home

สุขภาพเด็ก

สุขภาพเด็ก เป็นส่วนสำคัญในการเลี้ยงดูลูก พ่อแม่ควรให้ความสำคัญในการสังเกตความผิดปกติต่าง ๆ ตั้งแต่อาการทั่วไป จนถึงสัญญาณการติดเชื้อต่าง ๆ เรียนรู้เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ สุขภาพเด็ก เพื่อการดูแลสุขภาพของลูกน้อย ให้เติบโตได้อย่างแข็งแรง ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

บทความ สุขภาพเด็ก

วัคซีน

วัคซีนที่กำหนดไว้ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในประเทศต่าง ๆ อาจแตกต่างกัน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละประเทศเกี่ยวกับอุบัติการณ์โรค ความรุนแรงของโรค ประสิทธิภาพของวัคซีน ราคาของวัคซีน และสถานการณ์โดยรวมของวัคซีนในประเทศ ในอนาคตแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค อาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้โดยเพิ่มชนิดของวัคซีน ขยายกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งปรับเปลี่ยนกำหนดการให้วัคซีน ทั้งนี้จะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างเหมาะสม โดยทาง Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องเกี่ยวกับวัคซีน และ ตารางการให้วัคซีนในเด็ก ฉบับปี 2564 มาฝากกัน ใครเป็นผู้กำหนด ตารางฉีดวัคซีน สำหรับลูกน้อย ในขณะที่องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration หรือ FDA) ตัดสินใจว่า จะจำหน่ายวัคซีนในสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ทางอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (Advisory Committee on Immunization Practice; ACIP) จึงทำหน้าที่ในการให้คำแนะนำว่าควรให้วัคซีนชนิดใดและเมื่อไหร่ ซึ่งคำแนะนำเหล่านี้ถูกทางหน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention; CDC), สมาคมกุมารแพทย์แห่งอเมริกา (American Academy of […]

วัคซีน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนหลายคนเริ่มวิตกกังวล และน่าจะถามตัวเองด้วยคำถามเดิม ๆ ทุกวันว่า “นี่เราติดแล้วหรือยัง” ยิ่งคนเป็นพ่อเป็นแม่ นอกจากจะกลัวตัวเองติดโรคแล้ว ยังต้องมานั่งกลัวลูกรักของตัวเองป่วยเป็นโรคนี้ด้วย โดยเฉพาะหากเป็นเด็กทารกกับเด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ และถึงแม้ตอนนี้หลายประเทศจะคิดค้นและผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้แล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ก็คงอดสงสัยไม่ได้ว่า แล้วเด็กทารกกับเด็กเล็กจะรับ วัคซีนโควิด-19 ได้ไหม วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้มาให้คุณแล้ว ความเสี่ยงในการเกิดโรคโควิด-19 ในเด็ก โดยปกติแล้ว เด็กถือว่ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคโควิด-19 ในระดับรุนแรงน้อยกว่าผู้ใหญ่ เด็กที่ป่วยเป็นโควิด-19 มักมีอาการอย่างอ่อน หรือไม่แสดงอาการเลย และบางราย อาจมีภาวะที่เรียกว่า กลุ่มอาการอักเสบของอวัยวะหลายระบบ (Multisystem Inflammatory Syndrome หรือ MIS) ที่ทำให้มีไข้ เกิดการอักเสบในอวัยวะหลายส่วน และทำให้อวัยวะล้มเหลวได้ในที่สุด แต่ก็ถือเป็นกรณีที่พบได้ยาก วัคซีนโควิด-19 กับทารกและเด็กเล็ก ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention; CDC) ระบุว่า ในปัจจุบันนี้ มีการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ในวัยรุ่น และผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์เท่านั้น ไม่แนะนำให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

ทักษะการเข้าสังคม คืออีกหนึ่งทักษะในการใช้ชีวิตที่สำคัญมากสำหรับเด็ก และถือเป็นดี หากเด็กสามารถใช้เวลาร่วมกับผู้อื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่หรือคนในครอบครัวได้ แต่หากคุณสังเกตเห็นว่า ลูกของคุณเข้ากับคนแปลกหน้าได้ง่ายเกินไป หรือสามารถไปกับคนอื่นได้โดยไม่รู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าลูกคุณเป็น โรคขาดการยับยั้งการสมาคม ที่หากปล่อยไว้ อาจเป็นอันตรายกับตัวเขาเองอย่างมากเลยล่ะ โรคขาดการยับยั้งการสมาคม คืออะไร โรคขาดการยับยั้งการสมาคม (Disinhibited Social Engagement Disorder หรือ DSED) จัดอยู่ในกลุ่มความผิดปกติทางความผูกพัน (Attachment Disorder) ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเด็กไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่และความรักจากพ่อแม่เท่าที่ควร จนส่งผลให้ความต้องการทางจิตใจของเด็กไม่ได้รับการตอบสนอง (Unfulfilled needs) และเด็กไม่รู้สึกสนิทสนมหรือผูกพันกับพ่อแม่ตัวเอง แต่กลับสบายใจเวลาอยู่กับคนอื่น หรือคนแปลกหน้ามากกว่า โรคนี้มักเกิดกับเด็กที่อายุต่ำว่า 18 ปี และผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม จึงจะสามารถหายจากโรคได้ สัญญาณและอาการของ โรคขาดการยับยั้งการสมาคม คู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิต (Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders หรือ DSM) ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การวินิจฉัยความผิดปกติทางจิตซึ่งจัดทำโดยสมาคมจิตเวชศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (American Psychiatric Association) ที่นิยมใช้แพร่หลายในหมู่แพทย์และนักวิจัยหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ระบุว่า หากเด็กมีอาการดังต่อไปนี้ 2 ข้อขึ้นไป ถือว่าเป็นโรคขาดการยับยั้งการสมาคม ตื่นเต้นเกินเหตุ ไม่รู้สึกกลัว […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

เมื่อลูกป่วยเหล่าคุณพ่อคุณแม่มักจะเกิดความวิตกกังวลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งถ้า ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือด คุณพ่อคุณแม่คงเป็นกังวลมากขึ้นกว่าเดิม และพยายามหาสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือด การที่ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือดถือว่าเป็นเรื่องปกติหรือไม่ แล้วสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดอาการนี้คืออะไร ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือด เป็นเรื่องปกติหรือไม่ การอาเจียนเป็นเลือดถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลในทารก ไม่ว่าจะเป็นทารกแรกเกิดหรือทารกที่มีอายุระหว่าง 1 เดือนขึ้นไป ทารกอาจจะคายเศษเลือดออกมาเป็นสีแดงหรือสีชมพู ซึ่งอาจเกิดจากการที่ทารกกลืนเลือดของคุณแม่ระหว่างการคลอดเข้าไป อาเจียนเป็นเลือดจากสาเหตุนี้จะเกิดขึ้นใน 2-3 วันแรกหลังจากทารกคลอดออกมา สำหรับทารกที่มีอายุมากกว่าทารกแรกคลอดที่เลี้ยงด้วยน้ำนมแม่ อาจอาเจียน มีเลือดปน เนื่องจากกลืนเลือดของคุณแม่ที่มีอาการหัวนมแตกเข้าไป แต่ในทั้ง 2 กรณีการอาเจียนออกมาจะเป็นเพียงเศษเลือดเล็กน้อยเท่านั้น แต่การอาเจียนเป็นเลือดของลูกน้อยนั้น ไม่มีอะไรจะต้องกังวล มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้ลูกน้อยของคุณอาเจียนออกมาเป็นเลือดในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งไม่ควรเป็นกังวลจนเกินเหตุ แต่หากลูกน้อยของคุณอาเจียนเป็นเลือด มีไข้ ท้องบวม หรือมีผื่นขึ้น มีอาการเซื่องซึม หรืองอแงเกินไปขณะที่อาเจียนเป็นเลือด คุณควรจะต้องพาลูกน้อยไปหาคุณหมอทันที สาเหตุที่ทำให้ ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือด อาจมีสาเหตุหลายประการที่ทำให้ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือด ความรุนแรงของมันอาจแตกต่างกันไปในทารกแต่ละคน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยอาเจียน มีเลือดปน มีดังนี้ หัวนมแตกและเจ็บเต้า ในทารกที่กินนมแม่ส่วนใหญ่ เลือดที่อาเจียนออกมามักมาจากตัวคุณแม่เอง ไม่ใช่มาจากระบบร่างกายของทารก อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้หากคุณมีอาการเจ็บหรือหัวนมแตก ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณแม่ที่ให้นมบุตร โดยเฉพาะคุณแม่ที่เริ่มให้นมบุตรจะมีอาการระคายเคืองที่หัวนม จากแรงดึง แรงกด หรือเนื่องจากผิวหนังสัมผัสกับน้ำลาย อาการอาจแย่มากจนผิวหนังแตกและมีเลือดออก ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถลดลงได้ด้วยการรักษาหัวนม โดยส่วนใหญ่ทารกสุขภาพดีที่กินนมแม่ จะอาเจียนเป็นเลือดออกมาเล็กน้อยและจะกลืนลงไปจากหัวนมคุณแม่ที่แตก เลือดอาจทำให้ท้องเด็กระคายเคืองและทำให้เด็กสำรอกออกมาได้ หากคุณไม่เห็นรอยแตกใดๆ […]

ความผิดปกติทางพัฒนาการและพฤติกรรม

หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “เด็กซนเป็นเด็กฉลาด” หรือ “เขาก็แค่คึกคะนองไปตามประสาเด็ก” หากเด็กซน หรือคึกคะนองแบบพอดี ก็คงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร แต่หากลูกของคุณซนมาก หรือคึกคะนองจนสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น หรือทำให้ตัวเองและผู้อื่นบาดเจ็บ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าลูกของคุณกำลังมีปัญหาสุขภาพอย่าง โรคพฤติกรรมอันธพาล ก็ได้ ว่าแต่โรคนี้เป็นอย่างไรกันแน่ และหากลูกเป็นโรคนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรจัดการอย่างไรบ้าง Hello คุณหมอ จะพาไปหาคำตอบกันค่ะ โรคพฤติกรรมอันธพาล (Conduct Disorder) คืออะไร โรคพฤติกรรมอันธพาล (Conduct Disorder) บางครั้งเรียกว่า โรคคอนดักต์ โรคพฤติกรรมเกเร โรคเด็กเกเร โรคความประพฤติผิดปกติ เป็นต้น โรคนี้เป็นกลุ่มโรคทางพฤติกรรมและอารมณ์ที่พบในเด็กและวัยรุ่น ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีปัญหาในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ชอบละเมิดสิทธิของผู้อื่น ไม่รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และมักจะแสดงพฤติกรรมที่สังคมไม่ยอมรับ ซึ่งเด็กคนอื่น หรือผู้ใหญ่เห็นแล้วก็อาจจะบอกว่า การแสดงออกของเด็กหรือวัยรุ่นที่เป็นโรคพฤติกรรมอันธพาลนั้นเป็นสิ่ง “ผิด” หรือสิ่ง “ไม่ดี” โดยที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วนี่คือโรคจิตเภทชนิดหนึ่ง พฤติกรรมไหนที่บ่งบอกว่าเป็น โรคพฤติกรรมอันธพาล พฤติกรรมของโรคพฤติกรรมอันธพาลนั้นหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กและระดับความรุนแรงของโรค แต่โดยปกติแล้ว พฤติกรรมที่เป็นสัญญาณของโรคนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 พฤติกรรมใหญ่ ๆ ได้แก่ พฤติกรรมก้าวร้าว (Aggressive behavior) เช่น ล้อเลียน หรือรังแกผู้อื่น จงใจทำให้ผู้อื่น […]

ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

เราเชื่อว่า หลายคนน่าจะไม่เคยได้ยินชื่อ “โรคแบตเทน (Batten disease)” และไม่รู้ว่าโรคนี้คือโรคอะไรกันแน่ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงอยากชวนคุณผู้อ่าน โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ หรือคู่รักที่วางแผนจะมีลูก มาทำความรู้จักกับโรคแบตเทนได้ดีขึ้น เพราะโรคนี้มักเกิดขึ้นในเด็ก และถึงแม้จะเป็นโรคหายาก แต่ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลย โรคแบตเทน (Batten disease) คืออะไร โรคแบตเทน (Batten disease) เป็นชื่อของกลุ่มโรคพันธุกรรมระบบประสาท เรียกอีกอย่างว่า โรค Neuronal Ceroid Lipofuscinosis (NCLs) ที่มักเกิดในเด็กอายุ 5-10 ปี และรบกวนความสามารถในการหมุนเวียนสารตกค้างในเซลล์ที่เรียกว่า ไลโปฟัสซิน (Lipofuscin) ของเซลล์ในร่างกาย ไลโปฟัสซินเป็นของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมตาบอลิซึมโปรตีนและไขมัน ซึ่งจะสะสมอยู่ที่เซลล์ตับ เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ และเซลล์ประสาท โรคแบตเทนนี้มีด้วยกันหลายชนิด แต่ทุกชนิดก็ล้วนได้ชื่อว่าเป็นโรคหายาก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งสิ้น เด็กบางคนที่เป็นโรคแบตเทนอาจเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก ในขณะที่บางคนก็มีชีวิตอยู่ได้จนถึงช่วงวัยรุ่น หรือช่วงวัยยี่สิบ ชนิดของ โรคแบตเทน โรคแบตเทน หรือโรค Neuronal Ceroid Lipofuscinosis (NCLs) สามารถแบบออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ 1. […]

