home

การตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ อาจเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกปลื้มปิติ ยินดี ตื่นเต้น และความกังวลใจ นับตั้งแต่เริ่มเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์ ไปจนถึง ช่วงเวลาหลังคลอด แต่การเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม อาจจะช่วยลดทอนความกังวลเหล่านั้นลงไปได้ มาเรียนรู้เกี่ยวกับ การเตรียมตัวก่อนเป็นคุณพ่อคุณแม่ และการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย ได้ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

การตั้งครรภ์

ป้องกันภาวะคลอดยาก ในคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างไรดี? คุณเคยมีคำถามนี้เกิดขึ้นกับตัวเองบ้างหรือเปล่า สำหรับ ภาวะคลอดยาก เป็นสิ่งที่สร้างความยากลำบากให้กับคุณแม่เมื่อถึงเวลาคลอด ทั้งสร้างความเจ็บปวดและใช้ระยะเวลาในห้องคลอดเป็นเวลานาน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นกับคุณ มาเรียนรู้วิธี ป้องกันภาวะคลอดยาก กันได้ที่นี่เลย [embed-health-tool-due-date] ภาวะคลอดยาก โดยปกติ เมื่อถึงเวลาของการคลอดทารกในครรภ์จะหันหัวเข้าอุ้งเชิงกราน เพื่อเตรียมพร้อมคลอด แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิด ภาวะคลอดยาก เกิดขึ้น คือ ทารกมีขนาดตัวใหญ่ คลอดก่อนกำหนด มดลูกมีความผิดปกติ หรือมีเนื้องอก คุณแม่เป็นโรคอ้วน คุณแม่มีโรคเบาหวาน ปัจจัยเหล่านี้ อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิด ภาวะคลอดยาก ดังนั้น หากมีวิธี ป้องกันภาวะคลอดยาก ไม่ให้เกิดขึ้น ก็จะทำให้คุณแม่และลูกน้อยรู้สึกสบาย ลดปัญหาอื่น ๆ ที่อาจตามมาในขณะคลอดได้ ป้องกันภาวะคลอดยาก สำหรับคุณแ่ตั้งครรภ์ที่กลัวจะเกิด ภาวะคลอดยาก ควรดูแลตัวเองดังนี้ การฝากครรภ์ การฝากครรภ์เป็นการดูแลครรภ์ของคุณโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ คุณหมอจะทำการนัดหมายคุณเพื่อมาตรวจครรภ์เป็นระยะ เพื่อดูสุขภาพโดยรวมของคุณแม่และทารกในครรภ์ ดังนี้ ตรวจสุขภาพของคุณแม่และทารก คุณหมอจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่คุณเพื่อการดูแลครรภ์ให้แข็งแรง รวมถึงคำแนะนำในการกินอาหารและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพขณะตั้งครรภ์ คุณหมอแนะนำทางเลือกในการดูแลระหว่างตั้งครรภ์ รวมทั้งการคลอด ได้รับอัลตราซาวด์เพื่อดูทารกในครรภ์ ตรวจคัดกรองอาการบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นในทารกอย่าง ดาวน์ซินโดรม (Down's Syndrome) ตรวจเลือดเพื่อหาโรคซิฟิลิส เอชไอวี และไวรัสตับอักเสบบี ตรวจคัดกรองเซลล์เคียวและธาลัสซีเมีย เมื่อฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล คุณจะได้รับการดูแลครรภ์ รวมถึงดูแลลูกน้อยในครรภ์อย่างใกล้ชิดจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ ควบคุมการรับประทานอาหาร คุณแม่ตั้งครรภ์ควรควบคุมการรับประทานอาหาร เนื่องจากถ้ารับประทานอาหารมากเกินความจำเป็นจะส่งผลต่อน้ำหนักตัว […]

หัวข้อ การตั้งครรภ์ เพิ่มเติม

ไตรมาสที่ 3

การดูแลสุขภาพคนท้องไตรมาสที่สาม หรือช่วงก่อนคลอด ถือเป็นส่วนสำคัญของการตั้งครรภ์ เพราะในช่วงนี้ คือ ช่วงสุดท้ายที่ทารกจะลืมตาดูโลกในอีกไม่ช้า การกระทบกระเทือนของคุณแม่เพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อทารกได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว เพื่อให้เข้าใจ การดูแลสุขภาพคนท้องไตรมาสที่สาม ได้อย่างถูกต้องมากขึ้น ห้ามพลาดบทความนี้ [embed-health-tool-due-date] การดูแลสุขภาพคนท้องไตรมาสที่สาม ช่วงไตรมาสที่สามเริ่มต้นสัปดาห์ที่ 28 ถึงสิ้นสุดการตั้งครรภ์ ทารกยังคงเติบโตและเริ่มขยับร่างกายมากขึ้น ภายใน 35-36 สัปดาห์ ทารกจะอยู่ในท่ากลับหัวเพื่อพร้อมคลอด การเข้าพบคุณหมอจึงเป็นเรื่องดีในการตรวจเช็คตำแหน่งที่ถูกต้องของทารก ตรวจสุขภาพเป็นประจำ การตรวจสุขภาพครรภ์ในช่วงไตรมาสที่สามคุณหมอจะตรวจสอบอาการของคุณว่าเป็นอย่างไร รวมถึงการหดตัวของมดลูกและตรวจสอบว่ามีเลือดออกมาหรือไม่ ตรวจสอบความดันโลหิตและน้ำหนักตัวของคุณ รวมไปถึงการเต้นของหัวใจและการเคลื่อนไหวของทารก ตรวจอุ้งเชิงกรานเพื่อดูว่าปากมดลูกของคุณขยายตัวได้หรือไม่ คุณหมอจะแนะนำให้คุณตรวจสอบความเคลื่อนไหวของทารกอยู่ตลอดในทุก ๆ วัน ในบางคนคุณหมอจะแนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคในช่วง 27-36 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่และบาดทะยัก วัคซีนป้องกันโรคคอตีบและไอกรน ตรวจคัดกรองกลุ่ม บี สเตรปโทคอกคัส (Group B Streptococcus หรือ GBS) กลุ่ม บี สเตรปโทคอกคัส (Group B Streptococcus หรือ GBS) เป็นแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไปในลำไส้หรืออวัยวะเพศส่วนล่าง ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใหญ่ แต่ทารกที่สัมผัสกับเชื้อดังกล่าวอาจป่วยหนักได้ คุณหมอจะทำการตรวจบริเวณช่องคลอดและทวารหนักของคุณ หากตรวจแล้วพบว่าคุณมีเชื้อแบคทีเรียคุณหมอจะสั่งยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำระหว่างคลอด เพราะยาปฏิชีวนะจะช่วยป้องกันทารกจากแบคทีเรียกลุ่ม บี สเตรปโทคอกคัส (Group […]

ไตรมาสที่ 3

อาการคนท้องไตรมาสที่สาม เป็นระยะที่สามารถบอกคุณได้ว่าลูกของคุณพร้อมที่จะลืมตาดูโลกแล้ว แต่แน่นอนอาการที่แสดงออกทางร่างกายอาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัวเท่าไรนัก เพื่อเข้าใจ อาการคนท้องไตรมาสที่สาม มาอ่านบทความนี้เพื่อที่คุณจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับอาการเหล่านั้น [embed-health-tool-due-date] อาการคนท้องไตรมาสที่สาม ไตรมาสที่สามเป็นช่วงสุดท้ายของการตั้งครรภ์ คุณอาจมีปัญหาทางด้านอารมณ์ ขนาดหน้าท้องที่ขยายใหญ่ขึ้น และตำแหน่งของทารกในครรภ์ที่พร้อมจะลืมตาดูโลก เหล่านี้อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัว ดังนั้น ในช่วงไตรมาสที่สามเป็นช่วงแห่งการเตรียมตัว พยายามมองโลกในแง่ดี ทำจิตใจให้สบายเข้าไว้ เพราะในไม่ช้าลูกน้อยจะออกมาอยู่ในอ้อมอกของคุณแล้ว คุณจะรู้สึกได้ถึงอาการคนท้องไตรมาสที่สามชัดเจนขึ้น เพราะขนาดของทารกที่เติบโตในครรภ์ และภาวะอื่น ๆ ที่ส่งผลต่ออาการ ดังนี้ มดลูกหดตัว หรือเรียกว่า "Braxton Hicks contractions" คุณอาจรู้สึกถึงการหดตัวของมดลูกซึ่งอาจเกิดขึ้นบ่อยในบางคนหรืออาจเกิดขึ้นในบางช่วงเวลา เช่น เกิดขึ้นตอนบ่ายหรือตอนเย็น หลังออกกำลังกาย หลังมีเพศสัมพันธ์ หรือหลังจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ และเมื่อคุณใกล้กำหนดคลอด มดลูกจะเริ่มหดตัวมากขึ้นและบ่อยขึ้น ปวดหลัง ฮอร์โมนการตั้งครรภ์จะเข้าไปคลายเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ยึดติดกับกระดูก โดยเฉพาะบริเวณอุ้งเชิงกราน จึงทำให้คุณมีอาการปวดหลังเวลานั่ง เพื่อช่วยบรรเทาอาการให้เลือกเก้าอี้ที่รองรับหลังส่วนล่าง สวมรองเท้าส้นเตี้ยที่สามารถรองรับเท้าของคุณได้ดี และออกกำลังกายเพื่อเตรียมความพร้อมในการคลอด หายใจถี่ ช่วงไตรมาสที่สามคุณอาจเป็นลมได้ง่าย ฝึกใช้ท่าทางที่เหมาะสม เพื่อให้ปอดมีพื้นที่ขยายได้มากขึ้น กรดไหลย้อน ฮอร์โมนตั้งครรภ์ส่งผลต่อลิ้นเปิด-ปิดระหว่างกระเพาะอาหารและหลอดอาหาร ส่งผลทำให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนเข้าสู่หลอดอาหารได้ ทำให้เกิดอาการเสียดท้อง เพื่อป้องกันอาการกรดไหลย้อน ควรรับประทานอาหารมื้อเล็กบ่อย ๆ  หลีกเลี่ยงอาหารทอด ผลไม้รสเปรี้ยว ช็อคโกแลต และอาหารรสเผ็ด หลอดเลือดดำฝอย เส้นเลือดขอด และริดสีดวงทวาร การไหลเวียนโลหิตที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้เส้นเลือดดำขึ้นบนใบหน้า คอ แขน โดยปกติหลังคลอดเส้นเลือดดำฝอยเหล่านี้จะจางหายไป บางคนอาจมีเส้นเลือดขอดขึ้นที่ขา […]

ไตรมาสที่ 1

การดูแลสุขภาพคนท้องไตรมาสแรก เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเช่นกัน ไม่เพียงแต่ต้องใส่ใจดูแลลูกน้อยในครรภ์ แต่ตัวคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ก็ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะสุขภาพร่างกายโดยรวมของคุณแม่อาจส่งผลต่อสุขภาพของลูกน้อยในระยะยาวได้ เพื่อเรียนรู้ การดูแลสุขภาพคนท้องไตรมาสแรก ลองมาอ่านบทความนี้เพื่อทำความเข้าใจเคล็ดลับดี ๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วง  2-3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ทั้งคุณแม่และลูกน้อยในช่วงไตรมาสแรก สำหรับคุณแม่อาจมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหลายส่วน เช่น เต้านมอ่อนไหวง่าย เหนื่อยล้า คลื่นไส้ อารมณ์แปรปรวนง่าย อาการแพ้ท้อง เหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของคุณแม่หลายคน การดูแลสุขภาพคนท้องช่วงไตรมาสแรก จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจ การดูแลสุขภาพคนท้องไตรมาสแรก ทันทีที่คุณรู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์ควรปฏิบัติตามวิธี การดูแลสุขภาพคนท้องไตรมาสแรก ดังนี้ ตรวจร่างกาย เข้าพบคุณหมอเพื่อตรวจร่างกาย โดยคุณหมอจะตรวจความดันโลหิต น้ำหนักและส่วนสูง ค่าดัชนีมวลกายเพื่อกำหนดน้ำหนักที่เหมาะสมต่อการตั้งครรภ์ รวมถึงอาจตรวจเต้านม ตรวจอุ้งเชิงกราน ตรวจคัดกรองหัวใจ ปอด ต่อมไทรอยด์ และอาจตรวจเพื่อหามะเร็งปากมดลูก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวมของคุณแม่ด้วยเช่นกัน ตรวจกรุ๊ปเลือด เพื่อตรวจสอบสถานะ Rh ของเลือด หากทั้งแม่และพ่อมีสถานะ Rh positive การตั้งครรภ์จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ วัดค่าฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) เพื่อให้แน่ใจว่าระดับฮีโมโกลบินไม่ต่ำจนเกินไปเพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคโลหิตจาง ซึ่งภาวะโลหิตจางอาจทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้ามากและอาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ ตรวจภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อบางชนิด เช่น โรคหัดเยอรมันและโรคอีสุกอีใส ตรวจการติดเชื้ออื่น ๆ คุณหมอจะแนะนำให้ตรวจเลือดเพื่อหาการติกเชื้อ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี […]

ไตรมาสที่ 1

อาการคนท้องไตรมาสแรก เป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังตั้งครรภ์โดยแต่ละอาการอาจเกิดขึ้นกับคุณหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ เพื่อให้คุณแน่ใจถึง อาการคนท้องไตรมาสแรก ลองมาเช็กสัญญาณอาการเหล่านี้ที่อาจกำลังเกิดขึ้นกับคุณ เพื่อให้คุณรู้ตัวทันจะได้ดูแลเจ้าตัวน้อยได้อยากดีที่สุด [embed-health-tool-due-date] อาการคนท้องไตรมาสแรก เป็นอย่างไร แม้ว่า อาการคนท้อง อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่สัญญาณแรกที่บอกว่าคุณกำลังตั้งครรภ์คือ รอบประจำเดือนที่ขาดหายไป โดยในช่วง 2 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์คุณอาจมีเลือดออกเป็นจุดเล็ก ๆ หรือเรียกว่า เลือดล้างหน้าเด็ก นอกจากนี้ อาการคนท้อง ช่วงไตรมาสแรก ยังอาจมีดังต่อไปนี้ เต้านมบวมและกดเจ็บ ในช่วง ไตรมาสแรก เมื่อไข่ได้รับการปฏิสนธิ ฮอร์โมนในร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้หน้าอกของคุณไวต่อความรู้สึกมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังอาจมีอาการเจ็บ หรือรู้สึกไม่สบายตัวในบริเวณเต้านมอีกด้วย อาการเหล่านี้จะลดลงเมื่อผ่านไป 2-3 สัปดาห์ เนื่องจากร่างกายมีการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รู้สึกคลื่นไส้ เมื่อคุณตั้งครรภ์เป็นระยะเวลาหนึ่ง ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้คุณเกิดอาการแพ้ท้องตามมา ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน คุณสามารถจัดการกับ อาการคนท้อง เหล่านี้ได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ อย่าปล่อยให้ท้องว่าง กินช้า ๆ ในปริมาณน้อย ๆ ทุก 1-2 ชั่วโมง เลือกอาหารที่มีไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารหรือกลิ่นที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ดื่มน้ำปริมาณมาก ๆ เลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบขิง อาจช่วยให้อาการคลื่นไส้ดีขึ้น ปัสสาวะบ่อยครั้ง ปริมาณเลือดในร่างกายเพิ่มขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้ไตนำของเหลวส่วนเกินทั้งหมดเปลี่ยนเป็นปัสสาวะ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณปัสสาวะบ่อยขึ้น ความเหนื่อยล้า ระดับของฮอร์โมนโปนเจสเตอโรน (Hormone Progesterone) […]

ไตรมาสที่ 2

เรื่องของ การดูแลสุขภาพคนท้องไตรมาสที่สอง ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเหล่าคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะทุกช่วงของการตั้งครรภ์ย่อมมีความสำคัญต่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ ซึ่งในช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์นี้เป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาทั้งของคุณแม่และทารกในครรภ์ ลองมาดูกันว่า วิธีดูแลสุขภาพของคนท้องในไตรมาสที่สองจะมีอะไรบ้าง ติดตามกันในบทความนี้ [embed-health-tool-due-date] การดูแลสุขภาพคนท้องไตรมาสที่สอง ช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์เป็นจุดเปลี่ยนหลายอย่างของคุณแม่และทารกในครรภ์ จะมีการปรับตัวทำให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้น ส่วนทารกในครรภ์ช่วงนี้จะเปนช่วงของการพัฒนาอวัยวะและระบบทั้งหมดในร่างกาย รวมถึงขนาดและน้ำหนักของทารกที่จะเพิ่มขึ้น สายสะดือจะค่อย ๆ หนาขึ้น เพื่อใช้ในการลำเลียงอาหารไปยังทารกในครรภ์ บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน แน่นอนว่า อาการแพ้ท้องยังคงเกิดขึ้นอยู่กับคุณแม่บางคน เพื่อไม่ให้อาการคลื่นไส้อาเจียนรบกวนการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ สามรรถบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้ดังนี้ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน กลิ่นของกาแฟ เครื่องดื่ม หรือกลิ่นของอาหารบางชนิดอาจส่งผลต่ออาการคลื่นไส้ของคุณแม่ที่มีปัญหาแพ้ท้องได้ จึงควรหลีกเลี่ยงกลิ่นหรือรสชาติอาหารต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาต่ออาการคลื่นไส้อาเจียน รับประทานของว่างบ่อย ๆ แครกเกอร์และอาหารรสจืดอื่น ๆ สามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้ หรืออาจรับประทานของว่างง่าย ๆ เช่น น้ำขิงหรือชาขิง ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส่ได้เช่นกัน รับมือกับความรู้สึกเมื่อยล้า ในขณะที่คุณตั้งครรภ์อาจมีอาการเมื่อยล้าง่ายขึ้นเมื่อคุณทำงานหรือทำกิจกรรมระหว่างวันอื่น ๆ จึงมีวิธีช่วยรับมือกับอาการเหล่านั้น ดังนี้ รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กและโปรตีน อาการเหนื่อยล้าอาจเป็นสัญญาณของโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ดังนั้น จึงควรปรับอาหารให้เหมาะสม เช่น รับประทานเนื้อแดง สัตว์ปีก อาหารทะเล ผักใบเขียว ซีเรียล ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว เป็นต้น เพื่อเสริมธาตุเหล็ก หยุกพักบ่อย ๆ การละออกจากการทำงานที่คุณกำลังทำอยู่ […]

ไตรมาสที่ 2

อาการคนท้องไตรมาสที่สอง เป็นอาการชี้เฉพาะที่สามารถบอกถึงระยะครรภ์ของคุณแม่ทุกคนได้ ซึ่งในแต่ละคนอาจมีอาการไม่เหมือนกัน หรือบางคนอาจไม่แสดงอาการเลย ดังนั้น เพื่อให้คุณแม่รู้ถึงระยะการตั้งครรภ์และรู้ถึงอาการคนท้องไตรมาสที่สองเบื้องต้น มาลองอ่านบทความนี้เพื่อที่คุณจะได่รับมือกับอาการต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ท้องช่วงไตรมาสที่สอง คือ ระยะเวลาตั้งแต่ 13-27 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ ทารกจะเจริญเติบโตและมีความแข็งแรงขึ้น ซึ่งในช่วงนี้สามารถอัลตราซาวด์ดูอวัยวะเพศที่กำหนดเพศของทารก ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่ช่วง 20 สัปดาห์ และในช่วง 16-22 สัปดาห์ คุณแม่จะรู้สึกถึงการขยับตัวของทารก เพราะทารกในครรภ์จะเริ่มดิ้นและขยับตัว ถือเป็นสัญญาณของการมีชีวิตรอดของทารก [embed-health-tool-due-date] อาการคนท้องไตรมาสที่สอง ในช่วงไตรมาสที่สองอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหลายส่วน โดยอาการของคนท้องไตรมาสที่สอง มีดังนี้ หน้าท้องและหน้าอกใหญ่ขึ้น มดลูกขยายใหญ่ขึ้น เพื่อให้มีพื้นที่ว่างสำหรับทารกในการเจริญเติบโตขึ้น ร่วมไปถึงหน้าอกของคุณก็มีการขยายใหญ่ขึ้นตามไปด้วย จึงจำเป็นต้องมีชุดชั้นในเพื่อรองรับหน้าอกของคุณด้วย มดลูกบีบตัวหรือเรียกว่า "Braxton Hicks Contractions" คุณจะสามารถรู้สึกได้ถึงการบีบตัวของมดลูกซึ่งอาจเกิดขึ้นในบางช่วงเวลา เช่น ตอนบ่าย ตอนเย็น หลังออกกำลังกาย หลังจากมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น หรือในบางคนอาจรู้สึกว่ามดลูกบีบตัวตลอดทั้งวัน ทุกการทำกิจกรรม ดังนั้น ควรติดต่อแพทย์ของคุณเพื่อตรวจสอบอาการมดลูกบีบตัว เพราะอาจเป็นสัญญาณของการคลอดก่อนกำหนด ผิวหนังมีการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์จะกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในคุณแม่บางคนอาจมีฝ้าเป็นจุดสีน้ำตาลขึ้นบนใบหน้า หรืออาจเกิดการแตกลายเป็นเส้นสีน้ำตาลที่หน้าท้อง เนื่องจาก การขยายตัวของหน้าท้อง การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังเหล่านี้จะจางลงหลังคลอด แสงแดดอาจทำให้ฝ้ามีอาการแย่ลงได้ การทาครีมกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้งอาจช่วยบรรเทาอาการได้ ส่วนรอยแตกลายที่อยู่บริเวณหน้าท้อง หน้าอก ก้น หรือต้นขาเหล่านี้ ไม่สามารถป้องกันแต่สามารถเยียวยาให้ดีขึ้นได้หลังจากการคลอด ปัญหาจมูก เมื่อระดับฮอร์โมนเพิ่มขึ้นและร่างกายมีการสร้างเลือดมากขึ้น อาจส่งผลทำให้เยื่อเมือกบวมและเลือดออกง่าย […]

ปัญหามีบุตรยากและการรักษา

คุณผู้หญิงที่อยากมีลูกควรเช็ก ปัจจัยเสี่ยงมีลูกยากในผู้หญิง ให้ดี เพราะสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ของคุณในระยะยาวได้ เพื่อให้คุณได้มีเจ้าตัวน้อยสมใจ บทความนี้ของ Hello คุณหมอได้รวบรวม ปัจจัยเสี่ยงมีลูกยากในผู้หญิง มาฝากทุกคนแล้ว [embed-health-tool-ovulation] ภาวะมีบุตรยากในผู้หญิง คืออะไร ภาวะมีบุตรยากในผู้หญิง เป็นภาวะหนึ่งของการพยายามตั้งครรภ์ ถึงแม้จะพยายามมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ สาเหตุอาจเกิดจากโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกในมดลูก และโรคต่อมไทรอยด์ หรือจากสาเหตุอื่น ๆ ยิ่งผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี อาจเพิ่มโอกาสภาวะมีบุตรยากสูงขึ้น ปัจจัยเสี่ยงมีลูกยากในผู้หญิง มีอะไรบ้าง ปัจจัยเสี่ยงมีลูกยากในผู้หญิงมีด้วยกันหลายปัจจัย ดังนี้ ความผิดปกติของการตกไข่ ความผิดปกติของการตกไข่ เป็นภาวะที่ไข่ตกน้อยหรือไม่ตกเลย ปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนสืบพันธ์ุ ต่อมใต้สมอง หรือปัญหาในรังไข่ที่ส่งผลต่อความผิดปกติของการตกไข่ ถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome หรือ PCOS) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของ ภาวะมีบุตรยากในผู้หญิง ทำให้เกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมนส่งผลต่อการตกไข่ มีความเกี่ยวข้องกับอินซูลินและโรคอ้วน ทำให้ขนขึ้นผิดปกติบนใบหน้าหรือร่างกาย มีสิว ความผิดปกติของไฮโปทาลามิค (Hypothalamic Dysfunction) เป็นฮอร์โมนที่ผลิตโดยต่อมใต้สมอง ที่ทำหน้าที่กระตุ้นการตกไข่ในแต่ละเดือน ความเครียดทางร่างกายและอารมณ์ น้ำหนักตัวที่สูงและต่ำเกินไป หรือเพิ่มและลดลงอย่างรวดเร็ว อาจเข้าไปขัดขวางการผลิตฮอร์โมนเหล่านี้ทำให้ส่งผลกระทบต่อการตกไข่ ภาวะรังไข่หยุดทำงาน (Premature Ovarian Failure) มักเกิดจากการตอบสนองของภูมิต้านทานที่ผิดปกติ รังไข่ไม่ผลิตไข่และลดการผลิตเอสโตรเจนในผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า […]

ปัญหามีบุตรยากและการรักษา

ปัจจัยเสี่ยงมีลูกยากในผู้ชาย อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งอาจเกิดจากโรค พันธุกรรม รูปแบบการใช้ชีวิต และปัจจัยอื่น ๆ เพื่อให้คุณเข้าใจและรับมือกับ ภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย ที่อาจเกิดขึ้นกับคุณ ลองมาอ่านบทความนี้กันได้เลย ภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย คืออะไร? ภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย มักเกิดขึ้นได้น้อย เป็นการที่ผู้ชายไม่สามารถมีบุตรได้แม้ว่าจะมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งและไม่ป้องกัน โดยภาวะมีบุตรยากอาจเกิดจากร่างกายผลิตน้ำอสุจิได้น้อย อสุจิทำงานผิดปกติ เกิดการอุดตันที่ท่อส่งอสุจิ การเจ็บป่วย บาดเจ็บ ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง รูปแบบการใช้ชีวิต และปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากได้ ปัจจัยเสี่ยงมีลูกยากในผู้ชาย มีอะไรบ้าง ปัจจัยเสี่ยงมีลูกยากในผู้ชาย มีด้วยกันหลายปัจจัย ดังนี้ หลอดเลือดอัณฑะขอด (Varicocele) เป็นความผิดปกติทั่วไปของหลอดเลือดดำในถุงอัณฑะที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน มักไม่แสดงอาการแต่ในบางคนอาจมีอาการปวดลูกอัณฑะ และในบางคนอาจส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากได้ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นในถุงอัณฑะจากการสะสมของเลือดในเส้นเลือด ส่งผลต่อการผลิตอสุจิและจำนวนอสุจิ หากคุณเป็นหลอดเลือดอัณฑะขอดอาจทำให้รู้สึกไม่สบาย ปวดเมื่อย ปวดเล็กน้อยบริเวณลูกอัณฑะ และคุณอาจเห็นเส้นเลือดที่บวมขึ้นเป็นก้อนเล็ก ๆ บริเวณลูกอัณฑะได้ ความผิดปกติทางพันธุกรรม ความผิดปกติทางพันธุกรรมมีด้วยกันจากหลายสาเหตุ เกิดความผิดปกติในการผลิตอสุจิที่โตเต็มวัย ทำให้อสุจิไม่แข็งแรง การเดินทางของอสุจิไปยังไข่จึงยากลำบาก ผู้ชายมีจำนวนอสุจิต่ำมากหรือไม่มีตัวอสุจิในน้ำอสุจิเลย ซึ่งอาจเกิดจากความบกพร่องทางกายภาพ เช่น ลูกอัณฑะมีขนาดเล็ก เกิดการกลายพันธุ์ของยีสซิสติกไฟโบรซิส (Cystic fibrosis Gene) ความผิดปกติของโครโมโซม เช่น กลุ่มอาการไคลเอนเฟลเตอร์ (Klinefelter Syndrome) โครโมโซมไมโครดีเลชันของยีน […]

เคล็ดลับดูแลคุณแม่

การตรวจร่างกายหลังคลอด เป็นการตรวจหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายคุณแม่ทุกคน และการติดตามอาการนี้คุณควรให้ความสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา แต่การตรวจร่างกายหลังคลอด จะต้องตรวจอะไรบ้าง เพื่อไขข้อสงสัยวันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวมรวมสาระสำคัญมาให้คุณแม่มือใหม่กันแล้วค่ะ การตรวจร่างกายหลังคลอด สำคัญอย่างไร ในช่วง 6 สัปดาห์หลังคลอด ร่างกายของคุณจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี การตรวจร่างกาย หลังคลอดจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นการติดตามอาการของร่างกายตั้งแต่ในช่วงตั้งครรภ์ ยังทำให้แพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในช่วงหลังคลอด ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติทางร่างกายหรือทางจิตใจ และทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที ไม่กลายเป็นปัญหาเรื้อรังในภายหลัง การตรวจร่างกายหลังคลอด มีอะไรบ้าง ตรวจสุขภาพกาย แพทย์จะทำการวัดความดันโลหิต วัดน้ำหนัก ตรวจสอบช่องท้อง ช่องคลอด และมดลูก เพื่อให้ทราบถึงสภาพร่างกายและบาดแผลที่ได้รับจากการคลอดลูก เช่น รอยฟกช้ำ รอยฉีกขาด อีกทั้งยังเป็นการตรวจเพื่อดูให้แน่ใจว่ามดลูกของคุณหดกลับเป็นขนาดปกติหรือไม่ แพทย์อาจทำการตรวจร่างกาย ดังต่อไปนี้ ตรวจวัดความดันโลหิต เนื่องจากความดันโลหิตสามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติของร่างกายได้ นอกจากนี้ คุณแม่ตั้งครรภ์บางรายอาจมีปัญหาความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ แพทย์จึงทำเป็นต้องทำการตรวจความดันเพื่อดูว่าอยู่ในระดับที่เป็นปกติหรือไม่ ตรวจแผลผ่าคลอด สำหรับคุณแม่ที่ทำการผ่าคลอด แพทย์จะนัดตรวจดูแผล ประมาณ 2 สัปดาห์ หลังคลอด เพื่อดูว่าแผลหายเป็นปกติ หรือมีการติดเชื้อหรือไม่ ตรวจบริเวณอุ้งเชิงกราน เป็นการตรวจในบริเวณช่องคลอด มดลูกและปากมดลูก หากคุณคลอดแบบธรรมชาติและมีการฉีกขาดของมดลูก หรือมีการตัดปากมดลูกเพื่อช่วยในการคลอด แพทย์จะต้องตรวจดูบาดแผลให้แน่ใจว่าเป็นปกติหรือไม่ ตรวจเต้านม […]

เคล็ดลับดูแลคุณแม่

การตั้งครรภ์ส่งผลให้ร่างกายของคุณเปลี่ยนแปลงทั้งระดับฮอร์โมนรวมถึงสภาพผิว วิธีดูแลผิวของคุณแม่หลังคลอด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวให้กลับมาดีดังเดิมได้ เพราะความเครียดและภาวะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาผิวตามมา วันนี้เราจึงนำเคล็ดลับ การดูแลผิวแม่หลังคลอด มาฝาก เพื่อเป็นตัวช่วยเพิ่มออร่าให้กับคุณผู้หญิง ปัญหาผิวที่พบบ่อยของ คุณแม่หลังคลอด รอยแตกลายใน คุณแม่หลังคลอด เนื่องจากร่างกายของ คุณแม่หลังคลอด อาจสูญเสียน้ำจำนวนมาก จึงทำให้หลายส่วนในร่างกายเกิดรอยแตกลายขึ้นมา วิธีที่จะช่วยลดรอยแตกลายบนผิวได้ดีที่สุดคือ คุณควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หรือขัดผิวเพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าออก จุดด่างดำ ความเครียดในขณะตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อสุขภาพผิวที่ทำให้เกิดจุดด่างดำขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาจุดด่างดำที่อาจเกิดขึ้น คุณแม่ควรทำความสะอาดผิววันละ 2 ครั้ง ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยนต่อสภาพผิวของคุณ ฝ้า ในระหว่างตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนอาจทำให้เม็ดสีในร่างกายเปลี่ยนแปลง จนเกิดเป็นฝ้าบนใบหน้าได้ ซึ่งฝ้าเหล่านี้อาจจะไม่หายไปแม้ว่าจะคลอดบุตรแล้วก็ตาม คุณแม่หลังคลอด จึงควรดูแลผิวหน้าด้วยการพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการเกิดฝ้าและอาจใช้ผลิตภัณฑ์ลดฝ้าร่วมด้วยเพื่อช่วยลดอาการฝ้า ขอบตาคล้ำ รอยคล้ำใต้ตาหรือตาบวมเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ อีกทั้งยังแสดงถึงความเหนื่อยล้าที่ร่างกายได้รับหลังคลอด เพื่อสุขภาพผิวใต้ดวงตาคุณควรหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตาอาจช่วยให้คุณผ่อนคลายและมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้น สิว เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) ที่สูงขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ทำให้มีการผลิตน้ำมันซึ่งอุดตันรูขุมขนและกระตุ้นให้เกิดสิว การดูแลผิวแม่หลังคลอด จึงอาจต้องเน้นที่การดูแลใบหน้าเพื่อลดการเกิดสิว คุณแม่หลังคลอดควรดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า และทำความสะอาดใบหน้าทุกครั้งหลังการแต่งหน้า หรืออาจกินยาคุมกำเนิดเพื่อช่วยลดการเกิดสิว แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหากคุณยังจำเป็นต้องให้นมลูกอยู่ ผิวแพ้ง่าย คุณแม่หลังคลอด หลายคนประสบปัญหาผิวแพ้ง่ายหลังคลอด เช่น ผิวหนังไหม้ง่ายเมื่อถูกแสงแดด […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน การตั้งครรภ์ ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon
expert-avatarbadge
แพทย์หญิงศิริมาศ อิงคนารถ

โรงพยาบาลวิภาวดี


expert-avatarbadge
นายแพทย์มานพ จันทนพันธ์

ศูนย์การแพทย์เพื่อการมีบุตร เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ เซ็นเตอร์ สาขาภูเก็ต (IVF Phuket)

expert-avatarbadge
แพทย์หญิงเบ็ญจาพร นิมิตรวานิช

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา

x