โรคเด็กและอาการทั่วไป

วัยเด็กเป็นวัยที่เสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงแรกเกิดถึงสามปี เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขายังไม่แข็งแรงดีนัก และนี่คือ โรคเด็กและอาการทั่วไป ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบ จะได้รับมือได้อย่างถูกต้อง

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคเด็กและอาการทั่วไป

ลูกอ้วนควรกังวลไหม? สัญญาณเตือนโรคอ้วนในเด็กที่พ่อแม่ควรรู้

เด็กอ้วนขึ้นนิดหน่อย หลายครอบครัวอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เดี๋ยวโตขึ้นก็ยืดและผอมลงเอง แต่ความจริงคือ โรคอ้วนในเด็กเป็นภาวะสุขภาพที่ควรใส่ใจ เพราะสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคหลายอย่างตั้งแต่วัยเด็ก และยังเพิ่มโอกาสที่จะมีโรคอ้วนต่อเนื่องไปถึงวัยผู้ใหญ่ CDC, NHLBI และ NIDDK ต่างระบุว่า เด็กที่มีภาวะอ้วนมีความเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ปัญหาข้อและกระดูก ปัญหาการหายใจ รวมถึงผลกระทบด้านจิตใจ เช่น ความเครียด ความมั่นใจต่ำ หรือการถูกล้อเลียน ดูจาก “การเติบโต” มากกว่ามองด้วยตาเปล่า ในเด็ก เราไม่ควรใช้เกณฑ์เดียวกับผู้ใหญ่ เพราะร่างกายยังเติบโตอยู่ การประเมินจะใช้ค่า BMI ตามอายุและเพศ หรือที่เรียกว่า BMI-for-age percentile โดย CDC และ NHLBI ระบุว่า เด็กที่มีค่า BMI อยู่ช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 85 ถึงต่ำกว่า 95 ถือว่าเริ่มมีภาวะน้ำหนักเกิน และถ้าอยู่ที่เปอร์เซ็นไทล์ 95 ขึ้นไปถือว่าเข้าข่ายโรคอ้วน ดังนั้นเด็กบางคนที่พ่อแม่รู้สึกว่า “ยังดูไม่อ้วนมาก” อาจเริ่มมีความเสี่ยงแล้วหากดูจากแนวโน้มการเติบโต อีกจุดที่ควรสังเกตคือ น้ำหนักที่ขึ้นเร็วต่อเนื่อง เสื้อผ้าคับเร็วขึ้น รอบเอวชัดขึ้น เหนื่อยง่ายกว่าปกติ […]

สำรวจ โรคเด็กและอาการทั่วไป

โรคเด็กและอาการทั่วไป

ผื่น เด็ก สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา

ผื่น เด็ก หรือผื่นคันบนผิวหนังเด็ก มักเกิดในทารกและเด็กเล็ก เนื่องจากผิวของเด็กยังบอบบาง ไม่แข็งแรง และระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์เหมือนของผู้ใหญ่ เด็กจึงอาจเกิดผดผื่นได้บ่อยครั้ง ผื่นในเด็กอาจเกิดจากการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ฝุ่นควัน ความร้อนจากแสงแดด แมลงกัดต่อย รวมไปถึงการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย โดยทั่วไป ผื่นในเด็กสามารถหายได้เองหรือบรรเทาได้ด้วยการใช้ยาลดอาการคันและระคายเคือง แต่หากดูแลเบื้องต้นและใช้ยารักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรพาเด็กไปพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาอย่างตรงจุด [embed-health-tool-vaccination-tool] สาเหตุที่ทำให้เกิด ผื่น เด็ก สาเหตุที่ทำให้เกิด ผื่น เด็ก อาจมีดังนี้ ติดเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค เชื้อรา เช่น แคนดิดา (Candida infection) เชื้อไวรัสมากมายหลายชนิด เช่น วาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella zoster virus) แมลงกัดต่อย เช่น มด ยุง สัมผัสสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้ผิวหนังระคายเคือง เช่น เกสรดอกไม้ สารเคมี อาหาร เผชิญสภาพอากาศร้อน จนทำให้ต่อมเหงื่ออุดตัน ส่งผลให้เกิดผดผื่น แพ้ยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาต้านการอักเสบ รวมไปถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรค หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ก็อาจส่งผลให้เด็กเสี่ยงเกิดโรคนี้ได้มากขึ้นเช่นกัน ประเภทของ ผื่น เด็ก […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

