โรคทางเดินหายใจ

ระบบทางเดินหายใจ มีส่วนสำคัญในการทำงานตามปกติของร่างกาย ดังนั้น คุณจึงควรเรียนรู้วิธีการรักษาสุขภาพของระบบทางเดินหายใจของคุณให้แข็งแรง ห่างไกลจากความเจ็บป่วย เรียนรู้เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ รวมถึง โรคทางเดินหายใจ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคทางเดินหายใจ

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มาป้องกันตัวเองจาก ไข้หวัดช่วงหน้าฝน กันเถอะ

พอเข้าสู่หน้าฝน หลายคนมักเริ่มมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม หรือเจ็บคอได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกบ่อย อากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว ร่างกายเปียกชื้นจากการโดนฝน หรืออยู่ในพื้นที่แออัดที่อากาศถ่ายเทไม่ดี อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ ไข้หวัด ซึ่งเป็นหนึ่งใน โรคที่มากับหน้าฝน ที่พบได้บ่อย แม้ว่าโดยทั่วไป อาการของไข้หวัดมักจะไม่รุนแรง และดีขึ้นได้เอง แต่หากดูแลอย่างไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลให้ป่วยนานขึ้น หรือแพร่เชื้อให้คนรอบตัวได้ ดังนั้น บทความนี้จะมาแนะนำวิธีการดูแลและป้องกันตัวเองจากไข้หวัด ไข้หวัดคืออะไร ทำไมพบบ่อยช่วงหน้าฝน ไข้หวัด หรือไข้หวัดธรรมดา เป็นการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน เช่น จมูก คอ และโพรงจมูก โดยสามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดู แต่ในช่วงหน้าฝนมักพบได้บ่อยขึ้น เพราะอากาศเปลี่ยนแปลง ความชื้นสูง และหลายคนใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ปิดหรือพื้นที่คนหนาแน่นมากขึ้น ทำให้มีโอกาสสัมผัสเชื้อจากคนรอบตัวได้ง่ายกว่าเดิม แม้ว่าการโดนฝนอาจจะไม่ได้ทำให้เป็นไข้หวัดโดยตรง แต่หากเราเปียกฝนจนร่างกายเย็น ก็อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลง และเปิดรับเชื้อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพออย่างคนวัยทำงาน ก็จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้น  อาการไข้หวัดที่พบบ่อย อาการของไข้หวัดมักจะเกิดขึ้นภายใน 1-3 วันหลังได้รับเชื้อ โดยจะเริ่มจากอาการเล็ก ๆ เช่น เจ็บคอ คัดจมูก แล้วจึงค่อยมีอาการอื่นตามมา อาการที่ควรสังเกต คัดจมูก น้ำมูกไหล มักเป็นน้ำมูกใสในช่วงแรก ไอ จาม เจ็บคอ หรือคอแห้ง […]

หมวดหมู่ โรคทางเดินหายใจ เพิ่มเติม

สำรวจ โรคทางเดินหายใจ

โรคหอบหืด

หอบหืด (Asthma)

หอบหืด เป็นภาวะเรื้อรังที่ทำให้เกิดการหายใจมีเสียง (เสียงเหมือนนกหวีดเมื่อคุณหายใจ) แน่นหน้าอก หายใจลำบาก และไอ หอบหืดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถจัดการและรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตตามปกติและมีสุขภาพดีได้ คำจำกัดความหอบหืดคืออะไร หอบหืด (Asthma) เป็นภาวะหนึ่งซึ่งอากาศที่หายใจเข้าและออกจากปอดถูกจำกัด เนื่องจาก มีการติดเชื้อทางเดินหายใจ การติดเชื้อทำให้กล้ามเนื้อโดยรอบทางเดินหายใจตึงตัวและกระตุ้นอาการบางประการ หอบหืดเป็นภาวะเรื้อรังที่ทำให้เกิดการหายใจมีเสียง (เสียงเหมือนนกหวีดเมื่อคุณหายใจ) แน่นหน้าอก หายใจลำบาก และไอ หอบหืดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถจัดการและรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตตามปกติและมีสุขภาพดีได้ หอบหืดพบได้บ่อยเพียงใด โรคหอบหืด เป็นภาวะที่พบได้ทั่วไปในคนได้ทุกวัย แต่มักเกิดได้มากที่สุดในวัยเด็ก โดยพบว่า คนประมาณ 300 ล้านคนทั่วโลกเป็น โรคหอบหืด สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการของ หอบหืด อาการทั่วไปของ โรคหอบหืด ได้แก่ ไอเรื้อรัง อาการไอจากหอบหืดมักมีอาการแย่ลงในตอนกลางคืนหรือในตอนเช้าตรู่ หายใจมีเสียง หายใจมีเสียงเป็นเสียงคล้ายนกหวีดหรือเสียงแหลม หายใจลำบาก อาการแน่นหน้าอกที่อาจรู้สึกเหมือนว่า มีบางสิ่งกำลังบีบเค้นหรือทับบนหน้าอกและอาจทำให้เกิดอาการปวด มีปัญหาในการนอนหลับจากอาการไอหรือหายใจมีเสียง เด็กที่เป็นหอบหืดมักมีอาการไอเรื้อรัง แต่อาการอื่น ๆ ที่ค้ลายคลึงกับหอบหืดในผู้ใหญ่ยังอาจเกิดขึ้นได้ เช่น อาการไอ หายใจมีเสียง และหายใจลำบาก ประเภทของอาการหอบหืด ความถี่ของการเกิดอาการ และความรุนแรงของอาการ อาจเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป ในบางครั้ง อาการต่าง ๆ อาจเพียงสร้างความรำคาญ แต่บางครั้ง อาการอาจเป็นปัญหามากพอที่จะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด ควรไปพบหมอทันทีเมื่อเกิดอาการขึ้น เพื่อไม่ให้อาการรุนแรงกว่าเดิม อาการขั้นรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากผู้ป่วยเป็น โรคหอบหืด ที่เป็นอันตรายต่อชีวิต […]


ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

อาการไอเรื้อรัง ไอไม่หายของคุณ..อาจเป็นเพราะ 8 สาเหตุนี้

อาการไออาจน่ารำคาญ แต่ก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อาการไอเกิดขึ้นเพราะร่างกายพยายามขับสิ่งแปลกปลอม เช่น เสมะหะ เชื้อโรค ออกจากทางเดินหายใจ แต่หากมี อาการไอเรื้อรัง ก็อาจสร้างความรำคาญแก่เราได้ มาดูกันดีกว่าว่า สาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการ ไอเรื้อรัง มีอะไรกันบ้าง 8 สาเหตุที่อาจทำให้เกิด อาการไอเรื้อรัง ความเครียด ความเครียด โดยเฉพาะความเครียดสะสม หรือความเครียดเรื้อรัง สามารถทำให้อาการไอของคุณหายช้าลงได้ ดังนั้น เวลาป่วยหรือไอ คุณไม่ควรทำงานหักโหมจนเครียด และควรนอนหลับพักผ่อนให้มาก ๆ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้อาการแย่ลง และให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ดื่มน้ำไม่เพียงพอ หากคุณป่วยและไอ ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ โดยเฉพาะน้ำอุ่น เพื่อให้ร่างกายและทางเดินหายใจชุ่มชื้นขึ้น ช่วยให้น้ำมูกและเสมหะในทางเดินหายใจหนืดข้นน้อยลงจนขับออกจากร่างกายได้ รวมไปถึงงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำมากกว่าเดิม ทางเดินหายใจระคายเคืองจน ไอเรื้อรัง อาการไอส่วนใหญ่เป็นผลมาจากโรคติดเชื้อไวรัส เช่น ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ ไข้หวัด ซึ่งไวรัสจะทำให้ทางเดินหายใจบวมและระคายเคืองง่ายกว่าปกติ คุณจึงสามารถไอต่อเนื่องได้อีกหลายสัปดาห์ จนถึงขั้นไอเรื้อรัง แม้ว่าอาการอื่น ๆ ของโรคจะหายแล้วก็ตาม ปัญหาสุขภาพ ไอเรื้อรัง อาจเกิดได้จากโรคต่าง ๆ เช่น โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคกรดไหลย้อน โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (obstructive sleep apnea) โรคซิสติกไฟโบรซิส (Cystic  Fibrosis) โรคหลอดลมโป่งพอง […]


ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

ไอเป็นเลือด (Coughing blood)

ไอเป็นเลือด (Haemoptysis หรือ Coughing blood) หมายถึงอาการที่ไอแล้วมีเลือดไหลออกมาจากปอด อาการไอเป็นเลือดนี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่อันตราย ไม่ว่าจะเป็น การติดเชื้อ โรคมะเร็ง หรือปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดภายในปอด คำจำกัดความไอเป็นเลือด คืออะไร ไอเป็นเลือด (Haemoptysis หรือ Coughing up blood) หมายถึงอาการที่ไอแล้วมีเลือดไหลออกมาจากปอด อาการไอเป็นเลือดนี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่อันตราย ไม่ว่าจะเป็น การติดเชื้อ โรคมะเร็ง ปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดภายในปอด ที่ทำให้มีเลือดออกภายในปอดแล้วทำให้ไอออกมาเป็นเลือด ในบางครั้งอาจมีเสมหะปะปนมาด้วย ประเภทของอาการไอเป็นเลือด อาจแบ่งได้ตามปริมาณของเลือดที่ไอออกมาภายใน 24 ชั่วโมง ดังต่อไปนี้ อาการไอเป็นเลือด ที่อันตรายถึงแก่ชีวิต แพทย์อาจจะมีเกณฑ์ที่ต่างกันในการแยกอาการไอเป็นเลือดในระดับนี้ แต่โดยปกติจะมีช่วงตั้งแต่การไอเป็นเลือดในปริมาณ 100-600 มล. อาการไอเป็นเลือด ที่ไม่อันตรายถึงแก่ชีวิต หรือเรียกอีกอย่างว่าอาการไอเป็นเลือดในระดับปานกลาง โดยมีปริมาณเลือดในช่วงระหว่าง 20-200 มล. อาการไอเป็นเลือด ในระดับเบา สำหรับผู้ที่มีอาการไอเป็นเลือดในปริมาณที่น้อยกว่า 20 มล. ไอเป็นเลือดพบบ่อยแค่ไหน อาการไอเป็นเลือด พบได้ทั่วไปในทุกวัย และมักส่งผลต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ป้องกันได้โดยการลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการของภาวะไอเป็นเลือด อาการที่เห็นได้ชัดของ อาการไอเป็นเลือด คือการไอที่มีเลือดปะปนออกมา เนื่องจากมีเลือดอยู่ในปอดหรือระบบทางเดินหายใจ เลือดนี้อาจจะมีลักษณะเป็นฟอง เนื่องจากได้ผสมกับอากาศและเสมหะที่อยู่ภายในปอด สีของเลือดนั้นอาจมีตั้งแต่สีแดงสด ไปจนถึงสีน้ำขาว […]


ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

ไอ (cough)

ไอ เป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่อเซลล์บริเวณทางเดินหายใจเกิดการระคายเคือง ซึ่งจะกระตุ้นปอดให้ดันอากาศออกมาภายใต้ความดันสูง สามารถเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน กึ่งเฉียบพลัน หรือแบบเรื้อรัง คำจำกัดความ ไอคืออะไร ไอ (cough) เป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่อเซลล์บริเวณทางเดินหายใจเกิดการระคายเคือง ซึ่งจะกระตุ้นปอดให้ดันอากาศออกมาภายใต้ความดันสูง อาการไอสามารถเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน กึ่งเฉียบพลัน หรือแบบเรื้อรัง อาการไอพบบ่อยเพียงใด อาการไอเป็นปฏิกิริยาตอบสนองฉับพลันตามธรรมชาติเพื่อช่วยปกป้องปอด และช่วยกำจัดสิ่งระคายเคืองออกจากทางเดินหายใจ เช่น ควันและน้ำมูก ทั้งยังป้องกันการติดเชื้อในทางเดินหายใจด้วย อาการไอเป็นเวลานานทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนาและอาจเป็นอันตรายหากไม่ได้รับการตรวจ โดยสามารถส่งผลต่อผู้ป่วยได้ทุกวัย แต่สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการ อาการไอเป็นอย่างไร อาการไอมักเป็นอาการหนึ่งของภาวะอื่นๆ สามารถเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันหรือเรื้อรัง ไม่ว่าคุณจะมีอาการไอแบบใด อาการทั่วไปของการไอที่เห็นชัด ได้แก่ มีไข้ รู้สึกหนาวสั่น ปวดตามร่างกาย เจ็บคอ คลื่นไส้หรืออาเจียน ปวดศีรษะ มีเหงื่อออกตอนกลางคืน น้ำมูกไหล มีเสมหะในลำคอ อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์ ควรไปพบหมอเมื่อใด อาการไอส่วนใหญ่ที่เกิดจากหวัดหรือไข้หวัดใหญ่จะหายไปเองอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้ รู้สึกเวียนศีรษะหลังมีอาการไอ ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก ไอต่อเนื่องตลอดทั้งคืน มีไข้ อาการไอไม่ดีขึ้นหลังจาก 7 วัน มีอาการหอบหรือหายใจลำบาก หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุ สาเหตุของการไอ เมื่อมีสารระคายเคืองในปอด ปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกายคือ การไอเพื่อกำจัดสารระคายเคืองออกไป สาเหตุที่ทำให้ปอดระคายเคือง ได้แก่ ไวรัส ไวรัสที่ทำให้เกิดอาการหวัดหรือไข้เป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุด ของการไอ ภูมิแพ้และหอบหืด ปอดจะพยายามกำจัดสิ่งที่ทำให้ร่างกายเกิดการระคายเคืองออกไปโดยการไอ สารระคายเคือง เช่น อากาศเย็น บุหรี่ ควัน หรือน้ำหอมรุนแรงจะกระตุ้นให้เกิดการไอ สาเหตุอื่นๆ เช่น ปอดติดเชื้อ ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ภาวะอารมณ์หดหู่หรือซึมเศร้า และผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางประเภท ปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอาการไอ สิ่งระคายเคืองในสิ่งแวดล้อมจะทำให้อาการไอแย่ลง ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เป็นภูมิแพ้อาจรักษาอาการไอโดยใช้ยารักษาภูมิแพ้ หากมีอาการไอจากการสูบบุหรี่ อาจมีอาการดีขึ้นหากหยุดสูบบุหรี่หรืออาจมีอาการแย่ลงหากยังคงสุบบุหรี่ต่อไป  หากเป็นโรคปอดเรื้อรัง เช่น หอบหืดหรือหลอดลมอักเสบเรื้อรัง อาจมีอาการไอเรื้อรังรุนแรงขึ้นหากไปในสถานที่บางแห่งหรือทำกิจกรรมบางประการที่มีปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการไอ ยาบางประเภทสามารถทำให้เกิดการไอ […]


ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

ภาวะระบายลมหายใจเกิน (Hyperventilation)

ภาวะระบายลมหายใจเกิน เกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มหายใจเร็วมาก โดยหายใจออกมากกว่าหายใจเข้า ก่อให้เกิดภาวะคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว คำจำกัดความภาวะระบายลมหายใจเกิน คือ ภาวะระบายลมหายใจเกิน (Hyperventilation) หรือ โรคหายใจเกิน เกิดขึ้น เมื่อคุณเริ่มหายใจเร็วมาก การหายใจที่ดีต่อสุขภาพคือภาวะสมดุลระหว่างการสูดออกซิเจนเข้า และระบายคาร์บอนไดออกไซด์ออก ภาวะสมดุลนี้สูญเสียไป เมื่อคุณระบายลมหายใจเกิน โดยการหายใจออกมากกว่าหายใจเข้า ก่อให้เกิดภาวะคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายที่ลดต่ำ ก่อให้เกิดการตีบตันของหลอดเลือดที่ลำเลียงเลือดไปยังสมอง การลดลงของเลือดที่ไปเลี้ยงสมองนี้ส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น เวียนศีรษะ และมีอาการปวดเสียวที่นิ้วมือ ภาวะระบายลมหายใจเกินที่รุนแรงสามารถก่อให้เกิดอาการหมดสติได้ ภาวะระบายลมหายใจเกิน พบได้บ่อยเพียงใด โดยปกติแล้ว ภาวะระบายลมหายใจเกินจะค่อนข้างพบได้น้อย โดยอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเมื่อมีอาการตื่นตระหนกต่อความกลัว อาการตึงเครียด หรือความกลัว นอกจากนี้ โรคหายใจเกิน ยังอาจเป็นผลมาจากสภาวะทางอารมณ์ เช่น อาการซึมเศร้า ความกังวล ความโกรธ หากเกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็อาจจะเรียกว่า กลุ่มอาการหอบจากอารมณ์ (Hyperventilation Syndrome) อาการอาการของ ภาวะระบายลมหายใจเกิน โรคหายใจเกิน อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงได้ และอาจมีอาการได้นาน 20-30 นาที คุณควรเข้ารับการรักษาในทันทีหากเกิดอาการดังต่อไปนี้ หายใจถี่และหายใจลึก อาการปวด อาการไข้ มีเลือดออก รู้สึกกังวล ประหม่า หรือตึงเครียด หาวบ่อย หัวใจเต้นแรงและเร็ว มีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว เวียนศีรษะ หรือรู้สึกหมุน มีอาการชาหรือปวดที่มือ เท้า หรือรอบปาก มีอาการตึง แน่น มีแรงกด รู้สึกกดเจ็บ หรือปวดที่หน้าอก อาการของภาวะระบายลมหายใจเกินแย่ลง […]


ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

ซิสติกไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis)

คำจำกัดความซิสติกไฟโบรซิส คืออะไร ซิสติกไฟโบรซิส (Cystic  Fibrosis) เป็นอาการป่วยเรื้อรัง ที่ส่งผลต่อเซลล์ที่สร้างเหงื่อและเมือก เมือกเป็นของเหลวที่ลื่นและค่อนข้างเหนียว ที่ช่วยหล่อลื่นและป้องกันเยื่อเมือก เมือกที่เกิดจากโรคซิสติกไฟโบรซิสจะหนาและเหนียวผิดปกติ เมือกดังกล่าวจะไปอุดกั้นปอด และก่อให้เกิดภาวะปอดติดเชื้อเรื้อรัง นอกจากนี้ ซิสติกไฟโบรซิสยังส่งผลต่อตับอ่อน ซึ่งส่งผลให้เกิดความผิดปกติ ในการสร้างสารเคมีชนิดพิเศษที่เรียกว่าเอนไซม์ เพื่อใช้สำหรับการย่อยอาหาร หากไม่มีเอนไซม์แล้ว ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมสารอาหารจากอาหารได้ ซิสติกไฟโบรซิส พบได้บ่อยเพียงใด ซิสติกไฟโบรซิสเป็นโรคทางพันธุกรรม ที่พบได้ทั่วไปในแถบยุโรปตอนเหนือ ผู้ป่วยโรคซิสติกไฟโบรซิสมีช่วงชีวิตที่สั้น แต่ด้วยการรักษาสมัยใหม่ พบว่าผู้ป่วยโรคซิสติกไฟโบรซิสจำนวนมากขึ้น สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึงวัยกลางคน หรือมากกว่า อาการอาการของโรค ซิสติกไฟโบรซิส เป็นอย่างไร สิ่งบ่งชี้และอาการของโรคซิสติกไฟโบรซิสมีหลากหลาย โดยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค อาจมีสิ่งบ่งชี้และอาการของโรคที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีข้อกังวลเกี่ยวกับอาการใดอาการหนึ่ง ให้ปรึกษาแพทย์ ผู้ป่วยโรคซิสติกไฟโบรซิสมีระดับเกลือในเหงื่อที่สูงกว่าปกติ พ่อแม่สามารถรู้สึกถึงรสของเกลือได้เมื่อจูบลูกของตน อาการอื่นๆ ได้แก่ สิ่งบ่งชี้และอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ผู้ป่วยโรคซิสติกไฟโบรซิสมีเมือกหนาและเหนียว ที่ก่อตัวขึ้นในทางเดินหายใจ การก่อตัวขึ้นของเมือก ทำให้แบคทีเรียเติบโต และทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น การติดเชื้อจะอุดกั้นทางเดินหายใจ และทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง ที่ก่อให้เกิดเสมหะ หรือเมือกหนาที่มีเลือดปนในบางครั้ง นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคซิสติกไฟโบรซิสยังมีโอกาสที่จะมีภาวะโพรงจมูกอักเสบชั่วคราว ปอดบวม และปอดติดเชื้อ ที่ไม่มีการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทั่วไป เมื่อโรคซิสติกไฟโบรซิสมีอาการแย่ลง คุณอาจมีภาวะที่รุนแรงขึ้น เช่น ภาวะโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศ (pneumothorax) หรือโรคหลอดลมพอง (bronchiectasis) สิ่งบ่งชี้และอาการเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร สำหรับโรคซิสติกไฟโบรซิส เมือกจะอุดกั้นหลอดหรือช่องในตับอ่อน (อวัยวะภายในช่องท้อง) การอุดกั้นดังกล่าวนี้ป้องกันไม่ให้เอนไซม์ไปยังลำไส้ได้ ผลก็คือ […]


โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด

สัญญาณโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หนึ่งในโรคปอดเรื้อรังที่รุนแรงถึงชีวิต

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) คือ หนึ่งในโรคปอดเรื้อรังที่ร้ายแรงที่สุด ที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการหายใจ และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต พยาธิสรีรวิทยา (Pathophysiology) ของโรค หรือการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เริ่มจากการสร้างความเสียหายให้กับหลอดลมและถุงลมในปอด แล้วพัฒนาไปเป็นอาการไอพร้อมเสมหะ จนกลายมาเป็นหายใจติดขัดในที่สุด มาทำความรู้จักกับ อาการและ สัญญาณโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง กันได้ในบทความนี้ ต้นตอของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง สภาวะของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 2 สภาวะ คือ โรคหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง (chronic bronchitis) และถุงลมโป่งพอง (Emphysema) ซึ่งส่งผลกระทบต่อปอดคนละส่วนกัน นำไปสู่อาการหายใจติดขัดได้ทั้งสิ้น เพื่อให้เข้าใจพยาธิสรีรวิทยาของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง สิ่งที่สำคัญ คือ การรู้จักกับโครงสร้างของปอด โรคถุงลมโป่งพองเกิดขึ้นกับถุงลมในปอด (alveoli) และเส้นใยที่สร้างผนังของถุงลมเสียหาย ทำให้ยืดหยุ่นได้น้อยลงและไม่สามารถทำงานได้ เมื่อคุณหายใจออก หากหลอดลมฝอยอักเสบ (bronchitis) ก็จะผลิตเสมหะขึ้นมามากขึ้น หากอาการนี้ไม่ยอมหายไป อาจพัฒนากลายเป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง นอกจากนี้คุณยังสามารถเป็นโรคหลอดลมอักเสบแบบเฉียบพลัน แต่อาการนี้จะไม่นับว่าเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง สาเหตุหลักของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คือ การสูบบุหรี่ การหายใจเอาควันบุหรี่ และสารเคมีที่อันตรายเข้าไป สามารถทำให้หลอดลมและถุงลมบาดเจ็บได้ แล้วจึงกลายเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง การสัมผัสกับควันบุหรี่มือสอง สารเคมี หรือแม้แต่น้ำมันสำหรับทำอาหารในอาคารที่ระบายอากาศได้ไม่ดี ก็อาจนำไปสู่โรคปอดได้เช่นกัน ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลง อาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่รุนแรงมักจะไม่ปรากฏ จนกระทั่งเข้าสู่ระยะสุดท้ายของโรค หากคุณพบว่าตัวเองหายใจไม่อิ่มหลังจากการออกกำลังกายแบบเบาๆ หรือหายใจลำบากหลังจากทำกิจกรรมทั่วไป เช่น เดินขึ้นบันได […]


โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด

เทคนิคการรับมือ อาการหายใจลำบาก หนึ่งในอาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) คืออาการผิดปกติของปอด ที่ทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก เหนื่อยหอบ และต้องพยายามเพื่อให้จะหายใจได้ดี หากคุณเป็นโรคนี้ บางครั้งอาจพบปัญหาหายใจขณะเดินหรือออกกำลังกายได้ลำบากมาก แค่นั่งหรือพักผ่อนเฉย ๆ ก็ทำให้คุณหายใจหอบได้ อาการหายใจลำบาก นั้นขึ้นอยู่กับความเสียหายของปอด และการที่ปอดทำงานผิดปกติ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คืออะไร โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คือ กลุ่มอาการจากความผิดปกติของปอด โรคถุงลมโป่งพอง (Emphysema) และโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง (chronic bronchitis) คือสองอาการหลักในหมวดหมู่นี้ ผู้ป่วยจำนวนมากนั้นมีทั้งสองอาการนี้พร้อม ๆ กัน ดังนั้น จึงเรียกโดยรวมว่า โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคนี้เป็นโรคที่มีการพัฒนา หมายถึง อาการของโรคจะแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป อีกทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังก็ไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาเป็นดังเดิมได้ แม้แต่การรักษาก็ยังไม่สามารถรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังให้หายขาด หรือหยุดโรคนี้ได้ แต่คุณสามารถชะลอการพัฒนาของโรคและพยายามป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับปอดของคุณได้ อาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในระยะแรก มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการเหนื่อยล้าทั่วไปหรือแค่ร่างกาย “อยู่ในสภาพไม่พร้อม” จนกระทั่งความผิดปกตินั้นพัฒนาขึ้น และสามารถตรวจจับสังเกตเห็นอาการได้มากขึ้น อาการทั่วไปของ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง  หายใจหอบ แน่นหน้าอกและเจ็บหน้าอก ไอ มึนงง มีเสมหะในปอดที่มักจะออกมาเมื่อคุณไอ รู้สึกเหนื่อยล้าบ่อย ติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจบ่อย ไอมีเสมหะ น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ หายใจมีเสียงหวีด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังทำร้ายปอดของคุณอย่างไร ถุงลมโป่งพองและหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ต่างโจมตีปอดในทางที่แตกต่างกัน ถุงลมโป่งพองนั้นทำลายผนังที่อยู่ในถุงลมในปอด เมื่อถุงลมใหญ่เกินไป ก็จะทำให้ผนังมีรอยแตกร้าว ส่งผลกระทบกับกระบวนการในการแลกเปลี่ยนแก๊ส การนำพาออกซิเจนไปสู่เนื้อเยื่อในร่างกาย และการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อถุงลมเสียหายและลดลง ปอดจึงไม่สามารถเก็บและเคลื่อนย้ายอากาศได้มากเท่าที่เคยทำได้ พอปอดทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ก็ส่งผลกระทบให้คุณไม่สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ คุณจึงพบว่า ตัวเองหายใจหอบและเหนื่อยเร็วขึ้น นอกจากนี้ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ยังอาจทำให้หลอดลมอักเสบและระคายเคือง […]


ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

ปอดแฟบ (Atelectasis)

ปอดแฟบ คือ อาการที่ปอดหรือกลีบปอดบางส่วนยุบ อาจเป็นอาการแทรกซ้อนของโรคระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ การสูดหายใจเอาวัตถุแปลกปลอมเข้าไป เนื้องอกที่ปอด มีน้ำในปอด ระบบทางเดินหายใจอ่อนแอ และการบาดเจ็บที่หน้าอก คำจำกัดความปอดแฟบ คืออะไร อาการปอดแฟบ (Atelectasis) หรืออาการที่ปอดหรือกลีบปอดบางส่วนยุบ เกิดขึ้นเมื่อถุงลม (Alveoli) ภายในปอดนั้นแฟบลง อาการปอดแฟบ ยังอาจเป็นอาการแทรกซ้อนของโรคระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ทั้งโรคซิสติก ไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis) การสูดหายใจเอาวัตถุแปลกปลอมเข้าไป เนื้องอกที่ปอด มีน้ำในปอด ระบบทางเดินหายใจอ่อนแอ และการบาดเจ็บที่หน้าอก ปอดแฟบ พบได้บ่อยได้แค่ไหน อาการปอดแฟบ สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยทุกช่วงอายุ เป็นภาวะแทรกซ้อนจากการหายใจหลังจากการผ่าตัดที่พบได้ทั่วไป สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษากับแพทย์ อาการอาการของปอดแฟบ อาการปอดแฟบ ไม่มีสัญญาณหรืออาการที่ชัดเจน หากคุณมีสัญญาณและอาการเกิดขึ้น อาจมีดังนี้ หายใจลำบาก หายใจเร็วและตื้น ไอ อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดปรึกษากับแพทย์ ควรไปพบหมอเมื่อไร อาการปอดแฟบ มักจะเกิดขึ้นในตอนที่คุณอยู่ในโรงพยาบาลอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ควรรับการรักษาพยาบาลในทันที หากคุณมีปัญหาการหายใจ หรือโรคอื่น ๆ นอกจาก อาการปอดแฟบ คุณจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และการรักษาโดยทันที แล้วเมื่อคุณเริ่มมีอาการหายใจลำบาก ควรดรับการรักษาฉุกเฉินในทันที สาเหตุสาเหตุของ อาการปอดแฟบ อาการปอดแฟบ เป็นผลมาจากการอุดตันของทางเดินหายใจ หรือจากความดันจากด้านนอกของปอด (แบบไม่มีการอุดตัน) […]


ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

ไซนัสอักเสบเรื้อรัง (Chronic Sinusitis)

โรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง หมายถึงอาการติดเชื้อและอักเสบของไซนัสติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 12 สัปดาห์ขึ้นไป จนทำให้ไซนัสอุดตัน และเกิดการสะสมของน้ำมูกภายในโพรงจมูก คำจำกัดความไซนัสอักเสบเรื้อรัง คืออะไร โรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง (Chronic Sinusitis) หมายถึงอาการติดเชื้อและอักเสบของไซนัสติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 12 สัปดาห์ขึ้นไป เรียกอีกชื่อก็คือโพรงอากาศข้างจมูกอักเสบเรื้อรัง (Chronic Rhinosinusitis) ไซนัสที่อักเสบและบวมขึ้นนี้อาจกลายมาเป็น ริดสีดวงจมูก ที่ปิดกั้นโพรงจมูก ทำให้เกิดการสะสมของน้ำมูก และทำให้หายใจไม่ออกได้ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง พบได้บ่อยได้แค่ไหน โรคไซนัสอักเสบเรื้อรังสามารถเกิดได้กับผู้ป่วยทุกช่วงอายุ จัดการได้โดยการลดปัจจัยความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการของ โรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง จะต้องมีอย่างน้อยสองจากสี่สัญญาณ และอาการหลักของโรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง เพื่อยืนยันการติดเชื้อที่จมูกสำหรับการวินิจฉัยโรค ซึ่งมีดังนี้ มีน้ำมูกที่ข้นและเปลี่ยนสีไหลออกมาจากจมูก หรือระบายไหลลงไปในด้านหลังคอ เรียกว่าอาการเสมหะไหลลงคอ (postnasal drip) จมูกอุดตันหรือคัดจมูก ทำให้หายใจผ่านจมูกได้ลำบาก มีอาการปวด กดเจ็บ และบวมบริเวณดวงตา แก้ม จมูก หรือหน้าผาก ดมกลิ่นและรับรสได้น้อยลงในผู้ใหญ่ หรือมีอาการไอในเด็ก อาการอื่น ๆ อาจจะมีดังนี้คือ ปวดหู ปวดกรามบน ปวดฟัน มีอาการไอที่หนักขึ้นในตอนกลางคืน เจ็บคอ มีกลิ่นปาก เหนื่อยล้าหรือหงุดหงิด คลื่นไส้ โรคไซนัสอักเสบเรื้อรังและไซนัสอักเสบเฉียบพลัน มีสัญญาณและอาการที่คล้ายกัน แต่ไซนัสอักเสบเฉียบพลันเป็นการติดเชื้อที่ไซนัสชั่วคราว และมักเกี่ยวข้องกับโรคหวัด สัญญาณและอาการของโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังจะอยู่นานกว่า และมักทำให้อ่อนล้ามากกว่า ไข้ไม่ใช่สัญญาณทั่วไปของโรคโรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง แต่คุณอาจจะมีไข้ได้ หากคุณเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดปรึกษาหมอของคุณ ควรไปพบหมอเมื่อไร คุณควรไปหาแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้ หากมีอาการของ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง หลายครั้งแล้ว แต่รักษาไม่หายเสียที คุณมีอาการไซนัสอักเสบนานกว่าเจ็ดวัน อาการของคุณไม่ดีขึ้นหลังจากที่คุณไปหาแพทย์ คุณควรไปหาแพทย์ทันที หากมีอาการดังต่อไปนี้ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน