สุขภาพทางเพศ

สุขภาพทางเพศ คืออีกหนึ่งส่วนสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข Hello คุณหมอ จึงอยากนำเสนอเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ ทั้งการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ไปจนถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้ผู้อ่านได้มีสุขภาพทางเพศที่ดีมากยิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพทางเพศ

HPV ในผู้หญิงตั้งครรภ์ ส่งผลกระทบต่อคุณแม่และลูกน้อยอย่างไร

HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นไวรัสที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยบางสายพันธุ์สามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกและภาวะผิดปกติอื่น ๆ ในระบบสืบพันธุ์ สตรีตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ HPV มักกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของตัวเองและทารกในครรภ์ โดยเฉพาะการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การคลอดก่อนกำหนด และการถ่ายทอดไวรัสสู่ทารกในระหว่างคลอด ผลกระทบของ HPV ต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ ผลกระทบต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ การเกิดหูดบริเวณอวัยวะเพศ (Genital Warts) การติดเชื้อ HPV อาจกระตุ้นการเกิดหูดในบริเวณอวัยวะเพศ หูดเหล่านี้อาจโตขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบไหลเวียนเลือด หากหูดมีขนาดใหญ่ อาจก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือขัดขวางการคลอดทางช่องคลอด การเปลี่ยนแปลงในปากมดลูก การติดเชื้อ HPV โดยเฉพาะสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง อาจทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก ซึ่งอาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งปากมดลูกได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร ในบางกรณี การติดเชื้อ HPV อาจเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะหากมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด การติดเชื้อ HPV อาจกระตุ้นการอักเสบในระบบสืบพันธุ์ ซึ่งส่งผลต่อการคลอดก่อนกำหนด การคลอดก่อนกำหนดอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพในระยะยาวสำหรับทารก เช่น การเจริญเติบโตที่ช้ากว่าปกติ ผลกระทบต่อทารกในครรภ์และหลังคลอด การติดเชื้อในทารก แม้โอกาสที่ HPV จะส่งต่อถึงทารกในครรภ์มีน้อย แต่มีรายงานว่าการคลอดทางช่องคลอดในกรณีที่แม่มีหูดหรือการติดเชื้อ HPV […]

หมวดหมู่ สุขภาพทางเพศ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพทางเพศ

โรคเริมที่อวัยวะเพศและเริมที่ปาก

เริมเกิดจากอะไร

เริม คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากไวรัสเริม ที่ส่งผลให้เกิดอาการคันและมีแผลบริเวณอวัยวะเพศ ช่องปาก เริม เป็นโรคที่พบได้ทุกเพศทุกวัย และอาจเป็นซ้ำ ๆ ได้บ่อย ควรศึกษาว่า เริมเกิดจากอะไร มีอาการอย่างไร เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ เริมเกิดจากอะไร เริม เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเริมผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันกับผู้ที่ติดเชื้อ และสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย การใช้สิ่งของร่วมกัน การจูบ สัมผัสกับผิวหนัง  ไวรัสเริมแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ไวรัสเริ่มชนิดที่ 1 (HSV-1) ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณช่องปาก และรอบ ๆ ปาก แต่ก็อาจส่งผลให้ติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศได้หากมีเพศสัมพันธ์ทางปาก บางกรณีไวรัสเริมชนิดที่ 1 อาจถ่ายทอดจากมารดาที่ติดเชื้อสู่ทารกระหว่างการคลอดบุตรผ่านทางช่องคลอดที่มีเชื้อไวรัส ซึ่งอาจส่งผลให้ทารกติดเชื้อไวรัสเริม มีแนวโน้มเป็นโรคไข้สมองอักเสบ การติดเชื้อที่ตา โรคไขข้ออักเสบ ระบบประสาทได้รับความเสียหาย  ไวรัสเริมชนิดที่ 2 (HSV-2) เป็นการติดเชื้อที่เกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก และการสัมผัสกับสารคัดหลั่งที่มีเชื้อไวรัสเริมผ่านทางผิวหนัง เป็นประเภทที่อาจพบได้บ่อยและมีการแพร่กระจายสูง อีกทั้งยังอาจส่งผลให้ทารกได้รับเชื้อไวรัสเริมชนิดที่ 2 ได้จากมารดาตั้งครรภ์เหมือนไวรัสเริมชนิดที่ 1 ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัย อาจมีแนวโน้มเสี่ยงได้รับเชื้อไวรัสเริม ซึ่งเริมอาจเกิดขึ้นบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อาการของเริม  อาการของเริมอาจเกิดขึ้นประมาณ […]


การคุมกำเนิด

ยาคุมฉุกเฉินกินตอนไหน

ยาคุมฉุกเฉิน เป็นยาคุมกำเนิดเพื่อใช้ป้องการตั้งครรภ์หลังจากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ผู้ที่รับประทานยาคุมฉุกเกฉินอาจเสี่ยงกับผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ แล้วอาการต่าง ๆ จะค่อย ๆ ทุเลาลง ยาคุมฉุกเฉินกินตอนไหน กินอย่างไร ควรศึกษาให้เข้าใจเพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ให้ได้ผล  [embed-health-tool-ovulation] ยาคุมฉุกเฉิน คืออะไร ยาคุมฉุกเฉิน คือ ยาคุมกำเนิดในการป้องกันการตั้งครรภ์ที่สามารถออกฤทธิ์ขัดขวางการตกไข่ ทำให้สารคัดหลั่งบริเวณปากมดลูกมีความเหนียวมากขึ้น ทำให้ผนังโพรงมดลูกอาจไม่เหมาะกับการฝังตัวของไข่ ประเภทของยาคุมฉุกเฉินที่ส่วนใหญ่นิยมใช้ ได้แก่ ยาคุมลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) เป็นยาคุมฉุกเฉินในกลุ่มโพรเจสติน (Progestins) ที่เป็นฮอร์โมนควบคุมภาวะการตกไข่ ซึ่งมีแบบ 1 เม็ดรับประทานเพียงครั้งเดียว โดยจะมีฮอร์โมนลีโวนอร์เจสเตรล 1.5 มิลลิกรัมควรรับประทานยาคุมประเภทนี้ภายใน 72 ชั่วโมง และแบบ 1 แผง 2 เม็ด ที่มีฮอร์โมนลีโวนอร์เจสเตรลเม็ดละ 0.75 มิลลิกรัม โดยควรรับประทานเม็ดแรกไม่เกิน 72 ชั่วโมง และรับประทานยาเม็ดที่ 2 ห่างจากเม็ดแรกประมาณ 12 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ยาคุมยูริพริสทอล อะซิเตท (Ulipristal […]


การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

โรคเอดส์ อาการ มีอะไรบ้าง

โรคเอดส์ อาการ ที่สังเกตได้อาจแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะติดเชื้อ ระยะสงบ และระยะเอดส์ ซึ่งหมายถึงการติดเชื้อเอชไอวีระยะสุดท้าย ทำให้เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่สำคัญในการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายลดลง ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้ และเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น วัณโรค โรคปอดบวม  เยื่อหุ้มสมองอักเสบ [embed-health-tool-ovulation] สาเหตุของโรคเอดส์  สาเหตุที่อาจทำให้ติดเชื้อเอชไอวี มีดังนี้ ติดต่อเพศสัมพันธ์ การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อผ่านทางช่องคลอด ทวารหนักและช่องปากโดยไม่มีการป้องกัน ติดต่อผ่านทางเลือด การรับเลือดของผู้ติดเชื้อผ่านการถ่ายให้เลือด การติดเชื้อผ่านทางบาดแผล หรือการใช้เข็มฉีดยาหรือเข็มสักร่วมกับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี การติดเอดส์จากมารดาสู่ทารก มารดาตั้งครรภ์ที่ติดเชื้ออาจแพร่เชื้อไวรัสเอชไอวีไปยังทารกได้ระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้ทารกในครรภ์ได้รับเชื้อเอชไอวี คุณแม่ควรตรวจหาเชื้อเอชไอวีก่อนตั้งครรภ์หรือรักษาการติดเชื้อเอชไอวีให้เรียร้อยก่อนการตั้งครรภ์ โรคเอดส์ อาการ สังเกตได้  อาการของโรคเอดส์ขึ้นอยู่กับระยะการติดเชื้อที่ผู้ป่วยเป็น โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะแรกของการติดเชื้อ  เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ท้องเสีย เจ็บคอ มีผื่น ปวดตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ ไอ เหงื่อออกตอนกลางคืน  ระยะอาการสงบ ระยะนี้เชื้อไวรัสไม่แสดงอาการใด ๆ โดยระยะนี้สามารถอยู่ได้นาน 8-10 ปี หากไม่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส […]


การคุมกำเนิด

ลืมกินยาคุม1วัน เสี่ยงท้องไหม และควรทำอย่างไร

ลืมกินยาคุม1วัน เป็นปัญหาที่อาจนำไปสู่การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ เช่น เลือดออกจากช่องคลอด วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ แต่การเรียนรู้สิ่งที่ควรทำเมื่อลืมกินยาคุม อาจช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเหมาะสม และลดโอกาสในการตั้งครรภ์หรือเกิดผลข้างเคียงได้มากขึ้น  [embed-health-tool-ovulation] ยาคุม คือ  ยาคุม คือ หนึ่งในทางเลือกในการป้องกันการตั้งครรภ์ ด้วยการรับประทานยาที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิง คือ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ เช่น ปากมดลูก ผนังมดลูก รังไข่ โดยการสร้างเมือกที่บริเวณปากมดลูกให้มากขึ้น ทำให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ยากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ผนังมดลูกบางลง ทำให้ไข่ไม่สามารถฝังตัวได้ และทำให้ไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น  ลืมกินยาคุม1วัน ควรทำอย่างไร ยาคุมกำเนิดมีชนิดแผงแบบ 21 เม็ด และ 28 เม็ด โดยแผง 28 เม็ดนั้น 7 เม็ดสุดท้ายที่มีสีแตกต่างจากเม็ดอื่น เป็นเม็ดยาปราศจากฮอร์โมนที่มีไว้ช่วยให้มีนิสัยการกินยาในทุกวันก่อนเริ่มต้นแผงใหม่ หากลืมรับประทานไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใด  ผู้ที่ลืมกินยาคุม 1 วัน ควรปฏิบัติตามประเภทยาคุมที่ใช้ ดังต่อไปนี้  หากลืมกินยาคุมชนิดฮอร์โมนเดียว  ลืมกินยาคุมไม่เกิน 3 ชั่วโมง ควรกินทันทีเมื่อนึกขึ้นได้  ลืมกินยาคุม 1 เม็ด ควรกินทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ ซึ่งอาจต้องกินยาคุม 2 […]


การคุมกำเนิด

ยาคุมฉุกเฉิน การรับประทานและความเสี่ยง

ยาคุมฉุกเฉิน เป็นวิธีคุมกำเนิดสำหรับกรณีฉุกเฉินเมื่อมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ถุงยางแตก หรือลืมรับประทานยาคุมกำเนิดแบบปกติ สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 75%-85% ซึ่งน้อยกว่าการคุมกำเนิดแบบอื่น และไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ นอกจากนี้ การรับประทานยาคุมฉุกเฉินบ่อยครั้งอาจเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย เนื่องจากเป็นฮอร์โมนในปริมาณสูง และเพิ่มความเสี่ยงท้องนอกมดลูกได้ จึงควรทำความเข้าใจความเสี่ยงและความเหมาะสมในการใช้ยาด้วย [embed-health-tool-ovulation] ยาคุมฉุกเฉินทำงานอย่างไร ยาคุมฉุกเฉิน เป็นยารับประทานที่แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) และ ยูริพริสทอล อะซิเตท (Ulipristal Acetate) ซึ่งอาจมีประสิทธิภาพที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนี้ ลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) เป็นฮอร์โมนโปรเจนเตอโรนสังเคราะห์ ช่วยชะลอหรือหยุดการปล่อยไข่ เพิ่มความเหนียวของมูกปากมดลูก เเละทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง ควรใช้เร็วที่สุดภายใน 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน หลังมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ยูริพริสทอล อะซิเตท (Ulipristal Acetate) ช่วยหยุดการทำงานของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ชะลอหรือหยุดการปล่อยไข่ ควรใช้โดยเร็วที่สุด ภายใน 120 ชั่วโมง หรือ 5 วัน หลังมีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ การรับประทานยาคุมฉุกเฉินทั้ง 2 […]


การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

อาการคัน จากโรคเอดส์ เกิดจากอะไรได้บ้าง

อาการคัน จากโรคเอดส์ เป็นปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อเอชไอวีเฉียบพลัน จนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อฉวยโอกาส เช่น ไวรัสเริม โรคหูดข้าวสุก มากขึ้น นอกจากนั้น อาการคันอาจเกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดโรคผิวหนังในผู้ป่วยเอชไอวีและมีอาการคันรุนแรงขึ้น [embed-health-tool-ovulation] อาการคัน จากโรคเอดส์ มีสาเหตุจากอะไร อาการคัน จากโรคเอดส์ เป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีและเอดส์ ซึ่งมีสาเหตุมาจากระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอของผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ก่อให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังในลักษณะต่าง ๆ ที่ทำให้มีอาการคันรุนแรงในบางกรณี อาจไม่สามารถรักษาได้จนทำให้เกิดรอยด่าง แผลเป็นบนผิวหนัง หรือมีอาการคันจนนอนไม่หลับ ส่งผลต่อความเครียดทางจิตใจ สาเหตุของอาการคัน จากโรคเอดส์ที่พบบ่อย ได้แก่ การติดเชื้อเอชไอวีเฉียบพลัน เป็นอาการติดเชื้อเอชไอวีระยะแรก มีอาการภายใน 2-6 สัปดาห์ ได้แก่ ปวดหัว เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองบวม ผื่นแดง คันที่ลำตัว มีไข้ แผลในช่องปาก หลอดอาหาร ทวารหนัก หรืออวัยวะเพศ ติดเชื้อฉวยโอกาส เป็นระยะติดเชื้อแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในระยะที่ 3 ของการติดเชื้อเอชไอวีหรืออาการโรคเอดส์ เช่น ติดเชื้อที่ผิวหนัง อาจเกิดจากไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อรา […]


การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

โรคเอดส์ อาการ สาเหตุ และการรักษา

โรคเอดส์ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) เรียกอีกอย่างว่า ระยะเอดส์ ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี เชื้อสร้างความเสียหายให้ระบบภูมิคุ้มกัน จนขัดขวางกระบวนการในการต่อสู้กับการติดเชื้อไวรัสและเชื้อโรคอื่น ๆ ทั้งยังอาจแพร่กระจายโดยการสัมผัสกับเลือดที่ติดเชื้อ จากแม่สู่ลูกในระหว่างตั้งครรภ์ การคลอดบุตร หรือให้นมบุตร การติดเชื้อเอชไอวีอาจใช้เวลาหลายปีกว่าที่เชื้อจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและเข้าสู่ระยะโรคเอดส์ แม้จะยังไม่มียารักษาการติดเชื้อเอชไอวี แต่การรับประทานยาตามคำแนะนำของคุณหมอก็สามารถช่วยชะลอการเข้าสู่ระยะโรคเอดส์ และลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะเอดส์ได้ [embed-health-tool-ovulation] คำจำกัดความ โรคเอดส์คืออะไร โรคเอดส์ หรือที่เรียกว่า ระยะเอดส์ คือ คือกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการติดไวรัสเอชไอวี จัดเป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อ เซลล์เม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโรคเอดส์จะถูกทำลายและลดจำนวนลง ทำให้ติดเชื้ออื่น ๆ และเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น โดยเชื้อไวรัสเอชไอวีสามารถติดต่อได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การได้รับเลือดผู้ติดเชื้อเข้าสู่ร่างกาย การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ทารกในครรภ์ได้รับเชื้อจากมารดาตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี ทารกได้รับเชื้อเพราะกินนมแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวี เป็นต้น โรคเอดส์สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอาจเป็นกลุ่มพนักงานบริการทางเพศ กลุ่มชายรักชาย และผู้ที่ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด โดยปัจจุบันในประเทศไทย มีผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังคงมีชีวิตอยู่ประมาณ 500,000 คน โดยเป็นผู้ที่ได้รับยาต้านไวรัส 394,598 คน ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,600 คน และผู้เสียชีวิตจากเอชไอประมาณวี 12,000 คน อาการ อาการของโรคเอดส์ อาการที่พบได้บ่อยของการติดเชื้อเอชไอวี มีดังนี้ มีไข้ ปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอ หนาวสั่น […]


การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

ตุ่มเอดส์ อาการเมื่อติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์

ตุ่มเอดส์ หรือตุ่ม PPE เป็นอาการทางผิวหนังที่ทำให้เกิดผื่นคันในผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี โดยเฉพาะในผู้ป่วยระยะโรคเอดส์ ตุ่มเอดส์มักเกิดขึ้นบริเวณลำตัว ใบหน้า และแขนขา อาจทำให้มีตุ่มแดงหรือตุ่มสีม่วงบนผิวหนัง มีอาการคัน เลือดคั่ง และอาจมีเยื่อเมือกบนฝ่ามือและฝ่าเท้า ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด และควรเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้อาการลุกลามจนควบคุมได้ยาก [embed-health-tool-ovulation] ตุ่มเอดส์ คืออะไร ผื่น PPE หรือตุ่ม PPE (Pruritic papular eruption หรือ PPE) หรือที่เรียกกันว่า ตุ่มเอดส์ คือ ผื่นคันที่มักเกิดจากการติดเชื้อเอชไอวี พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน ตุ่มเอดส์เป็นอาการเริ่มต้นของเอชไอวีระยะที่ 2 ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระบบภูมิคุ้มกันต่ำลง และตุ่มเอดส์จะกระจายตัวมากขึ้นเป็น 3 เท่า เมื่อจำนวนเม็ดเลือดขาว CD4 ที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรค น้อยกว่า 200 เซลล์/ลบ.มม. ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุตุ่มเอดส์ได้อย่างแน่ชัด แต่คาดว่าเกิดจากการติดเชื้อเอชไอวีเฉียบพลันโดยตรงทางผิวหนัง ยารักษาภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง การติดเชื้ออื่น ๆ เช่น เชื้อไวรัสเริม ซิฟิลิส หรือโรคหูข้าวสุก การติดเชื้อจากแมลงกัดต่อย ทำให้มีตุ่มแดงหรือตุ่มสีม่วงบนผิวหนัง มีอาการคัน เลือดคั่ง ผิวแห้ง มีเม็ดสีมากเกินไปจนสีผิวบางส่วนเปลี่ยนแปลง […]


โรคเริมที่อวัยวะเพศและเริมที่ปาก

เริม สาเหตุ อาการ การรักษา

เริม เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus (HSV) มักพบบริเวณช่องปากและอวัยวะเพศ หรือผิวหนังที่มีแผลเปิดหรือรอยถลอก ผู้ติดเชื้อไวรัสเริมอาจรู้สึกเจ็บปวดบริเวณผิวหนังที่ได้รับผลกระทบ หรือเป็นแผลที่มีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใส ส่วนใหญ่แล้ว อาการของเริมสามารถหายเองได้ แต่ก็ควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น มีไข้ เป็นแผลภายในช่องปาก กระเพาะปัสสาวะและทวารหนักอักเสบ [embed-health-tool-ovulation] คำจำกัดความ เริม คืออะไร เริม คือ การติดเชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus (HSV) ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การจูบ การใช้สิ่งของร่วมกับผู้ติดเชื้อไวรัส เป็นต้น จนนำไปสู่การเกิดแผลตุ่มน้ำใส มีอาการปวดแสบ ร้อนรอบบริเวณริมฝีปาก ในช่องปาก ผิวหนังบนอวัยวะเพศ ช่องคลอด ทวารหนัก หรือที่เรียกว่า เริมที่ปาก เริมที่อวัยวะเพศ เป็นต้น การติดเชื้อไวรัสเริมอาจเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กอายุ 1-2 ปี ที่อาจพบแผลบริเวณริมฝีปากจากไวรัสเริมบ่อยที่สุด ส่วนมากเกิดจากการได้รับเชื้อจากคุณแม่ระหว่างคลอด หรือจากผู้เลี้ยงดู นอกจากนี้ ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน   เช่น การไม่สวมใส่ถุงยางอนามัย ก็อาจติดเชื้อไวรัสเริมได้เช่นกัน อาการ อาการของเริม อาการของเริมอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้ […]


การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

วิธีสังเกต คนเป็นเอดส์ ทำได้อย่างไร

วิธีสังเกต คนเป็นเอดส์ อาจสังเกตได้จากอาการของโรค เช่น อาจมีอาการเหนื่อยล้าตลอดเวลา มีตุ่มเอดส์ มีไข้เป็นเวลายาวนาน หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่สำหรับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ในระยะแรกอาจสังเกตอาการได้ยาก เนื่องจากอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่และอาจเข้าสู่ระยะไม่แสดงอาการ หากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มต้น เชื้อไวรัสอาจพัฒนากลายเป็นโรคเอดส์ที่มีความรุนแรงขึ้นได้ [embed-health-tool-ovulation] เอดส์ คืออะไร เอดส์ (AIDS) เป็นระยะรุนแรงของการติดเชื้อเอชไอวี มักเกิดขึ้นเมื่อจำนวนของเซลล์ CD4 คือ เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย มีจำนวนลดลงเหลือต่ำกว่า 200 เซลล์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง เพิ่มโอกาสติดเชื้ออื่น ๆ สูงขึ้นและอาจทำให้มีอาการแย่ลงอย่ารวดเร็วเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอมาก  ซึ่งโดยปกติควรมี CD4 อยู่ระหว่าง 500–1,500 ต่อเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร แต่จำนวน CD4 อาจเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายในขณะนั้น เช่น ในช่วงร่างกายอ่อนแอ มีไข้ หรือพักผ่อนน้อย เชื้อเอชไอวีสามารถติดต่อผ่านเลือด สารคัดหลัง หรือน้ำอสุจิ ที่สัมผัสกับบาดแผลโดยตรง การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ หรือการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางปากและทางทวารหนัก โดยไม่สวมถุงยางอนามัยป้องกัน ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีในระยะแรกอาจแสดงอาการเริ่มต้นภายใน 1-6 สัปดาห์ จากนั้นเชื้อไวรัสจะพัฒนาไปในระยะไม่แสดงอาการจนกลายเป็นโรคเอดส์ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มต้น วิธีสังเกต […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน