โรคทางเดินหายใจ

ระบบทางเดินหายใจ มีส่วนสำคัญในการทำงานตามปกติของร่างกาย ดังนั้น คุณจึงควรเรียนรู้วิธีการรักษาสุขภาพของระบบทางเดินหายใจของคุณให้แข็งแรง ห่างไกลจากความเจ็บป่วย เรียนรู้เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ รวมถึง โรคทางเดินหายใจ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคทางเดินหายใจ

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มาป้องกันตัวเองจาก ไข้หวัดช่วงหน้าฝน กันเถอะ

พอเข้าสู่หน้าฝน หลายคนมักเริ่มมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม หรือเจ็บคอได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกบ่อย อากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว ร่างกายเปียกชื้นจากการโดนฝน หรืออยู่ในพื้นที่แออัดที่อากาศถ่ายเทไม่ดี อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ ไข้หวัด ซึ่งเป็นหนึ่งใน โรคที่มากับหน้าฝน ที่พบได้บ่อย แม้ว่าโดยทั่วไป อาการของไข้หวัดมักจะไม่รุนแรง และดีขึ้นได้เอง แต่หากดูแลอย่างไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลให้ป่วยนานขึ้น หรือแพร่เชื้อให้คนรอบตัวได้ ดังนั้น บทความนี้จะมาแนะนำวิธีการดูแลและป้องกันตัวเองจากไข้หวัด ไข้หวัดคืออะไร ทำไมพบบ่อยช่วงหน้าฝน ไข้หวัด หรือไข้หวัดธรรมดา เป็นการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน เช่น จมูก คอ และโพรงจมูก โดยสามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดู แต่ในช่วงหน้าฝนมักพบได้บ่อยขึ้น เพราะอากาศเปลี่ยนแปลง ความชื้นสูง และหลายคนใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ปิดหรือพื้นที่คนหนาแน่นมากขึ้น ทำให้มีโอกาสสัมผัสเชื้อจากคนรอบตัวได้ง่ายกว่าเดิม แม้ว่าการโดนฝนอาจจะไม่ได้ทำให้เป็นไข้หวัดโดยตรง แต่หากเราเปียกฝนจนร่างกายเย็น ก็อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลง และเปิดรับเชื้อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพออย่างคนวัยทำงาน ก็จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้น  อาการไข้หวัดที่พบบ่อย อาการของไข้หวัดมักจะเกิดขึ้นภายใน 1-3 วันหลังได้รับเชื้อ โดยจะเริ่มจากอาการเล็ก ๆ เช่น เจ็บคอ คัดจมูก แล้วจึงค่อยมีอาการอื่นตามมา อาการที่ควรสังเกต คัดจมูก น้ำมูกไหล มักเป็นน้ำมูกใสในช่วงแรก ไอ จาม เจ็บคอ หรือคอแห้ง […]

หมวดหมู่ โรคทางเดินหายใจ เพิ่มเติม

สำรวจ โรคทางเดินหายใจ

ไข้หวัด

ปากเปื่อยร้อนใน มีสาเหตุจากโรคไข้หวัดจริงหรือ

หลายคนอาจพบว่า เวลาตัวเองไม่สบาย เป็นหวัด มักจะมีแผลปากเปื่อยร้อนในเกิดขึ้นด้วย จนอาจทำให้สงสัยว่า แผลปากเปื่อยร้อนในมีสาเหตุมาจากโรคไข้หวัดใช่ไหม ปากเปื่อยร้อนในกับโรคไข้หวัดเกี่ยวข้องกันอย่างไร ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอจึงได้นำเรื่องเกี่ยวกับแผล ปากเปื่อยร้อนใน มาฝากกัน [embed-health-tool-bmi] ความเกี่ยวข้องระหว่าง ปากเปื่อยร้อนใน กับโรคไข้หวัด ความจริงแล้ว ปากเปื่อยร้อยใน หรือที่เรียกว่า “Fever Blisters” ไม่ได้เกิดจากโรคไข้หวัด แต่เกิดจากไวรัสเริม (Herpes) โดย แผลปากเปื่อยร้อนใน เกิดจากไวรัส HSV-1 ในขณะที่ไวรัส HSV-2 เป็นสาเหตุของการเกิดแผลที่บริเวณอวัยวะเพศ ความจริงแล้ว เกือบทุกคนมีไวรัส HSV-1 อยู่ในร่างกายตั้งแต่อายุ 10 ปี แต่ไม่ใช่ว่าไวรัส HSV-1 จะแสดงอาการในทุกคน หากคุณติดเชื้อไวรัส HSV-1 ครั้งแรก นอกจาก แผลปากเปื่อยร้อนใน คุณอาจจะพบอาการอื่น ๆ ดังนี้ ไข้ เจ็บคอ ปวดหัว อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองบวม หลังจากการติดเชื้อครั้งแรก คุณอาจจะมีอาการคันบริเวณรอบ ๆ แผลประมาณ […]


โรคหอบหืด

น้ำผึ้งรักษาหอบหืด ความหวานจากธรรมชาติ ช่วยได้จริงหรือไม่

น้ำผึ้ง เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ทั้งยังมีส่วนช่วยรักษาอาการหวัดและไข้หวัดใหญ่ นอกจากนี้ บางคนยังใช้น้ำผึ้งสำหรับบรรเทาอาการไอและอาการเจ็บคออีกด้วย แต่ก็มีข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งเชื่อว่า “น้ำผึ้งรักษาหอบหืด” ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่จะมาช่วยไขความกระจ่างว่าแท้จริงแล้ว น้ำผึ้งมีคุณสมบัติช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการหอบหืดหรือไม่ น้ำผึ้งรักษาหอบหืด ได้จริงหรือไม่ น้ำผึ้ง ถูกใช้เป็นยาเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ตามธรรมชาติมานานหลายปี ด้วยคุณสมบัติที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยต่อสู้กับการอักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกาย และมีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ที่สำคัญน้ำผึ้งมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยหอบหืด ตรงที่มีส่วนช่วยควบคุมอาการไอ น้ำผึ้งยังช่วยเพิ่มการผลิตน้ำลาย ซึ่งมีส่วนช่วยหล่อลื่นทางเดินหายใจ และช่วยลดอาการระคายเคืองในลำคอ นอกจากนี้ยังช่วยระงับอาการไอในตอนกลางคืน น้ำผึ้ง มีแนวโน้มที่จะเป็นประโยชน์มากที่สุดสำหรับ โรคหอบหืดในเวลากลางคืน เพราะช่วยลดอาการไอและอาการแน่นหน้าอก การศึกษาปี 2555 ในเด็กอายุ 1-5 ปี จำนวน 300 คนที่มีการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน โดยนักวิจัยให้ น้ำผึ้งจากผลไม้รสเปรี้ยว น้ำผึ้งจากต้นยูคาลิปตัส และน้ำผึ้งจากพืชตระกูล Labiatae ส่วนคนอื่น ๆ ได้รับยาหลอก จากผลการวิจัยพบว่า เด็กที่ได้รับน้ำผึ้ง มีส่วนจะช่วยบรรเทาอาการไอในตอนกลางคืน ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ในปี 2555 ได้ทำการศึกษา ผลการทดลองทางคลินิก […]


โรคทางเดินหายใจ

หายใจไม่ออก สาเหตุ และวิธีทำให้หายใจสะดวกขึ้น

หายใจไม่ออก เป็นปัญหาระบบทางเดินหายใจที่มักเกิดขึ้นเวลาเหนื่อยมาก ๆ หรืออยู่ในบริเวณที่ไม่เอื้อต่อการหายใจ เช่น สถานที่แคบ สถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทน้อย อาการดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่สาเหตุอาจแตกต่างกันไป เช่น บางคนอาจมีอาการหายใจไม่ออกเพราะเหนื่อยจากการออกกำลังกาย ขณะที่บางคนอาจหายใจไม่ออกเนื่องจากปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหอบหืด อย่างไรก็ตาม หากรู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง อาจบรรเทาอาการหายใจไม่ออก และช่วยให้หายใจสะดวกขึ้นได้ [embed-health-tool-heart-rate] หายใจไม่ออก เกิดจากอะไร อาการหายใจไม่ออก คือ ภาวะทางสุขภาพที่ทำให้หายใจไม่สะดวก หายใจลำบาก หายใจได้น้อย ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่อาการวิตกกังวล ไข้หวัด ความเครียด การออกกำลังกาย รวมถึงอาการสุขภาพต่าง ๆ ดังนี้ อาการทางสุขภาพเกี่ยวกับปอด โรคหอบหืด ปอดอักเสบ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูง ฝาปิดกล่องเสียงอักเสบเฉียบพลัน อาการทางสุขภาพเกี่ยวกับหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หัวใจเต้นผิดจังหวะ วิธีบรรเทาอาการหายใจไม่ออก วิธีเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาอาการหายใจไม่ออก และช่วยให้หายใจสะดวกขึ้นได้ หายใจออกทางปาก หากมีอาการหายใจไม่ออก อาจลองหายใจเข้าทางจมูก และหายใจออกทางปาก วิธีนี้จะช่วยควบคุมการหายใจให้ถี่ขึ้นหรือช้าลงได้ตามต้องการ  วิธีทำ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อคอและไหล่ ปิดปากไว้ และหายใจเข้าทางจมูกช้า ๆ 2 ครั้ง ห่อปากคล้ายกำลังผิวปาก ค่อย […]


ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

หายใจมีเสียงวี้ด เป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพหรือเปล่า?

หากคุณสังเกตการหายใจของตัวเอง แล้วพบว่าตนเอง หายใจมีเสียงวี้ด คุณควรจะต้องไปพบคุณหมอ เพื่อวินิจฉัยสิ่งที่เกิดขึ้น จะได้รักษาอาการได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที เพราะอาการหายใจมีเสียงวี้ดนั้น อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพ แต่การ หายใจมีเสียงหวีด จะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอะไรบ้าง ในวันนี้ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน [embed-health-tool-heart-rate] อาการหายใจมีเสียงวี้ด (Wheezing) เป็นอย่างไร หายใจมีเสียงวี้ด (Wheezing) เป็นการหายใจที่มีการส่งเสียงคล้ายนกหวีดออกมา ซึ่งเสียงที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลมาจากอากาศที่เคลื่อนผ่านทางเดินหายใจที่แคบ โดยโรคหอบหืดจะพบอาการ หายใจมีเสียงหวีด บ่อยที่สุด แต่ก็ไม่ใช่แค่โรคหอบหืดเท่านั้นที่จะมีอาการนี้ อาการหายใจมีเสียงหวีด อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะต่าง ๆ ตั้งแต่ปัญหาเล็กน้อย เช่น การหายใจในอากาศเย็น ไปจนถึงอาการที่ร้ายแรงบางอย่าง เช่น อาการแพ้อย่างรุนแรง สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องจำไว้ก็คือ หายใจมีเสียงวี้ด เป็นเรื่องที่ไม่ปกติ เวลาหายใจเข้าและออกคุณพยายามสังเกตตัวเองให้ดี ๆ หากหายใจมีเสียงวี้ดแทรก อยู่เรื่อย ๆ หรือมีอาการที่แย่ลง คุณควรไปพบคุณหมอ เพื่อเข้ารับการวินิจิยฉัยถึงสาเหตุที่ส่งผลต่อการจำกัดทางเดินหายใจของคุณจะเป็นการดีที่สุด สาเหตุของอาการหายใจมีเสียงวี้ด การตีบของทางเดินหายใจ หรือที่เรียกว่า “การอุดตันของทางเดินหายใจ หรือทางเดินหายใจมีสิ่งกีดขวาง” มักเกิดขึ้นในหลอดลมขนาดเล็ก ในบางกรณีอากเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งรวมถึงหลอดลมคอ (Trachea) หลอดลมขั้วปอด (Bronchi) หรือสายเสียง (Vocal Cords) […]


โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด

ลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (Pulmonary embolism)

ลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (Pulmonary embolism) หมายถึงการที่มีลิ่มเลือดไปอุดกั้นในหลอดเลือดที่อยู่ภายในปอด โดยปกติแล้วลิ่มเลือดที่มาอุดตันนี้มักจะมาจากบริเวณส่วนขา แต่ก็สามารถเกิดขึ้นจากส่วนอื่น ๆ ได้เช่นกัน คำจำกัดความลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด คืออะไร ลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (Pulmonary embolism) หมายถึงการที่มีลิ่มเลือดไปอุดกั้นในหลอดเลือดที่อยู่ภายในปอด โดยปกติแล้วลิ่มเลือดที่มาอุดตันนี้มักจะมาจากบริเวณส่วนขา แต่ก็สามารถเกิดขึ้นจากส่วนอื่น ๆ ได้เช่นกัน ลิ่มเลือดนี้จะไปปิดกั้นการไหลเวียนของเลือดเข้าสู่ปอด ทำให้เลือดไม่สามารถเข้าไปเลี้ยงปอดได้ ทำให้ขาดออกซิเจน และอาจทำให้ปอดและอวัยวะอื่น ๆ เกิดความเสียหายได้ หากลิ่มเลือดที่มาอุดกั้นนั้นมีขนาดใหญ่ เกิดหลายจุดพร้อมกัน หรือไม่ทำการรักษาให้ดี อาจทำให้ปอดเสียหายอย่างถาวร หรือทำให้เสียชีวิตได้ ลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดพบได้บ่อยเพียงใด โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ลิ่มเลือด หรือผู้สูงอายุ อาจจะมีความเสี่ยงมากกว่าผู้อื่น อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรับมือได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด อาการของโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด อาจจะแตกต่างกันออกไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น ขนาดของลิ่มเลือด ลักษณะการอุดตัน หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ แต่มีอาการที่พบได้บ่อยดังต่อไปนี้ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก มีอาการคล้ายกับหัวใจจะวาย มีอาการไอ มีเลือดปนในเสมหะ หัวใจเต้นผิดปกติ วิงเวียน หน้ามืด เหงื่อออกมาก เป็นไข้ ขาบวม หรือปวดขา สีผิวคล้ำลง หรือเปลี่ยนสี ควรไปพบหมอเมื่อใด การวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้อาการไม่รุนแรงขึ้น และช่วยป้องกันภาวะฉุกเฉินอื่น ๆ ดังนั้น จึงควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วเพื่อป้องกันอาการรุนแรงไม่ให้เกิดขึ้น หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ […]


ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide) ก๊าซพิษอันตรายที่มองไม่เห็น

คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide หรือ CO) เป็นก๊าซพิษอันตรายที่มองไม่เห็น แต่หากเคยได้ยินข่าว คนนอนเสียชีวิตในรถ เพราะว่าจอดรถนอนข้างทาง โดยเปิดเครื่องไว้ ไม่ยอมดับเครื่องยนต์ แล้วเกิดข้อสงสัยว่า การนอนหลับโดยสตาร์ทรถไว้มันอันตรายอย่างไร ทำไมเขาถึงเสียชีวิต สาเหตุนั้นก็มาจากคาร์บอนมอนอกไซด์นั่นเอง [embed-health-tool-bmi] คาร์บอนมอนอกไซด์ คืออะไร คาร์บอนมอนอกไซด์  เป็นก๊าซไร้สี ไร้กลิ่น ชนิดหนึ่ง ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดการเผาไหม้เชื้อเพลิง เช่น เตาผิง เตาแก๊สทำอาหาร รถยนต์ หรือแม้กระทั่งควันบุหรี่ เมื่อเราสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปในร่างกาย ก๊าซนี้ก็จะไปแทนที่ออกซิเจนในเลือด และทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ แหล่งของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่พบได้บ่อย ได้แก่ สีย้อมผ้า เครื่องทำน้ำอุ่นแบบเตาแก๊ส ฮีตเตอร์ รถยนต์ เตาแก๊สทำอาหาร เตาผิง เตาถ่านปิ้งย่าง ควันบุหรี่ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์นั้นเป็นก๊าซที่สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน และคนส่วนใหญ่มักจะเผลอสูดดมก๊าซนี้เข้าไปโดยไม่รู้ตัวกันอยู่บ่อยครั้ง เพียงแต่ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่เจอในชีวิตประจำวันนั้นอาจจะไม่มีปริมาณมากพอที่จะทำอันตรายต่อร่างกายได้นั่นเอง อันตรายจากคาร์บอนมอนอกไซด์ แม้ว่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่สามารถพบได้ในชีวิตประจำวันนั้นจะมีปริมาณไม่มากพอที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่หากอยู่ในพื้นที่ปิด ไม่มีอากาศถ่ายเท เช่น ในห้องอับที่ปิดหน้าต่าง หรือในรถยนต์ ก็อาจทำให้มีโอกาสสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว และทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพหรือชีวิตได้ ออกซิเจนนั้นมีความสำคัญต่างอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น สมอง หัวใจ หรืออวัยวะอื่น ๆ เมื่อสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปในปริมาณมาก ก๊าซนั้นจะจะเข้าไปแทนที่ออกซิเจนที่อยู่ในเซลล์เม็ดเลือดแดง […]


ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

คาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ (Carbon Monoxide Poisoning)

คาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ (Carbon monoxide poisoning) หมายถึงภาวะที่เกิดขึ้น เมื่อเราสูดดมเอาก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปมากเกินไป จนทำให้ระดับของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในเลือดสูง คำจำกัดความคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ คืออะไร คาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ (Carbon monoxide poisoning) หมายถึงภาวะที่เกิดขึ้น เมื่อเราสูดดมเอาก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปมากเกินไป จนทำให้ระดับของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในเลือดสูง ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์นี้จะเข้าไปแทนที่ออกซิเจนภายในเซลล์เม็ดเลือดแดง และทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ อวัยวะ และอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้ เราสามารถพบก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น ท่อไอเสียของรถยนต์ ฮีตเตอร์ เตาถ่านปิ้งย่าง เครื่องยนต์ของรถยนต์ เครื่องปั่นไฟฟ้า เตาแก๊สทำอาหาร การสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในปริมาณเล็กน้อยนั้นอาจจะไม่ทำให้เกิดอันตรายอะไร แต่หากคุณได้รับก๊าซนี้ในปริมาณมาก เช่น จากการเผาถ่านในห้องอับ หรือเปิดเครื่องรถยนต์ไว้แล้วจอดนอนอยู่กับที่ ก็อาจทำให้ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์สะสมอยู่มากเกินไป จนกลายเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ คาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษพบบ่อยแค่ไหน ภาวะคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องทำงานเกี่ยวกับเครื่องยนต์ หรือเตาถ่านในบริเวณที่เป็นห้องอับ ไม่มีอากาศถ่ายเท หรือผู้ที่ต้องเดินทางไกลด้วยรถยนต์ และจอดนอนพักในรถยนตร์โดยติดเครื่องยนต์ไว้ อาการอาการของคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ อาการที่พบได้บ่อยมีดังต่อไปนี้ ปวดหัวตื้อ ๆ วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน หายใจไม่ออก สับสน มองเห็นไม่ชัด ตาพร่า หมดสติ ภาวะคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษนั้นจะมีอันตรายมากกับผู้ที่หมดสติ หรือผู้ที่มึนเมา เพราะอาจเกิดความเสียหายต่อสมอง หรือเสียชีวิตได้ ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัวกันเสียอีก ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด สัญญาณเตือนของภาวะคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษนั้นอาจจะมองออกค่อนข้างยาก หากคุณสังเกตพบว่าคุณหรือคนรู้จักอาจจะมีอาการของภาวะคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ ควรรีบระบายอากาศโดยรอบ และนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลในทันที หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการของโรคโปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุสาเหตุของคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ ภาวะคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษนั้นเกิดจากการที่ที่เราสูดดมเอาก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปมากจนเกินไป จนส่งผลกระทบต่อร่างกาย ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์นั้นเกิดขึ้นจากการที่เชื้อเพลงต่าง ๆ เช่น แก๊ส น้ำมัน ถ่าน หรือไม้ เผาไหม้อย่างไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังอาจเกิดขึ้นจากการทำงานของเครื่องยนต์ การทำอาหาร หรือเผาฟืน แม้ว่าตามปกติแล้วกระบวนการเหล่านี้จะไม่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในปริมาณที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่หากในบริเวณนั้นเป็นห้องอับ อากาศไม่ถ่ายเท […]


โรคถุงลมโป่งพอง

ถุงลมโป่งพอง โรคอันตรายในระบบทางเดินหายใจ ที่แม้ไม่สูบบุหรี่ก็มีโอกาสเป็นได้

ถุงลมโป่งพอง เป็นอาการทางสุขภาพที่เกิดจากสาเหตุหลักอย่างการสูบบุหรี่ ดังที่เรามักจะเห็นจากการรณรงค์ผ่านสื่อสาธารณะ วิดิโอ ภาพ หนังสือ หรือคู่มือสุขภาพต่าง ๆ ว่าให้เลิกสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่เสี่ยงเป็นถุงลมโป่งพอง แต่รู้หรือไม่ว่า โรคถุงลมโป่งพอง ไม่ต้องสูบบุหรี่ก็มีโอกาสเสี่ยงได้เหมือนกัน แต่อะไรบ้างที่ทำให้เราเสี่ยงเป็นถุงลมโป่งพอง Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝากทุกท่านในบทความนี้ค่ะ ถุงลมโป่งพอง คืออะไร ถุงลมโป่งพอง หรือ โรคถุงลมโป่งพอง (Emphysema) เป็นหนึ่งในภาวะสุขภาพของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ผู้ที่มีอาการของโรคถุงลมโป่งพองจะหายใจถี่และสั้น เนื่องมาจากถุงลมและผนังถุงลมถูกทำลายจนเสื่อมสภาพ จึงเกิดการอุดกั้นอากาศ อากาศเก่าก็จะถูกกักเก็บเอาไว้ในถุงลมจนไม่เหลือพื้นที่ให้กับออกซิเจนใหม่ที่เข้ามา เวลาที่หายใจออกจึงมีอากาศตกค้างอยู่ภายในถุงลม เมื่อจะหายใจเข้าก็จะหายใจได้ไม่เต็มที่เนื่องจากอากาศที่ตกค้างอยู่ภายในถุงลมมีมากเกินไป จนไม่สามารถกักเก็บเอาอากาศใหม่เข้าไปได้ ทำให้เวลาหายใจจะรู้สึกเหนื่อยหอบ หายใจถี่สั้น และมีอาการไอร่วมด้วย สาเหตุของ ถุงลมโป่งพอง โรคถุงลมโป่งพอง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ การสูบบุหรี่ แม้ว่าโดยทั่วไป โรคถุงลมโป่งพอง มักจะมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ หรือสูบบุหรี่ติดต่อกันเป็นเวลานาน แต่แพทย์ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเหตุใดการสูบบุหรี่จึงทำให้เป็นโรคถุงลมโป่งพอง แต่เป็นไปได้ว่าสารเคมีและสารพิษในบุหรี่มีส่วนในการทำลายปอด ผนังปอด ถุงลม รวมถึงผนังของถุงลมด้วย อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่เป็นที่ชัดเจนในแง่ที่ว่าบุหรี่ทำให้เป็นถุงลมโป่งพองได้อย่างไร แต่ผลการวิจัยและผลการศึกษาจากหลายสถาบันพบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นถุงลมโป่งพองมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ สูงถึง 6 เท่าเลยทีเดียว ภาวะขาดแคลนAAT เอเอที (AAT) หรือ Alpha-1 antitrypsin เป็นโปรตีนธรรมชาติที่อยู่ในเลือดของเรา […]


ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

ภาวะพร่องออกซิเจน (Hypoxia)

ภาวะพร่องออกซิเจน (Hypoxia) เกิดขึ้นเมื่อระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าปกติ เลือดไม่สามารถนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของเนื้อเยื่อในร่างกายได้  ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการไอ ผิวหนังเปลี่ยนสี ระบบหายใจผิดปกติ เป็นต้น คำจำกัดความภาวะพร่องออกซิเจน (Hypoxia) คืออะไร ภาวะพร่องออกซิเจน (Hypoxia) เกิดขึ้นเมื่อระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าปกติ เลือดไม่สามารถนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของเนื้อเยื่อในร่างกายได้  ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการไอ ผิวหนังเปลี่ยนสี ระบบหายใจผิดปกติ เป็นต้น ภาวะพร่องออกซิเจน พบได้บ่อยแค่ไหน ภาวะพร่องออกซิเจนสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน  โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจและปอด โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง และโรคหลอดลมอักเสบ เป็นต้น อาการอาการของภาวะพร่องออกซิเจน ผู้ป่วยที่อยู่ภาวะพร่องออกซิเจน จะมีอาการดังต่อไปนี้ ปวดศีรษะ หายใจถี่ หัวใจเต้นเร็ว ไอ หายใจไม่ออก รู้สึกสับสน เหงื่อออก ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุสาเหตุของของภาวะพร่องออกซิเจน โดยปกติปอดจะต้องสูดลมอากาศแลกเปลี่ยนออกซิเจนกับคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อให้เพียงพอต่อการหายใจ มีการไหลเวียนเลือดไปยังปอดและนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยภาวะพร่องออกซิเจนนั้นเกิดจากหลายสาเหตุและหลายปัจจัย ดังนี้ โรคโลหิตจาง กลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (Acute Respiratory Distress Syndrome หรือ ARDS) โรคหอบหืด ความบกพร่องของหัวใจแต่กำเนิด โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง โรคปอดอักเสบ อาการบวมน้ำในปอด เส้นเลือดอุดตันในปอด หยุดหายใจขณะหลับ การวินิจฉัยและการรักษาข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม การวินิจฉัยภาวะพร่องออกซิเจน  ในการวินิจฉัย แพทย์จะทำการตรวจร่างกายฟังเสียงหัวใจและปอดของผู้ป่วย เพื่อดูสัญญาณความผิดปกติ รวมถึงการวินิจฉัยอื่น ๆ เพื่อตรวจสอบระดับออกซิเจนในร่างกาย ดังนี้ ตรวจวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Pulse oximetry) แพทย์จะใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์หนีบที่ปลายนิ้วเพื่อดูปริมาณออกซิเจนในเลือด ทดสอบหลอดเลือดแดง […]


โรคหอบหืด

ชาบรรเทาอาการหอบหืด ดื่มแล้วช่วยให้หายใจโล่งขึ้น

“ชา” ถือเป็นเครื่องดื่มในดวงใจของใครหลายๆ คน เนื่องจากมีให้เลือกหลายชนิด ชาบางชนิดนอกจากจะมีกลิ่นหอม เมื่อดื่มแล้วยังช่วยทำให้ผ่อนคลายได้อีกด้วย มากไปกว่านั้นแล้ว ชาบางชนิดยังสามารถช่วยบรรเทาอาการหอบหืด และทำให้หายใจได้โล่งขึ้นอีกด้วย แต่ ชาบรรเทาอาการหอบหืด จะมีอะไรบ้าง  Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกันในบทความนี้ โรคหอบหืด เป็นอย่างไร โรคหอบหืด (Asthma) ถือเป็นโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อเยื่อบุทางเดินหายใจ ซึ่งการป่วยเป็นโรคหอบหืดนั้นอาจจะส่งผลทำให้คุณมีอาการต่างๆ เช่น หายใจถี่ หายใจเสียงดังฮืดๆ ไอ และแน่นหน้าอก สำหรับการรักษาโรคหอบหืดนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แต่ ชาบรรเทาอาการหอบหืด ก็เป็นหนึ่งในวิธีทางเลือกที่จะช่วยบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้ด้วยการใช้สมุนไพรเข้ามาช่วยนั่นเอง ซึ่งชาที่ช่วยบรรเทาอาหารหอบหืดนั้น มีดังนี้ ชาบรรเทาอาการหอบหืด ที่คุณควรรู้จัก ชาขิง ขิง (Ginger) ถือเป็นเครื่องเทศที่เต็มไปด้วยสารอาหารและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับประโยชน์ต่างๆ ที่มีต่อร่างกาย เช่น ลดการอักเสบ บรรเทาอาการคลื่นไส้ และลดระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้จากการวิจัยบางชิ้นยังบ่งชี้ให้เห็นว่า ขิงอาจช่วยบรรเทาอาการหอบหืดได้อีกด้วย จากการศึกษาในหลอดทดลองโดยใช้เซลล์ของมนุษย์ บ่งชี้ว่า สารประกอบในขิง เช่น จินเจอรอล (Gingerol) และสารประกอบโชกาออล (Shogaols) อาจช่วยบรรเทาอาหารหอบหืด โดยลดการอักเสบของทางเดินหายใจได้ ชาขิง นั้นทำได้โดยการนำรากของต้นขิงมาต้ม โดยคุณสามารถซื้อ ชาขิง ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือจะชงกินเองที่บ้านก็ได้ เพียงนำขิงที่ปลอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน