home

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ หรือปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ก็ล้วนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ทั้งสิ้น Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์ รวมไปถึงการรักษาและป้องกัน เพื่อการดูแลสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ความรู้ทั่วไป

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

มดลูกบีบตัวขณะตั้งครรภ์ อาจเป็นสัญญาณบอกระยะครรภ์ หรือเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาของเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ คุณแม่มือใหม่จึงควรรู้เกี่ยวกับภาวะ มดลูกบีบตัว ในขณะตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันและรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับการบีบตัวของมดลูกขณะตั้งครรภ์มาฝากคุณแม่ทุกท่านกันค่ะ มดลูกบีบตัวขณะตั้งครรภ์ คืออะไร การบีบตัวของมดลูกขณะตั้งครรภ์เป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่จะแสดงอาการเมื่อใกล้ถึงกำหนดคลอดทารก หรือบางครั้งอาจแสดงอาการก่อน 37 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสัญญาณคลอดก่อนกำหนด การบีบตัวของมดลูกเป็นการที่กล้ามเนื้อบีบและคลายตัว ทำให้คุณรู้สึกท้องแข็งและอ่อนเมื่อมดลูกคลายตัว การบีบตัวของมดลูก (Braxton Hicks) เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 อาจมีอาการไม่รุนแรงจนไปถึงรุนแรงมาก สามารถเกิดขึ้นเร็วที่สุดในสัปดาห์ที่ 20 แต่ส่วนใหญ่มักเกิดในสัปดาห์ที่ 28-30 ซึ่งจะเกิดในช่วงเดือนที่ 9 และแสดงอาการทุก ๆ 10-20 นาที สาเหตุที่ทำให้มดลูกบีบตัว มดลูกบีบตัว เกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายของคุณพร้อมสำหรับการคลอดทารกซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารเกิดขึ้นได้ แต่อาจมีบางสาเหตุที่อาจทำให้มดลูกของคุณบีบตัวขณะตั้งครรภ์ได้เช่นกัน คือ หากคุณออกแรงมากเกินไปหรือมีการอออกกำลังกายมากเกินไปในช่วงใกล้ครบกำหนดคลอดก็สามารถเกิดอาการมดลูกบีบตัวได้ ร่างกายขาดน้ำ มดลูกอาจบีบตัวหลังการมีเพศสัมพันธ์ อาการของภาวะมดลูกบีบตัวขณะตั้งครรภ์ อาการต่อไปนี้คือสัญญาณของ การบีบตัวของมดลูก ในช่วงขณะตั้งครรภ์ ที่พบบ่อยที่สุด ปวดหลังส่วนล่าง ปวดอุ้งเชิงกรานและท้องส่วนบน เกิดความดันในอุ้งเชิงกราน อาการเจ็บปวด การบีบตัวเกิดขึ้นนานถึง 60-90 วินาที การบีบตัวที่เกิดขึ้นทุก […]

หัวข้อ ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์ เพิ่มเติม

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

การท้องลม ท้องหลอก ท้องไม่จริง เป็นคติความเชื่อที่เรามักจะได้รับมาจากละครโทรทัศน์ ที่มีการนำเสนอว่าการท้องลมคือไม่ได้ท้องจริง เป็นเพียงการกุเรื่องขึ้นมาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะท้องลม ถือเป็นความผิดปกติของการตั้งครรภ์อย่างหนึ่งที่ไม่ควรละเลย แต่ ท้องลม เป็นอย่างไร และเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ Hello คุณหมอ มีข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการตั้งท้องลมมาฝากค่ะ ท้องลม คืออะไร การท้องลม หรือการตั้งครรภ์ไม่มีตัวเด็ก (Anembryonic Pregnancy) คือการตั้งครรภ์ที่ไข่มีการปฏิสนธิตามปกติและฝังตัวในมดลูก แต่จู่ ๆ ไข่ที่ปฏิสนธินั้นก็หยุดการพัฒนาและไม่เจริญเติบโตกลายเป็นตัวอ่อน ทำให้ถุงตั้งครรภ์ว่างเปล่า คล้ายกับว่าไม่เคยมีการตั้งครรภ์มาก่อน หรือที่มักจะเรียกกันว่าท้องลม หรือ ไข่ฝ่อ (Blighted Ovum) นั่นเอง ท้องลม เกิดจากอะไร ภาวะท้องลม เป็นภาวะความผิดปกติของการตั้งครรภ์ ที่ไม่สามารถระบุถึงสาเหตุที่เฉพาะเจาะจงได้ แต่โดยมากแล้วภาวะท้องลมที่พบได้ทั่วไปมักจะเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม หรืออาจเกิดจากอสุจิและไข่ที่ไม่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม ภาวะดังกล่าวจะเกิดขึ้นเร็วมากจนแทบจะไม่รู้ตัว หรือแทบจะไม่สามารถสังเกตถึงความผิดปกติของการตั้งครรภ์แบบไม่มีเด็กได้เลย  สัญญาณของภาวะท้องลม แรกเริ่มของ ภาวะท้องลม จะมีสัญญาณของการตั้งครรภ์ตามปกติ เช่น ตรวจพบการตั้งครรภ์จากการใช้ที่ตรวจครรภ์ ประจำเดือนขาดหรือประจำเดือนไม่มา และหลังจากที่พบว่ามีการตั้งครรภ์ได้ไม่นาน ก็มีสัญญาณของการแท้งบุตรเกิดขึ้น เช่น ปวดเกร็งที่ท้อง มีเลือดออกทางช่องคลอด มีประจำเดือนออกมามากกว่าปกติ หากตรวจพบว่ามีการตั้งครรภ์ แต่ไม่นานก็มีสัญญาณการแท้งบุตรข้างต้น อาจเป็นไปได้ว่าคุณมี ภาวะท้องลม ควรไปพบคุณหมอ ท้องลมอันตรายหรือไม่ ภาวะท้องลม มักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบจำไม่ได้ หรือไม่รู้สึกตัวว่าเคยมีภาวะดังกล่าว จึงไม่ถือว่าเป็นภาวะที่ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรง […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ที่สามารถส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ จัดเป็นปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะหากปล่อยไว้จนล่วงเลยไปถึงกำหนดคลอด อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อแม่และเด็กจนยากจะรักษา เพื่อป้องกัน โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์  Hello คุณหมอ มีวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณแม่สุขภาพดีและลดความเสี่ยงของเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มาฝากกันค่ะ โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คืออะไร เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คือ ภาวะสุขภาพชั่วคราวที่เกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์ และมีลักษณะโดยทั่วไปเหมือนกับโรคเบาหวานตามปกติ คือจะมีปัญหาเกี่ยวกับระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่เท่านั้น แต่ยังมีผลข้างเคียงต่อสุขภาพของเด็กในครรภ์ด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากคลอดลูก ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ก็จะหายไปเอง แต่…คุณแม่หลังคลอดบางคนอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ตามมาในภายหลัง  เบาหวานขณะตั้งครรภ์ แม้จะเป็นอาการทางสุขภาพชั่วคราว แต่ก็มีผลกระทบต่อสุขภาพของแม่และเด็ก ดังนี้ ผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กในครรภ์ ทารกมีน้ำหนักตัวมาก  คลอดก่อนกำหนด  ภาวะกลุ่มอาการหายใจลำบาก (Respiratory Distress Syndrome หรือ RDS) ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)  โรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2  ทารกตายคลอด (Stillbirth)  ผลกระทบต่อสุขภาพของแม่ตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง ภาวะครรภ์เป็นพิษ  อาจจำเป็นต้องมีการผ่าคลอดเนื่องจากทารกมีขนาดตัวใหญ่ เสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 หลังจากคลอดลูก ป้องกัน โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ได้อย่างไรบ้าง  เพื่อป้องกัน เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งท้องควรดูแลร่างกายตนเอง ดังนี้ รักษาน้ำหนักให้สมดุล หากคุณกำลังวางแผนที่จะมีลูก หรือกำลังเริ่มตั้งครรภ์ในไตรมาสแรก ควรรักษาระดับน้ำหนักตามเกณฑ์ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index หรือ BMI) ไม่ควรจะเกิน 25 BMI เพราะหากมากไปกว่านี้ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม เป็นภาวะที่ค่อนข้างพบได้ยากในเด็กทารก แต่ขณะเดียวกันก็สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างทางด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องของการทำงานของร่างกาย คุณพ่อคุณแม่จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำการศึกษาเอาไว้ บทความของ Hello คุณหมอ ที่นำมาฝากทุกครอบครัววันนี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบถึงสาเหตุหลักที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อย และหาทางรักษาได้อย่างเท่าทันกันค่ะ ผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม (Omphalocele) คืออะไร ภาวะผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม (Omphalocele) หรือเรียกอีกชื่อได้ว่า Exomphalos เป็นข้อบกพร่องของผนังหน้าท้องของทารกในครรภ์ ทำให้ลำไส้ ตับ และอวัยวะในช่องท้องอื่น ๆ ของเด็กทารกออกมาอยู่ด้านนอกใกล้กับฐานสายสะดือ โดยชั้นบาง ๆ โปร่งใสหุ้มอยู่โดยรอบ โดยปกติแล้ว เมื่อเข้าสู่ช่วง 6-10 สัปดาห์ ลำไส้ของทารกในครรภ์จะเริ่มยาวขึ้นตามการเจริญเติบโต และยื่นออกมาผ่านทางสะดือ ที่ถูกปกคลุมด้วยเนื้อเยื่อใสบาง ๆ ลำไส้ที่นูนออกมาควรจะกลับเข้าสู่ช่องท้องทารกดังเดิมในสัปดาห์ที่ 11 แต่หากลำไส้และอวัยวะภายในเหล่านี้ไม่กลับเข้าไปภายในท้อง ก็จะกลายเป็น ภาวะผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม ภาวะนี้จัดได้ว่าเป็นข้อบกพร่องหายากที่อาจเกิดขึ้นได้ 1 ใน 7,000 และสามารถพบได้บ่อยสำหรับคุณแม่ช่วงอายุมากกว่า 35 ปีที่กำลังตั้งครรภ์ อาการของภาวะผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม อาการของหลัก ๆ ภาวะผนังหน้าท้องไม่ปิดแบบมีถุงหุ้ม คืออาการที่อวัยวะช่องท้องของทารก เช่น ลำไส้ หรือตับ นูนออกมาจากท้องท้องตามปกติ และมีผนังหน้าท้องบาง ๆ หุ้มอยู่ โดยไม่ยอมกลับเข้าไปในร่างกาย […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ขณะตั้งครรภ์คุณแม่อาจจะต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพหลายประการ หนึ่งในนั้นคือ อาการกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์ ซึ่งถึงแม้จะเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ได้รุนแรงนักในกลุ่มคนทั่วไป แต่สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ อาการ กรดไหลย้อน อาจเป็นเรื่องที่ควรระวังมากกว่าที่คิด สาระน่ารู้ของ Hello คุณหมอ วันนี้มีคำแนะนำดี ๆ ในการรับมือกับอาการกรดไหลย้อนคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝากค่ะ กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์เกิดจากอะไร นอกจากสาเหตุโดยทั่วไปแล้ว กรดไหลย้อน ขณะตั้งครรภ์สามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้ เกิดจากความผันผวนของฮอร์โมนในร่างกายขณะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน จะส่งผลให้กล้ามเนื้อเรียบในร่างกายมีการคลายตัว ทำให้กระบวนการย่อยอาหารทำได้ช้าลง อาหารจึงสามารถที่จะไหลย้อนกลับขึ้นไปยังหลอดอาหารได้ เมื่อทารกในครรภ์เติบโตขึ้น มดลูกก็จะขยายตัว ความดันในมดลูกก็จะเพิ่มขึ้นด้วย แรงดันดังกล่าวก็จะไปกดดันกระเพาะอาหาร ทำให้กรดในกระเพาะอาหารเกิดการรั่วไหลออกมา หรือมี กรดไหลย้อน กลับขึ้นมายังหลอดอาหาร ขนาดที่ใหญ่ขึ้นของมดลูก นอกจากจะก่อให้เกิดความดันต่อกระเพาะอาหารแล้ว ยังอาจจะเบียดช่องท้อง ทำให้เกิดการจุกเสียด แน่นท้อง และบีบให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาได้ อาการ กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์ เป็นอย่างไร อาการ กรดไหลย้อน ขณะตั้งครรภ์ มีดังนี้ มีอาการแสบร้อนที่บริเวณกลางอก ลำคอ หรือหลังปาก รู้สึกไม่สบายท้องเมื่อรับประทานอาหารจำพวกกรดไขมัน หรือของทอด มีรสเปรี้ยวในปาก ลมหายใจมีกลิ่น รู้สึกเจ็บในลำคอ มีอาการปวดเมื่อนอนราบ คลื่นไส้และอาเจียน มีอาการเรอบ่อย ๆ หรือเรอเหม็นเปรี้ยว มีอาการไอหรือเจ็บคอ โดยอาการกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์มักจะเกิดขึ้นหลังรับประทานอาหาร และอาการมักแย่ลงในตอนกลางคืน หรือตอนเข้านอน รับมือกับ กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์ ได้อย่างไรบ้าง สำหรับคุณแม่ที่มีอาการ กรดไหลย้อน ขณะตั้งครรภ์ สามารถดูแลตนเองได้ง่าย ๆ ดังนี้ หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของทอด อาหารที่มีรสเผ็ด และอาหารที่มีกรด เพราะอาจทำให้อาการกรดไหลย้อนกำเริบได้ รับประทานอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

แม้รอยสักจะเป็นศิลปะบนเรือนร่างที่มีความสวยงาม แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถสักได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ จะมีความเสี่ยงหลายประการหากต้องการ สักตอนตั้งครรภ์ ซึ่งก็ยังมีคุณแม่อีกหลายคนเกิดข้อสงสัยขึ้นว่า ถ้าไปสักตอนตั้งครรภ์จะปลอดภัยหรือไม่ ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน คุณแม่อยาก สักตอนตั้งครรภ์ ทำได้หรือไม่ เมื่อคุณตั้งครรภ์ คุณมักจะได้รับคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำ เช่น หลีกเลี่ยงการกินซูชิ ระวังการลื่นเมื่อต้องเดินตรงที่มีน้ำขัง และควรออกกำลังกายอย่างระมัดระวัง เป็นต้น แต่บางครั้งคุณแม่ตั้งครรภ์บางคนที่ชื่นชอบศิลปะบนเรือนร่างอาจจะมีคำถามขึ้นว่า แล้วจะสามารถ สักตอนตั้งครรภ์ ได้หรือไม่ แม้ว่าการวิจัยในเรื่องนี้จะยังไม่มีการวิจัยออกมา แต่โดยทั่วไปแล้ว คุณหมอจะไม่แนะนำให้ทำ สักตอนตั้งครรภ์ ส่งผลอย่างไรต่อร่างกายบ้าง สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อยากจะสักในช่างที่กำลังตั้งครรภ์ ลองดูผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น หากคุณ สักตอนตั้งครรภ์ ดูก่อน โดยผลกระทบต่อร่างกาย มีดังนี้ การสักอาจนำไปสู่การติดชื้อ ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของคุณหมอที่มีต่อการสักตอนตั้งครรภ์ ก็คือ การติดเชื้อ เนื่องจากร้านสักบางแห่งอาจจะไม่ได้มาตรฐาน ความปลอดภัยมีน้อย โดยเฉพาะในเรื่องของการรักษาความสะอาดเข็มและอุปกรณ์อื่น ๆ เข็มสักที่สกปรกสามารถแพร่กระจายการติดเชื้อ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และเอชไอวี (HIV) ได้ ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้เป็นอันตรายอย่างมากับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากมันสามารถส่งต่อไปยังทารกแรกเกิด ทำให้ลูกน้อยมีอาการต่าง ๆ ได้แก่ อาการเหนื่อยง่าย เป็นไข้ ไปจนถึงปวดข้อ หากเกิดการติดเชื้อขึ้นขณะที่สัก บางครั้งอาจจะยังไม่สามารถรู้ได้ว่ามีอะไรผิดปกติ […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

ช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญและอันตรายที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะได้เจอ เพราะความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายนั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมารู้จักกับ 5 ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ให้คุณพ่อและคุณแม่ได้ทำความเข้าใจ และเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องกันค่ะ  5 ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ที่พบได้บ่อย ภาวะครรภ์เป็นพิษ ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) เป็นภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ชนิดหนึ่ง ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ภาวะครรภ์เป็นพิษนี้เป็นภาวะที่อันตราย เพราะจะทำให้ระดับความดันโลหิตของคุณแม่เพิ่มมากขึ้น และอาจทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะอื่น ๆ เช่น ไต หรือหัวใจ นอกจากนี้ก็อาจนำไปสู่การคลอดก่อนกำหนด หรือการเสียชีวิตของแม่และทารกในครรภ์ได้อีกด้วย ปัจจัยที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ได้แก่ การตั้งครรภ์ครั้งแรก อายุ 35 ปีขึ้นไป เคยมีภาวะครรภ์เป็นพิษในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน หรือโรคไต เป็นต้น ตั้งครรภ์ลูกแฝด คุณแม่ควรจะฝากครรภ์และสังเกตอาการระหว่างตั้งครรภ์เป็นระยะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ หากคุณแม่เกิดมีอาการของภาวะครรภ์เป็นพิษขึ้นมา แพทย์อาจจะแนะนำให้คลอดบุตรก่อนกำหนด เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ แต่หากมีอายุครรภ์น้อยเกินไป ก็อาจจะต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อทั้งกับแม่และทารกในครรภ์ ความดันโลหิตสูง ภาวะความดันโลหิตสูง เป็นอีกหนึ่งภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ที่พบได้บ่อย มักจะเกิดขึ้นในช่วง 2 ไตรมาสหลังของการตั้งครรภ์ และจะหายไปหลังจากคลอดบุตร ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์นี้มักจะเกิดขึ้น เนื่องจากขนาดตัวที่เพิ่มขึ้นของทารกในครรภ์นั้นอาจจะทำให้หลอดเลือดถูกกดทับ ส่งผลให้เลือดที่ไหลเวียนและลำเลียงอาหารกับออกซิเจนไปสู่ทารกน้อยลง และทำให้ความดันภายในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง อาจจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์อื่น […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ นอกจากจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ เช่น หงุดหงิดง่าย อารมณ์อ่อนไหว อารมณ์แปรปรวน ก็ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายด้วย เช่น น้ำหนักขึ้น มีอาการบวมน้ำ ท้องผูก หน้าท้องขยาย และที่พบบ่อยมากอีกหนึ่งอย่างก็คือ เส้นสีดำบนท้อง ว่าแต่ เส้นที่ว่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร แล้วจะมีอันตรายต่อสุขภาพหรือเปล่า เราไปหาคำตอบกับ Hello คุณหมอ กันเลย เส้นสีดำบนท้อง คืออะไร เส้นสีดำบนท้องที่เกิดขึ้นตอนตั้งครรภ์ เรียกว่า Linea Nigra โดยคุณแม่ตั้งครรภ์กว่า 80% จะเกิดเส้นสีดำบนท้องนี้ตั้งแต่ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ เส้นสีดำบนท้องส่วนใหญ่จะมีความกว้างประมาณ 0.6-1.2 เซนติเมตร และมักจะเริ่มขึ้นจากบริเวณใกล้กระดูกหัวหน่าวไล่ขึ้นไปจนถึงสะดือ แต่คุณแม่ตั้งครรภ์บางรายก็อาจมีเส้นนี้ยาวไปจนถึงกระดูกสันอกได้เช่นกัน เส้นสีดำบนท้องนี้อาจเกิดขึ้นแบบฉับพลัน และระดับความเข้มของเส้นสีดำนี้อาจแตกต่างกันไปในคุณแม่ตั้งครรภ์แต่ละราย โดยส่วนใหญ่สีจะเข้มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป แต่ไม่ว่าเส้นสีดำบนท้องที่เกิดขึ้นตอนตั้งครรภ์นี้จะมีขนาดหรือสีสันอย่างไร ก็ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลแต่อย่างใด เส้นสีดำบนท้อง ตอนตั้งครรภ์ เกิดจากอะไร ผู้เชี่ยวชาญยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เส้นสีดำบนท้องตอนตั้งครรภ์นี้เกิดจากสาเหตุใดกันแน่ แต่ก็สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยรกอาจหลั่งฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนังที่เรียกว่าเมลาโนไซต์ (Melanocyte) ให้ผลิตเม็ดสีมากขึ้น หรือทำให้ผิวหนังของคุณมีสีเข้มขึ้น ซึ่งการที่หัวนมของคุณแม่ตั้งครรภ์มีสีเข้มขึ้น ก็น่าจะเป็นเพราะสาเหตุนี้เช่นกัน หลายคนอาจเคยได้ยินความเชื่อว่า ถ้ามีเส้นสีดำบนท้องตอนตั้งครรภ์ นั่นหมายความว่าทารกในครรภ์เป็นเพศชาย หากไม่มีเส้นนี้ ทารกในครรภ์จะเป็นเพศหญิง แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยืนยันว่า ข้อมูลนี้ก็เป็นเพียงแค่ความเชื่อเท่านั้น […]

ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในร่างกาย ซึ่งภาวะหนึ่งที่แม่ท้องแทบทุกคนต้องประสบก็คือ ความอยากอาหารที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง Hello คุณหมอ จะพาไปดูกันว่า แม่ท้องอยากอาหาร หรือหิวบ่อยขึ้นนั้นเป็นเพราะสาเหตุใด และแม่ท้องมักอยากกินอาหารอะไรกันบ้าง เราไปดูกันเลย [embed-health-tool-due-date] เรื่องน่ารู้ เมื่อ แม่ท้องอยากอาหาร หิวบ่อยขึ้น ความอยากอาหารระหว่างตั้งครรภ์ ภาวะนี้มักเริ่มตอนไหน ความอยากอาหารที่เพิ่มขึ้นเมื่อตั้งครรภ์เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก โดยแม่ตั้งครรภ์แต่ละคนอาจเกิดภาวะนี้ในช่วงเวลาที่ต่างกัน แต่โดยทั่วไปแล้ว ความอยากอาหารระหว่างตั้งครรภ์มักเริ่มในช่วงปลายไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ อาการจะรุนแรงที่สุดในช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์ และความอยากจะลดลงเมื่อหมดไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ สาเหตุที่ทำให้ แม่ท้องอยากอาหาร หรือหิวบ่อย ในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญยังไม่ทราบแน่ชัดว่า คนท้องอยากอาหาร เพราะสาเหตุใดกันแน่ แต่ก็เชื่อว่า ความอยากอาหารระหว่างตั้งครรภ์ อาจเป็นเพราะสาเหตุเหล่านี้ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ในช่วงตั้งครรภ์ ฮอร์โมนในร่างกายของผู้หญิงจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ และฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปก็อาจทำให้คุณเกิดความอยากอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งอาหารดังกล่าว อาจเป็นอาหารที่แปลกพิสดาร หรือเป็นอาหารที่คุณไม่เคยชอบกินมาก่อนเลยก็ได้ ประสาทสัมผัสเปลี่ยนแปลง คุณแม่ท้องบางคนอาจมีประสาทสัมผัสเปลี่ยนแปลงไป เช่น รับกลิ่นได้ดีขึ้น แม้ต้นกำเนิดของกลิ่นจะอยู่ไกลออกไปหลายร้อยเมตร และรู้สึกไวต่อกลิ่นใดกลิ่นหนึ่งมากขึ้น บางทีแค่ได้กลิ่นของสิ่งดังกล่าวก็ทำให้รู้สึกคลื่นไส้อาเจียนได้แล้ว แม่ท้องส่วนใหญ่จะไม่ชอบกลิ่นฉุน ๆ หรือกลิ่นแรง ๆ จะชอบกลิ่นหอม ๆ มากกว่า และไม่ใช่แค่ประสาทรับกลิ่น เพราะประสาทสัมผัสในการรับรสของคุณแม่ท้องก็มักเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ความต้องการด้านโภชนาการเปลี่ยนแปลง คนท้องต้องการสารอาหารบางชนิด เช่น แคลเซียม (Calcium) ธาตุเหล็ก (Iron) […]

x