ลูกตัวร้อน ไข้ไม่ลด ควรรับมืออย่างไรบ้าง

ลูกไม่สบายหรือมีไข้อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด หากพบว่า ลูกตัวร้อน ไข้ไม่ลด ควรดูแลเบื้องต้นที่บ้านด้วยการเช็ดตัวเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย ดื่มน้ำและพักผ่อนให้มาก ๆ หรือบางรายอาจต้องใช้ยาลดไข้ตามคำสั่งแพทย์ วิธีเหล่านี้มักช่วยให้ลูกหายไข้ได้ภายใน 5-7 วัน แต่หากมีอาการต่อเนื่องหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบคุณหมอทันที [embed-health-tool-vaccination-tool] สาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นไข้ โดยทั่วไป อุณหภูมิของเด็กเล็กและเด็กโตจะอยู่ที่ประมาณ 36.4 องศาเซลเซียส หากพบว่าลูกมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 38 องศาเซลเซียส สัมผัสหน้าผากหรือแผ่นหลังแล้วรู้สึกว่าลูกตัวร้อนผ่าว มีเหงื่อออกเยอะ ดูเซื่องซึมกว่าปกติ แสดงว่าลูกกำลังมีไข้ ซึ่งเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายต่อการติดเชื้อ เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะเพิ่มอุณหภูมิเพื่อทำให้เชื้อโรคที่ก่อให้เกิดการติดเชื้ออยู่รอดได้ยากขึ้น การดูแลเบื้องต้นที่เหมาะสม อาจทำให้อาการไข้ของลูกหายไปเองภายใน 3-4 วัน ภาวะที่อาจทำให้ลูกเป็นไข้ เช่น โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (Respiratory tract infections หรือ RTI) เช่น โรคหวัด โรคปอดอักเสบ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย อาจทำให้เด็กมีไข้สูงหรือต่ำตามชนิดของเชื้อ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ โรคหูติดเชื้อในเด็ก เป็นโรคที่พบมากในเด็กทารกและเด็กเล็ก เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในหู อาจทำให้เกิดอาการไข้ร่วมด้วย โรคส่าไข้หรือหัดกุหลาบ […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

5 โรคในเด็ก ที่พบบ่อย วิธีการรักษาและการป้องกัน

โรคในเด็ก ที่พบได้บ่อยอาจมีหลายโรค ไม่ว่าจะเป็น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคอีสุกอีใส โรคปอดอักเสบ ที่อาจส่งผลให้เด็ก ๆ เจ็บป่วย และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ โรคในเด็ก เพื่อคอยสังเกตอาการผิดปกติและพาเด็ก ๆ เข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันไม่ให้เกิดอาการรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตของเด็ก [embed-health-tool-vaccination-tool] 5 โรคในเด็ก ที่พบบ่อย โรคในเด็ก ที่พบได้บ่อย มีดังนี้ 1. โรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้หวัดใหญ่ มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส 3 ชนิด คือ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A และ B ที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยและแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง และไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด C ที่อาจไม่แสดงอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง และไม่แพร่ระบาด เด็ก ๆ อาจได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ผ่านการไอ การจาม หรือการสัมผัสกับสิ่งรอบตัวที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคจากละอองสารคัดหลั่ง เช่น ลูกบิดประตู ของเล่น ปากกา ดินสอ หลังจากได้รับเชื้ออาจเริ่มมีอาการภายในประมาณ 5-7 วัน โดยสังเกตอาการของไข้หวัดใหญ่ในเด็ก ได้ดังนี้ มีไข้สูงกว่า 39.4-40.5 องศาเซลเซียส มีอาการจามและไออย่างรุนแรง เจ็บคอ น้ำมูกไหลและคัดจมูก […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยของเด็กวัยเรียน ที่พ่อแม่ควรระวัง

ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยของเด็กวัยเรียน เป็นปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางด้านร่างกายและสติปัญญา เพราะเมื่อเกิดปัญหาสุขภาพ ร่างกายของเด็กก็จะอ่อนแอ เกิดความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย จนไม่สามารถเรียนหรือออกไปวิ่งเล่นได้ตามปกติ รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ จนทำให้เด็กเกิดความรู้สึกเศร้าและโดดเดี่ยว ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยของเด็กวัยเรียน มีอะไรบ้าง ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยของเด็กวัยเรียน อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อไวรัส ซึ่งติดต่อจากคนสู่คน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรทราบถึงสาเหตุของการเกิดโรคและวิธีรับมือเมื่อลูกเกิดความเจ็บป่วย ดังนี้ การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเป็นส่วนใหญ่ แต่อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียได้เช่นกัน พบได้บ่อยในเด็กวัยเรียน สามารถแพร่กระจายได้จากการไอหรือจาม ซึ่งมักทำให้เด็กมีอาการมีไข้ หนาวสั่น คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ คอบวมแดง ไอ จาม ปวดเมื่อยตามตัว เหนื่อยล้า เบื่ออาหาร และปวดท้อง การรักษา โดยทั่วไปสามารถทำได้ด้วยการให้เด็กนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ และกินยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการ เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) พาราเซตามอล ยาแก้เจ็บคอ ยาฆ่าเชื้อ โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อปรสิต จากการเป็นหวัดหรือมีอาการในระบบทางเดินหายใจนำมาก่อน รวมถึงการรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อก่อโรค จนทำให้กระเพาะและลำไส้อักเสบ […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

ไอมีเสมหะ ไม่มีไข้ ในเด็ก เกิดจากสาเหตุอะไร

ไอมีเสมหะ ไม่มีไข้ ในเด็ก มีสาเหตุจากอาการระคายเคืองในลำคอหรือการสูดดมสิ่งแปลกปลอมเข้าไป จนทำให้เกิดอาการสำลักและไอออกมา หรืออาจมีสาเหตุจากการติดเชื้อโรคในระบบทางเดินหายใจ ส่งผลให้ร่างกายขับเมือกหรือสารคัดหลั่งออกมามากขึ้น จนเกิดอาการไอมีเสมหะ โดยปกติอาการไอที่เกิดจากการติดเชื้อมักมีไข้ร่วมด้วย แต่ในบางกรณี อาการไออาจเกิดขึ้นเป็นเวลานานแม้ว่าไข้จะหายดีแล้ว จึงยังอาจทำให้เด็กไอมีเสมหะ แต่ไม่มีไข้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรพาเด็กเข้าพบคุณหมอหากอาการไอไม่ดีขึ้นหลังจากผ่านไปหลายสัปดาห์ [embed-health-tool-vaccination-tool] ไอมีเสมหะ ไม่มีไข้ เกิดจากอะไร ไอมีเสมหะ ไม่มีไข้ อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ การระคายเคืองในลำคอหรือระบบทางเดินหายใจ สภาพแวดล้อมอาจมีสารระคายเคืองที่อาจทำให้เกิดอาการไอได้ เช่น ควัน ฝุ่นละออง มลภาวะในอากาศ ซึ่งอาจทำให้ระบบทางเดินหายใจระคายเคือง ส่งผลให้ร่างกายผลิตเสมหะที่มากขึ้น จนเกิดอาการไอมีเสมหะและระคายคอ การรักษา อาการไอมีเสมหะจากสาเหตุดังกล่าว คุณพ่อคุณแม่อาจล้างจมูกให้เด็กด้วยการใช้หลอดฉีดยาดูดน้ำเกลือและฉีดเข้าไปในจมูก เพื่อให้น้ำเกลือเข้าไปล้างสิ่งสกปรกรวมถึงเมือกในจมูก ซึ่งอาจช่วยให้เด็กหายใจโล่งขึ้นและบรรเทาอาการไอมีเสมหะได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในพื้นที่ที่มีความแออัด มีฝุ่นควันหรือมลภาวะทางอากาศ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ เสมหะในคอ โดยปกติร่างกายจะผลิตเสมหะตามธรรมชาติ ซึ่งอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อที่ก่อให้เกิดโรค แต่ในบางกรณี หากร่างกายผลิตเมือกหลังโพรงไซนัสมากเกินไปอาจทำให้เมือกไหลลงไปด้านหลังคอ จนทำให้มีอาการระคายคอ ไอมีเสมหะ เจ็บคอ คลื่นไส้ หรือมีกลิ่นปากได้ การรักษา เพื่อช่วยบรรเทาอาการเสมหะในลำคออาจทำได้ด้วยการดื่มน้ำมากขึ้นประมาณ 2-3 ลิตร/วัน หรืออาจใช้เครื่องทำความชื้นภายในบ้านเพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นในลำคอ นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถล้างจมูกให้เด็ก ด้วยการใช้หลอดฉีดยาฉีดน้ำเกลือเข้าทางจมูก เพื่อล้างเมือกและสิ่งสกปรกภายในจมูก ซึ่งอาจช่วยลดปริมาณเสมหะและทำให้เด็กหายใจสบายขึ้น การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เป็นการติดเชื้อในส่วนต่าง […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

ไข้แดด เด็ก อาการ สาเหตุ และการรักษา

อาการของ ไข้แดด เด็ก มักเกิดขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด มีแดดจัด หรืออุณภูมิที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ซึ่งอาการของไข้แดดอาจเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่อาจพบได้บ่อยในเด็ก เนื่องจาก สภาพร่างกายของเด็กยังไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ทำให้ร่างกายสะสมความร้อนไว้ในร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะภายในร้อนตาม จนอาจทำให้เด็กมีอาการไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว ตัวร้อน อ่อนเพลีย ปวดหัว กระหายน้ำ เหงื่อออกมากและผิวแดง [embed-health-tool-vaccination-tool] คำจำกัดความ อาการของ ไข้แดด เด็ก คืออะไร อาการของ ไข้แดด เด็ก คือ อาการไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว ตัวร้อน อ่อนเพลีย ปวดหัว กระหายน้ำ เหงื่อออกมากและผิวแดง ซึ่งเป็นอาการที่มักเกิดขึ้นในเด็ก เนื่องจาก ระบบประสาทส่วนกลางซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ จนอาจทำให้เด็กมีอาการไข้แดดได้ง่ายเมื่ออยู่ในสภาพอากาศร้อน มีแดดจัดหรืออยู่ในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก นอกจากนี้ เด็กเป็นช่วงวัยที่ต้องการออกไปเรียนรู้ เล่นสนุก และใช้พละกำลังในการขยับร่างกายมาก จึงอาจทำให้อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะหากต้องเล่นอยู่ในสภาพอากาศร้อนจัด มีแดดจัด ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการของไข้แดดได้เช่นกัน อาการ อาการของไข้แดด อาการของไข้แดดมักเกิดจากการสัมผัสกับความร้อนหรือแสงแดดจัดเป็นเวลานาน จนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและขาดน้ำ โดยอาการที่พบได้บ่อย อาจมีดังนี้ รู้สึกกระหายน้ำมากขึ้น คลื่นไส้หรืออาเจียน อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ เป็นลม ปวดหัว หงุดหงิด […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

ร้อนในที่เหงือก ในเด็ก อาการและวิธีดูแล

ร้อนในที่เหงือก ในเด็ก อาการและวิธีดูแล ร้อนในที่เหงือก คือภาวะที่มีแผลเปิดบริเวณเหงือก หรือบางครั้ง อาจแผลร้อนในที่บริเวณอื่นภายในช่องปากได้ เช่น กระพุ้งแก้ม เพดานอ่อน ริมฝีปาก แผลร้อนในมักมีลักษณะเป็นแผลขนาดเล็ก สีขาวและอาจบวมแดง ภาวะร้อนในที่เหงือกอาจเกิดจากการดื่มน้ำน้อย พันธุกรรม การติดเชื้อไวรัส การแพ้อาหารบางชนิด โรคประจำตัวบางอย่าง เป็นต้น ภาวะนี้สามารถเกิดได้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่มักพบบ่อยในเด็ก โดยปกติแล้ว ภาวะร้อนในที่เหงือกสามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ และอาจบรรเทาได้ด้วยการใช้ยา เช่น ยาลดกรด ยาป้ายแผลในปาก ร่วมกับการดูแลตัวเองเบื้องต้น เช่น การดื่มน้ำเยอะ ๆ การงดรับประทานอาหารรสจัด พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาสุขภาพช่องปาก แต่หากร้อนในที่เหงือกเรื้อรังและมีอาการนานเกิน 3 สัปดาห์ ควรพาเด็กไปพบคุณหมอเพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสม อาการของ ร้อนในที่เหงือก อาการที่เป็นสัญญาณว่าเด็กเป็นร้อนในที่เหงือก อาจมีดังนี้ มีแผลพุพองเล็ก ๆ บริเวณเหงือก ตรงกลางแผลเป็นสีขาว ขอบแผลเป็นสีแดง แผลมักมีขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตร แต่บางครั้งก็อาจเป็นแผลลึกและกว้างได้ มีปัญหาในการเคี้ยวอาหารหรือแปรงฟัน รับประทานอาหารได้น้อยลง ในเด็กเล็กอาจมีน้ำลายยืด ไม่ยอมกลืนน้ำลาย หายใจทางปากบ่อยขึ้น […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

เมื่อลูกเป็น อีสุกอีใส ควรดูแลอย่างไร

อีสุกอีใส เป็นโรคติดเชื้อไวรัสบริเวณผิวหนังที่พบสามารถพบได้ในคนทุกวัย แต่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก อาจทำให้เกิดผื่น บวมแดง มีตุ่มน้ำพองทั่วร่างกาย ทั้งใบหน้าและลำตัว และอาจมีอาการคันร่วมด้วย อาการคันมักรุนแรงและอาจทำให้ลูกรู้สึกไม่สบายตัวเป็นอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูก หากลูกมีไข้ เบื่ออาหาร และมีตุ่มน้ำเล็ก ๆ จำนวนมากขึ้นบนผิวหนัง อาจเป็นสัญญาณของโรคอีสุกอีใส ควรรีบพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน และควรแยกตัวลูกให้ห่างจากเด็กคนอื่น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค อีสุกอีใส คืออะไร อีสุกอีใส (Chickenpox) คือ โรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus) ซึ่งเป็นเชื้อที่แพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสเชื้อโดยตรงและการหายใจเอาละอองฝอยที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย ตุ่มน้ำพองที่เกิดจากการติดเชื้ออีสุกอีใสจะเริ่มขึ้นบนผิวหนังหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 10-21 วัน โดยระยะที่สามารถแพร่เชื้อได้ไวที่สุดอยู่ในช่วง 1-2 วันก่อนตุ่มน้ำจะขึ้นบนร่างกาย และจะหมดระยะแพร่เชื้อหลังจากที่แผลแห้งและตกสะเก็ดแล้ว เด็กที่สุขภาพดีมักจะมีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายจากอีสุกอีใสได้ภายใน 5-10 วัน แต่ในรายที่มีอาการรุนแรง ผื่นคันอาจลามไปทั่วร่างกาย หลังแผลแห้งและตกสะเก็ดอาจเกิดรอยโรคบริเวณลำคอ ดวงตา เนื้อเยื่อท่อปัสสาวะ ทวารหนัก ไปจนถึงบริเวณช่องคลอด อีสุกอีใส อันตรายหรือไม่ ส่วนใหญ่แล้ว อีสุกอีใสไม่เป็นอันตรายและสามารถหายได้เองภายในเวลาไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม เชื้อไวรัสที่ส่งผลให้เกิดอีสุกอีใสจะไม่ได้หายไปเลย แต่จะซ่อนตัวอยู่ในปมประสาท ผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใสจึงเสี่ยงเกิดโรคงูสวัด (Shingles) ซึ่งเกิดจากไวรัสชนิดเดียวกันได้ในอนาคต หากอยู่ในช่วงที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เชื้อที่ซ่อนตัวอยู่ตามปมประสาทใต้ผิวหนังจะแบ่งตัว เพิ่มจำนวน […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

เด็กนอนกัดฟัน สามารถแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

เด็กนอนกัดฟัน เป็นภาวะที่เด็กขบฟันกรามซี่บนเข้ากับซี่ล่างในขณะนอนหลับเป็นประจำ จนเกิดเสียงดัง และอาจทำให้ฟันสึกและมีอาการปวดฟันและกรามตามมาได้ เด็กอาจเริ่มนอนกัดฟันตั้งแต่ช่วงที่ฟันแท้เริ่มขึ้นหรือตอนอายุประมาณ 6 ขวบ คุณพ่อคุณแม่อาจได้ยินเสียงฟันกรามกระทบหรือขบกันเมื่อเด็กนอนหลับในเวลากลางคืน หรือสังเกตเห็นความผิดปกติของฟัน เช่น ฟันแตก ฟันบิ่น หากพบว่าการนอนกัดฟันส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือกังวลว่าฟันหรือสุขภาพช่องปากของเด็กจะมีปัญหา ควรพาเด็กไปพบทันตแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการ สาเหตุ และรับการรักษาที่เหมาะสม เด็กนอนกัดฟันเกิดจากอะไร สาเหตุที่ทำให้เด็กนอนกัดฟัน อาจมีดังนี้ ปัญหาสุขภาพฟัน การมีฟันขึ้นซ้อนเก ฟันห่าง ความสูงของฟันผิดปกติ รวมไปถึงการติดเครื่องมือจัดฟันภายในช่องปาก อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กนอนกัดฟันได้ ยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยาในกลุ่มยาต้านเศร้าเอสเอสอาร์ไอ (Selective serotonin reuptake inhibitors หรือ SSRIs) ที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล เป็นต้น ยาในกลุ่มนี้จะไปปรับระดับสารเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งอาจส่งผลต่อพฤติกรรมในขณะนอนหลับได้ พันธุกรรม เด็กที่นอนกัดฟันอาจมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรม หากสมาชิกในครอบครัวมีประวัตินอนกัดฟัน ก็อาจทำให้เด็กมีอาการนี้ได้เช่นกัน ความเครียดในชีวิตประจำวัน เมื่อเครียดหรือวิตกกังวล ร่างกายจะหลั่งสารอะดรีนาลีนและคอร์ติซอลออกมามาก ส่งผลให้กล้ามเนื้อหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจเป็นเหตุที่ทำให้เด็กนอนกัดฟันได้ ปัญหาด้านการนอนหลับ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ภาวะต่อมอะดีนอยด์โต ภาวะหายใจทางปากขณะหลับ อาจส่งผลให้เด็กนอนกัดฟันได้ ปัญหาด้านสุขภาพร่างกายอื่น […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

วิธีรับมือเมื่อลูกลิ้นเป็นร้อนใน

ลิ้นเป็นร้อนใน คือ ภาวะที่มีแผลเปื่อยขนาดเล็กเกิดขึ้นบริเวณลิ้น ลิ้นบวมแดง หรือเป็นสีขาว รวมทั้งบนเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณอื่นภายในช่องปากได้ด้วย ทั้งริมฝีปากด้านใน กระพุ้งแก้ม เพดานปาก เหงือก หรือลิ้น เมื่อลิ้นเป็นร้อนในมักทำให้รู้สึกเจ็บหรือแสบ ภาวะนี้พบได้ทั่วไปในคนทุกเพศทุกวัย แต่อาจพบบ่อยในเด็ก เมื่อลูกเป็นร้อนใน คุณพ่อคุณแม่ควรบรรเทาอาการด้วยการให้ลูกดื่มน้ำมาก ๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เป็นต้น โดยทั่วไป ภาวะร้อนในไม่เป็นอันตราย ไม่ติดต่อไปยังบุคคลอื่น และสามารถหายเองได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากมีอาการรุนแรงขึ้น หรืออาการไม่หายไปภายใน 3 สัปดาห์ ควรพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อเข้ารับการรักษาและวินิจฉัยอาการเพิ่มเติม [embed-health-tool-vaccination-tool] ลิ้นเป็นร้อนใน เกิดจากอะไร สาเหตุที่ทำให้ลิ้นเป็นร้อนในยังไม่แน่ชัดนัก แต่สันนิษฐานว่าอาจเกิดได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้ เกิดจากการทำทันตกรรม การแปรงฟันรุนแรงเกินไป การเผลอกัดลิ้น เป็นต้น ติดเชื้อโรคเอชไพโลไร (Helicobacter pylori หรือ H. pylori) ที่เป็นเชื้อเดียวกับแบคทีเรียที่อยู่ในกระเพาะอาหาร ทำให้ลิ้นอักเสบ ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อเซลล์ปกติภายในช่องปากแทนการโจมตีเชื้อโรคแปลกปลอมอย่างไวรัสและแบคทีเรีย ใช้ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสารโซเดียมลอริลซัลเฟต (Sodium Lauryl Sulfate) ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดฟอง แต่มีฤทธิ์ค่อนข้างแรง อาจทำให้เนื้อเยื่อในปากระคายเคืองและทำให้เป็นแผลที่ลิ้นได้ ขาดสารอาหารบางชนิด เช่น วิตามินบี […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!





ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน