home

การตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ อาจเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกปลื้มปิติ ยินดี ตื่นเต้น และความกังวลใจ นับตั้งแต่เริ่มเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์ ไปจนถึง ช่วงเวลาหลังคลอด แต่การเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม อาจจะช่วยลดทอนความกังวลเหล่านั้นลงไปได้ มาเรียนรู้เกี่ยวกับ การเตรียมตัวก่อนเป็นคุณพ่อคุณแม่ และการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย ได้ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

การตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไข่กับอสุจิมีการปฏิสนธิและฝังตัวในมดลูก อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่คู่รักทุกคู่ที่จะประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคู่รักที่ฝ่ายชายมีปัญหา อสุจิน้อย อสุจิไม่แข็งแรง จนไม่สามารถไปปฏิสนธิกับไข่ได้ ก็จะยิ่งทำให้ความหวังในการมีลูกลดน้อยลง บทความนี้ของ Hello คุณหมอ จะมาแบ่งปันวิธีการดูแลตัวเองของคุณผู้ชายเพื่อสร้างอสุจิที่แข็งแรงและเพิ่มโอกาสในการมีลูกค่ะ อสุจิน้อย เกิดจากอะไร ปัญหาน้ำอสุจิน้อย อสุจิไม่แข็งแรง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ การใช้ยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic Steroids) การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ โรคอ้วน การสัมผัสกับสารเคมีติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เช่น ยาฆ่าแมลง สารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรม การปนเปื้อนของสารโลหะหนัก ไม่เพียงแต่ทำให้อสุจิลดลง แต่ยังทำให้ อสุจิไม่แข็งแรง เสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก การได้รับรังสีในปริมาณสูง อัณฑะมีอุณหภูมิสูง เช่น การเข้าสปา ซาวน่า การแช่บ่อน้ำร้อน มีผลให้อสุจิลดลงชั่วคราว ภาวะหลอดเลือดดำอัณฑะขอด การติดเชื้อ เช่น หนองใน เอชไอวี หลอดน้ำอสุจิอักเสบ อัณฑะอักเสบ การบาดเจ็บ โดยเฉพาะการบาดเจ็บที่ท่อปัสสาวะ อัณฑะ ต่อมลูกหมาก ฮอร์โมนไม่สมดุล โครโมโซมบกพร่อง อาจมีสาเหตุอื่นที่นอกเหนือจากข้างต้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ ทำอย่างไรดี เมื่อมี อสุจิน้อย  เมื่อมีภาวะของอสุจิน้อย […]

หัวข้อ การตั้งครรภ์ เพิ่มเติม

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ที่สามารถส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ จัดเป็นปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะหากปล่อยไว้จนล่วงเลยไปถึงกำหนดคลอด อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อแม่และเด็กจนยากจะรักษา เพื่อป้องกัน โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์  Hello คุณหมอ มีวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณแม่สุขภาพดีและลดความเสี่ยงของเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มาฝากกันค่ะ โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คืออะไร เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คือ ภาวะสุขภาพชั่วคราวที่เกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์ และมีลักษณะโดยทั่วไปเหมือนกับโรคเบาหวานตามปกติ คือจะมีปัญหาเกี่ยวกับระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่เท่านั้น แต่ยังมีผลข้างเคียงต่อสุขภาพของเด็กในครรภ์ด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากคลอดลูก ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ก็จะหายไปเอง แต่...คุณแม่หลังคลอดบางคนอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ตามมาในภายหลัง  เบาหวานขณะตั้งครรภ์ แม้จะเป็นอาการทางสุขภาพชั่วคราว แต่ก็มีผลกระทบต่อสุขภาพของแม่และเด็ก ดังนี้ ผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กในครรภ์ ทารกมีน้ำหนักตัวมาก  คลอดก่อนกำหนด  ภาวะกลุ่มอาการหายใจลำบาก (Respiratory Distress Syndrome หรือ RDS) ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)  โรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2  ทารกตายคลอด (Stillbirth)  ผลกระทบต่อสุขภาพของแม่ตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง ภาวะครรภ์เป็นพิษ  อาจจำเป็นต้องมีการผ่าคลอดเนื่องจากทารกมีขนาดตัวใหญ่ เสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 หลังจากคลอดลูก ป้องกัน โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ได้อย่างไรบ้าง  เพื่อป้องกัน เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งท้องควรดูแลร่างกายตนเอง ดังนี้ รักษาน้ำหนักให้สมดุล หากคุณกำลังวางแผนที่จะมีลูก […]

การดูแลตัวเองหลังคลอด

อาการผมร่วงหลังตั้งครรภ์ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคุณแม่หลังคลอด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย แต่ไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ เพราะวันนี้ Hello คุณหมอ นำ 5 เคล็ดลับ การดูแล ผมร่วงหลังตั้งครรภ์ มาฝากกันค่ะ จะมีเคล็ดลับอะไรที่น่าสนใจบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย ผมร่วงหลังตั้งครรภ์  (Postpartum Hair Loss) เกิดจากอะไร? อาการผมร่วงหลังตั้งครรภ์ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ เพราะหลังคลอดบุตรแล้ว เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง อาการผมร่วงจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม หากภายในระยะเวลา 1 ปี คุณแม่ยังมีอาการผมร่วงอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อหารับคำแนะนำหาแนวทางการแก้ไข  5 เคล็ดลับการดูแล อาการผมร่วงหลังตั้งครรภ์ อาการผมร่วงหลังตั้งครรภ์ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่หากคุณแม่มีความกังวลใจ เราสามารถรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้ด้วยเคล็ดลับดังต่อไปนี้       - เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เน้นรับประทานอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน เพื่อช่วยเสริมสร้างกระบวนการเจริญเติบโตของเส้นผม      - ใช้หวีซี่ห่าง เพื่อลดแรงเสียดทานขณะหวีผม ช่วยแก้ปัญหาผมพันกัน ลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง      - ใช้ผ้าคาดผมหรือปิ่นปักผมแทนการใช้ยางรัดผม และควรหลีกเลี่ยงการดึงผมเป็นหางม้ารวบตึง   […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม เป็นภาวะที่ค่อนข้างพบได้ยากในเด็กทารก แต่ขณะเดียวกันก็สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างทางด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องของการทำงานของร่างกาย คุณพ่อคุณแม่จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำการศึกษาเอาไว้ บทความของ Hello คุณหมอ ที่นำมาฝากทุกครอบครัววันนี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบถึงสาเหตุหลักที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อย และหาทางรักษาได้อย่างเท่าทันกันค่ะ ผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม (Omphalocele) คืออะไร ภาวะผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม (Omphalocele) หรือเรียกอีกชื่อได้ว่า Exomphalos เป็นข้อบกพร่องของผนังหน้าท้องของทารกในครรภ์ ทำให้ลำไส้ ตับ และอวัยวะในช่องท้องอื่น ๆ ของเด็กทารกออกมาอยู่ด้านนอกใกล้กับฐานสายสะดือ โดยชั้นบาง ๆ โปร่งใสหุ้มอยู่โดยรอบ โดยปกติแล้ว เมื่อเข้าสู่ช่วง 6-10 สัปดาห์ ลำไส้ของทารกในครรภ์จะเริ่มยาวขึ้นตามการเจริญเติบโต และยื่นออกมาผ่านทางสะดือ ที่ถูกปกคลุมด้วยเนื้อเยื่อใสบาง ๆ ลำไส้ที่นูนออกมาควรจะกลับเข้าสู่ช่องท้องทารกดังเดิมในสัปดาห์ที่ 11 แต่หากลำไส้และอวัยวะภายในเหล่านี้ไม่กลับเข้าไปภายในท้อง ก็จะกลายเป็น ภาวะผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม ภาวะนี้จัดได้ว่าเป็นข้อบกพร่องหายากที่อาจเกิดขึ้นได้ 1 ใน 7,000 และสามารถพบได้บ่อยสำหรับคุณแม่ช่วงอายุมากกว่า 35 ปีที่กำลังตั้งครรภ์ อาการของภาวะผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม อาการของหลัก ๆ ภาวะผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม คืออาการที่อวัยวะช่องท้องของทารก เช่น ลำไส้ หรือตับ นูนออกมาจากท้องท้องตามปกติ และมีผนังหน้าท้องบาง ๆ หุ้มอยู่ โดยไม่ยอมกลับเข้าไปในร่างกาย […]

ไตรมาสที่ 2

ในระหว่างการตั้งครรภ์ นอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทางด้านสุขภาพแล้ว หากสังเกตให้ดียังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลง และสามารถมองเห็นได้เด่นชัด นั่นก็คือบริเวณช่วง สะดือคนท้อง นี่เอง แต่บริเวณดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะใดบ้าง ติดตามได้ในบทความของ Hello คุณหมอ ที่นำมาฝากกันได้เลยค่ะ เกิดอะไรขึ้นกับ สะดือคนท้อง เมื่อคุณตั้งครรภ์ เมื่อการตั้งครรภ์เข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 2 คุณอาจสังเกตได้ว่า หน้าท้องเริ่มขยายใหญ่ตามอายุครรภ์และการเจริญเติบโตของทารก ส่งผลให้สะดือที่เชื่อมต่อกับลูกน้อยภายในครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จนอาจทำให้มีลักษณะที่เห็นเด่นชัด ดังนี้ สะดือโผล่เล็กน้อย โดยปกติแล้วอาการนี้ยังถือว่าไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่อาจทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ เกิดอาการระคายเคือง หรือรำคาญใจ หากบริเวณสะดือที่ยื่นออกมาเกิดเสียดสีกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ ทางแก้สำหรับปัญหานี้คือ คุณแม่ตั้งครรภ์อาจหาผ้าหรืออุปกรณ์ห่อหุ้มหน้าท้องมาพันปิดรอบสะดือเอาไว้เพื่อป้องกันการเสียดสี ในกรณีที่คุณแม่มีอาการเจ็บปวดร่วมด้วยจนรู้สึกเป็นกังวล อาจสามารถเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งได้ สะดือแบนราบ บางครั้งเมื่อหน้าท้องขยายใหญ่ขึ้นอาจทำให้ผิวหนังช่วงหน้าท้องคุณนั้นมีการยืดตึง จนทำให้สะดือของคุณดูราบแบน และจะเปลี่ยนกลับไปมีลักษณะเหมือนเดิมอีกครั้งหลังจากคลอดลูก ภาวะแทรกซ้อนเมื่อ สะดือคนท้อง เปลี่ยนแปลง ถึงแม้การเปลี่ยนแปลงของสะดือจะเป็นอาการปกติของคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่ขณะเดียวกันก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่าง ไส้เลื่อน เข้ามามีส่วนร่วมด้วยได้ โดยมีสาเหตุมาจากความดันในช่องท้องที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อวัยวะภายใน เช่น ลำไส้ นูนยื่นออกมาผ่านกล้ามเนื้อหน้าท้อง โดยมีสัญญาณเตือนต่าง ๆ ได้แก่ อาการเจ็บปวดเมื่อคุณก้มตัว งอตัว ไอ จาม หรือมีก้อนเนื้อนูนปรากฏบนบริเวณสะดือ ซึ่งจะสังเกตได้ชัดเจนมากขึ้นในท่านอน นอกจากนี้ยังอาจมีอาการระคายเคืองอย่างรุนแรง และรอยช้ำที่เกิดจากขยายตัวของหน้าท้อง […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ขณะตั้งครรภ์คุณแม่อาจจะต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพหลายประการ หนึ่งในนั้นคือ อาการกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์ ซึ่งถึงแม้จะเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ได้รุนแรงนักในกลุ่มคนทั่วไป แต่สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ อาการ กรดไหลย้อน อาจเป็นเรื่องที่ควรระวังมากกว่าที่คิด สาระน่ารู้ของ Hello คุณหมอ วันนี้มีคำแนะนำดี ๆ ในการรับมือกับอาการกรดไหลย้อนคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝากค่ะ กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์เกิดจากอะไร นอกจากสาเหตุโดยทั่วไปแล้ว กรดไหลย้อน ขณะตั้งครรภ์สามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้ เกิดจากความผันผวนของฮอร์โมนในร่างกายขณะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน จะส่งผลให้กล้ามเนื้อเรียบในร่างกายมีการคลายตัว ทำให้กระบวนการย่อยอาหารทำได้ช้าลง อาหารจึงสามารถที่จะไหลย้อนกลับขึ้นไปยังหลอดอาหารได้ เมื่อทารกในครรภ์เติบโตขึ้น มดลูกก็จะขยายตัว ความดันในมดลูกก็จะเพิ่มขึ้นด้วย แรงดันดังกล่าวก็จะไปกดดันกระเพาะอาหาร ทำให้กรดในกระเพาะอาหารเกิดการรั่วไหลออกมา หรือมี กรดไหลย้อน กลับขึ้นมายังหลอดอาหาร ขนาดที่ใหญ่ขึ้นของมดลูก นอกจากจะก่อให้เกิดความดันต่อกระเพาะอาหารแล้ว ยังอาจจะเบียดช่องท้อง ทำให้เกิดการจุกเสียด แน่นท้อง และบีบให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาได้ อาการ กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์ เป็นอย่างไร อาการ กรดไหลย้อน ขณะตั้งครรภ์ มีดังนี้ มีอาการแสบร้อนที่บริเวณกลางอก ลำคอ หรือหลังปาก รู้สึกไม่สบายท้องเมื่อรับประทานอาหารจำพวกกรดไขมัน หรือของทอด มีรสเปรี้ยวในปาก ลมหายใจมีกลิ่น รู้สึกเจ็บในลำคอ มีอาการปวดเมื่อนอนราบ คลื่นไส้และอาเจียน มีอาการเรอบ่อย ๆ หรือเรอเหม็นเปรี้ยว มีอาการไอหรือเจ็บคอ โดยอาการกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์มักจะเกิดขึ้นหลังรับประทานอาหาร และอาการมักแย่ลงในตอนกลางคืน […]

ช่วงเวลาหลังคลอด

ช่วง หลังคลอด ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนทั้งด้านร่างกายหลายประการ หนึ่งในนั้นคือการมี น้ำคาวปลา เกิดขึ้น สำหรับคุณแม่ที่ท้องสองหรือท้องเป็นครั้งที่สามแล้วก็คงจะไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่นัก แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่ อาจจะรู้สึก เอ๊ะ! อยู่บ้างว่าน้ำคาวปลาคืออะไร เป็นสัญญาณผิดปกติอะไรหรือเปล่า บทความนี้ของ Hello คุณหมอ จะพาคุณแม่มือใหม่มาทำความรู้จักกับน้ำคาวปลาให้มากขึ้นค่ะ น้ำคาวปลา คืออะไร น้ำคาวปลาหลังคลอด (Lochia) คือ ของเหลวที่ร่างกายขับออกมา หลังคลอด เพื่อเป็นการระบายเอาเลือด เศษเนื้อเยื่อ และของเหลวต่าง ๆ เช่น น้ำคร่ำ ออกจากมดลูกหลังการคลอดบุตร น้ำคาวปลาจะมีสีแดงเข้มในช่วงวันแรก ๆ และจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีที่อ่อนลงเมื่อเวลาผ่านไป น้ำคาวปลามีกลิ่นคาวเฉพาะตัว แต่บางครั้งก็อาจมีกลิ่นเหม็น โดยร่างกายของคุณแม่จะเริ่มขับน้ำคาวปลาออกมา ตั้งแต่ 3 วันแรกหลังจากการคลอดบุตร  น้ำคาวปลา มีกี่ชนิด ชนิดของ น้ำคาวปลาหลังคลอด จะแบ่งออกตามระยะเวลาที่เกิด ดังนี้ ช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด น้ำคาวปลาจะมีสีแดงเข้ม ส่วนใหญ่เป็นเลือดที่ถูกขับออกมา และจะไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง คุณแม่อาจจำเป็นจะต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก ๆ ชั่วโมง ช่วง 2-6 วันหลังคลอด […]

การดูแลก่อนคลอด

ปลา ถือเป็นอีกหนึ่งอาหารที่ดีต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของแม่และทารกในครรภ์ แต่ คนท้องกินปลา ได้มากแค่ไหน ปลาชนิดใดบ้างที่มีประโยชน์ และปลาชนิดใดบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง เรามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันที่บทความนี้จาก Hello คุณหมอ กันเลยค่ะ ทำไมคนท้องควรกินปลา ช่วงเวลาตั้งครรภ์ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณแม่จะต้องดูแลตนเองมากเป็นพิเศษ เพื่อให้สุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์แข็งแรง อาหารการกินจึงเป็นเรื่องที่คุณแม่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อแม่และเด็ก โดยหนึ่งในอาหารที่คุณแม่ควรกินก็คือปลา ซึ่งเป็นอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และดีเอชเอ (DHA) ที่มีส่วนเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและดวงตาของทารกในครรภ์ มากไปกว่านั้น ยังมีสารอาหารสำคัญอย่าง โปรตีน ที่ช่วยในการสร้างพลังงาน และเสริมความหนาแน่นของมวลกล้ามเนื้อ มีแคลเซียมและวิตามินดี ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการเสริมความแข็งแรงของกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุนในคุณแม่ตั้งครรภ์ ทั้งยังช่วยสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อของทารกในครรภ์อีกด้วย  คนท้องกินปลาทะเลได้ไหม หากเป็นเมื่อก่อน การที่คนท้อง กินปลา ทะเลคงจะเป็นเรื่องที่น่าตกใจและควรระมัดระวัง เพราะความกังวลในเรื่องของสารปรอท โดยเฉพาะสารปรอทในอาหารทะเลจำพวก ปลา กุ้ง หอย หรือปูที่มาจากทะเล ดังนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์จึงมักถูกห้ามไม่ให้กินอาหารทะเล  อย่างไรก็ตาม องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (The Food and Drug Administration หรือ FDA) และสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา  (Environmental Protection Agency […]

การดูแลตัวเองหลังคลอด

นมแม่ ถือเป็นนมที่ดีที่สุดสำหรับทารก และไม่มีสารอาหารใดที่จะใกล้เคียงกับน้ำนมแม่ได้ ดังนั้น เพื่อให้น้ำนมแม่มีคุณภาพดี และเพื่อให้คุณแม่มีสุขภาพที่ดีด้วย การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งเลือกกิน อาหารบำรุงน้ำนม ก็จะยิ่งสุขภาพดีทั้งแม่และเด็ก แต่ แม่ให้นมลูก ควรกินอะไรบ้างนั้น Hello คุณหมอ รวบรวมเอามาฝากไว้ที่บทความนี้แล้วค่ะ โภชนาการสำหรับคุณแม่ให้นมลูก มีสารอาหารสำคัญหลายชนิดที่ แม่ให้นมลูก ควรกินให้ครบถ้วนและหลากหลาย เพื่อเสริมให้น้ำนมมีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย และเพื่อให้สุขภาพของคุณแม่แข็งแรงด้วย ควรเน้นสารอาหารสองกลุ่ม ดังนี้ สารอาหารกลุ่มที่หนึ่ง สารอาหารกลุ่มนี้เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อลูกน้อย โดยสารอาหารในกลุ่มนี้จะถูกส่งผ่านไปยังน้ำนม ช่วยให้น้ำนมมีความเข้มข้นขึ้น แต่ถ้าหากคุณแม่ได้รับสารอาหารเหล่านี้ไม่เพียงพอ เด็กก็จะไม่ได้รับสารอาหารเหล่านี้ผ่านทางน้ำนม ได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 โคลีน (Choline) วิตามินเอ วิตามินดี ซีลีเนียม ไอโอดีน สารอาหารกลุ่มที่สอง สารอาหารในกลุ่มนี้ไม่ได้มีส่วนช่วยเพิ่มความเข้มข้นของน้ำนมแม่เช่นเดียวกับสารอาหารกลุ่มที่หนึ่ง แต่สารอาหารในกลุ่มที่สองนี้จะเน้นเสริมสร้างสุขภาพของ แม่ให้นมลูก ได้แก่ โฟเลต แคลเซียม ธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสี อาหารบำรุงน้ำนม มีอะไรบ้าง แม่ให้นมลูก ควรเน้นกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อน้ำนมและสุขภาพของตนเอง ดังนี้ ธัญพืชไม่ขัดสี ธัญพืชไม่ขัดสีแบบเต็มเมล็ด หรือโฮลเกรน (Whole Grains) […]

การดูแลก่อนคลอด

ช่วงเวลาตั้งครรภ์ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณแม่จะได้ฟูมฟักและเสริมพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ให้มีสุขภาพดี โดยหนึ่งในวิธีง่าย ๆ ก็คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อแม่และเด็ก แต่ขณะ ตั้งครรภ์ คุณแม่ควรได้รับสารอาหารอะไรบ้าง และควรกินอาหารแบบไหนถึงจะดีต่อสุขภาพ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมเอา อาหารคนท้อง เพื่อสุขภาพที่ดีของแม่และเด็กมาฝากที่บทความนี้แล้วค่ะ โภชนาการสำหรับคนท้อง โภชนาการสำหรับคุณแม่ที่กำลัง ตั้งครรภ์ มีอยู่ด้วยกันหลายประการ แต่โภชนาการหลักที่คุณแม่จำเป็นต้องได้รับอย่างเพียงพอ มีดังนี้ กรดโฟลิก  กรดโฟลิก (Folic acid) หรือวิตามินบี เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นทั้งก่อนและขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากเป็นสารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเซลล์ในร่างกาย ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ควรได้รับกรดโฟลิกอย่างเพียงพอ เพื่อช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของภาวะบกพร่องที่ระบบประสาทและกระดูกสันหลัง หรือที่รู้จักกันในชื่อภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (Neural tube defect หรือ NTDs) รวมถึงลดความเสี่ยงของโรคปากแหว่งเพดานโหว่ด้วย แคลเซียม ขณะ ตั้งครรภ์ ทารกในครรภ์จะใช้แคลเซียมในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตกระดูก ฟัน หัวใจ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท ส่วนคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ก็จำเป็นจะต้องได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ เพื่อไม่ให้ความหนาแน่นของมวลกระดูกสูญเสียไปขณะตั้งครรภ์ และป้องกันความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนหลังคลอดด้วย ธาตุเหล็ก ร่างกายจำเป็นต้องใช้ธาตุเหล็กในการสร้างฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของโปรตีนที่อยู่ในเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์สำคัญที่ทำหน้าที่ในการช่วยลำเลียงออกซิเจนจากปอดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ขณะตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่จำเป็นต้องได้รับธาตุเหล็กมากกว่าก่อนตั้งครรภ์ถึง 2 เท่า เพื่อให้มีธาตุเหล็กเพียงพอสำหรับทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปยังทารกในครรภ์ และเพื่อให้เพียงพอที่ทารกในครรภ์จะดึงเอาธาตุเหล็กไปใช้ในการสร้างเลือดของตนเองด้วย ไอโอดีน ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายใช้เพื่อสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ จึงเป็นอีกหนึ่งสารอาหารที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการตั้งครรภ์ คุณแม่ควรจะได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอ […]

การคลอดและหลังคลอด

หลังคลอด เป็นช่วงที่ร่างกายของคุณแม่ต้องมีการพักฟื้นครั้งใหญ่หลังจากที่เพิ่งผ่านการคลอดลูกมา ทำให้อาจมีอาการอ่อนเพลีย และมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหลายอย่าง เพื่อให้คุณแม่สามารถฟื้นตัวหลังคลอดได้เร็วขึ้น การออกกำลังกาย ถือเป็นกิจกรรมที่มีส่วนสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายของคุณแม่หลังคลอดให้กลับมาฟิตปั๋งได้ดังเดิม แต่การ ออกกำลังกายหลังคลอด ดีอย่างไร และมีข้อควรระวังอะไรบ้างนั้น Hello คุณหมอ มีข้อมูลดี ๆ มาฝากที่บทความนี้แล้วค่ะ ออกกำลังกายหลังคลอด ดีอย่างไร สำหรับคุณแม่ที่ผ่านการคลอดลูกมาแล้ว และอยู่ระหว่างการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจหลังคลอด การออกกำลังกายถือเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะมีส่วนช่วยให้การฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดทำได้ดีขึ้น ดังนี้ คุณแม่หลายท่านอาจมีปัญหาเรื่องของน้ำหนักตัว แม้ว่าจะคลอดลูกไปแล้ว แต่น้ำหนักก็ไม่ได้หายไปจากเดิมสักเท่าไหร่ การเริ่มออกกำลังกายเมื่อคลอดลูกผ่านไปแล้ว 6-8 สัปดาห์ จะช่วยควบคุมน้ำหนักให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ เสริมสร้างสมรรถภาพของหัวใจและหลอดเลือด ช่วยกระชับกล้ามเนื้อและกระชับหน้าท้อง ช่วยฟื้นฟูร่างกายหรือแผลจากการผ่าตัดจากการคลอดลูกให้ดีขึ้น เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และช่วยกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดหรือบรรเทาความเครียด ป้องกันความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เริ่ม ออกกำลังกายหลังคลอด ได้เมื่อไหร่ โดยทั่วไปแล้ว คุณหมอมักจะไม่แนะนำให้เริ่มออกกำลังกายทันทีหลังจากคลอดลูก แต่เมื่อผ่านการคลอดลูกไปสักระยะหนึ่งแล้วก็สามารถที่จะเริ่มออกกำลังกายได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากคุณแม่มีการคลอดแบบธรรมชาติ หลังจากนั้นเพียง 2-3 วัน ก็สามารถที่จะเริ่มออกกำลังกายได้อีกครั้ง แต่อาจจะต้องออกกำลังกายเบา ๆ อย่างการวิ่ง หรือเดินเร็วไปก่อน เนื่องจากร่างกายยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ แต่สำหรับคุณแม่ที่ทำการผ่าคลอด หรือมีการคลอดที่ซับซ้อน อาจจำเป็นจะต้องปรึกษากับแพทย์ดูก่อนว่าร่างกายจะพร้อมกลับมาออกกำลังกายได้อีกครั้งเมื่อไหร่ ออกกำลังกายหลังคลอด ต้องระวังอะไรบ้าง แม้ว่าคุณหมอจะอนุญาตให้คุณแม่ออกกำลังกายได้ และร่างกายของคุณแม่ก็พร้อมที่จะออกกำลังกาย หลังคลอด เต็มทีแล้ว […]

x