home

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

นอกจากโรคเบาหวานจะสร้างปัญหาให้กับสุขภาพแล้ว ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ป่วยเบาหวานไม่อาจมองข้าม เพราะหากจัดการได้ไม่มี อาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ว่าเป็นอย่างไร และจะรับมือได้อย่างไรบ้าง ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

เบาหวาน เกิดจากตับอ่อนไม่อาจผลิตอินซูลินให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จนส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น นำไปสู่การเกิดภาวะ หนังหุ้มปลายอักเสบ ในเพศชาย นอกจากนี้ยังอาจทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ส่งผลกระทบต่อการมีเพศสัมพันธ์ เบาหวาน ทำให้ หนังหุ้มปลายอักเสบ ได้อย่างไร เบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังที่อาจส่งผลทำให้ผู้ชายเสี่ยงเป็นหนังหุ้มปลายอักเสบจากการติดเชื้อราแคนดิดา (Candida) และแบคทีเรียที่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณผิวหนังส่วนปลายที่ปิดปกคลุมอวัยวะเพศ เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ดี อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดที่แฝงอยู่ในปัสสาวะพุ่งขึ้นสูงตาม เมื่อปัสสาวะที่เต็มไปด้วยน้ำตาล ไหลผ่านใต้หุ้มหนังปลายอวัยวะเพศ อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์ ที่ส่งผลให้หนังหุ้มปลายอักเสบ และอาจก่อให้เกิดเนื้อบริเวณหนังหุ้มปลายเน่าตาย ที่ควรได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ เบาหวานยังอาจส่งผลให้ระบบทางเดินปัสสาวะติดเชื้อจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การทำงานผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เข้าไปต่อสู้กับเชื้อ การไหลเวียนของเลือดบกพร่อง จนนำไปสู่การสะสมของแบคทีเรียในปัสสาวะทำให้อาจมีหนองปนในปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบและอาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน หรือมีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ดี อาจทำให้ร่างกายต่อสู้กับภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ได้ยากขึ้น สัญญาณเตือนของเบาหวาน และ หนังหุ้มปลายอักเสบ สัญญาณเตือนเบาหวาน และหนังหุ้มปลายอักเสบ อาจสังเกตได้จากอาการเหล่านี้ สัญญาณเตือนของเบาหวาน ได้แก่ กระหายน้ำ รู้สึกหิวตลอดเวลา มองเห็นสิ่งรอบตัวเป็นภาพซ้อน ผิวหนังติดเชื้อ  การติดเชื้อในช่องคลอด เหนื่อยล้าง่าย แผลหายช้า ปัสสาวะบ่อย  สัญญาณเตือนของหนังหุ้มปลายอักเสบ ได้แก่ อวัยวะเพศบวมแดง และมีอาการคัน รู้สึกเจ็บแสบร้อนบริเวณผิวหนังหุ้มปลายที่ได้รับผลกระทบ มีสารคัดหลั่งสีขาว หรือสีเหลืองจับตัวเป็นก้อน มีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ อวัยวะเพศเป็นแผล และอาจมีเลือดออกรอบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ หากมีอาการเจ็บแสบขณะปัสสาวะ […]

หัวข้อ ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน เพิ่มเติม

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทและภาวะขาดเลือด อาจทำให้เกิดแผลที่เท้านอกจากนี้ยังส่งผลให้แผลที่เท้าหายช้ากว่าปกติอีกด้วย บทความนี้ Hello คุณหมอ จึงพาทุกคนมาดูภาวะแทรกซ้อนอย่าง ตาปลาและหนังหนาด้านในผู้ป่วยเบาหวาน กัน จะมีความเกี่ยวข้องและมีวิธีการดูแลสุขภาพเท้าอย่างไร เรามาดูไปพร้อมกันเลย ตาปลาและหนังหนาด้านในผู้ป่วยเบาหวาน  ตาปลาและหนังหนาด้านในผู้ป่วยเบาหวาน เป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพเท้าที่พบได้บ่อย โดยเกิดจากแรงเสียดทานหรือแรงกดทับซ้ำ ๆ เป็นระยะเวลาติดต่อกันนาน ๆ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการสวมใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม เช่น หลวมเกินไป หรือคับเกินไป หากปล่อยให้ ตาปลาและหนังหนาด้าน เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน ๆ โดยไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจส่งผลให้ผิวหนังเกิดการอักเสบ และมีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิด ตาปลาและหนังหนาด้าน ด้วยการดูแลสุขภาพเท้าเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เลือกสวมใส่รองเท้าที่พอดีกับเท้าของตนเอง  ลักษณะอาการตาปลาและหนังหนาด้าน ที่ผู้ป่วยเบาหวานควรรู้ หากผู้ป่วยเบาหวานมีอาการดังต่อไปนี้  นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณมีลักษณะอาการ ตาปลาและหนังหนาด้าน  ผิวหนังมีลักษณะหนา แข็ง และหยาบกร้าน ผิวเป็นขุยแห้ง มีลักษณะผิวคล้ายกับขี้ผึ้ง กดแล้วรู้สึกเจ็บภายใต้ผิวหนัง จัดการตาปลาและหนังหนาด้าน ด้วยการเลือกสวมใส่รองเท้าที่เหมาะสม รู้หรือไม่คะว่ารองเท้าแต่ละแบบมีรูปแบบการกดทับที่เท้าต่างกัน หากเท้าเกิดการกดทับซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด ตาปลาและหนังหนาด้าน ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานจึงต้องเลือกสวมใส่รองเท้าที่เหมาะสม โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เลือกรองเท้าที่สวมใส่สบายและมีขนาดพอดีกับเท้า ไม่คับเกินไป หรือหลวมเกินไป หากซื้อรองเท้ามาใหม่ ให้สวมใส่อย่างน้อย 2-3 […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

อาการบวมส่วนปลาย (Peripheral Edema) เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานมักมีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท ระบบหมุนเวียนเลือด จึงทำให้เกิดอาการบวมและเป็นแผลได้ง่าย ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานจึงต้องให้ความสำคัญในดูแลแผล และควบคุมอาการบวม แต่จะมีวิธีการรับมืออย่างไร ติดตามอ่านได้ในบทความ Hello คุณหมอ  อาการบวมส่วนปลาย ในผู้ป่วยเบาหวาน  อาการบวมส่วนปลาย (Peripheral Edema) เกิดจากความดันที่เพิ่มขึ้น จนทำให้น้ำรั่วออกมาจากเส้นเลือดฝอยออกมาสู่บริเวณเนื้อเยื่อโดยรอบ ทำให้ผิวหนังเกิดอาการบวมตึง และมีลักษณะบุ๋มลงไป แต่ในผิวผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีลักษณะบุ๋ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการในแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม อาการบวมสามารถขึ้นได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณขา หน้าท้อง ปอด แต่ส่วนใหญ่อาการบวมส่วนปลายมักเกิดขึ้นบริเวณเท้า ข้อเท้า และขา เป็นต้น ซึ่งอาจเกิดเพียงข้างเดียวหรือ 2 ข้างก็ได้ สาเหตุของ อาการบวมส่วนปลายในผู้ป่วยเบาหวาน อาการบวมส่วนปลายในผู้ป่วยเบาหวาน เกิดจากหลายสาเหตุ หลายปัจจัยด้วยกัน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ลิ่มเลือดอุดตันของเส้นเลือดดำ การอักเสบของเนื้อเยื่อ  ถุงน้ำบริเวณใต้ข้อพับเข่าแตก  ระบบหมุนเวียนน้ำเหลืองเกิดการอุดตัน อาการบวมน้ำจากการใช้อินซูลิน  ภาวะอื่น ๆ เช่น ผู้ป่วยเป็นโรคตับ โรคหัวใจ และโรคไตอย่างใดอย่างหนึ่งร่วมด้วย และมีอาการบวมที่เท้าหรือข้อเท้า  ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาแก้อักเสบ ยาฮอร์โมน […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

ภาวะแทรกซ้อนในโรคเบาหวานระดับรุนแรงที่คุณควรระมัดระวัง นั่นก็คือ หลอดเลือดแข็ง เพราะเป็นสาเหตุที่สามารถทำให้คุณถึงขั้นเสียชีวิตได้ เนื่องจาก เลือดไม่อาจเข้าไปหล่อเลี้ยงหัวใจ บทความนี้ Hello คุณหมอ จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับ หลอดเลือดแข็ง ภาวะแทรกซ้อน ที่พบบ่อยในโรคเบาหวาน มาฝากกันค่ะ จะมีวิธีการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างไร เรามาดูไปพร้อมกันเลย ความเชื่อมโยงระหว่าง หลอดเลือดแข็ง และโรคเบาหวาน  ไม่ว่าคุณจะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ก็ล้วนอาจก่อให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งได้ เนื่องจาก มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง และไขมันในเลือดสูงเป็นเวลานาน เพราะการที่คุณมีระดับน้ำตาลสูง และไขมันสะสมมากขึ้นอยู่เรื่อย ๆ อาจส่งผลให้เอนไซม์ลดความสามารถในการย่อยสลาย กลายเป็นคราบพลัคคาโรทีค (Carotid) หรือการก่อตัวของจุลินทรีย์ที่เข้าไปขวางการไหลเวียนในหลอดเลือดจนหลอดเลือดแข็งตัว นำไปสู่การพัฒนาเกี่ยวกับโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดที่รุนแรงขึ้น ได้แก่ โรคหัวใจขาดเลือด ภาวะหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองได้ สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเบาหวาน นำไปสู่ ภาวะหลอดเลือดแข็ง โรคเบาหวานส่วนใหญ่เกิดจากกระบวนการในร่างกายที่เปลี่ยนกลูโคสเป็นพลังงาน โดยมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของอินซูลินที่ผลิตจากตับอ่อนเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะอินซูลินนั้นมีหน้าที่ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่เมื่อใดที่ตับอ่อนเกิดปัญหาไม่สามารถผลิตอินซูลินตามปกติ ก็อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเกินกว่าการควบคุม จนระบบไหลเวียนเลือดเสียหาย และก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ รวมไปถึง หลอดเลือดแข็ง ได้นั่นเอง วิธีป้องกัน หลอดเลือดแข็ง ภาวะแทรกซ้อน ของโรคเบาหวาน สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หากคุณไม่อยากให้ภาวะแทรกซ้อนอย่าง หลอดเลือดแข็ง เข้ามาทำลายสุขภาพของคุณเพิ่มเติม […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

หากใครที่กำลังเป็น โรคไตจากเบาหวาน หรือ เบาหวานลงไต สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่คุณควรตระหนักนั่นคือ การดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำ 5 เคล็ดลับง่าย ๆ ที่คุณควรนำไปปฏิบัติ มาฝากกันค่ะ เพื่อเป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โรคไตจากเบาหวาน คืออะไร? โรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Nephropathy) หรือภาวะที่คุณเข้าใจกันง่าย ๆ ก็คือ "เบาหวานลงไต" เรียกได้ว่าเป็นภาวะรุนแรงเชื่อมโยงกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่สามารพบได้บ่อยถึง 25% ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยมีสาเหตุมาจากความดันโลหิตที่สูง รวมถึงหลอดเลือด และเซลล์ต่าง ๆ ในไตของคุณนั้นถูกทำลาย ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของไตลดลง ไม่สามารถที่จะกรองของเสียออกจากเลือดได้อีกต่อไป จนนำไปสู่ไตวายได้ในที่สุด ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตจากเบาหวาน เบาหวานลงไต นอกจากจะทำลายสุขภาพไตของคุณแล้ว ยังอาจสามารถนำพาโรคอื่น ๆ เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ เป็นต้น มาสู่คุณได้อีกด้วย ทางที่ดีคุณควรเร่งป้องกันตนเองให้พ้นจาก ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ จะเป็นหนทางที่ดีที่สุด การสูบบุหรี่เป็นประจำระยะยาว คอเลสเตอรอลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง นอกจากปัจจัยเสี่ยงข้างต้น […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน คือ โรคที่เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อร่างกายของเรามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และพันธุกรรม จนส่งผลอาจสามารถทำให้คุณมี ภาวะแทรกซ้อน อย่าง โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ ตามมาได้ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย บทความนี้ Hello คุณหมอจึงนำสัญญาณเตือนที่คุณควรสังเกต พร้อมวิธีรักษาโรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบเบื้องต้น มาฝากกัน โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ (Peripheral Artery Disease หรือ PAD) เป็นหนึ่งใน ภาวะแทรกซ้อน ที่เกิดขึ้นจากโรคเบาหวานชนิดที่ 1  โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคอ้วน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โดยมีสาเหตุมาจากไขมัน คอเลสเตอรอล เข้าไปสะสมเกาะอยู่บนผนังหลอดเลือดส่วนแขนและขา จนขัดขวางระบบการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดไหลผ่านได้น้อยลง โดยส่วนใหญ่ โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบมักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งมีประวัติเป็นโรคเบาหวานและมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ รวมถึงผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือด 5 สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ สัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ อาจอยู่ในระดับปานกลางจนถึงขั้นรุนแรง ดัวนั้น เพื่อเป็นการเช็กตนเองตั้งแต่เนิ่น ๆ คุณอาจสังเกตได้จากอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เป็นตะคริวบ่อยครั้งบริเวณสะโพก ต้นขา […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

ต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวาน เป็นภาวะแทรกซ้อนทางตาที่พบได้บ่อย หากได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที อาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงต้องดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน บทความนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ โรคต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวาน ให้มากขึ้นกัน ทำความรู้จัก ต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวาน ต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย เนื่องจาก ตับอ่อนผลิตอินซูลิน (Insulin) ไม่เพียงพอ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นเป็นระยะเวลานาน ๆ จะทำให้เกิดผลกระทบต่อส่วนต่าง ๆ ภายในดวงตา เช่น จอประสาทตา เรตินา เลนส์ตา เป็นต้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพการมองเห็นลดลง เช่น มองเห็นไม่ชัด เห็นภาพซ้อน สายตาพร่ามัว เนื่องจาก เลนส์แก้วตามีการขุ่นมัว อาการปวดตาอย่างรุนแรง เป็นต้น  สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่า ผู้ป่วยเบาหวานเป็นโรคต้อกระจก อาการต้อกระจกในระยะแรกจะไม่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็น ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยใน ผู้ป่วยเบาหวานเป็นโรคต้อกระจก มีดังต่อไปนี้ สายตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน เห็นภาพไม่ชัดเจน  เห็นแสงเป็นจุด ๆ สีดำลอยอยู่ในสายตา การมองเห็นสีอาจเปลี่ยนไปจากเดิม เห็นแสงไฟกระจายเป็นวงกลม  วิธีการรักษาต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานด้วยการผ่าตัด ต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 15 นาที โดยแพทย์จะทำการกรีดตาเล็กน้อย […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

โรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน เป็นโรคที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวานทุกคน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจึงควรดูแลสุขภาพร่างกายให้มากเพื่อป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน โดยโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ อาจเกิดขึ้นได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว แล้วโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานจะมีอะไรบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามวันนี้เรามีโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานมาแบ่งปัน เพื่อที่คุณจะได้เตรียมตัวรับมือกับโรคต่าง ๆ ได้ทัน โรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน มีอะไรบ้าง ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง ปัญหาเกี่ยวกับดวงตา (เบาหวานขึ้นตา) คนส่วนใหญ่ที่เกิดโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานจะมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาที่อาจทำให้การมองเห็นลดลงหรือตาบอดได้ ระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และคอเลสเตอรอลที่สูงเกินไปเป็นสาเหตุหลักของโรคจอประสาทตา ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสมอยู่เสมอและเข้ารับการตรวจตากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปัญหาเท้าและผิวหนัง ผู้ป่วยที่เป็นโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานมีแนวโน้มในการเกิดปัญหาเกี่ยวกับเท้าและผิวหนัง จึงควรดูแลเท้าและผิวหนังของคุณให้ดี หากมีบาดแผลหรือรอยแตกเกิดขึ้นก็ควรรักษาเพื่อให้แผลหายไว้ที่สุด เพราะหากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจที่ให้บาดแผลหรือรอยแตกลึกขึ้นและเกิดการติดเชื้อจนอาจนำไปสู่การตัดเท้าได้ ความเสียหายของเส้นเลือด ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายของหลอดเลือด ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดถูกจำกัดเพิ่มความเสี่ยงให้การเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น หัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานมีผลต่อหัวใจและหลอดเลือดที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ อาจนำไปสู่โรคหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต เกิดจากความเสียหายของหลอกเลือดเล็กในไตทำให้ไตมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง จนล้มเหลวลงได้ โรคไตพบได้บ่อยในผู้ที่เป็นเบาหวานมากกว่าผู้ที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน การรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไต โรคระบบประสาท โรคเบาหวานอาจทำให้เส้นประสาทเกิดความเสียหายเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย เช่น การย่อยอาหาร การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือเกิดความเสียหายกับเส้นประสาทส่วนปลายทำให้มีอาการเจ็บปวด เสียวซ่า หรืออาจเสียความรู้สึก ซึ่งการเสียความรู้สึกส่งผลร้ายแรงต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานเนื่องจากหากเกิดการบาดเจ็บและนำไปสู่การติดเชื้อร้ายแรงโดยไม่รู้ตัวก็อาจทำให้ต้องรักษาด้วยการตัดแขน ขาได้ โรคเหงือก ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะเกิดการอักเสบของเหงือก หากไม่ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมก็อาจทำให้เป็นสาเหตุของการสูญเสียฟันได้ สำหรับผู้ป่วยเบาหวานควรเข้าตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำเพื่อตรวจหาภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจเกิดในช่องปาก และได้รับการรักษาอย่าทันท่วงที ปัญหาทางเพศหญิง ผู้ทีเป็นโรคเบาหวานมีความเสียหายของหลอดเลือดและเส้นประสาท ทำให้จำกัดปริมาณเลือดที่ไหลไปบริเวณอวัยวะเพศของคุณจนอาจทำให้เสียความรู้สึก หรืออาจมีแนวโน้มเกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ปัญหาทางเพศชาย ปริมาณเลือดที่ไหลเวียนไปยังอวัยวะเพศของคุณถูกจำกัดจนอาจทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypo) เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดของคุณต่ำกว่า 4 mmol/l […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

การตรวจเช็ค อาการเบาหวานระยะสุดท้าย เป็นสิ่งสำคัญ หากคนในครอบครัวของคุณเป็นโรคเบาหวานระยะสุดท้ายอาจมีแนวโน้มที่ทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากขึ้น แต่ถ้าคุณรู้จักอาการโรคเบาหวานระยะสุดท้าย และเตรียมความพร้อมรับมือก่อนก็สามารถที่จะอยู่กับคนที่เรารักได้นานยิ่งขึ้น วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวม อาการโรคเบาหวานระยะสุดท้าย มาแบ่งปันกันค่ะ พร้อมแล้วไปเช็คพร้อม ๆ กันเลย อาการเบาหวานระยะสุดท้าย อาการของโรคเบาหวานระยะสุดท้ายเกิดขึ้นได้เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ เนื่องจากร่างกายดื้อต่ออินซูลินหรือไม่สามารถผลิตอินซูลินเองได้ น้ำตาลจึงไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานงานได้อาการที่พบบ่อยที่สุด คือ กระหายน้ำมาก อาการนี้เกิดจากเนื้อเยื่อในร่างกายของคุณขาดน้ำ เนื่องจากระดับน้ำตาลในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ร่างกายของคุณจึงจำเป็นที่จะต้องดึงน้ำเพื่อมาเจือจางน้ำตาลในร่างกาย ทำให้คุณรู้สึกหิวน้ำมากขึ้น หิวง่าย คุณอาจมีอาการหิวง่ายเนื่องจากร่างกายของคุณขาดอินซูลินในการย่อยสลายน้ำตาลเพื่อใช้เป็นพลังงาน เมื่อเนื้อเยื่อของคุณขาดพลังงานจึงส่งผลให้คุณมีอาการหิวง่ายกว่าปกติ เหนื่อยล้าเพิ่มขึ้น น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย เมื่อร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานได้ จึงทำให้คุณเกิดอาการเหนื่อยล้ามากขึ้น ปัสสาวะในเวลากลางคืนบ่อยครั้ง การดื่มน้ำในปริมาณมากเกินไปจะทำให้คุณปัสสาวะมากขึ้นเช่นกัน และร่างกายก็ต้องการที่จะขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ มีปัญหาเรื่องการมองเห็น ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงผิดปกติสามารถส่งผลต่อการมองเห็นได้ เนื่องจากของเหลวสามารถเคลื่อนเข้าสู่ท่อตา สามารถรักษาได้ด้วยการควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในปริมาณที่ปกติ อาการติดเชื้อที่ผิดปกติ โรคเบาหวานอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น และหากมีอาการที่ร้ายแรงมากขึ้นอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้ออื่น ๆ ตามมา อาการโรคเบาหวานระยะสุดท้ายที่บ่งบอกว่าอาการของคุณกำลังแย่ลง เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานระยะสุดท้ายอาจมีความไวต่อการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำร่วมด้วย และอาจแสดงอาการเหล่านี้ อาการเหงื่อออก ตัวสั่น หรือใจสั่น เกิดความวิตกกังวล มีอาการหงุดหงิดง่าย ผิวซีด ทั้งนี้แต่ละคนอาจแสดงอาการไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และการดูแลร่างกายของคุณด้วย การดูแลผู้ป่วยเบาหวานระยะสุดท้าย ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหลายสิบปี การดูแลสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานจึงเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากอาจมีโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่มีสาเหตุมาจากโรคเบาหวานได้ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคอัลไซเมอร์ หรือโรคสมองเสื่อม แต่สำหรับการดูแลผู้ป่วยเบาหวานระยะสุดท้ายคุณควรให้ความสำคัญกับความสุข […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน เป็นอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยเบาหวานทุกคน แต่จะมีการแสดงอาการอย่างไร หรือหากคุณสูญเสียการได้ยินบางส่วนด้วยโรคเบาหวานเรามีวิธีป้องกันเพื่อให้อยู่กับโรคได้อย่างมีความสุข วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบที่จะช่วยให้คุณรับมือกับ ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน กันค่ะ โรคเบาหวานส่งผลต่อการได้ยินอย่างไร หูเป็นอวัยวะที่บอบบางที่มีเส้นประสาทและหลอดเลือดมากมาย โรคเบาหวานส่งผลกระทบต่อเส้นเลือดต่าง ๆ ในร่างกาย หูจึงได้รับผลกระทบนั้นเช่นกัน เนื่องจากความไม่สมดุลของน้ำตาลในเลือดทำให้หลอดเลือดในหูชั้นในเสียหายส่งผลให้เกิดปัญหาการสูญเสียการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน โรคเบาหวานยังสามารถทำให้เกิดการสลายของเส้นประสามหูจนอาจทำให้เกิดความรู้สึก เสียวซ่า และชา บริเวณแขน ขา ปลายนิ้ว ได้เช่นกัน ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน แสดงอาการอย่างไร สัญญานที่บอกว่าคุณอาจสูญเสียการได้ยิน มีความยากลำบากในการสื่อสารกับคนมากกว่า 1 คน มีปัญหากับการทรงตัวในขณะที่คุณกำลังยืน บ่อยครั้งที่คุณจะต้องเพิ่มระเสียงโทรทัศน์หรือโทรศัพท์มือถือ เกิดปัญหาการได้ยินเสียงจากบริเวณรอบข้างของคุณ ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน ส่งผลอย่างไร ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวานส่งผลต่อการใช้ชีวิต เนื่องจากโรคเบาหวานเป็นโรคที่ส่งผลกระทบในระยะยาวรวมถึงปัญหาการสูญเสียการได้ยิน และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาด้วย เช่น เพิ่มความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม ปัญหาการสูญเสียการได้ยินเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อม เพราะสิ่งเร้าต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมรอบตัวเราจะส่งผลทำให้สมองแข็งแรง การแยกตัวออกจากสังคม เมื่อสูญเสียการได้ยินการสื่อสารกับคนรอบข้าง ครอบครัว อาจเกิดความลำบากหรือลดน้อยลง เนื่องจากจะต้องเพิ่มระดับเสียงในการพูดคุย และการสื่อความหมายเกิดความผิดพลาด ทำให้อาจเกิดการแยกตัวออกจากสังคมเนื่องจากมีความรู้สึกแตกต่าง จนอาจส่งผลไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ วิธีป้องกัน ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน แม้ว่าการสูญเสียการได้ยินจากประสาทสัมผัสจะเกิดขึ้นอย่างถาวร แต่เราสามารถป้องกันไม่ให้การได้ยินที่เหลืออยู่ของเราแย่ลงได้ คือ ลดระดับเสียงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันหูของคุณจากเสียงที่ดังมากเกินไป แต่ถ้าคุณจำเป็นที่จะต้องทำงานหรืออยู่ในบริเวณที่มีเสียงดังมากลองใช้หูฟังหรือที่อุดหูก็สามารถช่วยลดระดับเสียงที่กระทบต่อการได้ยินของคุณได้ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเป็นวิธีที่ส่งผลดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน หากมีการควบคุมระดับน้ำให้เข้มงวดอย่างสม่ำเสมอก็อาจส่งผลดีต่อหูของคุณ รักษาน้ำหนักให้เหมาะสม น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะทำให้การสูบฉีดเลือดไปยังทุกส่วนของร่างกายยากขึ้น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดของคุณให้ดียิ่งขึ้น และควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการออกกำลังที่เหมาะสมกับโรคของคุณ วิธีรักษา ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน เครื่องช่วยฟังเป็นวิธีการรักษาที่พบบ่อยที่สุด […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด เลือดเป็นกรด หรือที่เรียกว่า คีโตอะซิโดซิส (Diabetic ketoacidosis : DKA)  ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเบาหวานชนิดที่ 2  โดยมีสาเหตุมาจากระดับคีโตนและน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม อาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้   ทำความรู้จัก เลือดเป็นกรด (Diabetic ketoacidosis : DKA) ในผู้ป่วยเบาหวาน อินซูลิน (Insulin) เป็นแหล่งพลังงานสำคัญสำหรับกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อต่าง ๆ หากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซุูลินได้เพียงพอ อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และนำไปสู่ เลือดเป็นกรด หรือ คีโตอะซิโดซิส (Diabetic ketoacidosis : DKA)โดยภาวะดังกล่าวนี้จะผลิตคีโตนออกมาใช้เป็นพลังงานแทนอินซูลิน ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะบ่อย ปวดเมื่อย คลื่นไส้และอาเจียน เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยโรคเบาหวานมีเลือดเป็นกรด ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสม ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปอาจเกิดผลกระทบร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้  เลือดเป็นกรดในหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวาน  หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานรวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1  ที่กำลังตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเลือดเป็นกรด โดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 และ 3 เนื่องจากทารกดึงกลูโคสจากมารดามาเสริมพลังงานให้กับตนเอง จึงทำให้ระดับน้ำตาลลดลงอย่างรวดเร็ว จนเกิดเลือดเป็นกรดได้  เคล็ดลับดูแลตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงเลือดเป็นกรด ในผู้ป่วยเบาหวาน เราสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดเป็นกรดและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon