ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ หรือปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ก็ล้วนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ทั้งสิ้น Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์ รวมไปถึงการรักษาและป้องกัน เพื่อการดูแลสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

Placenta previa คือ ภาวะรกเกาะต่ำ อาการ สาเหตุ วิธีรักษา

Placenta previa คือ ภาวะรกเกาะต่ำ เป็นความผิดปกติขณะตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นเมื่อรกปกคลุมหรือปิดกั้นปากมดลูกบางส่วนหรือทั้งหมด อาจทำให้เส้นเลือดที่เชื่อมต่อระหว่างรกและมดลูกฉีกขาดจนเสียเลือดมากขณะตั้งครรภ์ ระหว่างคลอด หรือหลังคลอด โดยทั่วไป Placenta previa จะไม่ทำให้รู้สึกเจ็บปวด และอาจมีเลือดออกมากน้อยต่างกันไป ในบางกรณีอาจหายไปได้ก่อนคลอด แต่หากรกเกาะต่ำจนปกคลุมปากมดลูกทั้งหมดก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกได้ คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรฝากครรภ์และไปพบคุณหมอตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อตรวจหาความผิดปกติหรืออาการแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ และหากพบว่ามีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดในช่วงไตรมาสที่ 2-3 ของการตั้งครรภ์ ควรไปพบคุณหมอเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและรับการรักษาโดยเร็วที่สุด [embed-health-tool-due-date] Placenta previa คือ อะไร Placenta previa คือ ภาวะรกเกาะต่ำ เป็นความผิดปกติของตำแหน่งรกที่เกาะมดลูกอยู่ต่ำเกินไปจนปกคลุมปากมดลูกบางส่วนหรือทั้งหมด รกคือส่วนหนึ่งของทารกในครรภ์ เป็นอวัยวะที่เชื่อมต่อกับสายสะดือ ทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตไปยังทารกในครรภ์ ทั้งยังช่วยขับของเสียจากทารกด้วย ในช่วงตั้งครรภ์ระยะแรก รกอาจก่อตัวและยึดเกาะอยู่ที่ส่วนล่างของมดลูก ก่อนจะเคลื่อนตัวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม หรือใกล้ส่วนบนของมดลูกหรือที่เรียกว่ายอดมดลูก ซึ่งห่างจากปากมดลูกมากพอที่จะทำให้ปากมดลูกขยายตัวได้สะดวกเมื่อถึงเวลาคลอด แต่หากมีภาวะ Placenta previa หรือรกเกาะต่ำ รกอาจไปปิดกั้นมดลูกและเป็นอุปสรรคต่อการคลอดทางช่องคลอดตามธรรมชาติ ภาวะ Placenta previa หรือ รกเกาะต่ำ แบ่งได้เป็น 4 ชนิด ดังนี้ รกเกาะต่ำใกล้ปากมดลูก (Low-lying placenta) รกอยู่ห่างจากปากมดลูก 2-3.5 […]

หัวข้อ ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์ เพิ่มเติม

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

Preeclampsia หรือ ภาวะครรภ์เป็นพิษ สาเหตุและวิธีรักษา

Preeclampsia หรือ ภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ที่มักเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 20 ของการตั้งครรภ์เป็นต้นไป หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษจะมีความดันโลหิตสูงกว่าปกติ มีโปรตีนหรือไข่ขาวในปัสสาวะ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ปวดศีรษะรุนแรง มองเห็นไม่ชัด หน้าและมือบวม หากคุณแม่ตั้งครรภ์วินิจฉัยพบว่ามีภาวะนี้ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากคุณหมอไปจนวันคลอด เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ การฝากครรภ์ทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์และไปตรวจครรภ์ตามนัดหมายเสมอจึงถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่ามีภาวะครรภ์เป็นพิษ คุณหมอจะได้วางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพและการเสียชีวิตของแม่และทารกในครรภ์ [embed-health-tool-due-date] Preeclampsia คืออะไร ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) เป็นภาวะที่หญิงตั้งครรภ์มีระดับความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ร่วมกับมีโปรตีนหรือไข่ขาวในปัสสาวะ จนกระทบต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ เช่น หัวใจ ไต ตับ ปอด และส่งผลต่อสุขภาพของทั้งแม่และทารกในครรภ์ มักเกิดในช่วงสัปดาห์ที่ 20 ของการตั้งครรภ์เป็นต้นไป แต่ก็อาจเกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้านั้นหรือช่วงหลังคลอด (Postpartum preeclampsia) ได้เช่นกัน อาการของภาวะนี้จะแตกต่างไปในแต่ละคน ระดับความรุนแรงมีตั้งแต่ไม่รุุนแรงมาก เช่น ความดันโลหิตสูงขึ้น หน้าบวม มือบวม ไปจนถึงรุนแรง เช่น อาการชัก (Eclampsia) หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ภาวะครรภ์เป็นพิษอาจทำให้หญิงตั้งครรภ์ต้องคลอดก่อนกำหนด ซึ่งจะทำให้ทารกแรกเกิดเสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพ เช่น […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

PIH คือ อะไร อาการ สาเหตุ และการรักษา

PIH (Pregnancy Induced Hypertension) คือ ความดันโลหิตสูงในสตรีตั้งครรภ์ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อมีความดันโลหิตสูงและโปรตีนในปัสสาวะมากขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้ แต่อาจมีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะ PIH เช่น ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง เคยมีภาวะครรภ์เป็นพิษมาก่อน ตั้งครรภ์เมื่ออายุยังน้อยหรือเมื่ออายุมาก เป็นโรคเรื้อรัง ท้องลูกแฝด ดังนั้น การฝากครรภ์จึงเป็นวิธีที่อาจช่วยตรวจสอบความผิดปกติเบื้องต้น และช่วยควบคุมความรุนแรงของอาการได้ [embed-health-tool-due-date] คำจำกัดความ PIH คือ อะไร PIH คือ ภาวะครรภ์เป็นพิษซึ่งเป็นภาวะร้ายแรงที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ โดยเกิดขึ้นเมื่อมีความดันโลหิตสูงและมีโปรตีนในปัสสาวะมากขึ้น ที่อาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรงทั้งต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการชัก ความผิดปกติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์ รกลอกตัวก่อนกำหนด (Placental Abruption) คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักทารกแรกเกิดต่ำ รวมถึงยังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ อาการ อาการของ PIH อาการความดันโลหิตสูงในสตรีตั้งครรภ์อาจเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงของการตั้งครรภ์ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป โดยอาการอาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหันหรืออาจค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละน้อย ดังนี้ อาการ PIH เบื้องต้น สัญญาณแรกของความดันโลหิตสูงในสตรีตั้งครรภ์ คือ อาการความดันโลหิตสูงและโปรตีนในปัสสาวะที่เพิ่มมากขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งอาการนี้อาจไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง จึงจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพครรภ์เป็นประจำตามนัดหมาย เพื่อตรวจดูอาการความดันโลหิตสูงเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้น อาการ PIH กำเริบ อาการความดันโลหิตสูงในสตรีตั้งครรภ์ที่กำเริบหนักขึ้น อาจส่งผลทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ดังนี้ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ภาวะแท้งคุกคาม คืออะไร สาเหตุ อาการ วิธีรักษา

ภาวะแท้งคุกคาม (Threatened abortion/miscarriage) คือ ภาวะที่หญิงตั้งครรภ์มีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอดในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นระยะที่ปากมดลูกยังไม่เปิด เลือดที่ไหลออกมาอาจมีลักษณะกะปริบกะปรอย ร่วมกับมีอาการปวดหน่วง ปวดบิด บริเวณท้องน้อย ภาวะนี้อาจนำไปสู่การสูญเสียตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์ได้ร้อยละ 50 แต่หากเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ก็สามารถดำเนินการตั้งครรภ์ต่อไปได้ตามปกติ [embed-health-tool-due-date] ภาวะแท้งคุกคาม คืออะไร ภาวะแท้งคุกคาม เป็นภาวะเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอดที่พบในหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ไม่เกิน 20 สัปดาห์ ภาวะนี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงในการสูญเสียตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์ สามารถพบได้ถึงร้อยละ 20-25 ของหญิงตั้งครรภ์ แม้จะไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด แต่มักเป็นผลมาจากความเครียด อุบัติเหตุ ความผิดปกติของทารกในครรภ์ เป็นต้น โดยความเสี่ยงในการเกิดภาวะแท้งคุกคามจะเพิ่มขึ้นตามอายุ และหากเคยแท้งบุตรในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน ก็อาจเสี่ยงเกิดภาวะแท้งคุกคามได้มากกว่าผู้ที่ไม่เคยแท้งบุตร ทั้งนี้ ภาวะแท้งคุกคามไม่ได้หมายความว่าจะต้องสูญเสียทารกในครรภ์ทุกกรณี หากหญิงตั้งครรภ์ที่เกิดภาวะแท้งคุกคามเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที ดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม และปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ รวมถึงการสูญเสียทารกในครรภ์ และสามารถดำเนินการตั้งครรภ์ไปตามปกติได้โดยที่ทารกมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ อาการของภาวะแท้งคุกคาม อาการของภาวะแท้งคุกคาม อาจมีดังนี้ มีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด บางรายอาจมีอาการปวดท้องน้อยหรือปวดหลังส่วนล่างแบบปวดหน่วงคล้ายตอนมีประจำเดือน อาการอาจเกิดตลอดเวลาแต่ไม่รุนแรง หรือมีอาการเป็นพัก ๆ ก็ได้ สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของภาวะแท้งคุกคาม สาเหตุของภาวะแท้งคุกคามยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด แต่อาจมีปัจจัยบางประการที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแท้งคุกคามได้ ดังนี้ มีอาการบาดเจ็บที่หน้าท้อง เป็นโรคอ้วน อายุมากกว่า 35 ปี […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

Vasa previa คือ อะไร อาการ ปัจจัยเสี่ยง วิธีรักษา

Vasa previa คือ ภาวะที่เส้นเลือดของสายสะดือหรือรกทอดอยู่บนเยื่อหุ้มทารกในครรภ์ผ่านบริเวณปากมดลูกด้านในและอยู่ต่ำกว่าส่วนนำของทารก ส่งผลให้เส้นเลือดดังกล่าวถูกกดทับได้ง่ายและจะฉีกขาดเมื่อถุงน้ำคร่ำแตก มีเลือดไหลออกจากช่องคลอด และอาจส่งผลให้ทารกเสียเลือดมากและเสียชีวิตได้ ภาวะนี้เป็นอีกสาเหตุของการตกเลือดก่อนคลอดและพบได้ไม่บ่อยนัก ทั้งนี้ หากคุณแม่ไปฝากครรภ์และตรวจครรภ์ตามนัดครบถ้วน ก็จะช่วยให้คุณหมอสามารถตรวจสอบสภาวะสุขภาพและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังลดความเสี่ยงทางสุขภาพของทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ [embed-health-tool-due-date] Vasa previa คือ อะไร วาซา พรีเวีย (Vasa previa) คือ ภาวะที่หลอดเลือดของรกหรือสายสะดือของทารกในครรภ์อย่างน้อย 1 เส้นทอดอยู่บนเยื่อหุ้มทารกผ่านบริเวณปากมดลูกด้านใน มักเกิดร่วมกับภาวะรกเกาะต่ำ ภาวะรกน้อย หรือครรภ์แฝด หากเยื่อหุ้มทารกในครรภ์หรือถุงน้ำคร่ำแตก จะทำให้เส้นเลือดที่พาดอยู่ฉีกขาดไปด้วย และอาจทำให้ทารกเสียเลือดมากจนเป็นอันตรายถึงชีวิต ทั้งยังส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนกับคุณแม่ เช่น เกิดภาวะช็อกเนื่องจากเสียเลือดเป็นเวลานาน มีอาการซีด อ่อนเพลีย มีความดันโลหิตลดลง อย่างไรก็ตาม หากวินิจฉัยพบตั้งแต่ยังไม่ถึงช่วงใกล้คลอด ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมจากทีมแพทย์ และผ่าคลอดทางหน้าท้องแทนการคลอดทางช่องคลอด ก็มีโอกาสสูงถึง 97% ที่ทารกจะคลอดออกมาตามปกติโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย ปัจจัยเสี่ยงของภาวะ Vasa previa หากคุณแม่ตั้งครรภ์มีภาวะต่อไปนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะ Vasa previa ได้ เคยผ่าตัดมดลูกหรือเคยผ่าคลอดมาก่อน ภาวะรกเกาะต่ำ (Placenta Previa) เป็นภาวะที่รกปกคลุมหรือปิดขวางปากมดลูกบางส่วนหรือทั้งหมด เมื่อถึงเวลาคลอด ปากมดลูกจะเปิดออก ทำให้เส้นเลือดที่เชื่อมต่อระหว่างรกและมดลูกฉีกขาดจนเสียเลือดมาก เป็นอันตรายต่อทั้งคุณแม่และทารก […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

อาการปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์อ่อนๆ อันตรายหรือไม่

อาการปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์อ่อนๆ เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะปกติของการตั้งครรภ์ เช่น ปัญหาทางเดินอาหาร มดลูกเป็นตะคริว กล้ามเนื้อตึง มดลูกหดรัดตัว นอกจากนี้ อาจเป็นสัญญาณของภาวะรุนแรง เช่น แท้งบุตร ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ครรภ์เป็นพิษ ไส้ติ่งอักเสบ เป็นนิ่ว จึงควรเข้าพบคุณหมอเพื่อตรวจสุขภาพการตั้งครรภ์ตามนัดหมายเป็นประจำ เพื่อป้องกันปัญหาร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น [embed-health-tool-ovulation] อาการปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์อ่อนๆ อันตรายหรือไม่ อาการปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์อ่อนๆ ในช่วงไตรมาสแรกหรือประมาณ 1-3 เดือนของการตั้งครรภ์ อาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ซึ่งในบางกรณีอาการปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์อ่อนๆ อาจเป็นอาการโดยทั่วไปของการตั้งครรภ์ เช่น มดลูกขยายตัว มดลูกบีบรัดตัว กล้ามเนื้อตึง หรือในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณร้ายแรงของปัญหาการตั้งครรภ์ เช่น การแท้งบุตร ไส้ติ่งอักเสบ ภาวะครรภ์เป็นพิษ ท้องนอกมดลูก ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ คุณแม่จึงควรสังเกตอาการปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์อ่อนๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกับอาการอื่น ๆ  เช่น มีเลือดออกทางช่องคลอด อาการปวดท้องรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มีอาการอาเจียน มีไข้ ปัสสาวะผิดปกติ เพื่อป้องกันปัญหาร้ายแรงที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ เพื่อสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที อาการปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์อ่อนๆ เกิดจากอะไร อาการปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์อ่อนๆ อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุที่พบบ่อย อาจมีดังนี้ สาเหตุทั่วไปของอาการปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์อ่อนๆ ปัญหาทางเดินอาหาร ทารกในครรภ์อาจกดกระเพาะอาหารและลำไส้ จนทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อน มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากขึ้น และอาจทำให้มีอาการท้องอืดที่ส่งผลให้ปวดท้องน้อยได้ มดลูกเป็นตะคริว […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

คนท้องเป็นกรดไหลย้อน เกิดจากอะไร และควรดูแลสุขภาพอย่างไร

คนท้องเป็นกรดไหลย้อน อาจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สรีระของคุณแม่และทารกในท้อง รวมถึงฮอร์โมนที่สูงขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ทำให้ลดการบีบตัวของทางเดินอาหาร ทำให้อาหารและกรดค้างในกระเพาะนาน หรือกระเพาะได้รับอาหารมากเกินไปจนเกิดการไหลย้อนกลับของอาหารและน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ดังนั้น การดูแลตัวเองในขณะตั้งท้องอย่างเหมาะสมจึงอาจช่วยป้องกันการเกิดกรดไหลย้อนในคนท้องได้ [embed-health-tool-due-date] คนท้องเป็นกรดไหลย้อน เกิดจากสาเหตุใด คนท้องเป็นกรดไหลย้อนได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งท้อง ที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างตั้งท้อง ที่ส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อของระบบทางเดินอาหาร เวลารับประทานอาหาร กล้ามเนื้อในหลอดอาหารจะดันอาหารเข้าไปในหลอดอาหารช้าลง ทำให้ท้องว่างเป็นเวลานาน และยังอาจทำให้กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารคลายตัวจนกรดในกระเพาะอาหารไหลกลับเข้าสู่หลอดอาหาร ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการเสียดท้องได้ นอกจากนี้ ในการตั้งท้องในช่วงไตรมาสที่ 3 การเจริญเติบโตของทารกในท้องอาจดันท้องของคุณแม่ให้ขยายออกจากตำแหน่งปกติ ซึ่งก็อาจนำไปสู่อาการเสียดท้องได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม คนท้องอาจเสี่ยงมีอาการเสียดท้องที่ลุกลามไปเป็นกรดไหลย้อนได้มากขึ้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สรีระของคุณแม่และทารกในท้อง อาหารและกิจวัตรประจำวัน คนท้องเป็นกรดไหลย้อน มีอาการอย่างไร คนท้องเป็นกรดไหลย้อนอาจมีอาการที่พบได้บ่อย ดังนี้ แสบร้อน หรือเจ็บหน้าอก แน่นท้อง ท้องอืด หรือท้องป่อง เรอ ไอ เจ็บคอ ในปากมีรสเปรี้ยวหรือขม ไม่สบาย คลื่นไส้ อาเจียน อาการคนท้องเป็นกรดไหลย้อนอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยส่วนใหญ่มักมีอาการมากขึ้นในสัปดาห์ที่ 27 ของการตั้งท้อง และมักเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่ม หรืออาจเกิดขึ้นทันทีในระหว่างรับประทานอาหาร คนท้องเป็นกรดไหลย้อนควรรักษาอย่างไร สำหรับคนท้องเป็นกรดไหลย้อนอาจต้องระมัดระวังในการรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการเสียดท้อง โดยคุณแม่อาจซื้อยาลดกรดที่มีส่วนประกอบของแคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) หรือแมกนีเซียม ตามร้านขายยาทั่วไป และควรหลีกเลี่ยงยาลดกรดที่มีส่วนผสมบางชนิดที่อาจเป็นอันตรายต่อการตั้งท้อง ดังนี้ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

IUGR คือ ภาวะทารกโตช้าในครรภ์ สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง วิธีป้องกัน

IUGR คือ ภาวะทารกโตช้าในครรภ์ ซึ่งเป็นภาวะที่ทารกในครรภ์เจริญเติบโตช้ากว่าที่ควรและมีขนาดตัวไม่สัมพันธ์กับอายุครรภ์ในขณะนั้น อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติของรกและมดลูกที่ทำให้ทารกได้รับสารอาหารและออกซิเจนไม่เพียงพอ การติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย โปรโตซัว ภาวะสุขภาพของคุณแม่ อย่างไรก็ตาม ทารกที่มีภาวะนี้สามารถเจริญเติบโตต่อไปและคลอดออกมาเป็นเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติได้ สิ่งสำคัญคือ คุณแม่ต้องไปพบคุณหมอตามนัดหมายเป็นประจำ หากตรวจพบความผิดปกติจะได้สามารถดูแลครรภ์และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที [embed-health-tool-due-date] IUGR คือ อะไร ภาวะทารกโตช้าในครรภ์ (Intrauterine Growth Restriction หรือ IUGR) คือ ภาวะที่ทารกในครรภ์เจริญเติบโตช้ากว่าอายุครรภ์ของคุณแม่ในขณะนั้น สาเหตุที่แท้จริงยังไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่ชัด แต่อาจเกิดจากความผิดปกติของรกหรือสายสะดือ ซึ่งทำหน้าที่ส่งสารอาหาร ออกซิเจนและเลือดไปเลี้ยงทารกในครรภ์ และกำจัดของเสียให้กับทารก หากทารกได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้ตัวเล็กกว่าปกติได้ โดยทั่วไป มักตรวจพบภาวะนี้ได้ในช่วงหลังจากสัปดาห์ที่ 20 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่คุณหมอหรือทีมแพทย์ผู้ดูแลจะตรวจสอบพัฒนาการของทารกในครรภ์ด้วยการวัดระดับยอดมดลูกจากการตรวจครรภ์ (Fundal height) ซึ่งเป็นการวัดระยะห่างระหว่างกระดูกหัวหน่าวและมดลูก โดยปกติแล้ว ระยะห่างของสองตำแหน่งนี้จะขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ของคุณแม่ เช่น คุณแม่ที่มีอายุครรภ์ประมาณ 20 สัปดาห์ ควรมีระยะห่างระหว่างกระดูกหัวหน่าวและมดลูกประมาณ 20 เซนติเมตร หากตรวจวัดแล้วมีระยะห่างสั้นกว่าที่ควร คุณหมออาจให้เข้ารับการทดสอบเพิ่มเติม เพื่อตรวจดูว่ามีภาวะทารกโตช้าในครรภ์หรือไม่ ภาวะทารกโตช้าในครรภ์ แบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

Preterm labor การคลอดก่อนกำหนด อาการที่ควรรู้

Preterm labor หรือการคลอดก่อนกำหนด เป็นภาวะเจ็บท้องคลอดก่อนอายุครรภ์ครบ 37 สัปดาห์ อาจเกิดจากคุณแม่มีประวัติเคยคลอดก่อนกำหนด มีปากมดลูกสั้น เป็นโรคที่ทำให้ต้องคลอดก่อนกำหนด เป็นต้น การคลอดก่อนกำหนดอาจมีอาการที่เป็นสัญญาณเตือนบางประการ เช่น ปวดหลัง ปวดหน่วงท้องน้อย ถุงน้ำคร่ำแตก มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ทารกที่คลอดก่อนกำหนดมักเกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ความผิดปกติด้านพัฒนาการ ภาวะตัวเหลือง ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย และต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด หากพบอาการที่เป็นสัญญาณของการคลอดก่อนกำหนด ควรรีบไปพบคุณทันทีเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพดังกล่าว [embed-health-tool-due-date] Preterm labor คืออะไร Preterm labor คือ ภาวะคลอดก่อนกำหนด เกิดจากปากมดลูกหดรัดและขยายตัวอย่างรุนแรงและสม่ำเสมอ ทำให้ปากมดลูกเปิดออกก่อนและคลอดก่อนอายุครรภ์ครบ 37 สัปดาห์ซึ่งถือว่าเร็วกว่ากำหนดคลอดปกติที่มักเกิดขึ้นประมาณสัปดาห์ที่ 40 ของการตั้งครรภ์ ทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะมีระบบประสาทและอวัยวะต่าง ๆ ที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงส่งผลให้มีพัฒนาการล่าช้า ทั้งยังมีสุขภาพไม่สมบูรณ์แข็งแรงเท่าทารกที่ใช้เวลาอยู่ในครรภ์จนครบกำหนดคลอด โดยทั่วไป คุณหมอจะให้ทารกที่คลอดก่อนกำหนดอยู่ในโรงพยาบาลต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยจะต้องได้รับการดูแลพิเศษจากพยาบาลในห้องทารกแรกเกิดภาวะวิกฤต (Neonatal Intensive Care Unit หรือ NICU) เพื่อติดตามอาการและดูแลอย่างใกล้ชิด หากมีภาวะแทรกซ้อนจะได้สามารถช่วยเหลือได้ทันที ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะ Preterm labor ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คลอดก่อนกำหนด อาจมีดังนี้ เคยคลอดก่อนกำหนดมาก่อน โดยเฉพาะการคลอดก่อนกำหนดในครรภ์ที่ผ่านมา […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ก้อน เลือด 1 เดือน สัญญาณการแท้งบุตร

ก้อน เลือด 1 เดือน เป็นสัญญาณการแท้งบุตรที่อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติในขณะปฏิสนธิ ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ โดยก้อน เลือด 1 เดือน อาจเป็นเพียงลิ่มเลือดที่ออกมาจากช่องคลอดพร้อมกับเนื้อเยื่อขนาดเล็ก ซึ่งอาจทำให้มีอาการปวดหลังรุนแรง มดลูกหดตัว มีเมือกขาวออกจากช่องคลอด และสัญญาณการตั้งท้องหายไป ดังนั้น หากพบความผิดปกติเหล่านี้ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อตรวจการตั้งท้องทันที [embed-health-tool-due-date] ก้อน เลือด 1 เดือน เกิดจากสาเหตุอะไร ก้อนเลือด 1 เดือน คือ การสูญเสียการตั้งครรภ์ หรือการแท้งบุตร ที่อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติของโครโมโซมที่เกิดขึ้นขณะปฏิสนธิ ทำงานหนัก ออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก มีเพศสัมพันธ์ขณะตั้งครรภ์ ติดเชื้อ อายุของคุณแม่ สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครียด พักผ่อนน้อย ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ โดยก้อนเลือด 1 เดือนที่เกิดขึ้นอาจไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เนื่องจากเป็นช่วงที่ตัวอ่อนกำลังพัฒนา จึงอาจมีขนาดเล็กมากเทียบเท่าได้กับเม็ดข้าว ทำให้อาจมองเห็นเป็นเพียงแค่ลิ่มเลือดก้อนเล็ก ๆ ผสมกับเนื้อเยื่อสีขาวหรือสีเทา อาจมีลักษณะคล้ายถุงไหลออกมาจากช่องคลอด ประเภทของการแท้งบุตร การแท้งบุตรอาจแบ่งได้หลายประเภท ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของคุณหมอ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ยาเร่งคลอด ใช้ในกรณีใด มีผลข้างเคียงหรือไม่

การใช้ ยาเร่งคลอด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการยุติการตั้งครรภ์ หากถึงกำหนดคลอดแล้วทารกไม่สามารถออกจากครรภ์ตามธรรมชาติได้ คุณหมอช่วยเร่งกระบวนการคลอดลูกด้วยการฉีดยากระตุ้นการบีบรัดตัวของมดลูก เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และทารกในครรภ์ ทั้งนี้ ยาเร่งคลอดจะใช้ในกรณีที่จำเป็นตามดุลพินิจของสูตินรีแพทย์เท่านั้น เช่น อายุครรภ์เกิน 40 สัปดาห์ มีภาวะครรภ์เป็นพิษ น้ำคร่ำแตกแล้วแต่ยังไม่ปวดท้องคลอด การใช้ยาเร่งคลอดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบางประการ เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หากอาการรุนแรงขึ้น ควรแจ้งให้คุณหมอที่ดูแลทราบหรือไปพบคุณหมอทันที [embed-health-tool-due-date] ยาเร่งคลอด คืออะไร ยาเร่งคลอด หรือยาออกซิโตซิน (Oxytocin) เป็นยาฮอร์โมนที่ใช้เร่งการเจ็บท้องคลอดและเตรียมคุณแม่ให้พร้อมสำหรับการคลอดลูก โดยคุณหมอจะฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำหรือกล้ามเนื้อบริเวณต้นขา เพื่อกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัวรุนแรงกว่าปกติ ทำให้ปากมดลูกขยายใหญ่มากพอที่จะทารกผ่านช่องคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัยในเวลาที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังอาจใช้ฮอร์โมนออกซิโตซินเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะตกเลือดหลังคลอด และใช้กระตุ้นการหลั่งน้ำนมแม่ในช่วงให้นมได้ด้วย งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Archives of Gynecology and Obstetrics เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563 ศึกษาเกี่ยวกับการเร่งคลอดและการตอบสนองต่อความเครียดทางกายและจิตใจโดยการวัดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลในน้ำลาย โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้หญิงตั้งครรภ์ 167 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มที่ใช้การเร่งคลอด 72 คน และกลุ่มที่คลอดตามธรรมชาติ 95 คน เมื่อตรวจระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลในน้ำลายและให้คุณแม่บอกระดับความเครียดตั้งแต่ 0-10 พบว่า การเร่งคลอดไม่ทำให้คุณแม่รู้สึกเครียดมากขึ้นในขณะคลอดลูก ทั้งยังมีส่วนช่วยลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนเครียดเมื่อคุณแม่อยู่ในระยะปากมดลูกเปิด 0-3 […]


คุณกำลังกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ใช่หรือไม่?

หยุดกังวลได้แล้ว มาเข้าชุมชนสนทนาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และว่าที่คุณแม่คนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!