พ่อแม่เลี้ยงลูก

ในทุกช่วงชีวิตของลูกน้อย เหล่าคุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะต้องรู้วิธีดูแลและสนับสนุนสุขภาพโดยรวมของลูกน้อย เพื่อให้ความเป็นอยู่ของลูกน้อยดีขึ้น เพราะฉะนั้นใน พ่อแม่เลี้ยงลูก คุณจะได้พบกับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมถึงเคล็ดลับในการดูแลลูกให้แข็งแรง มีความสุข และสามารถปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์

เรื่องเด่นประจำหมวด

พ่อแม่เลี้ยงลูก

เด็กขาดสารอาหาร เกิดจากอะไร ป้องกันได้อย่างไรบ้าง

เด็กขาดสารอาหาร เป็นภาวะที่เกิดจากการร่างกายของเด็กขาดสารอาหารที่จำเป็นในการเจริญเติบโต จนมักส่งผลให้พัฒนาการแต่ละด้านของเด็กไม่เป็นไปตามวัย เช่น ทำให้เด็กเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ ตัวเล็กกว่าเด็กในวัยเดียวกัน น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ช้ากว่าปกติ  คุณพ่อคุณแม่จึงควรดูแลเอาใจใส่โภชนาการของเด็กอยู่เสมอ ด้วยการให้เด็กรับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการในปริมาณที่เหมาะสม เพราะอาจช่วยป้องกันภาวะขาดสารอาหารในเด็กได้ [embed-health-tool-bmi] ภาวะขาดสารอาหาร คืออะไร ภาวะขาดสารอาหาร  (Malnutrition) คือภาวะที่ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ ไขมัน อาจเกิดจากรับประทานอาหารน้อยเกินไป หรือจากการที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่ เป็นต้น จนส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย ทั้งยังอาจทำให้เด็กมีพัฒนาการล่าช้าและเติบโตไม่สมวัย เมื่อขาดพลังงาน ร่างกายจะสลายเนื้อเยื่อของตัวเองและเริ่มดึงไขมันที่สะสมในร่างกายมาใช้เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ จากนั้นจะสลายสารอาหารอย่างโปรตีนในกล้ามเนื้อ ผิวหนัง ผม และเล็บ มาใช้เป็นพลังงาน จนเด็กดูซูบผอมและเจริญเติบโตช้าลง ภาวะขาดสารอาหารยังอาจทำให้การทำงานของร่างกายผิดปกติ โดยอาจเริ่มจากระบบคุ้มภูมิกัน เด็กที่มีภาวะขาดสารอาหารจึงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหรือติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ ทั้งยังอาจหายป่วยหรือแผลหายได้ช้าลง นอกจากนี้ การทำงานของหัวใจยังอาจช้าลงไปด้วย ทำให้ความดันโลหิตต่ำลง ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เด็กรู้สึกเบื่ออาหารจนไม่รับประทานอาหารตามปกติ และอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบในร่างกาย เช่น สมอง อาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า ไม่สนใจตัวเอง เก็บตัวไม่สุงสิงกับผู้อื่น หัวใจ อาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ ไต อาจทำให้เกิดภาวะร่างกายมีน้ำเกินหรือมีภาวะขาดน้ำ เนื่องจากไตไม่สามารถควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติได้ […]

หัวข้อ พ่อแม่เลี้ยงลูก เพิ่มเติม

ความผิดปกติทางพัฒนาการและพฤติกรรม

อาการเด็กสมาธิสั้น เป็นอย่างไร และวิธีดูแลเด็กสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น เป็นโรคบกพร่องทางพฤติกรรม เกิดจากสมองส่วนที่ส่งผลต่อการควบคุมสมาธิและพฤติกรรมทำงานผิดปกติ พบได้บ่อยในเด็กวัยเรียน และมักส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และการปรับตัวเข้ากับเด็กในวัยเดียวกัน อาการเด็กสมาธิสั้น ที่พบทั่วไป เช่น อยู่ไม่สุข กระสับกระส่าย ขาดสมาธิ จดจ่อกับอะไรไม่ได้นาน หากพบว่าเด็กมีอาการ ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้เด็กมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่สมวัยและควบคุมโรคสมาธิสั้นให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันน้อยที่สุด [embed-health-tool-vaccination-tool] โรคสมาธิสั้น คืออะไร โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder หรือ ADHD) เป็นโรคที่เกิดจากสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสมาธิ พฤติกรรมและการแสดงออกของเด็กผิดปกติ ส่งผลให้เด็กว่อกแว่ก ซนกว่าเด็กทั่วไป ขาดสมาธิในการทำสิ่งต่าง ๆ และอาจกระทบต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้างทั้งที่บ้านและโรงเรียน โรคสมาธิสั้นมักได้รับการวินิจฉัยในช่วงอายุ 3-7 ปี และพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง ในเด็กผู้ชายมักพบว่ามีอาการอยู่ไม่นิ่งเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่เด็กผู้หญิงมีอาการขาดสมาธิ และแสดงพฤติกรรมก่อกวนน้อยกว่า ซึ่งอาจทำให้เด็กผู้หญิงที่เป็นโรคสมาธิสั้นได้รับการวินิจฉัยช้าเนื่องจากมีพฤติกรรมแสดงออกไม่เด่นชัดเท่าเด็กผู้ชาย โดยทั่วไปโรคสมาธิสั้นจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น แต่บางกรณีก็อาจเป็นโรคสมาธิสั้นไปจนถึงเป็นผู้ใหญ่ และบางรายก็อาจได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมาธิสั้นตอนโต ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคสมาธิสั้นในเด็ก อาจมีดังนี้ ปัจจัยทางพันธุกรรม เด็กที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคสมาธิสั้น เสี่ยงเกิดโรคนี้ได้มากกว่าเด็กทั่วไป การคลอดก่อนกำหนด ความเสี่ยงในการเป็นโรคสมาธิอาจเพิ่มขึ้น หากเด็กคลอดก่อนกำหนด หรือคลอดก่อนอายุครรภ์ครบ 37 สัปดาห์ น้ำหนักตัวแรกเกิด ทารกที่มีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อยกว่าเกณฑ์หรือน้อยกว่า 2.5 […]

สุขภาพเด็ก

จัด ฟัน เด็ก ดีอย่างไร อายุเท่าไหร่ถึงจะจัดฟันได้

จัด ฟัน เด็ก เป็นวิธีการรักษาปัญหาทันตกรรม เช่น ฟันผุ ฟันหน้ายื่น ฟันเก ฟันไม่สมมาตร ฟันห่าง ฟันสบลึก ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาการบดเคี้ยวอาหารที่ผิดปกติ ปัญหาความสวยงามของรอยยิ้มและใบหน้า ซึ่งการจัดฟันอาจช่วยให้เด็ก ดูแลสุขภาพช่องปากได้ง่ายขึ้น และยังช่วยเสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิต โดยเด็กจะเริ่มจัดฟันได้เมื่ออายุประมาณ 12 ปีขึ้นไป หรือเมื่อฟันน้ำนมหลุดออกจนหมดและมีฟันแท้ที่เจริญเติบโตเต็มที่ จัด ฟัน เด็ก ทำได้เมื่ออายุเท่าไหร่ จัดฟันเด็กสามารถทำได้เมื่อเด็กมีอายุประมาณ 12 ปีขึ้นไป หรือเมื่อฟันน้ำนมหลุดออกจนหมดและมีฟันแท้ที่เจริญเติบโตเต็มที่ โดยคุณหมออาจแนะนำให้จัดฟันได้ตั้งแต่อายุยังน้อย หากพบว่าการเรียงตัวของฟันผิดปกติหรือมีปัญหาสุขภาพช่องปาก เนื่องจากกรามของเด็กยังคงมีความยืดหยุ่นมากและตอบสนองต่อการรักษาได้ดี จึงช่วยให้ฟันสามารถเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น และอาจช่วยลดระยะเวลาในการจัดฟัน สำหรับระยะเวลาในการจัดฟันของเด็กแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัญหาของฟันและการวินิจฉัยของคุณหมอ ซึ่งเวลาเฉลี่ยในการจัดฟันอาจใช้เวลาประมาณ 2 ปี หากเด็กเข้ามาพบคุณหมอเพื่อปรับเครื่องมือตามนัดหมายอย่างสม่ำเสมอ หลังจากจัดฟันเสร็จเรียบร้อย เด็กจำเป็นต้องใส่รีเทนเนอร์ซึ่งเป็นลวดโลหะหรือชิ้นส่วนพลาสติกพิเศษลักษณะคล้ายฟันยางอยู่ตลอด เพื่อป้องกันฟันเคลื่อนกลับไปตำแหน่งเดิม จัดฟันเด็ก ควรทำเมื่อมีปัญหาอะไร การจัดฟันเด็กอาจเริ่มทำได้หากพบว่าเด็กมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก เช่น การสบฟันผิดปกติ ฟันหน้ายื่น ฟันเก ฟันไม่สมมาตร ฟันห่าง ฟันสบลึก ฟันล่างยื่นทับฟันบน ฟันหน้าไม่สบกัน ฟันบางซี่ไม่งอกออกมาจากเหงือกเต็มที่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การกัดหรือการบดเคี้ยวอาหารที่ผิดปกติ ฟันผุเนื่องจากฟันซ้อนทับกันจนไม่สามารถทำความสะอาดได้ การจัด ฟัน เด็ก […]

ช่วงเวลาสำคัญและพัฒนาการวัยรุ่น

วัยรุ่นชาย การเจริญเติบโตและปัญหาสุขภาพที่ควรระวัง

วัยรุ่นชาย อาจเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้ากว่าวัยรุ่นหญิง และมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมมากขึ้น รวมถึงอาจมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ เช่น ความปลอดภัยทางเพศ การใช้สารเสพติด ความรุนแรง พฤติกรรมเสี่ยง ปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งการรู้ถึงพัฒนาการและการเจริญเติบโตของวัยรุ่นชาย ควบคู่ไปกับการดูแลอย่างใกล้ชิดอาจช่วยป้องกันปัญหาวัยรุ่นที่อาจเกิดขึ้นได้ การเจริญเติบโตของ วัยรุ่นชาย เด็กผู้ชายจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นชายเมื่ออายุประมาณ 9-14 ปี ซึ่งจะช้ากว่าเด็กผู้หญิงประมาณ 2 ปี โดยจะเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์และมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ดังนี้ มีการขยายของอัณฑะ ถุงอัณฑะ และองคชาต มีขนอ่อนงอกและยาวขึ้นบริเวณหัวหน่าวและรอบ ๆ อวัยวะเพศ เมื่อเวลาผ่านไปขนจะมีสีเข้มขึ้น หยาบและมีปริมาณเพิ่มขึ้น ขนของวัยรุ่นชายบางคนอาจกระจายไปถึงต้นขาหรือบริเวณหน้าท้อง ขนจะเริ่มขึ้นบริเวณส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ใบหน้า แขน ขา นิ้ว รักแร้ องคชาตจะขยายใหญ่ขึ้นเต็มที่และเริ่มมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ เนื่องจากมีการไหลเวียนของเลือดไปยังองคชาตมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่วัยรุ่นชายมีความคิดเรื่องเพศ อัณฑะจะเริ่มสร้างน้ำอสุจิที่ประกอบด้วยตัวอสุจิและน้ำหล่อเลี้ยงต่าง ๆ ซึ่งวัยรุ่นชายอาจมีการหลั่งน้ำอสุจิออกมานอกร่างกายในระหว่างที่อวัยวะเพศแข็งตัว และสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาที่นอนหลับ หรือที่เรียกว่า ฝันเปียก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของวัยเจริญพันธุ์ และหากมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน ก็สามารถทำให้ฝ่ายหญิงเกิดการตั้งครรภ์ได้ ขนาดร่างกายจะขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งเท้า […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

ผื่น เด็ก สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา

ผื่น เด็ก หรือผื่นคันบนผิวหนังเด็ก มักเกิดในทารกและเด็กเล็ก เนื่องจากผิวของเด็กยังบอบบางและระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์เหมือนของผู้ใหญ่ เด็กจึงอาจเกิดผดผื่นได้บ่อยครั้ง ผื่นในเด็กอาจเกิดจากการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ฝุ่นควัน ความร้อนจากแสงแดด แมลงกัดต่อย รวมไปถึงการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย โดยทั่วไป ผื่นในเด็กสามารถหายได้เองหรือบรรเทาได้ด้วยการใช้ยาลดอาการคันและระคายเคือง แต่หากดูแลเบื้องต้นและใช้ยารักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรพาเด็กไปพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาอย่างตรงจุด [embed-health-tool-vaccination-tool] สาเหตุที่ทำให้เกิด ผื่น เด็ก สาเหตุที่ทำให้เกิด ผื่น เด็ก อาจมีดังนี้ ติดเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค เช่น เชื้อราแคนดิดา (Candida infection) ไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella zoster virus) แมลงกัดต่อย เช่น มด ยุง สัมผัสสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้ผิวหนังระคายเคือง เช่น เกสรดอกไม้ สารเคมี อาหาร เผชิญสภาพอากาศร้อน จนทำให้ต่อมเหงื่ออุดตัน ส่งผลให้เกิดผดผื่น แพ้ยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาต้านการอักเสบ รวมไปถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรค หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ก็อาจส่งผลให้เด็กเสี่ยงเกิดโรคนี้ได้มากขึ้นเช่นกัน ประเภทของ ผื่น เด็ก ที่พบได้บ่อย ประเภทของผื่นที่พบได้บ่อยในเด็ก อาจมีดังนี้ ผื่นผ้าอ้อม (Diaper Rash) ผื่นผิวหนังอักเสบลักษณะเป็นตุ่มน้ำใส […]

โภชนาการสำหรับทารก

อาหารเด็กทารก ที่เหมาะสมสำหรับลูกน้อย มีอะไรบ้าง

อาหารเด็กทารก เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เนื่องจากทารกเป็นช่วงวัยที่ต้องการพลังงานจากอาหาร เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาการทางสมอง ดังนั้น เด็กทารกควรได้รับสารอาหารจากอาหารที่หลากหลายในปริมาณที่พอเหมาะและเหมาะสมกับช่วงอายุ เพื่อพัฒนาการที่ดีของเด็กทารก อาหารเด็กทารก ที่เหมาะสมตามช่วงอายุ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสมองของเด็กทารก คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้อาหารเด็กทารก ดังนี้ อาหารเด็กทารกแรกเกิดถึง 4 เดือน เด็กทารกแรกเกิดถึง 4 เดือน มีความต้องการอาหารเป็นอย่างมาก แต่สามารถดื่มได้แค่นมแม่หรือนมผงเท่านั้น เนื่องจากระบบย่อยอาหารของเด็กทารกยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงไม่สามารถย่อยอาหารแข็งได้ ส่งผลให้ใน 1 วันเด็กทารกต้องดื่มนมบ่อย ๆ ดังนั้น จึงควรให้นมแม่กับเด็กทารก 1-2 ออนซ์ ทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง ประมาณ 8-12 ครั้ง/วัน เพื่อให้เด็กทารกได้รับสารอาหารและพลังงานที่เพียงพอ สำหรับเด็กทารกที่ต้องกินนมผง คุณแม่สามารถให้นมเด็กแรกเกิดในช่วง 2-3 วันแรก ประมาณ 1-2 ออนซ์ ทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง ประมาณ 8-12 ครั้ง/วัน และหลังจากนั้นสามารถให้นมผงเพิ่มเป็น 2-3 ออนซ์ ทุก ๆ 3-4 ชั่วโมง ประมาณ […]

การดูแลทารก

ลูกแหวะนม เกิดจากอะไร และควรดูแลลูกอย่างไร

ลูกแหวะนม หรืออาการที่ลูกมีนมไหลออกมาทางปากหลังกินนม เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือนมักมีกล้ามเนื้อหูรูดบริเวณหลอดอาหารที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงอาจทำให้อาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาทางหลอดอาหารได้ อย่างไรก็ตาม ควรให้ลูกดื่มนมอย่างระมัดระวัง เพราะนมอาจไหลย้อนออกทางจมูกจนอาจทำให้เกิดการสำลักได้ ลูกแหวะนม เกิดจากอะไร ทารกที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน มักมีอาการแหวะนม เนื่องจากกล้ามเนื้อหูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารในเด็กทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ จึงส่งผลให้นมไหลย้อนกลับขึ้นมาได้บ่อย ๆ นอกจากนี้ เด็กยังมีขนาดกระเพาะอาหารและท้องที่เล็กมาก การให้นมลูกในปริมาณที่มากเกินไปจึงอาจทำให้นมไหลย้อนกลับขึ้นมาทางหลอดอาหารได้ง่ายขึ้น ลูกแหวะนมและลูกอาเจียน แตกต่างกันอย่างไร การแหวะนมเป็นการไหลย้อนกลับของนม เนื่องจากกล้ามเนื้อหูรูดยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ โดยนมและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารจะค่อย ๆ ไหลย้อนกลับขึ้นมาทางหลอดอาหารและออกทางปากอย่างช้า ๆ ซึ่งการแหวะนมเป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นได้ และไม่ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงตามมา แต่สำหรับการอาเจียนในเด็กทารกเป็นอาการที่รุนแรง โดยอาหารกับน้ำย่อยจะไหลย้อนขึ้นมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าท้องอาจถูกกระตุ้นโดยศูนย์ควบคุมการอาเจียน (Vomiting Center) ที่รับสัญญาณมาจากระบบประสาท ซึ่งอาจทำให้เด็กมีอาการร้องไห้งอแงมากกว่าปกติ มีไข้ ไม่สบายตัว ท้องเสีย ท้องบวม ท้องอืด ไม่กินอาหาร และเหนื่อยล้า อาการเมื่อลูกแหวะนม เมื่อลูกแหวะนมอาจมีอาการที่พบได้บ่อย ดังนี้ ลูกอาจแหวะนมออกมาทางปากและทางจมูก ลักษณะของน้ำนมที่ลูกแหวะออกมา อาจเป็นก้อนลิ่มคล้ายเต้าหู้ ลูกร้องไห้และงอแงหลังกินนมเสร็จ ลูกนอนบิดตัวไปมา เพราะอาจมีอาการไม่สบายท้อง การดูแลและการป้องกันลูกแหวะนม หากลูกแหวะนมบ่อย ๆ คุณพ่อคุณแม่อาจทำตามวิธีต่อไปนี้ เพื่อป้องกันการแหวะนมของลูก ควรให้นมลูกในท่ายกหัวสูง เช่น ใช้หมอนรองคอลูก […]

ขวบปีแรกของลูกน้อย

ฟันขึ้นตอนกี่เดือน และวิธีดูแลสุขภาพฟันของเด็ก

การเจริญเติบโตทางร่างกายของเด็กเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มเรียนรู้ในการกัดหรือหยิบสิ่งของเข้าปาก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของอาการฟันขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่าเด็ก ฟันขึ้นตอนกี่เดือน ปกติแล้วเด็กจะเริ่มมีฟันน้ำนมขึ้นซี่แรกเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน โดยส่วนใหญ่ฟันหน้าซี่ล่างอาจจะงอกขึ้นมาก่อน ดังนั้น การดูแลรักษาสุขภาพฟันของเด็กตั้งแต่ซี่แรกจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพื่อช่วยป้องกันปัญหาฟันผุของเด็ก เด็ก ฟันขึ้นตอนกี่เดือน เมื่อเด็กอายุได้ประมาณ 3 เดือน จะเริ่มมีการพัฒนาของน้ำลายในช่องปากมากขึ้น และเด็กจะเริ่มเรียนรู้ทักษะการใช้ปาก เช่น การเอามือเข้าปาก หยิบสิ่งของเข้าปาก การกัด ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่อาจแสดงถึงพัฒนาการในการเรียนรู้วิธีใช้ปากของเด็ก และส่วนใหญ่เด็กจะเริ่มมีฟันซี่แรกเกิดขึ้นในช่วงอายุประมาณ 6-12 เดือน โดยฟันซี่แรกที่งอกขึ้นมาอาจเป็นฟันหน้าซี่ล่าง และฟันน้ำนมจะงอกขึ้นครบทุกซี่ในช่วงอายุประมาณ 3 ขวบ อย่างไรก็ตาม เด็กบางคนอาจมีการงอกของฟันที่ช้าจึงทำให้ไม่มีฟันเกิดขึ้นเลยในช่วงขวบปีแรก พัฒนาการของฟันน้ำนมเด็กที่เกิดขึ้นตามช่วงอายุ อาจมีดังนี้ ฟันล่าง ฟันตัดหน้าซี่กลาง (Central Incisor) งอกขึ้นเมื่ออายุประมาณ 6-10 เดือน ฟันหน้าตัดหน้าซี่ข้าง (Lateral Incisor) งอกขึ้นเมื่ออายุประมาณ 10-16 เดือน ฟันเขี้ยว (Canine) งอกขึ้นเมื่ออายุประมาณ 17-23 เดือน ฟันกรามซี่แรก (First Molar) งอกขึ้นเมื่ออายุประมาณ 13-19 […]

เด็กทารก

Gut Obstruction คือ อะไร อาการ สาเหตุ และการรักษา

Gut Obstruction คือ โรคลำไส้อุดตันในเด็กแรกเกิด เป็นโรคร้ายแรงที่ทำให้ลำไส้เกิดการอุดตันจนอาหารไม่สามารถไหลผ่านไปได้ อาจทำให้เด็กมีอาการปวดท้อง เบื่ออาหาร อาเจียน ท้องผูก ท้องอืด และหากไม่ทำการรักษาอาจทำให้เนื้อเยื่อผนังลำไส้ตายและติดเชื้อ หรืออาจเป็นอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ คำจำกัดความ Gut Obstruction คือ อะไร Gut Obstruction คือ โรคลำไส้อุดตันซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจพบได้บ่อยในทารกแรกเกิด โดยสาเหตุของลำไส้อุดตันในเด็กแรกเกิดอาจเกิดจากลำไส้ตีบตัน (Intestinal Atresia) การอุดตันของขี้เทา (Meconium Ileus) โรคลำไส้โป่งพองแต่กำเนิด (Hirschsprung's Disease) ความผิดปกติของการบิดตัวของลำไส้ (Malrotation) ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ทำให้เกิดการอุดตันของสำไส้หรือกระเพาะอาหาร ส่งผลให้อาหารและของเหลวต่าง ๆ ไม่สามารถไหลผ่านไปได้ หากไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่ปัญหาร้ายแรง เช่น เนื้อเยื่อในผนังลำไส้ตาย การติดเชื้อ หรืออาจเป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ อาการ อาการของ Gut Obstruction อาการของโรคลำไส้อุดตันในเด็กแรกเกิดที่อาจพบบ่อย มีดังนี้ เบื่ออาหาร อาเจียน ปวดท้อง ท้องบวม ท้องแข็ง ท้องอืด ท้องผูก มีเสียงดังในท้อง รู้สึกมีแก๊สในท้อง คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการของเด็กอยู่เสมอ หากพบว่ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นเวลานาน หรืออาการรุนแรงขึ้น เช่น ปวดท้องรุนแรง ท้องผูก […]

โรคผิวหนังในเด็ก

ลักษณะผื่นแพ้อาหาร ทารก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกต

ลักษณะผื่นแพ้อาหาร ทารก เป็นการแพ้ที่อาจทำให้ทารกมีอาการผื่นแดง ลมพิษ คัน หายใจติดขัด คันคอและปาก มีอาการบวมที่ปาก ลิ้น และลำคอ ร้องไห้งอแงมากกว่าปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการนอนหลับของทารก ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตอาการของทารกหลังรับประทานอาหารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ป้องกันอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ การแพ้อาหารของทารก คืออะไร การแพ้อาหาร (Food Allergy) เป็นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่เกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารบางชนิด เช่น นม ไข่ หอย ข้าวสาลี ถั่ว ถั่วเหลือง ปลา แม้จะรับประทานอาหารดังกล่าวเข้าไปได้ไม่นานและในปริมาณเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะทารกที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่สมบูรณ์จึงอาจทำให้เกิดอาการแพ้อาหารง่ายกว่าปกติ ซึ่งทารกบางคนอาจแพ้นมแม่ได้เช่นกัน โดยระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของทารกจะทำปฏิกิริยากับอาหารบางชนิด ส่งผลให้ฮีสตามีน (Histamine) ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและสะสมอยู่ในเซลล์ของร่างกายทุกส่วน จะถูกปล่อยออกมาเมื่อร่างกายเกิดอาการแพ้ จนทำให้เกิดลักษณะผื่นแพ้อาหาร ทารกเกิดขึ้น ลักษณะผื่นแพ้อาหาร ทารก ลักษณะผื่นแพ้อาหาร ทารก อาจมีอาการตั้งแต่รุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงปานกลาง ดังนี้ คันบริเวณคอและปาก คันตา น้ำตาไหล อาการบวมที่ริมฝีปาก ตา ลิ้น ใบหน้า หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย อาการลมพิษ หรือผื่นแดง ปวดท้อง ท้องเสีย […]

เด็กทารก

จุกหลอก ข้อดีและข้อเสียในการใช้งานที่ควรรู้

เด็กทารกมักดูดหรืออมสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวและใกล้มือ เนื่องจากการดูด หรือปฏิกิริยาการดูด (Sucking Reflex) เป็นปฏิกิริยาตอบสนองอย่างหนึ่งของทารกที่เกิดจากสัญชาตญาณในการหาอาหารตามธรรมชาติ อีกทั้งยังถือเป็นพัฒนาการตามวัยของเด็กด้วย พฤติกรรมนี้อาจทำให้บางครั้งเด็กทารกคว้าสิ่งของใกล้ตัวที่อาจเป็นอันตรายเข้าปากและส่งผลเสียต่อร่างกายได้ การใช้ จุกหลอก จึงอาจเป็นประโยชน์ในการช่วยให้ทารกสงบและผ่อนคลาย ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายและนานขึ้น และป้องกันการดูดนิ้วมือหรือสิ่งของอื่น ๆ ที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทั้งนี้ ไม่ควรให้เด็กทารกใช้จุกหลอกเกินอายุ 6 เดือน และไม่ควรให้เด็กอายุเกิน 4 ปีใช้จุกหลอก เพราะอาจทำให้ติดจุกหลอกและทำให้ฟันน้ำนมงอกผิดรูปได้ [embed-health-tool-vaccination-tool] จุกหลอก คืออะไร จุกหลอก หรือจุกนมปลอม (Pacifier หรือ Dummy) คือ อุปกรณ์สำหรับให้ทารกอมหรือดูดแทนการดูดนมแม่หรือดูดนิ้วมือ จุกหลอกทำจากวัสดุหลากชนิด เช่น ซิลิโคน ยาง พลาสติก เป็นประโยชน์สำหรับทารกที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีพัฒนาการด้านการสัมผัสและมีนิสัยชอบดูด อมนิ้วมือ และนำสิ่งของเข้าปาก จุกหลอกอาจช่วยให้ทารกผ่อนคลาย ไม่ร้องไห้งอแงในขณะที่ไม่ได้กินนม อย่างไรก็ตาม ไม่ควรให้เด็กใช้จุกหลอกในระยะยาว เด็กควรใช้จุกหลอกไม่เกินอายุ 6 เดือน หรือมากสุดไม่เกิน 1 ปี เพราะหากใช้นานกว่านั้นอาจเกิดปัญหาเด็กติดจุกหลอก และไม่ควรให้เด็กที่อายุมากกว่า 4 ปีใช้จุกหลอก […]


กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!