home

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า นมแม่ คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับเด็กทารก เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อพัฒนาการของเด็กทารก Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมเรื่องน่ารู้ดี ๆ เกี่ยวกับ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มาไว้ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การ เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ ถือเป็นเรื่องที่เหล่าคุณแม่ควรจะทำเป็นอย่างมาก เนื่องจากในน้ำนมแม่นั้นมีสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับทารก ทั้งยังเป็นอาหารที่เหมาะสมกับการย่อยของเด็กอีกด้วย นอกจากสารอาหารแล้ว ในน้ำนมแม่ยังมีประโยชน์อะไรต่อทารกอีกบ้าง ต้องติดตามกันใน Hello คุณหมอ ประโยชน์ของการ เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ จากการศึกษาพบว่า การเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งของทารกและคุณแม่ด้วย ซึ่งเราจะมาดูประโยชน์ที่มีต่อทารกกันก่อน สำหรับประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ มีดังนี้ ให้คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับทารก หน่วยงานด้านสุขภาพส่วนใหญ่มักจะแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน จากนั้นจะแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อเนื่องไปอีกเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ในน้ำนมของแม่นั้นมีทุกสิ่งที่ทารกต้องการในข่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ทั้งยังมีสัดส่วนที่เหมาะสม องค์ประกอบในน้ำนมแม่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของทารกได้ โดยเฉพาะในช่วง 1 เดือนแรกของชีวิต ในช่วงวันแรกหลังคลอด หน้าอกจะผลิตของเหลวสีเหลืองข้นออกมา ซึ่งเรียกว่า “น้ำนมเหลือง” ซึ่งมีโปรตีนที่สูง น้ำตาลต่ำ และเต็มไปด้วยสารประกอบที่เป็นประโยชน์ต่อทารก โคลอสตรัม (Colostrum) เป็นนมชนิดแรกที่เหมาะกับทารกแรกเกิด เพราะมันสามารถช่วยพัฒนาระบบย่อยอาหารของทารกแรกเกิด หลังจากนั้น 2-3 วันแรก หน้าอกจะเริ่มผลิตน้ำนมในปริมาณที่มากขึ้น สิ่งเดียวที่อาจขาดในน้ำนมแม่ก็คือ วิตามินดี นั่นเอง เพื่อชดเชยการขาดวิตามินดี ได้มีการแนะนำให้หยดวิตามินดีตั้งแต่อายุ 2-4 สัปดาห์ มีแอนติบอดีที่สำคัญ น้ำนมแม่เต็มไปด้วยแอนติบอดีที่ช่วยให้ลูกน้อยต่อสู้กับไวรัสและแบคทีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในน้ำนมเหลืองซึ่งเป็นนมแรก โคลอสตรัมให้อิมมูโนโกลบูลินเอ (Immunoglobulin A หรือ IgA) […]

หัวข้อ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพิ่มเติม

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

น้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิด แพทย์จึงแนะนำให้เด็กได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรก และควรให้ลูกกินนมแม่ต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการกินอาหารตามวัย จนลูกอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น  แต่ในบางครั้ง การให้ลูกกินนมแม่ก็เป็นเรื่องยาก เพราะมีอุปสรรคนานาชนิด เช่น คุณแม่อาจต้องไปทำงานนอกบ้าน  ไม่มีเวลาจะให้นมตลอดเวลา หรือมีน้ำนมน้อย แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป หากคุณแม่ได้ลองใช้ เครื่องปั๊มนม ใช้ปั้มนมเก็บไว้ล่วงหน้า ช่วยให้ชีวิตคุณแม่สะดวกสบายมากขึ้น ว่าแต่ทำไมคุณแม่ถึงต้องปั๊มนม แล้วจะต้องเลือกซื้อแบบไหนถึงจะเหมาะสม ใช้งานยังไงถึงจะปลอดภัย Hello คุณหมอ มีคำตอบให้คุณแล้ว ประเภทของ เครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมนั้นมีอยู่ด้วยกัน 4 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ เครื่องปั๊มนมแบบใช้มือ หรือเครื่องปั๊มนมแบบคันโยก ข้อดี คือ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า คุณแม่สามารถพกพาไปใช้งานได้ทุกที่ แต่ข้อเสีย คือ อาจต้องใช้เวลาปั๊มนมนานกว่าเครื่องปั๊มนมประเภทอื่น เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าเดี่ยว หรือเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าเต้าเดี่ยว เป็นเครื่องปั๊มนมแบบอัตโนมัติที่อาศัยพลังงานไฟฟ้าจากระบบไฟบ้าน หรือถ่านอัลคาไลน์ ใช้ปั๊มน้ำนมได้ทีละเต้า เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าคู่ หรือเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าเต้าคู่ เพียงแค่ใส่ถ่าน หรือเสียบปลั๊กก็สามารถทำงานได้เช่นเดียวกับเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าเดี่ยว แต่ดีกว่าตรงที่สามารถ ปั๊มน้ำนม ได้พร้อมกันสองเต้า จึงประหยัดเวลากว่า เครื่องปั๊มนมสำหรับใช้ในโรงพยาบาล หรือเครื่องปั๊มนมเกรดโรงพยาบาล ตัวเครื่องจะมีขนาดใหญ่ และคุณแม่สามารถใช้ร่วมกันได้ หากมีชุดกรวยปั๊มแยกส่วนตัวของแต่ละคน ส่วนใหญ่จะใช้งานในหน่วยอภิบาลทารกแรกเกิดภาวะวิกฤต (Neonatal […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

คุณแม่มือใหม่มักจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับ การให้นมลูก จากเหล่าคุณแม่ที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน หรือจากเพื่อนๆ และญาติๆ ซึ่งบางคำแนะนำก็อาจเป็นความเข้าใจผิดที่สืบต่อกันมา Hello คุณหมอ ขอให้คุณแม่ลองมาดูว่า กำลังเข้าใจผิดในเรื่องบางเรื่องเกี่ยวกับการให้นมลูกอยู่หรือเปล่า ความเข้าใจผิดที่ 1 ถ้าทารกกินนมแม่บ่อย แสดงว่าลูกได้รับนมแม่ไม่เพียงพอ ทารกกินนมแม่บ่อย อาจไม่ได้หมายความว่าลูกได้รับนมแม่ไม่เพียงพอ เนื่องจากนมแม่ง่ายต่อการย่อย เด็กจึงมักจะรู้สึกหิวเร็วกว่า เมื่อเทียบกับการกินนมผง นอกจากนี้เวลาที่เหมาะสมที่ควรให้นมลูก คือทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ความเข้าใจผิดที่ 2 หยุดให้นมลูกสักพัก จะช่วยให้มีน้ำนมมากขึ้น ความจริงแล้ว ยิ่งให้นมลูกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีน้ำนมมากขึ้น ดังนั้นความเชื่อที่ว่าควรหยุดให้นมลูกเพื่อให้มีน้ำนมมาก อาจไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก นอกจากนี้คุณแม่บางคนอาจคิดว่า ควรหยุดปั๊มน้ำนมในช่วงกลางวัน เพื่อเก็บไปปั๊มน้ำนมทีเดียวตอนกลางคืน แต่ความจริงแล้วในวันต่อมา อาจมีน้ำนมน้อยลง ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า ควรปั๊มน้ำนมประมาณ 9-10 ครั้งต่อวัน ความเข้าใจผิดที่ 3 เป็นเรื่องปกติที่จะเจ็บหัวนม เวลาให้นมลูก คุณแม่ทุกคนย่อมรู้สึกไม่สบายตัว ในช่วงวันสองวันแรกของการให้นมลูก แต่เมื่อเรียนรู้การให้นมลูกแล้ว ก็จะรู้วิธีที่ถูกต้องที่ไม่ทำให้เจ็บหัวนม แต่หากคุณแม่มีอาการเจ็บหัวนมไม่หาย หรือเจ็บทุกครั้งที่ให้นมลูก ควรปรึกษาแพทย์ ความเข้าใจผิดที่ 4 นมผงทำให้ลูกนอนหลับดีกว่า งานวิจัยชี้ว่าเด็กที่กินนมผงอาจนอนหลับนานขึ้น แต่คุณภาพนอนหลับอาจไม่ได้ดีขึ้น เนื่องจากนมผงไม่ได้ย่อยอย่างรวดเร็ว และอาจยืดระยะเวลาในการให้นมลูก จึงทำให้เด็กนอนหลับนานขึ้น นอกจากนี้ โดยปกติแล้วการกินนมแม่ ทารกจะเริ่มนอนหลับนานขึ้น ในสัปดาห์ที่ 4 และหลับนานพอๆ กับการกินนมผง ความเข้าใจผิดที่ […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การให้นมลูกมีประโยชน์ต่อสุขภาพคุณแม่และทารก นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากองค์กรอนามัยโลก ที่พบว่า ให้นมลูก สามารถลดโอกาสที่เด็กจะอ้วนในอนาคต ได้มากถึง 25% Hello คุณหมอ บทความนี้จึงชวนมาดูประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ที่มีต่อสุขภาพของลูกน้อย ดังนี้ค่ะ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีส่วนช่วยป้องกันโรคอ้วนในเด็ก งานวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization, WHO) ที่ศึกษาใน 16 ประเทศทั่วทวีปยุโรปเรื่อง การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และ ให้นมลูก ที่มีต่อสุขภาพของลูกน้อย ผลการวิจัยพบว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สามารถลดโอกาสที่เด็กจะอ้วน ได้ถึง 25% โดยผลการวิจัยพบว่า เด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ 22% มีแนวโน้มว่าจะอ้วน และเด็กที่กินนมแม่ในเวลาไม่ถึง 6 เดือน 12% มีแนวโน้มว่าจะอ้วน เมื่อเทียบกับกลุ่มเด็กที่กินนมแม่เป็นเวลา 6 เดือน นอกจากนี้ งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร the journal Obesity Facts ได้ให้ข้อมูลว่า มีเหตุผลหลายประการที่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สามารถป้องกันเด็กจากโรคอ้วนได้ และยังมีหลักฐานที่พบว่าการให้ทารกกินนมผง อาจมีระดับอินซูลินในเลือดสูงกว่า เมื่อเทียบกับการกินนมแม่ ซึ่งการมีระดับอินซูลินในเลือดสูงจะสามารถกระตุ้นการสะสมไขมัน ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่าให้กินนมแม่ เพราะเปรียบเหมือนเป็นวัคซีนแรกของเด็ก ที่ป้องกันการติดเชื้อ และยังส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว รวมถึงป้องกันโรคอ้วนด้วย […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การให้นมลูกมีประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณแม่หลายอย่าง รวมถึงในเรื่องการลดน้ำหนักด้วย ซึ่งโดยปกติแล้ว เวลาที่ใช้ในการลดน้ำหนักหลังคลอดของคุณแม่ตั้งครรภ์ จะแตกต่างกันออกไป แล้วการให้นมลูก จะมีส่วนช่วยทำให้คุณแม่ ลดน้ำหนัก หลังคลอดได้เร็วขึ้นหรือเปล่า การให้นมลูก มีส่วนช่วยในการ ลดน้ำหนัก อย่างไร หลังจากลดน้ำหนักหลังคลอดทันที ประมาณ 6.8 กิโลกรัม การลดน้ำหนักมีแนวโน้มว่าจะค่อยๆ เกิดขึ้น โดยคุณแม่จะน้ำหนักลดลงประมาณ 0.45-0.9 กิโลกรัมต่อเดือน ในช่วง 6 เดือนแรกหลังจากคลอดลูก และน้ำหนักจะค่อยๆ ลดลงช้ากว่าเดิมหลังจากนั้น ซึ่งการลดน้ำหนักหลังคลอด จะใช้เวลาประมาณ 6-9 เดือนเพื่อลดน้ำหนักที่ได้มาในช่วงตั้งครรภ์ เพิ่มเติมไปกว่านั้น มีข้อมูลที่ชี้ว่าการให้นมลูก อาจมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักหลังคลอดของคุณแม่ ดังนี้ ช่วยเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น การให้นมลูกได้รับการพิจารณาว่าเป็นวิธีทางธรรมชาติ ที่ช่วยให้คุณแม่สามารถลดน้ำหนักได้ เนื่องจากการให้นมลูก สามารถทำให้คุณแม่ได้เผาผลาญแคลอรี่ในแต่ละวัน โดยมีงานวิจัยที่ชี้ว่า การให้นมลูกมีแนวโน้มว่าจะทำให้คุณแม่เผาผลาญแคลอรี่เพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ย 500 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับการหยุดกินอาหารมื้อเล็ก ขนมถุงใหญ่ หรือเทียบเท่ากับการออกกำลังกายประมาณ 45-60 นาทีในระดับปานกลาง มากไปกว่านั้น เวลาที่คุณแม่ให้นมลูกอาจระมัดระวังเรื่องอาหารมากกว่าเดิม เช่น ลดการกินอาหารแปรรูป และบริโภคโปรตีนไร้ไขมัน ผลไม้ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ผัก ธัญพืชเต็มเมล็ด และพืชตระกูลถั่ว […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ในกระบวนการผลิตน้ำนมแม่ ร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานสูง อาหารที่คุณแม่กินระหว่างให้นมลูก จึงนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมากที่จะช่วยในการผลิตน้ำนมให้มีคุณภาพ และเพื่อช่วยให้ทารกได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมอง แต่ สารอาหารบำรุงนมแม่ ที่แม่ให้นมลูกควรกินมีอะไรบ้างนั้น Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝากค่ะ สารอาหารบำรุงนมแม่ มีอะไรบ้าง โปรตีน ทารกที่กำลังเจริญเติบโตต้องการโปรตีนสูง ดังนั้น แม่ให้นมลูก จึงต้องกินโปรตีนในปริมาณที่มากพอกับที่ทารกต้องการ เพราะโปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต การรักษาสภาพร่างกาย และการซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ โดยปริมาณโปรตีนที่แม่ให้นมลูกควรได้รับจะอยู่ที่ประมาณ 54 กรัมต่อวัน แต่ในคุณแม่บางรายอาจต้องการถึง 67 กรัมต่อวันหรือมากกว่า แหล่งโปรตีนที่สำคัญ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง โฟเลต โฟเลตเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่สำคัญต่อการเติบโตของร่างกาย โดยปกติ แม่ให้นมลูก ควรได้รับโฟเลตในปริมาณ 450 ไมโครกรัมต่อวัน แต่ในคุณแม่บางรายอาจต้องการในปริมาณ 500 ไมโครกรัมต่อวันหรือมากกว่า แหล่งโฟเลตที่สำคัญได้แก่ ผักประเภทใบ ธัญพืช ถั่วต่าง ๆ อะโวคาโด สารสกัดจากยีสต์ ไอโอดีน ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุที่สำคัญสำหรับการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ เพื่อพัฒนาการของสมองและระบบประสาท แม่ให้นมลูก ควรได้รับไอโอดีนปริมาณ 190 ไมโครกรัมต่อวัน หรือ 270 ไมโครกรัมในคุณแม่บางราย แหล่งไอโอดีนที่ดีได้แก่ อาหารทะเล นม ผักต่าง ๆ สังกะสี สังกะสีเป็นแร่ธาตุสำคัญต่อพัฒนาการของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของทารก แม่ให้นมลูก ควรได้รับธาตุสังกะสีในปริมาณ 10 มิลลิกรัมต่อวัน หรือ 12 มิลลิกรัมต่อวันในคุณแม่บางราย แหล่งธาตุสังกะสีที่ดี ได้แก่ ซีเรียลธัญพืช นม อาหารทะเล ถั่วต่าง […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การ ให้นมลูก สำหรับคุณแม่มือใหม่ มักมีรายละเอียดหลายเรื่องที่ต้องเรียนรู้ และฝึกหัดให้เกิดความเคยชิน ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด นั่นก็คือ การเลือก ท่าให้นมลูก ที่เหมาะสมนั่นเอง โดยต้องเน้นลักษณะท่าทางที่ผ่อนคลาย เพื่อให้คุณแม่ รวมไปถึงการทานนมของลูกน้อยเป็นไปได้อย่างมีความสุข แต่จะมีท่าทางการอุ้มอย่างไรบ้างนั้น ติดตามได้ในบทความของ Hello คุณหมอ วันนี้ ที่นำมาฝาก กันได้เลยค่ะ ท่าให้นมลูก ที่เหมาะสม สำหรับคุณแม่ 1. ท่าลูกนอนขวางตัก (Cradle Hold) ท่านี้เป็น ท่าให้นมลูก ที่เราเห็นกันจนชินตาที่สุดในการให้นมลูก โดยคุณแม่จะนั่งตัวตรง หลังพิงเก้าอี้หรือหมอนตามความถนัด ร่วมกับการงอแขนแล้วประคองตัวลูก โดยให้ศีรษะของลูกวางอยู่ที่ด้านในของข้อศอก ใช้ฝ่ามือของแขนข้างเดียวกัน ประคองก้นของลูกเอาไว้ ให้ลำตัวของลูกหันเข้ามาลำตัวของแม่ ซึ่งหน้าท้องของเด็กต้องอยู่แนบกับหน้าท้องของแม่ จากนั้นยกลูกขึ้นหาเต้านมของคุณ อีกทั้งคุณยังสามารถใช้มืออีกข้างหนึ่งเพื่อจับเต้านม เพื่อให้หัวนมอยู่ในตำแหน่งที่พอดีกับปากของลูก เพื่อให้ลูกอมหัวนมได้ง่ายขึ้น 2. ท่าลูกนอนขวางตักแบบประยุกต์ (Cross-cradle hold) ท่านี้คล้ายกับท่าลูกนอนขวางตัก แต่การวางตำแหน่งแขนจะต่างกัน นั่นคือให้ใช้แขนข้างที่ถนัดโอบด้านหลังลูก แล้วใช้มือข้างนั้นประคองศีรษะลูกเอาไว้ พร้อมกับหันตัวลูกเข้าหาลำตัวของแม่ โดยหน้าท้องของเด็ก และแม่อาจต้องแนบชิดกัน หรือหากคุณไม่ถนัด คุณอาจใช้หมอนรองแขน เพื่อช่วยยกตัวลูกให้อยู่ในระดับที่ใกล้กับหัวนมมากขึ้น แล้วใช้มืออีกด้านหนึ่งประคองเต้านมเอาไว้ เพื่อช่วยให้เด็กสามารถอมหัวนมได้อย่างถนัด 3. ท่าอุ้มฟุตบอล (Football […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ถึงแม้คุณแม่จะต้องไปทำงานหลังครบกำหนดลาคลอด ก็ใช่ว่าจะต้องหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะคุณแม่มือใหม่ยังสามารถปั๊มน้ำนมแม่ เก็บเอาไว้ให้เจ้าตัวน้อยกินในระหว่างวันได้ หากคุณยังมีข้อสงสัยในการ ปั๊มนมแม่ ไม่แน่ใจว่าการปั๊มน้ำนมควรทำเวลาไหน มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง และเมื่อได้น้ำนมแม่มาแล้ว ควรเก็บรักษาอย่างไรให้ถูกต้อง หรือนมแม่ที่ปั๊มเก็บไว้ สามารถนำมาอุ่นได้หรือไม่ Hello คุณหมอ มีคู่มือการปั๊มนมแม่มาให้แล้ว คู่มือ ปั๊มนมแม่ เพื่อคุณแม่มือใหม่ เวลาในการปั๊มนม คุณแม่ส่วนใหญ่จะปั๊มนมในตอนเช้า แต่ทั้งนี้ เวลาในการปั๊มนมก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของคุณแม่แต่ละคน การปั๊มนมอาจทำหลังจากให้นมลูก 30-60 นาที หรือก่อนให้นมลูกอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก็ได้ นอกจากนี้ ภายใน 24 ชั่วโมงคุณแม่อาจปั๊มน้ำนมได้ถึง 8-10 ครั้ง โดยปริมาณนมแม่ที่เหมาะสมคือวันละ 750-1,035 มิลลิลิตร การให้นมลูกไปด้วย ปั๊มนมไปด้วย อาจไม่เหมาะกับคุณแม่บางคน คุณแม่จึงอาจปั๊มนมหลังจากให้นมลูก 1 ชั่วโมงแทน คุณแม่และลูกน้อยแต่ละคนมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงควรจัดเวลาในการปั๊มนมให้เหมาะกับตัวเอง วิธีปั๊มนม อ่านคู่มือการใช้เครื่องปั๊มนมให้ละเอียด นั่งในท่าสบายๆ ตรวจสอบอุปกรณ์การปั๊มนมให้เรียบร้อย เครื่องปั๊มนมต้องพอดีกับเต้านมคุณแม่ การปั๊มนม จะคล้ายเวลาให้นมลูก คุณแม่สามารถปรับระดับขณะใช้เครื่องปั๊มนมได้ การปั๊มนม ต้องไม่เจ็บ เวลาปั๊มนมลูกต้องไม่รู้สึกเจ็บ คุณแม่อาจมีความรู้สึกคัดตึงเต้านม หรือรู้สึกไม่สบายตัวได้ แต่ไม่ควรถึงขั้นเจ็บ หากรู้สึกเจ็บ […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

น้ำมะนาว อาจเป็นเครื่องดื่มโปรดของคุณแม่หลายคน แต่สำหรับ แม่ให้นมลูก อาจมีความกังวลใจว่า การดื่มน้ำมะนาว สามารถส่งผลเสียอะไรต่อลูกได้หรือเปล่า ความจริงแล้ว น้ำมะนาวนอกจากจะไม่เป็นอันตรายแล้ว ยังอาจเรียกได้ว่า เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกเป็นอย่างยิ่งด้วย แต่ น้ำมะนาวกับคุณแม่ให้นมลูก นั้น จะมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้าง ติดตามได้ใน Hello คุณหมอ น้ำมะนาวกับคุณแม่ให้นมลูก มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร น้ำมะนาวเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ ที่ช่วยกระตุ้นและสร้างความสดชื่นให้ร่างกาย การดื่มน้ำมะนาว ในช่วงให้นมลูกนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจาก คุณแม่มักจะรู้สึกเหนื่อยในระหว่างการเลี้ยงลูกเล็ก และน้ำมะนาวมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเสริมของเซลล์ในร่างกาย และช่วยเพิ่มระดับพลังงานให้คุณแม่ได้ นอกจากนั้น การดื่มน้ำมะนาว ยังทำให้การไหลเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้น ซึ่งมีผลให้คุณภาพของน้ำนมดีขึ้น ทำให้เด็กมีความสุขและพึงพอใจ คุณแม่อาจดื่มน้ำมะนาวคั้นโดยตรง หรืออาจใช้ผสมกับน้ำ เพื่อให้รสชาติเบาบางลงก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มดื่มน้ำมะนาว คุณแม่ควรสังเกตอาการของลูกว่า มีอาการแพ้อะไรเกิดขึ้นเนื่องจาก การดื่มน้ำมะนาว หรือเปล่า ประโยชน์จาก การดื่มน้ำมะนาว สำหรับคุณแม่ให้นมลูก เพิ่มน้ำนม ในข้อนี้คือแม่มือใหม่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ แต่ต้องบอกเลยว่า การดื่มน้ำมะนาว ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นร่างกายให้สามารถผลิตน้ำนมออกมาได้ดี รวมทั้งยังช่วยให้น้ำนมที่ถูกผลิตออกมามีคุณภาพ สามารถที่จะดูแลสุขภาพเจ้าตัวเล็กได้ดีด้วย ดูแลการย่อยอาหาร โดยทั่วไป การดื่มน้ำมะนาว ดีสำหรับระบบย่อยอาหาร อย่างเช่น อาการท้องอืด ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย ซึ่งทารกก็มักจะพบปัญหาพวกนี้ได้บ่อยเช่นกัน ดังนั้น […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ปวดหัว เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่มือใหม่ที่กำลังให้นมลูก แน่นอนว่า หลังคลอดนั้นคุณแม่มือใหม่อาจจะพบเจอปัญหาหลากหลายอย่าง ทั้งในเรื่องของการปวดเมื่อยร่างกาย หรืออาการเจ็บหัวนมบ้างเป็นบางครั้ง จนเหมือนจะกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณแม่มือใหม่ แต่สำหรับอาการ ปวดหัวขณะให้นมลูก นั้น อาจจะมีปัญหาแอบแฝงมากกว่าที่คุณแม่หลายคนคิด อาการ ปวดหัวขณะให้นมลูก คืออะไร อาการ ปวดหัว ขณะให้นมลูก มักจะเกิดตลอดระยะเวลาที่ให้นมลูก แต่อาการนี้มักจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุของอาการนี้ บางคนคาดว่าอาจจะเป็นเพราะการเพิ่มขึ้นของระดับของฮอร์โมนออกซิโทซิน (oxytocin) ภายในร่างกาย แต่ก็อาจจะมีสาเหตุมาจากเรื่องอื่นได้เช่นกัน สาเหตุของอาการปวดหัวขณะให้นมลูก กลไกการหลั่งน้ำนม ผู้หญิงบางคนอาจจะมีอาการ ปวดหัว ขณะให้นมบุตร เนื่องจากกลไกการหลั่งน้ำนมและการปล่อยฮอร์โมนออกซิโทซิน ในบางครั้งอาการปวดหัวนี้อาจจะหายไปภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่ก็อาจจะมีอาการเรื้อรังต่อไปจนกว่าลูกจะหย่านม เต้านมคัด อาการเต้านมคัดเป็นผลมาจากการที่ร่างกายผลิตน้ำนมเพิ่มมากขึ้น อาการปวดหัวขณะให้นมลูกอาจมีสามารถมาจากการที่เต้านมของคุณมีอาการตึง บวม ปวด และร้อนขึ้น นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยฮอร์โมนออกซิโทซิน ฮอร์โมนชนิดเดียวกันกับที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุของอาการปวดหัวขณะตั้งครรภ์ ขาดสารอาหารหรือขาดน้ำ หากคุณรับประทานอาหารไม่เพียงพอหรืองดอาหาร ระดับน้ำตาลในร่างกายจะลดต่ำ ทำให้สามารถเกิดอาการเหนื่อยล้า อ่อนแรง และปวดหัวได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในน้ำนมยังประกอบไปด้วยน้ำกว่า 88% คุณแม่ที่ให้นมลูกส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกระหายน้ำขณะให้นมลูก การดื่มน้ำไม่เพียงพออาจทำให้คุณแม่เกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งนำมาสู่อาการ ปวดหัว เหนื่อยล้า คุณแม่มือใหม่อาจจะเหนื่อยล้าและนอนไม่พอเนื่องจากต้องดูแลลูก การนอนไม่พอและการหมดแรงนั้นสามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ ควรพยายามพักผ่อน หรืองีบหลับในระหว่างวัน เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้ดีขึ้น ปวดหัว ไมเกรน หากคุณเคยมีอาการปวดหัวไมเกรนอยู่ก่อนที่จะตั้งครรภ์อยู่แล้ว อาจทำให้อาการไมเกรนนั้นแย่ลงได้ในช่วยหลังคลอดบุตร เนื่องจากการเปลี่ยนยาที่ใช้ หรือมาจากความเครียดที่เพิ่มขึ้นขณะที่คุณต้องดูแลลูก วิธีแก้อาการ ปวดหัว ขณะให้นมลูก คุณสามารถแก้ปัญหาอาการ ปวดหัว […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ไม่มีใครปฏิเสธว่า การให้ลูกกินนมแม่เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการเลี้ยงดูทารก แต่ในระหว่างการให้นม แม่หลายคนอาจต้องประสบปัญหา หัวนมแตก หรือเจ็บหัวนม อาการเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ใช่อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นปกติของการให้นม สาเหตุที่ทำให้ หัวนมแตก ในช่วงสัปดาห์แรกของการให้นมแม่นั้น ท่าทางการอมคาบหัวนมของเด็กทารก หรือการวางท่าทางการให้นมที่ไม่เหมาะสม ถือเป็นปัญหาหลักที่ทำให้หัวนมแตก ในกรณีที่ไม่รุนแรง ผู้เป็นแม่อาจจำเป็นต้องจัดท่าทางในการให้นมใหม่ แต่หากลองเปลี่ยนท่าให้นมใหม่แล้ว อาการหัวนมแตก หรือเจ็บหัวนมยังไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง คุณควรปรึกษาหมอ เพื่อขอคำแนะนำวิธีการให้นมที่ถูกต้อง และหาสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้น ผู้หญิงที่พ้นช่วงให้นมบุตรแล้ว แต่ยังมีอาการหัวนมแตก อยู่ ควรเข้ารับการรักษาโดยเร็วเช่นกัน การรักษา อาการหัวนมแตก ในช่วงการให้นมบุตร ระหว่างการให้นมบุตร ปรับเปลี่ยนท่าทาง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้เป็นแม่ อุ้มทารกในลักษณะห่างจากตำแหน่งกึ่งกลาง โดยให้ปากของลูกระดับเดียวกับหัวนม เหงือกล่างของเด็กควรห่างจากฐานของหัวนมขณะที่เด็กอ้าปาก และเมื่อเด็กอ้าปากแล้ว ต้องกอดเขาทันที เพื่อให้แน่ใจว่าหัวนมยังคงอยู่ในปากของลูก หาท่าทางการให้นมในรูปแบบอื่น ๆ ลองเปลี่ยนท่าการให้นม เพื่อหาท่าที่คุณและลูกรู้สึกสบายที่สุด หากอยู่ในท่าทางที่ดีแล้ว ลูกจะอมคาบหัวนมได้ง่าย และไม่ทำให้หัวนมของคุณเจ็บ หากคุณเจ็บหัวนมข้างใดข้างหนึ่ง ให้เปลี่ยนไปให้นมอีกข้างที่เจ็บน้อยกว่า ทารกส่วนใหญ่จะดูดนมไม่แรงเท่ากับการดูดนมข้างแรก เนื่องจากเขารู้สึกหิวน้อยลง บรรเทาอาการเจ็บก่อนการให้นม หากคุณเจ็บหัวนมมาก คุณควรประคบเย็น เพื่อทำให้รู้สึกชา เพราะการอมคาบนมครั้งแรก มักจะทำให้เจ็บที่สุด หลังการให้นมบุตร รับประทานยา ในกรณีที่ อาการหัวนมแตก และอาการเจ็บหัวนมไม่หายไป คุณควรทานยารักษาอาการ และยาแก้ปวด โดยควรใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ทำความสะอาดหัวนมให้ดี […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon
x