home

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ หรือปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ก็ล้วนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ทั้งสิ้น Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์ รวมไปถึงการรักษาและป้องกัน เพื่อการดูแลสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

เลือดออกขณะตั้งครรภ์ อาจเป็นภาวะบ่งชี้ว่าเกิดความผิดปกติในครรภ์ ที่อาจต้องได้รับการรักษาทันที เช่น รกเกาะต่ำ หรืออาจเสี่ยงต่อการแท้งบุตร ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ เลือดออกขณะตั้งครรภ์อาจเป็นภาวะปกติที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ (สัปดาห์ที่ 1-12) หากเลือดออกกะปริบกะปรอย อาจเกิดจากการที่ตัวอ่อนฝังตัวอยู่ในผนังของโพรงมดลูกจนกลายเป็นทารก ดังนั้น อย่างไรก็ตาม หากเกิดภาวะเลือดออกขณะตั้งครรภ์​ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุและรักษาได้อย่างทันท่วงที อาการเลือดออกขณะตั้งครรภ์ อาการเลือดออกขณะตั้งครรภ์ที่อาจพบได้ทั่วไป มีดังนี้ มีเลือดออกมากผิดปกติ เหนื่อยล้า ปวดท้องอย่างรุนแรง หรือปวดไหล่ กระหายน้ำมาก เวียนศีรษะ และอาการอาจแย่ลงเมื่อลุกขึ้นยืน มีไข้ หรือหนาวสั่น เป็นลม ตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ มีเลือดออกในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ สาเหตุของเลือดออกขณะตั้งครรภ์ เลือดออกขณะตั้งครรภ์ อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้ การตั้งครรภ์ไตรมาสแรก สาเหตุที่อาจเป็นไปได้ของการมีเลือดออกขณะตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสแรก ได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับปากมดลูก เช่น การติดเชื้อที่ปากมดลูก ปากมดลูกอักเสบ เลือดล้างหน้าเด็ก (Implantation Bleeding) อาจเกิดจากไข่ฝังตัวอยู่ในเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังจากการปฏิสนธิประมาณ 10-14 วัน การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) อาจเกิดจากไข่ฝังตัวและเติบโตนอกมดลูก เช่น ในท่อนำไข่ การตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ (Molar Pregnancy) เป็นภาวะที่พบได้ยาก เกิดจากไข่ปฏิสนธิผิดปกติ แทนที่จะเป็นทารก […]

หัวข้อ ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์ เพิ่มเติม

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ไข้หวัดในคนท้อง เป็นอีกหนึ่งอาการที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อลูกในครรภ์ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นคุณแม่มือใหม่หรือเคยตั้งครรภ์มาก่อนแล้วก็ตาม ไข้หวัดก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การป้องกันตัวเองจาก ไข้หวัด ในคนท้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราจึงนำสาระความรู้ที่จะช่วยให้คุณรู้ทันโรค และสามารถปกป้องลูกน้อยในครรภ์มาฝากกันค่ะ ลดความเสี่ยงเกิด ไข้หวัดในคนท้อง เมื่อคุณตั้งครรภ์ร่างกายของคุณจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง เพื่อช่วยหยุดไม่ให้ร่างกายของคุณปฏิเสธทารกที่อยู่ในครรภ์ อย่างไรก็ตามเมื่อระบบภูมิคุ้มกันต่ำจึงมีโอกาสมากขึ้นที่จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา เช่น ไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม โรคหลอดลมอักเสบ หรือการติดเชื้อไซนัส เหล่านี้อาจส่งผลต่อเด็กในครรภ์ได้ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงวิธีเหล่านี้อาจช่วยคุณได้ ล้างมือบ่อย ๆ นอนหลับให้เพียงพอ กินอาหารเพื่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยอื่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดความเครียด รับการฉีดวัคซีนป้องกัน ไข้หวัด ยาที่กินได้และควรหลีกเลี่ยงเมื่อตั้งครรภ์ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการกินยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากส่วนประกอบในยาอาจส่งผลต่อตัวอ่อนที่กำลังพัฒนาในครรภ์ได้ แต่ยังมียาบางชนิดที่สามารถใช้ได้ ในช่วง 12 สัปดาห์แรกควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาทุกชนิดในคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการพัฒนาอวัยวะสำคัญของทารก แต่ก็ควรอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ด้วยเช่นกัน ส่วนยาที่สามารถใช้ได้หลัง 12 สัปดาห์ คือ ยาภายนอกใช้ทา ทาหน้าอก ขมับ ใต้จมูก ยาแก้ไอ ยาพาราเซตามอล หรืออะเซตามีโนเฟน (Acetaminophen) แก้ปวดเมื่อย และแก้ ไข้หวัด ยาแก้เสมหะ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

การมี เลือดออกทางช่องคลอดขณะตั้งครรภ์ อาจทำให้คุณแม่มือใหม่หลายคนเกิดความกังวลได้ เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นภาวะปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ หรืออาจเป็นสัญญาณบ่งบอกความผิดปกติใด ๆ หรือไม่ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอพาทุกคนมารู้จักกับสาเหตุของอาการ เลือดออกทางช่องคลอด ในช่วงขณะตั้งครรภ์ รวมถึงวิธีการป้องกันมาฝากทุกคนค่ะ สาเหตุ เลือดออกทางช่องคลอดขณะตั้งครรภ์ ไตรมาสแรก สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ เลือดออกทางช่องคลอด ในช่วงไตรมาสแรก โดยปกติแล้วมักจะมีอยู่ 2 สาเหตุคือ อาการ เลือดออก ภายใน 1-2 สัปดาห์หลังจากไข่ที่ปฏิสนธิฝังตัวในครรภ์ หรือที่เรียกกันว่า เลือดล้างหน้าเด็ก อาการ เลือดออก เนื่องจากมีหลอดเลือดในบริเวณปากมดลูกมีความเปราะบางมากขึ้น โดยปกติอาการเหล่านี้มักมีเลือดออกเพียงแค่เล็กน้อย แต่ถ้าหากคุณมีเลือดออกทางช่องคลอดมากกว่าปกติ โดยเฉพาะหากมีเลือดออกมากเมื่อมีอายุครรภ์มากขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์เนื่องจากอาจเป็นสัญญานเตือนของภาวะที่อันตราย ดังต่อไปนี้ เลือดออก เนื่องจากการฝังตัวของไข่ ในการตั้งครรภ์ระยะแรกคุณอาจมีเลือดออกในช่องคลอดขณะตั้งครรภ์เล็กน้อยแต่ไม่เป็นอันตราย เนื่องจากเป็นช่วงที่ตัวอ่อนกำลังพัฒนาหลังจากการฝังตัวในผนังมดลูก เลือดออก จากการแท้งบุตร การแท้งบุตรเกิดขึ้นเพราะอาจมีบางความผิดปกติเกิดขึ้นกับทารก นอกจากนี้อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุอื่น เช่น ฮอร์โมนหรือปัญหาการแข็งตัวของเลือด การแท้งบุตรส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วง 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ซึ่งอาการ เลือดออกทางช่องคลอด อาจเป็นสัญญาณของการคลอดก่อนกำหนด นอกจากนี้ยังอาจมีอาการของการแท้งบุตรอื่น ๆ ได้แก่ เป็นตะคริวและปวดในช่องท้องส่วนล่าง มีของเหลวออกจากช่องคลอด อาจมีเนื้อเยื่อบางอย่างออกจากช่องคลอด ไม่มีอาการของคนที่กำลังตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์นอกมดลูก การตั้งครรภ์นอกมดลูกเกิดขึ้นจากการที่ไข่ฝังตัวนอกมดลูก เช่น ฝังตัวในท่อนำไข่ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

อาการขี้หลงขี้ลืม เป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถพบได้ทั่วไป ชนิดที่อาจจะเรียกได้ว่า บางคนอายุยังน้อยกลับขี้หลงขี้ลืมบ่อยกว่าผู้สูงอายุเสียอีก โดยเฉพาะสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจ ถือเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มสูงที่จะมีอาการ ขี้ลืมขณะตั้งครรภ์ บทความนี้จาก Hello คุณหมอ สำหรับ แม่ท้องขี้ลืม Hello คุณหมอ มีเคล็ดลับดี ๆ ในการรับมือปัญหานี้มาฝากคุณแล้วค่ะ แม่ท้องขี้ลืม เกิดจากอะไร ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของอาการ ขี้ลืมขณะตั้งครรภ์ ได้ แต่สันนิษฐานว่า อาการนี้อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ความเครียด ภาวะซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์ การพักผ่อนไม่เพียงพอ และผลพวงจากความแปรปรวนของฮอร์โมนในร่างกาย อาจเป็นตัวการให้แม่ท้องจดจ่อกับสิ่งต่าง ๆ ได้ยากขึ้น หรือเสียสมาธิได้ง่าย จนกระทั่งเกิดอาการหลง ๆ ลืม ๆ อยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ งานศึกษาวิจัยยังพบว่า แม่ตั้งครรภ์ 50-80 เปอร์เซ็นต์ประสบกับอาการขี้หลงขี้ลืม ทั้งยังมีผลการวิจัยที่ชี้ให้เห็นอีกว่า ปริมาณเซลล์สมองของแม่ตั้งครรภ์มักจะลดลงในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม อาการขี้ลืมขณะตั้งครรภ์ ถือเป็นอาการปกติที่พบได้ทั่วไป และสามารถดีขึ้นได้หากมีการดูแลตนเองอยู่เสมอ แม่ท้องขี้ลืม ดูแลตัวเองได้อย่างไรบ้าง อาการขี้ลืม อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ทำให้แม่ท้องพลาดนัดคุณหมอ พลาดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อแม่และทารกในครรภ์ แต่ความเสี่ยงเหล่านี้จะลดลง […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

หนึ่งในภาวะความผิดปกติขณะตั้งครรภ์ที่ทั้งคุณแม่ไม่ว่าจะท้องแรก ท้องสอง หรือท้องไหน ๆ ก็ควรระวัง คือภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด แต่ภาวะ รกลอกตัวก่อนกำหนด คืออะไร อันตรายต่อแม่และเด็กในครรภ์อย่างไรบ้างนั้น บทความนี้ของ Hello คุณหมอ มีข้อมูลดี ๆ เพื่อให้คุณแม่ทั้งมือใหม่และคุณแม่มือฉมังได้ระมัดระวังและสังเกตอาการอยู่เสมอมาฝาก รกลอกตัวก่อนกำหนด คืออะไร ขณะตั้งครรภ์ทารกจะได้รับน้ำ สารอาหาร ออกซิเจน และโลหิตที่ไหลเวียนผ่านทางอวัยวะที่เรียกว่า รก และจะเป็นเช่นนี้ไปจนกระทั่งมีการคลอดทารกออกมา รกก็จะหลุดออกจากผนังมดลูก แต่ในกรณีที่เกิดความผิดปกติขณะตั้งครรภ์พบว่า มีกรณีที่รกลอกตัวออกจากผนังมดลูกก่อนกำหนดคลอด หรือที่เราเรียกว่า “ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด (Abruptio Placentae)“ นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ไม่ปรากฎสาเหตุที่แน่ชัด จึงไม่สามารถเจาะจงได้ว่าเกิดจากอะไร แต่โดยทั่วไปแล้วมักเกิดจากการบาดเจ็บที่ท้อง เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ ถูกทำร้ายร่างกาย การพลัดตก หกล้ม หรืออาจเกิดจากการสูญเสียของเหลวหรือน้ำคร่ำที่อยู่รอบ ๆ ทารกอย่างรวดเร็ว รกลอกตัวก่อนกำหนด อันตรายอย่างไร ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ที่ค่อนข้างอันตราย และจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากคุณหมอ เพราะการที่รกลอกตัวออกจากผนังมดลูกก่อนกำหนดคลอด ถือว่ามีความเสี่ยงทั้งต่อแม่และเด็กในครรภ์  ความเสี่ยงต่อแม่ตั้งครรภ์ มีเลือดออกมากทางช่องคลอด  เสี่ยงที่จะมีการคลอดฉุกเฉิน เสี่ยงเกิดการตกเลือดทางช่องคลอดเป็นระยะ ๆ ความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ ทารกเสี่ยงที่จะได้รับน้ำ อาหาร สารอาหาร และออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการ เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด มีปัญหาการเจริญเติบโตไม่ปกติ สัญญาณของ รกลอกตัวก่อนกำหนด แม่ตั้งครรภ์ที่มี ภาวะรกลอกก่อนกำหนด มักจะพบสัญญาณสุขภาพดังต่อไปนี้ รู้สึกไม่สบายตัว ปวดท้องหรือปวดหลังอย่างกะทันหัน กดและเจ็บบริเวณท้อง มดลูกหดตัวกะทันหัน มีเลือดออกมากทางช่องคลอด  โดยอาการดังกล่าวจะเริ่มแย่ลงเรื่อย […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

การท้องลม ท้องหลอก ท้องไม่จริง เป็นคติความเชื่อที่เรามักจะได้รับมาจากละครโทรทัศน์ ที่มีการนำเสนอว่าการท้องลมคือไม่ได้ท้องจริง เป็นเพียงการกุเรื่องขึ้นมาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะท้องลม ถือเป็นความผิดปกติของการตั้งครรภ์อย่างหนึ่งที่ไม่ควรละเลย แต่ ท้องลม เป็นอย่างไร และเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ Hello คุณหมอ มีข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการตั้งท้องลมมาฝากค่ะ ท้องลม คืออะไร การท้องลม หรือการตั้งครรภ์ไม่มีตัวเด็ก (Anembryonic Pregnancy) คือการตั้งครรภ์ที่ไข่มีการปฏิสนธิตามปกติและฝังตัวในมดลูก แต่จู่ ๆ ไข่ที่ปฏิสนธินั้นก็หยุดการพัฒนาและไม่เจริญเติบโตกลายเป็นตัวอ่อน ทำให้ถุงตั้งครรภ์ว่างเปล่า คล้ายกับว่าไม่เคยมีการตั้งครรภ์มาก่อน หรือที่มักจะเรียกกันว่าท้องลม หรือ ไข่ฝ่อ (Blighted Ovum) นั่นเอง ท้องลม เกิดจากอะไร ภาวะท้องลม เป็นภาวะความผิดปกติของการตั้งครรภ์ ที่ไม่สามารถระบุถึงสาเหตุที่เฉพาะเจาะจงได้ แต่โดยมากแล้วภาวะท้องลมที่พบได้ทั่วไปมักจะเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม หรืออาจเกิดจากอสุจิและไข่ที่ไม่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม ภาวะดังกล่าวจะเกิดขึ้นเร็วมากจนแทบจะไม่รู้ตัว หรือแทบจะไม่สามารถสังเกตถึงความผิดปกติของการตั้งครรภ์แบบไม่มีเด็กได้เลย  สัญญาณของภาวะท้องลม แรกเริ่มของ ภาวะท้องลม จะมีสัญญาณของการตั้งครรภ์ตามปกติ เช่น ตรวจพบการตั้งครรภ์จากการใช้ที่ตรวจครรภ์ ประจำเดือนขาดหรือประจำเดือนไม่มา และหลังจากที่พบว่ามีการตั้งครรภ์ได้ไม่นาน ก็มีสัญญาณของการแท้งบุตรเกิดขึ้น เช่น ปวดเกร็งที่ท้อง มีเลือดออกทางช่องคลอด มีประจำเดือนออกมามากกว่าปกติ หากตรวจพบว่ามีการตั้งครรภ์ แต่ไม่นานก็มีสัญญาณการแท้งบุตรข้างต้น อาจเป็นไปได้ว่าคุณมี ภาวะท้องลม ควรไปพบคุณหมอ ท้องลมอันตรายหรือไม่ ภาวะท้องลม มักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบจำไม่ได้ หรือไม่รู้สึกตัวว่าเคยมีภาวะดังกล่าว จึงไม่ถือว่าเป็นภาวะที่ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรง […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ที่สามารถส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ จัดเป็นปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะหากปล่อยไว้จนล่วงเลยไปถึงกำหนดคลอด อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อแม่และเด็กจนยากจะรักษา เพื่อป้องกัน โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์  Hello คุณหมอ มีวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณแม่สุขภาพดีและลดความเสี่ยงของเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มาฝากกันค่ะ โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คืออะไร เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คือ ภาวะสุขภาพชั่วคราวที่เกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์ และมีลักษณะโดยทั่วไปเหมือนกับโรคเบาหวานตามปกติ คือจะมีปัญหาเกี่ยวกับระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่เท่านั้น แต่ยังมีผลข้างเคียงต่อสุขภาพของเด็กในครรภ์ด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากคลอดลูก ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ก็จะหายไปเอง แต่…คุณแม่หลังคลอดบางคนอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ตามมาในภายหลัง  เบาหวานขณะตั้งครรภ์ แม้จะเป็นอาการทางสุขภาพชั่วคราว แต่ก็มีผลกระทบต่อสุขภาพของแม่และเด็ก ดังนี้ ผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กในครรภ์ ทารกมีน้ำหนักตัวมาก  คลอดก่อนกำหนด  ภาวะกลุ่มอาการหายใจลำบาก (Respiratory Distress Syndrome หรือ RDS) ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)  โรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2  ทารกตายคลอด (Stillbirth)  ผลกระทบต่อสุขภาพของแม่ตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง ภาวะครรภ์เป็นพิษ  อาจจำเป็นต้องมีการผ่าคลอดเนื่องจากทารกมีขนาดตัวใหญ่ เสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 หลังจากคลอดลูก ป้องกัน โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ได้อย่างไรบ้าง  เพื่อป้องกัน เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งท้องควรดูแลร่างกายตนเอง ดังนี้ รักษาน้ำหนักให้สมดุล หากคุณกำลังวางแผนที่จะมีลูก หรือกำลังเริ่มตั้งครรภ์ในไตรมาสแรก ควรรักษาระดับน้ำหนักตามเกณฑ์ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index หรือ BMI) ไม่ควรจะเกิน 25 BMI เพราะหากมากไปกว่านี้ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม เป็นภาวะที่ค่อนข้างพบได้ยากในเด็กทารก แต่ขณะเดียวกันก็สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างทางด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องของการทำงานของร่างกาย คุณพ่อคุณแม่จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำการศึกษาเอาไว้ บทความของ Hello คุณหมอ ที่นำมาฝากทุกครอบครัววันนี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบถึงสาเหตุหลักที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อย และหาทางรักษาได้อย่างเท่าทันกันค่ะ ผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม (Omphalocele) คืออะไร ภาวะผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม (Omphalocele) หรือเรียกอีกชื่อได้ว่า Exomphalos เป็นข้อบกพร่องของผนังหน้าท้องของทารกในครรภ์ ทำให้ลำไส้ ตับ และอวัยวะในช่องท้องอื่น ๆ ของเด็กทารกออกมาอยู่ด้านนอกใกล้กับฐานสายสะดือ โดยชั้นบาง ๆ โปร่งใสหุ้มอยู่โดยรอบ โดยปกติแล้ว เมื่อเข้าสู่ช่วง 6-10 สัปดาห์ ลำไส้ของทารกในครรภ์จะเริ่มยาวขึ้นตามการเจริญเติบโต และยื่นออกมาผ่านทางสะดือ ที่ถูกปกคลุมด้วยเนื้อเยื่อใสบาง ๆ ลำไส้ที่นูนออกมาควรจะกลับเข้าสู่ช่องท้องทารกดังเดิมในสัปดาห์ที่ 11 แต่หากลำไส้และอวัยวะภายในเหล่านี้ไม่กลับเข้าไปภายในท้อง ก็จะกลายเป็น ภาวะผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม ภาวะนี้จัดได้ว่าเป็นข้อบกพร่องหายากที่อาจเกิดขึ้นได้ 1 ใน 7,000 และสามารถพบได้บ่อยสำหรับคุณแม่ช่วงอายุมากกว่า 35 ปีที่กำลังตั้งครรภ์ อาการของภาวะผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม อาการของหลัก ๆ ภาวะผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม คืออาการที่อวัยวะช่องท้องของทารก เช่น ลำไส้ หรือตับ นูนออกมาจากท้องท้องตามปกติ และมีผนังหน้าท้องบาง ๆ หุ้มอยู่ โดยไม่ยอมกลับเข้าไปในร่างกาย […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ขณะตั้งครรภ์คุณแม่อาจจะต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพหลายประการ หนึ่งในนั้นคือ อาการกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์ ซึ่งถึงแม้จะเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ได้รุนแรงนักในกลุ่มคนทั่วไป แต่สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ อาการ กรดไหลย้อน อาจเป็นเรื่องที่ควรระวังมากกว่าที่คิด สาระน่ารู้ของ Hello คุณหมอ วันนี้มีคำแนะนำดี ๆ ในการรับมือกับอาการกรดไหลย้อนคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝากค่ะ กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์เกิดจากอะไร นอกจากสาเหตุโดยทั่วไปแล้ว กรดไหลย้อน ขณะตั้งครรภ์สามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้ เกิดจากความผันผวนของฮอร์โมนในร่างกายขณะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน จะส่งผลให้กล้ามเนื้อเรียบในร่างกายมีการคลายตัว ทำให้กระบวนการย่อยอาหารทำได้ช้าลง อาหารจึงสามารถที่จะไหลย้อนกลับขึ้นไปยังหลอดอาหารได้ เมื่อทารกในครรภ์เติบโตขึ้น มดลูกก็จะขยายตัว ความดันในมดลูกก็จะเพิ่มขึ้นด้วย แรงดันดังกล่าวก็จะไปกดดันกระเพาะอาหาร ทำให้กรดในกระเพาะอาหารเกิดการรั่วไหลออกมา หรือมี กรดไหลย้อน กลับขึ้นมายังหลอดอาหาร ขนาดที่ใหญ่ขึ้นของมดลูก นอกจากจะก่อให้เกิดความดันต่อกระเพาะอาหารแล้ว ยังอาจจะเบียดช่องท้อง ทำให้เกิดการจุกเสียด แน่นท้อง และบีบให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาได้ อาการ กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์ เป็นอย่างไร อาการ กรดไหลย้อน ขณะตั้งครรภ์ มีดังนี้ มีอาการแสบร้อนที่บริเวณกลางอก ลำคอ หรือหลังปาก รู้สึกไม่สบายท้องเมื่อรับประทานอาหารจำพวกกรดไขมัน หรือของทอด มีรสเปรี้ยวในปาก ลมหายใจมีกลิ่น รู้สึกเจ็บในลำคอ มีอาการปวดเมื่อนอนราบ คลื่นไส้และอาเจียน มีอาการเรอบ่อย ๆ หรือเรอเหม็นเปรี้ยว มีอาการไอหรือเจ็บคอ โดยอาการกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์มักจะเกิดขึ้นหลังรับประทานอาหาร และอาการมักแย่ลงในตอนกลางคืน หรือตอนเข้านอน รับมือกับ กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์ ได้อย่างไรบ้าง สำหรับคุณแม่ที่มีอาการ กรดไหลย้อน ขณะตั้งครรภ์ สามารถดูแลตนเองได้ง่าย ๆ ดังนี้ หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของทอด อาหารที่มีรสเผ็ด และอาหารที่มีกรด เพราะอาจทำให้อาการกรดไหลย้อนกำเริบได้ รับประทานอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

แม้รอยสักจะเป็นศิลปะบนเรือนร่างที่มีความสวยงาม แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถสักได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ จะมีความเสี่ยงหลายประการหากต้องการ สักตอนตั้งครรภ์ ซึ่งก็ยังมีคุณแม่อีกหลายคนเกิดข้อสงสัยขึ้นว่า ถ้าไปสักตอนตั้งครรภ์จะปลอดภัยหรือไม่ ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน คุณแม่อยาก สักตอนตั้งครรภ์ ทำได้หรือไม่ เมื่อคุณตั้งครรภ์ คุณมักจะได้รับคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำ เช่น หลีกเลี่ยงการกินซูชิ ระวังการลื่นเมื่อต้องเดินตรงที่มีน้ำขัง และควรออกกำลังกายอย่างระมัดระวัง เป็นต้น แต่บางครั้งคุณแม่ตั้งครรภ์บางคนที่ชื่นชอบศิลปะบนเรือนร่างอาจจะมีคำถามขึ้นว่า แล้วจะสามารถ สักตอนตั้งครรภ์ ได้หรือไม่ แม้ว่าการวิจัยในเรื่องนี้จะยังไม่มีการวิจัยออกมา แต่โดยทั่วไปแล้ว คุณหมอจะไม่แนะนำให้ทำ สักตอนตั้งครรภ์ ส่งผลอย่างไรต่อร่างกายบ้าง สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อยากจะสักในช่างที่กำลังตั้งครรภ์ ลองดูผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น หากคุณ สักตอนตั้งครรภ์ ดูก่อน โดยผลกระทบต่อร่างกาย มีดังนี้ การสักอาจนำไปสู่การติดชื้อ ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของคุณหมอที่มีต่อการสักตอนตั้งครรภ์ ก็คือ การติดเชื้อ เนื่องจากร้านสักบางแห่งอาจจะไม่ได้มาตรฐาน ความปลอดภัยมีน้อย โดยเฉพาะในเรื่องของการรักษาความสะอาดเข็มและอุปกรณ์อื่น ๆ เข็มสักที่สกปรกสามารถแพร่กระจายการติดเชื้อ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และเอชไอวี (HIV) ได้ ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้เป็นอันตรายอย่างมากับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากมันสามารถส่งต่อไปยังทารกแรกเกิด ทำให้ลูกน้อยมีอาการต่าง ๆ ได้แก่ อาการเหนื่อยง่าย เป็นไข้ ไปจนถึงปวดข้อ หากเกิดการติดเชื้อขึ้นขณะที่สัก บางครั้งอาจจะยังไม่สามารถรู้ได้ว่ามีอะไรผิดปกติ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญและอันตรายที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะได้เจอ เพราะความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายนั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมารู้จักกับ 5 ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ให้คุณพ่อและคุณแม่ได้ทำความเข้าใจ และเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องกันค่ะ  5 ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ที่พบได้บ่อย ภาวะครรภ์เป็นพิษ ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) เป็นภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ชนิดหนึ่ง ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ภาวะครรภ์เป็นพิษนี้เป็นภาวะที่อันตราย เพราะจะทำให้ระดับความดันโลหิตของคุณแม่เพิ่มมากขึ้น และอาจทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะอื่น ๆ เช่น ไต หรือหัวใจ นอกจากนี้ก็อาจนำไปสู่การคลอดก่อนกำหนด หรือการเสียชีวิตของแม่และทารกในครรภ์ได้อีกด้วย ปัจจัยที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ได้แก่ การตั้งครรภ์ครั้งแรก อายุ 35 ปีขึ้นไป เคยมีภาวะครรภ์เป็นพิษในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน หรือโรคไต เป็นต้น ตั้งครรภ์ลูกแฝด คุณแม่ควรจะฝากครรภ์และสังเกตอาการระหว่างตั้งครรภ์เป็นระยะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ หากคุณแม่เกิดมีอาการของภาวะครรภ์เป็นพิษขึ้นมา แพทย์อาจจะแนะนำให้คลอดบุตรก่อนกำหนด เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ แต่หากมีอายุครรภ์น้อยเกินไป ก็อาจจะต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อทั้งกับแม่และทารกในครรภ์ ความดันโลหิตสูง ภาวะความดันโลหิตสูง เป็นอีกหนึ่งภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ที่พบได้บ่อย มักจะเกิดขึ้นในช่วง 2 ไตรมาสหลังของการตั้งครรภ์ และจะหายไปหลังจากคลอดบุตร ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์นี้มักจะเกิดขึ้น เนื่องจากขนาดตัวที่เพิ่มขึ้นของทารกในครรภ์นั้นอาจจะทำให้หลอดเลือดถูกกดทับ ส่งผลให้เลือดที่ไหลเวียนและลำเลียงอาหารกับออกซิเจนไปสู่ทารกน้อยลง และทำให้ความดันภายในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง อาจจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์อื่น […]