home

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ หรือปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ก็ล้วนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ทั้งสิ้น Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์ รวมไปถึงการรักษาและป้องกัน เพื่อการดูแลสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ความรู้ทั่วไป

บทความ ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

แม้รอยสักจะเป็นศิลปะบนเรือนร่างที่มีความสวยงาม แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถสักได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ จะมีความเสี่ยงหลายประการหากต้องการ สักตอนตั้งครรภ์ ซึ่งก็ยังมีคุณแม่อีกหลายคนเกิดข้อสงสัยขึ้นว่า ถ้าไปสักตอนตั้งครรภ์จะปลอดภัยหรือไม่ ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน คุณแม่อยาก สักตอนตั้งครรภ์ ทำได้หรือไม่ เมื่อคุณตั้งครรภ์ คุณมักจะได้รับคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำ เช่น หลีกเลี่ยงการกินซูชิ ระวังการลื่นเมื่อต้องเดินตรงที่มีน้ำขัง และควรออกกำลังกายอย่างระมัดระวัง เป็นต้น แต่บางครั้งคุณแม่ตั้งครรภ์บางคนที่ชื่นชอบศิลปะบนเรือนร่างอาจจะมีคำถามขึ้นว่า แล้วจะสามารถ สักตอนตั้งครรภ์ ได้หรือไม่ แม้ว่าการวิจัยในเรื่องนี้จะยังไม่มีการวิจัยออกมา แต่โดยทั่วไปแล้ว คุณหมอจะไม่แนะนำให้ทำ สักตอนตั้งครรภ์ ส่งผลอย่างไรต่อร่างกายบ้าง สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อยากจะสักในช่างที่กำลังตั้งครรภ์ ลองดูผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น หากคุณ สักตอนตั้งครรภ์ ดูก่อน โดยผลกระทบต่อร่างกาย มีดังนี้ การสักอาจนำไปสู่การติดชื้อ ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของคุณหมอที่มีต่อการสักตอนตั้งครรภ์ ก็คือ การติดเชื้อ เนื่องจากร้านสักบางแห่งอาจจะไม่ได้มาตรฐาน ความปลอดภัยมีน้อย โดยเฉพาะในเรื่องของการรักษาความสะอาดเข็มและอุปกรณ์อื่น ๆ เข็มสักที่สกปรกสามารถแพร่กระจายการติดเชื้อ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และเอชไอวี (HIV) ได้ ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้เป็นอันตรายอย่างมากับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากมันสามารถส่งต่อไปยังทารกแรกเกิด ทำให้ลูกน้อยมีอาการต่าง ๆ ได้แก่ อาการเหนื่อยง่าย เป็นไข้ ไปจนถึงปวดข้อ หากเกิดการติดเชื้อขึ้นขณะที่สัก บางครั้งอาจจะยังไม่สามารถรู้ได้ว่ามีอะไรผิดปกติ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญและอันตรายที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะได้เจอ เพราะความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายนั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมารู้จักกับ 5 ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ให้คุณพ่อและคุณแม่ได้ทำความเข้าใจ และเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องกันค่ะ  5 ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ที่พบได้บ่อย ภาวะครรภ์เป็นพิษ ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) เป็นภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ชนิดหนึ่ง ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ภาวะครรภ์เป็นพิษนี้เป็นภาวะที่อันตราย เพราะจะทำให้ระดับความดันโลหิตของคุณแม่เพิ่มมากขึ้น และอาจทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะอื่น ๆ เช่น ไต หรือหัวใจ นอกจากนี้ก็อาจนำไปสู่การคลอดก่อนกำหนด หรือการเสียชีวิตของแม่และทารกในครรภ์ได้อีกด้วย ปัจจัยที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ได้แก่ การตั้งครรภ์ครั้งแรก อายุ 35 ปีขึ้นไป เคยมีภาวะครรภ์เป็นพิษในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน หรือโรคไต เป็นต้น ตั้งครรภ์ลูกแฝด คุณแม่ควรจะฝากครรภ์และสังเกตอาการระหว่างตั้งครรภ์เป็นระยะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ หากคุณแม่เกิดมีอาการของภาวะครรภ์เป็นพิษขึ้นมา แพทย์อาจจะแนะนำให้คลอดบุตรก่อนกำหนด เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ แต่หากมีอายุครรภ์น้อยเกินไป ก็อาจจะต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อทั้งกับแม่และทารกในครรภ์ ความดันโลหิตสูง ภาวะความดันโลหิตสูง เป็นอีกหนึ่งภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ที่พบได้บ่อย มักจะเกิดขึ้นในช่วง 2 ไตรมาสหลังของการตั้งครรภ์ และจะหายไปหลังจากคลอดบุตร […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในร่างกาย ซึ่งภาวะหนึ่งที่แม่ท้องแทบทุกคนต้องประสบก็คือ ความอยากอาหารที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง Hello คุณหมอ จะพาไปดูกันว่า แม่ท้องอยากอาหาร หรือหิวบ่อยขึ้นนั้นเป็นเพราะสาเหตุใด และแม่ท้องมักอยากกินอาหารอะไรกันบ้าง เราไปดูกันเลย เรื่องน่ารู้ เมื่อ แม่ท้องอยากอาหาร หิวบ่อยขึ้น ความอยากอาหารระหว่างตั้งครรภ์ ภาวะนี้มักเริ่มตอนไหน ความอยากอาหารที่เพิ่มขึ้นเมื่อตั้งครรภ์เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก โดยแม่ตั้งครรภ์แต่ละคนอาจเกิดภาวะนี้ในช่วงเวลาที่ต่างกัน แต่โดยทั่วไปแล้ว ความอยากอาหารระหว่างตั้งครรภ์มักเริ่มในช่วงปลายไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ อาการจะรุนแรงที่สุดในช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์ และความอยากจะลดลงเมื่อหมดไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ สาเหตุที่ทำให้ แม่ท้องอยากอาหาร หรือหิวบ่อย ในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญยังไม่ทราบแน่ชัดว่า คนท้องอยากอาหาร เพราะสาเหตุใดกันแน่ แต่ก็เชื่อว่า ความอยากอาหารระหว่างตั้งครรภ์ อาจเป็นเพราะสาเหตุเหล่านี้ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ในช่วงตั้งครรภ์ ฮอร์โมนในร่างกายของผู้หญิงจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ และฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปก็อาจทำให้คุณเกิดความอยากอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งอาหารดังกล่าว อาจเป็นอาหารที่แปลกพิสดาร หรือเป็นอาหารที่คุณไม่เคยชอบกินมาก่อนเลยก็ได้ ประสาทสัมผัสเปลี่ยนแปลง คุณแม่ท้องบางคนอาจมีประสาทสัมผัสเปลี่ยนแปลงไป เช่น รับกลิ่นได้ดีขึ้น แม้ต้นกำเนิดของกลิ่นจะอยู่ไกลออกไปหลายร้อยเมตร และรู้สึกไวต่อกลิ่นใดกลิ่นหนึ่งมากขึ้น บางทีแค่ได้กลิ่นของสิ่งดังกล่าวก็ทำให้รู้สึกคลื่นไส้อาเจียนได้แล้ว แม่ท้องส่วนใหญ่จะไม่ชอบกลิ่นฉุน ๆ หรือกลิ่นแรง ๆ จะชอบกลิ่นหอม ๆ มากกว่า และไม่ใช่แค่ประสาทรับกลิ่น เพราะประสาทสัมผัสในการรับรสของคุณแม่ท้องก็มักเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ความต้องการด้านโภชนาการเปลี่ยนแปลง คนท้องต้องการสารอาหารบางชนิด เช่น แคลเซียม (Calcium) ธาตุเหล็ก (Iron) […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ โรคกินผิดปกติ กันมาบ้างไม่มากก็น้อย พฤติกรรมการกินไม่หยุด กินเยอะ หรือไม่ยอมกินข้าว สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ก็เป็นอาการที่บ่งบอกถึง โรคกินผิดปกติกันทั้งสิ้น โรคกินผิดปกตินี้ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคุณแม่ตั้งครรภ์ บทความนี้ Hello คูณหมอ จะมานำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ โรคกินผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อให้คุณแม่สามารถรับมือกับโรคนี้ได้อย่างถูกต้อง โรคกินผิดปกติ คืออะไร โรคกินผิดปกติ (Eating disorders) เป็นความผิดปกติทางจิตใจและอารมณ์ประเภทหนึ่ง หมายถึงลักษณะพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการกินมากเกินไป กินน้อยเกินไป หรือกินไม่หยุด เนื่องมาจากความหมกมุ่นที่มีต่ออาหาร น้ำหนักตัว หรือรูปร่าง โรคกินผิดปกตินั้นมีอยู่หลายประเภท ประเภทที่พบได้บ่อยที่สุดมีดังนี้ โรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) หรือโรคคลั่งผอม ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีพฤติกรรมไม่ยอมกินอาหาร กินน้อยเนื่องจากมีความกังวลต่อน้ำหนักตัวและรูปร่างของตัวเอง โรคบูลิเมีย (Bulimia) หรือโรคล้วงคอ โรคนี้จะคล้ายคลึงกับโรคอะนอเร็กเซีย คือผู้ป่วยจะมีความกังวลต่อน้ำหนักตัวและรูปร่างมากเกินไป จนทำให้เมื่อรับประทานอาหารเข้าไปแล้ว จะล้วงคอให้อาเจียนออกมา หรือใช้ยาระบายให้ขับอาหารที่กินเข้าไปออกมาให้หมด โรคกินไม่หยุด (Binge Eating Disorder) ผู้ป่วยโรคนี้จะรับประทานอาหารมากเป็นพิเศษ โดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และกินต่อไปเรื่อยๆ แม้จะไม่รู้สึกหิว โรคกินผิดปกตินี้สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหาร เพื่อบำรุงร่างกายและบำรุงทารกในครรภ์ การป่วยเป็นโรคกินผิดปกติในระหว่างการตั้งครรภ์ จึงอาจส่งผลกระทบที่อันตราย ทั้งต่อตัวแม่และตัวเด็กได้ อันตรายของการเป็น […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

การทำแท้ง (Abortion) สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ถือว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมสักเท่าไหร่ เพราะถือว่าเป็นประเด็นอ่อนไหว และหลายคนมองว่า การทำแท้งนั้นไม่ปลอดภัยต่อผู้ตั้งครรภ์เองอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็น การทำแท้งเอง นอกจากจะผู้ทำแท้งจะเสี่ยงต่อการเสียเลือดมากแล้ว ยังอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้อีกด้วย ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงได้หยิบยกเรื่องของความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการทำแท้งเอง มาฝากกัน ความเสี่ยงที่มาพร้อมกับ การทำแท้งเอง แม้ว่า การทำแท้งเอง อาจจะทำโดยการใช้ยาทำแท้งที่ผิดกฏหมาย การใช้วิธีการดื่มชาสมุนไพรที่ฟังแล้วอาจดูเหมือนจะปลอดภัยตามคำโฆษณาที่บางคนอาจเคยได้ยินมา แต่สุดท้ายแล้วการบริโภคสมุนไพรทุกวันในปริมาณที่มากจนเกินไป ก็อาจก่อให้เกิดพิษ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกเหนือจากนั้นแล้ว ยังมีความเสี่ยงต่อสุขภาพอีกหลายๆ รูปแบบที่อาจเกิดขึ้นจากการทำแท้งเอง ดังนี้ การทำแท้งที่ไม่สมบูรณ์ การทำแท้งเป็นการทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง แต่การทำแท้งเองนั้นจะทำให้เนื้อเยื่อของทารกในครรภ์บางส่วนยังคงอยู่ในร่างกาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเสียเลือด ติดเชื้อรุนแรง หรือเสียชีวิต ส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงอาจจะไม่สามารถทราบได้ว่าการทำแท้งนั้นไม่สมบูรณ์ จนกว่าจะมีอาการรุนแรงเกิดขึ้น เช่น มีเลือดออก เป็นพิษต่อตับ การใช้ยาสมุนไพรหรือซื้อยาทำแท้งออนไลน์ เพื่อมาทำแท้งเองนั้นสามารถส่งผลกระทบที่ร้ายแรง เพราะอาจจะมีสารปนเปื้อนจากโลหะหนัก การกินสิ่งที่พิษจำนวนมากเข้าไปจะส่งผลทำให้ตับต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อกรองสารพิษออกจากร่างกาย ในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้ตับถูกทำลาย หรือตับวาย การติดเชื้อ การผ่าตัดทั้งหมดนั้นมีความเสี่ยงของการติดเชื้อ ดังนั้นการผ่าตัดในโรงพยาบาลจึงต้องมีการรักษาสภาพแวดล้อมให้ปลอดเชื้อให้ได้มากที่สุด แต่การทำแท้งเองนั้นบางครั้งอาจจะมีการใช้เครื่องมือบางอย่างสอดใส่เข้าไปผ่านปากมดลูก เพื่อเข้าไปยังมดลูก ซึ่งการทำเช่นนี้นี้ถือเป็นอันตรายอย่างมาก การติดเชื้อในช่องคลอด ปากมดลูก หรือมดลูก นอกจากจะทำให้ร่างกายเกิดความเสียหาย มันยังทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากได้ด้วย นอกจากนั้น การติดเชื้อในบริเวณนี้ยังสามารถแพร่กระจายไปยังกระแสเลือด ทำให้เลือดเป็นพิษ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

วันนี้ Hello คุณหมอ พาคุณแม่มาทำความรู้จักกับ โรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้  ที่อาจเกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ ว่าแต่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์อย่างไร และมีวิธีการดูแลตนเองอย่างไรนั้น เราไปหาคำตอบพร้อมกันเลย โรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ (Eczema) คืออะไร โรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ (Eczema) จัดเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไป และนับเป็นปัญหาทางผิวหนังชนิดเรื้อรัง โรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ชนิดอ่อนจะก่อให้เกิดอาการผิวแห้ง ร้อน และคัน ในขณะชนิดที่รุนแรงจะนำมาสู่อาการผิวหนังหลุดลอก รวมถึงมีเลือดออกที่ผิวหนัง ทำไมคนท้องถึงเป็นโรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ โรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือ ชนิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัจจัยดังต่อไปนี้ ปัจจัยทางด้านพันธุกรรม โรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ชนิดนี้จะสืบทอดทางกรรมพันธุ์ มีความน่าจะเป็นว่าผู้ป่วยหรือสมาชิกในครอบครัว อาจเป็นโรคหอบหืดหรือโรคภูมิแพ้ชนิดอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน จากการสัมผัส สามารถเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสสารเคมี ผงซักฟอก เชื้อรา และโลหะ (เช่น จากการสัมผัสต่างหู เป็นต้น หากหญิงตั้งครรภ์เป็นโรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ ฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์มีผลอย่างมากทั้งในทางที่จะช่วยให้อาการดีขึ้นและทำให้อาการเลวร้ายลงได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น หากคุณแม่ตั้งครรภ์มี อาการผิวหนังอักเสบ ควรพิจารณาข้อแนะนำดังต่อไปนี้ ข้อแนะนำหากเกิด อาการผิวหนังอักเสบ ระหว่างตั้งครรภ์ พูดคุยกับคุณหมอเกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุด มีการรักษาเฉพาะหลายรูปแบบที่สามารถช่วยรักษาโรคนี้ได้ รวมถึงการใช้ยาทาเฉพาะจุดที่มีสเตียรอยด์ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ส่วนยาต้านฮิสตามีน (Antihistamine) ซึ่งเป็นยาแก้แพ้จะช่วยลดอาการคันได้ดี ในขณะที่ยาทาน้ำมันดินก็มีคุณประโยชน์ที่ช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้นเช่นเดียวกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ ผู้ป่วยหลายคนมักเกิดการระคายเคืองเมื่อสัมผัสกับขนสัตว์ สะเก็ดผิวหนังจากสัตว์เลี้ยง หรือเกิดอาการแพ้จากการรับประทานอาหารบางชนิด หรือจากการสัมผัสกับเครื่องประดับ เมื่อทราบว่าตนเองถูกกระตุ้นจากสิ่งใด […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ในปัจจุบันนี้การทำแท้งยังคงเป็นประเด็นที่อ่อนไหว และยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ภายในประเทศไทย และในอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลก แม้ว่าเราอาจจะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับปัญหาเรื่องที่ว่าการทำแท้งนั้นเป็นเรื่องที่ผิดหรือไม่ แต่ Hello คุณหมอ อยากจะมาแนะนำเรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับการ ทำแท้ง ให้หลายคนได้ทราบ และพิจารณาถึงผลกระทบของการทำแท้งต่อสุขภาพ การ ทำแท้ง เป็นอย่างไร การทำแท้งหมายถึงการยุติการตั้งครรภ์ โดยใช้กระบวนการทางแพทย์เพื่อเข้ามาแทรกแซงการตั้งครรภ์นั้นๆ ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากอะไรก็ตาม การทำแท้งนั้นมีอยู่หลายประเภท ทั้งการผ่าตัด และการใช้ยา โดยผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกวิธีการทำแท้งโดยขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ หากอายุครรภ์น้อยกระบวนการทำแท้งก็จะง่ายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การเตรียมตัวก่อนการทำแท้ง ก่อนการทำแท้ง คุณจะต้องนัดพบกับคุณหมอเพื่อทำการประเมินและตรวจร่างกายดังต่อไปนี้ ปรึกษากับแพทย์เกี่ยวกับเหตุผลของการทำแท้ง และสอบถามความแน่ใจในการตัดสินใจทำแท้ง ให้ข้อเสนอในการพูดคุยและปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำ ปรึกษากับแพทย์และพยาบาลถึงวิธีการทำแท้งที่เหมาะสม รวมถึงความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง ตรวจครรภ์ เพื่อให้แน่ใจว่าตั้งครรภ์จริงๆ หากมีอายุครรภ์มากอาจจะใช้การอัลตราซาวน์ ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตรวจเลือด และระดับของธาตุเหล็ก เพื่อดูว่ามีภาวะโลหิตจางหรือไม่ ให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการทำแท้ง เมื่อคุณแน่ใจว่าต้องการที่จะทำแท้ง คุณจะต้องเซ็นรับรองความสมัครใจ และนัดหมายวันที่จะมาทำแท้งให้เรียบร้อย ประเภทของการทำแท้ง การทำแท้งโดยการใช้ยา การทำแท้งโดยการใช้ยา แพทย์จะให้ยาสำหรับยุติการตั้งครรภ์มาใช้ วิธีการนี้ไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัดและยาสลบ โดยอาจจะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ เริ่มจากการใช้ยาไมเฟพริสโตน (Mifepristone) เพื่อทำให้ฮอร์โมนที่ทำให้ตั้งครรภ์หยุดทำงาน หลังจากใช้ยานี้คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ภายใน 24-48 ชั่วโมงให้หลัง คุณจะต้องมาใช้ยาอีกหนึ่งตัว คือยามีโซโพรซอล (Misoprostol) ซึ่งมีทั้งรูปแบบยาเม็ดสำหรับรับประทาน ยาอมใต้ลิ้น หรือยาสอดช่องคลอด ภายใน […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

โรคหัดเยอรมัน นั้นอาจจะเป็นโรคที่ไม่ค่อยจะคุ้นหูคนไทยกันสักเท่าไหร่ โรคหัดเยอรมันเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งไม่ถือว่าเป็นโรคร้ายแรง เพราะมีอาการของโรคอยู่ในระดับเบา เทียบกับโรคหัด ซ้ำผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็มักจะสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องทำการรักษา แต่โรคนี้อาจเป็นอันตรายอย่างรุนแรงหากเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ เพราะโรคนี้ อาจ ทำร้ายทารกในครรภ์ โดยที่เราไม่ทันได้สังเกต วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลของโรคหัดเยอรมันมาให้คุณว่าที่คุณแม่ได้อ่านเพื่อเตรียมรับมือกับโรคนี้กันค่ะ โรคหัดเยอรมัน คืออะไร ทำไมจึงอันตราย โรคหัดเยอรมัน (Rubella หรือ German measles) เป็นการติดเชื้อไวรัสประเภทหนึ่ง ที่มีลักษณะเด่นคือ ผื่นแดงที่เห็นได้ชัด โรคหัดเยอรมันนั้นจะแตกต่างจากโรคหัด แม้ว่าจะมีลักษณะเป็นผื่นแดงที่คล้ายกัน แต่โรคหัดเยอรมันนั้นจะเกิดจากเชื้อไวรัสคนละชนิดกันกับโรคหัด และโรคหัดเยอรมันนั้นก็ยังไม่มีความรุนแรงเทียบเท่ากับโรคหัดอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโดยปกติโรคหัดเยอรมันนั้นอาจจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายที่รุนแรงสำหรับคนทั่วไป แต่หากโรคนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงตั้งครรภ์ อาจจะกลายเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงได้ โรคหัดเยอรมันนั้นเป็นอันตรายอย่างมาก โดยจะ ทำร้ายทารกในครรภ์ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โรคหัดเยอรมันนั้นจะก่อความเสียหายได้มากที่สุดในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะภายในช่วง 12 สัปดาห์แรก หรือช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ แม่ตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสโรคหัดเยอรมันในช่วงนี้ จะมีโอกาสมากกว่า 90% ที่จะส่งต่อเชื้อไวรัสนี้ไปยังทารกในครรภ์ การเป็นโรคหัดเยอรมันในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อการพัฒนาของทารกในครรภ์ หรือในกรณีรุนแรงอาจทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์ได้ โดยทั่วโลกนั้นมีทารกที่เป็นโรคหัดเยอรมันตั้งแต่กำเนิด เป็นจำนวนมากกว่า 100,000 รายต่อปี โรคหัดเยอรมัน ส่งผลกระทบ ทำร้ายทารกในครรภ์ ดังนี้ ภาวะทารกในครรภ์เจริญเติบโตช้า […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

เลือดกำเดาไหล เป็นเรื่องที่เกิดเส้นเลือดฝอยภายในจมูกของเราแตก ทำให้มีเลือดไหลออกมา ในช่วงตั้งครรภ์ก็สามารถเกิดเลือดกำเดาไหลได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาคุณแม่มือไปไปดูว่า จริงๆ แล้ว เลือดกำเดาไหล ขณะตั้งครรภ์ นั้นอันตรายรึเปล่า แล้วคุณแม่ตั้งครรภ์ป้องกันได้ด้วยวิธีใดบ้าง สาเหตุอะไรที่ทำให้ เลือดกำเดาไหล ขณะตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์ ถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลอดเลือดในจมูกขยายตัวได้ และปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้นจะไปช่วยเพิ่มแรงกด แรงดันต่อหลอดเลือด ซึ่งเป็นส่วนที่มีความบอบบางเหล่านั้นทำให้เส้นเลือดแตกได้ง่าย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เลือดกำเดาไหล ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ ธรรมดาที่เลือดกำเดาไหล ขณะตั้งครรภ์ การที่มีเลือดกำเดาไหลออกมาเพียงเล็กน้อย เป็นครั้งคราว แล้วอีกสักพักก็หยุดไหลถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่อันตรายต่อหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งแพทย์หลายๆ ท่านบอกว่าการที่เลือดกำเดาไหลในช่วงที่ตั้งครรภ์ไม่ได้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความอันตรายใดๆ ต่อแม่และทารกในครรภ์ และคุณแม่จะมีแนวโน้มที่เลือดกำเดาจะไหลเมื่อเป็นหวัด เป็นไซนัส ติดเชื้อ เป็นภูมิแพ้ หรือว่ามีเยื่อบุในจมูกแห้ง หากที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อมแห้งก็เป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เลือดกำเดาไหลได้ นอกจากนี้การบาดเจ็บ และเงื่อนไขทางการแพทย์บางอย่าง เช่น ความดันโลหิตสูงหรือมีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดก็อาจทำให้เกิดเลือดกำเดาไหลได้เช่นกัน หยุดเลือดกำเดาไหล ขณะตั้งครรภ์ ได้ด้วยวิธีเหล่านี้ เมื่อคุณแม่มีเลือดกำเดาไหลในช่วงที่ตั้งท้อง วิธีการเหล่านี้จะช่วยให้เลือดกำเดาหยุดไหลได้ นั่งหรือยืนให้หัวตั้งตรง เพราะการทำแบบนี้จะช่วยลดความดันในหลอดเลือดภายในจมูกและจะช่วยให้เลือดออกช้าลงได้ ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้บีบปีกจมูกเข้าหากัน บีบโดยไม่ปล่อยออกมาเป็นเวลา 10 นาที หากยังมีเลือดไหลอยู่ ให้เอนไปข้างหน้าเล็กน้อยและหายใจเข้าทางปากเพื่อให้เลือดไหลออกมาทางจมูกแทนที่จะไหลลงมาทางด้านหลังคอ อมน้ำแข็งหรือวางเจลประคบเย็น ที่ด้านหลังคอหรือหน้าผากเพื่อช่วยให้เลือดแข็งตัว หลังจากที่บีบจมูกผ่านไป […]

x