home

พ่อแม่เลี้ยงลูก

ในทุกช่วงชีวิตของลูกน้อย เหล่าคุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะต้องรู้วิธีดูแลและสนับสนุนสุขภาพโดยรวมของลูกน้อย เพื่อให้ความเป็นอยู่ของลูกน้อยดีขึ้น เพราะฉะนั้นใน พ่อแม่เลี้ยงลูก คุณจะได้พบกับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมถึงเคล็ดลับในการดูแลลูกให้แข็งแรง มีความสุข และสามารถปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์

ความรู้ทั่วไป

พ่อแม่เลี้ยงลูก

สำหรับทารกในช่วงวัย 6 เดือนแรก อาจต้องได้รับสารอาหารเป็นพิเศษ เพื่อช่วยเสริมสร้างร่างกายให้พวกเขามีภูมิต้านทานและสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้น วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับ โภชนาการสำหรับทารก ในช่วง 6 เดือนแรก เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ในการดูแลลูกน้อยให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน มาฝากกันค่ะ ทารกช่วง 6 เดือนแรก ควรได้รับอาหารรูปแบบใด หากลูกรักของคุณอยู่ในช่วง 1-3 เดือนแรก อาจจะต้องให้กินนมแม่เพียงอย่างเดียว เพราะภายในนมแม่นั้นจะมีสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของทารก แต่หากคุณแม่ไม่มีน้ำนมเพียงพอ อาจให้ลูกกินนมผงที่มีสูตรเสริมธาตุเหล็ก และวิตามินดีเข้ามาช่วย ครั้งละ 4-5 ออนซ์ โดยต้องผ่านการพิจารณาจากแพทย์ร่วม เพราะเนื่องจากสุขภาพทารกนั้นมีข้อจำกัด หรือเงื่อนไขของสุขภาพแตกต่างกัน แต่สำหรับทารกช่วง 4-6 เดือน นอกจากการให้น้ำนมแม่และนมผงแล้ว อาจจะเริ่มฝึกให้ลูกรับประทานอาหารแข็งร่วมด้วยเช่น ซีเรียล ผัก ผลไม้บดละเอียด เนื้อสัตว์ต้มเปื่อย ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของถั่วหรือน้ำผึ้ง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กได้ โภชนาการสำหรับทารก ช่วง 6 เดือนแรก โภชนาการ หรือสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตให้แก่ลูกรักของคุณนอกเหนือจากการให้รับประทานแต่นมผง มีดังต่อไปนี้ แคลเซียม : ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก และฟัน โฟเลต : กระตุ้นให้เซลล์เกิดการแบ่งตัว […]

หัวข้อ พ่อแม่เลี้ยงลูก เพิ่มเติม

โรคทางเดินหายใจในเด็ก

ปัจจัยที่ส่งผลให้ลูกรักคุณต้องเจ็บป่วยจาก เชื้อไวรัสอาร์เอสวี นั้น อาจมาจากการได้รับเชื้อติดต่อผ่านทางละอองน้ำลายที่ลอยอยู่ตามอากาศ หรือตามบนวัตถุสิ่งของ รวมถึงเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ไวรัสส่งผลร้ายแรงแก่สุขภาพลูกรัก วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวม วิธีรักษาเชื้อไวรัสอาร์เอสวี ที่แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำ มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ อาการที่บ่งบอกว่าลูกติด เชื้อไวรัสอาร์เอสวี หากเป็นอาการทั่วไปลูกรักของคุณอาจเผยปฏิกิริยาออกมาในรูปแบบการไอ น้ำมูกไหล มีไข้ต่ำ คล้ายไข้หวัด แต่สำหรับกรณีที่มีการได้รับ เชื้อไวรัสอาร์เอสวี ลงไปสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง หรือลงไปยังปอด ก็อาจส่งผลให้เด็ก ๆ นั้นเสี่ยงเป็นโรคปอดบวม และหลอดลมอักเสบได้ พร้อมยังมีอาการรุนแรงต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ร่วมด้วย ไอรุนแรง หายใจเสียงหืด ที่บ่งบอกว่ากำลังหายใจไม่สะดวก หายใจเร็วถี่ อ่อนเพลีย สีผิวเปลี่ยนเป็นฟ้าซีด อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย รับประทานอาหารยาก นอกจากอาการรุนแรงข้างต้นที่กล่าวมาเด็ก ๆ บางคนอาจมีอาการหยุดหายใจ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอาการที่ร้ายแรงกับลูกรักคุณอย่างมากดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาการทั่วไปที่คล้ายไข้หวัด คุณพ่อคุณแม่ทุกคนก็ควรพาเด็ก ๆ เข้ารับการตรวจวินิจฉัยในทันที เพราะเมื่อใดที่มีการชะล่าใจ และมีการรักษาด้วยตนเองอย่างไม่ตรงจุด อาจทำให้ เชื้อไวรัสอาร์เอส วีลงเข้าสู่ปอดของลูกรักก็เป็นได้ วิธีรักษาเชื้อไวรัสอาร์เอสวี ที่แพทย์แนะนำ ก่อนดำเนินการรักษาแพทย์อาจต้องวินิจฉัยอาการเบื้องต้นด้วยการสอบถามข้อมูลจากคุณพ่อคุณแม่ พร้อมมีการฟังเสียงหายใจ และการทำงานของปอด แต่หากจะให้พบสาเหตุที่แน่ชัด […]

โรคทางเดินหายใจในเด็ก

เชื้อไวรัสอาร์เอสวี มักพบได้บ่อยในช่วงวัยเด็ก ที่สามารถเข้าไปลดประสิทธิภาพการทำงานของระบบทางเดินหายใจ จนก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมากมาย เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอักเสบ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนทราบ สาเหตุของเชื้อไวรัสอาร์เอสวี ที่แน่ชัด วันนี้ Hello คุณหมอ จึงได้ทำการรวมรวมข้อมูลเอาไว้ในบทความด้านล่างนี้แล้วค่ะ สาเหตุของเชื้อไวรัสอาร์เอสวี ที่เกิดขึ้นกับเด็ก เชื้อไวรัสอาร์เอสวี ที่ลูกรักของคุณได้รับอาจมาจากผู้ที่มีเชื้อไวรัสชนิดนี้มีการไอ จาม ซึ่งส่งผลทำให้ละอองที่ปะปนด้วยไวรัสเกิดแพร่กระจายตามอากาศ จนเด็ก ๆ อาจรับเชื้อเรานี้ผ่านการสัมผัส หรือสูดดมเข้าไป โดยอาการติด เชื้อไวรัสอาร์เอสวี มักจะรุนแรงกับเด็กในช่วงวัยต่าง ๆ ดังนี้ เด็กทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกอายุต่ำกว่า 8-10 สัปดาห์ เด็กที่มีความผิดปกติเกี่ยวข้องกับระบบประสาท และกล้ามเนื้อ เช่น กล้ามเนื้อเสื่อม เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี ทารก หรือเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และมีโรคประจำตัวอย่างโรคหัวใจ โรคปอดอยู่แต่เดิม อาการของ เชื้อไวรัสอาร์เอสวี ที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกต อาการ หรือสัญญาณเตือนที่คุณควรสังเกตลูกรักมักปรากฏขึ้นภายใน 4-6 วัน หลังจากที่เด็ก ๆ ได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ช่องทางเดินหายใจ ถึงแม้จะดูเหมือนไข้หวัด แต่ก็ไม่สามารถจะประมาทได้ ทางที่ดีคุณควรพาลูกรักเข้ารับการตรวจเช็กทันที หากมีอาการ ดังต่อไปนี้ […]

ทารกคลอดก่อนกำหนด

ถึงลูกรักของคุณจะคลอดก่อนกำหนดด้วยสาเหตุบางประการ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขานั้นจะแตกต่างจากทารกทั่วไป อย่างไรก็ควรมีการได้รับวัคซีนเฉกเช่นเดียวกับเด็กคนอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำข้อมูลที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ วัคซีนสำหรับทารกคลอดก่อนกำหนด ว่าจะมีชนิดใดบ้างที่ลูกรักคุณควรได้รับอย่างครบถ้วน วัคซีนสำหรับทารกคลอดก่อนกำหนด มีอะไรบ้าง เนื่องจาก ทารกคลอดก่อนกำหนด อาจมีระบบการทำงานของอวัยวะภายใน และร่างกายยังไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก เมื่อระยะเวลาผ่านไปอาจก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ในอนาคต ดังนั้นการฉีดวัคซีนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ลูกรักของคุณควรได้รับ แต่อาจเป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาจากทางแพทย์ร่วมด้วย โดยวัคซีนสำหรับ ทารกคลอดก่อนกำหนด นั้น มีดังนี้ วัคซีน ไวรัสตับอักเสบบี สำหรับวัคซีนชนิดนี้ แพทย์อาจมีการตรวจร่างกายคุณแม่ร่วมด้วยว่ามีแอนติเจนที่เป็นลบ หรือเป็นบวก เพราะหากทารกคลอดก่อนกำหนดโดยคุณแม่ที่มีแอนติเจนลบ อาจจำต้องรอให้ทารกมีน้ำหนัก 2,000 เสียก่อน เนื่องจากวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีอาจมีการตอบสนองกับร่างกายไม่เพียงพอ แต่หากกรณีที่ทารกคลอดก่อนกำหนดโดยคุณแม่ที่มีแอนติเจนบวก อาจสามารถรับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีชนิด Monovalent ได้ภายใน 12 ชั่วโมงหลังคลอด อีกทั้งหากทารกที่คลอดก่อนกำหนดมีน้ำหนัก 2,000 กรัม อาจได้รับวัคซีน 3 โดส เมื่อแรกเกิด วัคซีนป้องกันโรคปอดบวม การคลอดก่อนกำหนดมีความเชื่อมโยงที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทางด้านสุขภาพปอดได้ เช่น โรคปอดบวม โดยส่วนใหญ่แพทย์จะกำหนดให้วัคซีนชนิดนี้กับ ทารกคลอดก่อนกำหนด ที่มีอายุ 2 เดือน แม้ว่าทารกยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลก็ตาม วัคซีนไวรัสโรต้า […]

ทารกคลอดก่อนกำหนด

ทารกคลอดก่อนกำหนด เป็นหมายถึงการที่คุณแม่คลอดลูกในช่วงก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ โดยอาจมีสาเหตุมาจากหลากหลายปัจจัยด้วยกัน วันนี้ Hello คุณหมอ จะพามารู้จักกับความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ ทารกคลอดก่อนกำหนด ทั้งปัจจัยเสี่ยง ลักษณะ และการดูแลลูกน้อยเบื้องต้น เพื่อให้ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างถูกต้อง ปัจจัยเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงป้องกัน ทารกคลอดก่อนกำหนด ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้ทารก คลอดก่อนกำหนด บางปัจจัย คุณแม่ตั้งครรภ์ก็อาจสามารถทำการหลีกเลี่ยงได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการ คลอดก่อนกำหนด เช่น ลดระดับความเครียด การหยุดสูบบุหรี่ และการใช้ยาที่ไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์ แต่สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาวะสุขภาพต่าง ๆ อาจค่อนข้างหลีกเลี่ยงได้ยาก เช่น การติดเชื้อบางชนิด บริเวณช่องคลอด ปัญหาเกี่ยวกับมดลูก ภาวะความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน อุบัติเหตุ ภาวะครรภ์เป็นพิษ น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ โดยอาจมาจากพันธุกรรม หรือพฤติกรรมส่วนตัว ก่อนการตั้งครรภ์ ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ยังสามารถส่งผลต่อพัฒนาการของทารก ทำให้ทารกมีพัฒนาการที่ล่าช้าหรือบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการมองเห็น การรับรู้การเข้าใจ ปัญหาการได้ยิน คุณแม่จึงควรเข้ารับการตรวจสุภาพอยู่เสมอทั้งช่วงการวางแผนก่อนการตั้งครรภ์ และระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อช่วยป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ คลอดก่อนกำหนด เหล่านี้ ลักษณะของทารกคลอดก่อนกำหนด ที่ควรสังเกต เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์เผชิญกับเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพที่จำเป็นต้อง คลอดก่อนกำหนด ก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบบางอย่างกับลูกน้อยทั้งในระดับต่ำ จนถึงขั้นรุนแรง ได้ดังนี้ ลักษณะของทารก คลอดก่อนกำหนด ที่พบเจอได้บ่อย […]

ขวบปีแรกของลูกน้อย

ทุกการเติบโตของลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญ และควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวัย ขวบปีแรกของลูกน้อย วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขออาสาพาผู้ปกครองทุกครอบครัว มาร่วมรู้จักกับพัฒนาพื้นฐาน พร้อมทั้งการเลี้ยงดูในเชิงบวก เพื่อให้ลูกรักเติบโตอย่างมีคุณภาพ มาฝากกันค่ะ พัฒนาการลูกรักช่วง ขวบปีแรกของลูกน้อย พัฒนาการ ช่วงขวบปีแรก ของลูกน้อยสามารถแบ่งย่อยออกเป็นอีก 4 ช่วงอายุด้วยกันนั่นก็คือ ทารกอายุ 0-3 เดือน ทารกอายุ 4-6 เดือน ทารกอายุ 7-9 เดือน และทารกอายุ 10-12 เดือน โดยแต่ละช่วงอายุดังกล่าวก็มักมีพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป หากจะให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจง่ายขึ้น เรามาดูไปพร้อม ๆ กันดีกว่าว่าในเด็กแต่ละช่วงอายุส่วนใหญ่จะมีพัฒนาการอย่างไรกันบ้าง พัฒนาการของทารกช่วงอายุ 0-3 เดือน ในช่วงแรก ทารกอาจมีการพัฒนาด้านร่างกายและสมองที่กำลังเริ่มเรียนรู้จากสิ่งที่พบเห็น และแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ส่งยิ้มให้คุณ กวาดมองตามวัตถุที่เคลื่อนไหว จับวัตถุที่คุณหยิบยื่นใส่มือ และพยายามจะเอื้อมหยิบจับสิ่งของที่เขาพบเห็น พัฒนาการของทารกช่วงอายุ 4-6 เดือน เมื่อทารกมีการเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนเข้าสู่ช่วงวัย 4-6 เดือน พวกเขาจะเริ่มอยากจะคว้าสิ่งของต่าง ๆ ที่เขาพบเห็น รวมไปถึงเริ่มส่งเสียง […]

สุขภาพวัยรุ่น

วัยรุ่น เป็นช่วงชีวิตของการวางรากฐานการมีสุขภาพที่ดี เพราะวัยรุนเป็นวัยที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วทางร่างกาย ปัญญา และสังคม การ ดูแลสุขภาพวัยรุ่น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้วัยรุ่นเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์แข็งแรงและปลอดภัยจากโรค เพื่อการ ดูแลสุขภาพวัยรุ่น ได้อย่างตรงจุด ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย ดูแลสุขภาพวัยรุ่นด้วยเครื่องคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) คลิก ปัญหาสุขภาพในวัยรุ่น ปัญหา สุขภาพวัยรุ่น ที่พบบ่อย ได้แก่ ปัญหาสุขภาพจิต โรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของปัญหา สุขภาพวัยรุ่น ที่อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยตามมา ปัจจัยอื่นที่สามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่นได้ คือ ความรุนแรง ความรู้สึกด้อยค่า ความวิตกกังวล ปัญหาทาอารมณ์ ปัญหาทางครอบครัว การดูแลสุขภาพจิตของวัยรุ่นจึงเป้นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย โรคกินผิดปกติและภาวะทุพโภชนาการ วัยรุ่น หลายคนอาจมีความกังวลเรื่องรูปร่างและน้ำหนัก จนอาจนำไปสู่ปัญหาการกินผิดปกติ เช่น กินน้อยเกินไป กินมากเกินไป และอาจนำไปสู่ปัญหาโรคอ้วนที่เป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพมากมายในอนาคต  ในขณะเดียวกัน วัยรุ่นบางคนอาจไม่ได้รับสารอาหารที่เหมาะสม จึงทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารได้ ความรุนแรง ความสาเหตุเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตใน วัยรุ่น ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในวัยรุ่นชายและเด็กหญิงอายุประมาณ 20 ปี ถูกล่วงละเมิดทางเพศ สาเหตุหลักของปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่มากจากความรุนแรง การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนทำให้เกิดความก้าวร้าวในวัยรุ่น เอชไอวี/ เอดส์ เอชไอวี (HIV) เป็นโรคหนึ่งที่คุกคามสุขภาพวันรุ่นเนื่องจากวัยนี้เป็นวัยอยากรู้อยากลองจึงอาจเกิด การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย การใช้สารเสพติด ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น […]

สุขภาพจิตวัยรุ่น

ปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่น เป็นปัญหาของวัยว้าวุ่นที่พ่อแม่ควรใส่ใจ เพราะปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่นมีส่วนสำคัญที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงของการทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายได้ เพื่อเฝ้าระวังและลงมือรักษาได้ทัน Hello คุณหมอ มีสัญญาณเตือน ปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่น มากฝากทุกคนแล้วค่ะ เตรียมตัวให้พร้อมรู้วันไข่ตรงกับเครื่องมือคำนวณการตกไข่ คลิก สัญญาณเตือน ปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่น ปัญหาสุขภาพจิต ในวัยรุ่นอาจเป็นเรื่องยากที่จะสังเกต เนื่องจากอาการอาจแสดงออกมาในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย พ่อแม่จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต หากพบว่าพฤติกรรมของวัยรุ่นเริ่มสร้างปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวัน ที่โรงเรียน หรือกับกลุ่มเพื่อน หากคุณกำลังสังเกตเห็นว่าลูกของคุณมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณถึงปัญหา สุขภาพจิต ในวัยรุ่นได้ หมดความสนใจกับสิ่งที่ชื่นชอบหรือกำลังทำ รู้สึกท้อถอย สิ้นหวัง หมดกำลังใจ หมดพลังในการจำกิจกรรม นอนมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ง่วงตลอดเวลา ไม่เข้าร่วมสังคมทั้งครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ชอบที่จะเก็บตัวอยู่คนเดียว มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา น้ำหนัก ทำให้คุมอาหารหรือออกกำลังกายมากเกินไป มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใช้ยาเสพติด มีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำลายข้าวของ หรือทำร้ายผู้อื่น คิดฆ่าตัวตาย นอนในช่วงเวลาที่ไม่ควรนอน มีอาการเจ็บป่วยทางกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง ปวดหลัง เกิดภาพหลอน ปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่น มีอะไรบ้าง โรควิตกกังวล โรควิตกกังวลเป็น ปัญหาสุขภาพจิต ที่พบบ่อยในวัยรุ่น อาจมีทั้งโรควิตกกังวลทั่วไป โรควิตกกังวลทางสังคม โรคตื่นตระหนก […]

สุขภาพจิตวัยรุ่น

การ ดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่น เป็นสิ่งที่ควรใส่ใจ อย่ารอให้คนอื่นมาดูแลคุณ เพราะการเริ่มต้นดูแลสุขภาพจิตด้วยตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์แข็งแรงมากที่สุด หากตอนนี้คุณกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต หรืออยากเริ่มดูแลสุขภาพจิต แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร Hello คุณหมอ มีวิธีดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่นมาฝากทุกคนในบทความนี้แล้วค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกัน! เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิดด้วย เครื่องมือคำนวณการตกไข่ คลิก สุขภาพจิตสำคัญอย่างไร? การดูแลสุขภาพร่างกายให้ดีเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ก็ไม่ควรละเลยสุขภาพจิตด้วยเช่นกัน เพราะสุขภาพจิตที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับความคิด ความรู้สึก การกระทำ การตัดสินใจ และความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะสุขภาพจิตวัยรุ่น ที่เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง และเป็นรอยต่อก่อนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ การดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรง จะส่งผลที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมและคุณภาพชีวิตของคุณในทุก ๆ ด้าน วิธีการ ดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่น การดูแลสุขภาพจิตของตัวคุณเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อ สุขภาพจิต ที่สมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพจิตมีหลายวิธี ดังนี้ เลือกกินให้ดีต่อ สุขภาพจิต การรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ นอกจากจะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตด้วย เพราะแร่ธาตุบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 มีส่วนสำคัญต่อการสร้างสมดุลทางอารมณ์ ช่วยจัดการกับความเครียด และความวิตกกังวล นอกจากนี้ การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ยังอาจเป็นผลดีต่อสุขภาพจิต เพราะคาเฟอีนอาจทำให้คุณรู้สึกกระวนกระวายและวิตกกังวลได้ งดเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และเสพยาเสพติด สามารถส่งผลต่อ สุขภาพจิต ทำให้คุณรู้สึกหดหู่ […]

โรคทางเดินหายใจในเด็ก

โรคทางเดินหายใจในเด็ก เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจและส่วนอื่น ๆ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน รวมไปถึงเด็ก ๆ โรคทางเดินหายใจมีอยู่หลายชนิดมากมาย แต่วันนี้เราขอนำ โรคทางเดินหายใจในเด็ก ที่พบบ่อยมาแบ่งปันให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้รู้จัก เพื่อเรียนรู้โรคและเฝ้าระวังไม้ให้เกิดกับลูกรักของคุณ ป้องกันลูกรักให้ห่างไกลจากโรคร้าย มาเช็คตารางวัคซีนได้ ที่นี่ โรคทางเดินหายใจ คืออะไร? โรคทางเดินหายใจ หมายถึงโรคที่ส่งผลต่อปอดและอวัยวะอื่น ๆ ในระบบทางเดินหายใจ เช่น จมูก คอ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ การหายใจเอาควันบุหรี่มือสอง การสืบทอดทางพันธุกรรม การผ่าตัด และการติดเชื้อ โดยเฉพาะกับเด็กที่ยังมีระบบภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงพอที่จะต่อต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียต่าง ๆ จนส่งผลให้เกิดโรคทางเดินหายใจในเด็ก โรคทางเดินหายใจในเด็ก ที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง? โรคระบบทางเดินหายใจในเด็กที่พบบ่อย ได้แก่ โรคหอบหืด โรคหอบหืดเป็นภาวะที่ทำให้ทางเดินหายใจมีอาการแคบลงและบวมขึ้น อาจผลิตเมือกเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ ซึ่งอาการหอบหืดอาจเกิดขึ้นเมื่อคุณออกกำลังกาย หรืออาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเกิดอาการ ดังนี้ หายใจถี่ แน่นหน้าอกหรือเจ็บ เมื่อหายใจออกมีเสียงดัง ปัญหาการนอนหลับเกี่ยวกับการหายใจถี่ หรือหายใจมีเสียงหวีด อาการไอ หากอาการแย่ลงอาจแสดงสัญญาณเหล่านี้ มีอาการโรคหอบหืดบ่อยครั้งขึ้น หายใจลำบากขึ้น และจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic obstructive pulmonary disease : COPD) โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นหนึ่งใน โรคทางเดินหายใจ ที่ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ […]

โรคทางเดินหายใจในเด็ก

วัณโรคในเด็ก เป็นโรคที่สามารถแพร่กระจายได้ทางอากาศเข้าสู่ระบบหายใจ และอาจส่งผลให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงอยากชวนพ่อแม่ทุกคนมาอ่านบทความนี้ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับ วัณโรคในเด็ก และทำการเฝ้าระวังโรคได้ดียิ่งขึ้น ปกป้องลูกรักจากโรคร้าย รู้ตารางวัคซีนก่อนใคร ที่นี่ วัณโรคในเด็ก เกิดขึ้นอย่างไร? วัณโรค เกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียมัยโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส (Mycobacterium tuberculosis : M. tuberculosis) เด็กส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อชนิดนี้จะยังไม่พัฒนาเป็นวัณโรค แต่จะอยู่ในระยะแฝงของวัณโรคแทน เชื้อวัณโรคสามารถแพร่กระจายในอากาศเมื่อผู้ติดเชื้อไอ จาม พูด ร้องเพลง หรือหัวเราะ โดยส่วนใหญ่การติดเชื้อวัณโรคมักเกิดขึ้นที่ระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอด แต่อวัยวะอื่น ๆ เช่น ไต กระดูกสันหลังอาจ สมอง อาจได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เด็กทุกคนสามารถเสี่ยงต่อการเป็นวัณโรคได้ แต่เด็กที่มีความเสี่ยงมากที่สุด มีดังนี้ เด็กที่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรค เด็กจรจัด เด็กที่มาจากประเทศที่มีการแพร่กระจายของวัณโรค เด็กที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เป็นโรคเบาหวาน HIV หรือมีการใช้ยาที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง อาการของ วัณโรค  เด็กแต่ละคนอาจมีอาการของวัณโรคที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับอายุของเด็ก โดยอาการที่พบบ่อยในเด็กอายุน้อย มีดังนี้ มีไข้ น้ำหนักลด การเจริญเติบโตไม่ดี อาการไอ มีตุ่มใสที่ผิวหนัง […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน พ่อแม่เลี้ยงลูก ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon
expert-avatarbadge
อาจารย์วรัญญา เตชะสุขถาวร

คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

expert-avatarbadge
แพทย์หญิงประภัสสร ผาติกุลศิลา

คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

x