โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับความเสี่ยงโรคหัวใจ ทำไมการลดน้ำหนัก ถึงช่วยเซฟชีวิตคุณได้

"แค่อ้วนขึ้นนิดหน่อย คงไม่เป็นไร" หลายคนคงเคยคิดแบบนี้ เวลาที่ใส่กางเกงตัวโปรดไม่ได้ หรือเดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็รู้สึกเหนื่อยหอบ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ในขณะที่คุณกำลังมองข้ามน้ำหนักตัวที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น หัวใจของคุณอาจกำลังทำงานหนักขึ้นทุกวันโดยไม่มีเสียงเตือนใด ๆ จนกระทั่งร่างกายและหัวใจของคุณเริ่มมีปัญหา บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า โรคอ้วน กับ โรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไรในทางการแพทย์ และทำไมแค่ "ลดน้ำหนัก" จึงอาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยปกป้องหัวใจของคุณไว้ได้ โรคอ้วน กับโรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไร? โรคอ้วน (Obesity) ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องรูปร่างหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) จากแถลงการณ์ทางวิชาการของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ระบุว่าไขมันในช่องท้องที่มากเกินไปอาจเร่งกระบวนการที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตันตั้งแต่ยังอายุน้อย ผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งไขมันสะสมรอบเอวมากเท่าไหร่ หลอดเลือดและหัวใจก็ยิ่งต้องแบกรับภาระมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าตัวเลขบนตาชั่งจะบอกอะไรคุณก็ตาม เจาะกลไก ทำไมไขมันส่วนเกิน หลายคนอาจสงสัยว่า ไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกาย ไปทำร้ายหัวใจที่อยู่คนละตำแหน่งได้อย่างไร คำตอบคือ เซลล์ไขมันไม่ได้เป็นแค่ "ก้อนพลังงานสำรอง" อีกต่อไป แต่มันทำหน้าที่เหมือนโรงงานที่ส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย ผ่าน 3 กลไกหลักดังนี้ 1. การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Chronic Inflammation) เมื่อเซลล์ไขมันขยายตัวมากเกินไป […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

ข้อมูลโภชนาการ

น้ำตาล เป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคมะเร็งจริงหรือ

น้ำตาล อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง เนื่องจาก น้ำตาลถือเป็นพลังงานที่ส่งผลให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว การจำกัดน้ำตาลออกจากอาหารอาจช่วยหยุดการเจริญเติบโตของมะเร็ง หรืออาจหยุดการพัฒนาเซลล์มะเร็งตั้งแต่แรกเริ่ม แต่น้ำตาลไม่ได้เป็นเพียงอาหารของเซลล์มะเร็งเท่านั้น แต่ยังมีความจำเป็นต่อเซลล์ที่แข็งแรงของร่างกายอีกด้วย ดังนั้น การจำกัดน้ำตาลก็อาจส่งผลเสียต่อเซลล์ของร่างกายได้เช่นกัน นอกจากนั้น ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่า การรับประทานอาหารที่ปราศจากน้ำตาลอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง หรือเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอดได้ อาหารที่มีน้ำตาลไม่ได้มีแต่ของหวาน เซลล์ในร่างกายต้องการน้ำตาลจากอาหาร แต่ไม่ใช่แค่อาหารประเภทของหวานเพียงอย่างเดียว เพราะร่างกายอาจได้รับน้ำตาลจากแหล่งอาหารเหล่านี้ ผลไม้ (น้ำตาลฟรุกโตส) ผัก (กลูโคส) ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมวัว (แลคโตส) อาหารในหมู่คาร์โบไฮเดรต เช่น ขนมปัง พาสต้า และข้าว บางคนอาจสงสัยว่า ถ้าเลิกรับประทานน้ำตาลหรือลดการบริโภคอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้หรือไม่ ความจริงแล้วในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่า การรับประทานอาหารที่ปราศจากน้ำตาลและอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง หรือเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอดได้ น้ำตาล เป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคมะเร็งหรือเปล่า ในปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชี้ว่า น้ำตาลอาจทำให้เกิดโรคมะเร็ง ทั้งยังไม่มีหลักฐานที่พอจะพิสูจน์ได้ว่า น้ำตาลเชื่อมโยงกับโรคมะเร็งโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รับประทานเข้าไปในแต่ละมื้ออาจส่งผลอย่างมากต่อความเสี่ยงในการพัฒนาโรคมะเร็ง เพราะหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง คือ ความอ้วน หรือน้ำหนักเกิน การรับประทานฟาสต์ฟู้ด หรืออาหารแปรรูปประเภทอื่น ๆ ที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เช่น ช็อกโกแลต ของหวาน สามารถทำให้น้ำหนักเพิ่ม และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พบว่า ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน อาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ การดื่มเครื่องดื่มรสหวานเป็นประจำ หรือดื่มในปริมาณมากอาจเชื่อมโยงกับการมีน้ำหนักขึ้น ส่วนสารให้ความหวานแทนน้ำตาล (Artificial […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เป็นโรคสะเก็ดเงิน อาหารอะไรควรกิน อะไรควรเลี่ยง มาดูกัน

โรคสะเก็ดเงิน ความผิดปกติของผิวหนังชนิดเรื้อรัง ที่ส่งผลกระทบกับทั้งผิวหนังและอวัยวะภายในอย่างข้อต่อ นอกจากจะทำให้เจ็บปวด รู้สึกไม่สบายตัว ยังอาจทำให้ผู้ป่วยบางรายรู้สึกอับอายหรือกังวลเกี่ยวกับผิวพรรณหรือภาพลักษณ์ของตัวเองได้ด้วย แม้จะฟังดูน่ากลัวแต่ผู้ป่วยก็สามารถรับมือกับโรคสะเก็ดเงินเบื้องต้นได้ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นให้อาการของโรคสะเก็ดเงินกำเริบ เช่น สภาพอากาศ ความเครียด และที่เด่นชัดที่สุดก็คือ อาหาร หากคุณป่วย เป็นโรคสะเก็ดเงิน คุณควรกินอาหารอะไร และควรเลี่ยงอาหารอะไร เพื่อไม่ให้อาการของโรคกำเริบ หรือเกิดโรคแทรกซ้อน Hello คุณหมอมีมาฝากแล้ว [embed-health-tool-bmi] อาหารที่ควรกินเมื่อ เป็นโรคสะเก็ดเงิน ปลาที่อุดมด้วยไขมันดี ปลาที่อุดมไปด้วยไขมันดี เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาทู ปลาเทราต์ เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยต้านการอักเสบ และอาจช่วยให้อาการของโรคสะเก็ดเงินดีขึ้นได้ นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินควรหันมาบริโภคน้ำมันพืชที่มีโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว น้ำมันดอกคำฝอย เพราะนอกจากจะช่วยลดการอักเสบแล้วยังดีต่อสุขภาพหัวใจอีกด้วย ผักและผลไม้ ผักและผลไม้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดภาวะเครียดออกซิเดชันและลดอาการอักเสบ จึงเหมาะสำหรับโรคที่มีการอักเสบอย่างสะเก็ดเงิน โดยผักและผลไม้ที่ผู้เป็นโรคสะเก็ดเงินควรบริโภค เช่น ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น บร็อคโคลี่ กะหล่ำดอก กะหล่ำดาว (Brussels Sprout) ผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักโขม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

กินอย่างไรเมื่อ ระบบย่อยอาหาร มีปัญหา

ระบบย่อยอาหาร มีปัญหามักจะทำให้เรารู้สึกไม่สบายตัว เช่นเวลาที่คุณมีอาการท้องอืด จุกเสียด ปวดท้อง มีแก๊ส ท้องเสีย และท้องผูก อาการเหล่านี้ถือเป็นอาการที่พบบ่อย ซึ่งการกินอาหารส่งผลอย่างมาก และหลายคนมักจะกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงหรืออาหารแปรรูป ไม่ค่อยกินผักและผลไม้ รวมถึงบางคนกินอาหารไม่ตรงเวลา ซึ่งถ้าคุณเป็นคนที่ระบบย่อยอาหารมีปัญหา Hello คุณหมอ แนะนำว่าให้ลองกินอาหารเหล่านี้ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น โยเกิร์ต โยเกิร์ตมีแบคทีเรียที่ดีต่อร่างกาย ที่เรียกว่า โพรไบโอติก (probiotics) ที่จะอยู่ในทางเดินอาหาร ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการย่อยอาหาร และรักษาสุขภาพลำไส้ให้แข็งแรงอยู่เสมอ นอกจากนี้โพรไบโอติก ยังมีส่วนช่วยทำให้อาการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการย่อยอาหารดีขึ้น เช่น ท้องอืด ท้องผูก และท้องเสีย มากไปกว่านั้นยังมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า โพรไบโอติกช่วยทำให้การย่อยแลคโตส หรือย่อยน้ำตาลได้ดีขึ้น ผักใบเขียว ผักใบเขียวอุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่ไม่ละลายน้ำ (insoluble fiber) ซึ่งเป็นไฟเบอร์ชนิดที่เพิ่มขนาดความหนาและความนุ่มของอุจจาระ ส่งผลให้การขับถ่ายดีขึ้น นอกจากนี้ผักใบเขียวยังอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ซึ่งช่วยบรรเทาซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูก โดยการทำให้การหดตัวของกล้ามเนื้อในทางเดินอาหารดีขึ้น ดังนั้นจึงควรเพิ่มการกินผักใบเขียวในมื้ออาหาร เช่น ผักโขม บล็อกโคลี ผักคะน้า แอปเปิ้ล แอบเปิ้ลอุดมไปด้วยเพกทิน (pectin) ซึ่งเป็นไฟเบอร์ที่ละลายน้ำ ที่ช่วยเพิ่มปริมาตรอุจจาระ จึงมีส่วนช่วยทำให้อาการท้องผูกและท้องเสียดีขึ้น และยังมีหลักฐานที่ชี้ว่า สามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในลำไส้ด้วย มะละกอ มะละกอมีเอนไซม์ที่เรียกว่า ปาเปน (papain) ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยย่อยอาหาร […]


การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

ควบคุมอาหาร อย่างไร ให้ลดน้ำหนักได้ผลและดีต่อสุขภาพ

ควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการลดน้ำหนัก เพราะหากต้องการลดน้ำหนักนั้นจำเป็นต้องใช้พลังงานให้มากกว่าอาหารที่กินเข้าไป ซึ่งหมายถึงการที่ได้รับพลังงานจากการกินอาหาร น้อยกว่าพลังงานที่ร่างกายเผาผลาญต่อวัน เช่น หากร่างกายเผาผลาญพลังงาน 2,000 แคลอรี่/วัน การได้รับพลังงานจากอาหารมากกว่า 1,500 แคลอรี่ และน้อยกว่า 2,000 แคลอรี่ในทุก ๆ วัน จะทำให้น้ำหนักลดลงได้ในที่สุด [embed-health-tool-bmr] วิธี ควบคุมอาหาร ให้ลดน้ำหนักได้แบบดีต่อสุขภาพ 1. กินผัก 50 เปอร์เซ็นต์/มื้อ ผักประกอบไปด้วยไฟเบอร์และน้ำปริมาณมาก แต่มีแคลอรี่ต่ำ การกินผักในมื้ออาหารในปริมาณครึ่งหนึ่งหรือ 50 เปอร์เซ็นต์  จะช่วยทำให้รู้สึกอิ่ม และยังได้รับวิตามินและแร่ธาตุอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ให้กลุ่มตัวอย่างกินพาสต้าในปริมาณที่เท่ากัน แต่ปริมาณผักไม่เท่ากัน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างกินอาหารในปริมาณใกล้เคียงกันโดยไม่ได้คำนึงว่ามีผักมากแค่ไหน ซึ่งหมายความว่ากลุ่มตัวอย่างที่กินอาหารซึ่งมีสัดส่วนของผักมากที่สุด จะได้รับแคลอรี่น้อยที่สุดโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น หากใครที่กำลังควบคุมอาหารอยู่ ควรกินผักเพิ่มเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ และการลดน้ำหนัก 2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ดื่มน้ำเปล่าถือว่าดีที่สุด เพราะการดื่มเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่ เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง อาจทำให้รู้สึกหิวอยู่ และทำให้ได้รับแคลอรี่มากขึ้นด้วย ถ้ากังวลว่าจะกินมากเกินไป การดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร อาจช่วยได้ เนื่องจากมีงานวิจัยที่ศึกษาในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่ดื่มน้ำประมาณ 2 แก้ว (500 มิลลิลิตร) […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน! สิ่งที่ควรเลี่ยงหากอยากกิน สลัด แล้วสุขภาพดีจริง

เมื่อพูดถึงอาหารสุขภาพ สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นเมนู สลัด เพราะหาซื้อได้ง่าย จะทำเองก็ไม่ยาก สามารถเลือกใช้วัตถุดิบได้หลากหลายตามความชอบของแต่ละคน สลัดจึงกลายเป็นเมนูที่คนรักสุขภาพ โดยเฉพาะคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักเลือกกิน แต่บางคนแม้จะกินสลัดแทบทุกมื้อ น้ำหนักก็ยังไม่ลด นั่นอาจเป็นเพราะคุณมองข้ามสิ่งสำคัญอย่างส่วนประกอบในสลัดของคุณไป บทความนี้ Hello คุณหมอ จึงมีคำแนะนำสำหรับผู้ที่อยากกินสลัดให้ได้ประโยชน์ และดีต่อสุขภาพจริง ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ สิ่งที่ควรเลี่ยงหากอยากกิน สลัด ให้ได้ผลดีต่อสุขภาพ 1. กินโปรตีนมากหรือน้อยเกินไป โปรตีนเป็นสารอาหารที่คุณไม่ควรมองข้ามเมื่อกินสลัด เพราะนอกจากจะช่วยให้อิ่มท้องนานขึ้นแล้ว ยังมีประโยชน์อีกมากมาย เช่น ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระตุ้นการเผาผลาญ บำรุงผิวและผม แต่หากกินโปรตีนมากหรือน้อยเกินไปก็อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ คือ กินน้อยเกินไปอาจทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ปวดข้อ มีภาวะความดันต่ำ กินมากไปอาจทำให้มีภาวะขาดน้ำ คลื่นไส้ ปวดศีรษะ ท้องเสีย เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง เป็นต้น 2. กินผักไม่หลากหลาย ผักสลัดยอดนิยมอย่างผักกาดแก้ว (iceberg lettuce) มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก แต่มีสารอาหารอื่นน้อยมาก เมื่อเทียบกับผักใบเขียวเข้ม เช่น ปวยเล้ง เคล หรือผักกาดชนิดอื่น ๆ อย่าง ผักกาดโรเมน ผักกาดหอม ผักกาดหอมใบแดง ผักกาดหอมบัตเตอร์เฮด ที่อุดมไปด้วย โฟเลต […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

วิตามินซีป้องกันหวัด ได้หรือไม่ งานวิจัยว่าอย่างไรบ้าง

เป็นหวัด ถือเป็นอาการป่วยที่พบบ่อยที่สุด เพื่อให้อาการหวัดดีขึ้น แต่ความจริงแล้ว วิตามินซีป้องกันหวัด หรือช่วยรักษาหวัดได้หรือเปล่า Hello คุณหมอ มีข้อมูลดังต่อไปนี้ วิตามินซี คืออะไร วิตามินซี (Vitamin C) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและเป็นวิตามินที่สำคัญ ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพดี โดยวิตามินซีจะช่วยรักษากระดูก กล้ามเนื้อ และหลอดเลือดให้แข็งแรง รวมถึงช่วยสร้างคอลลาเจน และช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กด้วย แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ได้แก่ ผักและผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลส้ม และผลไม้รสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังสามารถได้รับวิตามินซีจากอาหารเสริมด้วย วิตามินซี ช่วยป้องกันหวัดได้หรือไม่ วิตามินซี ได้รับการศึกษาเป็นระยะเวลาหลายปีว่า มีคุณสมบัติในการรักษาหวัด หรือช่วยป้องกันหวัดได้หรือเปล่า แต่ผลการศึกษาพบว่าข้อมูลยังไม่แน่ชัด เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญพบว่า วิตามินซีมีประโยชน์ต่อการป้องกันและรักษาหวัดเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ งานวิจัยในปี 2007 ได้ศึกษาว่าการกินวิตามินซี 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือมากกว่า และกินวิตามินซีทุกวัน จะสามารถทำให้ความถี่ในการเป็นหวัด ความรุนแรงของหวัด และระยะเวลาในการเป็นหวัด ลดลงหรือไม่ ผลการวิจัยพบว่า เมื่อเป็นหวัดแล้ว อาหารเสริมวิตามินซี ไม่สามารถบรรเทาความรุนแรงของอาการ หรือไม่ทำให้เป็นหวัดน้อยลง แต่สามารถทำให้ระยะเวลาในการเป็นหวัดสั้นลงได้ ในผู้ใหญ่ 8% และในเด็ก 4% กล่าวคือ ถ้าผู้ใหญ่เป็นหวัด 12 […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

วิตามิน ควรกินเวลาไหน เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุดในการกิน วิตามิน ขึ้นอยู่กับวิตามินแต่ละชนิด โดยวิตามินบางชนิดควรกินหลังอาหาร ในขณะที่บางชนิดควรกินในเวลาที่ท้องว่าง นอกจากนี้คุณควรกินวิตามินในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นประจำทุกวัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพ และยังช่วยให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากอาหารเสริมวิตามินด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาคุณผู้อ่านทุกท่านมาดูกันว่า วิตามินแต่ละชนิดกินเวลาไหนจึงจะดีที่สุด วิตามินที่ละลายในไขมัน เวลาที่เหมาะสมกับการรับประทานวิตามินที่ละลายในไขมันก็คือ ช่วงอาหารมื้อเย็น โดยวิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินเค วิตามินอี และวิตามินดี ซึ่งวิตามินเหล่านี้จะละลายในไขมัน ก่อนจะถูกลำเลียงเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อให้ร่างกายได้นำไปใช้ นอกจากนี้ หากร่างกายได้รับวิตามินที่ละลายในไขมันเกินกว่าที่ต้องการ ร่างกายจะเก็บวิตามินเหล่านี้ในตับ ดังนั้น วิตามินที่ละลายในไขมัน จึงควรกินพร้อมอาหารที่มีไขมันหรือน้ำมัน เพื่อช่วยในการดูดซึม วิตามิน ที่ละลายในน้ำ วิตามินที่ละลายในน้ำมักจะดูดซึมได้ดีที่สุด ในตอนที่ท้องว่าง ดังนั้นการกินวิตามินเป็นสิ่งแรกในตอนเช้า รับประทานก่อนรับประทานอาหารเช้า 30 นาที หรือ 2 ชั่วโมงหลังจากมื้ออาหาร ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะกับการกินวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำได้ โดยวิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี วิตามินบีรวม และโฟเลต (กรดโฟลิก) โดยร่างกายจะนำวิตามินเหล่านี้ไปใช้อย่างเพียงพอ จากนั้นจะมีการกำจัดวิตามินส่วนที่เหลือออกทางปัสสาวะ และเนื่องจากร่างกายไม่ได้เก็บวิตามินเหล่านี้ไว้ จึงควรรับประทานวิตามินชนิดนี้เป็นอาหารเสริม เพื่อป้องกันการขาดวิตามิน วิตามินบี วิตามินบีจัดอยู่ในกลุ่มวิตามินที่ละลายในน้ำ ที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มพลัง ทำให้คุณมีพลังมากขึ้น และช่วยบรรเทาความเครียด รวมถึงทำให้อารมณ์ดีขึ้นอีกด้วย โดยวิตามินบีที่คนนิยมกินได้แก่ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ไขข้อข้องใจ กินโปรตีนมากขึ้น จะยิ่งดีต่อกล้ามเนื้อจริงหรือ?

โปรตีนมีส่วนช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ หลายคนจึงเข้าใจว่า หาก กินโปรตีน เพิ่มจะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ ความจริงแล้ว ยิ่งกินโปรตีนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีต่อกล้ามเนื้อจริงหรือ แล้วถ้ากินโปรตีนมากกว่าปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน จะเป็นอันตรายไหม กินโปรตีนมากขึ้น จะยิ่งดีต่อกล้ามเนื้อจริงหรือ ความจริงแล้ว งานวิจัยทางการแพทย์แสดงให้เห็นว่า การบริโภคโปรตีนมากเกินไป คือมากกว่า 30% ของปริมาณแคลอรี่ที่ควรได้รับต่อวัน อาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ นอกจากนี้ ดร.เกล บัตเตอร์ฟีลด์ ผู้อำนวยการการศึกษาด้านโภชนาการที่ Palo Alto Veterans’ Administration Medical Center และอาจารย์ด้านโภชนาการที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ให้ข้อมูลว่า อาหารที่มีโปรตีนสูง อาจมีผลต่อสุขภาพดังต่อไปนี้ กินโปรตีนมากขึ้น แต่ไม่เพิ่มสารอาหารประเภทอื่น การบริโภคโปรตีนมากขึ้น แต่ไม่เพิ่มสารอาหารอื่นและไม่ออกกำลังกายเพิ่ม อาจไม่ช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ และอาจทำให้ระบบร่างกายอื่นๆ ของคุณอยู่ภายใต้ความเครียดเสียด้วยซ้ำ กินโปรตีนมากขึ้น และเพิ่มสารอาหารประเภทอื่นด้วย งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ Journal of the American Geriatrics Society ให้ข้อมูลว่า การกินโปรตีนเพิ่มขึ้น และเพิ่มปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับต่อวัน ขณะที่รักษาการออกกำลังกายในระดับเท่าเดิม สามารถเพิ่มระดับไขมันและกล้ามเนื้อในร่างกายในปริมาณเท่ากัน นอกจากนี้ งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ JAMA Internal Medicine ได้ทดลองในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ชาย 92 คน ในช่วงอายุ […]


โรคอ้วน

คนอ้วน เจ็บเท้า บรรเทาอาการอย่างไร และเมื่อไหร่ที่ต้องกังวล

เท้าเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องรับน้ำหนักทั้งร่างกาย จึงไม่แปลกเลยที่เมื่อคุณน้ำหนักมากขึ้น หรือความอ้วน จะทำให้เท้าต้องรับน้ำหนักมากขึ้น จนอาจเกิดปัญหาตามมา นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินจนก่อให้เกิดอาการ เจ็บเท้า วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาดูสาเหตุที่ทำให้ คนอ้วน มีอาการ เจ็บเท้า และวิธีการบรรเทาอาการกัน สาเหตุที่ทำให้ คนอ้วน มีอาการ เจ็บเท้า การมีน้ำหนักเกินทำให้คุณเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่าง ๆ ที่สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บเท้าได้ เช่น โรคเกาต์ โรคเกาต์ เกิดจากการสะสมของ กรดยูริก ในบริเวณข้อต่อต่าง ๆ เช่น ข้อเท้า ทำให้เกิดอาการปวดแบบเจ็บแปลบ และอาการปวดรุนแรง โดยเฉพาะในบริเวณหัวแม่เท้า ซึ่งโรคอ้วนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเกาต์ได้เนื่องจากอาจทำให้เกิดภาวะกรดยูริกสูง ภาวะปลายประสาทอักเสบ (Peripheral Neuropathy) ความอ้วน เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ซึ่งหากควบคุมโรคเบาหวานไม่ดี อาจส่งผลให้เกิดภาวะปลายประสาทอักเสบ ที่ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณส่วนปลายลดลง ทำให้เกิดอาการชา และเมื่อเวลาเกิดแผลก็อาจจะไม่ค่อยรู้สึกและไม่ได้ทำการรักษา นำไปสู่การติดเชื้อรุนแรง และอาจนำไปสู่การตัดขาได้ โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย (Peripheral Artery Disease) โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย เป็นโรคที่เกิดจากการสะสมคราบพลัค (Plaque) ในผนังหลอดเลือดแดงที่ขา ซึ่งส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดไปยังเท้าลดลง ค่าดัชนีมวลกายเพิ่มขึ้น งานวิจัยที่ศึกษาเรื่องโรคอ้วน อาการเจ็บเท้า และความผิดปกติของเท้าในผู้ชายและผู้หญิงสูงอายุ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เกลือหิมาลัย กับประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ

เกลือหิมาลัย หรือเกลือหิมาลายัน มีสีชมพูเพราะมีไอเอิร์นออกไซด์เป็นส่วนประกอบ เป็นเกลือธรรมชาติซึ่งอาจมีประโยชน์สุขภาพมากมาย เพราะมีแร่ธาตุและสารอาหารรองมากถึง 84 ชนิด มีปริมาณโปแตสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และเหล็กมากกว่าเกลือทั่วไป ทั้งยังช่วยรักษาระดับของเหลวในร่างกาย ช่วยให้กระดูกแข็งแรง และป้องกันไม่ให้เป็นตะคริว เป็นต้น ทำความรู้จักกับเกลือหิมาลัย เกลือหิมาลัย หรือเกลือหิมาลายัน มีแหล่งกำเนิดอยู่ที่เทือกเขาหิมาลัยในประเทศปากีสถาน มีสีชมพูเพราะมีไอเอิร์นออกไซด์ (Iron oxide) เป็นส่วนประกอบ เกลือหิมาลัยจัดว่าเป็นเกลือบริสุทธิ์ เชื่อกันว่าเกิดจากการระเหยและตกผลึกของน้ำทะเลยุคโบราณเมื่อหลายล้านปีก่อน ผ่านการสกัดด้วยมือและไม่มีการเติมสารเคมีหรือสารปรุงแต่งใด ๆ จึงเป็นธรรมชาติและมีแร่ธาตุมากกว่าเกลือที่ใช้กันอยู่ทั่วไป นอกจากจะใช้ประกอบอาหารแล้ว เกลือหิมาลัยยังนิยมนำมาทำเป็นโคมไฟหรือสร้างเป็นถ้ำเกลือหิมาลัยเพื่อช่วยขจัดเชื้อโรคในอากาศ ทำให้ปอดมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ประโยชน์ของเกลือหิมาลัย หลายคนเชื่อว่าการบริโภคเกลือหิมาลัยเป็นประจำจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น เพราะมีประโยชน์มากมาย ดังนี้ ช่วยรักษาระดับของเหลวในร่างกาย ช่วยปรับสมดุลค่าความเป็นกรดด่าง (pH balance) ในเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์สมอง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และชะลอวัย ช่วยดูดซึมอนุภาคอาหาร (Food Particles) ในลำไส้ ช่วยให้สมอง กล้ามเนื้อ และระบบประสาททำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้ระบบทางเดินหายใจ รวมถึงสุขภาพไซนัสดีขึ้น ช่วยควบคุมความดันโลหิต ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันไม่ให้เป็นตะคริว กระตุ้นความต้องการทางเพศ ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง ช่วยให้นอนหลับสนิท แม้ประโยชน์บางข้อจะยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยที่ออกมายืนยันว่าเป็นความจริงหรือไม่ แต่ก็ทำให้เกลือหิมาลัยได้รับความนิยมแพร่หลายขึ้นในปัจจุบัน เกลือหิมาลัยดีกว่าเกลือบริโภคทั่วไปจริงหรือ หลายคนเชื่อว่า เกลือหิมาลัยอาจมีประโยชน์สุขภาพมากมาย เพราะมีแร่ธาตุและสารอาหารรองมากถึง 84 ชนิด มีปริมาณโปแตสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และเหล็กมากกว่าเกลือทั่วไป แต่มีปริมาณโซเดียมน้อยกว่า คือ ในปริมาณ 1 กรัมเท่ากัน […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน