พ่อแม่เลี้ยงลูก

ในทุกช่วงชีวิตของลูกน้อย เหล่าคุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะต้องรู้วิธีดูแลและสนับสนุนสุขภาพโดยรวมของลูกน้อย เพื่อให้ความเป็นอยู่ของลูกน้อยดีขึ้น เพราะฉะนั้นใน พ่อแม่เลี้ยงลูก คุณจะได้พบกับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมถึงเคล็ดลับในการดูแลลูกให้แข็งแรง มีความสุข และสามารถปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์

เรื่องเด่นประจำหมวด

พ่อแม่เลี้ยงลูก

ลูกอ้วนควรกังวลไหม? สัญญาณเตือนโรคอ้วนในเด็กที่พ่อแม่ควรรู้

เด็กอ้วนขึ้นนิดหน่อย หลายครอบครัวอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เดี๋ยวโตขึ้นก็ยืดและผอมลงเอง แต่ความจริงคือ โรคอ้วนในเด็กเป็นภาวะสุขภาพที่ควรใส่ใจ เพราะสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคหลายอย่างตั้งแต่วัยเด็ก และยังเพิ่มโอกาสที่จะมีโรคอ้วนต่อเนื่องไปถึงวัยผู้ใหญ่ CDC, NHLBI และ NIDDK ต่างระบุว่า เด็กที่มีภาวะอ้วนมีความเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ปัญหาข้อและกระดูก ปัญหาการหายใจ รวมถึงผลกระทบด้านจิตใจ เช่น ความเครียด ความมั่นใจต่ำ หรือการถูกล้อเลียน ดูจาก “การเติบโต” มากกว่ามองด้วยตาเปล่า ในเด็ก เราไม่ควรใช้เกณฑ์เดียวกับผู้ใหญ่ เพราะร่างกายยังเติบโตอยู่ การประเมินจะใช้ค่า BMI ตามอายุและเพศ หรือที่เรียกว่า BMI-for-age percentile โดย CDC และ NHLBI ระบุว่า เด็กที่มีค่า BMI อยู่ช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 85 ถึงต่ำกว่า 95 ถือว่าเริ่มมีภาวะน้ำหนักเกิน และถ้าอยู่ที่เปอร์เซ็นไทล์ 95 ขึ้นไปถือว่าเข้าข่ายโรคอ้วน ดังนั้นเด็กบางคนที่พ่อแม่รู้สึกว่า “ยังดูไม่อ้วนมาก” อาจเริ่มมีความเสี่ยงแล้วหากดูจากแนวโน้มการเติบโต อีกจุดที่ควรสังเกตคือ น้ำหนักที่ขึ้นเร็วต่อเนื่อง เสื้อผ้าคับเร็วขึ้น รอบเอวชัดขึ้น เหนื่อยง่ายกว่าปกติ […]

หมวดหมู่ พ่อแม่เลี้ยงลูก เพิ่มเติม

สำรวจ พ่อแม่เลี้ยงลูก

โรคเด็กและอาการทั่วไป

ลูกตื่นกลางคืนบ่อย ควรทำอย่างไร

ลูกตื่นกลางคืนบ่อย เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทารกแรกเกิด อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น รู้สึกหิว นอนกลางวันมากเกินไป การเจ็บป่วย ความเครียด หรืออาจมีฟันขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาวิธีช่วยให้ลูกนอนหลับสนิท เพื่อช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับที่ดีของลูก ช่วยส่งเสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโต และช่วยให้ลูกไม่รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าในเช้าวันถัดไป [embed-health-tool-vaccination-tool] สาเหตุที่ลูกตื่นกลางคืนบ่อย สาเหตุที่ลูกตื่นกลางคืนบ่อย อาจเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ รู้สึกหิว เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยในเด็กทารก เนื่องจากลูกน้อยมีกระเพาะอาหารขนาดเล็ก ทำให้จุอาหารได้น้อย และย่อยอาหารได้เร็ว ส่งผลให้ลูกรู้สึกหิวบ่อยจนทำให้ตื่นช่วงกลางคืน ซึ่งอาจสังเกตได้จากอาการร้องไห้งอแงของลูก มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก ทารก อาจมีระบบย่อยอาหารที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้การย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดี หรืออาจเป็นเพราะลูกกลืนอากาศมากเกินไปขณะกินนม ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร สำหรับเด็กในช่วงวัยอื่นที่กำลังห่วงเล่น อาจรีบร้อนรับประทานอาหารอย่างรวดเร็ว ทำให้กลืนอากาศเข้าไปมาก นำไปสู่การเกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร และทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด ไม่สบายท้อง จนตื่นกลางคืนบ่อย ๆ อยู่ในช่วงปรับตัว ทารกแรกเกิดอาจจำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัวกับโลกภายนอก จึงอาจยังไม่รู้ช่วงเวลาการนอนที่เหมาะสม และทำให้อาจตื่นช่วงเวลากลางคืนบ่อย โดยเฉพาะถ้าทารกนอนช่วงกลางวันนาน ฟันเริ่มงอก เมื่อลูกอายุได้ 6 เดือนขึ้นไป ฟันของลูกจะเริ่มงอก ส่งผลให้ลูกรู้สึกเจ็บและปวดเหงือก  คันเหงือก จึงอาจทำให้ลูกมักสะดุ้งตื่นตอนกลางคืนเมื่อมีอาการเจ็บจี๊ด ๆ […]


การดูแลทารก

อุ้มลูก มีประโยชน์อย่างไร และวิธีอุ้มลูกที่ถูกต้อง

การอุ้มลูกอาจช่วยกระชับความสัมพันธ์ ทำให้ลูกมีความสุข รู้สึกปลอดภัย และไม่ได้เป็นอย่างความเชื่อที่ว่า อุ้มลูก แล้วลูกจะติดมือ อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาวิธีการอุ้มลูกที่ถูกต้อง เพราะศีรษะและกระดูกช่วงลำคอของลูกอาจยังไม่แข็งแรง การอุ้มลูกไม่ถูกวิธีอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อลูกได้ [embed-health-tool-vaccination-tool] ประโยชน์ของการ อุ้มลูก ประโยชน์ของการอุ้มลูก มีดังนี้ กระชับความสัมพันธ์กับลูก เพราะการอุ้มอาจทำให้ได้ใกล้ชิดกับลูกมากขึ้น ทำให้ลูกมีความสุข ได้รับความรัก และช่วยทำให้ผูกพันกับคุณพ่อคุณแม่มากขึ้น ลูกร้องไห้น้อยลง การอุ้มอาจช่วยทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัย และสบายใจ จึงส่งผลให้ร้องไห้น้อยลง หรือหยุดร้องไห้เร็วขึ้น ช่วยบรรเทาอาการจุกเสียด การอุ้มลูกเดินไปมา หรือลูบหลังเบา ๆ อาจช่วยทำให้ลูกเรอและช่วยขับแก๊สในกระเพาะอาหารออกมาได้มาก จึงลดอาการจุกเสียด แน่นท้อง ทำให้ลูกรู้สึกสบายตัว และนอนหลับได้ดีขึ้น ช่วยกระตุ้นพัฒนาการ การอุ้มอาจช่วยเพิ่มพัฒนาการทางระบบประสาท ช่วยให้ลูกจดจำใบหน้าพ่อแม่และมีการตอบสนองต่อสิ่งที่พบเห็น ทั้งยังอาจช่วยกระตุ้นพัฒนาการของร่างกาย ทำให้มวลกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ซึ่งสังเกตได้จากการที่ลูกเริ่มยกศีรษะตั้งขึ้นได้ 5 ท่าอุ้มลูกที่ถูกต้อง 5 ท่าอุ้มลูกที่ถูกต้องและปลอดภัย มีดังนี้ ท่าอุ้มประคองทั้งตัว เป็นท่าที่ทำให้ลูกรู้สึกเหมือนนอนอยู่ในเปล โดยอุ้มให้ลูกนอนหงาย ใช้แขนข้างใดข้างหนึ่งเป็นฐานรองบริเวณหลังและก้น ให้ศีรษะของลูกอยู่บริเวณข้อพับแขน จากนั้นใช้มืออีกข้างประคองศีรษะและโอบกอดลำตัวของลูกเอาไว้ ทำให้ลูกสามารถมองหน้าคุณพ่อคุณแม่ได้ถนัด และช่วยให้นอนหลับสบาย ท่าอุ้มพาดไหล่ เป็นท่าอุ้มที่ช่วยทำให้ลูกนอนหลับสบาย โดยเริ่มจากใช้มือข้างหนึ่งประคองศีรษะและต้นคอของลูก จากนั้นใช้มืออีกข้างประคองก้นของลูกเอาไว้ ท่าอุ้มวางบนตัก คุณพ่อคุณแม่อุ้มลูกขึ้นวางบนตัก […]


การดูแลทารก

วิธีทำให้ลูกเรอ และการดูแลลูก สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่

วิธีทำให้ลูกเรอ อาจทำได้ด้วยการอุ้มลูกเรอในท่าต่าง ๆ พร้อมกับตบหลังเบา ๆ หรือลูบหลังลูกเบา ๆ เพื่อช่วยขับแก๊สในกระเพาะอาหารที่อาจเกิดจากการที่ลูกกลืนอากาศเข้าไประหว่างกินนม หรือเกิดจากอาการแพ้นมและสารก่อภูมิแพ้อื่น ๆ เช่น ไข่ ถั่ว น้ำผลไม้ ที่ปะปนมาในนมแม่ หรืออาหารที่คุณแม่รับประทาน อาจทำให้เกิดแก๊สได้มาก เพื่อช่วยให้ลูกได้ระบายแก๊สในกระเพาะอาหาร ที่อาจนำไปสู่อาการจุกเสียด ท้องอืด หรือปวดท้องได้ [embed-health-tool-vaccination-tool] ท่าอุ้มที่อาจทำให้ลูกเรอ ท่าอุ้มที่อาจทำให้ลูกเรอ มีดังนี้ ท่าอุ้มแบบนอนคว่ำหน้าบนหน้าท้อง คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มจากการอุ้มลูกมาไว้บนหน้าท้องเพื่อให้ลูกนอนสบายขึ้น โดยหันศีรษะของลูกออกด้านข้างให้หายใจได้สะดวก และนำมือประคองลำตัวลูก จากนั้นนำมืออีกข้างตบหลังของลูกเบา ๆ เพื่อขับแก๊สในกระเพาะอาหารออก ท่าอุ้มแบบนอนคว่ำหน้าบนแขน ผู้ที่ต้องการอุ้มลูกในท่านี้ควรมีแขนที่แข็งแรงพอที่จะประคองลูกได้อย่างมั่นคง โดยอุ้มลูกนอนคว่ำหน้าวางบนแขนข้างใดข้างหนึ่ง ให้ศีรษะของลูกอยู่บริเวณข้อพับแขน หันหน้าออกไปด้านข้าง จากนั้นนำมืออีกข้างลูบหลังของลูกเป็นวงกลมหรือตบหลังเบา ๆ ไม่แนะนำทำกับเด็กที่ตัวใหญ่เพราะเด็กอาจจะดิ้นและพลัดตกมือได้ ท่าอุ้มแบบนอนคว่ำหน้าบนหน้าตัก คุณพ่อคุณแม่อาจอุ้มลูกนั่งบนหน้าตัก ตั้งขาข้างหนึ่งขึ้นเล็กน้อย และใช้มือข้างหนึ่งประคองบริเวณใต้คาง ลำคอ และศีรษะของลูก จากนั้นจึงค่อย ๆโน้มตัวของลูกลงบนหน้าตัก แล้วใช้มืออีกข้างตบหลังลูกเบา ๆ หรือนวดที่หลังเบา ๆ ท่าอุ้มลูกพาดไหล่ ควรอุ้มลูกพาดไหล่ โดยใช้แขนข้างหนึ่งประคองไว้ใต้ก้น และจับศีรษะลูกให้พิงกับไหล่เอาไว้ เพื่อประคองกระดูกและศีรษะที่ยังไม่แข็งแรง จากนั้นใช้มืออีกข้างตบหลังเบา ๆ อุ้มลูกนั่งบนตัก คุณพ่อคุณแม่อาจอุ้มลูกนั่งหลังตรง หันด้านข้างพิงกับหน้าอก และใช้มือประคองบริเวณใต้คางและหน้าอก […]


เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

ลูก1ขวบไม่ยอมกินข้าว เกิดจากอะไร และแก้ได้ยังไง

สาเหตุที่ ลูก1ขวบไม่ยอมกินข้าว อาจมาจากการที่ลูกรู้สึกเบื่ออาหาร ห่วงเล่น หากคุณพ่อคุณแม่ตามใจปล่อยให้ลูกรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา อาจทำให้ลูกเคยชิน และนำไปสู่การเจ็บป่วยหรือร่างกายขาดสารอาหารได้ ดังนั้น จึงควรศึกษาสาเหตุที่ทำให้ลูกไม่ยอมกินข้าว รวมถึงเรียนรู้วิธีช่วยให้ลูกกินอาหาร เช่น เปลี่ยนเมนูอาหาร จัดเรียงอาหารให้น่าสนใจ เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารและพลังงานที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต [embed-health-tool-vaccination-tool] ลูก1ขวบไม่ยอมกินข้าว เกิดจากอะไร ลูก 1 ขวบไม่ยอมกินข้าว อาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ถูกกดดัน คุณพ่อคุณแม่อาจกดดันลูกขณะกินข้าวโดยไม่รู้ตัว เช่น จ้องมองลูก ป้อนอาหารลูกเร็วเกินไป ดันชามข้าวเข้าใกล้ตัวลูกมากเกินไป ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้ลูกรู้สึกไม่อยากรับประทานอาหาร และต่อต้านการกินข้าวเมื่อถึงเวลาที่ควรกิน เบื่ออาหาร หากให้ลูกรับประทานอาหารเมนูเดิม ๆ ทุกมื้อ เป็นประจำทุกวัน อาจทำให้ลูกรู้สึกเบื่ออาหารและไม่ยอมกินข้าว ห่วงเล่น เด็กช่วงวัย 1 ขวบ อาจอยู่นิ่งกับที่ยาก เนื่องจากห่วงเล่น ทำให้อาจไม่ยอมกินข้าวหรือกินได้น้อย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรหาอุปกรณ์สำหรับกินข้าวที่แปลกใหม่และดึงดูดความสนใจลูก เช่น ช้อนส้อม จานชามรูปการ์ตูนสีสันสดใส กลัวการรับประทานอาหารแปลกใหม่ เป็นเรื่องปกติที่อาจพบได้บ่อยในเด็กช่วงอายุ 1-5 ขวบ คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มจากฝึกให้ลูกรับประทานอาหารในปริมาณน้อย เมื่อลูกกล้าที่จะรับประทาน ควรชมเชยลูกเพื่อเป็นการให้กำลังใจ กินของว่างมากเกินไป หากลูกรับประทานอาหารว่างก่อนมื้ออาหาร […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

วิธีบรรเทาอาการไอของลูกน้อย ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

การที่ลูกน้อยไอ เป็นการตอบสนองของระบบทางเดินหายใจและเป็นกลไกเพื่อกำจัดเชื้อโรคและสารระคายเคืองที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ฝุ่น ละอองเกสร ไข้หวัด เชื้อโรค กรดไหลย้อน ภาวะไอกรน โรคหอบหืด คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษา วิธีบรรเทาอาการไอของลูกน้อย รวมถึงสังเกตอาการผิดปกติ เช่น อาการไอต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไอรุนแรง หายใจลำบาก หากพบอาการเหล่านี้ควรขอคำปรึกษาคุณหมอทันทีเพื่อสาเหตุที่แน่ชัดและหาวิธีรักษาต่อไป [embed-health-tool-vaccination-tool] อาการไอของลูกน้อย เกิดจากอะไร อาการไอเป็นปฏิกิริยาของระบบทางเดินหายใจของร่างกาย เมื่อมีสารระคายเคืองหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้ อาการไอเฉียบพลัน เป็นอาการไอที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ อาจเกิดจาก ฝุ่น  สารระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ การสำลักอาหาร เครื่องดื่ม น้ำลายตัวเอง หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ที่ส่งผลให้เด็กมีอาการไอ เจ็บป่วยในระยะเวลาสั้น ๆ ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นภายใน 5-7 วัน สำหรับบางคนอาจใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์ อาการไอเรื้อรัง อาการไอเรื้อรัง สังเกตได้จากการที่ลูกมีอาการไอต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 4 สัปดาห์ บางคนอาจมีอาการไอแบบมีเสมหะ หรือไอแห้ง ๆ ซึ่งอาจรบกวนการนอนหลับพักผ่อน ทำให้ลูกรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย […]


ช่วงเวลาสำคัญและพัฒนาการวัยรุ่น

การเจริญเติบโตของวัยรุ่น ทางร่างกายและสติปัญญา

การเจริญเติบโตของวัยรุ่น หมายถึง การพัฒนาทางร่างกายและสติปัญญาในช่วงอายุประมาณ 12-18 ปี โดยผู้หญิงมักจะเจริญเติบโตทางร่างกายเร็วกว่าผู้ชายประมาณ 2 ปี ในขณะที่พัฒนาการด้านสติปัญญานั้นอาจใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ การช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของวัยรุ่นอย่างเหมาะสม ถือว่ามีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้วัยรุ่นเติบโตเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น [embed-health-tool-bmi] การเจริญเติบโตของวัยรุ่น มีอะไรบ้าง วัยรุ่นเป็นวัยที่กำลังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ มีการเจริญเติบโตทางร่างกายและทางสติปัญญา ดังนี้ การเจริญเติบโตของวัยรุ่น ทางร่างกาย ร่างกายของวัยรุ่นมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งกล้ามเนื้อและรูปร่าง แต่ผู้หญิงกับผู้ชายอาจมีพัฒนาการทางร่างกายที่แตกต่างกัน ดังนี้ วัยรุ่นหญิง ส่วนใหญ่เริ่มมีพัฒนาการทางเพศตั้งแต่อายุ 8-13 ปี และเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วระหว่างอายุ 10-15 ปี โดยผู้หญิงจะเริ่มมีการเปลี่ยนทางร่างกายหลายส่วน ได้แก่ ความสูงของร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หน้าอกเริ่มใหญ่ขึ้นและสะโพกเริ่มมีส่วนเว้าส่วนโค้งมากขึ้น เริ่มมีขนรักแร้ ขนที่อวัยวะเพศ โดยปกติจะเริ่มมีขนภายใน 6-12 เดือนหลังจากเต้านมเริ่มขยาย ส่วนประกอบของระบบสืบพันธุ์ เช่น มดลูก คลิตอริส ช่องคลอด เริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก อาจมีประจำเดือนตอนอายุประมาณ 13 ปี อย่างไรก็ตาม พัฒนาการความสูงอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล วัยรุ่นชาย ส่วนใหญ่เริ่มมีพัฒนาการทางเพศตั้งแต่อายุ 11-16 ปี จากนั้นอาจเจริญเติบโตอาจจะชะลอหรือหยุดลง โดยเฉลี่ยไม่เกิน อายุ 18-20 ปี อย่างไรก็ตาม พัฒนาการและการเจริญเติบโตอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล โดยการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของผู้ชาย […]


ช่วงเวลาสำคัญและพัฒนาการวัยรุ่น

วัยรุ่น พัฒนาการและสุขภาพ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

วัยรุ่น เป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม ทั้งยังเป็นวัยที่ต้องการอิสระจากครอบครัวมากขึ้น ค้นหาตัวเอง และอาจติดเพื่อน มีความอยากรู้อยากลองในสิ่งใหม่ ๆ จึงอาจมีความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ  เช่น ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ใช้สารเสพติด ใช้ความรุนแรง มีเพศสัมพันธ์และอาจตั้งครรภ์โดยพร้อม ดังนั้น การทำความเข้าใจและการดูแลสุขภาพอาจช่วยส่งเสริมการเติบโตของวัยรุ่นที่ดีในระยะยาวได้ วัยรุ่น คืออะไร วัยรุ่น คือ ช่วงวัยเปลี่ยนผ่านระหว่างวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ อายุประมาณ 12-20 ปี ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาในหลายด้าน ทั้งด้านร่างกาย บุคลิกภาพ สติปัญญา อารมณ์และทางสังคม พัฒนาการวัยรุ่น พัฒนาการวัยรุ่นประกอบไปด้วยพัฒนาการทางด้านร่างกาย ด้านสติปัญหา ด้านอารมณ์และทางสังคม ดังนี้ พัฒนาการด้านร่างกาย ร่างกายของวัยรุ่นทั้งชายและหญิงกำลังเปลี่ยนแปลงและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งรูปร่าง ความสูงและน้ำหนัก รวมทั้งอวัยวะสืบพันธุ์ก็จะเริ่มพัฒนาอย่างเต็มที่ ซึ่งวัยรุ่นบางคนอาจรู้สึกวิตกกังวล เครียดหรือสับสนกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เกิดขึ้น วัยรุ่นผู้หญิง เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์อายุประมาณ 11-12 ปี อาจเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกอายุประมาณ 13 ปี เต้านมเริ่มขยายออก อาจเริ่มมีขนขึ้นตามจุดต่าง ๆ รวมทั้งรูปร่างอาจเริ่มมีสัดส่วนที่ชัดเจนมากขึ้น วัยรุ่นผู้ชาย เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์อายุประมาณ 14 ปี ซึ่งช้ากว่าผู้หญิงเล็กน้อย อวัยวะเพศเริ่มขยายใหญ่ขึ้น […]


สุขภาพเด็ก

ลูก 1 ขวบ น้ำหนักน้อย สาเหตุและวิธีเพิ่มน้ำหนัก

ลูก 1 ขวบ น้ำหนักน้อย อาจเกิดจากร่างกายได้รับแคลอรี่และสารอาหารไม่เพียงพอ เนื่องจากลูกกินอาหารน้อยเกินไป หรืออาจเป็นเพราะปัญหาสุขภาพ เช่น ปัญหาการเผาผลาญ การแพ้อาหาร ปัญหาการดูดซึม การติดเชื้อ ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโต ดังนั้น การใส่ใจในการปรับเปลี่ยนอาหารให้กับลูกอาจเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้ลูกได้ ลูก 1 ขวบ น้ำหนักน้อย เกิดจากอะไร ลูก 1 ขวบน้ำหนักน้อย อาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ดังนี้ ลูกกินน้อยเกินไป เด็กบางคนอาจมีปัญหาด้านการกินอาหาร ซึ่งอาจเกิดจากการไม่ชอบเนื้อสัมผัส รสชาติ กลิ่น หรือสีของอาหาร หรืออาจมีปัญหาสุขภาพ เช่น พัฒนาการช้า สมองพิการ เพดานปากโหว่ ภาวะออทิสติก ที่อาจทำให้เคี้ยวหรือกลืนอาหารลำบาก จนส่งผลให้กินอาหารได้น้อยและน้ำหนักน้อยลง ลูกได้รับแคลอรี่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย คุณแม่อาจเตรียมอาหารให้ไม่พ่อต่อความต้องการของร่างกายของลูก อาจให้นมผงที่มีแคลอรี่ต่ำเกินไป หรืออาจให้ลูกกินนมแม่หรือนมผงน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายลูกขาดแคลอรี่และมีน้ำหนักน้อย ความผิดปกติของการเผาผลาญ เป็นภาวะสุขภาพที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญ ย่อยหรือดูดซึมอาหารได้ และยังอาจทำให้ลูกไม่รู้สึกอยากกินอาหารและอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนเมื่อกินอาหารอีกด้วย ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เช่น ภาวะกรดไหลย้อน โรคท้องร่วงเรื้อรัง โรคตับเรื้อรัง โรคเซลิแอค (Celiac) โรคซิสติกไฟโบรซิส ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของยีน […]


เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เก็บ น้ำนม อย่างไรให้คุณภาพดี ไม่บูดง่าย

เก็บ น้ำนม เป็นวิธีการยืดอายุและรักษาคุณภาพน้ำนมแม่ให้ยังคงมีคุณภาพและสารอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งการเก็บน้ำนมที่ดีอาจต้องคำนึงถึงประเภทของนม เช่น นมปั๊มใหม่ นมเก่า ภาชนะที่ใส่ และอุณภูมิในการเก็บรักษาเพื่อคงคุณภาพของนมและความปลอดภัยของทารก การปั๊มน้ำนมแม่ การปั๊มน้ำนมสามารถทำได้ด้วยมือและเครื่องปั๊มนม ซึ่งความถี่และปริมาณในการปั๊มจะขึ้นอยู่กับวิธีการปั๊ม หากสังเกตว่าน้ำนมเริ่มไหลออกมาจากเต้าควรหาเวลาในการระบายน้ำนมออก ควรปั้มให้เป็นเวลาและสม่ำเสมอหรืออาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นคลุมหน้าอกทั้งก่อนอาบน้ำ ระหว่างอาบน้ำ และหลังอาบน้ำ เพื่อเพิ่มการผลิตและการไหลเวียนของน้ำนม การปั๊มน้ำนมแม่ด้วยมือ การปั๊มนมด้วยมือ มีวิธีดังนี้ ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำอุ่น และเตรียมขวดหรือภาชนะที่สะอาดพร้อมเก็บน้ำนม อาจเริ่มด้วยการนวดหน้าอกเบา ๆ ก่อนเริ่มปั๊มนมอาจช่วยให้น้ำนมไหลได้ง่ายขึ้น จับเต้านมด้วยมือข้างหนึ่ง จากนั้นใช้มืออีกข้างหนึ่งทำมือเป็นรูปตัว C ใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือบีบเบา ๆ รอบหัวนม โดยให้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มืออยู่ห่างจากหัวนม 2-3 เซนติเมตร ไม่ควรบีบหัวนมเพราะอาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดได้ ทำตามขั้นตอนด้านบนอย่างเป็นจังหวะ ค่อย ๆ บีบและปล่อยแล้วทำซ้ำไปเรื่อย ๆ ที่จุดเดิม พยายามอย่าเลื่อนนิ้วไปบนผิวหนังเพราะอาจทำให้นมหยุดไหล เมื่อทำอย่างถูกต้องน้ำนมจะค่อย ๆ เริ่มไหลออกมา แต่หากไม่มีน้ำนม หรือการไหลของน้ำนมเริ่มช้าลงให้ลองขยับนิ้วและนิ้วหัวแม่มือเล็กน้อย แต่ยังคงหลีกเลี่ยงการบีบบริเวณที่ใกล้กับหัวนม เมื่อการไหลของเต้านมข้างหนึ่งช้าลง ให้สลับไปยังเต้านมอีกข้างหนึ่ง ให้ปลี่ยนเต้านมไปเรื่อย ๆ จนกว่าน้ำนมจะหยดช้ามากหรือหยุดไปเลย การปั๊มน้ำนมแม่ด้วยเครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มน้ำนมมีด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบใช้มือและแบบอัตโนมัติ ซึ่งการใช้งานของเครื่องปั๊มนมแต่ละประเภทอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับคู่มือการใช้งานแต่ละรุ่น และแรงดูดของเครื่องปั๊มนมบางรุ่นอาจรุนแรงมากจนทำให้เจ็บหัวนม […]


พ่อแม่เลี้ยงลูก

พ่อเลี้ยงเดี่ยว กับคำแนะนำในการเลี้ยงดูบุตร

พ่อเลี้ยงเดี่ยว ทั้งในไทยและทั่วโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากสาเหตุหลายประการ เช่น การถูกทอดทิ้ง การหย่าร้าง หรือการเสียชีวิตของคู่ครอง  การเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องรับภาระดูแลบุตรและหาเลี้ยงครอบครัว คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอาจมีประโยชน์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเลี้ยงลูกและใช้ชีวิตในฐานะพ่อเลี้ยงเดี่ยวได้อย่างมีความสุขมากขึ้น สถิติเกี่ยวกับจำนวนพ่อเลี้ยงเดี่ยว อ้างอิงจากสำนักสำมะโนสหรัฐอเมริกา (Census Bureau) ปี พ.ศ. 2559 จำนวนพ่อเลี้ยงเดี่ยวในประเทศมีประมาณ 2 ล้านคน โดยส่วนใหญ่หรือ 40 เปอร์เซ็นต์ เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวเนื่องจากการหย่าร้าง จำนวนดังกล่าวถือว่าสูงขึ้นมาก หากเทียบกับตัวเลขในอดีต สำนักวิจัยพิว (Pew Research Center) ชี้ว่าจำนวนพ่อเลี้ยงเดี่ยวในสหรัฐระหว่างปี พ.ศ. 2503 มีเพียง 297,000 คนเท่านั้น ก่อนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 9 เท่า หรือ 2,669,000 ในปี พ.ศ. 2554 สำหรับประเทศไทย จากรายงานของกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2558 พบว่า มีจำนวนครัวเรือนเลี้ยงเดี่ยวประมาณ 1.37 ล้านครอบครัวจากทั้งหมด 20.3 ล้านครัวเรือน และจากรายงานของสำนักสถิติแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2551 ชี้ว่าเด็กอายุ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!





ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน