โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับหน้าร้อน ทำไมคนอ้วนถึงเสี่ยง "ฮีทสโตรก" มากกว่า

เมื่อเข้าสู่ช่วงที่อุณหภูมิในประเทศไทยพุ่งสูงทะลุ 40 องศาเซลเซียส หลายคนอาจนึกถึงการไปเที่ยวทะเลหรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อให้สมกับเป็นช่วงซัมเมอร์ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะ "โรคอ้วน" (Obesity) หน้าร้อนกลับไม่ได้มีเพียงแค่ความสนุกสนาน เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ร่างกายต้องเผชิญกับสภาวะวิกฤตที่อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้ คนที่มีภาวะโรคอ้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิด "ฮีทสโตรก" (Heatstroke) หรือโรคลมแดดมากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า! ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้มาจากเพียงแค่สภาพอากาศภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลไกภายในร่างกายที่ทำงานผิดปกติไปเนื่องจากไขมันส่วนเกิน  Hello Khunmor จะพาคุณไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่คนอ้วนต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อน และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี "ชั้นไขมัน" กับการระบายความร้อนของร่างกาย ในสภาวะปกติ ร่างกายมนุษย์จะมีกลไกในการรักษาอุณหภูมิแกนกลางให้อยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส เมื่อสภาพอากาศภายนอกร้อนขึ้น ร่างกายจะระบายความร้อนออกผ่านทางการขับเหงื่อและการขยายตัวของหลอดเลือดที่ผิวหนัง เพื่อให้เลือดนำพาความร้อนจากภายในสู่ภายนอก ทำไมคนอ้วนถึงทนความร้อนได้น้อยกว่า? ตามหลักสรีรวิทยา ไขมันมีคุณสมบัติเป็น "ฉนวนกันความร้อน" (Thermal Insulator) ที่ดีเยี่ยม ชั้นไขมันหนา ๆ จะช่วยกักเก็บความร้อนไม่ให้ออกจากร่างกายเพื่อความอยู่รอดในช่วงที่มีอากาศหนาว แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนและมีภาวะโรคอ้วน ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่หนาเกินไปจะทำให้ความร้อนจากภายในระบายออกมาสู่ผิวหนังได้ยาก นอกจากนี้ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมักมีสัดส่วนพื้นที่ผิวต่อมวลร่างกายน้อยกว่าคนที่มีรูปร่างสมส่วน หมายความว่าร่างกายมีพื้นที่ในการระบายความร้อน (ผ่านเหงื่อ) น้อยลง เมื่อเทียบกับปริมาณความร้อนที่ร่างกายผลิตขึ้นและกักเก็บไว้ภายใน ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางของคนอ้วนพุ่งสูงขึ้นได้รวดเร็วกว่าคนปกติเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดหรืออากาศที่ร้อนจัด ภาระของหัวใจที่หนักขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 40 องศา สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (American Heart Association - AHA) ระบุว่า ความร้อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

ข้อมูลโภชนาการ

ตะลิงปลิง ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

ตะลิงปลิง เป็นผลไม้รสชาติเปรี้ยวที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมาย เช่น วิตามินซี  ไฟเบอร์ วิตามินบี 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ เช่น อาจช่วยควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยบรรเทาอาการไอและหวัด ส่งเสริมสุขภาพกระดูกและสุขภาพผิว นอกจากนี้ ยังอาจช่วยบรรเทาอาการโรคริดสีดวงทวารได้อีกด้วย คุณค่าทางโภชนาการของตะลิงปลิง ตะลิงปลิงปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 26 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต 2.8 กรัม ไขมัน 1.3 กรัม โปรตีน 0.7 กรัม ไฟเบอร์ 0.7 กรัม วิตามินซี 15.7 มิลลิกรัม แคลเซียม 12 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 1 มิลลิกรัม นอกจากนี้ ตะลิงปลิงยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ประโยชน์ของตะลิงปลิงที่มีต่อสุขภาพ ตะลิงปลิงมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของตะลิงปลิงในการส่งเสริมสุขภาพ […]


ข้อมูลโภชนาการ

เลม่อน ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

เลม่อนเป็นผลไม้ตระกูลส้ม ลักษณะเป็นไม้พุ่ม ผลมีลักษณะกลมรี เปลือกสีเหลือง มีกลิ่นหอม อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ เช่น อาจช่วยปรับปรุงสุขภาพหัวใจ ควบคุมน้ำหนัก ป้องกันโรคนิ่วในไต อาจลดความเสี่ยงมะเร็ง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น คุณค่าทางโภชนาการของเลม่อน เลม่อนปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 29 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต 9.32 กรัม ไฟเบอร์ 2.8 กรัม โปรตีน 1.1 กรัม ไขมัน 0.3 กรัม วิตามินซี 53 มิลลิกรัม โคลีน 5.1 มิลลิกรัม นอกจากนี้ เลม่อนยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 […]


ข้อมูลโภชนาการ

มะเดื่อ ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

มะเดื่อ เป็นผลไม้ลักษณะกลม แป้นหรือเป็นรูปไข่ เปลือกบาง ผลสุกมีสีเหลือง แดงหรือชมพู รสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอมหวาน สามารถรับประทานได้ทั้งแบบสดและแบบแห้ง โดยมะเดื่อนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ เช่น ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ดีต่อสุขภาพผิว ปรับปรุงระบบทางเดินอาหาร และอาจช่วยต้านมะเร็งได้ คุณค่าทางโภชนาการของมะเดื่อ มะเดื่อ ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 249 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต 63.87 กรัม น้ำตาล 47.92 กรัม ไฟเบอร์ 9.8 กรัม โปรตีน 3.3 กรัม ไขมัน 0.93 กรัม นอกจากนี้ มะเดื่อยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี แมกนีเซียม แคลเซียม ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม โซเดียม ประโยชน์ของมะเดื่อที่มีต่อสุขภาพ มะเดื่อมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของมะเดื่อในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อาจช่วยส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร มะเดื่อเป็นผลไม้ที่อาจช่วยส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร ปรับปรุงอาการลำไส้แปรปรวนและช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร […]


ข้อมูลโภชนาการ

ลางสาด ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

ลางสาด เป็นผลไม้เมืองร้อนลักษณะคล้ายลองกอง แต่มีเปลือกบางกว่า ผลกลมรี ผิวเปลือกเนียนละเอียด สีเหลืองสดใส รสชาติหวานอมเปรี้ยว อุดมไปด้วยสารอาหารและสารประกอบหลายชนิด เช่น สารลิโมนอยด์ (Limonoids) สารไฟโตเคมิคอล (Phytochemicals) ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น อาจช่วยป้องกันโรคมาลาเรีย ป้องกันมะเร็ง รักษาอาการท้องร่วง คุณค่าทางโภชนาการของลางสาด ลางสาด ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 67 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต 9.5 กรัม ไฟเบอร์ 2.3 กรัม โปรตีน 0.8 กรัม ไขมัน 0.1 กรัม นอกจากนี้ ลางสาดยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม ประโยชน์ของลางสาดที่มีต่อสุขภาพ ลางสาดมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของลางสาดในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อุดมไปด้วยสารพฤษเคมีไฟโตเคมิคอล ลางสาดอุดมไปด้วยไฟโตเคมิคอลซึ่งเป็นสารพฤษเคมีที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อาจช่วยป้องกันโรคเรื้อรังบางชนิด เช่น […]


โภชนาการเพื่อสุขภาพ

ท้องผูก กินอะไรดี ให้ขับถ่ายคล่อง

ท้องผูก เป็นภาวะที่ร่างกายมีการขับถ่ายที่ผิดปกติ ส่งผลให้ถ่ายอุจจาระลำบาก อุจจาระมีลักษณะก้อนใหญ่ แข็ง แห้ง จึงต้องใช้แรงแบ่งมาก ดังนั้น ผู้ที่มีอาการท้องผูกอาจมีคำถามว่า ท้องผูก กินอะไรดี เพื่อช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูกควรอุดมไปด้วยใยอาหารและสารอาหารที่หลากหลาย เช่น ผักและผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี รวมถึงควรดื่มน้ำให้มากขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย นอกจากนี้ การออกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร การเคลื่อนตัวของอุจจาระในลำไส้ และทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ท้องผูกเกิดจากอะไร อาการท้องผูกมักเกิดขึ้นเมื่อของเสียในระบบย่อยอาหารเคลื่อนตัวช้าเกินไป หรือไม่สามารถขับถ่ายออกมาได้หมด ทำให้อาหารที่ถูกย่อยแล้วตกค้างอยู่ในลำไส้นานเกินไป ส่งผลให้มีอาการท้องอืด อุจจาระน้อย อุจจาระแข็งและแห้ง ขับถ่ายยาก ต้องใช้แรงแบ่งมาก รู้สึกถ่ายอุจจาระไม่หมด ซึ่งอาการท้องผูกอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ การกินใยอาหารและน้ำไม่เพียงพอ คือ การกินใยอาหารน้อยกว่า 22 กรัม/วัน และดื่มน้ำน้อยกว่า 2.7 ลิตร/วัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน สภาพแวดล้อมและกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ เช่น การอุจจาระนอกบ้าน กินอาหารที่ไม่เคยกิน บางคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร การดื่มนมหรือบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม เช่น โยเกิร์ต ชีส ครีม มากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่มีแลคโตสสูงอาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร […]


ข้อมูลโภชนาการ

คอเลสเตอรอล คืออะไร และส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร

คอเลสเตอรอล คือ ไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นและได้รับจากอาหารที่รับประทาน พบได้มากในกระแสเลือด ร่างกายต้องการคอเลสเตอรอลเพื่อสร้างเซลล์ที่แข็งแรง แต่หากร่างกายมีคอเลสเตอรอลมากเกินไป ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ นำไปสู่การเกิดโรคร้ายแรงได้ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น จึงควรควบคุมระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ด้วยการปรับพฤติกรรม เช่น การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย [embed-health-tool-bmi] คอเลสเตอรอล คืออะไร คอเลสเตอรอล คือ ไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อช่วยสร้างเซลล์ให้แข็งแรง สร้างฮอร์โมนที่จำเป็นต่อร่างกาย และช่วยให้ย่อยอาหารได้ดี นอกจากนี้ ร่างกายยังอาจได้รับคอเลสเตอรอลเพิ่มเติมจากอาหารที่รับประทาน ซึ่งหากคอเลสเตอรอลในร่างกายสูงกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสมก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ดังนั้น จึงควรควบคุมคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา แนะนำว่า สำหรับผู้ที่มีสุขภาพร่างกายปกติ ควรบริโภคคอเลสเตอรอลไม่เกิน 300 มิลลิกรัม/วัน คอเลสเตอรอลแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) เป็นคอเลสเตอรอลที่มาจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันมะกอก ธัญพืชเต็มเมล็ด พืชตระกูลถั่ว ผักผลไม้ ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีภายในร่างกายควรอยู่ในเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ ผู้ชาย ควรมีระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี 40-60 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ผู้หญิง ควรมีระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี 50-60 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เด็ก ควรมีระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี […]


ข้อมูลโภชนาการ

ประโยชน์ของเสาวรส และข้อควรระวังในการบริโภค

เสาวรส เป็นผลไม้ที่มีลักษณะกลม ผลสุกมีสีม่วง เหลืองหรือส้ม มีเมล็ดจำนวนมากซึ่งรับประทานได้ มีรสเปรี้ยว อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อาจช่วยส่งเสริมการทำงานของอินซูลิน ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ดีต่อระบบย่อยอาหาร บำรุงหัวใจ อาจช่วยลดความวิตกกังวล คุณค่าทางโภชนาการของเสาวรส เสาวรสปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 97 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต 23 กรัม น้ำตาล 11 กรัม ไฟเบอร์ 10 กรัม โปรตีน 2.2 กรัม ไขมัน 0.7 กรัม โพแทสเซียม 348 มิลลิกรัม โซเดียม 28 มิลลิกรัม นอกจากนี้ เสาวรสยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 6 ธาตุเหล็ก สังกะสี แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ไนอะซิน (Niacin) ประโยชน์ของเสาวรส ที่มีต่อสุขภาพ เสาวรสมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย […]


ข้อมูลโภชนาการ

มังคุด ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

มังคุด เป็นผลไม้เมืองร้อนที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เช่น ไฟเบอร์ วิตามินซี วิตามินเอ รวมถึงยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างแซนโทน (Xanthone) ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ เช่น ต้านการอักเสบ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ดีต่อสุขภาพผิว อาจช่วยป้องกันมะเร็ง คุณค่าทางโภชนาการของมังคุด มังคุด ปริมาณ 196 กรัม ให้พลังงานประมาณ 143 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต 35 กรัม ไฟเบอร์ 3.5 กรัม โปรตีน 1 กรัม ไขมัน 1 กรัม วิตามินบี 2 6% ของปริมาณสารอาหารที่แนะนําให้บริโภคในแต่ละวัน วิตามินบี 1 7% ของปริมาณสารอาหารที่แนะนําให้บริโภคในแต่ละวัน วิตามินซี 9% ของปริมาณสารอาหารที่แนะนําให้บริโภคในแต่ละวัน วิตามินบี 9 15% ของปริมาณสารอาหารที่แนะนําให้บริโภคในแต่ละวัน นอกจากนี้ มังคุดยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น แมงกานีส […]


ข้อมูลโภชนาการ

ขึ้นฉ่าย ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

ขึ้นฉ่าย เป็นผักใบมีลักษณะคล้ายผักชีแต่มีขนาดใหญ่กว่า สามารถรับประทานได้ทั้งต้น มีกลิ่นฉุน อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เช่น วิตามินซี โฟเลต สารต้านอนุมูลอิสระซึ่งอาจช่วยป้องกันการอักเสบ ช่วยควบคุมความดันโลหิต ช่วยลดไขมันในเลือด ส่งเสริมการสร้างเซลล์ประสาท และอาจช่วยป้องกันมะเร็งได้ คุณค่าทางโภชนาการของขึ้นฉ่าย ขึ้นฉ่ายปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 14 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต 3 กรัม ไฟเบอร์ 1.6 กรัม โปรตีนน้อยกว่า 1 กรัม ไขมันน้อยกว่า 1 กรัม น้ำตาล 1 กรัม นอกจากนี้ ขึ้นฉ่ายยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินเค วิตามินซี โฟเลต โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ประโยชน์ของขึ้นฉ่ายที่มีต่อสุขภาพ ขึ้นฉ่ายมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของขึ้นฉ่ายในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อาจช่วยป้องกันการอักเสบและมะเร็ง ขึ้นฉ่าย อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น วิตามินซี ฟลาโวนอยด์ ลูนูลาริน (Lunularin) เบอร์แกปเทน […]


ข้อมูลโภชนาการ

ถั่วฝักยาว ประโยชน์และข้อควรระวังในการรับประทาน

ถั่วฝักยาว เป็นพืชตระกูลถั่วที่รับประทานได้ทั้งฝัก สามารถรับประทานในขณะที่ยังเป็นผลอ่อน นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารและเป็นผักเคียงในเกือบทุกจานอาหาร ถั่วฝักยาวอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมาย เช่น โฟเลต วิตามินซี วิตามินเอ แมกนีเซียม ทั้งยังมีไฟเบอร์สูง แต่คอเลสเตอรอลต่ำและแคลอรี่ต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ สารอาหารในถั่วฝักยาวยังอาจช่วยเรื่องการป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง หรืออาจช่วยดูแลระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ระบบภูมิคุ้มกัน สุขภาพกระดูก ผิวพรรณ แต่หากรับประทานมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ คุณค่าทางโภชนาการของถั่วฝักยาว ถั่วฝักยาว 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 47 แคลอรี่ และประกอบด้วยคุณค่าทางโภชนาการต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต 8.35 กรัม โปรตีน 2.8 กรัม ไขมัน 0.4 กรัม แมกนีเซียม 44 มิลลิกรัม วิตามินซี 18.8 มิลลิกรัม นอกจากนี้ ถั่วฝักยาวยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ โฟเลต ไฟเบอร์ ประโยชน์ของถั่วฝักยาวต่อสุขภาพ ถั่วฝักยาว […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน