โรคเบาหวานชนิดที่ 2

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ติดนิสัยชอบกินหวาน ทั้งชานมไข่มุก น้ำอัดลม ขนมเค้ก หรือแม้แต่สายรักคาร์บทั้งหลาย คุณก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิด โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ หากไม่รู้จักการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี เรียนรู้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ทั้งข้อมูลพื้นฐาน การดูแลรักษา การป้องกัน และการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเบาหวานที่พบบ่อย เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป แต่ไม่สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ เนื่องจากตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่เพียงพอ ซึ่งอินซูลินมีหน้าที่ในการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน นำไปสร้างเป็นกล้ามเนื้อและเลี้ยงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย เมื่อเซลล์ได้รับน้ำตาลน้อยลง ก็อาจทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ  ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกาให้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวาน 90%-95% เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่อาจพบได้บ่อยในวัยกลางคนและผู้สูงอายุ โดยผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ออกกำลังกาย และปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น ความดันโลหิตสูง ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากขึ้น โรคเบาหวานอาจส่งผลต่ออวัยวะสำคัญในร่างกาย เช่น หัวใจ หลอดเลือด เส้นประสาท ดวงตา ไต ดังนั้น หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน ก็อาจมีแนวโน้มเป็นโรคอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต 6 พฤติกรรมเสี่ยง ที่อาจทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 […]

หัวข้อ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มเติม

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

เบาหวานชนิดที่2 เกิดจากการที่เซลล์ในร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลิน หรือร่างกายอาจผลิตอินซูลินได้ไม่ดีพอ ซึ่งอินซูลินทำหน้าที่ในการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ของร่างกาย เมื่อเซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดีพอ ก็อาจส่งผลให้เซลล์รับน้ำตาลได้น้อยลง จนอาจทำให้เกิดระดับน้ำตาลในเลือดสูง และอาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ โดยเบาหวานชนิดที่2 เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุดของโรคเบาหวาน โดยอาจเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุมากกว่า 30 ปี แต่เด็กที่เป็นโรคอ้วนก็อาจเป็นโรคเบาหวานชนิดที่2 ได้เช่นกัน เบาหวานชนิดที่2 คืออะไร เบาหวานชนิดที่2 เกิดจากการที่ร่างกายมีความบกพร่องในการควบคุมและใช้น้ำตาล โดยร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสไปเป็นพลังงานได้ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนเลือด ระบบประสาท และภูมิคุ้มกัน ปกติแล้ว อินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนจากตับอ่อน มีหน้าที่ในการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน นำไปสร้างเป็นกล้ามเนื้อและเลี้ยงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย แต่หากเป็นโรคเบาหวานชนิดที่2 ร่างกายจะตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยลง จึงทำให้เซลล์ไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ เบาหวานชนิดที่2 อาจไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่ควบคุมอาการและความรุนแรงของโรคได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิต เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงต้องใช้ยารักษาโรคเบาหวาน หรือการรักษาอินซูลินควบคู่ไปด้วย โรคเบาหวานชนิดที่2 อาจพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่เด็กที่เป็นโรคอ้วนก็อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่2 ได้เช่นกัน  อาการของเบาหวานชนิดที่2 สำหรับอาการของเบาหวานชนิดที่2 อาจได้แก่ รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง มองเห็นภาพซ้อน ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะในช่วงตอนกลางคืน กระหายน้ำตลอดเวลา รู้สึกชาที่มือหรือเท้า รู้สึกหิวตลอดเวลา […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

Type 2 diabetes (เบาหวานชนิดที่ 2) คือ ภาวะที่ร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ซึ่งอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่สร้างขึ้นจากตับอ่อน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ที่เสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มากที่สุดอาจอยู่ในช่วงอายุ 45 ปีขึ้นไป มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน และมีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างไรก็ดี โรคเบาหวานชนิดที่ 2 แตกต่างจากโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เพราะเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันในร่างกายที่เข้าไปทำลายเซลล์ในตับอ่อน จึงส่งผลต่อการผลิตอินซูลิน และอาจพบได้บ่อยในวัยเด็ก ภาวะแทรกซ้อน Type 2 diabetes (เบาหวานชนิดที่ 2) โรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายประการ ดังนี้ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานอาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดตีบ โรคตา และปัญหาเกี่ยวกับตา โรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจสร้างความเสียหายหลอดเลือดในเรตินาเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อกระจก ต้อหิน และอาจนำไปสู่อาการตาบอดได้ เส้นประสาทส่วนแขนขาเสียหาย เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นโดยไม่มีการควบคุม อาจส่งผลให้เส้นประสาทส่วนแขนและขาเสียหาย ทำให้แขนขาชา บางกรณีอาจมีการลุกลามไปยังบริเวณปลายนิ้ว โรคไต โรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคไตเรื้อรังที่ไม่อาจฟื้นฟูการทำงานให้กลับมาดังเดิมได้ ซึ่งอาจเข้ารับการรักษาด้วยการฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต ภาวะสมองเสื่อม หากควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ก็อาจส่งผลกระทบต่อความจำ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

การ ฝังเข็มรักษาเบาหวาน ตามศาสตร์ดังเดิมของทางแพทย์แผนจีน อาจเป็นอีกหนึ่งหนทางที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยบางกรณี อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาคุณหมอ และรับการฝังเข็มโดยแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญเท่านั้น ฝังเข็มรักษาเบาหวาน ได้จริงหรือไม่ การฝังเข็มอาจช่วยรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ ตามรายงานในปี พ.ศ. 2561 นักวิจัยในประเทศจีน ได้เผยผลการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า การฝังเข็มสามารถบรรเทาอาการของโรคเบาหวานได้ โดยทดลองกับหนูที่มีอัตราน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ หนูทดลองที่ได้รับการฝังเข็ม มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ต้านทานกลูโคสดี และเพิ่มระดับอินซูลินมากขึ้น อีกทั้งยังมีการศึกษาในปี พ.ศ. 2559 ของวารสารการฝังเข็มในการแพทย์ ที่พูดถึงการฝังเข็มรักษาเบาหวานไว้ว่า อาจเป็นเทคนิคที่รักษาภาวะดื้ออินซูลิน และควบคุมความไวของอินซูลินระยะยาวได้ แต่ไม่ใช่การฝังเข็มเท่านั้นที่จะช่วยให้พ้นจากโรคเบาหวาน การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องวิธีด้วยการควบคุมน้ำหนัก หมั่นออกกำลังกาย วางแผนรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่เหมาะสม อาจช่วยให้คุณมีร่างกายแข็งแรงร่วม อาจลดการเกิดอาการรุนแรงของโรคเบาหวานได้อย่างสิ้นเชิงเช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีรูปแบบการฝังเข็มมากมายที่แพทย์ส่วนใหญ่เลือกใช้ โดยพิจารณาตามความเหมาะสมของอาการโรคเบาหวาน ดังนี้ การฝังเข็มใช้แรงกระตุ้นจากไฟฟ้า การฝังเข็มแบบสมุนไพร การฝังเข็มตามจุดที่เชื่อมโยง ข้อดีของการฝังเข็มที่ผู้ป่วยเบาหวานควรรู้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ทำการรักษาด้วยเทคนิคฝังเข็มตามศาสตร์แพทย์แผนจีนอาจช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ปกป้องการทำงานของตับอ่อนที่ผลิตอินซูลิน ลดอัตราการดื้ออินซูลิน และปรับความสมดุลของฮอร์โมนอย่างเมลาโทนิน (Melatonin) อินซูลิน (Insulin) กลูโคคอร์ติคอยด์ (Glucocorticold) เอพิเนฟรีน (Epinephrine) ได้อีกด้วย ความเสี่ยงของการฝังเข็มรักษาเบาหวาน ก่อนชจะตัดสินใจรับการฝังเข็มรักษาเบาหวาน ควรศึกษาความเสี่ยงของการฝังเข็มด้วย โดยความเสี่ยงที่พบได้ อาจมีดังนี้ ความเจ็บปวด รอยช้ำตามจุดที่ปักเข็มลงไป เลือดออก เพื่อป้องกันผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนจากการฝังเข็มรักษาเบาหวาน […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

ระดับน้ำตาลในเลือด เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถบ่งบอกได้ว่า เสี่ยงเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ หากวัดได้เกินกว่า 100 มิลลิกรัม นั่นอาจหมายความว่า อาจเป็นโรคเบาหวาน โรคเบาหวานเกี่ยวข้องโดยตรงกับการรับประทานอาหาร ดังนั้นการรับประทานอาหารบางรูปแบบ เช่น ควบคุม เบาหวาน ด้วยการทำ IF อาจส่งผลดีต่อผู้ป่วยเบาหวานได้ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการก่อนตัดสินใจทำ IF เพราะหากเลือกรูปแบบของการทำ IF ไม่เหมาะสม อาจยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ควบคุม เบาหวาน ด้วย IF มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวาน อย่างไร ผลการวิจัยระบุไว้ว่าการใช้วิธีคุมเบาหวานด้วย (Intermittent Fasting หรือ IF) อาจทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว และส่งเสริมให้สุขภาพหัวใจมีความแข็งแรงขึ้น เนื่องจาก IF จะช่วยลดน้ำหนักได้ดี ปรับปรุงระดับอินซูลิน ระดับน้ำตาลในเลือด และระดับน้ำตาลในเลือดเอวันซี (Hemoglobin A1c) ให้คงที่ตามเกณฑ์ จะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานได้นั่นเอง จากผลการศึกษา การวิจัย พบว่าผู้ชายที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 3 คน ได้รับการดูแลตามที่แพทย์กำหนด เป็นเวลา 10-25 ปี โดยอดอาหารวันเว้นวัน […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

เบาหวานแฝง หรือภาวะก่อนเบาหวาน เป็นภาวะที่เกิดขึ้นต่อเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง แต่อาจไม่สูงพอจะที่จะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ถึงอย่างไรหากปล่อยไว้เป็นเวลานานโดยไม่มีควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ก็อาจส่งผลให้มีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ เบาหวานแฝง (Prediabetes) คืออะไร เบาหวานแฝง คือ สัญญาณเตือนของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งหมายความว่าหากผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์คือระดับน้ำตาล100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร คุณหมออาจวินิจฉัยให้เบื้องต้นว่าระยะนี้คือเบาหวานแฝง หรือภาวะก่อนเป็นโรคเบาหวาน และอาจพัฒนานำไปสู่โรคเบาหวานประเภทที่ 2 อย่างเลี่ยงไม่ได้หากไม่รักษาค่าระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้านอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต โรคหลอดเลือด อาการเบาหวานแฝง อาการเบาหวานแฝง มีดังต่อไปนี้ ร่างกายขาดน้ำ รู้สึกกระหายน้ำ รู้สึกอยากอาหาร หรือหิวบ่อย เหนื่อยล้า มองเห็นสิ่งรอบตัวเป็นภาพซ้อน พร่ามัว น้ำหนักเพิ่มหรือลดโดยไม่มีสาเหตุ ปัสสาวะบ่อย สาเหตุของเบาหวานแฝง ในปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุที่แท้จริงของภาวะเบาหวานแฝง แต่คาดการณ์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับอินซูลิน เนื่องจากอินซูลินเป็นฮอร์โมนตับอ่อนผลิตขึ้น เพื่อนำกลูโคสจากอาหารที่อยู่ในกระแสเลือดมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงาน หากร่างกายผลิตอินซูลินน้อยลง หรือร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลินก็อาจเป็นไปได้ว่ากลูโคสนั้นจะสะสมอยู่ในกระแสเลือดทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงเป็นภาวะก่อนเบาหวานที่จะพัฒนาสู่โรคเบาหวานประเภทที่ 2 ปัจจัยเสี่ยงของเบาหวานแฝง ปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลให้เกิดเบาหวานแฝง ได้แก่ อายุ ส่วนใหญ่โรคเบาหวานอาจเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ประวัติครอบครัวที่เป็นโรคเบาหวาน หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นภาวะก่อนเบาหวานหรือโรคเบาหวานมาก่อนก็อาจเป็นไปได้ว่าจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นภาวะนี้ได้เช่นกัน เชื้อชาติพันธุ์ ผู้ที่มีเชื้อสายเอเชีย อเมริกันมักมีแนวโน้มเสี่ยงเป็นภาวะก่อนเบาหวาน […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

โฮลเกรน หมายถึง ธัญพืชต่าง ๆ เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี ข้างกล้องงอก ข้าวฟ่าง ซึ่งผ่านกระบวนการขัดสีน้อยมากหรือไม่ผ่านการขัดสีเลย ทำให้ยังคงคุณค่าสารอาหารต่าง ๆ ไว้ค่อนข้างครบถ้วน ทั้งโปรตีน ใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ นิยมรับประทานกันในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน เพราะรับประทานง่าย นำมาทำอาหารได้หลากหลาย และที่สำคัญ คุณค่าจากสารอาหารต่าง ๆ อาจมีส่วนช่วยให้โฮลเกรลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2  โฮลเกรน ลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างไร โฮลเกรน เป็นธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวกล้อง ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ซึ่งไม่ผ่านการขัดสีหรือฟอกขาว ทำให้ยังคงคุณค่าสารอาหารต่าง ๆ ค่อนข้างครบถ้วน การรับประทานโฮลเกรนจึงเป็นการเพิ่มวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ และไฟโตเคมิคอล (Phytochemicals) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อพฤกษเคมี ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง เพิ่มภูมิต้านทานโรค อีกทั้งมีประโยชน์ในการควบคุมหรือลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี จึงอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานได้ การรับประทานโฮลเกรนเพื่อลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โฮลเกรนสามารถนำไปประกอบอาหารควบคู่กับเมนูอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความอร่อยได้หลากหลาย ตามตัวอย่างดังต่อไปนี้   นำโฮลเกรนผสมกับข้าวขาว และรังสรรค์เป็นเมนูต่าง […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่มีหลากหลายสายพันธุ์ตามการเพาะปลูก สภาพแวดล้อมและการดูแล แอปเปิ้ล 1 ผล มีใยอาหาร คาร์โบไฮเดรตต่ำ สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยให้ปรับปรุงระบบย่อยอาหาร ลดคอเลสเตอรอล แต่สำหรับข้อสงสัยว่า แอปเปิ้ลเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานหรือไม่ อาจจำเป็นต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป แอปเปิ้ลเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หรือไม่ แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลในรูปแบบฟรุกโตส  (Fructose) ซึ่งเป็นสารให้ความหวานที่เกิดขึ้นเองธรรมชาติ และแตกต่างจากน้ำตาลทั่วไปที่นำมาใช้ปรุงแต่งรสชาติอาหาร หรือขนมต่าง ๆ จากข้อมูลของ American Journal of Clinical Nutrition ในปี พ.ศ. 2560 พบว่า การรับประทานฟรุกโตสแทนการได้รับกลูโคสเข้าสู่ร่างกาย อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ดี ที่สำคัญแอปเปิ้ลยังมีเส้นใยอาหารถึง 4 กรัม ที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลป้องกันการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และอินซูลินได้ การรับประทานแอปเปิ้ล ผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถรับประทานได้แต่ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม 182 กรัม หรือแอปเปิ้ล 1 ลูกขนาดกลาง อีกทั้งควรรับประทานควบคู่กับผลไม้ และผักชนิดอื่น ๆ ตามความชอบ จากดัชนีการวัดระดับของน้ำตาล ตั้งแต่ 0-100 คะแนน ซึ่งแอปเปิ้ลถูกจัดอยู่ใน 36 คะแนน […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

ระยะของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ควรรู้และควรศึกษาเพื่อทำความเข้าใจในระยะที่กำลังเป็นอยู่ หากยังอยู่ในระยะแรกควรรีบเข้ารับการรักษาและรับคำแนะนำในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ลุกลามไปสู่ระยะต่อไปที่ร้ายแรงขึ้น นอกจากนี้ ควรใส่ใจเรื่องโภชนาการอาหารและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของตัวเอง ระยะของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเรื้องรัง เกิดจากความบกพร่องของร่างกายที่เกิดภาวะดื้ออินซูลินทำให้ร่างการมีระดับน้ำตาลในเลือดที่มากเกินไป จนอาจนำไปสู่ความผิดปกติของระบบไหลเวียนของโลหิต และระบบประสาท โดยระยะของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ภาวะดื้ออินซูลิน ภาวะดื้ออินซูลิน คือ เซลล์กล้ามเนื้อไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลินได้ดี และไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดเพื่อใช้เป็นพลังงานได้ เพื่อชดเชยตับอ่อนจะสร้างอินซูลินมากขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น จนอาจนำไปสู่โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูงได้ ระยะที่ 2 ภาวะก่อนเบาหวาน  ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) คือ ร่างกายของคุณมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่สูงถึงระดับที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่หากยังไม่มีการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารหรือเด็กที่เป็นภาวะก่อนเบาหวานอาจมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ หากเป็นภาวะก่อนเบาหวานแล้วลุกลามไปเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต ดังนั้น ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ และควรเข้ารับการรักษากับคุณหมอ เพื่อไม่ให้ภาวะก่อนเบาหวานลุกลามไปเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ระยะที่ 3 เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคเบาหวานชนิดที่ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

หญิงที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควรดูแลตัวเองมากกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 (COVID-19) อย่างต่อเนื่อง เพราะหญิงที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์นับเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัสโวิด-19 ดังนั้น หากตรวจพบว่าเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ในช่วงนี้ ควรดูแลตนเองและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19   หญิงที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ในสถานการณ์โควิด-19 หญิงที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อโควิด-19 รุนแรงมากกว่าคนปกติทั่วไป หากกำลังตั้งครรภ์และมีภาวะเบาหวานในช่วงเวลานี้ ควรปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 เช่น ดูแลสุขอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่างทางสังคม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์   หญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสแท้งบุตรหรือไม่? วันที่ 12 เมษายน ปี พ.ศ. 2564 นายแพทย์ สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์​ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากผลการศึกษาการวิจัยทั่วโลก ทารกมีโอกาสได้รับเชื้อจากคุณแม่ที่ติดเชื้อโควิด ประมาณ 2-5 เปอร์เซ็นต์ โดยมีโอกาสคลอดก่อนกำหนด 15.1 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังไม่มีหลักฐานระบุชัดเจนในเรื่องของการแท้งบุตรแต่อย่างใด  หญิงที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ กับเคล็ดลับลดความเสี่ยง ในช่วงโควิด-19 ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 หญิงที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ถือว่ามีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงมากกว่าคนปกติทั่วไป ดังนั้น จึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพของตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 โดยสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้ ดูแลรักษาสุขอนามัยอย่างสม่ำเสมอ โดยการล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

เวย์โปรตีน เป็นอาหารเสริมโปรตีนที่มีคุณภาพสูง ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย มีคุณสมบัติแตกต่างจากโปรตีนชนิดอื่น เนื่องจากมีไขมันต่ำ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การรับประทานเวย์โปรตีนก่อนมื้ออาหาร ช่วยกระตุ้นอินซูลิน ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลได้ดียิ่งขึ้น  เวย์โปรตีนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ได้จริงหรือไม่? เวย์โปรตีนช่วยลดระดับน้ำต่ลในเลือดได้ โดยผลการวิจัยที่บรรยายในที่ประชุมวิชาชีพเบาหวานแห่งสหราชอาณาจักร พบว่า การรับประทานเวย์โปรตีนก่อนมื้ออาหาร จะช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน และช่วยควบคุมให้ระดับน้ำตาลลดลงอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลได้ดียิ่งขึ้น  นอกจากนี้ผลการวิจัยในที่ประชุมทางการแพทย์ โดย ศาสตราจารย์ด้านการแพทย์ Daniela Jakubowicz มหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ (Tel Aviv) ในประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 1 เมษายน ปี พ.ศ. 2559 พบว่า จากผลการวิจัยในกลุ่มตัวอย่าง ในผู้ที่มีน้ำหนักเกินและอยู่ในภาวะอ้วน จำนวน 48 คน ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเฉลี่ยมีอายุ 59 ปี พบว่า หลังจากรับประทานเวย์โปรตีนติดต่อกัน 3 เดือน  รู้สึกอิ่มและหิวน้อยลงตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงหลังรับประทานอาหารและยังส่งผลให้น้ำหนักลดลงอีกด้วย  คุณประโยชน์จากเวย์โปรตีนต่อผู้ป่วยเบาหวาน  เวย์โปรตีน เป็นโปรตีนที่อุดมด้วยคุณค่าทางสารอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน ดังต่อไปนี้ กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เวย์โปรตีน เป็นอาหารเสริมโปรตีนต่ำ […]


คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!