น และช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อ ในทางกลับกัน ผู้ที่ขาดวิตามินเออาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงได้ นอกจากวิตามินเอแล้ว ฟักทองยังมีวิตามินซีที่ดีต่อระบบภูมิคุ้มกันเช่นกัน โดยฟักทอง 1 ถ้วย (245 กรัม) มีวิตามินซี 19% ของปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน ซึ่งงานวิจัยชี้ว่า วิตามินซีสามารถช่วยเพิ่มการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว และช่วยให้เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงทำให้แผลหายไวขึ้นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ฟักทองยังมีวิตามินอี ธาตุเหล็ก และโฟเลต ที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานระบบภูมิคุ้มกันด้วยเช่นกัน 2. ฟักทองทำให้สายตาดีขึ้น งานวิจัยชี้ว่า การขาดวิตามินเอเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของภาวะสูญเสียการมองเห็น รวมถึงวิตามินซีและวิตามินอี ก็มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยป้องกันเซลล์ดวงตาไม่ให้เกิดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งวิตามินทั้งหมดนี้ล้วนพบได้ในฟักทอง นอกจากนี้ ฟักทองยังอุดมไปด้วยลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคต้อและโรคจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากอายุ (Age-related macular degeneration) 3. ฟักทองดีต่อการลดน้ำหนัก ฟักทอง 1 ถ้วย (245 กรัม) […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน