เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า นมแม่ คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับเด็กทารก เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อพัฒนาการของเด็กทารก Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมเรื่องน่ารู้ดี ๆ เกี่ยวกับ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มาไว้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

หย่านม อย่างไรให้ถูกวิธี และควรให้เด็กหย่านมเมื่อไหร่

การ หย่านม คือ การให้ลูกเลิกกินนมแม่หลังจากลูกกินนมแม่เป็นระยะเวลาหนึ่ง คุณแม่อาจหยุดให้นมจากเต้าและเปลี่ยนมาปั๊มนมใส่ขวดให้เด็กกินแทน การหย่านมอาจทำได้ด้วยการค่อย ๆ ลดความถี่ในการให้นมจากเต้าและสอนให้เด็กรู้จักการกินนมจากขวดแทน ทั้งนี้ควรให้เด็กกินนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารที่เพียงพอจากน้ำนมแม่ [embed-health-tool-vaccination-tool] ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการ หย่านม โดยปกติ เด็กทารกควรดื่มนมแม่เพียงอย่างเดียวจนถึงอายุประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นอาจให้เด็กรับประทานอาหารอ่อน ๆ อย่างอื่น เช่น กล้วยบด ผักสุกบด ปลาต้มบด ผลไม้ หรือนมผง ควบคู่กับการกินนมแม่ เพื่อเสริมโภชนาการให้กับเด็ก หากเป็นไปได้ คุณแม่ควรให้เด็กกินนมแม่อย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์จากนมแม่มากที่สุด ช่วงอายุในการหย่านมแม่ของเด็กแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณแม่และความต้องการของตัวเด็กเอง เช่น คุณแม่จำเป็นต้องกลับไปทำงาน คุณแม่ไม่สะดวกปั๊มนมและเลือกใช้นมผงแทน ปัญหาสุขภาพที่ไม่สามารถให้นมจากเต้าได้อีกต่อไป หรือเด็กมีท่าทีสนใจอาหารอื่นมากกว่านมแม่ เด็กบางคนอาจหย่านมแม่ ตั้งแต่อายุไม่ถึง 6 เดือน และเปลี่ยนมากินนมผงจากขวดนมแทน ในขณะที่บางคนอาจกินนมแม่จากเต้าถึงอายุ 6 เดือนจึงเปลี่ยนเป็นกินนมแม่จากขวดนมจนอายุครบปี ทั้งนี้ ควรให้เด็กเริ่มใช้ขวดนมเมื่อเด็กอายุอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ และควรหย่านมทั้งจากเต้านมและขวดนมเมื่ออายุ 2 ปีขึ้นไป สัญญาณที่แสดงว่าเด็กพร้อม หย่านม สัญญาณที่แสดงว่าเด็กสามารถหย่านมจากเต้าและพร้อมกินอาหารชนิดอื่นแล้ว อาจมีดังนี้ […]

หัวข้อ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพิ่มเติม

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เก็บ น้ำนม อย่างไรให้คุณภาพดี ไม่บูดง่าย

เก็บ น้ำนม เป็นวิธีการยืดอายุและรักษาคุณภาพน้ำนมแม่ให้ยังคงมีคุณภาพและสารอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งการเก็บน้ำนมที่ดีอาจต้องคำนึงถึงประเภทของนม เช่น นมปั๊มใหม่ นมเก่า ภาชนะที่ใส่ และอุณภูมิในการเก็บรักษาเพื่อคงคุณภาพของนมและความปลอดภัยของทารก การปั๊มน้ำนมแม่ การปั๊มน้ำนมสามารถทำได้ด้วยมือและเครื่องปั๊มนม ซึ่งความถี่และปริมาณในการปั๊มจะขึ้นอยู่กับวิธีการปั๊ม หากสังเกตว่าน้ำนมเริ่มไหลออกมาจากเต้าควรหาเวลาในการระบายน้ำนมออก ควรปั้มให้เป็นเวลาและสม่ำเสมอหรืออาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นคลุมหน้าอกทั้งก่อนอาบน้ำ ระหว่างอาบน้ำ และหลังอาบน้ำ เพื่อเพิ่มการผลิตและการไหลเวียนของน้ำนม การปั๊มน้ำนมแม่ด้วยมือ การปั๊มนมด้วยมือ มีวิธีดังนี้ ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำอุ่น และเตรียมขวดหรือภาชนะที่สะอาดพร้อมเก็บน้ำนม อาจเริ่มด้วยการนวดหน้าอกเบา ๆ ก่อนเริ่มปั๊มนมอาจช่วยให้น้ำนมไหลได้ง่ายขึ้น จับเต้านมด้วยมือข้างหนึ่ง จากนั้นใช้มืออีกข้างหนึ่งทำมือเป็นรูปตัว C ใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือบีบเบา ๆ รอบหัวนม โดยให้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มืออยู่ห่างจากหัวนม 2-3 เซนติเมตร ไม่ควรบีบหัวนมเพราะอาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดได้ ทำตามขั้นตอนด้านบนอย่างเป็นจังหวะ ค่อย ๆ บีบและปล่อยแล้วทำซ้ำไปเรื่อย ๆ ที่จุดเดิม พยายามอย่าเลื่อนนิ้วไปบนผิวหนังเพราะอาจทำให้นมหยุดไหล เมื่อทำอย่างถูกต้องน้ำนมจะค่อย ๆ เริ่มไหลออกมา แต่หากไม่มีน้ำนม หรือการไหลของน้ำนมเริ่มช้าลงให้ลองขยับนิ้วและนิ้วหัวแม่มือเล็กน้อย แต่ยังคงหลีกเลี่ยงการบีบบริเวณที่ใกล้กับหัวนม เมื่อการไหลของเต้านมข้างหนึ่งช้าลง ให้สลับไปยังเต้านมอีกข้างหนึ่ง ให้ปลี่ยนเต้านมไปเรื่อย ๆ จนกว่าน้ำนมจะหยดช้ามากหรือหยุดไปเลย การปั๊มน้ำนมแม่ด้วยเครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มน้ำนมมีด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบใช้มือและแบบอัตโนมัติ ซึ่งการใช้งานของเครื่องปั๊มนมแต่ละประเภทอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับคู่มือการใช้งานแต่ละรุ่น และแรงดูดของเครื่องปั๊มนมบางรุ่นอาจรุนแรงมากจนทำให้เจ็บหัวนม […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

นมแม่ กับข้อสังเกตอื่น ๆ ที่คุณแม่มือใหม่ควรใส่ใจ

นมแม่ คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิดช่วงขวบปีแรก เพราะอุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่เป็นประโยชน์ ย่อยง่าย และอ่อนโยนต่อระบบทางเดินอาหารของลูกน้อย นอกจากเรื่องประโยชน์ของนมแม่แล้ว ยังมีข้อสังเกตอื่น ๆ เกี่ยวกับนมแม่ที่คุณแม่มือใหม่ควรศึกษา เช่น ปริมาณน้ำนมที่ลูกควรได้รับ คุณภาพน้ำนมแม่ อาหารสำหรับหญิงให้นมบุตร เป็นต้น ประโยชน์นมแม่ นมแม่เต็มไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก มีวิตามินครบเกือบทุกชนิด รวมทั้งโปรตีน ไขมัน เกลือแร่งต่าง ๆ และสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก  มีภูมิคุ้มกันที่จะช่วยให้ร่างกายของทารกแข็งแรงต้านทานเชื้อโรคทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียต่าง ๆ ที่สำคัญย่อยง่ายและโอกาสเสี่ยงต่ำที่ทารกจะแพ้นมแม่ รวมทั้งมักมีน้ำหนักตามเกณฑ์ และลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคอ้วน เบาหวาน และป้องกันทารกจากโรคไหลตายในเด็ก หรือ SIDS อีกด้วย ปริมาณนมแม่ที่ลูกน้อยควรได้รับ โดยปกติแล้ววทารกช่วง 1-3 เดือนแรก มักดื่มนมทุก 3-4 ชั่วโมง ครั้งละประมาณ 3-4 ออนซ์ เฉลี่ย 8 ครั้งต่อวัน หรือเฉลี่ยวันละ 24-32 ออนซ์ (100-150 มิลลิลิตร/กิโลกรัม) ซึ่งปริมาณนมจะเพิ่มขึ้นตามน้ำหนักตัว กระทั่งอายุครบ 6 เดือนอาจเริ่มมีอาหารชนิดอื่นเข้ามาเสริม เป็นอาหารเสริมตามวัย ทำให้อาจลดปริมาณนมแม่ลง สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกน้อยได้นมแม่ไม่เพียงพอ เมื่อลูกน้อยได้กินนมแม่ทุก ๆ […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ มีประโยชน์ต่อลูกน้อยและคุณแม่อย่างไร

การ เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ ถือเป็นเรื่องที่เหล่าคุณแม่ควรจะทำเป็นอย่างมาก เนื่องจากในน้ำนมแม่นั้นมีสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับทารก ทั้งยังเป็นอาหารที่เหมาะสมกับการย่อยของเด็กอีกด้วย นอกจากสารอาหารแล้ว ในน้ำนมแม่ยังมีประโยชน์อะไรต่อทารกอีกบ้าง ต้องติดตามกันใน Hello คุณหมอ ประโยชน์ของการ เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ จากการศึกษาพบว่า การเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งของทารกและคุณแม่ด้วย ซึ่งเราจะมาดูประโยชน์ที่มีต่อทารกกันก่อน สำหรับประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ มีดังนี้ ให้คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับทารก หน่วยงานด้านสุขภาพส่วนใหญ่มักจะแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน จากนั้นจะแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อเนื่องไปอีกเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ในน้ำนมของแม่นั้นมีทุกสิ่งที่ทารกต้องการในข่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ทั้งยังมีสัดส่วนที่เหมาะสม องค์ประกอบในน้ำนมแม่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของทารกได้ โดยเฉพาะในช่วง 1 เดือนแรกของชีวิต ในช่วงวันแรกหลังคลอด หน้าอกจะผลิตของเหลวสีเหลืองข้นออกมา ซึ่งเรียกว่า “น้ำนมเหลือง” ซึ่งมีโปรตีนที่สูง น้ำตาลต่ำ และเต็มไปด้วยสารประกอบที่เป็นประโยชน์ต่อทารก โคลอสตรัม (Colostrum) เป็นนมชนิดแรกที่เหมาะกับทารกแรกเกิด เพราะมันสามารถช่วยพัฒนาระบบย่อยอาหารของทารกแรกเกิด หลังจากนั้น 2-3 วันแรก หน้าอกจะเริ่มผลิตน้ำนมในปริมาณที่มากขึ้น สิ่งเดียวที่อาจขาดในน้ำนมแม่ก็คือ วิตามินดี นั่นเอง เพื่อชดเชยการขาดวิตามินดี ได้มีการแนะนำให้หยดวิตามินดีตั้งแต่อายุ 2-4 สัปดาห์ มีแอนติบอดีที่สำคัญ น้ำนมแม่เต็มไปด้วยแอนติบอดีที่ช่วยให้ลูกน้อยต่อสู้กับไวรัสและแบคทีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในน้ำนมเหลืองซึ่งเป็นนมแรก โคลอสตรัมให้อิมมูโนโกลบูลินเอ (Immunoglobulin A หรือ IgA) […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ท่อน้ำนมอุดตัน สาเหตุ อาการ และการรักษา

ท่อน้ำนมอุดตัน (Clogged milk ducts) พบได้ทั่วไปในคุณแม่เพิ่งคลอด กำลังให้นมบุตร หรือเพิ่งให้ลูกหย่านม ทำให้ท่อน้ำนมตีบหรืออุดตัน จนน้ำนมไหลได้ไม่สะดวก รวมถึงอาจมีอาการอักเสบ บวม และมีก้อนในบริเวณเต้านม สามารถหายไปได้เอง แต่ก็สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการนวดเต้านม ปั๊มนม และการประคบร้อน คำจำกัดความท่อน้ำนมอุดตัน คืออะไร ภาวะท่อน้ำนมอุดตัน เป็นภาวะที่เกิดก้อนบวมนูนในท่อน้ำนมของหญิงที่กำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร ทำให้ท่อน้ำนมตีบหรืออุดตัน จนน้ำนมไหลได้ไม่สะดวกหรือคั่งอยู่ในเต้านม (Milk Stasis) ซึ่งก้อนบวมนูนที่เกิดขึ้นนี้อาจมีลักษณะแข็งหรืออ่อนนุ่มก็ได้ ท่อน้ำนมอุดตันพบได้บ่อยแค่ไหน ภาวะท่อน้ำนมอุดตันสามารถพบได้ทั่วไปในคุณแม่ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร คุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรแต่ไม่ได้ให้ลูกกินนมแม่ หรือคุณแม่ที่เพิ่งหยุดให้ลูกกินนมแม่ โดยผลการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งเมื่อปี 2011 จากประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า 4.5% จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นคุณแม่ให้นมบุตรประสบปัญหาท่อน้ำนมอุดตันในช่วงปีแรกของการให้นมบุตร อาการอาการของท่อน้ำนมอุดตัน อาการทั่วไปของภาวะท่อน้ำนมอุดตัน มีดังนี้ เจ็บปวดบริเวณเต้านม มีก้อนบวม อ่อนนุ่มในเต้านม รู้สึกว่าเต้านมบวมหรือร้อนที่เต้านม น้ำนมจากเต้านมข้างหนึ่งไหลช้าลง ผิวหนังบริเวณเต้านมบริเวณใดบริเวณหนึ่งมีลักษณะขรุขระ มีจุดสีขาวเล็ก ๆ บริเวณหัวนม (Milk Bleb หรือ White Spot หรือ Milk Blister) ในบางกรณี ภาวะท่อน้ำนมอุดตันอาจทำให้มีไข้ต่ำ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าเต้านมติดเชื้อ ฉะนั้น หากคุณมีไข้ร่วมกับมีอาการรู้สึกเจ็บปวดที่เต้านม ควรรีบเข้าพบคุณหมอทันที สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถามเกี่ยวกับอาการของโรค หรือมีอาการต่อไปนี้ โปรดปรึกษาแพทย์ ก้อนบวมนูนไม่หายไปภายใน […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

น้ำนมเหลือง คุณค่าของนมหยดแรกจากอกแม่ที่ลูกรักคู่ควร

สำหรับคุณแม่มือใหม่อาจไม่ทันสังเกตสีน้ำนมของตนเอง แต่ถ้าหากลองมองดูดี ๆ แล้วจะเห็นได้ว่า น้ำนมหยดแรกๆ มักจะมีสีแตกต่างจากที่เคยเข้าใจ โดยน้ำนมหยดแรกหรือน้ำนมเหลืองนี้จะมีลักษณะเป็นสีค่อนข้างเหลืองนวลจนถึงเหลืองเข้ม การมีน้ำนมเหลืองไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะน้ำนมนี้ไม่ส่งผลอันตรายต่อลูกรักแต่แท้จริงแล้วกลับมีคุณค่าและประโยชน์มากล้น น้ำนมเหลือง คืออะไร น้ำนมเหลือง หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า โคลอสตรุม (Colostrum) เป็น น้ำนมแรกที่ออกมาจากอกของคุณแม่เพื่อให้ลูกน้อยได้รับประทาน ในบางครั้งอาจมีเลือดปะปนมากับน้ำนมด้วย ซึ่งโคลอสตรุมไม่ได้มีเพียงแค่ในมนุษย์เท่านั้น แต่มีอยู่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยได้ ยกตัวอย่างเช่น วัว แต่มิได้ไม่ความว่าจะต้องไปกินแบบสด ๆ จากเต้า ถึงจะได้ประโยชน์เหมือนการดื่มน้ำนมจากเต้าของคุณแม่ เพราะในร่างกายของวัวอาจมีสารบางอย่าง หรือเชื้อโรคปะปนเข้าสู่ร่างกายของลูกรักคุณ ทั้งนี้การนำ โคลอสตรุม จากวัว อาจมาในรูปแบบที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ หรือผลิตภัณฑ์แบบกล่องดูด นมผง รวมถึงแบบขวด ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน นับว่าเป็นข้อดีที่เราสามารถนำมารับประทานได้กับทุกเพศทุกวัย รวมถึงทารกตัวน้อย ที่ไม่สามารถดื่มนมจากอกของคุณแม่ได้ คุณค่าด้านโภชนาการ และประโยชน์ในน้ำนมเหลือง สารอาหารในน้ำนมเหลืองนี้ล้วนมีวิตามินหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ที่มีค่อนข้างสูง และยังมีธาตุอาหารอื่น ๆ ที่ดีต่อสุขภาพของลูกรักคุณด้วยอีกด้วย คือ แลคโตเฟอร์ริน (Lactoferrin) เป็นโปรตีนที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้เด็กแรกเกิดมีร่างกายที่แข็งแรง ลดอัตราการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ที่อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงได้ แอนติบอดี (Antibody) คือ โปรตีนอีกชนิดที่เข้าไปเสริมสร้างกระตุ้นให้ภูมิคุ้นกันต่อสู้กับไวรัส หรือแบคทีเรียที่แทรกซ้อนเข้ามา […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ลูกสำลักนม อันตรายใกล้ตัวที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม

คุณแม่มือใหม่ต้องคอยสังเกตและดูลูกน้อยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกรณีที่ ลูกสำลักนม นับเป็นอันตรายใกล้ตัวที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากสำลักนมและได้รับการดูแลไม่ถูกวิธี อาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ คุณแม่ควรหาวิธีป้องกันและวิธีแก้ไขเพื่อไม่ให้ลูกน้อยสำลักนมบ่อยเกินไป เรื่องน่ารู้ สำหรับคุณแม่ให้นม หลังคลอดลูก คุณแม่ควรให้นมลูกเร็วที่สุดภายใน 1 ชั่วโมง ให้นมลูกบ่อยๆ หรือทุก 2-3 ชั่วโมง หลังจากคลอดลูก เพื่อกระตุ้นให้ลูกชินกับเต้านม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เน้นอาหารบำรุงน้ำนม เช่น หัวปลี ตำลึง หลังคลอดอย่าทำความสะอาดหัวนมมากจนเกินไปจะทำให้หัวนมแห้ง และไหลน้อย ใช้ลูกประคบอุ่นๆ นวดเต้านมเพื่อกระตุ้นการไหลของน้ำนม งดเว้นการอาบน้ำอุ่นเพราะจะทำให้หัวนมขาดความชุ่มชื้น และหัวนมแตกได้ สาเหตุที่ทำให้ลูกสำลักนม สาเหตุที่ทำให้ลูกสำลักนมนั้นเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกันทั้งสาเหตุจากคุณแม่เองและตัวคุณลูก  โดยสาเหตุจากคุณแม่นั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การให้นมที่ผิดท่า การที่คุณแม่ดึงเต้านมออกก่อนขณะที่ลูกกำลังดูดนม หรือการที่ให้ลูกน้อยกินนมมากจนเกินความต้องการ รวมถึงน้ำนมที่ไหลเร็วจนเกินไป  ส่วนสาเหตุที่เกิดจากตัวลูกเอง เช่น ลูกน้อยมีอาจมีปัญหาเรื่องความผิดปกติภายในร่างกายอย่างปอดและหัวใจ หรืออาจมีพัฒนาการที่ช้า สังเกตอาการลูกสำลักนมอย่างใกล้ชิด ลูกจะมีอาการไอ เหมือนขย้อนนมหรือคายออกมา หากมีอาการสำลักแบบรุนแรง หน้าลูกจะเริ่มเปลี่ยนสี ลูกมีอาการหายใจผิดปกติ ระหว่างที่คุณแม่ให้นมลูกควรปรับการไหลของปริมาณน้ำนมโดยการกดบริเวณลานหัวนมเพื่อไม่ให้น้ำนมไหลเข้าปากลูกเร็วจนเกินไป จับลูกน้อยนอนตะแคงระหว่างการให้นมเพื่อป้องกันการสำลัก อย่าให้นมลูกบ่อยจนเกินไป หากลูกน้อยร้องไห้ควรสังเกตอาการให้แน่ใจว่าลูกนั้นร้องไห้เพราะหิวจริงๆ หรือเพราะสาเหตุใด รับมืออย่างไร เมื่อลูกสำลักนม หากลูกมีอาการสำลักนม ไม่ควรจับลูกอุ้มขึ้นทันทีเมื่อเกิดอาการสำลัก ควรจับลูกนอนตะแคงให้ศีรษะต่ำลง เป็นการป้องกันนมที่อยู่ในปากลูกไหลย้อนกลับไปที่ปอด ถึงแม้ว่าลูกสำลักนม อาจจะไม่ได้เป็นภาวะที่ร้ายแรงมากนัก แต่ย่อมดีกว่าหากคุณแม่ให้นมลูกอย่างถูกวิธี และรู้จักระมัดระวัง […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เครื่องปั๊มนม เลือกอย่างไร ให้ได้ประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด

เครื่องปั๊มนม เป็นตัวช่วยผ่อนแรงสำหรับคุณแม่ที่ต้องการให้ลูกน้อยดื่มนมแม่แต่อาจไม่มีเวลา เนื่องด้วยต้องไปทำงานนอกบ้าน มีน้ำนมน้อย รวมทั้งแม่ที่มีปัญหาลูกน้อยไม่ยอมดื่มนมจากเต้า เครื่องปั๊มนมจะช่วยให้คุณแม่ปั๊มนมเก็บไว้ล่วงหน้าได้ทั้งตอนที่อยู่บ้านหรืออยู่นอกบ้าน  ปัจจุบันนี้เครื่องปั๊มนมมีหลายประเภททั้งแบบปั๊มมือและแบบปั๊มด้วยระบบไฟฟ้า คุณแม่ควรศึกษาเกี่ยวกับเครื่องปั๊มนม เพื่อเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะเต้า ความชอบ และความสะดวกในการใช้งาน ประเภทของเครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมนั้นมีให้เลือกหลากหลาย แต่หลักๆ แล้วเครื่องปั๊มนมมีอยู่ด้วยกัน 4 ประเภท ได้แก่ เครื่องปั๊มนมแบบใช้มือ หรือเครื่องปั๊มนมแบบคันโยก ข้อดี คือ ไม่เปลืองไฟ คุณแม่สามารถพกพาไปใช้งานได้ทุกที่ แต่ข้อเสีย คือ อาจต้องใช้เวลาปั๊มนมนานกว่าเครื่องปั๊มนมประเภทอื่น และอาจรู้สึกเมื่อยมือ เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าเดี่ยว หรือเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าเต้าเดี่ยว เป็นเครื่องปั๊มนมแบบอัตโนมัติที่อาศัยพลังงานไฟฟ้าจากระบบไฟบ้าน หรือถ่านอัลคาไลน์ ใช้ปั๊มน้ำนมได้ทีละเต้า เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าคู่ หรือเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าเต้าคู่ เพียงแค่ใส่ถ่าน หรือเสียบปลั๊กก็สามารถทำงานได้เช่นเดียวกับเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าเดี่ยว แต่ดีกว่าตรงที่สามารถ ปั๊มน้ำนม ได้พร้อมกันสองเต้า จึงประหยัดเวลากว่า เครื่องปั๊มนมสำหรับใช้ในโรงพยาบาล หรือเครื่องปั๊มนมเกรดโรงพยาบาล ตัวเครื่องจะมีขนาดใหญ่  มักใช้งานในหอเด็กอ่อนเพื่อกระตุ้นน้ำนมหลังคลอด หรืออาจใช้งานในหน่วยอภิบาลทารกแรกเกิดภาวะวิกฤต (Neonatal Intensive Care Unit หรือ NICU) เทคนิคเลือกซื้อ เครื่องปั๊มนม การเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมสักเครื่องมาใช้งาน คุณแม่ควรดูตามลักษณะการใช้งาน และงบประมาณที่มี โดยอาจพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้ […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ให้นมลูก อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วนในเด็กได้

การให้นมลูกมีประโยชน์ต่อสุขภาพคุณแม่และทารก นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากองค์กรอนามัยโลก ที่พบว่า ให้นมลูก สามารถลดโอกาสที่เด็กจะอ้วนในอนาคต ได้มากถึง 25% Hello คุณหมอ บทความนี้จึงชวนมาดูประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ที่มีต่อสุขภาพของลูกน้อย ดังนี้ค่ะ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีส่วนช่วยป้องกันโรคอ้วนในเด็ก งานวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization, WHO) ที่ศึกษาใน 16 ประเทศทั่วทวีปยุโรปเรื่อง การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และ ให้นมลูก ที่มีต่อสุขภาพของลูกน้อย ผลการวิจัยพบว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สามารถลดโอกาสที่เด็กจะอ้วน ได้ถึง 25% โดยผลการวิจัยพบว่า เด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ 22% มีแนวโน้มว่าจะอ้วน และเด็กที่กินนมแม่ในเวลาไม่ถึง 6 เดือน 12% มีแนวโน้มว่าจะอ้วน เมื่อเทียบกับกลุ่มเด็กที่กินนมแม่เป็นเวลา 6 เดือน นอกจากนี้ งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร the journal Obesity Facts ได้ให้ข้อมูลว่า มีเหตุผลหลายประการที่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สามารถป้องกันเด็กจากโรคอ้วนได้ และยังมีหลักฐานที่พบว่าการให้ทารกกินนมผง อาจมีระดับอินซูลินในเลือดสูงกว่า เมื่อเทียบกับการกินนมแม่ ซึ่งการมีระดับอินซูลินในเลือดสูงจะสามารถกระตุ้นการสะสมไขมัน ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่าให้กินนมแม่ เพราะเปรียบเหมือนเป็นวัคซีนแรกของเด็ก ที่ป้องกันการติดเชื้อ และยังส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว รวมถึงป้องกันโรคอ้วนด้วย […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ลดน้ำหนัก หลังคลอดด้วยการให้นมลูก ทำได้จริงหรือ

ลดน้ำหนัก หลังคลอดจะแตกต่างกันออกไปในผู้หญิงแต่ละคน คุณแม่ส่วนใหญ่อาจน้ำหนักลดลงประมาณ 0.45-0.9 กิโลกรัมต่อเดือน ในช่วง 6 เดือนแรกหลังจากคลอดลูก มีข้อมูลที่ชี้ว่าการให้นมลูกอาจมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักหลังคลอดของคุณแม่ เนื่องจากการร่างกายเผาผลาญแคลอรี่เพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ย 500 แคลอรี่ต่อวัน แต่ในคุณแม่บางคนแม้จะให้นมลูกแต่น้ำหนักอาจจะไม่ลดลงก็ได้เช่นกัน การให้นมลูกมีส่วนช่วยลดน้ำหนักอย่างไร คุณแม่อาจน้ำหนักลดลงประมาณ 0.45-0.9 กิโลกรัมต่อเดือน ในช่วง 6 เดือนแรกหลังจากคลอดลูก และน้ำหนักจะค่อย ๆ ลดลงช้ากว่าเดิมหลังจากนั้น ซึ่งการลดน้ำหนักหลังคลอด จะใช้เวลาประมาณ 6-9 เดือนเพื่อลดน้ำหนักที่ได้มาในช่วงตั้งครรภ์ นอกจากนั้น ยังข้อมูลที่ชี้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักหลังคลอดของคุณแม่ ดังนี้ ช่วยเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น การให้นมลูกได้รับการพิจารณาว่าเป็นวิธีทางธรรมชาติ ที่ช่วยให้คุณแม่สามารถลดน้ำหนักได้ เนื่องจากการให้นมลูก สามารถทำให้คุณแม่ได้เผาผลาญแคลอรี่ในแต่ละวัน โดยมีงานวิจัยที่ชี้ว่า การให้นมลูกมีแนวโน้มว่าจะทำให้คุณแม่เผาผลาญแคลอรี่เพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ย 500 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับการหยุดกินอาหารมื้อเล็ก ขนมถุงใหญ่ หรือเทียบเท่ากับการออกกำลังกายประมาณ 45-60 นาทีในระดับปานกลาง มากไปกว่านั้น เวลาที่คุณแม่ให้นมลูกอาจระมัดระวังเรื่องอาหารมากกว่าเดิม เช่น ลดการกินอาหารแปรรูป และบริโภคโปรตีนไร้ไขมัน ผลไม้ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ผัก ธัญพืชเต็มเมล็ด และพืชตระกูลถั่ว จึงอาจมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก การให้นมลูกอาจทำให้ลดน้ำหนักได้ดีกว่า แม่ให้นมลูกมีแนวโน้มว่าจะลดน้ำหนักได้ไวกว่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ให้นมลูก เนื่องจากงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ให้นมลูกอย่างน้อย […]

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

สารอาหารบำรุงนมแม่ และข้อแนะนำสำหรับแม่ให้นมลูก

ในกระบวนการผลิตน้ำนมแม่ ร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานสูง อาหารที่คุณแม่กินระหว่างให้นมลูก จึงนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมากที่จะช่วยในการผลิตน้ำนมให้มีคุณภาพ และเพื่อช่วยให้ทารกได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมอง แต่ สารอาหารบำรุงนมแม่ ที่แม่ให้นมลูกควรกินมีอะไรบ้างนั้น Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝากค่ะ สารอาหารบำรุงนมแม่ มีอะไรบ้าง โปรตีน ทารกที่กำลังเจริญเติบโตต้องการโปรตีนสูง ดังนั้น แม่ให้นมลูก จึงต้องกินโปรตีนในปริมาณที่มากพอกับที่ทารกต้องการ เพราะโปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต การรักษาสภาพร่างกาย และการซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ โดยปริมาณโปรตีนที่แม่ให้นมลูกควรได้รับจะอยู่ที่ประมาณ 54 กรัมต่อวัน แต่ในคุณแม่บางรายอาจต้องการถึง 67 กรัมต่อวันหรือมากกว่า แหล่งโปรตีนที่สำคัญ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง โฟเลต โฟเลตเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่สำคัญต่อการเติบโตของร่างกาย โดยปกติ แม่ให้นมลูก ควรได้รับโฟเลตในปริมาณ 450 ไมโครกรัมต่อวัน แต่ในคุณแม่บางรายอาจต้องการในปริมาณ 500 ไมโครกรัมต่อวันหรือมากกว่า แหล่งโฟเลตที่สำคัญได้แก่ ผักประเภทใบ ธัญพืช ถั่วต่าง ๆ อะโวคาโด สารสกัดจากยีสต์ ไอโอดีน ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุที่สำคัญสำหรับการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ เพื่อพัฒนาการของสมองและระบบประสาท แม่ให้นมลูก ควรได้รับไอโอดีนปริมาณ 190 ไมโครกรัมต่อวัน หรือ 270 ไมโครกรัมในคุณแม่บางราย แหล่งไอโอดีนที่ดีได้แก่ […]


กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!