เด็กวัยเรียน

เด็กวัยเรียน (7-15 ปี) เป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญมาก เพราะเด็กจะต้องเริ่มใช้ชีวิตในสังคมใหม่ นั่นก็คือ สังคมโรงเรียน แถมการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ก็อาจทำให้พวกเขาไม่รู้ว่าจะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างไรดี แต่เรามีคำตอบมาให้แล้ว

เรื่องเด่นประจำหมวด

เด็กวัยเรียน

เด็กวัยเรียนเป็นวัยที่เหมาะในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เนื่องจากสมองและร่างกายกำลังพัฒนาอย่างเต็มที่ นอกจากการเรียนหนังสือแล้ว การให้เด็กได้ทำกิจกรรมอย่าง เกมสำหรับเด็ก ที่เหมาะกับเด็กวัยเรียน เช่น เกมเก้าอี้ดนตรี เกมวิ่งไล่จับ เกมซ่อนหา เกมต่อจิกซอว์ ยังมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย กระตุ้นพัฒนาการและการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ เช่น ทักษะด้านสังคม ทักษะด้านความคิด ของเด็กได้เป็นอย่างดี ทั้งยังให้ความเพลิดเพลินและช่วยให้เด็กได้คลายเครียดด้วย โดยเด็กจะเริ่มเล่นรวมกับผู้อื่นได้ตั้งแต่อายุ 3 ปี และเริ่มเล่นอย่างมีกติกาได้ตั้งแต่อายุ 5 ปี เกมสำหรับเด็ก เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กวัยเรียน เกมสำหรับเด็ก ที่อาจช่วยส่งเสริมพัฒนาการให้เด็กวัยเรียนได้ อาจมีดังนี้ 1. เกมที่ช่วยเสริมสร้างทักษะการเข้าสังคม เด็กในวัยเรียนมักเข้าสังคมและใช้เวลาร่วมกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเล่นเกมร่วมกันจะทำให้เด็กได้เรียนรู้กฎระเบียบข้อตกลงที่มีร่วมกันในสังคม ได้ฝึกการใช้เหตุผลเมื่ออยู่ในสังคม และเรียนรู้ที่จะยอมรับผลแพ้ชนะผ่านการเล่นเกม เกมที่อาจช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านสังคมให้กับเด็ก มีดังนี้ เกมส่งต่อมันร้อน ให้เด็ก ๆ นั่งล้อมวงกันเป็นวงกลมพร้อมเปิดเพลงประกอบ จากนั้นให้เด็กผลัดกันส่งต่อมันร้อน (อาจเป็นลูกบอลหรือกระดาษที่ขยำเป็นก้อนกลม) ไปให้คนข้าง ๆ เรื่อย ๆ ให้เร็วที่สุด จนกว่าเสียงดนตรีจะหยุด หากเพลงหยุดแล้วผลมันร้อนอยู่ที่ใคร คนนั้นต้องออกจากวงกลมไป เล่นไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเหลือผู้เล่นคนสุดท้าย ซึ่งจะกลายเป็นผู้ชนะของเกมนี้ เกมเก้าอี้ดนตรี เป็นเกมที่ใช้อุปกรณ์เป็นเก้าอี้และเสียงเพลง โดยจัดวางเก้าอี้หลายตัวเป็นวงกลม หันส่วนที่นั่งออกด้านนอกในลักษณะที่หันหลังชนกันเป็นวงกลม ให้เก้าอี้มีจำนวนน้อยกว่าจำนวนผู้เล่น 1 […]

หัวข้อ เด็กวัยเรียน เพิ่มเติม

โภชนาการเด็กวัยเรียน

แคลเซียมสำหรับเด็กวัยเรียน อาจจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง รวมถึงอาจมีความสำคัญต่อระบบการทำงานของร่างกายในส่วนอื่น ๆ เช่น การทำงานของกล้ามเนื้อ ฮอร์โมน การเต้นของหัวใจ ดังนั้น การรู้ถึงความสำคัญของแคลเซียม อาจช่วยให้พ่อแม่ส่งเสริมสุขภาพของเด็กวัยเรียนให้ดียิ่งขึ้น แคลเซียมสำหรับเด็กวัยเรียน สำคัญอย่างไร วัยเด็กเป็นวัยที่ต้องการแคลเซียม เพื่อเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง หากไม่มีการสะสมเพิ่มเติมแคลเซียมในกระดูกจะถูกดึงออกเพื่อใปใช้ในส่วนอื่น ๆ และเมื่อเวลาผ่านไปกระดูกจะอ่อนแอลงและเปราะบาง ซึ่งอาจส่งผลต่อโรคกระดูกพรุนในอนาคตได้ นอกจากนี้ แคลเซียมยังอาจมีความสำคัญต่อระบบการทำงานของร่างกายในส่วนอื่น ๆ เช่น การทำงานของกล้ามเนื้อ ฮอร์โมน การเต้นของหัวใจ ปริมาณแคลเซียมที่เด็กวัยเรียนควรได้รับ       ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับอาจแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย ซึ่งปริมาณแคลเซียมที่เด็กวัยเรียนควรได้รับ อาจมีดังนี้ เด็กอายุ 1-3 ปี ควรได้รับแคลเซียม 700 มิลลิกรัม/วัน ประมาณ 2-3 มื้อ เด็กอายุ 4-8 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัม/วัน ประมาณ 2-3 มื้อ เด็กและวัยรุ่นอายุ 9-18 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัม/วัน ประมาณ 4 […]

โภชนาการเด็กวัยเรียน

การที่ลูกไม่กินผักอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความกังวลว่าจะทำอย่างไรให้ ลูกกินไฟเบอร์ ได้เพียงพอต่อปริมาณที่ร่างกายต้องการ โดยแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ไม่ได้มีแต่ผักใบเขียวเพียงอย่างเดียว ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจไม่จำเป็นต้องบังคับให้ลูกกินผักเสมอไป แต่อาจให้ลูกกินพืชตระกูลถั่วและผลไม้ที่อุดมด้วยไฟเบอร์ทดแทนได้ ลูกกินไฟเบอร์ สำคัญอย่างไร การให้ลูกกินไฟเบอร์ที่เป็นเส้นใยจากพืชอาจช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งบางชนิด และช่วยเคลื่อนย้ายอาหารผ่านระบบย่อยอาหาร ส่งเสริมทำให้การทำงานของลำไส้แข็งแรงและป้องกันอาการท้องผูก รวมถึงยังอาจทำให้ลูกรู้สึกอิ่มนานขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนัก ลูกกินไฟเบอร์ ได้มากแค่ไหน ปริมาณไฟเบอร์ที่ร่างกายต้องการอาจแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย ดังนี้ เด็กอายุ 1-3 ปี ต้องการไฟเบอร์ 19 กรัม/วัน เด็กอายุ 4-8 ปี ต้องการไฟเบอร์ 25 กรัม/วัน เด็กชายอายุ 9-13 ปี ต้องการไฟเบอร์ 31 กรัม/วัน เด็กผู้หญิงอายุ 9-13 ปี ต้องการไฟเบอร์ 26 กรัม/วัน เด็กชายอายุ 14-19 ปี ต้องการไฟเบอร์ 38 กรัม/วัน เด็กผู้หญิงอายุ 14-19 ปี ต้องการไฟเบอร์ 26 กรัม/วัน อยากไรก็ตาม หากลูกไม่สามารถรับประทานไฟเบอร์ให้เพียงพอต่อปริมาณที่กำหนดได้ ดังนั้น […]

ช่วงวัยเรียน

ปัญหาสุขภาพเด็กวัยเรียน ในช่วงอายุระหว่าง 6-12 ปี ย่อมสร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กวัยเรียน ยังไม่สมบูรณ์พอที่จะต้านทานโรคได้ และการอยู่ร่วมกับเพื่อน ๆ ในห้องเรียนอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายและติดต่อกันได้ง่าย จึงทำให้ป่วยบ่อย โดยโรคที่มักพบในเด็กวัยเรียน เช่น โรคหวัด โรคภูมิแพ้ โรคมือเท้าปาก คุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพเด็กวัยเรียน ด้วยการสังเกตอาการและพฤติกรรมต่าง ๆ ของลูกอย่างใกล้ชิดเมื่อพวกเขากลับมาถึงบ้าน และหากพบความผิดปกติ ควรพาลูกไปหาหมอ [embed-health-tool-vaccination-tool] ปัญหาสุขภาพเด็กวัยเรียน ที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง  ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยใน เด็กวัยเรียน อายุ 6-12 ปี มีดังนี้ 1.โรคหวัดและอาการไอ โรคหวัด เป็นปัญหาสุขภาพเด็กวัยเรียนที่เกิดขึ้นได้ค่อนข้างบ่อย และจะพบมากในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น ปลายฝนต้นหนาว เนื่องจากร่างกายของเด็ก ๆ ยังไม่มีระบบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโรคหวัดที่แข็งแรงพอ อย่างไรก็ตาม เมื่อเด็ก ๆ เติบโตขึ้นร่างกายจะค่อย ๆ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้นจนสามารถต้านทานเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ดีขึ้นและทำให้เป็นหวัดน้อยลง การไอ เด็กมักมีอาการไอเมื่อเป็นหวัด เพื่อช่วยขจัดเสมหะที่อยู่ในระบบทางเดินหายใจออก ทำให้จมูกปลอดโปร่ง หายใจง่ายขึ้น 2.ท้องร่วงและอาเจียน ท้องร่วง เป็นวิธีกำจัดเชื้อโรคของร่างกาย ส่วนใหญ่มักมีอาการ 2-3 วันหรือเป็นสัปดาห์ โรคอุจจาระร่วงอาจเกิดขึ้นร่วมกับอาการไข้ คลื่นไส้ […]

ช่วงวัยเรียน

ดูแลเด็กวัยเรียน ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ สามารถทำได้อย่างไร เรื่องนี้อาจเป็นปัญหาของผู้ปกครองหลายคน เพราะเด็กแต่ละช่วงวัยต่างต้องการดูแลเอาใจใส่ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะ เด็กวัยเรียนซึ่งเป็นช่วงวัยแห่งการเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างเป็นระบบ ทั้งการเข้าสู่สังคมโรงเรียน เพื่อนใหม่ [embed-health-tool-vaccination-tool] ทำไมจึงต้องดูแลเด็กวัยเรียน   เด็กวัยเรียน เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงและต้องปรับตัวค่อนข้างสูง ทั้งทางกายและทางสติปัญญา เด็กสามารถเริ่มทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง ทั้งการผูกเชือกรองเท้า หยิบจับสิ่งของ วิ่งเล่น และมีอิสระจากครอบครัวมากขึ้น การดูแลเด็กวัยเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก การเสริมสร้างความรู้ การฝึกฝนทักษะ การให้รางวัลและบทลงโทษก็เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลเด็กวัยเรียน ให้เด็กได้เรียนรู้และเข้าใจ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่สังคมในอนาคต เคล็ดลับการ ดูแลเด็กวัยเรียน การดูแลเด็กวัยเรียน อาจดูเหมือนเป็นเรื่องยาก แต่หากมองในแง่ดี คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองก็ได้ฝึกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กับลูกรัก โดยอาจลองปฏิบัติตามคำแนะนำ ต่อไปนี้ ควรแสดงออกถึงความรักอยู่เสมอ ชื่นชมและยินดีต่อความสำเร็จ สร้างความรับผิดชอบให้กับเด็ก เช่น ขอให้เด็กช่วยงานบ้าน พูดคุยเกี่ยวกับเพื่อน โรงเรียน และสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สอนให้เด็กรู้จักการเคารพผู้อื่น และรู้จักช่วยเหลือคนอื่น สอนให้เด็กรู้จักการตั้งเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จ เพื่อให้เด็กรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง สอนให้เด็กเรียนรู้ที่จะอดทน ยอมให้คนอื่นก่อน หรือยอมทำงานให้เสร็จก่อนออกไปเล่น เพื่อกระตุ้นให้เด็กรู้ถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อทำสิ่งตามเป้าหมายเสร็จแล้ว กำหนดกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนและปฏิบัติตาม เช่น เวลานอน […]

ช่วงวัยเรียน

การเล่นเสริมพัฒนาการเด็กวัยเรียน อาจช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กในหลายด้านทั้งทางกายภาพและพัฒนาการทางปัญญา นอกจากนี้ การเล่นยังอาจช่วยเตรียมความพร้อมของเด็กในการเข้าสู่สังคมโรงเรียนได้อีกด้วย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการเล่นเสริมสร้างพัฒนาการเด็กวันเรียน เพื่อจะได้เสริมสร้างพัฒนาการได้อย่างเหมาะสม การเล่นเสริมพัฒนาการเด็กวัยเรียน สำคัญอย่างไร เด็กวัยเรียน ในช่วงอายุ 6-9 ปี จะเริ่มมีพัฒนาการมากขึ้น การเสริมสร้างพัฒนาการในช่วงนี้การเล่นจึงอาจเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เด็กวัยเรียนพัฒนาได้หลายด้าน ดังนี้ การเล่นเกมที่มีกฎง่าย ๆ จะช่วยให้เด็กเรียนรู้และคุ้นเคยเกี่ยวกับกฎเกณฑ์มากขึ้น การเล่นเกมกับเพื่อนยังช่วยให้เด็กได้สร้างสัมพันธ์กับเพื่อน รู้จักการผลัดกันเล่น และประนีประนอมกันผู้อื่น พัฒนาความสนใจใหม่ ๆ และงานอดิเรกผ่านการเล่น เช่น เด็กอาจจะเริ่มอ่านหนังสือในเรื่องที่สนใจมากขึ้น สนุกกับความท้าทายในการเล่น เช่น การปีนต้นไม้ การปั่นจักรยานด้วยความเร็ว ความท้าทายเหล่านี้สร้างความสนุกและความตื่นเต้นให้กับเด็ก อีกทั้งสร้างทักษะทางกายภาพ กระบวนการแก้ปัญหา พัฒนาการเรียนรู้ รู้ถึงขีดจำกัดทางร่างกายและอารมณ์ การเล่นกับเพื่อนจะช่วยให้เด็กรู้จักการสร้างมิตรภาพไม่ว่าจะเป็นเพศเดียวกันหรือต่างเพศกัน โดยคุณพ่อคุณแม่ควรร่วมเล่นหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ กับเด็ก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว เช่น เตะฟุตบอลในสนามหน้าบ้าน ทำอาหารร่วมกัน การเล่นกับเพื่อน หรือการผจญภัยที่โรงเรียนอาจเสริมสร้างพัฒนาการให้กับเด็กวัยเรียนได้ แต่เด็กยังคงต้องการคำแนะนำและความช่วยเหลือจากคุณพ่อคุณแม่ เพื่อช่วยจัดการกับความกังวลต่าง ๆ การเล่นกับเด็กอาจเป็นช่องทางในการสื่อสารที่ดี การเล่นกับพัฒนาการทางปัญญาในวัยเรียน การเล่นนอกจากจะให้ประโยชน์ทางกายภาพแล้วยังช่วยพัฒนาความรู้ความเข้าใจของเด็กวัยเรียน ในเรื่องของความสามารถในการคิด เข้าใจ สื่อสาร จดจำ จิตนาการ และการคาดเดา เพราะการเล่นอาจช่วยให้เด็กสามารถแก้ปัญหา สร้าง […]

ช่วงวัยเรียน

พัฒนาการด้าน การเข้าสังคมของเด็กวัยเรียน เป็นกระบวนการที่เด็กเรียนรู้การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น พัฒนาทักษะการสื่อสารกับผู้อื่น และสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ อีกทั้งยังสามารถจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการด้านการเข้าสังคมของเด็กวัยนี้ให้ดี เพื่อจะได้ช่วยฝึกฝนทักษะของเด็กให้เป็นไปตามวัย สาเหตุที่ทำให้เด็กวัยเรียนปฏิเสธการเข้าสังคม เด็กวัยเรียน บางคนอาจจะปฏิเสธการเข้าสังคมหรือปฏิเสธการไปโรงเรียน ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากสาเหตุดังต่อไปนี้ ความรู้สึกไม่ดี ลูกของคุณอาจกำลังพยายามหลีกเลี่ยงบางสิ่งที่โรงเรียนเหรือเพื่อนทำให้เกิดความวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือรู้สึกลำบากใจ เช่น การแกล้งกัน การถูกทำร้าย หลีกเลี่ยงปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เด็กอาจมีปัญหาในการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ปัญหาการสร้างมิตรภาพกับเพื่อน หรือเด็กอาจไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเมื่อเจอกับเหตุการณ์นั้น มีความสนใจนอกโรงเรียน เด็กอาจสนใจทำกิจกรรม เล่นเกม ดูทีวีอยู่ที่บ้านมากกว่าการมาโรงเรียน ติดพ่อแม่ เด็กอาจติดพ่อแม่ ไม่ชอบที่จะแยกจากพ่อแม่จึงทำให้เกิดการปฏิเสธสังคมขึ้น การเข้าสังคมของเด็กวัยเรียน ส่งผลต่อเด็กอย่างไร ประสบการณ์การใช้ชีวิตประจำวันกับผู้ปกครองเป็นสิ่งพื้นฐานในการพัฒนาการเข้าสังคมของวัยเรียน พ่อแม่ที่เปิดโอกาสให้ลูกได้พัฒนาความสัมพันธ์ พูดคุย โต้ตอบกัน เป็นแบบอย่างที่ลูกของคุณสามารถจดจำ และนำไปใช้โต้ตอบกับคนรอบข้างได้ เด็กที่อายุ 5 ปีขึ้นไป จะเริ่มมีพัฒนาการทางสังคม เด็กวัยเรียน ส่วนใหญ่จะใช้เวลาทั้งวันไปกับการพูดคุย เล่น กับเด็กคนอื่น ๆ ดังนี้ สร้างมิตรภาพ พยายามทำให้เพื่อนพอใจ หรือพยายามทำตามเพื่อน เรียนรู้การสร้างสัมพันธ์กับเด็กคนอื่น ๆ รับรู้ถึงการถูกรังแก กลัวการรังแก หรือเริ่มทำตัวรังแกผู้อื่น เด็กบางคนที่มีอายุ 10 ขวบขึ้นไป อาจเริ่มปฏิเสธความคิดเห็นของพ่อแม่ […]

ช่วงวัยเรียน

การเปลี่ยนแปลงของเด็กวัยเรียน อาจเกิดขึ้นได้ทั้งทางร่างกายและสมอง โดยแต่ละช่วงวัยก็จะมีพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ เพศก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจทำให้การเปลี่ยนแปลงของเด็กแตกต่ากัน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจต้องให้ความสนใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเด็กวัยเรียน เพื่อช่วยให้เด็กมีการพัฒนาทางสมองที่ดีและส่งผลไปถึงพัฒนาการทางร่างกาย การเปลี่ยนแปลงของเด็กวัยเรียน สำหรับการเปลี่ยนแปลงของเด็กวัยเรียน อาจแบ่งออกได้เป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย และการเปลี่ยนแปลงทางสมอง โดยการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อาจมีดังนี้ การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของเด็กวัยเรียน เด็กวัยเรียน ในช่วงอายุตั้งแต่ 5-12 ปี อาจมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพหลายส่วน ดังนี้ เด็กวัยเรียนอาจมีพัฒนาทางความสูงของร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กในวัยเรียนอาจเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงมีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นด้วย เด็กวัยเรียนอาจมีการพัฒนาด้านความสมดุลของร่างกาย ทั้งการเคลื่อนไหว และการทรงตัว มวลกล้ามเนื้อจะเริ่มเปลี่ยนแปลง และมีความแข็งแรงมากขึ้น เด็กเริ่มพัฒนาลักษณะทางเพศมากขึ้น เช่น เด็กผู้หญิงเริ่มมีพัฒนาการของเต้านม มีขนตามร่างกาย ส่วนเด็กผู้ชายอาจเริ่มมีขนตามร่างกาย การเจริญเติบโตของอัณฑะและองคชาต ตัวอย่างพัฒนาการทางกายภาพแต่ละช่วงอายุ อาจมีดังนี้ 5 ขวบ การทรงตัวดีขึ้น ยืนบนเท้าข้างเดียวได้นาน 10 วินาที กระโดดข้ามสิ่งของได้ ตีลังกา ใช้ช้อนส้อมได้ ใช้ห้องน้ำได้เอง 6-8 ขวบ กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น มีความสมดุลและความอดทนของร่างกายมากขึ้น ลักษณะทางกายภาพเริ่มพัฒนามากขึ้น 9-12 ขวบ ลักษณะทางกายภาพพัฒนาขึ้น มีพัฒนาทางกายภาพเพิ่มขึ้น เช่น หน้าอกใหญ่ขึ้น มีขนตามร่างกาย การเปลี่ยนแปลงของเด็กผู้ชาย […]

การเติบโตและพัฒนาการในวัยเรียน

เด็ก ๆ ที่เข้าสู่ช่วงวัยประถมส่วนใหญ่มักอยู่ในช่วงอายุ 6-12 ปี ด้วยกัน พร้อมมีการเจริญเติบโตขึ้นตามแต่ละช่วงวัย รวมไปถึงการอบรม เอาใจใส่ และการดูแลของคุณพ่อคุณแม่ร่วมด้วย แต่คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่คะว่า ในช่วงอายุลูกรักดังกล่าว จะส่งผลให้พวกเขามีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นในด้านใดบ้าง ถ้าหากยังไม่ทราบละก็ วันนี้บทความของ Hello คุณหมอ จึงขอนำความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ถึง พัฒนาการเด็กวัยประถม และเคล็ดลับการดูแลให้เหมาะกับช่วงวัย มาฝากผู้ปกครองทุกคนกันค่ะ รูปแบบการเรียนรู้ของ เด็กวัยประถม แต่ละช่วงอายุ และอุปนิสัยเด็ก ๆ แต่ละบุคคลนั้น ย่อมมีการเรียนรู้ที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจมีความต้องการอยากจะเรียนรู้ทางด้านวิชาการ ในขณะที่เด็กบางคนอาจอยากเรียนรู้ทางด้านกิจกรรม แต่ส่วนใหญ่โดยรวมแล้วเด็กในช่วงวัยประถมมักอยากเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ที่เข้ามาเสมอ พวกเขาจะกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น ชอบสำรวจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการพบเจอสังคมใหม่ในโรงเรียน วิชาเรียน กิจกรรมต่าง ๆ ที่ทางคุณครูผู้สอนได้มอบหมายให้ ซึ่งมักจะทำให้เด็กคัดกรองในสิ่งที่ตนเองชอบได้ว่า ตัวพวกเขานั้นถนัดอะไร ชอบทำอะไร และสิ่งใดที่ไม่ค่อยถนัด ดังนั้นรูปแบบการเรียนรู้ของเด็กในช่วงวัยนี้ผู้ปกครองทุกคนควรสนับสนุนหากเป็นไปในทางที่ดี และควรตักเตือนหากลูกรักมีพฤติกรรมที่ไม่สมควร แต่ไม่ถึงกับต้องบังคับตลอดเวลา เนื่องจากเด็กวัยประถมต้องการอิสระในภายใต้การขอความคิดเห็นจากผู้ปกครองร่วม เพื่อทำให้เขาตัดสินใจลงมือทำ และเพลิดเพลินกับสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบได้อย่างสนุกขึ้น พัฒนาการเด็กวัยประถม แต่ละช่วงอายุ อย่างที่ทราบกันดีว่า เด็กวัยประถม ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 6-12 ปี […]

โภชนาการเด็กวัยเรียน

ขนมเพื่อสุขภาพ คือขนมที่ให้พลังงานและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของลูกน้อย ขนมหรือของว่างที่คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกให้ลูกรับประทาน คือ ขนมที่ทำจากผัก ผลไม้ ธัญพืช ควรให้ลูกหลีกเลี่ยขนมที่มีโซเดียมและน้ำตาลสูง เช่น มันฝรั่งทอด เค้ก ลูกกวาด หรืออาจจำกัดปริมาณการรับประทานขนมเหล่านี้ เพราะอาจเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน เด็กกินขนมมากไป ส่งผลเสียได้อย่างไร ขนมส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยโซเดียม และน้ำตาล หากรับประทานเข้าไปในปริมาณมาก ก็อาจส่งผลให้ร่างกายสะสมสารอาหารที่ไม่ดีอยู่ภายในก่อให้เกิดโรคอ้วนตั้งแต่ยังเยาว์วัย โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ระดับคอเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง ไขมันในตับ และเกิดปัญหาด้านสุขภาพช่องปาก เช่น ฟันผุ อีกทั้งยังทำให้ระบบย่อยอาหารผิดปกติส่งผลให้เป็นโรคลำไส้แปรปรวน ท้องอืด ท้องร่วง อาหารแต่ละมื้อที่ประกอบด้วยโซเดียมและน้ำตาลสูงก็อาจส่งผลให้เด็กเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นผู้ปกครองควรจำกัดปริมาณอาหารและขนมในแต่ละวันให้พอดี โดยควรจำกัดน้ำตาลไว้ที่ 25 กรัมสำหรับเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป ส่วนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี ควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำตาลไม่ว่าจะในรูปแบบอาหารหรือเครื่องดื่ม เด็กที่มีอายุ 1-3 ปี ควรบริโภคน้อยกว่า 1,500 มิลลิกรัม เด็กที่มีอายุ 4-8 ปี ควรบริโภคน้อยกว่า […]

การเติบโตและพัฒนาการในวัยเรียน

การฝึกลูกนอนเร็วนั้นอาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ แต่ละครอบครัวต่างมีวิธีที่แตกต่างกันไป บางคนเลือกเล่านิทาน บางครอบครัวอาจเลือกร้องเพลงกล่อม แต่อาจจะไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการ ทั้งนี้ อาจต้องอาศัยหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการฝึกสร้างระเบียบวินัย การสร้างบรรยากาศ การพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจถึงเหตุผลในการนอนเร็ว เพื่อฝึกให้ลูกนอนเร็วได้ผลดียิ่งขึ้น [embed-health-tool-vaccination-tool] ประโยชน์ของการ ฝึกลูกนอนเร็ว การฝึกลูกเข้านอนเร็ว ถือเป็นกิจวัตรประจำวันที่ส่งผลดีและมีประโยชน์ต่อเด็กในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้ การเข้านอนแต่หัววัน จะทำให้เด็กได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่รู้สึกอ่อนเพลียเมื่อตื่นนอนตอนเช้า มีส่วนช่วยให้พัฒนาการด้านความจำและสุขภาพจิตดีขึ้น อันเป็นผลมาจากการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ การฝึกลูกนอนเร็วมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาความดันโลหิตได้ การพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจนำไปสู่ปัญหาโรคอ้วน การฝึกลูกนอนเร็วจึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงที่จะนำไปสู่โรคอ้วนในเด็กได้ หากลูกน้อยนอนดึกอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต เช่น ความเครียด ซึมเศร้า เมื่อลูกเข้านอนเร็วจึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าได้ วิธี ฝึกลูกนอนเร็ว ทำได้อย่างไรบ้าง สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เคยเลี้ยงลูกมาแล้วอาจสามารถรับมือกับปัญหาลูกเข้านอนดึกได้ดีกว่าเพราะมีประสบการณ์มาก่อนแล้ว แต่สำหรับพ่อแม่มือใหม่ การพาลูกเข้านอนแต่ละครั้งอาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทาย หากกำลังประสบกับปัญหาลูกน้อนไม่ยอมนอนหรือนอนดึก อาจลองใช้วิธีดังต่อไปนี้ เพื่อฝึกลูกนอนเร็ว  กำหนดเวลาเข้านอนให้ชัดเจน เพื่อให้ลูกน้อยสามารถจดจำได้ว่าเวลานี้เป็นเวลาที่ควรจะพักผ่อนนอนหลับ และควรกำหนดเวลาเข้านอนจนถึงเวลาตื่นนอนให้ได้อย่างน้อย 9-11 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ผ่อนคลายก่อนนอน การชวนลูกทำกิจกรรม เช่น เล่นเกม ร้องเพลงกล่อม เล่านิทาน สัก 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน จะช่วยให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย […]


กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!