พ่อแม่เลี้ยงลูก

ในทุกช่วงชีวิตของลูกน้อย เหล่าคุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะต้องรู้วิธีดูแลและสนับสนุนสุขภาพโดยรวมของลูกน้อย เพื่อให้ความเป็นอยู่ของลูกน้อยดีขึ้น เพราะฉะนั้นใน พ่อแม่เลี้ยงลูก คุณจะได้พบกับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมถึงเคล็ดลับในการดูแลลูกให้แข็งแรง มีความสุข และสามารถปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์

เรื่องเด่นประจำหมวด

พ่อแม่เลี้ยงลูก

ลูกอ้วนควรกังวลไหม? สัญญาณเตือนโรคอ้วนในเด็กที่พ่อแม่ควรรู้

เด็กอ้วนขึ้นนิดหน่อย หลายครอบครัวอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เดี๋ยวโตขึ้นก็ยืดและผอมลงเอง แต่ความจริงคือ โรคอ้วนในเด็กเป็นภาวะสุขภาพที่ควรใส่ใจ เพราะสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคหลายอย่างตั้งแต่วัยเด็ก และยังเพิ่มโอกาสที่จะมีโรคอ้วนต่อเนื่องไปถึงวัยผู้ใหญ่ CDC, NHLBI และ NIDDK ต่างระบุว่า เด็กที่มีภาวะอ้วนมีความเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ปัญหาข้อและกระดูก ปัญหาการหายใจ รวมถึงผลกระทบด้านจิตใจ เช่น ความเครียด ความมั่นใจต่ำ หรือการถูกล้อเลียน ดูจาก “การเติบโต” มากกว่ามองด้วยตาเปล่า ในเด็ก เราไม่ควรใช้เกณฑ์เดียวกับผู้ใหญ่ เพราะร่างกายยังเติบโตอยู่ การประเมินจะใช้ค่า BMI ตามอายุและเพศ หรือที่เรียกว่า BMI-for-age percentile โดย CDC และ NHLBI ระบุว่า เด็กที่มีค่า BMI อยู่ช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 85 ถึงต่ำกว่า 95 ถือว่าเริ่มมีภาวะน้ำหนักเกิน และถ้าอยู่ที่เปอร์เซ็นไทล์ 95 ขึ้นไปถือว่าเข้าข่ายโรคอ้วน ดังนั้นเด็กบางคนที่พ่อแม่รู้สึกว่า “ยังดูไม่อ้วนมาก” อาจเริ่มมีความเสี่ยงแล้วหากดูจากแนวโน้มการเติบโต อีกจุดที่ควรสังเกตคือ น้ำหนักที่ขึ้นเร็วต่อเนื่อง เสื้อผ้าคับเร็วขึ้น รอบเอวชัดขึ้น เหนื่อยง่ายกว่าปกติ […]

หมวดหมู่ พ่อแม่เลี้ยงลูก เพิ่มเติม

สำรวจ พ่อแม่เลี้ยงลูก

เด็กทารก

ทารกหลับไม่สนิท ตื่นกลางคืนบ่อย ๆ เกิดจากอะไร

ปัญหาทารกหลับไม่สนิท สะดุ้งตื่นและร้องไห้กลางดึก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น หิว นอนกลางวันมากเกินไป ไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อม ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาวิธีที่ช่วยทำให้ทารกหลับสนิทตลอดคืน เพื่อช่วยให้ทารกได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เสริมสร้างพัฒนาการและการเจริญเติบโต และลดความอ่อนเพลียจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ [embed-health-tool-vaccination-tool] ทารกหลับไม่สนิท เกิดจากอะไร ทารกแรกเกิดส่วนใหญ่มีชั่วโมงการนอนที่ค่อนข้างยาวนานประมาณ 16 ชั่วโมง/วัน ขึ้นอยู่กับอายุ โดยแบ่งเป็นนอนกลางวัน 8 ชั่วโมง นอนกลางคืน 8 ชั่วโมง แต่จะมีระยะการนอนที่สั้น แต่ละครั้งมักจะนอนเพียงไม่กี่ชั่วโมง หากทารกหลับไม่สนิท หลับ ๆ ตื่น ๆ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน อาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้ สภาพแวดล้อมรอบข้าง เช่น เสียงรบกวน แสงไฟที่สว่างเกินไป การเคลื่อนไหวของคุณพ่อคุณแม่ อาจรบกวนการนอนของทารก ทำให้ทารกนอนหลับไม่สนิท สะดุ้งตื่นได้ รู้สึกหิว เนื่องจากทารกมีกระเพาะอาหารขนาดเล็ก ทำให้จุอาหารได้น้อย และย่อยอาหารได้เร็ว ส่งผลให้ทารกรู้สึกหิวบ่อยจนอาจรบกวนการนอนหลับ และทำให้มักตื่นขึ้นในช่วงเวลากลางคืน นอนกลางวันมากเกินไป การงีบหลับในช่วงกลางวันมากเกินไป อาจทำให้ทารกไม่รู้สึกง่วงนอน และนอนหลับไม่สนิทในเวลากลางคืน อาการเจ็บป่วย อาจทำให้ทารกนอนหลับไม่สนิท และตื่นบ่อยช่วงเวลากลางคืน […]


พ่อแม่เลี้ยงลูก

วิธีเลี้ยงลูก ที่เหมาะสม ในแต่ละช่วงวัย

การเลี้ยงลูกอย่างถูกต้องเหมาะสมจากคนในครอบครัวเป็นพื้นฐานแรกที่อาจช่วยกระตุ้นพัฒนาการให้ลูกเจริญเติบโตทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ และความคิดได้อย่างสมวัย วิธีเลี้ยงลูก อาจมีหลายวิธีด้วยกัน ขึ้นอยู่กับช่วงวัย และพฤติกรรมของเด็กแต่ละคน การเลือกวิธีการเลี้ยงลูกที่เหมาะสม ช่วยให้ลูกมีพัฒนาการ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคม [embed-health-tool-vaccination-tool] รูปแบบการเลี้ยงลูก รูปแบบการเลี้ยงลูกอาจแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ การเลี้ยงลูกแบบเข้มงวด (Authoritarian parenting) เป็นการเลี้ยงลูกแบบบังคับตามเป้าหมายของผู้ปกครอง โดยไม่สนใจความต้องการของลูก และเมื่อลูกทำบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดนอกเหนือกฎวินัยที่ผู้ปกครองตั้ง บางครอบครัวอาจมีการทำโทษรุนแรง เช่น การตี ตะโกนต่อว่าด้วยคำหยาบคาย การเลี้ยงลูกในรูปแบบเข้มงวดอาจส่งผลให้ลูกมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เดินไปในแนวทางที่ถูกต้องเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ลูกรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเอง และอาจทำให้มีพฤติกรรมก้าวร้าว ต่อต้านพ่อแม่เมื่อโตขึ้น เครียด วิตกกังวล อารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง การเลี้ยงลูกแบบให้อิสระ (Permissive Parenting) ผู้ปกครองจะเลี้ยงด้วยความรัก ความอบอุ่น ไม่กำหนดขอบเขตหรือตั้งกฎให้ลูกปฏิบัติตาม หลีกเลี่ยงการทำโทษลูก และจะคอยสนับสนุนให้ลูกทำในสิ่งที่ต้องการ ซึ่งการเลี้ยงลูกในรูปแบบนี้อาจทำให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเอง กล้าตัดสินใจ แต่ขณะเดียวกันก็อาจทำให้ลูกมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น เอาแต่ใจ ไม่มีมารยาท ไม่มีความรับผิดชอบ หากโดนเตือนโดนต่อว่าเพียงเล็กน้อยอาจมีอารมณ์หงุดหงิด ก้าวร้าวรุนแรงเนื่องจากเคยชินกับความเป็นอิสระทำตามใจตัวเองมากเกินไป การเลี้ยงลูกอย่างสมเหตุสมผล (Authoritative parenting) เป็นการเลี้ยงลูกคล้ายกับรูปแบบเข้มงวด แต่แตกต่างตรงที่ผู้ปกครองยังคอยรับฟังความรู้สึก ความคิด และความต้องการของลูก โดยจะพิจารณาตามสถานการณ์ […]


การดูแลทารก

ท่าอุ้มเรอ สำหรับเด็กทารก มีอะไรบ้าง

สาเหตุที่ทำให้ทารกเรอ เกิดจากการกลืนอากาศมากเกินไปในขณะดูดนมจากขวดหรือจากเต้าของคุณแม่ หรืออาจเกิดจากแพ้โปรตีนในนม ทำให้มีแก๊สสะสมในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้มีอาการท้องอืด ปวดท้อง และอาจอาเจียน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาท่าอุ้มเรอ เพื่อช่วยไล่แก๊สออกหลังจากลูกกินนมเสร็จ เพื่อให้ลูกไม่อึดอัด และมีความสบายตัวมากขึ้น [embed-health-tool-vaccination-tool] ทารกเรอ ดีต่อสุขภาพอย่างไร การทำให้ทารกเรออาจช่วยลดแก๊สที่สะสมอยู่ในช่องท้อง ซึ่งอาจเกิดจากอากาศที่กลืนเข้าไประหว่างดูดนม หรืออาจเกิดจากปฏิกิริยาตอบสนองต่อโปรตีนในนมวัว และสารก่อภูมิแพ้เช่น ไข่ ถั่ว น้ำอัดลม ผักบางชนิด ที่ปะปนในน้ำนมคุณแม่ ทำให้ร่างกายของทารกสร้างแก๊สในกระเพาะอาหาร และอาจส่งผลให้ทารกมีอาการปวดท้อง ท้องอืด หรืออาเจียน ดังนั้น จึงควรทำให้ทารกเรอหลังจากกินนมเสร็จด้วยการอุ้มและลูบหลังลูกน้อยเบา ๆ เพื่อช่วยขับแก๊สออกจากช่องท้อง และป้องกันการแหวะนม และปวดท้อง งานวิจัยหนึ่งของสถาบันการศึกษาและการวิจัยทางการแพทย์ ประเทศอินเดีย ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Child: care, health and development พ.ศ. 2557 ได้ทำการประเมินประสิทธิภาพของการเรอในการลดอาการแหวะนมของทารก โดยทดลองแบบสุ่มในแม่ลูก 71 คู่ เป็นเวลา 3 เดือน พบว่าการเรออาจช่วยลดอาการแหวะนมได้ ท่าอุ้มเรอ ที่เหมาะสมสำหรับทารก ท่าอุ้มเรอ ที่แนะนำมีดังนี้ ท่าอุ้มนั่งบนตัก หลังจากทารกกินนมเสร็จ ให้คุณพ่อคุณแม่อุ้มลูกนั่งบนตัก และใช้มือข้างหนึ่งประคองตัวทารกโดยจับไว้ที่บริเวณหน้าอก จากนั้นเอนตัวทารกไปข้างหน้าเล็กน้อย และใช้มืออีกข้างหนึ่งลูบหลังทารกเป็นวงกลม […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

ลูกชอบร้องตอนกลางคืน เพราะอะไร มีวิธีแก้ไขอย่างไร

ลูกชอบร้องตอนกลางคืน อาจเป็นพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจเพื่อแสดงความรู้สึกหรือความต้องการของทารก เช่น รู้สึกโกรธ เศร้า หิว คิดถึงพ่อแม่ ตกใจ ไม่สบายตัว อาการร้องไห้ตอนกลางคืนส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในทารกที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน พ่อแม่จึงอาจต้องสังเกตพฤติกรรมและอารมณ์ของทารกเพื่อช่วยในการปลอบประโลม และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด [embed-health-tool-baby-poop-tool] สาเหตุที่ลูกชอบร้องตอนกลางคืน ทารกที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน อาจชอบร้องตอนกลางคืน โดยมีสาเหตุ ดังนี้ ความหิว อาจเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่ทำให้ทารกชอบร้องตอนกลางคืน เนื่องจากทารกเป็นวัยที่ต้องการการนอนหลับประมาณ 14-17 ชั่วโมงในหนึ่งวัน แต่อาจนอนหลับได้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ต่อครั้ง ซึ่งทารกแรกเกิดยังคงมีกระเพาะเก็บอาหารที่เล็กและเป็นวัยที่ร่างกายเติบโตอย่างรวดเร็ว ทารกจึงอาจหิวบ่อยกว่าเด็กช่วงวัยอื่น จึงจำเป็นต้องได้รับอาหารบ่อยครั้งแม้แต่ในช่วงเวลากลางคืน ความคิดถึงพ่อแม่ ทารกที่ตื่นกลางดึกแล้วไม่เจอพ่อแม่อยู่ข้าง ๆ อาจรู้สึกคิดถึงพ่อแม่จนร้องไห้กลางดึก โดยเฉพาะทารกอาจมีอาการติดเต้าแม่ ทำให้ตื่นบ่อย ๆ ได้ ความไม่สบายตัว อาจมีสาเหตุมาจากอุณหภูมิในห้อง ความเปียกชื้นของผ้าอ้อม การห่อตัวที่แน่นเกินไป ปัจจัยเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ทารกรู้สึกไม่สบายตัวและร้องไห้ตอนกลางคืนได้เช่นกัน สิ่งรบกวน การมีสิ่งกระตุ้นให้ทารกตื่นตกใจกลางดึก เช่น แสงไฟ เสียงดัง อาจทำให้ทารกร้องไห้ตอนกลางคืนได้ อาการโคลิก (Colic) เป็นอาการที่ทารกร้องไห้งอแงหนักมากและบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในตอนกลางคืน พบมากในทารกอายุประมาณ 6 สัปดาห์ […]


การดูแลทารก

ลูกร้องไม่หยุด เกิดจากอะไร และควรทำอย่างไร

ลูกร้องไห้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นบ่อยกับทารก เนื่องจากลูกน้อยยังไม่สามารถสื่อสารแสดงความต้องการหรือความรู้สึก เช่น หิว ไม่สบายตัว มีไข้ ออกมาเป็นคำพูดได้ จึงแสดงออกมาเป็นการร้องไห้แทนแต่หากสังเกตว่า ลูกร้องไม่หยุด และร้องเป็นเวลานาน หรือที่เรียกว่าอาการโคลิค แต่มักจะเกิดในเด็กเล็ก คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาถึงวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้น หรือขอคำแนะนำจากคุณหมอเพิ่มเติม [embed-health-tool-vaccination-tool] ลูกร้องไม่หยุด เกิดจากอะไร การที่ทารกร้องไห้ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นการส่งสัญญาณบอกคุณแม่เมื่อรู้สึกหิว ปวดท้อง เจ็บป่วย ไม่สบายตัวจากผ้าอ้อมเปียกชื้น ทารกมักร้องไห้ 2-3 ชั่วโมง/วัน สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน อาจจะร้องไห้บ่อยช่วงบ่ายและหัวค่ำ และจะค่อย ๆ เลิกร้องไห้บ่อยได้เองเมื่อเติบโตขึ้น แต่หากทารกมีอาการร้องไห้ไม่หยุด ร้องไห้โดยไม่ทราบสาเหตุ และร้องไห้อย่างหนักบ่อยครั้ง หรือที่เรียกว่าอาการโคลิค อาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ ดังต่อไปนี้ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากเกินไป ทารกอาจสูดหายใจรับอากาศลงช่องท้องมากเกินไประหว่างการกินนมหรือการร้องไห้ ทำให้มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากเกินไป และอาจทำให้ทารกรู้สึกจุดเสียด ปวดท้อง จนร้องไห้ไม่หยุด แพ้โปรตีนในนม หรือแพ้สารอาหารบางอย่างที่อยู่ในนมแม่ เช่น ไข่ ถั่ว ข้าวสาลี อาจทำให้ทารกมีอาการไม่สบายท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เพื่อบรรเทาอาการแพ้นมควรให้ทารกเปลี่ยนมากินนมสูตรโมเลกุลเล็ก ย่อยง่ายเป็นเวลา 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ คุณแม่ที่ให้นมลูกควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

ลูกปวดฟันผุ คุณพ่อคุณแม่ควรรับมืออย่างไร

ปวดฟันผุ เป็นโรคติดเชื้อเรื้อรังที่อาจพบได้บ่อยในเด็ก อาการที่อาจเกิดจากเนื้อฟันอักเสบและติดเชื้อ โดยอาการมักเกิดขึ้นหลังจากฟันได้รับความเสียหายหรือเกิดโพรงที่เนื้อฟัน ซึ่งเป็นผลมาจากการรักษาสุขอนามัยในช่องปากไม่ดี เนื่องจากการสะสมของน้ำตาลและแป้งจากอาหารทำให้แบคทีเรียภายในปากเจริญเติบโต ผลิตกรดทำลายฟันจนกลายเป็นฟันผุ ส่งผลให้ ลูกปวดฟันผุ อาการปวดฟันผุ เด็กแต่ละคนอาจมีอาการปวดฟันผุแตกต่างกัน แต่อาการที่อาจพบได้บ่อยอาจมีดังนี้ เด็กมีอาการปวดฟันผุอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เด็กมักมีอาการปวดฟันมากขึ้นเมื่อสัมผัสกับฟันซี่ที่ผุ เด็กอาจรู้สึกปวดฟันมากขึ้นเมื่อเคี้ยวอาหาร หรือรับประทานอาหารร้อนหรือเย็น เด็กอาจรู้สึกเจ็บปวดกรามหรือบริเวณรอบ ๆ ฟันซี่ที่ผุ เด็กบางคนอาจมีไข้ร่วมกับอาการเหนื่อย อ่อนแรง วิงเวียนศีรษะ ลูกปวดฟันผุ เพราะอะไร ฟันผุ เป็นสาเหตุของอาการปวดฟันผุ เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและแป้ง ซึ่งเป็นอาหารให้กับแบคทีเรียในช่องปาก แบคทีเรียเหล่านี้จะผลิตกรดซึ่งทำลายเคลือบฟันคือผิวฟันด้านนอกจนเนื้อฟันอาจมีสีดำหรือสีน้ำตาล เมื่อเวลาผ่านไปและไม่แปรงฟันให้สะอาดหรือไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง กรดจะค่อย ๆ ทำลายเนื้อฟันไปเรื่อย ๆ จนเป็นโพรงที่ฟันและทำให้มีอาการปวดฟันผุเกิดขึ้น วิธีรักษาอาการปวดฟันผุ การรักษาอาการปวดฟันผุ คุณหมออาจวินิจฉัยอาการด้วยตาเปล่าหรืออาจใช้เครื่องเอ็กซ์เรย์ฟันร่วมด้วยหากฟันผุรุนแรงมากและเป็นโพรงลึกลงไปถึงรากฟัน คุณหมออาจมีวิธีรักษาฟันผุเพื่อบรรเทาอาการหรือทำให้หายปวดฟันได้ ดังนี้ การกินยา เช่น ปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดฟัน การบ้วนน้ำเกลืออุ่น ๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดฟัน การถอนฟันซี่ที่ผุ วิธีนี้จะช่วยทำให้อาการปวดฟันผุหายได้แต่อาจต้องสูญเสียฟันหากฟันซี่ที่ผุ การอุดฟัน เป็นการกำจัดเอาเนื้อฟันส่วนที่ผุออกและใช้วัสดุอุดฟันปิดช่องว่าง การระบายหนองที่ติดเชื้อออก ฟันผุที่เกิดขึ้นเป็นเวลานานอาจติดเชื้อและมีหนองมาก คุณหมออาจพิจารณาระบายหนองออกเพื่อลดการติดเชื้อ การรักษาคลองรากฟัน ซึ่งเป็นช่องว่างที่อยู่ในรากฟัน เพื่อกำจัดเอาเนื้อเยื่อโพรงฟันและคลองรากฟันที่อักเสบและติดเชื้อออก จากนั้นทำความสะอาดและอุดปิดช่องว่างที่คลองรากฟัน หากอาการฟันผุมีการติดเชื้อรุนแรง คุณหมออาจให้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลและให้ยาปฏิชีวินะผ่านทางหลอดเลือดดำ วิธีป้องกันอาการปวดฟันผุ คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันปัญหาฟันผุให้กับลูกได้ด้วยวิธีต่อไปนี้ ควรเริ่มแปรงฟันให้ลูกตั้งแต่เริ่มมีฟันน้ำนมซี่แรก ช่วงแรกเกิดถึง […]


สุขภาพเด็ก

เด็กไม่ค่อยกินข้าว สาเหตุและวิธีแก้ไข

เด็กไม่ค่อยกินข้าว อาจมีสาเหตุมาจากปัญหาการบดเคี้ยว ปัญหาสุขภาพ การกินของว่างบ่อยเกินไป การแพ้อาหาร ซึ่งอาจลดความอยากอาหารของเด็กทำให้เด็กกินข้าวได้น้อยลง ส่งผลทำให้พ่อแม่กังวลใจว่าเด็กอาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เสี่ยงเกิดปัญหาขาดสารอาหาร พัฒนาการทางสมองและร่างกายล่าช้า ซึ่งการส่งเสริมให้เด็กกินอาหารหลากหลายในปริมาณที่มากขึ้นและรู้ถึงความสำคัญของอาหารอาจช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ [embed-health-tool-bmi] สาเหตุที่ เด็กไม่ค่อยกินข้าว เด็กไม่ค่อยกินข้าว อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ ดังนี้ ปัญหาทางประสาทสัมผัส (Sensory) เด็กไม่ค่อยกินข้าว อาจมีสาเหตุมาจากประสาทสัมผัสการรับรู้รสชาติ สีสัน กลิ่น หรืออาการแพ้อาหารบางชนิด เนื่องจากเด็กบางคนอาจไม่ชอบรสชาติของผัก ไม่ชอบสีและกลิ่นของอาหารบางชนิด หรืออาจมีอาการแพ้อาหาร เช่น แพ้แลคโตส ความไวต่อสัมผัสเหล่านี้อาจแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน ซึ่งอาจส่งผลให้เด็กรู้สึกไม่อยากกินข้าว ปัญหาการรับประทานอาหาร เด็กบางคนอาจมีอาการที่ส่งผลกระทบต่อการรับประทานอาหาร เช่น เด็กฟันน้ำนมงอกหรือฟันน้ำนมหลุด เด็กปวดฟัน เจ็บคอ เด็กไอหรือสำลักอาหารบ่อยครั้ง เด็กมีกรดไหลย้อน มีแผลในปากหรือลำคอ ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้เด็กรู้สึกวิตกกังวลหรือเครียดเมื่อต้องรับประทานอาหาร อาจมีความรู้สึกกลัวความเจ็บปวดเมื่อเคี้ยวอาหาร กลัวการสำลัก ซึ่งอาจทำให้การกินอาหารลำบากขึ้น ความสุขในการกินอาหารลดลง ส่งผลให้ เด็กไม่ค่อยกินข้าว การกินอาหารบ่อยเกินไป การให้เด็กกินอาหารว่างบ่อยเกินไปอาจทำให้เด็กไม่ค่อยอยากกินข้าวมื้อหลัก เพราะอาจรู้สึกอิ่มจากอาหารว่างในระหว่างวัน นอกจากนี้ การให้เด็กกินอาหารว่างบ่อย ๆ โดยเฉพาะขนมหวาน น้ำอัดลม เค้ก คุกกี้ อาจเพิ่มแนวโน้มการเกิดโรคอ้วนในเด็กได้เช่นกัน ความเครียดและความวิตกกังวล ความเครียดและความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นภายในบ้านส่งผลให้เกิดอารมณ์เชิงลบ เช่น พ่อแม่ทะเลาะกัน ซึ่งอาจกระทบต่อเด็ก อาจทำให้เด็กรู้สึกเครียดและวิตกกังวลจนเด็กบางคนอาจเกิดความรู้สึกเบื่ออาหารและไม่ค่อยกินข้าวได้ ปัญหาสุขภาพ ปัญหาสุขภาพบางประการอาจส่งผลกระทบต่อความอยากอาหารของเด็กซึ่งอาจทำให้ เด็กไม่ค่อยกินข้าว เช่น หลอดอาหารอักเสบ (Eosinophilic […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

ลูก 2 ขวบ ท้องผูก สาเหตุและการรักษา

ลูก 2 ขวบ ท้องผูก เป็นปัญหาที่คุณแม่คุณพ่ออาจพบบ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฝึกให้ลูกขับถ่ายในช่วงอายุ 2-3 ขวบ เนื่องจากในช่วงอายุนี้ การบีบตัวของลำไส้ไม่ดีทำให้อุจจาระเคลื่อนตัวช้าลงจนอาจทำให้อุจจาระแห้งและแข็ง ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการรับประทานอาหารเส้นใยน้อย ลูกกลัวการเข้าห้องน้ำ การกลั้นอุจจาระ หรือการใช้ยาบางชนิด แม้อาการท้องผูกอาจเกิดขึ้นชั่วคราว แต่การรักษาและการป้องกันที่ถูกวิธีอาจช่วยลดอาการท้องผูกของลูกกได้ [embed-health-tool-vaccination-tool] สาเหตุที่ทำให้ลูก 2 ขวบท้องผูก สำหรับสาเหตุที่อาจทำให้ลูก 2 ขวบ ท้องผูก มีดังนี้ อาหาร เนื่องจากการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยน้อย เช่น อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากนม ขนมหวาน รวมทั้งการดื่มน้ำไม่เพียงพอ และเด็ก ๆ มักจะรับประทานยาก เลือกรับประทาน รับ ประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ อาจทำให้อุจจาระแห้งและแข็ง ซึ่งเป็นปัญหาส่วนใหญ่ที่ทำให้ลูกท้องผูก ไม่ได้รับการฝึกเข้าห้องน้ำ ลูก 2 ขวบส่วนใหญ่สนใจการเล่นมากกว่าเรียนรู้การเข้าห้องน้ำ เด็กบางคนอาจรู้สึกอายเมื่อต้องร้องขอให้ผู้ใหญ่พาไปเข้าห้องน้ำ จึงอาจอั้นอุจจาระเป็นเวลานานทำให้อุจจาระแห้งและแข็งขึ้นจนกลายเป็นอาการท้องผูก การเปลี่ยนสถานที่และการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวัน ในบางครั้งการพาเด็กไปพักนอกบ้าน ไปโรงเรียนครั้งแรก หรือไปเข้าห้องน้ำสาธารณะอาจทำให้เด็กรู้สึกเขินอาย และไม่คุ้นชิน จนไม่อยากเข้าห้องน้ำ หรือเด็กบางคนอาจอุจจาระไม่ออกเมื่อต้องเข้าห้องน้ำนอกบ้าน การไม่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายมีส่วนช่วยให้อุจจาระเคลื่อนผ่านลำไส้ได้ง่ายขึ้น สำหรับเด็กบางคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายหรือขยับร่างกายอาจส่งผลให้มีอาการท้องผูกได้ […]


พ่อแม่เลี้ยงลูก

เพศทางเลือก และการมีบุตร

เพศทางเลือก หมายถึง กลุ่มบุคคลซึ่งมีอัตลักษณ์ทางเพศ ไม่ตรงกับอวัยวะเพศหรือโครงสร้างของร่างกาย อาจเป็นคนที่ร่างกายเป็นชาย แต่รับรู้ รู้สึก และระบุว่าตนเองเป็นเพศหญิง หรือผู้ที่ร่างกายเป็นหญิง แต่มีความรู้สึกและระบุว่าตนเองเป็นผู้ชาย รวมทั้งผู้ที่ไม่สามารถกำหนดให้ตนเองเป็นเพศชายหรือเพศหญิงอย่างใดอย่างหนึ่ง คู่รักเพศทางเลือกมักใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แต่ปัญหาหนึ่งซึ่งคู่รักเพศทางเลือกต้องเจอ คือต้องการมีบุตรแต่มีไม่ได้ เนื่องจากข้อจำกัดทางธรรมชาติ รวมทั้งข้อจำกัดด้านกฎหมาย ทั้งนี้ คู่รักเพศทางเลือกที่ต้องการมีบุตรอาจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมถึงโอกาสและความเป็นไปได้ในการมีบุตรเพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นต่อไป การมีบุตรของเพศทางเลือก เพศทางเลือกสามารถมีบุตรได้ ด้วยวิธีการต่อไปนี้ แต่ในบางกรณีอาจต้องรอให้ข้อกฎหมายผ่านอนุมัติก่อน การรับบุตรธรรม การรับบุตรบุญธรรม คือ การรับลูกคนอื่นมาเลี้ยงเสมือนเป็นลูกตัวเอง ภายใต้ข้อหนดทางกฏหมาย ซึ่งคุณสมบัติของผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และต้องมีอายุมากกว่าผู้ที่จะรับมาเป็นบุตรบุญธรรม 15 ปี ผู้จะรับบุตรบุญธรรมถ้ามีคู่สมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน แต่ในกรณีของประเทศไทย พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียมปัจจุบันยังไม่ผ่านการพิจารณาโดยฝ่ายนิติบัญญติ ทำให้สถานะของคู่รักเพศทางเลือก ยังไม่เท่ากับ “สามีและภรรยา” หรือ “คู่สมรส” ตามกฎหมาย ดังนั้น การรับบุตรบุญธรรม จึงอาจให้คนใดคนหนึ่งเป็นผู้รับบุตรบุญธรรมเพียงคนเดียวในเชิงนิตินัย แต่สามารถร่วมกันเลี้ยงดูบุตรบุญธรรม และทำหน้าที่เป็นบิดามารดาทางพฤตินัยได้ การอุ้มบุญ การอุ้มบุญ คือ การให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทนคู่รัก ด้วยการปฏิสนธิภายนอก หรือการฝังตัวอ่อนของเด็กเข้าไปในท้อง ในประเทศไทย เพศทางเลือกไม่สามารถมีบุตรโดยการอุ้มบุญ เช่นเดียวกับชายโสดและหญิงโสด ส่วนในกรณีของคู่สมรสชายหญิง การอุ้มบุญทุกครั้งจำเป็นต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการคุ้มครองเด็กก่อน ในประเทศที่อนุญาต การอุ้มบุญเป็นทางเลือกมีบุตรของคู่รักชายรักชาย เนื่องจากคู่รักชายรักชายไม่มีรังไข่ หากคู่รักเพศทางเลือกของคนไทยเป็นชาวต่างชาติอาจมีบุตรได้ด้วยวิธีนี้ ทั้งนี้ […]


สุขภาพเด็ก

อาการโคลิค ในทารกแรกเกิด และวิธีรักษา

อาการโคลิค คืออาการที่ทารกร้องไห้โดยไม่ทราบสาเหตุและร้องไห้บ่อยโดยเฉพาะในช่วงค่ำหรือกลางคืน อาจเกิดขึ้นในทารกแรกเกิดอายุ 6 สัปดาห์ขึ้นไป และจะค่อย ๆ ร้องไห้น้อยลงเมื่ออายุได้ 3-4 เดือน ปกติแล้วทารกมักจะร้องไห้เพื่อส่งสัญญาณบอกคุณพ่อคุณแม่เมื่อรู้สึกหิว ไม่สบายตัว แต่สำหรับอาการโคลิค ทารกจะร้องไห้มากกว่าปกติเป็นเวลานานวันละ 3 ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งอาจสร้างความเครียดและความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ สาเหตุของอาการโคลิค  โคลิค เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทารกแรกเกิดตั้งแต่ 3 สัปดาห์ถึง 3 เดือน โดยทารกมักจะร้องไห้เวลาซ้ำ ๆ เดิม ๆ และมักร้องนานได้ ถึง 100 วัน โดยสาเหตุการเกิดอาจเกิดจากหลาย ๆ ปัจจัย อาการโคลิคอาจเกิดขึ้นเมื่อทารกรู้สึกปวดท้อง จุกเสียด เนื่องจากในกระเพาะอาหารมีแก๊สมาก ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่ระบบย่อยอาหารของทารกยังทำงานไม่เต็มที่ อาการปวดท้อง และส่งสัญญาณบอกด้วยการร้องไห้เป็นเวลานาน ทำให้เกิดความวิตกกังวลกับคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้เลี้ยงดู นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าการที่ทารกร้องไห้อาจเป็นการแสดงความรู้สึกขณะปรับตัวต่อโลกภายนอก เนื่องจากหลังคลอด ทารกจะ เห็นแสงสว่าง วัตถุรอบตัว และได้ยินเสียงชัดขึ้นกว่าตอนอยู่ในท้อง ทำให้อาจไม่ชิน ควบคุมอารมณ์และปรับตัวยาก ดังนั้น จึงทำให้ทารกอาจร้องไห้ออกมา เมื่อทารกเติบโตขึ้นอาจทำให้อาการโคลิคค่อย ๆ บรรเทาลงจนหายได้เอง อาการโคลิค […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!





ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน