โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับหน้าร้อน ทำไมคนอ้วนถึงเสี่ยง "ฮีทสโตรก" มากกว่า

เมื่อเข้าสู่ช่วงที่อุณหภูมิในประเทศไทยพุ่งสูงทะลุ 40 องศาเซลเซียส หลายคนอาจนึกถึงการไปเที่ยวทะเลหรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อให้สมกับเป็นช่วงซัมเมอร์ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะ "โรคอ้วน" (Obesity) หน้าร้อนกลับไม่ได้มีเพียงแค่ความสนุกสนาน เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ร่างกายต้องเผชิญกับสภาวะวิกฤตที่อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้ คนที่มีภาวะโรคอ้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิด "ฮีทสโตรก" (Heatstroke) หรือโรคลมแดดมากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า! ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้มาจากเพียงแค่สภาพอากาศภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลไกภายในร่างกายที่ทำงานผิดปกติไปเนื่องจากไขมันส่วนเกิน  Hello Khunmor จะพาคุณไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่คนอ้วนต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อน และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี "ชั้นไขมัน" กับการระบายความร้อนของร่างกาย ในสภาวะปกติ ร่างกายมนุษย์จะมีกลไกในการรักษาอุณหภูมิแกนกลางให้อยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส เมื่อสภาพอากาศภายนอกร้อนขึ้น ร่างกายจะระบายความร้อนออกผ่านทางการขับเหงื่อและการขยายตัวของหลอดเลือดที่ผิวหนัง เพื่อให้เลือดนำพาความร้อนจากภายในสู่ภายนอก ทำไมคนอ้วนถึงทนความร้อนได้น้อยกว่า? ตามหลักสรีรวิทยา ไขมันมีคุณสมบัติเป็น "ฉนวนกันความร้อน" (Thermal Insulator) ที่ดีเยี่ยม ชั้นไขมันหนา ๆ จะช่วยกักเก็บความร้อนไม่ให้ออกจากร่างกายเพื่อความอยู่รอดในช่วงที่มีอากาศหนาว แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนและมีภาวะโรคอ้วน ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่หนาเกินไปจะทำให้ความร้อนจากภายในระบายออกมาสู่ผิวหนังได้ยาก นอกจากนี้ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมักมีสัดส่วนพื้นที่ผิวต่อมวลร่างกายน้อยกว่าคนที่มีรูปร่างสมส่วน หมายความว่าร่างกายมีพื้นที่ในการระบายความร้อน (ผ่านเหงื่อ) น้อยลง เมื่อเทียบกับปริมาณความร้อนที่ร่างกายผลิตขึ้นและกักเก็บไว้ภายใน ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางของคนอ้วนพุ่งสูงขึ้นได้รวดเร็วกว่าคนปกติเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดหรืออากาศที่ร้อนจัด ภาระของหัวใจที่หนักขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 40 องศา สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (American Heart Association - AHA) ระบุว่า ความร้อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

ข้อมูลโภชนาการ

ผักกาดหอม ประโยชน์ ข้อควรระวังในการรับประทาน

ผักกาดหอม มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียและยุโรป เป็นผักใบเขียวที่มีลักษณะใบเป็นหยัก ๆ นิยมรับประทานสดเป็นผักสลัด ผักกาดหอมมีสารอาหารและวิตามินที่สำคัญต่อร่างกาย ที่อาจช่วยบำรุงกระดูก ปรับปรุงการมองเห็น และอาจช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจ เส้นประสาท และกล้ามเนื้อให้เป็นปกติได้อีกด้วย [embed-health-tool-bmi] คุณค่าทางโภชนาการของผักกาดหอม ผักกาดหอม 100 กรัม มีสารอาหาร ดังนี้ คาร์โบไฮเดรต 2 กรัม โปรตีน 2 กรัม แคลเซียม 50 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 28 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 2 มิลลิกรัม นอกจากนี้ ผักกาดหอมยังมีวิตามินซี วิตามินเค วิตามินเอ วิตามินบี 9 หรือโฟเลต เบต้าแคโรทีน แมกนีเซียม และโพแทสเซียม ที่อาจช่วยบำรุงกระดูก ต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยควบคุมการทำงานของอัตราการเต้นของหัวใจ เส้นประสาท และกล้ามเนื้อให้เป็นปกติ ประโยชน์ของผักกาดหอม ผักกาดหอมมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของผักกาดหอม ในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ ลดความเสี่ยงการเกิดต้อกระจก ผักกาดหอมมีวิตามินเอที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อบริเวณดวงตาจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ทำให้อาจสามารถช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับดวงตาต่าง ๆ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน ตาพร่ามัว […]


ข้อมูลโภชนาการ

ฟอสฟอรัส ประโยชน์ และข้อควรระวังในการบริโภค

ฟอสฟอรัส เป็นแร่ธาตุสำคัญที่พบมากได้เป็นอันดับที่ 2 รองจากแคลเซียม ซึ่งสามารถพบได้ในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายและพบได้ในอาหาร ฟอสฟอรัสทำหน้าที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน นอกจากนี้ ยังช่วยควบคุมการทำงานของเส้นประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจ หากร่างกายขาดฟอสฟอรัส อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น โรคกระดูกพรุน กระดูกเปราะบาง แตกหักง่าย ดังนั้น จึงควรบริโภคฟอสฟอรัสให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน [embed-health-tool-bmi] ฟอสฟอรัส คืออะไร ฟอสฟอรัส คือ แร่ธาตุที่พบได้ในเซลล์ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และอาหารบางชนิด เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว แซลมอน สัตว์ปีก ขนมปังโฮลวีต ซีเรียล พืชตระกูลถั่ว ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม และอาหารแปรรูป ฟอสฟอรัสมีบทบาทสำคัญต่อการบำรุงสุขภาพของฟันและกระดูก อีกทั้งยังช่วยควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ เส้นประสาท หัวใจ ไต และลำไส้ และกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์เพื่อควบคุมความสมดุลของความเป็นกรด-ด่างของเลือด หากร่างกายขาดฟอสฟอรัส อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน กล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคโลหิตจาง อาการเบื่ออาหาร ร่างกายติดเชื้อได้ง่าย และมีกรดในเลือดสูงได้ ปริมาณของฟอสฟอรัสที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวัน ปริมาณของฟอสฟอรัสที่ควรบริโภคต่อวัน แบ่งออกตามช่วงอายุ ดังนี้ ทารกแรกเกิดถึงอายุ […]


โภชนาการเพื่อสุขภาพ

แพ้คาเฟอีน เกิดจากอะไร ส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย

แพ้คาเฟอีน อาจเกิดขึ้นได้ในบางคน ซึ่งส่งผลทำให้มีอาการคัน บวม ผิวแดง หายใจลำบาก ใจสั่นมากกว่าปกติ การแพ้คาเฟอีนอาจมีสาเหตุมาจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อต้านคาเฟอีนเหมือนกับการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ พันธุกรรม รวมถึงสารก่อภูมิแพ้หรือเชื้อราบางชนิดในเมล็ดกาแฟ ดังนั้น ผู้ที่แพ้คาเฟอีนควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้ แพ้คาฟีอีน คืออะไร แพ้คาเฟอีน คือ อาการแพ้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อต้านคาเฟอีนเหมือนกับการต่อต้านเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น การอักเสบ อาการคัน บวม ผิวแดง หายใจลำบาก  ในบางคนอาการแพ้คาเฟอีนอาจเกิดขึ้นอย่างรุนแรงจนกระทบต่อกระบวนการทำงานของร่างกาย ซึ่งอาจทำให้หมดสติหรือเสียชีวิตได้ สาเหตุของการแพ้คาเฟอีน โดยปกติเมื่อบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน คาเฟอีนจะถูกดูดซึมภายในลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด จากนั้นฤทธิ์ของคาเฟอีนจะส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย อาจทำให้มีอาการนอนไม่หลับ ตื่นตัว กระสับกระส่าย เนื่องจากคาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ซึ่งจะแตกต่างกับอาการแพ้คาเฟอีน เพราะร่างกายของผู้ที่แพ้คาเฟอีนจะต่อต้านคาเฟอีนเช่นเดียวกับการต่อต้านเชื้อโรค โดยระบบภูมิคุ้มกันจะผลิตแอนติบอดี (Antibody) อย่างอิมมูโนโกลบิน อี (Immunoglobulin E หรือ lgE) ที่มีหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย และเข้าไปกระตุ้นให้เซลล์ปล่อยฮีสตามีน (Histamine) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยต้านอาการแพ้ เช่น การอักเสบ ลมพิษ อาการคัน บวม สาเหตุของการแพ้คาเฟอีนอาจยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่อาจเกิดจากสาเหตุบางประการ เช่น […]


ข้อมูลโภชนาการ

วิตามินซี ช่วยอะไร และข้อควรระวังในการบริโภค

วิตามินซี เป็นสารอาหารสำคัญ ที่ร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการทำลายของอนุมูลอิสระ จนนำไปสู่การอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น ไข้หวัด โรคหัวใจ ปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง อย่างไรก็ตามควรศึกษาให้ละเอียดว่าวิตามินซีช่วยอะไรบ้าง และควรรับประทานในปริมาณเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่แข็งแรง [embed-health-tool-bmi] วิตามินซี ช่วยอะไรบ้าง วิตามินซี อาจช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและลดความเสี่ยงภาวะต่าง ๆ ดังนี้ ช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง วิตามินซีอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง โรคอัลไซเมอร์ และโรคมะเร็ง เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) จากอนุมูอิสระที่ทำลายเซลล์ในร่างกาย ดังนั้น จึงควรบริโภควิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสม สำหรับผู้หญิงควรรับประทานวิตามินซี 75 มิลลิกรัม/วัน และสำหรับผู้ชายควรรับประทานวิตามินซี 90 มิลลิกรัม/วัน จากการศึกษาที่ระบุไว้ในวารสาร Nutrition in Clinical Care เมื่อปี พ.ศ. 2545 เกี่ยวกับประโยชน์วิตามินซี พบว่าวิตามินซีเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของเอนไซม์หลายชนิดในร่างกายและมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยซ่อมแซมและป้องกันความเสื่อมสภาพของเซลล์ที่ได้รับความเสียหายจากอนุมูลอิสระ และอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการบริโภควิตามินซีเพื่อป้องกันโรคเรื้อรังโดยเฉพาะ  ช่วยป้องกันไข้หวัด วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ที่อาจส่งผลให้ต่อสู้กับการติดเชื้อของสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย […]


ข้อมูลโภชนาการ

กะหล่ำปลี ประโยชน์ และข้อควรระวังในการรับประทาน

กะหล่ำปลี เป็นพืชล้มลุกที่มีหลากหลายสายพันธุ์ มีใบสีเขียวหรือสีม่วง และมีแกนกลางเป็นสีขาว กะหล่ำปลีเป็นผักที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเค วิตามินซี แมกนีเซียม โฟเลต ที่อาจช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ ป้องกันการอักเสบ ป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันโรคมะเร็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบย่อยอาหาร [embed-health-tool-bmi] คุณค่าทางโภชนาการของกะหล่ำปลี จากฐานข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริการะบุว่ากะหล่ำปลี 75 กรัม มีพลังงาน 17 กิโลแคลอรี่ และมีสารอาหาร ดังนี้ คาร์โบไฮเดรต 4 กรัม (รวมน้ำตาล 2 กรัมและไฟเบอร์ 1 กรัม) โปรตีน 1 กรัม วิตามินซี 27 มิลลิกรัม วิตามินเค 81.5 ไมโครกรัม แมกนีเซียม 11 มิลลิกรัม โฟเลต 22 ไมโครกรัม นอกจากนี้ กะหล่ำปลียังมีวิตามินบี 6 วิตามินบี 1 แคลเซียม โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) […]


ข้อมูลโภชนาการ

กานพลู ประโยชน์และข้อควรระวังในการใช้

กานพลู เป็นพืชสมุนไพรและเครื่องเทศที่นิยมใช้แต่งกลิ่นอาหาร นำมาทำเป็นเครื่องดื่ม และยังอุดมไปด้วยสารอาหารและสารประกอบหลายชนิด เช่น ยูจีนอล (Eugenol) ฟีนอลิก (Phenolic) เอทิลอะซิเตท (Ethyl Acetate) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อาจมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงกระดูก ปรับปรุงสุขภาพตับ และป้องกันมะเร็ง [embed-health-tool-bmi] คุณค่าทางโภชนาการของกานพลู กานพลู ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 274 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต 65.5 กรัม ไฟเบอร์ 33.9 กรัม ไขมัน 13 กรัม โปรตีน 6 กรัม นอกจากนี้ กานพลูยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น โซเดียม แมงกานีส  แคลเซียม โพแทสเซียม วิตามินเค วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 4 วิตามินบี 6 ประโยชน์ของกานพลูที่มีต่อสุขภาพ กานพลูมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของกานพลูในการส่งเสริมสุขภาพ […]


ข้อมูลโภชนาการ

รางจืด ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

รางจืด เป็นพืชสมุนไพรที่คนไทยใช้เป็นยาพื้นบ้านในการรักษาโรคมาตั้งแต่สมัยโบราณ ส่วนใหญ่มักใช้ในการช่วยล้างพิษในร่างกาย เนื่องจาก รางจืดอาจมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านจุลชีพและต้านการอักเสบ นอกจากนี้ รางจืดยังอาจมีคุณสมบัติช่วยรักษาบาดแผล ปกป้องตับ ป้องกันโรคเบาหวานและป้องกันโรคมะเร็งได้อีกด้วย ประโยชน์ของรางจืดที่มีต่อสุขภาพ รางจืด เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของรางจืดในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อาจช่วยขับสารพิษ รางจืดอาจมีฤทธิ์กระตุ้นกระบวนการขับสารพิษในร่างกาย โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน Thai Journal of Toxicology เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของรางจืดที่เกี่ยวกับการทำงานของเอนไซม์ต่อการขับสารพิษในลำไส้ พบว่า รางจืดอาจมีคุณสมบัติยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการออกฤทธิ์ของสารพิษในร่างกาย และกระตุ้นการทำงานของพี ไกลโปรตีน (P-Glycoprotein) ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการขับสารพิษในร่างกาย ทั้งนี้ ยังคงเป็นการทดลองในสัตว์ ควรมีการวิจัยเพิ่มเติมในมนุษย์เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของรางจืดในการขับสารพิษ อาจช่วยรักษาโรคเบาหวาน รางจืดเป็นพืชสมุนไพรที่อาจช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ตับอ่อนที่ช่วยในการหลั่งอินซูลิน เพื่อช่วยเผาผลาญน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน The Southeast Asian Journal of Tropical Medicine and Public Health เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 ศึกษาเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านเบาหวานของสารสกัดจากน้ำใบรางจืด พบว่า การบริโภคสารสกัดจากน้ำใบรางจืด 60 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร/วัน ช่วยกระตุ้นเซลล์ในตับอ่อน […]


ข้อมูลโภชนาการ

ผักแว่น ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

ผักแว่น เป็นพืชตระกูลเฟิร์น เจริญเติบโตในน้ำตื้น ใบมีลักษณะเป็น 4 แฉก มีสีเขียว เมื่อแก่ใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล นิยมนำมาใช้เป็นยาหรือประกอบอาหาร อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อาจช่วยบำรุงกระดูก บำรุงสุขภาพตา และอาจช่วยป้องกันโรคหลายชนิด เช่น โรคเบาหวาน มะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ คุณค่าทางโภชนาการของผักแว่น ผักแว่น ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 18 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น น้ำ 94 กรัม ไฟเบอร์ 3.3 กรัม โปรตีน 1.0 กรัม ไขมัน 1.2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 0.7 กรัม นอกจากนี้ ผักแว่นยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ฟอสฟอรัส แคลเซียม ธาตุเหล็ก ประโยชน์ของผักแว่นที่มีต่อสุขภาพ ผักแว่นมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของผักแว่นในการส่งเสริมสุขภาพ […]


ข้อมูลโภชนาการ

สาเก ประโยชน์และข้อควรระวังในการดื่ม

สาเก เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่น ที่หากดื่มในปริมาณน้อยถึงปานกลางอาจส่งผลดีต่อสุขภาพ เช่น ช่วยเพิ่มไขมันดีและลดไขมันไม่ดี ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด อาจช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหาร ส่งเสริมสุขภาพผิว นอกจากนี้ สาเกยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและกรดอะมิโนหลายชนิด เช่น อะลานีน (Alanine) อาร์จินีน (Arginine) กรดกลูตามิก (Glutamic Acid) ที่อาจต้านการอักเสบและส่งเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายอีกด้วย คุณค่าทางโภชนาการของสาเก สาเก หนึ่งหน่วยบริโภคปริมาณ 177 มิลลิลิตร ให้พลังงานประมาณ 234 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน โพแทสเซียม โซเดียม นอกจากนี้ สาเกยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ซีลีเนียม (Selenium) ฟอสฟอรัส แคลเซียม ทองแดง สังกะสี แม้ว่าแอลกอฮอล์อาจมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ไม่ควรดื่มมากจนเกินไป โดยผู้หญิงควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่เกิน 1 แก้ว/วัน และผู้ชายควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่เกิน 2 แก้ว/วัน แต่สำหรับสาเกไม่ควรดื่มเกิน 250-375 มิลิลิตร/วัน หรือ 1-1 […]


ข้อมูลโภชนาการ

หญ้าหนวดแมว ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

หญ้าหนวดแมว เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นยารักษาโรค ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤษเคมีหลายชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น ต้านการอักเสบ รักษาโรคเบาหวาน รักษาความดันโลหิตสูง รักษาโรคข้ออักเสบ ทั้งยังอาจช่วยปรับปรุงระบบประสาท อย่างไรก็ตาม หากใช้เป็นยาควรอยู่ในความควบคุมของคุณหมอเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ คุณค่าทางโภชนาการของหญ้าหนวดแมว หญ้าหนวดแมวปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 3.45 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น โซเดียม 81.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 78 กรัม ไฟเบอร์ 17 กรัม โปรตีน 6.8 กรัม น้ำตาล 6 กรัม ไขมัน 0.04 กรัม ประโยชน์ของหญ้าหนวดแมวที่มีต่อสุขภาพ หญ้าหนวดแมว มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของหญ้าหนวดแมวในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ หญ้าหนวดแมวมีสารประกอบที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น เมทานอล (Methanol) เอทานอล (Ethanol) ที่อาจมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบในร่างกายได้ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน Journal of Agricultural and Food Chemistry […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน