มะเขือม่วง กับประโยชน์สุดว้าวที่คุณไม่ควรพลาด

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

หลายคนที่ชอบกินน้ำพริก อาจจะคุ้นเคยกับการรับประทานผักจิ้มน้ำพริก อย่างผักต้ม ผักลวก หรือผักสด และหนึ่งในสำรับผักที่เป็นเครื่องเคียงนั้น ก็ย่อมต้องมีมะเขือม่วงรวมอยู่ด้วย โดยสามารถรับประทานได้ทั้งแบบสด แบบลวก หรือนำไปชุบแป้งทอดก็อร่อยเหมือนกัน และแน่นอนว่าไม่เพียงแค่ความอร่อยเท่านั้น แต่ยังให้คุณค่าทางอาหารสูงอีกด้วย Hello คุณหมอ มีคุณประโยชน์ควรรู้จากการรับประทาน มะเขือม่วง มาฝากค่ะ ไปดูกันเลย

สารอาหารใน มะเขือม่วง

การรับประทานมะเขือม่วงหนึ่งถ้วย (ประมาณ 82 กรัม) ร่างกายจะได้รับสารอาหารดังต่อไปนี้

คุณประโยชน์ของมะเขือม่วง

ดีต่อกระดูก

มะเขือม่วงมีแร่ธาตุและวิตามินมากมายที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพของกระดูก โดยเฉพาะสารอาหารที่ชื่อแมงกานีส เนื่องจากแมงกานีสจะทำหน้าที่ควบคู่กับสารอาหารอย่างแคลเซียม และวิตามินดี ซึ่งดีต่อสุขภาพกระดูกเช่นกัน ซึ่งแมงกานีสจะช่วยในการเพิ่มมวลและความหนาแน่นให้แก่กระดูก

มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

ในมะเขือม่วงอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อ แอนโธไซยานิน (Anthocyanins) มีคุณสมบัติช่วยในการป้องกันมะเร็งและลดความเสียหายของเซลล์ในร่างกาย

ช่วยลดความเสียหายของเซลล์

ในมะเขือม่วงอุดมไปด้วยสารไฟโตนิวเทรียนท์ โดยเฉพาะสารประกอบของไฟโตนิวเทรียนท์ที่ชื่อ นาซูนิน (Nasunin) กรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic Acid) ที่ทำหน้าที่ช่วยปกป้องเซลล์จากเชื้อโรคต่างๆ และยังลดความเสี่ยงของโรคหัวใจอีกด้วย

ดีต่อระบบย่อยอาหาร

มะเขือม่วงมีไฟเบอร์ ซึ่งไฟเบอร์จะช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร กระตุ้นการทำงานของลำไส้ การดูดซึมอาหาร รวมไปถึงกระตุ้นการเผาผลาญอีกด้วย

ช่วยในเรื่องของน้ำหนัก

กำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนักรึเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็ ไม่ควรพลาดตัวช่วยดีๆ อย่างมะเขือม่วง เพราะในมะเขือม่วงมีไฟเบอร์ซึ่งดีต่อผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก ไฟเบอร์จะช่วยให้รู้สึกอิ่ม ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ จึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคอ้วน รวมไปถึงโรคเบาหวาน

ลดคอเลสเตอรอลในเลือด

จากผลการศึกษาพบว่า สารไฟเบอร์ และกรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic Acid) ในมะเขือม่วง มีส่วนช่วยในการลดระดับของไลโปโปรตีน (Lipoprotein) หรือก็คือคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี ทำให้ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคตับได้

มะเขือม่วงกับอาการแพ้

หลายคนมีอาการแพ้กับผักและผลไม้สีเข้ม (Allergies to nightshade foods) อย่างเช่น มะเขือม่วง เป็นต้น แต่อาการแพ้ชนิดนี้พบได้ยากมาก โดยถ้าหากมีอาการแพ้ต่อพืชที่มีสีเข้มอย่างหนึ่ง ก็อาจมีผลให้เกิดอาการแพ้กับพืชที่มีสีเข้มอย่างอื่นตามไปด้วย หากเกิดความผิดปกติหลังรับประทานมะเขือม่วง หรือพืชอื่นๆ ที่มีสีเข้ม ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาทันที

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: มีนาคม 25, 2020 | Last Modified: มีนาคม 26, 2020

แหล่งที่มา