สุขภาพทางเพศ

สุขภาพทางเพศ คืออีกหนึ่งส่วนสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข Hello คุณหมอ จึงอยากนำเสนอเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ ทั้งการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ไปจนถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้ผู้อ่านได้มีสุขภาพทางเพศที่ดีมากยิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพทางเพศ

HPV ในผู้หญิงตั้งครรภ์ ส่งผลกระทบต่อคุณแม่และลูกน้อยอย่างไร

HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นไวรัสที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยบางสายพันธุ์สามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกและภาวะผิดปกติอื่น ๆ ในระบบสืบพันธุ์ สตรีตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ HPV มักกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของตัวเองและทารกในครรภ์ โดยเฉพาะการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การคลอดก่อนกำหนด และการถ่ายทอดไวรัสสู่ทารกในระหว่างคลอด ผลกระทบของ HPV ต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ ผลกระทบต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ การเกิดหูดบริเวณอวัยวะเพศ (Genital Warts) การติดเชื้อ HPV อาจกระตุ้นการเกิดหูดในบริเวณอวัยวะเพศ หูดเหล่านี้อาจโตขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบไหลเวียนเลือด หากหูดมีขนาดใหญ่ อาจก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือขัดขวางการคลอดทางช่องคลอด การเปลี่ยนแปลงในปากมดลูก การติดเชื้อ HPV โดยเฉพาะสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง อาจทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก ซึ่งอาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งปากมดลูกได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร ในบางกรณี การติดเชื้อ HPV อาจเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะหากมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด การติดเชื้อ HPV อาจกระตุ้นการอักเสบในระบบสืบพันธุ์ ซึ่งส่งผลต่อการคลอดก่อนกำหนด การคลอดก่อนกำหนดอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพในระยะยาวสำหรับทารก เช่น การเจริญเติบโตที่ช้ากว่าปกติ ผลกระทบต่อทารกในครรภ์และหลังคลอด การติดเชื้อในทารก แม้โอกาสที่ HPV จะส่งต่อถึงทารกในครรภ์มีน้อย แต่มีรายงานว่าการคลอดทางช่องคลอดในกรณีที่แม่มีหูดหรือการติดเชื้อ HPV […]

หมวดหมู่ สุขภาพทางเพศ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพทางเพศ

สุขภาพทางเพศ

ปวดลูกอัณฑะ สาเหตุ การดูแลตัวเอง

ปวดลูกอัณฑะ เป็นอาการที่พบได้ในผู้ชายซึ่งป่วยเป็นโรคหรือมีภาวะผิดปกติเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ เบื้องต้น ผู้ป่วยสามารถดูแลตัวได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวดหรือประคบเย็นบริเวณลูกอัณฑะ อย่างไรก็ตาม หากปวดลูกอัณฑะร่วมกับมีอาการอื่น ๆ เช่น มีไข้ ปวดท้องน้อย ควรไปพบคุณหมอ เพื่อรับการวินิจฉัยสาเหตุของโรค และรับการรักษาที่เหมาะสม [embed-health-tool-heart-rate] ปวดลูกอัณฑะ เกิดจากอะไร ปวดลูกอัณฑะ มักเป็นอาการสืบเนื่องจากความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ อันมีสาเหตุจากโรคหรือภาวะสุขภาพดังต่อไปนี้ ปวดลูกอัณฑะเนื่องจากอัณฑะอักเสบ อัณฑะอักเสบ เป็นโรคซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณหลอดเก็บตัวอสุจิ และเป็นอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อย่างหนองในหรือหนองในเทียม นอกจากนี้ อัณฑะอักเสบยังเกิดได้จากการติดเชื้อไวรัสโรคคางทูม ผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคคางทูม จะเสี่ยงเป็นอัณฑะอักเสบมากกว่าคนที่เคยฉีดวัคซีนแล้ว โดยทั่วไป อัณฑะอักเสบมักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน โดยผู้ป่วยจะปวดลูกอัณฑะข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง ร่วมกับมีอาการป่วยอื่น ๆ เช่น มีไข้ ปวดหัว อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็ว วิธีรักษาอัณฑะอักเสบ อัณฑะอักเสบรักษาได้ด้วยวิธีต่อไปนี้ รับประทานยาปฏิชีวนะ เพื่อต้านเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุของโรค ควบคู่กับการรับประทานยาแก้อักเสบ เพื่อลดอาการปวดลูกอัณฑะหรือลูกอัณฑะบวม ประคบเย็น สามารถทำได้ด้วยตนเองโดยประคบเย็นบริเวณลูกอัณฑะเป็นเวลา 15-20 นาที/ครั้ง วันละประมาณ 3-4 ครั้ง เลือกชนิดชุดชั้นในให้เหมาะสม ควรสวมใส่กางเกงในสำหรับการออกกำลังกายซึ่งมักทำจากผ้าฝ้าย เพื่อป้องกันลูกอัณฑะอักเสบหรือระคายเคือง รวมทั้งช่วยกระชับลูกอัณฑะไม่ให้กระทบกระเทือนจนเกินไปขณะเคลื่อนไหวร่างกาย ปวดลูกอัณฑะเนื่องจากอัณฑะบิดตัว อัณฑะบิดตัว หมายถึง การบิดหรือรั้งของลูกอัณฑะที่ผิดปกติ ส่งผลให้สายรั้งอัณฑะซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวส่งผ่านเลือดมาเลี้ยงลูกอัณฑะบิดจากองศาปกติตามธรรมชาติจนอาจทำให้เกิดการตีบตัน ส่งผลให้เลือดไม่ไหลลงมาเลี้ยงอัณฑะ […]


หนองในแท้

โรคหนองใน สัญญาณเตือน การรักษาและการป้องกัน

โรคหนองใน คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก ปากมดลูก และท่อปัสสาวะ พบได้มากในช่วงวัยรุ่น 15-24 ปี ซึ่งอาจสังเกตได้จากอาการคันอวัยวะเพศ เจ็บแสบขณะปัสสาวะ อีกทั้งยังมีโอกาสถ่ายทอดไปยังทารกระหว่างการคลอดส่งผลให้ทารกมีแผลบนหนังศีรษะ และอาจเสี่ยงต่อการตาบอด เพื่อความปลอดภัย จึงควรตรวจคัดกรองโรคเป็นประจำ และควรเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อลดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น [embed-health-tool-ovulation] สาเหตุของโรคหนองใน โรคหนองใน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แบ่งออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ โรคหนองในแท้ (Gonorrhea) ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย โกโนเรีย (Neisseria gonorrhoeae) และโรคหนองในเทียม (Chlamydia) ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียคลาไมเดีย ทราโคมาติส (Chlamydia trachomatis) โดยมีปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ มีดังนี้ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย การมีคู่นอนหลายคน การใช้เซ็กส์ทอยร่วมกับผู้อื่นโดยไม่ได้ทำความสะอาดก่อน สัญญาณเตือนของโรคหนองใน สัญญาณเตือนของโรคหนองใน อาจสังเกตได้ดังนี้ เจ็บแสบขณะปัสสาวะ อาการคันบริเวณอวัยวะเพศ หรือทวารหนัก ตกขาวปริมาณมาก สีตกขาวผิดปกติ เช่น สีเขียว สีเหลือง หรือเป็นมูกน้ำหนอง และอาจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังมีเพศสัมพันธ์ ปวดท้อง และปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน มีหนองไหลออกจากปลายองคชาต ปวดอัณฑะ อัณฑะบวม บางคนอาจมีอาการอื่น […]


เคล็ดลับเรื่องบนเตียง

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ BDSM

BDSM (bondage, discipline, sadism and masochism) เป็นรสนิยมการมีเซ็กส์รูปแบบหนึ่ง ที่มีการแสดงบทบาทสมมุติก่อนมีเซ็กส์หรือระหว่างมีเซ็กส์ โดยแบ่งเป็นฝ่ายผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ เช่น ตำรวจและผู้ร้าย คุณหมอและคนไข้ เพื่อช่วยสร้างจินตนาการ เพิ่มสีสันและความเร่าร้อนของการมีเซ็กส์ และอาจช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคู่รักได้ อย่างไรก็ตาม ควรคำนึงถึงความปลอดภัยระหว่างการมีเซ็กส์ ความสมยอมของทั้งสองฝ่าย และควรป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง [embed-health-tool-ovulation] การมีเซ็กส์แบบ BDSM คืออะไร BDSM คือ รูปแบบการมีเซ็กส์ ที่แบ่งออกเป็นฝ่ายผู้กระทำและฝ่ายผู้ถูกกระทำ หรืออาจสลับบทบาทกัน โดยอาจมีการสวมบทบาทสมมุติ เช่น คุณหมอกับคนไข้ ตำรวจกับผู้ร้าย และอาจมีการใช้อุปกรณ์ร่วมด้วย เช่น ผ้าปิดตา โซ่ แส้ กุญแจมือ เชือก ไม้เรียว รวมถึงอาจมีการตีหรือดึงผมเบา ๆ ตามรสนิยมของแต่ละคน หากฝ่ายเป็นผู้ถูกกระทำรู้สึกว่าตัวเองถูกล้ำเส้นทางร่างกายจนเกินไปก็อาจมีการใช้คำศัพท์เฉพาะ หรือเรียกว่า safe word ซึ่งเป็นคำพูดหรือสัญญาณเตือนที่คิดขึ้นเองแทนการใช้คำว่า “หยุด” “ไม่” หรือการผลักออก เพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ โดยไม่ทำให้หมดอารมณ์ขณะมีเซ็กส์ BDSM เป็นตัวอักษรที่ย่อมาจาก B = Bondageมีความหมายว่าการพันธนาการหรือความเป็นทาส D = Discipline/Dominance […]


สุขภาพทางเพศ

วิธีรักษาตกขาว ที่ผิดปกติ และการดูแลสุขภาพช่องคลอด

ตกขาว เป็นกระบวนการทำความสะอาดของระบบสืบพันธุ์ โดยการขับสิ่งสกปรก เซลล์ที่ตายแล้ว และแบคทีเรียออกทางช่องคลอด ตกขาวโดยปกติจะมีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวใส ไม่มีกลิ่นหากสังเกตว่าตกขาวมีสีผิดปกติ มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และหาวิธีรักษาตกขาวอย่างเหมาะสม [embed-health-tool-ovulation] ตกขาวผิดปกติ มีสาเหตุมาจากอะไร ตกขาวผิดปกติ อาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อในช่องคลอด ส่งผลให้ความสมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอดเปลี่ยนแปลง นำไปสู่อาการตกขาวมีกลิ่น ตกขาวมีสีเขียว เหลือง น้ำตาล บางคนอาจมีอาการคัน และแสบช่องคลอดขณะปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ตกขาวผิดปกติ มีดังนี้ ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาคุมกำเนิด การติดเชื้อจากคู่นอนระหว่างมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคหนองใน หนองในเทียม โรคพยาธิในช่องคลอด ซิฟิลิส การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการผ่าตัด หรือหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ วัยหมดประจำเดือน เพราะอาจทำให้ผนังช่องคลอดบาง ส่งผลให้ช่องคลอดแห้ง ระคายเคืองและอักเสบ สุขภัณฑ์สกปรก เนื่องจากเป็นการสัมผัสกับบริเวณรอบ ๆ อวัยวะเพศโดยตรงอาจทำให้ช่องคลอดเกิดการติดเชื้อ นำไปสู่อาการตกขาวผิดปกติ การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายที่มีส่วนประกอบของน้ำหอม เช่น ครีม สบู่ รวมถึงการสวนล้างช่องคลอด รอยโรคต่าง ๆ เช่น ติ่งเนื้อ แผลเป็น หรือก้อนในช่องคลอดหรือปากมดลูก […]


สุขภาพทางเพศ

การทำหมันชาย ขั้นตอน การเตรียมตัว ความเสี่ยง

การทำหมันชาย คือการคุมกำเนิดแบบถาวรในผู้ชาย โดยการตัดหรือผูกท่อนำอสุจิไว้ เพื่อไม่ให้อสุจิซึ่งโตเต็มที่แล้วเข้าไปอยู่ในน้ำอสุจิ และป้องกันตัวอสุจิไปผสมกับไข่ในร่างกายผู้หญิงเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ทั้งนี้ การทำหมันชายมีโอกาสสำเร็จประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์ และมีความเสี่ยงต่อสุขภาพต่ำ กรณีที่อยากมีลูกหลังทำหมันแล้ว อาจสามารถแก้หมันได้ แต่โอกาสแก้หมันสำเร็จจะลดน้อยลงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ดังนั้น ก่อนทำหมันชาย จึงควรตัดสินใจให้ถี่ถ้วนและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการทำหมัน หรือหากไม่อยากแก้หมันก็สามารถทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) โดยการเจาะหาตัวอสุจิโดยตรงจากบรีเวณอัณฑะได้ (Surgical sperm retrieval) [embed-health-tool-ovulation] การทำหมันชาย คืออะไร การทำหมันชาย คือ การผ่าตัดปิดกั้นท่อนำอสุจิ เพื่อไม่ให้ตัวอสุจิอยู่ในน้ำเชื้อเมื่อหลั่งขณะมีเพศสัมพันธ์ ป้องกันอสุจิเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ของฝ่ายหญิงจนทำให้เกิดการตั้งครรภ์ การทำหมันชาย เป็นการคุมกำเนิดแบบถาวร เหมาะกับผู้ชายที่ไม่อยากมีลูก หรือมีลูกเพียงพอแล้ว กรณีหลังทำหมันแล้วต้องการมีลูก อาจเข้ารับการผ่าตัดแก้หมันได้ แต่โอกาสสำเร็จขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการดังนั้น ก่อนทำหมันชาย จึงควรตัดสินใจให้รอบคอบ ขั้นตอน การทำหมันชาย การทำหมันชายประเภทผ่าตัดด้วยมีด โดยปกติใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที โดยคุณหมอจะปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ ฉีดยาชาบริเวณถุงอัณฑะ ใช้มีดผ่าตัดผ่าด้านบนของถุงอัณฑะ หรือใช้เครื่องมือแพทย์เฉพาะเจาะบริเวณดังกล่าว คุณหมอจะมองหาตำแหน่งของท่อนำอสุจิ เมื่อพบท่อนำอสุจิแล้ว คุณหมอจะตัดท่ออสุจิทั้ง 2 ข้าง แล้วปิดท่อด้วยการใช้ความร้อนผูกท่อไว้ หรือหนีบด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากนั้น คุณหมอจะเย็บปิดแผลบริเวณถุงอัณฑะ ในกรณีทำหมันด้วยเครื่องมือเฉพาะ หรือที่เรียกว่า “การทำหมันเจาะ” […]


สุขภาพทางเพศ

การทำหมันหญิง การเตรียมตัว ขั้นตอน ความเสี่ยง

การทำหมันหญิง คือ การคุมกำเนิดแบบถาวรโดยการตัดหรือผูกท่อนำไข่ในระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่จากรังไข่มาพบกับอสุจิแล้วเกิดการปฏิสนธิจนตั้งครรภ์ ทั้งนี้ ผู้หญิงที่ทำหมันแล้วจะยังคงมีประจำเดือนอยู่เพราะไข่ยังตกและร่างกายยังผลิตฮอร์โมน ทำให้ผนังมดลูกมีเยื่อบุหนาและกลายเป็นประจำเดือนตามปกติ การทำหมันหญิง เหมาะกับผู้หญิงที่ไม่ต้องการมีลูก หรือมีลูกเพียงพอแล้ว อย่างไรก็ตาม ควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะหากเปลี่ยนคู่นอนบ่อย เพราะการทำหมันไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ การทำหมันหญิง คืออะไร การทำหมันหญิงเป็นการผ่าตัดเพื่อคุมกำเนิดแบบถาวร โดยการตัดหรือผูกท่อนำไข่ทั้ง 2 ข้างในระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง เพื่อป้องกันตัวอสุจิในน้ำเชื้อซึ่งหลั่งเข้ามาในช่องคลอดผสมกับไข่จนนำไปสู่การตั้งครรภ์ การเตรียมตัวก่อนทำหมัน ผู้ที่ต้องการทำหมันควรสอบถามและปรึกษาคุณหมอในประเด็นต่อไปนี้ ก่อนตัดสินใจทำหมัน ข้อดีและข้อเสียของการทำหมัน เพื่อสร้างความมั่นใจในการทำหมันว่าตรงกับความต้องการของตนเองจริง ๆ ความเสี่ยงของการทำหมันว่ามีอะไรบ้าง ขั้นตอนการทำหมันหญิง พร้อมหรือไม่ที่จะเข้ารับการผ่าตัดซึ่งทำให้เกิดบาดแผลหรือระยะเวลาในการพักฟื้นของร่างกาย การแก้หมันและโอกาสแก้หมันสำเร็จมีมากน้อยแค่ไหน ในกรณีเปลี่ยนใจอยากมีลูกหลังทำหมันแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับสุขภาพและอายุของแต่ละคน ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการทำหมัน เช่น ช่วงหลังคลอด หรือหลังมีรอบเดือนแล้ว เพื่อเตรียมตัวและจัดสรรเวลาไม่ให้กระทบกับชีวิตด้านอื่น ๆ ผลข้างเคียงจากยาที่ใช้อยู่ว่าส่งผลต่อการทำหมันหรือไม่อย่างไร รวมทั้งยาที่สามารถรับประทานก่อนทำหมันได้ หรือตัวยาที่ต้องงด เช่น แอสไพริน เนื่องจากทำให้เลือดไหลมากกว่าปกติระหว่างผ่าตัด ในกรณีตัดสินใจว่าต้องการทำหมัน หากมีเพศสัมพันธ์ควรสวมถุงยางป้องกันทุกครั้งจนกว่าจะถึงวันที่กำหนดทำหมัน นอกจากนี้ ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดทำหมัน ควรงดอาหารและเครื่องดื่ม 1 คืนก่อนการผ่าตัด และในบางรายอาจต้องมีการทดสอบการตั้งครรภ์ก่อนผ่าตัด เพราะหากตั้งครรภ์ คุณหมอจะไม่สามารถผ่าตัดทำหมันให้ได้ ขั้นตอน การทำหมันหญิง การทำหมันหญิงในปัจจุบันนี้มีทั้งการผ่าตัดเปิดหน้าท้องและการผ่าตัดแบบไร้แผลโดยการสอดกล้องผ่าตัดผ่านช่องคลอด แต่ในประเทศไทยนิยมใช้วิธีผ่าตัดเปิดหน้าท้องเนื่องจากยังมีผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดแบบไร้แผลอยู่น้อยมาก การทำหมันหญิงด้วยวิธีผ่าตัดเปิดหน้าท้องใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที อันดับแรกคุณหมอจะวางยาสลบในคนไข้ และดำเนินการผ่าตัดตามขั้นตอนต่อไปนี้ ใช้มีดกรีดผ่าตัดเปิดหน้าท้อง […]


การคุมกำเนิด

ยาคุมแบบแปะ มีข้อดี ข้อเสีย และวิธีใช้อย่างไร

ยาคุมแบบแปะ เป็นการคุมกำเนิดประเภทหนึ่ง โดยใช้แผ่นแปะที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสตินติดลงบนผิวหนังเพื่อให้ฮอร์โมนซึมเข้าทางผิวหนัง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบลืมหรือไม่สะดวกรับประทานยาคุมตามวันและเวลาที่กำหนด แต่ต้องเปลี่ยนทุก 1 สัปดาห์ หรือตามที่คุณหมอกำหนด เพื่อการคุมกำเนิดอย่างมีประสิทธิภาพ [embed-health-tool-ovulation] ยาคุมแบบแปะ คืออะไร ยาคุมแบบแปะ คือ การคุมกำเนิดโดยใช้แผ่นแปะที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสตินแปะบริเวณหน้าท้อง หลัง แขน หรือลำตัวส่วนบน จากนั้น ฮอร์โมนจะซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อยับยั้งการตกไข่ และทำให้เมือกบริเวณปากมดลูกหนาขึ้น ป้องกันอสุจิเดินทางไปถึงไข่ หากใช้อย่างถูกวิธีการคุมกำเนิดแบบแปะอาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ข้อดีและข้อเสียของยาคุมแบบแปะ ข้อดีของการใช้ยาคุมกำเนิดแบบแปะ ใช้งานง่าย อาจช่วยลดการเกิดสิว เนื่องจากช่วยปรับความสมดุลของฮอร์โมนส่งผลให้ลดสิวที่เกิดจากฮอร์โมนได้ ประจำเดือนมาสม่ำเสมอและช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ลดความเสี่ยงการเกิดซีสต์ในรังไข่และโรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งมดลูก มะเร็งลำไส้ มะเร็งรังไข่ ข้อเสียของการใช้ยาคุมกำเนิดแบบแปะ ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก เพราะยาคุมกำเนิดแบบแปะอาจปล่อยฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างต่อเนื่อง  อาจมีปัญหาด้านการมองเห็น เช่น สายตาพร่ามัว อาจมีอาการข้างเคียง เช่น ระคายเคืองผิวหนัง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ปวดท้อง เจ็บเต้านม อารมณ์แปรปรวน ท้องเสีย การแข็งตัวของเลือด ติดเชื้อในช่องคลอด  เสี่ยงเลือดออกมากระหว่างมีประจำเดือน จากการทดลองเกี่ยวกับการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดในหญิงวัยรุ่นไทยของภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เมื่อปี พ.ศ. […]


การคุมกำเนิด

ผลข้างเคียงยาคุมฉุกเฉิน ที่ควรรู้ก่อนใช้งาน

ยาคุมฉุกเฉิน เป็นยาคุมกำเนิดที่ใช้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์สำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ผู้ที่ลืมรับประทานยาคุมกำเนิดตามกำหนด หรือถุงยางอนามัยที่ใช้แตก ควรใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้นและไม่ควรใช้บ่อย เนื่องจากยาคุมฉุกเฉินมีฮอร์โมนสูงกว่ายาคุมชนิดอื่น ผลข้างเคียงยาคุมฉุกเฉิน จึงอาจรุนแรงกว่ายาคุมกำเนิดชนิดอื่น ยาคุมฉุกเฉินอาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์น้อยกว่าการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดอื่น โดยอาจป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 75-85% เมื่อรับประทานภายใน 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน และภายใน 150 ชั่วโมง หรือ 5 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของยา อย่างไรก็ตาม หากรับประทานยาคุมฉุกเฉินแล้วมีผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง ควรรีบเข้าพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป [embed-health-tool-ovulation] การทำงานของยาคุมฉุกเฉิน ยาคุมฉุกเฉินประเภทรับประทาน สามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) เป็นยาในกลุ่มโปรเจสติน (Progestins) ซึ่งเป็นฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) สังเคราะห์ ลีโวนอร์เจสเตรลช่วยยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนตามธรรมชาติ ชะลอการตกไข่ ทำให้มูกมดลูกหนาขึ้น และทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง ส่งผลให้ตัวอ่อนฝังตัวได้ยากขึ้น ควรรีบกินยาชนิดนี้ให้เร็วที่สุด หรือภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน) หลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ยูริพริสทอล อะซิเตท (Ulipristal acetate) ช่วยชะลอการทำงานของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน […]


สุขภาพทางเพศ

อาการคันช่องคลอด สาเหตุ และวิธีรักษา

อาการคันช่องคลอด อาจเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การติดเชื้อในช่องคลอด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ วัยหมดประจำเดือนที่ส่งผลให้ช่องคลอดแห้งจนเกิดการระคายเคือง วิธีรักษาอาการคันในช่องคลอดอาจแตกต่างกันออกไปตามสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคัน หากสังเกตว่ามีอาการคันช่องคลอด ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ตกขาวผิดปกติ รู้สึกแสบร้อนขณะปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาทันที [embed-health-tool-ovulation] สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคันช่องคลอด สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคันช่องคลอด มีดังนี้ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อปรสิต เช่น โรคหนองในแท้ หนองในเทียม (Chlamydia) ซิฟิลิส เริมที่อวัยวะเพศ หูดหงอนไก่ เอดส์ โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomonas) ที่อาจส่งผลให้มีอาการระคายเคือง คันช่องคลอดหรือบริเวณรอบ ๆ ปากช่องคลอดได้ การติดเชื้อราในช่องคลอด เกิดขึ้นจากเชื้อราแคนดิดา (Candida) ภายในช่องคลอดเจริญเติบโตมากเกินไป ซึ่งมีหลายปัจจัยเป็นตัวกระตุ้น เช่น ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การมีเพศสัมพันธ์ การใช้ยาปฏิชีวนะ การตั้งครรภ์ ทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง แสบร้อนขณะปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ และตกขาวผิดปกติ ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย เกิดจากความไม่สมดุลของเชื้อแบคทีเรียภายในช่องคลอด ร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ทำให้เกิดอาการคันช่องคลอด […]


โรคเริมที่อวัยวะเพศและเริมที่ปาก

เริมที่อวัยวะเพศหญิง สาเหตุ การรักษา และการป้องกัน

เริมที่อวัยวะเพศหญิง เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากไวรัสเฮอร์พีส์ ซิมเพล็กซ์ (Herpes simplex) หรือที่เรียกว่าไวรัสเริม ซึ่งอาจแบ่งออกเป็นชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ส่งผลให้มีตุ่มพุพองในบริเวณอวัยวะเพศ รู้สึกเจ็บแสบช่องคลอด และคันอวัยวะเพศอย่างรุนแรง ดังนั้น จึงควรป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกก่อนมีเพศสัมพันธ์ ไม่ควรเปลี่ยนคู่นอนหลายคน และตรวจสุขภาพทางเพศเพื่อคัดกรองโรคเป็นประจำ [embed-health-tool-ovulation] สาเหตุที่ทำให้เกิด เริมที่อวัยวะเพศหญิง เริมที่อวัยวะเพศหญิงเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเริม ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้ 1. ไวรัสเริมชนิดที่ 1 (HSV-1) อาจทำให้เป็นโรคเริมในช่องปาก ซึ่งสามารถติดต่อกันผ่านน้ำลาย หรือการให้แผลสัมผัสกับสารคัดหลั่งที่มีเชื้อไวรัส อีกทั้งยังสามารถทำให้เกิดเริมที่อวัยวะเพศได้หากมีเพศสัมพันธ์ทางปากโดยไม่ป้องกัน อาการของการติดเชื้อไวรัสเริมชนิดที่ 1 อาจสังเกตได้ดังนี้ รู้สึกแสบร้อนบริเวณรอบ ๆ ปาก ช่องคลอด อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก มีอาการคัน มีรอยแดงที่ปาก ช่องคลอด ทวารหนัก หรืออวัยวะเพศ มีตุ่มพุพองในช่องปาก ช่องคลอด ปากมดลูก ทวารหนัก อวัยวะเพศ หรือก้น ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลเปิดเมื่อตุ่มพุพองแตก แผลเป็นสะเก็ดแข็ง และอาจหายเป็นปกติภายใน 4-6 วัน 2. ไวรัสเริมชนิดที่ 2 (HSV-2) […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน