ความผิดปกติของเลือด

"เลือด" มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย เพราะเป็นตัวกลางในการช่วยลำเลียงออกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างทั่วถึง หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับเลือด ก็อาจส่งผลกระทบถึงส่วนประกอบภายในเลือด ทั้งเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว รวมไปจนถึงเกร็ดเลือด เรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญของเลือด ความผิดปกติของเลือด และการดูแลรักษาสุขภาพของระบบเลือดให้ดี ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

ความผิดปกติของเลือด

เลือดกำเดาไหลบ่อย อาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น หลอดเลือดใกล้โพรงจมูกแตก เนื้องอกหรือริดสีดวงจมูก หรืออาจเป็นอาการที่มาจากโรคอื่น ๆ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการและสาเหตุที่ทำให้เลือดกำเดาไหลบ่อย อาจช่วยให้สามารถสังเกตพบความผิดปกติ และทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที เลือดกำเดาไหลบ่อย คืออะไร   เลือดกำเดาไหล คือ เลือดที่ไหลออกมาจากทางรูจมูกข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง ซึ่งเลือดอาจไหลออกมาน้อยหรือมากก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยและร่างกายของแต่ละบุคคล เลือดกำเดามักจะไหลในช่วงเวลาสั้น ๆ และหยุดไหลไปเองภายในเวลาไม่กี่นาที แต่ถ้าหากเลือดกำเดายังไม่หยุดไหลเป็นเวลานานกว่า 10 นาที แม้จะทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ควรไปพบคุณหมอ เพราะหากเลือดไหลออกมามากเกินไป ผู้ป่วยอาจเกิดอาการช็อคได้ นอกจากนี้ หากมีเลือดกำเดาไหลมากกว่า 4 ครั้ง/สัปดาห์ หรือ 2-3 ครั้ง/เดือน ควรไปปรึกษาคุณหมอเพื่อวินิจฉัยอาการของเลือดกำเดาไหลบ่อย เพราะอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพร้ายแรง สาเหตุของเลือดกำเดาไหลบ่อย  เลือดกำเดาไหลอาจเกิดจากสาเหตุหลายปัจจัย ดังต่อไปนี้  เส้นเลือดในเยื่อบุโพรงจมูกแตก คัดจมูก จามบ่อย  แคะจมูกบ่อย ๆ  เป็นหวัด ภูมิแพ้ สั่งน้ำมูกบ่อย หรือสั่งน้ำมูกแรง  อากาศหนาว หรืออากาศแห้ง รวมถึงอากาศที่ร้อนก็สามารถก่อให้เกิดเลือดกำเดาไหลได้เช่นกัน  หกล้มหรือจมูกกระแทกกับบางสิ่ง  ติดเชื้อที่เยื่อบุโพรงจมูก ไซนัสอักเสบ  สิ่งแปลกปลอมเข้าไปภายในจมูก  ภาวะสุขภาพที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดตามปกติ เช่น โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) เป็นโรคทางพันธุกรรม เลือดไหลออกง่ายหยุดยาก ผลข้างเคียงของการใช้ยา เช่น ยาแก้คัดจมูก ยาแก้แพ้ ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ( […]

หัวข้อ ความผิดปกติของเลือด เพิ่มเติม

ความผิดปกติของเม็ดเลือดขาว

เม็ดเลือดขาวสูง เป็นภาวะที่ร่างกายมีเม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติ อาจเกิดจากร่างกายสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวเพื่อต่อต้านเชื้อโรค ความผิดปกติของไขกระดูก การติดเชื้อ หรือภาวะอื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง เหนื่อยล้า มีไข้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักของอาการ นอกจากนี้ เม็ดเลือดขาวสูงอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ เช่น การติดเชื้อ การอักเสบ การบาดเจ็บทางร่างกาย ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้น การรู้สาเหตุ การป้องกันและการรักษา อาจช่วยรับมือกับปัญหาสุขภาพในอนาคตได้ คำจำกัดความเม็ดเลือดขาวสูง คืออะไร เม็ดเลือดขาวสูง (Leukocytosis) เป็นภาวะที่ร่างกายมีเม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติ โดยทั่วไป เซลล์เม็ดเลือดขาวเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกัน มีบทบาทช่วยปกป้องร่างกายจากไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อโรคอื่น ๆ ที่คุกคามร่างกาย โดยปกติร่างกายจะมีเซลล์เม็ดเลือดขาวอยู่ 4,000 – 11,000 เซลล์/ไมโครลิตร ซึ่งเซลล์เม็ดเลือดขาวมีหลายประเภทและทำหน้าที่ปกป้องร่างกายแตกต่างกัน จำนวนเม็ดเลือดขาวแต่ละประเภทที่เพิ่มสูงขึ้น อาจเกิดจากตัวกระตุ้นที่แตกต่างกันด้วย ดังนี้ โมโนไซต์ (Monocytes) ปกติจะมีปริมาณ 100 – 700 เซลล์/ไมโครลิตร หรือ ระหว่าง 2% – 8% ของเม็ดเลือดขาวทั้งหมด หากมีปริมาณมากกว่าจะถือว่าเป็นเม็ดเลือดขาวสูงซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อเรื้อรัง โรคมะเร็ง […]

ความผิดปกติของเลือดแบบอื่น

หากคุณลองสังเกตตนเองแล้วพบว่า ตามร่างกายเริ่มมีอาการฟกช้ำง่าย เลือดหยุดยากทุกครั้งมีบาดแผล ซึ่งสัญญาณดังกล่าวนี้อาจเป็นสัญญาณแรกเริ่มที่สามารถส่งผลให้คุณอาจกำลังเสี่ยงเป็นโรค วอนวิลลิแบรนด์ (Von Willebrand Disease) หรือ โรคเลือดออกง่าย และอาจจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัย รวมถึงเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คำจำกัดความวอนวิลลิแบรนด์ (Von Willebrand Disease) คืออะไร วอนวิลลิแบรนด์ (Von Willebrand Disease) คือ โรคเลือดออกง่าย เป็นโรคที่เกิดจากการขาดโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Von Willebrand factor หรือ VWF ซึ่งโปรตีนชนิดนี้ค่อนข้างมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยให้เลือดของคุณนั้นเกิดการแข็งตัวได้เร็วขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือบาดแผลต่าง ๆ จนกลายเป็นสะเก็ดแผลที่เราคุ้นเคยกันในที่สุด แต่ถ้าหากร่างกายของคุณนั้นมีโปรตีน VWF ในระดับต่ำ ที่ไม่สามารถเกาะตัวเป็นก้อนเพื่อไปอุดเส้นเลือดที่ได้รับความเสียหายได้ ก็อาจทำให้บาดแผลของคุณนั้นมีเลือดไหลออกเป็นเวลานาน และอาจนำไปสู่ตกการเลือดอย่างหนักกับกรณีที่ประสบกับบาดแผลใหญ่ได้ เช่น แผลผ่าตัด เป็นต้น วอนวิลลิแบรนด์ สามารถพบบ่อยได้เพียงใด วอนวิลลิแบรนด์อาจพบได้บ่อยกับบุคคลทั่วไปทุกช่วงวัย เพราะเนื่องจาเป็นโรคที่เป็นการส่งทอดมาจากพันธุกรรมของคนในครอบครัว จึงอาจทำให้ได้รับภาวะของโรคนี้สืบต่อกันมา อาการอาการของ วอนวิลลิแบรนด์ อาการของโรคนี้นั้นอาจแตกต่างกันออกไปตามแต่สภาวะทางร่างกาย แต่อาการที่คุณสามารถสังเกตได้เด่นชัด อาจมีดังต่อไปนี้ บริเวณผิวหนังมีรอยฟกช้ำ หรือช้ำง่าย เลือดออกที่มากจนเกินไป ปัสสาวะ อุจจาระเป็นเลือด เลือกออกเป็นระยะเวลานาน เลือดออกหนักผิดปกติช่วงที่มีประจำเดือน พร้อมกับมีลิ่มเลือดที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1 นิ้ว สาเหตุสาเหตุของการเกิดวอนวิลลิแบรนด์ สาเหตุที่ทำให้คุณนั้นต้องประสบกับโรควอนวิลลิแบรนด์ ส่วนใหญ่มักมาจากยีนที่ผิดปกติจากการสืบทอดพันธุกรรม โดยเฉพาะกับบุคคลในครอบครัวของตนเอง โดยสามารถรับมาได้ 3 ประเภทด้วยกัน […]

ความผิดปกติของเลือดแบบอื่น

ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Venous Thromboembolism : VTE)  คือ ภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อก้อนเลือดก่อตัวขึ้นในหลอดเลือดดำ มักเกิดขึ้นในบริเวณน่อง ต้นขา หรือกระดูกเชิงกราน ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดขา ขาบวม คำจำกัดความลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ คืออะไร ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Venous Thromboembolism : VTE)  คือ ภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อก้อนเลือดก่อตัวขึ้นในหลอดเลือดดำ มักเกิดขึ้นในบริเวณน่อง หรือต้นขา หรือกระดูกเชิงกราน ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดขา ขาบวม อย่างไรก็ตาม โรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสามารถเกิดขึ้นได้ในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย หากผู้ป่วยพบอาการผิดปกติในร่างกายควรรีบปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อรับการรักษา ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ พบได้บ่อยเพียงใด โรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีโอกาสเป็นสูงที่จะเป็นลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ อาการอาการของ ลิ่มเลือดอุดตัน ในหลอดเลือดดำ อาการโดยทั่วไปของลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ มีดังนี้ ปวดขา ตะคริว ผิวหนังบริเวณที่ได้รับผลกระทบเปลี่ยนสีเป็นสีซีด สีแดงหรือน้ำเงิน รู้สึกร้อนบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุ.สาเหตุของลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำเกิดจากความผิดปกติของการไหลเวียนเลือด ซึ่งมีสาเหตุดังนี้ การได้บาดเจ็บ การได้รับบาดเจ็บหรือมีบาดแผล อาจทำให้เลือดแคบลงหรืออุดตัน การผ่าตัด ความเสียหายระหว่างผ่าตัดอาจทำให้ลิ่มเลือดอุดตัน เคลื่อนไหวน้อย เมื่อนั่งบ่อย ๆ เลือดอาจสะสมที่ขาทำให้เลือดอุดตันเป็นก้อน ยาบางชนิด การรับประทานยาบางชนิดอาจเพิ่มโอกาสที่เลือดจะจับตัวเป็นก้อน ปัจจัยเสี่ยงของ ลิ่มเลือดอุดตัน ในหลอดเลือดดำ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ มีดังนี้ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม หากสมาชิกในครอบครัวเคยมีประวัติเกี่ยวกับลิ่มเลือดอุดตัน อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคดังกล่าวได้ การตั้งครรภ์ […]

ความผิดปกติของเกล็ดเลือด

เกล็ดเลือด ถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเลือด มีส่วนช่วยในการทำให้เลือดหยุดไหลในเวลาที่เราโดนมีดบาด หรือเป็นแผล ทั้งยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างลิ่มเลือดด้วย การรักษาจำนวนของเกล็ดเลือดให้อยู่ในระดับปกติจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากคุณมีเกล็ดเลือดต่ำเมื่อไหร่ ร่างกายของคุณก็จะเกิดปัญหาในการห้ามเลือด หรืออาจมีเลือดไหลง่ายกว่าปกติ ฉะนั้น หากคุณไม่อยากประสบปัญหาเหล่านี้ Hello คุณหมอ ก็มี วิธีเพิ่มเกล็ดเลือด ที่ทำได้ง่ายๆ มาแนะนำ รับรองเลยว่าเกล็ดเลือดของคุณจะเพิ่มขึ้น แถมยังสุขภาพดีขึ้นด้วย เกล็ดเลือดและจำนวนเกล็ดเลือดสำคัญอย่างไร เกล็ดเลือด (Platelets) หรือ ทรอมโบไซท์ (Thrombocytes) เป็นเซลล์เม็ดเลือดชนิดไม่มีสี มีหน้าที่ช่วยในการทำให้เลือดแข็งตัว และลดการสูญเสียเลือดจากร่างกายเวลาเกิดแผล กล่าวคือ เมื่อหลอดเลือดถูกทำลาย หลอดเลือดจะส่งสัญญาณไปยังเกล็ดเลือด แล้วเกล็ดเลือดก็จะหลั่งเอนไซม์ที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวออกมา พร้อมกับยึดเกาะกันเป็นก้อนเลือดเพื่อหยุดการไหลของเลือด จากนั้นเมื่อปากแผลถูกอุด และเลือดหยุดไหลแล้ว เกล็ดเลือดก็จะลดขนาดของลิ่มเลือดที่อุดปากแผลอยู่ให้เล็กลง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของเลือด เกล็ดเลือดถูกสร้างขึ้นในไขกระดูกพร้อมกับเซลล์เม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดแต่ละชุดจะไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดประมาณ 8-10 วัน โดยทั่วไปแล้ว ปริมาณเกล็ดเลือดปกติของคนเราจะอยู่ที่ 150,000-450,000 ต่อไมโครลิตร แต่หากจำนวนเกล็ดเลือดลดลง หรือมีน้อยกว่า 150,000 ต่อไมโครลิตร ก็จะเข้าสู่ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ทำให้เกิดเลือดออกง่าย หรือร่างกายมีปัญหาในการทำให้เลือดหยุดไหล ยิ่งหากมีจำนวนเกล็ดเลือดต่ำกว่า 50,000 ต่อไมโครลิตร ก็ยิ่งเสี่ยงเกิดปัญหาเลือดออกผิดปกติขั้นรุนแรง จนอาจเป็นอันตรายได้ สัญญาณและอาการของภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia) […]

ความผิดปกติของเลือดแบบอื่น

การผ่าตัดทุกชนิดย่อมมีความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงหรืออาการแทรกซ้อน และหนึ่งในอาการแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยของการผ่าตัดก็คือ การเกิดลิ่มเลือดอุดตัน หรือ เลือดคั่งหลังผ่าตัด ที่ในบางกรณี หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ วันนี้มารู้เรื่องนี้กับกับ Hello คุณหมอ เลือดคั่งหลังผ่าตัด… ภาวะอันตราย การสร้างลิ่มเลือด (Blood clot formation) หรือการแข็งตัวของเลือด (Blood coagulation) คือกระบวนการทำให้เลือดกลายเป็นลิ่มเลือด ซึ่งเป็นกลไกการห้ามเลือดตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น เมื่อเราโดนมีดบาดนิ้วจนเลือดออก ร่างกายก็จะสร้างลิ่มเลือดขึ้นในบริเวณรอยมีดบาด เพื่อห้ามเลือด ช่วยรักษาแผล และช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายต้องเสียเลือดมากเกินไป ลิ่มเลือดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนในร่างกาย หากเป็นลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นเมื่อเรามีแผล ส่วนใหญ่จะอยู่บนผิวหนัง หรือที่เรียกว่าสะเก็ดแผล เมื่อแผลหาย สะเก็ดแผลหรือลิ่มเลือดก็จะหลุดออกไปได้เอง และไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ แต่ในบางกรณี เช่น ขณะผ่าตัด หรือหลังผ่าตัด ก็อาจมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นได้ และหากลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นไหลไปตามหลอดเลือด เข้าไปยังปอด ก็อาจทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน ที่เรียกว่า โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (Pulmonary Embolism) ทำให้หายใจเหนื่อยหอบเฉียบพลัน และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หรือหากลิ่มเลือดอุดตันในสมอง ก็เป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตเช่นกัน อาการของเลือดคั่งหลังผ่าตัดที่ควรรู้ อาการของเลือดคั่งหลังผ่าตัดนั้นจะแตกต่างกันไป ตามบริเวณที่เกิดเลือดคั่ง ซึ่งคุณสามารถสังเกตเบื้องต้นได้ดังนี้ หัวใจ : รู้สึกเจ็บหน้าอก มือชา แขนชา […]

ภาวะโลหิตจาง

คำจำกัดความภาวะเลือดออกผิดปกติ คืออะไร ภาวะเลือดออกผิดปกติ (Bleeding Disorders)  คือ อาการที่มีผลกระทบต่อวิธีที่เลือดแข็งตัวตามปกติ ขั้นตอนของการแข็งตัวเป็นที่รู้จักเรียกว่า “การแข็งตัว” เป็นการเปลี่ยนเลือดจากของเหลวไปเป็นของแข็ง เมื่อคุณได้รับบาดเจ็บ โดยปกติเลือดจะเริ่มแข็งตัวเพื่อป้องกันการเสียเลือดมาก บางครั้งการป้องกันเลือดแข็งตัวอย่างไม่เหมาะสม อาจมีผลให้เลือดออกมาก หรือนาน บางครั้งอาจทำให้เลือดออกผิดปกติทั้งภายนอก และภายในร่างกาย บางอาการผิดปกติอาจค่อย ๆ เพิ่มจำนวนของเลือดที่ออกจากร่างกาย อาจทำให้เกิดเลือดออกใต้ผิวหนัง หรือในอวัยวะที่สำคัญ เช่น สมอง ภาวะเลือดออกผิดปกติมีความแตกต่างมากมาย แต่ส่วนมากโดยทั่วไปมีดังต่อไปนี้ ฮีโมฟีเลีย ประเภท A และ B เป็นอาการที่เกิดเมื่อมีปัจจัยเลือดแข็งตัวในระดับต่ำ ทำให้ เกิดเลือดออกผิดปกติ ในข้อต่อ แม้ว่าฮีโมฟีเลียจะพบได้ยาก แต่หากมีภาวะแทรกซ้อนก็สามารถคุกคามชีวิตได้ ปัจจัยที่เป็นข้อบกพร่องที่ 2 5 7 10 หรือ 12 เป็น ภาวะเลือดออกผิดปกติ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการแข็งตัวของเลือด หรือปัญหาเลือดออกผิดปกติ โรควอนวิลลิแบรนด์ (Von Willebrand’s Disease) เป็นภาวะเลือดออกผิดปกติทางพันธุกรรมที่พบมากที่สุด มันพัฒนาเมื่อเลือดขาดปัจจัย วอนวิลลิแบรนด์ ที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว หากมีอาการเลือดออกผิดปกติกรุณาปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการภาวะเลือดออกผิดปกติ อาการอาจมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภทของภาวะเลือดออกผิดปกติ อย่างไรก็ตามสัญญาณหลัก เช่น ผิวช้ำง่าย ประจำเดือนมามาก เลือดกำเดาออกบ่อย เลือดออกมากเกินไป จากแผลมีดบาดเล็ก […]

โรคธาลัสซีเมีย

ลิ่มเลือด เป็นกระบวนการที่มีการรวมตัวของเลือดในบริเวณที่มีบาดแผลฉีกขาด กระบวนการแข็งตัวของเลือดจะกระตุ้นเซลล์ขนาดเล็กในเลือดซึ่งเรียกว่าเกล็ดเลือด จะรวมตัวกันในบริเวณที่เกิดบาดแผลเพื่ออุดกั้นในเบื้องต้น คำจำกัดความลิ่มเลือด คืออะไร ลิ่มเลือด (Blood clot) เป็นกระบวนการที่มีการรวมตัวของเลือดในบริเวณที่มีบาดแผลฉีกขาด และทำให้เลือดหยุดไหล เมื่อมีบาดแผลหรือได้รับบาดเจ็บ ตัวอย่างเช่น หากเกิดมีดบาดโดยบังเอิญ กระบวนการแข็งตัวของเลือดจะกระตุ้นเซลล์ขนาดเล็กในเลือดซึ่งเรียกว่าเกล็ดเลือด จะรวมตัวกันในบริเวณที่เกิดบาดแผลเพื่ออุดกั้นในเบื้องต้น ปัจจัยการแข็งตัวของเลือดในเลือด ทำให้เกิดปฏิกิริยาห่วงโซ่อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้เกิดสายของโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไฟบริน  (Fibrin) ซึ่งทำหน้าที่ยึดเกล็ดเลือดเข้าด้วยกัน เกล็ดเลือดจำนวนมากจะมีการเชื่อมติดกันทางเคมี เพื่อทำให้เกิดลิ่มเลือดที่แข็งแรง เพื่อทำให้เลือดหยุดไหล โดยมีโปรตีนชนิดอื่นๆ ในร่างกายที่ช่วยยับยั้งกระบวนการแข็งตัวของเลือด เมื่อลิ่มเลือดมีขนาดใหญ่มากพอ และเมื่อบาดแผลหายแล้ว สายไฟบรินจะสลายไปเอง และเกล็ดเลือดจะกลับไปเป็นเพียงเนื้อเยื่อเลือดตามปกติ ลิ่มเลือด พบบ่อยเพียงใด ลิ่มเลือดพบได้บ่อยมาก โดยสามารถส่งผลได้ต่อคนทุกวัย แต่สามารถป้องกันได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการของการเกิดลิ่มเลือด คุณอาจสังเกตเห็น เมื่อคุณทำมีดบาดตนเอง มีบริเวณที่บวมขนาดเล็กโดยรอบบาดแผล ในบางครั้งมีอาการคันและมีอาการเจ็บแน่นอน อาการต่างๆ ของลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มีความคล้ายคลึงกัน เมื่อลิ่มเลือดเกิดขึ้นในหลอดเลือดดำ แล้วจะมีรอยแดง อาการเจ็บ อาการบวม และอาจรู้สึกร้อน ในบางครั้ง บริเวณที่มีอาการบวมทั้งหมดมีสีน้ำเงิน เนื่องจากมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นมาก อย่างไรก็ดี หากมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดแดง อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น ตามปกติ เลือดจะไหลเวียนไปตามหลอดเลือดแดง เพื่อทำหน้าที่ทางชีววิทยา เช่น การหายใจ ดังนั้น หากเกิดลิ่มเลือด อาจมีอาการเหงื่อออก หายใจลำบาก และในบางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ เจ็บหน้าอก […]

ความผิดปกติของเลือด

โรคเลือด คือ ความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หายใจลำบาก ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง คำจำกัดความโรคเลือด คืออะไร เลือด เป็นประกอบด้วยส่วนที่เป็นของเหลวซึ่งเรียกว่า พลาสมา และของแข็งซึ่งประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด เมื่อเลือดเกิดความผิดปกติอาจส่งผลต่อองค์ประกอบของเลือด ดังนี้  เซลล์เม็ดเลือดแดง ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หายใจลำบาก  เซลล์เม็ดเลือดขาว ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ส่งผลให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย เกล็ดเลือด หากเกล็ดเลือดต่ำอาจส่งผลให้ผู้ป่วยเสียเลือดมากแม้ได้รับอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย หรือหากเกล็ดเลือดสูงอาจส่งผลให้เลือดก่อตัวเป็นลิ่มเลือดจนเกิดอาการอุดตัน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจวาย    อาการอาการของโรคเลือด ความผิดปกติของเลือดที่ส่งผลต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง  เหนื่อยล้า  อ่อนเพลีย  หายใจหอบ  ภาวะโลหิตจาง  ธาลัสซีเมีย  โรคเลือดข้น  ความผิดปกติของเลือดที่ส่งผลต่อเซลล์เม็ดเลือดขาว  เสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่ายเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ  มะเร็งเม็ดเลือดขาว  มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการวิงเวียนศีรษะ หายใจถี่ หัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้ออ่อนแรง ความผิดปกติของเลือดที่ส่งผลต่อเกล็ดเลือด  เสียเลือดได้ง่ายถึงแม้ว่าจะมีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย  ผิวช้ำกระจายใต้ผิวหนัง  เลือดออกบริเวณจมูก เหงือก ระบบทางเดินอาหาร ระบบปัสสาวะ โดยไม่ทราบสาเหตุ สาเหตุสาเหตุที่อาจทำให้เกิดโรคเลือด สาเหตุที่อาจทำให้เกิดโรคเลือด มีดังต่อไปนี้ กรรมพันธุ์ โรคเลือดสามารถถ่ายทอดได้ในครอบครัว หมายความว่าหากพ่อแม่หรือพี่น้องของเป็นโรคเลือด อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเลือดได้ การติดเชื้อ การติดเชื้อบางชนิดสามารถลดจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดขาวในเลือดได้ การติดเชื้ออื่น ๆ ยังอาจเพิ่มการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวได้อีกด้วย การขาดสารอาหาร ความผิดปกติเกี่ยวกับการดูดซึมธาตุเหล็ก สามารถทำให้เกิดโรคเลือดได้ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เซลล์เม็ดเลือดแดงได้อย่างเพียงพอ   ปัจจัยเสี่ยงปัจจัยเสี่ยงของโรคเลือด ปัจจัยเสี่ยงของโรคเลือด มีดังต่อไปนี้ รับประทานอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง โรคอ้วน การสูบบุหรี่ ลำไส้ผิดปกติ โรคเรื้อรัง ประจำเดือนหรือการตั้งครรภ์ อายุที่มากขึ้น มีการออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก ขาดการออกกำลังกาย การวินิจฉัยโรคการวินิจฉัยและการรักษา ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ควรปรึกษาคุณหมอทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม การวินิจฉัยโรคเลือด เพื่อตรวจหาความผิดปกติเกี่ยวกับเลือด คุณหมออาจทำการทดสอบ ดังต่อไปนี้ การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เป็นการทดสอบที่พบได้บ่อยที่สุด สำหรับการตรวจหาความผิดปกติของเลือด เพื่อประเมินส่วนประกอบเกี่ยวกับเซลล์เลือดทั้งหมด  อัตราการสร้างเม็ดเลือดแดง เป็นการวัดจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงที่สร้างขึ้นใหม่ ในปริมาณเลือดเฉพาะ เพื่อวัดประสิทธิภาพของไขกระดูกในการสังเคราะห์เซลล์เม็ดเลือดแดงที่สร้างขึ้นใหม่ การทดสอบเซลล์เม็ดเลือดพิเศษ คุณหมออาจวัดสัดส่วนของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดที่แตกต่างกัน และความสามารถของเซลล์เม็ดเลือดขาว […]

ภาวะโลหิตจาง

โลหิตจางเป็นโรคร้ายแรง และโลหิตจางก็มีหลายประเภทจากสาเหตุที่ต่างกัน มาทำความรู้จักกับ โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก อีกหนึ่งสาเหตุของโลหิตจางที่ร้ายแรง โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตกคืออะไร ด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้สามารถลำเลียงออกซิเจน จากปอดไปยังหัวใจและทั่วร่างกายได้ เซลล์เม็ดเลือดแดงจำนวนมาก เกิดขึ้นจากไขกระดูก โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก (Hemolytic anemia) เกิดขึ้นเมื่อไขกระดูกไม่สามารถสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงในระดับที่เพียงพอ เพื่อทดแทนเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ตายแล้วได้ โดยทั่วไปแล้ว โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตกสามารถเกิดจากปัจจัยภายในหรือปัจจัยภายนอก โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตกภายนอก (extrinsic hemolytic anemia) ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าภูมิต้านทานตนเองทำลายเม็ดเลือดแดง (autoimmune hemolytic anemia) เกิดขึ้นเมื่อเซลล์เม็ดเลือดแดงปกติ ถูกเก็บและทำลายโดยม้าม ภูมิต้านทานตนเองทำลายเม็ดเลือดแดง ยังสามารถเกิดจากการทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงที่เกิดจากลูคีเมีย (leukemia) เนื้องอก การติดเชื้อ โรคภูมิต้านทานตัวเอง หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยา คุณจะเป็นโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตกภายใน (intrinsic hemolytic anemia) เมื่อร่างกายสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงที่บกพร่อง โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตกภายใน มักถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยเฉพาะในผู้ป่วยธาลัสซีเมีย หรือโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (sickle cell anemia) ภาวะดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้จากโรคบางประเภท อาจเกิดจากตับอักเสบ (hepatitis) ไข้ไทฟอยด์ (typhoid fever) ม้ามโต (enlarged spleen) โรคลูปัส (lupus) การติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัส (streptococcus) […]

โรคธาลัสซีเมีย

ธาลัสซีเมีย เป็นความผิดปกติเกี่ยวกับเลือดที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เพื่อความเข้าใจในอาการของโรคนี้ให้ดีขึ้น มาทำความรู้จักกับ ประเภทของธาลัสซีเมีย สองแบบที่แตกต่างกัน ธาลัสซีเมียคืออะไร ธาลัสซีเมีย (Thalassemia) เป็นความผิดปกติเกี่ยวกับเลือด ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ที่ทำให้ร่างกายสร้างฮีโมโกลบินในรูปแบบที่ผิดปกติ ฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) เป็นส่วนประกอบหลักของเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งมีหน้าที่ในการลำเลียงออกซิเจน ผลประการหนึ่งของธาลัสซีเมียคือ เซลล์เม็ดเลือดแดงจำนวนมากถูกทำลายลง จึงทำให้เกิดภาวะเลือดจาง ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายไม่มีเซลล์เม็ดเลือดแดง ที่เป็นปกติและสุขภาพดีอย่างเพียงพอ ธาลัสซีเมียบ่งชี้ว่า พ่อแม่ของคุณอย่างน้อยหนึ่งคน เป็นพาหะของโรค การกลายพันธ์ุของยีน หรือการสูญเสียยีนสำคัญเฉพาะ สามารถทำให้เกิดธาลัสซีเมียได้ ธาลัสซีเมียที่มีอาการไม่รุนแรง อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา อย่างไรก็ดี มีธาลัสซีเมียประเภทที่รุนแรงกว่า อาจจำเป็นต้องเข้ารับการถ่ายเลือดอยู่เสมอ อาการของธาลัสซีเมียมีอะไรบ้าง                                                       […]