ความผิดปกติทางพัฒนาการและพฤติกรรม

ปัญหา ลูกร้องโวยวาย ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาหนักใจสำหรับพ่อแม่ ที่พบได้บ่อยครั้งในเด็กเล็ก อารมณ์ที่ฉุนเฉียวของเด็กๆ นั้นถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในการเลี้ยงดูลูก ของพ่อแม่ สำหรับพ่อแม่บางคนเมื่อลูกร้องโวยวาย งอแง ไม่ว่าจะหลอกล่อด้วยวิธีการใดก็ไม่สามารถทำให้เขาหยุดได้ วันนี้ Hello คุณหมอ มีเทคนิคในการดูแลเมื่อลูกร้องไห้ โวยวายมาให้อ่านกันค่ะ สาเหตุที่อาจทำให้ ลูกร้องโวยวาย พัฒนาการทางด้านอารมณ์ถือเป็นหนึ่งในพัฒนาการตามปกติของเด็กๆ สำหรับเด็กบางคนอาจมีปัญหาด้านพัฒนาการทางด้านอารมณ์ ทำให้พวกเขามีอารมณ์ที่ฉุนเฉียว โมโหได้ง่าย ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ บางครั้งไม่พอใจอะไรก็ร้องไห้โวยวาย ซึ่งสาเหตุของการเกิดอารมณ์เหล่านี้เป็นผลมาจากปัญหาพื้นฐานบางประการเหล่านี้ โรคสมาธิสั้น (ADHD) จากการศึกษาพบว่าเด็กร้อยละ 75 ของเด็กที่มีอารมณ์ฉุนฉียวนั้นมักจะมีปัญหาสมาธิสั้น เด็กในกลุ่มสมาธิสั้นมักจะไม่มีสมาธิในการทำอะไรได้นานๆ เบื่อง่ายทำให้เมื่อต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบจะทำให้เด็กเหล่านี้มีอารมณ์ที่ฉุนเฉียวได้ง่าย ความวิตกกังวล ความวิตกกังวลในเด็ก ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กมีอารมณ์ที่ฉุนเฉียว เมื่อพวกเขาเกิดความเครียดและมีความวิตกกังวล อาจทำให้พวกเขาแสดงออกมามากกว่าที่เป็น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับเด็กที่เจอเหตุการณ์ที่ไม่ดี หรือต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่น่าอึดอัด มีปัญหาด้านการเรียนรู้ เด็ก ๆ ที่มีปัญหาในการด้านเรียนรู้ เมื่อต้องทำในสิ่งที่เข้าไม่เข้าใจ แบบเดิมซ้ำ ๆ ซ้ำไปซ้ำมา อาจก่อให้เกิดความหงุดหงิดขึ้น จนเข้าโวยวายและระเบิดอารมณ์ที่มีออกมา ซึมเศร้าและอาการหงุดหงิด เด็กที่มีอารมณ์รุนแรงและฉุนเฉียวบ่อยๆ มักจะมีอาการซึมเศร้าและอาการหงุดหงิด ซึ่งเด็กในกลุ่มนี้เป็นเด็กที่พร้อมจะประทุอารมณ์ออกมาได้ทุกเมื่อ ดังนั้นผู้ปกครองควรระมัดระวังคำพูด และควรเลือกใช้คำพูดเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้กระทบต่อพวกเขา ออทิสติก เด็กที่มีปัญหาออทิสติกมักจะคุ้นชินกับกิจวัตรเดิม ๆ ที่ทำในทุกวัน เพราะเขาจะรู้สึกว่าปลอดภัยทั้งทางร่างกายอารมณ์ ดังนั้นหากเกิดการเปลี่ยนแปลง อาจทำให้เขามีอารมณ์ที่รุนแรงขึ้นมาได้ ลดปัญหา ลูกร้องโวยวาย อย่างไรให้ได้ผล ให้ความสนใจกับลูก […]

วัคซีน

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกับชื่อ ไวรัสโรตา (Rotavirus) กันสักเท่าไหร่นัก แม้ว่าไวรัสนี้จะเป็นไวรัสอันตราย ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของลูกน้อยในวัยทารกได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ไม่ต้องกังวลกันไปค่ะ เพราะว่ามีวัคซีนโรตาที่สามารถช่วยปกป้องลูกน้อยจากไวรัสอันตรายเหล่านี้ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะมานำเสนอ ข้อควรรู้ก่อนการฉีด วัคซีนโรตา ให้คุณพ่อคุณแม่ได้พิจารณากันนะคะ วัคซีนโรตา สำคัญอย่างไร วัคซีนโรตาหรือวัคซีนป้องกันไวรัสโรตานั้น มีจุดประสงค์หลักคือการป้องกันร่างกายของผู้รับวัคซีน ไม่ให้ติดเชื้อไวรัสโรตา ไวรัสที่อาจทำให้ทารกและเด็กเล็ก เกิดอาการท้องเสียและอาเจียน ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดภาวะขาดน้ำ (Dehydration) และมีไข้สูงได้ หากไม่ได้รับการรักษาดูแลอย่างถูกต้องและทันท่วงที ไวรัสโรตา (Rotavirus) นั้นเป็นไวรัสที่แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วมาก โดยเรามักจะสามารถพบไวรัสเหล่านี้ได้ในอุจจาระของผู้ที่ติดเชื้อ และอาจไม่ระวังเรื่องความสะอาด อาจทำให้เชื้อโรคนี้ปนเปื้อนไปสู่พื้นผิวต่างๆ เช่น โต๊ะ ประตู ลูกบิด และของเล่นเด็ก ที่เด็กอาจจะนำเข้าสู่ปาก ทำให้ติดเชื้อเป็นรายต่อไปได้ ทั่วโลกนั้นจะพบผู้ป่วยฉุกเฉินที่ติดเชื้อไวรัสโรตากว่า 2 ล้านราย และส่งผลให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ต้องเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโรตานี้ไม่ต่ำกว่า 500,000 รายต่อปี ในทางกลับกัน เด็กโต วัยรุ่น และผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสโรตา อาจจะมีอาการที่รุนแรงน้อยกว่า แต่ก็ยังสามารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปให้ผู้อื่นได้อยู่ดี ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (Centers for Disease Control and […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

ระบบภูมิคุ้มกันของทารกแรกเกิดนั้นยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ นั่นทำให้เด็กวัยนี้เสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพได้ง่ายมาก และเวลาเจ็บป่วยขึ้นมา เขาก็มักจะมีอาการรุนแรงกว่าเด็กวัยอื่นด้วย จึงไม่แปลกที่คุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกเครียดและเป็นกังวลทุกครั้งที่ลูกน้อยป่วย แต่เราอยากบอกว่า คุณไม่ควรเครียดมากเกินไป เพราะการเจ็บป่วยบางอย่างก็เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในเด็กทารก ไม่ได้อันตรายร้ายแรงแต่อย่างไร ว่าแต่ โรคในทารกแรกเกิด ที่พบได้บ่อย จะมีอะไรกันบ้าง Hello คุณหมอ เรามีคำตอบมาให้คุณแล้ว ต่อไปเวลาลูกเจ็บป่วย คุณจะได้ไม่เป็นห่วงจนเครียดเกินไป แต่ก็ต้องคอยเฝ้าดูอาการแบบไม่ประมาทด้วย โรคในทารกแรกเกิด ที่พบได้บ่อย ภาวะท้องอืด ภาวะท้องอืด (Abdominal Distension) เป็น โรคในทารกแรกเกิด ที่พบได้บ่อยมากเป็นอันดับต้น ๆ เด็กทารกมักมีอาการท้องอืด แน่นท้อง และท้องป่องเป็นประจำ โดยเฉพาะในตอนกินนมแม่ และหลังกินนมเสร็จ เมื่อเกิดภาวะท้องอืด จะทำให้ทารกน้อยรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว หายใจลำบาก เป็นต้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเมื่อลูกท้องอืด ก็คือ หากเป็นอาการท้องอืดปกติ ท้องเด็กควรนิ่ม หากลูกท้องแข็ง บวม แน่น ลูกอาเจียน หรือท้องเสียนานเกิน 2 วัน ควรพาไปพบคุณหมอทันที เพราะอาการที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เป็นเพราะมีแก๊สในกระเพาะอาหาร หรือท้องผูกตามปกติ แต่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ที่เป็นอันตรายได้ โรคดีซ่าน โรคดีซ่าน (Jaundice) ทำให้ผิวหนัง ดวงตา และปากของทารกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เนื่องจากในร่างกายมีระดับบิลิรูบิน […]

x