home

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ติดนิสัยชอบกินหวาน ทั้งชานมไข่มุก น้ำอัดลม ขนมเค้ก หรือแม้แต่สายรักคาร์บทั้งหลาย คุณก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิด โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ หากไม่รู้จักการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี เรียนรู้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ทั้งข้อมูลพื้นฐาน การดูแลรักษา การป้องกัน และการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ได้ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

บทความ โรคเบาหวานชนิดที่ 2

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

น้ำอัดลม 0 แคลอรี่ หรือหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล รวมถึงอาหารสุขภาพบางอย่าง อาจใช้ สารให้ความหวานแทนน้ำตาล แทนการเติมน้ำตาลในอาหาร ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การกินน้ำตาลมาก อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคเบาหวานได้ แล้วถ้าเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลล่ะ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานด้วยหรือเปล่า ติดตามกันได้กับบทความของ Hello คุณหมอ สารให้ความหวานแทนน้ำตาล คืออะไร เรามักบริโภคสารให้ความหวานแทนน้ำตาลในอาหารต่าง ๆ เช่น น้ำอัดลม ขนมอบ ขนมหวานแช่แข็ง ลูกอม โยเกิร์ตแคลอรี่ต่ำ หมากฝรั่ง นอกจากนี้ คุณยังสามารถเติมสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ในกาแฟ ชา และซีเรียลได้ด้วย ในปัจจุบัน มีสารให้ความหวานแทนน้ำตาล 6 ประเภท ที่ได้รับการทดสอบและได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration; FDA) ได้แก่ สตีเวีย (Stevia) หรือหญ้าหวาน เช่น ยี่ห้อทรูเวีย (Truvia) เพียวเวีย (PureVia) แอลกอฮอล์น้ำตาล (Sugar Alcohols) ได้แก่ ไซลิทอล (Xylitol) และซอร์บิทอล […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลกลูโคสในร่างกายสูงกว่าปกติ สาเหตุเกิดจากร่างกายไม่สามารถสร้าง หรือใช้อินซูลินได้เท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งอินซูลินเป็นสารที่ช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ ดูดซึมน้ำตาลจากอาหารที่รับประทานเข้าไป การรักษาโรคเบาหวาน  คือการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ โดยอาจมีการใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน เพื่อให้ได้ผลที่ดีกว่า วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนสำหรับผู้ที่รักษาเบาหวาน โดยการใช้ยาหลายชนิดร่วมกันมาให้อ่านค่ะ ประเภทของโรคเบาหวาน โรคเบาหวานมี 2 ประเภท ได้แก่ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และ โรคเบาหวานชนิดที่ 2ใน โรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้นเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำลายเซลล์ที่ทำหน้าที่หลั่งอินซูลิน (Insulin) ทำให้การผลิตอินซูลินในร่างกายลดลง ส่วนโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้นร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลินได้ดีเท่าที่ควร ทำให้ร่างกายเกิดภาวะที่เรียกว่า การต่อต้านอินซูลิน ยาที่ใช้สำหรับ การรักษาโรคเบาหวาน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานทั้งสองชนิด จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยใช้ยา เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ ยาที่ใช้สำหรับผู้ป่วยแต่ละคนนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของโรคเบาหวานที่เป็น ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มจากการใช้ ยาเมดฟอร์มิน (Metformin) ซึ่งเป็นยาที่ใช้รับประทาน เพื่อลดปริมาณกลูโคสที่ตับผลิตออกมามากเกินไป [hhg-quiz-placement] การใช้ยาหลายชนิดร่วมกันใน การรักษาโรคเบาหวาน เมื่อการผลิตอินซูลินตามธรรมชาติลดลงเรื่อย ๆ แพทย์มักเพิ่มยารับประทาน หรืออินซูลินสำหรับฉีด หาก ยาเมดฟอร์มิน ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ แพทย์อาจเพิ่ม ยาซัลโฟนิลยูเรีย (Sulfonylurea) ซึ่งกระตุ้นตับอ่อนให้ผลิตอินซูลินเพิ่มขึ้น […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

ความไวต่ออินซูลิน (Insulin sensitivity) หมายถึงการตอบสนองของเซลล์ต่ออินซูลิน ซึ่งหากจะให้เข้าใจกันได้ง่ายขึ้นนั่นก็คือ ถ้าร่างกายมีความไวต่ออินซูลินต่ำ ก็อาจสามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้นั่นเอง ดังนั้นการปรับปรุงความไวต่ออินซูลินให้ดีขึ้นด้วยวิธีธรรมชาติ ที่ Hello คุณหมอ นำมาฝากทุกคนวันนี้ จึงอาจช่วยลดภาวะดื้ออินซูลินลงได้ รวมถึงลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน ได้อีกด้วย ความไวต่ออินซูลิน (Insulin sensitivity) คืออะไร อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่ง ความไวต่ออินซูลิน (Insulin sensitivity) หมายถึง การตอบสนองของเซลล์ต่ออินซูลิน ถ้าร่างกายมีความไวต่ออินซูลินต่ำ ก็อาจหมายความได้ว่าคุณกำลังประสบกับภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin resistant) อยู่ก็เป็นได้ เพราะเซลล์ที่เกิดภาวะดื้ออินซูลิน จะทำให้ไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และเมื่อตับอ่อนรับรู้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูง ก็จะผลิตอินซูลินเพิ่มขึ้นเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งนับว่าการเกิดภาวะดื้ออินซูลินที่ปล่อยไว้เป็นเวลานานจึงอาจนำไปสู่การเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ในที่สุด วิธีเพิ่ม ความไวต่ออินซูลิน ด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นที่ทราบกันดีว่าการมีความไวต่ออินซูลินต่ำ สามารถส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง แต่ก็ยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ อีกมากมายไม่แพ้กัน เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ซึ่งเบื้องต้นนั้นคุณควรหมั่นดูแลตนเองเพื่อเพิ่มความไวต่ออินซูลินในร่างกายได้ด้วยวิธีธรรมชาติ ดังต่อไปนี้ [hhg-quiz-placement] นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากคุณนอนน้อย หรือนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็อาจเป็นการช่วยเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะดื้ออินซูลิน ดังนั้นคุณควรนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อป้องกันร่างกายคุณไม่ให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน และรวมไปถึงป้องกันการเกิดโรคต่าง […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

ภาวะดื้ออินซูลิน เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณได้รับการวินิจฉัยว่าร่างกายเกิดภาวะ ดื้ออินซูลิน นั่นถือเป็นเพียงสัญญาณเตือนเบื้องต้น แต่ทาง Hello คุณหมอ ขอบอกว่า คุณอาจยังสามารถป้องกันโรคเบาหวานได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เช่น การออกกำลังกายเป็นประจำ กินอาหารที่มีประโยชน์ ภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin resistance) คืออะไร อินซูลิน (Insulin) คือ ฮอร์โมนที่สร้างจากตับอ่อน ที่จะช่วยนำกลูโคสหรือน้ำตาลในเลือดมาใช้เป็นพลังงาน โดยกลูโคสจะมาจากอาหารที่คุณกิน หรือตับจะผลิตกลูโคสในเวลาที่ร่างกายต้องการ เช่น ตอนที่คุณอดอาหาร เป็นต้น การทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน คือ หลังจากที่คุณกินอาหารระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้น และตับอ่อนจะหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมา เพื่อทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับปกติ ถ้าคุณหมอวินิจฉัยว่า คุณมี ภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin resistance) นั่นหมายถึง ร่างกายของคุณไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลินได้อย่างเหมาะสม และเมื่อเวลาผ่านไป จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง จนทำให้คุณเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หรือเป็นโรคหัวใจ แต่อย่างไรก็ตาม คุณอาจสามารถป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้ ด้วยการออกกำลังกายและกินอาหารที่มีประโยชน์ [hhg-quiz-placement] รู้ได้อย่างไรว่าร่างกายเกิดภาวะ ดื้ออินซูลิน ภาวะดื้ออินซูลิน ไม่ใช่สิ่งที่คุณสามารถวินิจฉัยได้โดยตัวเอง เนื่องจากการตรวจพบภาวะดื้ออินซูลินจะมาจากการตรวจเลือด และตรวจระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ภาวะต่าง ๆ ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลิน […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

ผู้ป่วยเบาหวานควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ถือเป็นวิธีลดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างหนึ่งที่คุณสามารถทำเองได้ แต่อย่างไรก็ตาม คุณควรปรึกษาคุณหมอก่อนเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์บางอย่าง โดยเฉพาะหากคุณกินยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอยู่แล้ว เพราะอาจส่งผลกับสุขภาพได้ ดังนั้นทาง Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมแนวทางในการ ลดระดับน้ำตาลในเลือด ด้วย 10 วิธีธรรมชาติ มาฝากกันค่ะ ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร ระดับน้ำตาลในเลือดสูงส่งผลกระทบต่อการผลิตอินซูลินของเซลล์ในตับอ่อน หากปล่อยไว้จนตับได้รับความเสียหายถาวร ก็จะทำให้ระดับอินซูลินเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ระดับน้ำตาลในเลือดสูงยังอาจทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis) ส่งผลกระทบต่ออวัยวะแทบทุกส่วน และทำให้หลอดเลือดเสียหายได้ด้วย ปัญหาสุขภาพจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง ได้แก่ โรคไต หรือภาวะไตวาย โรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย สูญเสียการมองเห็น ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้เสี่ยงติดเชื้อมากขึ้น ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เส้นประสาทเสียหาย เลือดในบริเวณขาและเท้าไหลเวียนได้ไม่ดี แผลหายช้า และอาจต้องตัดแขนในบางกรณี เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเหล่านี้ คุณควรรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ โดยสมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า ผู้ป่วยเบาหวานควรควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ที่ 70-130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ก่อนกินอาหาร และน้อยกว่า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หลังกินอาหาร [hhg-quiz-placement] ลดระดับน้ำตาลในเลือด ด้วยวิธีธรรมชาติ 1. ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายจะเพิ่มความไวต่ออินซูลิน และช่วยให้กล้ามเนื้อของคุณนำน้ำตาลจากเลือดมาใช้เป็นพลังงาน จึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง 2. ควบคุมคาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรตจะสลายเป็นกลูโคส ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น การลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตจึงสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ 3. เพิ่มปริมาณไฟเบอร์ ไฟเบอร์มี […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation; IDF) ให้ข้อมูลว่า มีผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับโรคเบาหวานอัตราส่วน 1 ใน 11 คน หากคนในครอบครัวของคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น โรคเบาหวาน คุณจะมีวิธีใน การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ได้อย่างไรบ้าง Hello คุณหมอ รวบรวมเทคนิคการดูแลผู้ป่วยเบาหวานแบบง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้มาฝากค่ะ 8 เทคนิค การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ง่าย ๆ ทำได้ที่บ้าน 1.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคเบาหวานเพิ่มเติม มีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โรคเบาหวาน มากมาย เช่น ผู้ที่เป็นเบาหวานไม่ควรออกกำลังกายซึ่งไม่เป็นความจริง ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ว่าโรคเบาหวานคืออะไร สามารถป้องกันในกรณีฉุกเฉินได้อย่างไร หรือสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างไร รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพื่อจะได้ดูแลคนที่คุณรักให้ดียิ่งขึ้น 2.ช่วยบรรเทาความเครียด ความเครียดจัดสามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะทำให้ควบคุมโรคเบาหวานได้ยากขึ้น แต่การจัดการกับโรคเบาหวานอาจทำให้เกิดความเครียด ดังนั้นจึงควรช่วยบรรเทาความเครียดให้คนที่คุณรัก เช่น ชวนไปออกกำลังกาย ไปเที่ยวพักผ่อน หรือชมภาพยนต์ตลกที่บ้านร่วมกัน 3.เป็นฝ่ายสนับสนุน ควรจำไว้ว่าผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ต้องรับผิดชอบและจัดการกับ โรคเบาหวาน ด้วยตนเอง ส่วนคนในครอบครัวควรเป็นฝ่ายสนับสนุน ไม่ใช่ผู้คุมที่คอยบงการผู้ป่วยโรคเบาหวาน  นอกจากนี้คนในครอบครัวเองก็ควรให้กำลังใจและสนับสนุนผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วย 4.ทำความเข้าใจอารมณ์ขึ้น ๆ ลง […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

ข้อมูลจากสมาคมเบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation; IDF) ชี้ว่า 1 ใน 3 คนเป็นภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) และ 9 ใน 10 คน มักไม่รู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงประสบกับ ภาวะก่อนเบาหวาน และไม่ทราบว่าภาวะดังกล่าวนี้คืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอพาทุกคนมาร่วมเช็กตนเองกันว่าใครบ้างที่เข้าข่ายตกอยู่ใน กลุ่มเสี่ยง และควรพึงดูแลตนเองให้ดีขึ้นก่อนเกิดโรคเบาหวานได้ ภาวะก่อนเบาหวาน คืออะไร ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) เป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ไม่สูงพอที่จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน นอกจากนี้ภาวะก่อนเบาหวานยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งโดยทั่วไปภาวะก่อนเบาหวานจะไม่ปรากฏอาการออกมาให้เห็นแน่ชัด แต่ผู้ป่วยบางรายก็อาจเผยสัญญาณถึงอาการบางอย่างออกมา เช่น กระหายน้ำมากผิดปกติ ปัสสาวะบ่อย ตาพร่าเบลอ หรือเหนื่อยง่าย เป็นต้น ใครเป็น กลุ่มเสี่ยง ภาวะก่อนเบาหวาน ปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดภาวะก่อนเบาหวาน จนพัฒนาไปสู่โรคเบาหวานได้นั้น เป็นไปได้ว่าบุคคลที่มีสภาวะร่างกายดังต่อไปนี้ อาจตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ น้ำหนัก การมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน คือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะก่อนเบาหวาน ยิ่งคุณมีการสะสมของไขมันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เซลล์มีความต้านทานต่ออินซูลินมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะการมีไขมันในช่องท้อง รอบเอวไม่สมส่วน ความเสี่ยงในการต้านทานอินซูลินจะเพิ่มขึ้นในผู้ชายที่มีรอบเอวมากกว่า […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

โรคเบาหวานและ ยาสแตติน มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องควบคุมปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เช่น คอเลสเตอรอลสูง ดังนั้น การใช้ยาสแตติน (Statin) ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ช่วยลดไขมัน ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลดไขมัน โดยเฉพาะไขมันคอเลสเตอรอลความหนาแน่นต่ำหรือไขมันเลว (LDL)  เป็นหลัก และลดความเสี่ยงการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยมใช้ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่ก่อนที่ผู้ป่วยเบาหวานจะใช้ยานี้ วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ยาสแตตินมาฝากค่ะ ข้อมูลเกี่ยวกับ ยาสแตติน สแตติน (Statin) เป็นยาในกลุ่มช่วยลดไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด เพื่อช่วยป้องกันการเกิดหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง หรือที่เรียกกันว่าเส้นเลือดในสมองแตก ผลการศึกษาพบว่า การใช้ยาสแตตินสามารถลดความเสี่ยงอาการหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ประมาณร้อยละ 25 ถึง 35 และยาสแตตินยังช่วยลดโอกาสการเกิดหัวใจวายซ้ำ ได้ประมาณร้อยละ 40 ยาสแตติน ส่งผลต่อการผลิตไขมันคอเลสเตอรอลของตับ ซึ่งช่วยลดระดับไขมันความหนาแน่นต่ำหรือไขมันเลว (LDL)  และเพิ่มระดับไขมันความหนาแน่นสูงหรือไขมันดี (HDL)  การที่ใช้คำว่าไขมันดีและไขมันเลว ก็เนื่องจากไขมัน LDL ในระดับสูง เชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคหัวใจที่สูงขึ้น ขณะที่ระดับไขมัน HDL ในระดับสูง ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ การใช้ยาสแตติน กับโรคเบาหวานชนิดที่ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

ในปัจจุบันมีงานวิจัยที่เสนอแนะเกี่ยวกับการรับประทานวิตามินดี ที่อาจสามารถช่วย ป้องกันโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 ได้ แต่ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นจริงหรือเท็จอย่างไรนั้น บทความของ Hello คุณหมอ วันนี้มีข้อมูลบางอย่างมาฝากทุกคนให้ได้อ่านประกอบการตัดสินใจไปพร้อม ๆ กันค่ะ ทำความรู้จักกับ อินซูลิน ในร่างกาย อินซูลิน (Insulin) เป็นฮอร์โมนภายในร่างกายที่สร้างจากตับอ่อน ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้สำคัญต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะมันอาจช่วยในการดูดซึมกลูโคสที่เข้าสู่กระแสเลือด ไปสู่เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อต่าง ๆ กล่าวคือ อินซูลินมีส่วนช่วยในการควบคุมการทำงานของร่างกาย ในการนำกลูโคสไปใช้ และการเก็บสำรองกลูโคสไว้เป็นพลังงาน ความเชื่อมโยงของอินซูลินกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจมีร่างกายที่ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ เพื่อจัดการกับปริมาณกลูโคสที่ร่างกายได้รับเข้าไป หรือร่างกายเกิดความผิดปกติในการใช้อินซูลิน ผลก็คือ เมื่อไม่สามารถควบคุมกลูโคสได้ ปริมาณกลูโคสจะสะสมเพิ่มขึ้นในกระแสเลือด ทำให้เกิดโรคเบาหวาน จึงส่งผลให้ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจมีอาการต่าง ๆ เช่น สายตาไม่ดี มีปัญหาผิว และความดันโลหิตสูง ร่วม อีกทั้งยังอาจก่อให้อาการต่าง ๆ และความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามระยะเวลา นอกจากนี้ผู้ที่จะตกอยู่ในความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้นั้นมักจะเป็นผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน หรือผู้ที่ประสบกับโรคอ้วนเป็นส่วนใหญ่ [hhg-quiz-placement] วิตามินดี กับการ ป้องกันโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 เป็นที่รู้กันดีว่า วิตามินดีมักมีประโยชน์ในการผลิตแคลเซียม แต่ในทางกลับกัน วิตามินดียังอาจช่วยจัดการปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ด้วย […]

x