สุขภาพทางเพศ

สุขภาพทางเพศ คืออีกหนึ่งส่วนสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข Hello คุณหมอ จึงอยากนำเสนอเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ ทั้งการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ไปจนถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้ผู้อ่านได้มีสุขภาพทางเพศที่ดีมากยิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพทางเพศ

HPV ในผู้หญิงตั้งครรภ์ ส่งผลกระทบต่อคุณแม่และลูกน้อยอย่างไร

HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นไวรัสที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยบางสายพันธุ์สามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกและภาวะผิดปกติอื่น ๆ ในระบบสืบพันธุ์ สตรีตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ HPV มักกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของตัวเองและทารกในครรภ์ โดยเฉพาะการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การคลอดก่อนกำหนด และการถ่ายทอดไวรัสสู่ทารกในระหว่างคลอด ผลกระทบของ HPV ต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ ผลกระทบต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ การเกิดหูดบริเวณอวัยวะเพศ (Genital Warts) การติดเชื้อ HPV อาจกระตุ้นการเกิดหูดในบริเวณอวัยวะเพศ หูดเหล่านี้อาจโตขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบไหลเวียนเลือด หากหูดมีขนาดใหญ่ อาจก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือขัดขวางการคลอดทางช่องคลอด การเปลี่ยนแปลงในปากมดลูก การติดเชื้อ HPV โดยเฉพาะสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง อาจทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก ซึ่งอาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งปากมดลูกได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร ในบางกรณี การติดเชื้อ HPV อาจเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะหากมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด การติดเชื้อ HPV อาจกระตุ้นการอักเสบในระบบสืบพันธุ์ ซึ่งส่งผลต่อการคลอดก่อนกำหนด การคลอดก่อนกำหนดอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพในระยะยาวสำหรับทารก เช่น การเจริญเติบโตที่ช้ากว่าปกติ ผลกระทบต่อทารกในครรภ์และหลังคลอด การติดเชื้อในทารก แม้โอกาสที่ HPV จะส่งต่อถึงทารกในครรภ์มีน้อย แต่มีรายงานว่าการคลอดทางช่องคลอดในกรณีที่แม่มีหูดหรือการติดเชื้อ HPV […]

หมวดหมู่ สุขภาพทางเพศ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพทางเพศ

การคุมกำเนิด

แผ่นแปะยาคุม คืออะไร มีวิธีใช้อย่างไร

แผ่นแปะยาคุม เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการคุมกำเนิด โดยการแปะแผ่นฟิล์มพลาสติกที่มีฮอร์โมนในกลุ่มเอสโตรเจน และ ฮอร์โมนในกลุ่มโปรเจสติน เพื่อให้ฮอร์โมนซึมจากผิวหนัง เข้าสู่กระแสเลือด โดยออกฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยการยับยั้งการตกไข่(ovulation) แผ่นแปะยาคุมสามารถใช้แปะบนผิวหนังได้ทุกส่วนของร่างกาย ส่วนใหญ่มักแปะบริเวณต้นแขน หน้าท้อง ยกเว้นบริเวณเต้านม เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกรับประทานยาคุมกำเนิดแบบเม็ด แต่อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่บ่อยครั้งตามช่วงเวลาที่คุณหมอกำหนด เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพ [embed-health-tool-ovulation] แผ่นแปะยาคุม คืออะไร แผ่นแปะยาคุม คือ ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะผิวหนัง ที่ทำจากฟิล์มพลาสติก และผ้าใยสังเคราะห์ที่มีความยืดหยุ่น มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมหรือวงกลม สีน้ำตาลอ่อน ประกอบไปด้วยฮอร์โมนรวมกลุ่มเอสโตรเจน (Estrogens) เช่น เอทินิลเอสตราไดออล (Ethinyl estradiol) และฮอร์โมนในกลุ่มโปรเจสติน (Progestins) เช่น เลโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) นอร์เอลเจสโทรมิน (Norelgestromin) ซึ่งจะทำการปล่อยฮอร์โมนเหล่านี้ผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด และไปออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ ทำให้ไม่เกิดการตั้งครรภ์  วิธีการใช้แผ่นแปะยาคุม คือ ใช้สัปดาห์ละ 1 แผ่น ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 สัปดาห์ แล้วเว้น 1 สัปดาห์เพื่อให้ประจำเดือนมา การแปะแผ่นยาคุมใน 1 รอบ อาจคุมกำเนิด 4 สัปดาห์หรือ 28 วัน […]


หนองในเทียม

หนองในเทียม คืออะไร และมีวิธีการรักษาอย่างไร

หนองในเทียม คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ทำให้มีของเหลวไหลออกจากอวัยวะเพศ คล้ายหนอง แสบร้อนบริเวณอวัยวะเพศ และอาการปวด หากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เช่น ต่อมลูกหมากติดเชื้อ อุ้งเชิงกรานอักเสบ ตั้งครรภ์นอกมดลูก ดังนั้น ควรเข้ารับการรักษาทันทีหากสังเกตว่ามีอาการตกขาวผิดปกติ มีการหลั่งหนองออกจากองคชาต และเจ็บแสบอวัยวะเพศขณะปัสสาวะและระหว่างมีเพศสัมพันธ์ [embed-health-tool-ovulation] หนองในเทียม คืออะไร หนองในเทียม คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียคลาไมเดีย (Chlamydia trachomatis) ซึ่งพบได้ในบริเวณปากมดลูก มดลูก ท่อนำไข่ ท่อปัสสาวะ ช่องปาก ลำคอ ทวารหนัก และน้ำอสุจิ ที่สามารถแพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน โรคหนองในเทียมอาจไม่แสดงอาการใด ๆ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ในขณะที่โรคหนองในแท้ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเภทของโรคหนองใน ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียไนซ์ซีเรีย โกโนเรีย (Neisseria Gonorrhoeae) อาจทำให้มีอาการที่รุนแรง โดยเฉพาะในผู้ชาย สาเหตุของหนองในเทียม หนองในเทียมเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียคลาไมเดีย ที่มักแพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก ปาก โดยมีปัจจัยเสี่ยง ดังนี้ การมีคู่นอนหลายคน การไม่สวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ คู่นอนมีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การมีกิจกรรมทางเพศก่อนอายุ 25 อีกทั้งเชื้อคลาไมเดียยังอาจแพร่กระจายจากแม่สู่ทารกได้ในระหว่างการคลอด และอาจส่งผลให้ทารกแรกเกิดเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ตาและเป็นโรคปอดบวมรุนแรง อาการของหนองในเทียม อาการของหนองในเทียม มีดังนี้ อาการหนองในเทียมในผู้หญิง มีไข้ ตกขาวผิดปกติและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ […]


โรคเริมที่อวัยวะเพศและเริมที่ปาก

มีตุ่มใสขึ้นที่อวัยวะเพศชาย วิธีรักษา และป้องกันอย่างไรบ้าง

มีตุ่มใสขึ้นที่อวัยวะเพศชาย อาจเกิดจากโรคเริมที่อวัยวะเพศ (Genital herpes) ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถเกิดได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง สำหรับเพศชาย นอกจากจะมีตุ่มใสขึ้นที่อวัยวะเพศแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอาการอื่น ๆ ได้แก่ อาการเจ็บ คัน และแสบร้อน โดยเฉพาะเมื่อตุ่มพองแตก สามารถป้องกันได้ด้วยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หากพบว่าเป็นเริมที่อวัยวะเพศควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาและบรรเทาอาการให้ทุเลาโดยเร็วที่สุด ส่วนใหญ่แล้วการรับประทานยาและทายาตามคุณหมอสั่งอย่างเคร่งครัดจะช่วยควบคุมความรุนแรงของโรคและย่นระยะเวลาการเกิดโรคได้ [embed-health-tool-bmi] มีตุ่มใสขึ้นที่อวัยวะเพศชาย เกิดจากอะไร ตุ่มใสขึ้นที่อวัยวะเพศชาย อาจเกิดจากโรคเริม ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ ซิมเพล็กซ์ (Herpes Simplex Virus หรือ HSV) ซึ่งแพร่กระจายผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณที่ติดเชื้อ การมีเพศสัมพันธ์ทั้งทางช่องคลอด ทวารหนัก และช่องปาก เป็นต้น เมื่อเป็นโรคเริมอาจทำให้ครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว จากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ต่อมาจะเริ่มเกิดอาการคันและเกิดตุ่มใสที่อวัยวะเพศ นอกจากนี้ ผู้ชายยังอาจเกิดตุ่มเริมบริเวณก้น ต้นขา ทวารหนัก และท่อปัสสาวะด้วย อาการของโรคเริมจะรุนแรงที่สุดในการติดเชื้อครั้งแรก แต่โดยทั่วไปอาการสามารถหายไปได้เองภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ โรคเริมไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เชื้อจะยังคงอยู่ในร่างกายต่อไป หากภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น มีไข้ ก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก อาการของเริมที่อวัยวะเพศ อาการของเริมที่อวัยวะเพศ อาจมีดังนี้ เกิดตุ่มพองเล็ก […]


สุขภาพทางเพศ

ฝีที่อวัยเพศหญิง สาเหตุ อาการ การรักษา

ฝีที่อวัยเพศหญิง อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยหนึ่งในสาเหตุนั้นคือ ฝีต่อมบาร์โธลิน (Bartholin’s abscess) เกิดจากการอุดตันของต่อมบาร์โธลินที่อยู่บริเวณปากช่องคลอดทั้ง 2 ข้าง ทำให้ต่อมบาร์โธลินขยายใหญ่ขึ้น ร่วมกับมีการติดเชื้อ ทำให้มีลักษณะเป็นฝี และทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ไข้ ปวดบวมบริเวณอวัยวะเพศ อาการระคายเคืองระหว่างมีเพศสัมพันธ์ รู้สึกไม่สบายตัวขณะเดิน วิ่ง หรือนั่ง [embed-health-tool-ovulation] คำจำกัดความ ฝีที่อวัยวะเพศหญิง คืออะไร ฝีที่อวัยเพศหญิง หรือ ฝีต่อมบาร์โธลิน คือ การที่ต่อมบาร์โธลิน ซึ่งเป็นต่อมที่อยู่บริเวณปากช่องคลอดทั้ง 2 ข้าง มีหน้าที่หลั่งน้ำหล่อลื่นภายในช่องคลอด เพื่อช่วยให้ช่องคลอดชุ่มชื้น และลดความระคายเคืองขณะมีเพศสัมพันธ์ มีการอุดตันทำให้น้ำหล่อลื่นที่ต่อมผลิตไม่สามารถหลั่งออกมาได้ ทำให้ต่อมขยายใหญ่ขึ้น และรู้สึกไม่สบายตัวขณะเคลื่อนไหวแต่มักไม่ส่งผลอันตราย อย่างไรก็ตามหามีการติดเชื้อจะทำให้กลายเป็นฝีที่อวัยวะเพศหญิง โดยสามารถเกิดขึ้นซ้ำได้หลายครั้ง อาการ อาการฝีที่อวัยวะเพศหญิง ฝีที่อวัยวะเพศหญิง หากไม่มีการติดเชื้อ อาจมีอาการดังต่อไปนี้ อาการบวมเป็นก้อนที่บริเวณปากช่องคลอดข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง อาการไม่สบายตัวขณะเคลื่อนไหวหรือมีเพศสัมพันธ์ หากต่อมบาร์โธลินเกิดการติดเชื้อ อาจทำให้มีอาการดังต่อไปนี้ มีไข้ หนาวสั่น เจ็บปวดช่องคลอดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เคลื่อนไหวลำบาก อาจมีหนองไหลออกจากมา ควรเข้าพบคุณหมอทันทีหากสังเกตว่ามีการอาการเจ็บปวดช่องคลอด หรือพบก้อนนูนขึ้นใหม่หลังจากรักษาหาย เพราะสามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ สาเหตุ สาเหตุของฝีที่อวัยวะเพศหญิง ฝีที่อวัยวะเพศหญิง มีสาเหตุมาจากของเหลวอุดตันในต่อมบาร์โธลิน หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อ เช่น […]


โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคหูดหงอนไก่ สัญญาณเตือนและวิธีป้องกัน

โรคหูดหงอนไก่ คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (Human papillomavirus: HPV) ที่ทำให้เกิดตุ่มหูดเล็ก ๆ คล้ายดอกกะหล่ำในบริเวณอวัยวะเพศ ช่องคลอด ปากมดลูก องคชาต อัณฑะ และทวารหนัก รวมถึงอาการคัน ระคายเคือง เลือดออกจากอวัยวะเพศ และอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวในขณะที่เคลื่อนไหว ดังนั้น หากสังเกตอาการดังกล่าว ควรเข้ารับการรักษาจากคุณหมอทันที [embed-health-tool-ovulation] สาเหตุของโรคหูดหงอนไก่ โรคหูดหงอนไก่ อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพพพิลโลมา  หรือเชื้อเอชพีวี ที่อาจได้รับจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การใช้เซ็กส์ทอยร่วมกับผู้อื่น และการสัมผัสกับหูดโดยตรงขณะมีเซ็กส์ทางปากหรือทางทวารหนัก นอกจากนี้ คุณแม่ที่เป็นโรคหูดหงอนไก่อาจแพร่กระจายเชื้อไปสู่ทารกได้ขณะคลอดบุตรผ่านทางช่องคลอด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดหูดหงอนไก่ที่ทางเดินหายใจ (Recurrent Respiratory Papillomatosis) ที่ส่งผลให้ทารกมีอาการกล่องเสียงอุดตัน เสียงแหบ หายใจลำบาก และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ สัญญาณเตือนโรคหูดหงอนไก่ ปกติแล้ว หลังจากที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเอชพีวี อาจใช้เวลาในการฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับระบบภูมิคุ้มกันและปริมาณของเชื้อที่ได้รับ โดยอาจสังเกตสัญญาณเตือนได้ดังนี้ อวัยวะเพศมีอาการบวม อาการคัน และรู้สึกไม่สบายตัวเมื่อเคลื่อนไหวหรือมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกระหว่างมีเพศสัมพันธ์ รู้สึกเจ็บแสบขณะปัสสาวะ ผู้หญิงอาจมีตกขาวผิดปกติ ตุ่มหูดขึ้นบริเวณรอบ ๆ อวัยวะเพศ ช่องคลอด องคชาต หรือทวารหนัก มากกว่า 1 […]


โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคแผลริมอ่อน อาการ การรักษา และการป้องกัน

โรคแผลริมอ่อน เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียฮีโมฟิลัส ดูเครย์ (Haemophilus ducreyi) ที่ส่งผลให้เกิดแผลพุพองและตุ่มหนองบริเวณอวัยวะเพศ สามารถพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย และอาจแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันและผ่านทางเลือด ดังนั้น หากพบว่ามีอาการของโรคแผลริมอ่อนควรเข้าพบคุณหมอทันทีเพื่อรับการรักษา และป้องกันการแพร่กระจายไปสู่บุคคลอื่น [embed-health-tool-ovulation] โรคแผลริมอ่อน คืออะไร โรคแผลริมอ่อน คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียฮีโมฟิลัส ดูเครย์ ที่สามารถแพร่กระจายผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อโดยไม่ป้องกัน และอาจแพร่กระจายผ่านทางเลือด รวมถึงการสัมผัสทางผิวหนังในบริเวณที่มีบาดแผลหรือหนองจากแผลริมอ่อนและนำมือไปสัมผัสดวงตา ปาก หรือร่างกายของผู้อื่น อาการของโรคแผลริมอ่อน หลังจากร่างกายได้รับเชื้อแบคทีเรียฮีโมฟิลัส ดูเครย์ ภายใน 1-2 สัปดาห์ อาจเริ่มปรากฏอาการต่าง ๆ ดังนี้ ตุ่มขนาดเล็กบริเวณอวัยวะเพศ หนังหุ้มปลาย องคชาต ถุงอัณฑะ ปากช่องคลอด ทวารหนัก และขาหนีบ ที่อาจมีขนาดประมาณ 1-2 นิ้ว แผลพุพอง เป็นหนอง อาการเจ็บปวดบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ วิธีรักษาโรคแผลริมอ่อน วิธีรักษาโรคแผลริมอ่อน มีดังนี้ ยาปฏิชีวนะ ใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการบวมของต่อมน้ำเหลือง อาการอักเสบของแผล และอาจช่วยให้แผลริมอ่อนหายไวขึ้น ซึ่งมีทั้งยาปฏิชีวนะในรูปแบบรับประทานและแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยอาจใช้ดังต่อไปนี้ ยาเซฟไตรอะโซน (Ceftriaxone) ขนาด 250 มิลลิกรัม ในรูปแบบฉีดกล้ามเนื้อ 1 ครั้ง ในปริมาณ 1 […]


สุขภาพทางเพศ

เจ็บเต้าสองข้าง เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่

เจ็บเต้าสองข้าง เป็นปัญหาสุขภาพบริเวณหน้าอกที่มักเกิดในเพศหญิง อาจเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย การลดลงของฮอร์โมนเพศเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนก่อนมีประจำเดือน การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเพศเมื่อตั้งครรภ์ การสวมเสื้อชั้นในที่ไม่พอดีกับขนาดหน้าอก การมีน้ำนมมากเกินไปในหญิงให้นมบุตร รวมถึงภาวะเต้านมอักเสบ โดยส่วนใหญ่ หากอาการเจ็บเต้าสองข้างเกี่ยวข้องกับประจำเดือน มักหายเองได้เมื่อประจำเดือนรอบนั้นสิ้นสุดลง แต่หากอาการเจ็บเต้านมทั้งสองข้างเกิดจากสาเหตุอื่น มักไม่หายไปเอง และหากมีอาการไข้ร่วมด้วย ควรรีบไปหาคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างตรงจุด [embed-health-tool-ovulation] เจ็บเต้าสองข้าง เกิดจากอะไรได้บ้าง เจ็บเต้าสองข้างเป็นอาการที่มักเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายเพศหญิง เช่น การลดลงของเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนก่อนมีประจำเดือน โดยจัดเป็นหนึ่งในกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน หรือพีเอ็มเอส (Premenstrual Syndrome หรือ PMS) นอกจากนี้ อาการเจ็บเต้านมยังเกิดได้จากการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนทั้งสองชนิดระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณเต้านมมากขึ้นจนเกิดอาการบวมและเจ็บได้ สำหรับสาเหตุอื่น ๆ ของการเจ็บเต้าสองข้างที่ไม่เกี่ยวข้องกับระดับฮอร์โมนในเพศหญิง มีดังต่อไปนี้ การสวมเสื้อชั้นในที่ไม่เหมาะสมกับขนาดหน้าอก อาจรัดแน่นเกินไปจนทำให้รู้สึกคัดตึงและเจ็บได้ การบาดเจ็บบริเวณเต้านม ภาวะซีสเต้านม (Fibrocystic Change) ปริมาณน้ำนมที่มากเกินไป หรือการระบายน้ำนมออกไม่หมดในหญิงให้นมบุตรทำให้รู้สึกคัดแน่นหน้าอกจนรู้สึกเจ็บ อาการเคล็ด ขัด ยอก บริเวณลำคอ หัวไหล่ หรือหลัง ซึ่งแพร่กระจายมายังบริเวณเต้านม เต้านมอักเสบ (Mastitis) เกิดจากการอุดตันของท่อน้ำนมซึ่งนำไปสู่การติดเชื้อแบคทีเรียและทำให้เกิดอาการเจ็บปวดร่วมด้วย ผลข้างเคียงของยาบางชนิด มะเร็งเต้านมอักเสบ (Inflammatory Breast Cancer) หรือการที่เซลล์มะเร็งขัดขวางการทำงานของท่อน้ำเหลืองบริเวณหน้าอก […]


โรคติดเชื้อเอชพีวี

HPV คือ โรคอะไร และป้องกันได้อย่างไร

HPV คือ ไวรัสฮิวแมนแพพพิลโลมา (Human papillomavirus) เป็นเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน และการสัมผัสผิวหนัง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งองคชาต มะเร็งทวารหนัก [embed-health-tool-ovulation] HPV คืออะไร HPV คือ เชื้อไวรัสฮิวแมนแพพพิลโลมา ที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ บางชนิดอาจทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก ปาก หรือลำคอ และบางชนิดอาจทำให้เกิดมะเร็ง เช่น HPV16, HPV18, HPV31, HPV33, HPV35 เป็นต้น โดยกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส HPV คือผู้ที่มีระบบมิคุ้มกันอ่อนแอ มีคู่นอนหลายคน มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน และผู้ที่มีแผลเปิดที่อาจทำให้ได้รับเชื้อเมื่อถูกสัมผัส HPV แพร่กระจายอย่างไร เชื้อไวรัส HPV สามารถแพร่กระจายผ่านทางสารคัดหลั่งเมื่อมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันทางช่องคลอด ทางปาก และทวารหนัก หรืออาจแพร่กระจายผ่านทางรอยถลอกหรือแผลเปิดบนผิวหนัง รวมถึงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น กางเกงชั้นใน เซ็กทอยส์ ผ้าขนหนู สำหรับสตรีตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ HPV และหูดขึ้นในบริเวณอวัยวะเพศ อาจแพร่กระจายเชื้อไปสู่ทารกขณะคลอด และอาจส่งผลให้ทารกมีหูดขึ้นในกล่องเสียง อาการของการติดเชื้อ HPV การติดเชื้อ […]


สุขภาพทางเพศ

เพศศึกษา คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

เพศศึกษา หมายถึงการเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การสำรวจและทำความรู้จักร่างกายตนเอง การมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้องและปลอดภัย การรักษาความสัมพันธ์กับคนรัก การปฏิบัติต่อบุคคลเพศตรงข้ามและเพศทางเลือก และอื่น ๆ นอกจากนี้ เพศศึกษายังอาจช่วยให้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพศน้อยลง เช่น การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ความรุนแรงทางเพศ ความเกลียดชังทางเพศ ทั้งนี้ เพศศึกษาไม่ได้หมายถึงการเรียนในห้องเรียนหรือสถานศึกษาเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศด้วยตนเอง การพูดคุยกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว และการถกเถียงทางสังคมอย่างเปิดกว้าง [embed-health-tool-ovulation] เพศศึกษา คืออะไร เพศศึกษาหมายถึงการเรียนและการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศ การทำความรู้จักร่างกายตนเอง การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การมีเพศสัมพันธ์ เพศวิถี (Sexuality) รวมถึง บรรทัดฐานและค่านิยมเรื่องเพศ การแสดงความต้องการทางเพศ การปฏิบัติต่อคู่รัก การยอมรับผู้ที่มีอัตลักษณ์ทางเพศแตกต่าง ปัญหาเรื่องเพศในสังคม ทั้งการเรียนในสถานศึกษา การพูดคุยกันในครอบครัว การสอดแทรกความรู้ทางสื่อต่าง ๆ การเปิดโอกาสให้คนในสังคมได้พูดคุยกันอย่างกว้างขวาง เพศศึกษา มีความสำคัญอย่างไร เพศศึกษามีความสำคัญต่อคนในสังคม โดยเฉพาะในช่วงวัยเรียนหรือวัยรุ่น เพราะเป็นเครื่องมือที่จะสามารถแนะแนวและแนะนำให้ผู้เรียนเข้าใจเรื่องเพศได้อย่างถูกต้อง มีความรู้มากพอที่จะใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเพศและเพศวิถีได้อย่างเหมาะสม รวมถึงเพื่อปกป้องผู้เรียนจากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศต่าง ๆ หรือช่วยให้สามารถรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น อาทิ ปัญหาจากการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งอาจเกิดจากความประมาท หรือการขาดข้อมูลที่ควรทราบ เช่น วิธีคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ วิธีป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ความไม่เสมอภาคทางเพศ หรือการถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกับคนอีกกลุ่ม โดยอ้างอิงจากความแตกต่างทางรสนิยมทางเพศหรือเพศสภาพ […]


สุขภาพทางเพศ

ยาแก้ปวดท้องเมนส์ มียาอะไรบ้าง และมีผลข้างเคียงอย่างไร

ยาแก้ปวดท้องเมนส์ คือกลุ่มยาสำหรับรับประทานเพื่อระงับอาการปวดท้องประจำเดือน ประกอบไปด้วยยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti Inflammatory Drugs) อาทิ ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) คีโตโปรเฟน (Ketoprofen) นาพรอกเซน (Naproxen) ซึ่งควรรับประทานตามความจำเป็น ไม่เหมาะสำหรับการรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 3-7 วัน [embed-health-tool-ovulation] เมนส์ คืออะไร เมนส์ ย่อมาจาก เมนสทรูเอชัน (Menstruation) หรือประจำเดือน เป็นภาวะสุขภาพของเพศหญิงเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยทั่วไป เพศหญิงจะเป็นเมนส์ครั้งแรกก่อนอายุ 16 ปี เมื่อเป็นเมนส์ เพศหญิงจะมีเลือดออกทางช่องคลอดติดต่อกัน 5-7 วัน และระยะเวลาอาการแต่ละรอบมักจะห่างกันราว 21-35 วัน ทั้งนี้ เลือดที่ไหลออกจากช่องคลอด เกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก เมื่อไข่ ที่ร่างกายผลิตออกมาทุกเดือนไม่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เพศชาย เพศหญิงจะหยุดเป็นเมนส์ตอนอายุประมาณ 48-52 ปี หรือเมื่อร่างกายเข้าสู่วัยทอง โดยในช่วงดังกล่าว รังไข่จะเริ่มหยุดทำงาน ฮอร์โมนเพศอย่างเอสโทรเจน (Estrogen) กับโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ จะค่อย ๆ ลดปริมาณลงจนหมดไปทำให้ไม่เป็นเมนส์อีกต่อไป ปวดท้องเมนส์ เกิดจากอะไร ปวดท้องเมนส์ เป็นอาการปวดบริเวณหน้าท้องส่วนล่าง ช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน