home

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ติดนิสัยชอบกินหวาน ทั้งชานมไข่มุก น้ำอัดลม ขนมเค้ก หรือแม้แต่สายรักคาร์บทั้งหลาย คุณก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิด โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ หากไม่รู้จักการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี เรียนรู้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ทั้งข้อมูลพื้นฐาน การดูแลรักษา การป้องกัน และการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเบาหวานที่พบบ่อย เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป แต่ไม่สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ เนื่องจากตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่เพียงพอ ซึ่งอินซูลินมีหน้าที่ในการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน นำไปสร้างเป็นกล้ามเนื้อและเลี้ยงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย เมื่อเซลล์ได้รับน้ำตาลน้อยลง ก็อาจทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ  ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกาให้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวาน 90%-95% เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่อาจพบได้บ่อยในวัยกลางคนและผู้สูงอายุ โดยผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ออกกำลังกาย และปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น ความดันโลหิตสูง ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากขึ้น โรคเบาหวานอาจส่งผลต่ออวัยวะสำคัญในร่างกาย เช่น หัวใจ หลอดเลือด เส้นประสาท ดวงตา ไต ดังนั้น หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน ก็อาจมีแนวโน้มเป็นโรคอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต 6 พฤติกรรมเสี่ยง ที่อาจทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 […]

หัวข้อ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มเติม

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

เบาหวานชนิดที่2 เกิดจากการที่เซลล์ในร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลิน หรือร่างกายอาจผลิตอินซูลินได้ไม่ดีพอ ซึ่งอินซูลินทำหน้าที่ในการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ของร่างกาย เมื่อเซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดีพอ ก็อาจส่งผลให้เซลล์รับน้ำตาลได้น้อยลง จนอาจทำให้เกิดระดับน้ำตาลในเลือดสูง และอาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ โดยเบาหวานชนิดที่2 เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุดของโรคเบาหวาน โดยอาจเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุมากกว่า 30 ปี แต่เด็กที่เป็นโรคอ้วนก็อาจเป็นโรคเบาหวานชนิดที่2 ได้เช่นกัน เบาหวานชนิดที่2 คืออะไร เบาหวานชนิดที่2 เกิดจากการที่ร่างกายมีความบกพร่องในการควบคุมและใช้น้ำตาล โดยร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสไปเป็นพลังงานได้ ส่งผลให้เกิดน้ำตาลสะสมสูงขึ้นกระแสเลือด และก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนเลือด ระบบประสาท และภูมิคุ้มกัน ปกติแล้ว อินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนจากตับอ่อน มีหน้าที่ในการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน นำไปสร้างเป็นกล้ามเนื้อและเลี้ยงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย แต่หากเป็นโรคเบาหวานชนิดที่2 ตับอ่อนจะไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ ทำให้เซลล์รับน้ำตาลได้น้อยลง ทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ เบาหวานชนิดที่2 อาจไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่ควบคุมอาการและความรุนแรงของโรคได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิต เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงต้องใช้ยารักษาโรคเบาหวาน หรือการรักษาอินซูลินควบคู่ไปด้วย โรคเบาหวานชนิดที่2 อาจพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่เด็กที่เป็นโรคอ้วนก็อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่2 ได้เช่นกัน  อาการของเบาหวานชนิดที่2 สำหรับอาการของเบาหวานชนิดที่2 อาจได้แก่ รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง มองเห็นภาพซ้อน ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะในช่วงตอนกลางคืน กระหายน้ำตลอดเวลา รู้สึกชาที่มือหรือเท้า รู้สึกหิวตลอดเวลา น้ำหนักลดลงแบบไม่ทราบสาเหตุ แผลรักษาไม่หาย สาเหตุของเบาหวานชนิดที่2 สาเหตุของเบาหวานชนิดที่2 อาจเกิดได้จากสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้ น้ำหนักเกิน การมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนอาจทำให้เกิดการดื้อต่ออินซูลิน ยีน […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

Type 2 diabetes (เบาหวานชนิดที่ 2) คือ ภาวะที่ร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ซึ่งอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่สร้างขึ้นจากตับอ่อน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ที่เสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มากที่สุดอาจอยู่ในช่วงอายุ 45 ปีขึ้นไป มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน และมีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างไรก็ดี โรคเบาหวานชนิดที่ 2 แตกต่างจากโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เพราะเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันในร่างกายที่เข้าไปทำลายเซลล์ในตับอ่อน จึงส่งผลต่อการผลิตอินซูลิน และอาจพบได้บ่อยในวัยเด็ก ภาวะแทรกซ้อน Type 2 diabetes (เบาหวานชนิดที่ 2) โรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายประการ ดังนี้ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานอาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดตีบ โรคตา และปัญหาเกี่ยวกับตา โรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจสร้างความเสียหายหลอดเลือดในเรตินาเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อกระจก ต้อหิน และอาจนำไปสู่อาการตาบอดได้ เส้นประสาทส่วนแขนขาเสียหาย เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นโดยไม่มีการควบคุม อาจส่งผลให้เส้นประสาทส่วนแขนและขาเสียหาย ทำให้แขนขาชา บางกรณีอาจมีการลุกลามไปยังบริเวณปลายนิ้ว โรคไต โรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคไตเรื้อรังที่ไม่อาจฟื้นฟูการทำงานให้กลับมาดังเดิมได้ ซึ่งอาจเข้ารับการรักษาด้วยการฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต ภาวะสมองเสื่อม หากควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ก็อาจส่งผลกระทบต่อความจำ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

นอกจากเทคนิคการรักษาโรคเบาหวานด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ แล้ว การ ฝังเข็มรักษาเบาหวาน ตามศาสตร์ดังเดิมของทางแพทย์แผนจีน ก็อาจเป็นอีกหนึ่งหนทางที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยบางกรณี และเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักการรักษาวิธีนี้ให้มากขึ้น Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ที่เข้าใจง่ายเอาไว้ในบทความนี้เรียบร้อยแล้ว ฝังเข็มรักษาเบาหวาน ได้จริงหรือไม่ ผลจากการศึกษาชี้ว่า การฝังเข็มอาจช่วยรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ ตามรายงานในปี พ.ศ. 2561 นักวิจัยในประเทศจีน ได้เผยผลการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า การฝังเข็มสามารถบรรเทาอาการของโรคเบาหวานได้ โดยทดลองกับหนูที่มีอัตราน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ หนูทดลองที่ได้รับการฝังเข็ม มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ต้านทานกลูโคสดี และเพิ่มระดับอินซูลินมากขึ้น อีกทั้งยังมีการศึกษาในปี พ.ศ. 2559 ของวารสารการฝังเข็มในการแพทย์ ที่พูดถึงการ ฝังเข็ม รักษาโรคเบาหวานไว้ว่า อาจเป็นเทคนิคที่รักษาภาวะดื้ออินซูลิน และควบคุมความไวของอินซูลินระยะยาวได้ แต่ไม่ใช่การฝังเข็มเท่านั้นที่จะช่วยให้คุณพ้นจากโรคเบาหวาน การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องวิธีด้วยการควบคุมน้ำหนัก หมั่นออกกำลังกาย วางแผนรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่เหมาะสม อาจช่วยให้คุณมีร่างกายแข็งแรงร่วม อาจลดการเกิดอาการรุนแรงของโรคเบาหวานได้อย่างสิ้นเชิงเช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีรูปแบบการฝังเข็มมากมายที่แพทย์ส่วนใหญ่เลือกใช้ ดังนี้ โดยพิจารณาตามคามเหมาะสมของอาการโรคเบาหวาน การฝังเข็มใช้แรงกระตุ้นจากไฟฟ้า ฝังเข็มแบบสมุนไพร ฝังเข็มตามจุดที่เชื่อมโยง ข้อดีของการฝังเข็ม ที่ผู้ป่วยเบาหวานควรรู้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ทำการรักษาด้วยเทคนิคฝังเข็มตามศาสตร์แพทย์แผนจีนนั้น สามารถช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ปกป้องการทำงานของตับอ่อนที่ผลิตอินซูลิน ลดอัตราการดื้ออินซูลิน และปรับความสมดุลของฮอร์โมนอย่างเมลาโทนิน (Melatonin) อินซูลิน (Insulin) กลูโคคอร์ติคอยด์ (Glucocorticold) เอพิเนฟรีน […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

ระดับน้ำตาลในเลือด เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถบ่งบอกได้ว่า คุณกำลังเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ หากวัดได้เกินกว่า 100 มิลลิกรัม นั่นอาจหมายความว่า คุณอาจเป็นโรคเบาหวานอยู่นั่นเอง วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำวิธี ลดน้ำตาลในเลือด หรือการ คุมเบาหวานด้วย IF มาฝากทุกคนให้ได้ลองนำไปปฏิบัติตามกัน คุมเบาหวานด้วย IF มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวาน อย่างไร ผลการวิจัยระบุไว้ว่าการใช้วิธีคุมเบาหวานด้วย (Intermittent Fasting หรือ IF) อาจทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว และส่งเสริมให้สุขภาพหัวใจมีความแข็งแรงขึ้น เนื่องจาก IF จะช่วยลดน้ำหนักได้ดี ปรับปรุงระดับอินซูลิน ระดับน้ำตาลในเลือด และระดับน้ำตาลในเลือดเอวันซี (Hemoglobin A1c) ให้คงที่ตามเกณฑ์ จะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานได้นั่นเอง จากผลการศึกษา การวิจัย พบว่าผู้ชายที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 3 คน ได้รับการดูแลตามที่แพทย์กำหนด เป็นเวลา 10-25 ปี โดยอดอาหารวันเว้นวัน หรือ 3 วันต่อสัปดาห์ ภายในหนึ่งเดือนแรกที่พวกเขาเริ่มปฏิบัติตาม ทำให้พวกเขาทั้ง 3 คน หยุดใช้อินซูลิน […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

เบาหวานแฝง หรือภาวะก่อนเบาหวาน เป็นภาวะที่เกิดขึ้นต่อเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง แต่อาจไม่สูงพอจะที่จะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ถึงอย่างไรหากปล่อยไว้เป็นเวลานานโดยไม่มีควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ก็อาจส่งผลให้มีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ เบาหวานแฝงคืออะไร เบาหวานแฝง คือ สัญญาณเตือนของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งหมายความว่าหากผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์คือระดับน้ำตาล100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร คุณหมออาจวินิจฉัยให้เบื้องต้นว่าระยะนี้คือเบาหวานแฝง หรือภาวะก่อนเป็นโรคเบาหวาน และอาจพัฒนานำไปสู่โรคเบาหวานประเภทที่ 2 อย่างเลี่ยงไม่ได้หากไม่รักษาค่าระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้านอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต โรคหลอดเลือด อาการเบาหวานแฝง อาการเบาหวานแฝง มีดังต่อไปนี้ ร่างกายขาดน้ำ รู้สึกกระหายน้ำ รู้สึกอยากอาหาร หรือหิวบ่อย เหนื่อยล้า มองเห็นสิ่งรอบตัวเป็นภาพซ้อน พร่ามัว น้ำหนักเพิ่มหรือลดโดยไม่มีสาเหตุ ปัสสาวะบ่อย สาเหตุของเบาหวานแฝง ในปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุที่แท้จริงของภาวะเบาหวานแฝง แต่คาดการณ์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับอินซูลิน เนื่องจากอินซูลินเป็นฮอร์โมนตับอ่อนผลิตขึ้น เพื่อนำกลูโคสจากอาหารที่อยู่ในกระแสเลือดมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงาน หากร่างกายผลิตอินซูลินน้อยลง หรือร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลินก็อาจเป็นไปได้ว่ากลูโคสนั้นจะสะสมอยู่ในกระแสเลือดทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงเป็นภาวะก่อนเบาหวานที่จะพัฒนาสู่โรคเบาหวานประเภทที่ 2 ปัจจัยเสี่ยงของเบาหวานแฝง ปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลให้เกิดเบาหวานแฝง ได้แก่ อายุ ส่วนใหญ่โรคเบาหวานอาจเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ประวัติครอบครัวที่เป็นโรคเบาหวาน หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นภาวะก่อนเบาหวานหรือโรคเบาหวานมาก่อนก็อาจเป็นไปได้ว่าจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นภาวะนี้ได้เช่นกัน เชื้อชาติพันธุ์ ผู้ที่มีเชื้อสายเอเชีย อเมริกันมักมีแนวโน้มเสี่ยงเป็นภาวะก่อนเบาหวาน น้ำหนักส่วนเกิน น้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่อาจทำให้เป็นเบาหวานแฝง เนื่องจากร่างกายอาจมีการสะสมของไขมันมากเกินไปที่ส่งผลต่อความต้านทางของอินซูลิน รอบเอวเกินมาตรฐาน สำหรับผู้ชายที่มีรอบเอวมากกว่า 40 นิ้ว และผู้หญิงที่มีรอบเอวมากกว่า 35 นิ้ว อาจเสี่ยงต่อภาวะดื้ออินซูลินที่นำไปสู่ภาวะเบาหวานแฝง ไม่ออกกำลังกาย หากเคลื่อนไหวร่างกายน้อยเท่าไหร่ ก็อาจทำให้มีการเผาผลาญกลูโคสในกระแสเลือดน้อยเท่านั้น […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

โฮลเกรน เป็นธัญพืชที่ค่อนข้างขึ้นชื่อในกลุ่มผู้รักสุขภาพอย่างมาก เพราะเป็นธัญพืชที่ให้สารอาหารแก่ร่างกายอย่างครบถ้วน และมีคุณประโยชน์ครอบคลุมรอบด้าน นอกจากนี้ โฮลเกรน ยังช่วย ลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อีกด้วย แต่จะมีสารอาหารใดในโฮลเกรนที่เป็นตัวช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้น วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝากกัน โฮลเกรน ลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างไร ถึงแม้จะยังมีหลักฐานไม่ค่อยแน่ชัด แต่จากการศึกษาหนึ่งที่มีผู้เข้าร่วม 55,465 คน ช่วงอายุตั้งแต่ 55-65 ปี พบว่า การรับประทานธัญพืชไม่ขัดสีอย่างโฮลเกรนในปริมาณมาก สำหรับผู้ชายมีความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลง 34 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับผู้หญิงที่กินโฮลเกรนในปริมาณน้อย มีความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลง 22 เปอร์เซ็นต์ จึงสรุปได้ว่า การรับประทานโฮลเกรนอาจช่วยควบคุมหรือลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ทั้งยังเป็นการเพิ่มวิตามิน แร่ธาตุ และไฟโตเคมิคอล (Phytochemicals) เข้าสู่ร่างกาย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานได้ เพิ่มความอร่อยในมื้ออาหารง่าย ๆ ใน การ รับประทานโฮลเกรน คุณสามารถนำโฮลเกรนไปประกอบอาหารควบคู่กับเมนูอื่น ๆ ได้ ตามตัวอย่างดังต่อไปนี้ เพื่อให้คุณเพลิดเพลินไปกับรสชาติอาหารที่แสนอร่อย และมีประโยชน์ นำโฮลเกรนผสมกับข้าวขาว […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่มีหลากหลายสายพันธุ์ตามการเพาะปลูก สภาพแวดล้อมและการดูแล แอปเปิ้ล 1 ผล มีใยอาหาร คาร์โบไฮเดรตต่ำ สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยให้ปรับปรุงระบบย่อยอาหาร ลดคอเลสเตอรอล แต่สำหรับข้อสงสัยว่า แอปเปิ้ลเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานหรือไม่ อาจจำเป็นต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป แอปเปิ้ลเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หรือไม่ แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลในรูปแบบฟรุกโตส  (Fructose) ซึ่งเป็นสารให้ความหวานที่เกิดขึ้นเองธรรมชาติ และแตกต่างจากน้ำตาลทั่วไปที่นำมาใช้ปรุงแต่งรสชาติอาหาร หรือขนมต่าง ๆ จากข้อมูลของ American Journal of Clinical Nutrition ในปี พ.ศ. 2560 พบว่า การรับประทานฟรุกโตสแทนการได้รับกลูโคสเข้าสู่ร่างกาย อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ดี ที่สำคัญแอปเปิ้ลยังมีเส้นใยอาหารถึง 4 กรัม ที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลป้องกันการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และอินซูลินได้ การรับประทานแอปเปิ้ล ผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถรับประทานได้แต่ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม 182 กรัม หรือแอปเปิ้ล 1 ลูกขนาดกลาง อีกทั้งควรรับประทานควบคู่กับผลไม้ และผักชนิดอื่น ๆ ตามความชอบ จากดัชนีการวัดระดับของน้ำตาล ตั้งแต่ 0-100 คะแนน ซึ่งแอปเปิ้ลถูกจัดอยู่ใน 36 คะแนน […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้องรังที่สามารถพัฒนาไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้อีกมากมาย การรู้จักระยะของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือและเข้ารับการรักษาได้อย่างตรงจุด วันนี้ Hello คุณหมอ มีระยะของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มาบอกต่อเพื่อให้คุณรู้ก่อนและรับมือทัน ระยะของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเรื้องรัง เกิดจากความบกพร่องของร่างกายที่เกิดภาวะดื้ออินซูลินทำให้ร่างการมีระดับน้ำตาลในเลือดที่มากเกินไป จนอาจนำไปสู่ความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิต และระบบประสาท ระยะของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถแบ่งได้กว้าง ๆ  4 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน คือ เซลล์กล้ามเนื้อไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลินได้ดี และไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดเพื่อใช้เป็นพลังงานได้ เพื่อชดเชยตับอ่อนจะสร้างอินซูลินมากขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไปจึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และอาจนำไปสู่โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ระยะที่ 2 ภาวะก่อนเบาหวาน Prediabetes ภาวะก่อนเบาหวานคือร่างกายของคุณมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่สูงถึงระดับที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินอาหารหรือเด็กที่เป็นโรค Prediabetes มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ หากคุณเป็นโรค Prediabetes แล้วลุกลามไปเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต ดังนั้นควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอและควรเข้ารับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้โรค Prediabetes ลุกลามไปเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

ในปัจจุบันมี กลุ่มยารักษาเบาหวานและกลไกการออกฤทธิ์ ที่ส่งผลต่อการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อยู่หลายชนิด ทำให้ง่ายต่อการรักษาและทำให้รักษาตรงจุดมากขึ้น แต่กลุ่มยารักษาเบาหวานและกลไกการออกฤทธิ์ของยาแต่ละชนิดอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนกับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในบางคน วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำ กลุ่มยารักษาเบาหวานและกลไกการออกฤทธิ์ ขอยาชนิดต่าง ๆ มาแนะนำให้รู้จักกันค่ะ กลุ่มยารักษาเบาหวานและกลไกการออกฤทธิ์ กลุ่มยารักษาเบาหวาน แบ่งเป็น ยารับประทาน และยาฉีด โดยการเลือกใช้ยาขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ เนื่องจากอาการและระยะของโรคเบาหวานของแต่ละคนไม่เท่ากันจึงต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับยา ซึ่งอาจมีการใช้ยาอื่น ๆ ร่วมด้วย โดยมี กลุ่มยารักษาเบาหวานและกลไกการออกฤทธิ์ ดังนี้ ยารับประทาน Meglitinides คือ ยา Nateglinide, Repaglinide ออกฤทธิ์กระตุ้นการปล่อยอินซูลิน ข้อดี ออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว ผลข้างเคียง อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ มีน้ำหนักตัวมากขึ้น อาการคลื่นไส้อาเจียน Sulfonylureas คือ ยา Glipizide (Glucotrol), Glimepiride (Amaryl), Glyburide (DiaBeta, Glynase) ออกฤทธิ์กระตุ้นการปล่อยอินซูลิน ข้อดี มีราคาถูก ส่งผลในการลดน้ำตาลในเลือด ผลข้างเคียง อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ น้ำหนักตัวลดลง หรือเกิดผื่นบนผิวหนัง สารยับยั้ง Dipeptidyl-peptidase 4 (DPP-4) […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

ในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ประชากรในประเทศไทยเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 (COVID-19) อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัสโวิด-19 เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ รวมถึงหญิงมีครรภ์ที่มีโรคประจำตัว เช่น ภาวะอ้วน ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น บทความนี้ Hello คุณหมอ จึงพาทุกคนมาดูกันค่ะว่า หญิงที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ จะมีวิธีการปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 เรามาดูไปพร้อมกันเลย หญิงที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ในสถานการณ์โควิด-19 หญิงที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อโควิด-19 รุนแรงมากกว่าคนปกติทั่วไป  ดังนั้นหากคุณยังไม่ติดเชื้อโควิด-19 ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อรับคำแนะนำในที่ถูกต้องและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 เช่น ดูแลสุขอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่างทางสังคม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นต้น  หญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสแท้งบุตรหรือไม่? ณ วันที่ 12 เมษายน ปี พ.ศ. 2564 นายแพทย์ สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์​ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากผลการศึกษาการวิจัยทั่วโลก ทารกมีโอกาสได้รับเชื้อจากคุณแม่ที่ติดเชื้อโควิด ประมาณ 2-5% โดยมีโอกาสคลอดก่อนกำหนด 15.1% แต่ยังไม่มีหลักฐานระบุชัดเจนในเรื่องของการแท้งบุตรแต่อย่างใด  หญิงที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ กับเคล็ดลับลดความเสี่ยง […]