home

สุขภาพเด็ก

สุขภาพเด็ก เป็นส่วนสำคัญในการเลี้ยงดูลูก พ่อแม่ควรให้ความสำคัญในการสังเกตความผิดปกติต่าง ๆ ตั้งแต่อาการทั่วไป จนถึงสัญญาณการติดเชื้อต่าง ๆ เรียนรู้เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ สุขภาพเด็ก เพื่อการดูแลสุขภาพของลูกน้อย ให้เติบโตได้อย่างแข็งแรง ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพเด็ก

เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติในพันธุกรรม ความพิการแต่กำเนิด เด็กกลุ่มนี้ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ โดยเฉพาะจากคนในครอบครัว เนื่องจากครอบครัวเป็นพื้นฐานแรกที่อาจช่วยกระตุ้นพัฒนาการ และส่งเสริมสุขภาพจิตใจของเด็กให้ดีขึ้นได้ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการบรรเทาและควบคุมอาการที่พบในเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา อย่างไรก็ตาม หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับวิธีดูแลเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาเพิ่มเติม สามารถขอคำปรึกษาจากคุณหมอโดยตรง เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ความบกพร่องทางสติปัญญาในเด็ก คืออะไร ความบกพร่องทางสติปัญญาในเด็ก คือ ภาวะที่เด็กมีระดับเชาวน์ปัญญาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและมีความผิดปกติด้านพฤติกรรมทางการปรับตัว โดยทักษะทางเชาวน์ปัญญา หรือความฉลาดทางปัญญา หรือที่เรียกว่าไอคิว (Intellectual functioning หรือ IQ) เป็นความสามารถในการเรียนรู้ การใช้เหตุผล การตัดสินใจ การแก้ปัญหา เป็นต้น ปกติแล้วคนทั่วไปมักได้คะแนนในการทดสอบระดับไอคิวระหว่าง 85-115 หากมีระดับต่ำกว่า 70-75 อาจเป็นไปได้ว่ามีความบกพร่องทางสติปัญญา ส่วนพฤติกรรมทางการปรับตัว (Adaptive Behavior) ถือเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การสื่อสารหรือสื่อความหมาย การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การควบคุมตัวเอง การใช้เวลาว่าง การทำงาน ส่วนใหญ่แล้ว ความบกพร่องทางสติปัญญามักแสดงอาการก่อนอายุ 18 ปี ความบกพร่องทางสติปัญญาอาจเกิดจากการที่แม่ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างตั้งครรภ์ ความผิดปกติในพันธุกรรม ความพิการแต่กำเนิด กลุ่มอาการดาวน์หรือดาวน์ซินโดรม กลุ่มอาการโครโมโซม X เปราะบาง การบาดเจ็บบริเวณศีรษะรุนแรง […]

หัวข้อ สุขภาพเด็ก เพิ่มเติม

ความผิดปกติทางพัฒนาการและพฤติกรรม

เด็กพิเศษ หรือ เด็กที่มีความต้องการพิเศษ คือ กลุ่มเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ การดูแล และการบำบัดฟื้นฟู แบ่งเป็น เด็กที่มีปัญญาเลิศและมีความสามารถพิเศษ เด็กที่มีความบกพร่องในด้านต่าง ๆ และเด็กยากจนและด้อยโอกาส เด็กพิเศษควรได้รับการดูแลด้านร่างกาย การใช้ชีวิต การเรียนรู้ทางวิชาการและการเข้าสังคม เพื่อพัฒนาศักยภาพให้มากขึ้นตามความสามารถของเด็ก โดยการช่วยเหลือและการดูแลอาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความจำเป็น และความต้องการของเด็กแต่ละคนด้วย ประเภทของเด็กพิเศษ เด็กพิเศษแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ เด็กที่มีปัญญาเลิศและมีความสามารถพิเศษ เด็กที่มีความบกพร่องในด้านต่าง ๆ และเด็กยากจนและด้อยโอกาส ดังนี้ เด็กที่มีปัญญาเลิศและมีความสามารถพิเศษ เด็กที่มีปัญญาเลิศและมีความสามารถพิเศษ (Gifted or talented child) คือ เด็กที่มีความฉลาดและสติปัญญาที่สูงกว่าเกณฑ์ปกติ คือ มี IQ 130 ขึ้นไป มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสามารถทำให้สำเร็จได้จริง รวมถึงเด็กที่มีความสามารถเฉพาะทางที่สูงกว่าปกติ เช่น ดนตรี คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ กีฬา เด็กกลุ่มนี้ถือเป็นเด็กพิเศษที่ควรได้รับการสนับสนุนทางความสามารถ และอาจต้องได้รับการเยียวยาจิตใจ เพราะครอบครัว เพื่อนฝูงและที่โรงเรียน อาจคาดหวังในความสามารถและสติปัญหาที่เป็นเลิศ จนเด็กรู้สึกกดดันมาก หรือถูกละเลยความรู้สึก หรืออาจไม่ได้รับการดูแลทางร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ […]

สุขภาพเด็ก

EQ คือ ความฉลาดทางอารมณ์ หมายถึงความสามารถในการจัดการกับความรู้สึกต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอารมณ์ การแก้ไขปัญหา และการรับรู้อารมณ์ของตนเอง ความฉลาดทางอารมณ์มีความสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อน และบุคคลอื่น ๆ ในสังคม  EQ คืออะไร  EQ (Emotional Quotient หรือ Emotional Intelligence) หรือความฉลาดทางด้านอารมณ์  หมายถึงความสามารถในจัดการกับอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม เมื่อพบเจอกับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ผู้ที่มีความฉลาดทางอารมณ์สูงอาจสามารถพัฒนาศักยภาพในการดำเนินชีวิต และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้อารมณ์ การจัดการกับอารมณ์ การเข้าใจอารมณ์ของตนเองและบุคคลอื่น  การตัดสินใจกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก รวมถึงยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้แน่นแฟ้น  IQ และ EQ เป็นความฉลาดทั้งคู่ แต่มีความแตกต่างกัน เพราะ IQ คือ ความฉลาดทางการเรียนรู้ด้านสติปัญญา เป็นความสามารถหลายประเภท เช่น การคิด วิเคราะห์ทางวิชาการ การใช้เหตุผล รวมถึงพวกด้านศิลปะ ด้านดนตรี ด้านกีฬา ซึ่งอาจสามารถทดสอบได้จากคะแนนสอบวัดผลระดับในโรงเรียน อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของ EQ ก็ไม่น้อยไปกว่า IQ เพราะ EQ เป็นความสามารถในการรับรู้เข้าใจอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น […]

ความผิดปกติทางพัฒนาการและพฤติกรรม

Dyslexia หรือ ความบกพร่องในการเรียนรู้ คือ ภาวะที่ผิดปกติที่เกิดในเด็ก ส่งผลกระทบต่อสมองในส่วนของการประมวลภาษา เกิดปัญหาในการอ่าน เขียน พูด หรือสะกดคำ เด็กที่เป็นโรค Dyslexia อาจมีสายตาปกติ มีสติปัญญาดี ฉลาด ขยัน และอาจประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ได้ หากได้รับการสนับสนุนทางอารมณ์ การฝึกฝน และเข้าเรียนในโรงเรียนเฉพาะทาง Dyslexia คือ  Dyslexia เป็นความบกพร่องทางการเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจง หรือที่เรียกว่า ความบกพร่องในการอ่าน อาจส่งผลต่อความสามารถในการใช้ภาษา สะกดคำ ผสมคำ เขียน และพูด รวมถึงการอ่าน อาจใช้เวลาในการอ่านนานกว่าเด็กทั่วไป หรือมีการใช้คำที่สับสน ผลกระทบของ Dyslexia อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การได้รับคำแนะนำและการพัฒนาทักษะที่ถูกต้อง อาจช่วยให้เด็กที่เป็นโรค Dyslexia มีสายตาปกติ และมีสติปัญญาพอ ๆ กับเด็กคนอื่น  ผู้ที่เป็นโรค Dyslexia อาจได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่อายุยังน้อย แต่บางคนก็อาจไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรค Dyslexia จนอายุมากขึ้น ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรค Dyslexia และยังคงต้องศึกษาวิจัยในเรื่องนี้เพิ่มเติมต่อไป  สำหรับประเภทของ Dyslexia อาจแบ่งได้ดังนี้ Rapid Naming Deficit คือ […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

ลูกเป็นไข้ คือ ภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงกว่าระดับปกติ โดยมีอุณหภูมิประมาณ 38 องซาเซลเซียส และอาจสูงกว่านั้นหากวัดทางทวารหนัก บางครั้งการที่ลูกเป็นไข้ก็อาจมีสาเหตุมาจากร่างกายกำลังต่อสู้กับเชื้อโรคที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อต่าง ๆ เช่น หัด คางทูม อีสุกอีใส เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น ไข้ คืออะไร ไข้ คือ ภาวะที่เทอร์โมสตัท (Thermostat) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายรับรู้ถึงอุณหภูมิในร่างกายสูงกว่าระดับปกติ คือ อุณหภูมิประมาณ 38 องซาเซลเซียส และอาจจะสูงกว่านั้นเมื่อมีการวัดทางทวารหนัก  เทอร์โมนสตัทอาจพบได้บริเวณสมองส่วนที่เรียกว่า “ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus)” ซึ่งเป็นส่วนที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ หรือระดับน้ำตาลและเกลือในเลือด ไฮโปทาลามัสอาจรับรู้ได้ว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมของร่างกายควรอยู่ที่เท่าไหร่ โดยอุณหภูมิร่างกายปกติอาจอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส จากนั้นจึงสั่งการไปยังร่างกาย เพื่อปรับอุณหภูมิให้เป็นไปตามที่สมองรับรู้ ส่วนใหญ่ อุณหภูมิในร่างกายของคนอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละวัน ในตอนเช้าอุณหภูมิอาจลดลงเล็กน้อย และอุณหภูมิอาจสูงขึ้นในตอนเย็น และอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลูกวิ่งเล่น และออกกำลังกาย แต่ในบางครั้ง ไฮโปทาลามัส อาจปรับให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคที่อาจทำให้ติดเชื้อ นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นไข้ สาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นไข้ ลูกเป็นไข้ อาจสร้างความกังวลให้กับคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ดังนั้น การทราบถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นไข้ อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่รับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างมีสติ ซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยเมื่อลูกเป็นไข้ คือ การติดเชื้อ โดยทั่วไป เมื่อลูกเป็นไข้นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่า ร่างกายของลูกอาจกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อ […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

เด็กท้องอืด อาจเกิดจากการมีอากาศหรือก๊าซเข้าสู่ทางเดินอาหารขณะรับประทานอาหารและไปสะสมอยู่ในช่องท้อง หรืออาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ที่ไม่อาจย่อยอาหารก่อนถูกลำเลียงไปยังลำไส้ใหญ่ โดยก๊าซเหล่านี้ประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ ออกซิเจน ไนโตรเจน ไฮโดรเจน มีเธน และกำมะถัน ซึ่งอาจส่งผลทำให้เด็กเรอ คลื่นไส้ และปวดท้องได้ สาเหตุที่ทำให้ เด็กท้องอืด เด็กท้องอืด อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้ เด็กไม่อยู่นิ่งขณะรับประทานอาหาร การเคลื่อนไหว หรือเล่นระหว่างการรับประทานอาหาร อาจทำให้เด็กกินเร็ว ซึ่งพฤติกรรมนี้อาจส่งผลให้มีอากาศในลำไส้มากขึ้น และเสี่ยงสำลักได้ ดูโทรทัศน์ หรือเล่นโทรศัพท์ระหว่างรับประทานอาหาร อาจส่งผลให้เด็กเพลิดเพลิน และเพิกเฉยต่อสัญญาณความอิ่ม และรับประทานอาหารมากไปจนก่อให้เกิดก๊าซได้ การเลือกอาหารที่ไม่ถูกกับช่องท้องเด็ก เช่น อาหารที่มีไขมันสูง หมากฝรั่ง เครื่องดื่มรสชาติหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เนื่องจากร่างกายของเด็กอาจดูดซึมอาหารได้ไม่เต็มที่ และส่งผลให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย นำไปสู่การเกิดก๊าซในกระเพาะอาหาร ปวดท้อง อาเจียน ท้องร่วงได้ ดื่มน้ำไม่เพียงพอ หากร่างกายขาดน้ำ หรือดื่มน้ำไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก มีก๊าซในกระเพาะอาหาร และไม่สบายท้อง แพ้แลคโตส ร่างกายของเด็กที่มีอาการแพ้แลคโตสอาจไม่สามารถผลิตแล็กเทส ที่เป็นเอนไซม์ช่วยสลายแลคโตสในผลิตภัณฑ์ที่ทำการนมได้ จึงอาจส่งผลให้เด็กท้องอืด อาการลำไส้แปรปรวน อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบย่อยอาหาร ทำให้คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย ปวดหลัง และเหนื่อยล้า อาการท้องอืดในเด็ก อาการท้องอืดในเด็ก มีดังนี้ มีไข้ คลื่นไส้ เรอ ท้องอืด ปวดท้อง แสบร้อนในช่องท้อง ผายลมมีกลิ่น อุจจาระเป็นเลือด วิธีรักษาอาการท้องอืดสำหรับเด็ก การรักษาอาการท้องอืดในเด็ก […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

ลูกตัวร้อน เป็นภาวะที่อุณหภูมิร่างกายเด็กสูงเกินกว่า 38 องศาเซลเซียส เกิดจากร่างกายปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อไวรัส ภาวะนี้อาจนำไปสู่การล้มป่วยได้ เพื่อความปลอดภัย คุณพ่อคุณแม่ควรลดอุณหภูมิร่างกายให้ลูกเบื้องต้น และสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด สาเหตุที่ทำให้ ลูกตัวร้อน สาเหตุที่ทำให้ลูกตัวร้อน หรือมีไข้ อาจมาจากภาวะของโรค ดังต่อไปนี้ ไข้หวัดใหญ่ เด็กที่อยู่ในช่วงอายุ 2-5 ปี อาจเสี่ยงเป็นไข้หวัดใหญ่จากการติดเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจ และก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคปอดบวม โรคหอบหืด โดยอาการเบื้องต้นของไข้หวัดใหญ่สามารถสังเกตได้จากลูกตัวร้อน มีน้ำมูก คัดจมูก ไอ เจ็บคอ หูชั้นกลางอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบเกิดจากการติดเชื้อที่หูชั้นกลาง ทำให้เยื่อแก้วหูอักเสบ ส่งผลให้เด็กมีไข้ขึ้นสูง มีปัญหาเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร และการนอนหลับ หากเป็นเด็กโตอาจบอกได้เมื่อรู้สึกเจ็บปวดภายในหู แต่สำหรับเด็กเล็ก หรือทารกอาจสังเกตได้จากพฤติกรรมการดึงหู หรือร้องไห้มากกว่าปกติ ไข้ผื่นกุหลาบ ไข้ผื่นกุหลาบ หรือ ส่าไข้ เป็นภาวะที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส พบได้มากในเด็กอายุระหว่าง 6 เดือน ถึง 2 ขวบ ส่งผลให้เด็กมีไข้สูงเป็นเวลาหลายวัน และมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง นอกจากนี้ ยังอาจแพร่เชื้อติดต่อกันได้ผ่านการไอจาม ต่อมทอนซิลอักเสบ หน้าที่ของต่อมทอนซิลคือช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางปาก และจมูก ก่อนที่เชื้อโรคจะนำไปสู่การติดเชื้อในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย แต่ในขณะเดียวกัน เชื้อไวรัส และแบคทีเรียก็อาจเข้าไปในต่อมทอนซิลจนส่งผลให้ต่อมทอนซิลอักเสบ จนเด็กอาจมีไข้ ปวดศีรษะ […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

ไข้ในเด็ก เป็นสัญญาณเตือนที่อาจบอกได้ว่าร่างกายของเด็กกำลังทำปฏิกิริยาต่อต้านการติดเชื้อจากสิ่งแปลกปลอม ซึ่งอาจส่งผลให้เด็กมีไข้ขึ้นสูงกว่า 38 องศาเซลเซียส โดย วิธีลดไข้ สำหรับเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ คือ เช็ดตัวเพื่อลดอุณหภูมิในร่างกาย และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ป้องกันการเกิดภาวะชักจากไข้ขึ้นสูง สาเหตุที่ทำให้เด็กเป็นไข้ สาเหตุที่ทำให้เด็กเป็นไข้ อาจมาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ การติดเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย ไข้หวัด ภาวะการอักเสบ เช่น หูอักเสบ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคอีสุกอีใส โรคหัด เช่น หัดเยอรมัน ไข้อีดำอีแดง โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ผลข้างเคียงหลังจากการฉีดวัคซีน หรือรับประทานยาปฏิชีวนะ เนื่องจากเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย รวมถึงสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย อาจทำให้ร่างกายผลิตสารเคมีที่เรียกว่า ไซโตไคน์ (Cytokine) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีส่วนช่วยตอบสนองต่อการอักเสบ การติดเชื้อ และสร้างแอนติบอดีเพื่อป้องกันการติดเชื้อ จึงส่งผลร่างกายเด็กมีอุณภูมิสูง หรือเป็นไข้ได้ วิธีลดไข้ สำหรับเด็ก วิธีลดไข้สำหรับเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ มีดังนี้ วัดไข้สม่ำเสมอ ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดตัว โดยเฉพาะบริเวณหลังคอ ใต้วงแขน ท้อง และขาหนีบ หรืออาบน้ำด้วยน้ำอุ่น เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่รัดแน่น ให้เด็กดื่มน้ำมากขึ้น เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม ให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกยาลดไข้ให้เหมาะสม เช่น ยาอะเซตามิโนเฟน ยาไอบูโพรเฟน ในเด็กที่มีอายุมากกว่า 3 ปีขึ้นไป สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเด็กเป็นไข้ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรทำ เมื่อเด็กเป็นไข้ ได้แก่ อาบน้ำให้เด็ก […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

เด็กท้องเสีย หรือท้องร่วง คืออาการอุจจาระเหลว ที่อาจส่งผลให้เด็กขับถ่ายบ่อยขึ้น และอาจทำให้มีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง น้ำหนักลด หากเด็กท้องเสีย คุณพ่อคุณแม่ควรรีบหาสาเหตุ และบรรเทาอาการเบื้องต้นทันที เพื่อป้องกันการเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ หรืออาการแทรกซ้อนอื่น ๆ เด็กท้องเสีย มีสาเหตุจากอะไร สาเหตุที่ทำให้เด็กท้องเสียอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย โดยแบ่งออกได้ ดังนี้ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือปรสิต ทำให้มีอาการท้องเสียนานประมาณ 1-2 วัน และอาจหายไปได้เอง โรคท้องร่วงเรื้อรังจากการติดเชื้อ เกิดจากการอักเสบของลำไส้ หรือระบบการดูดซึมอาหารบกพร่อง นอกจากนี้การติดเชื้อปรสิตไกอาเดีย (Giardia) ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วงเรื้อรังได้เช่นกัน อาหารเป็นพิษ อาจทำให้เด็กมีอาการท้องร่วง อาเจียน แต่อาการเหล่านี้อาจหายไปได้เองใน 24 ชั่วโมง โรคลำไส้อักเสบ หากลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่อักเสบ อาจส่งผลให้เกิดอาการท้องร่วงเรื้อรัง ปวดท้อง และน้ำหนักลดลงได้ โรคท้องร่วงจากการแพ้แลคโตส เนื่องจากแลคโตสเป็นน้ำตาลที่อยู่ในนม และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทำจากนม หากรับประทานมากเกินไป อาจส่งผลให้ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยแลคโตส มีอาการท้องเสีย ปวดท้อง ท้องอืด ท้องร่วง อาการท้องร่วงหลังจากใช้ยาปฏิชีวนะ การใช้ยาปฏิชีวนะอาจทำให้เด็กท้องเสียได้ เนื่องจากความไม่สมดุลระหว่างแบคทีเรียชนิดดี และไม่ดีในลำไส้ อาการท้องเสียในเด็ก คุณพ่อคุณแม่อาจสามารถสังเกตว่าเด็กท้องเสียได้จากอาการ […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

เด็กไอ เป็นเรื่องปกติที่คุณพ่อคุณแม่อาจพบเจอได้ แต่ก็ควรระวัง เพราะบางครั้งการที่เด็กไออาจส่งสัญญาณบ่งชี้บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายของเด็กได้ หากเด็กไอเป็นเวลานานกว่า 2-3 สัปดาห์ ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อตรวจวินิจฉัย เด็กไอ เกิดจากอะไร เด็กไอมักเป็นสัญญาณว่าร่างกายพยายามกำจัดความระคายเคืองจากเสมหะ หรือสิ่งแปลกปลอม เนื่องจากหากไม่กำจัดออกอาจสร้างความรำคาญ และอาจทำให้หายใจไม่สะดวก ซึ่งสาเหตุทั่วไปของอาการไอ เช่น โรคภูมิแพ้ และไซนัสอักเสบ สิ่งที่อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ เช่น อาหาร ละอองเกสร ฝุ่นละออง อาจเป็นสาเหตุของอาการไอเรื้อรัง และยังทำให้ระคายเคือง มีน้ำมูก เสมหะ เจ็บคอ รวมถึงอาจมีผื่นขึ้นตามตัว โรคหอบหืด อาการอาจแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน ส่วนมากมักไอแบบมีเสียงหวีด ซึ่งอาการมักจะแย่ลงในเวลากลางคืน หรือมักไอขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องเคลื่อนไหว เช่น ออกกำลังกาย โรคกรดไหลย้อน อาจทำให้มีอาการไอ อาเจียนบ่อย รู้สึกขมในปาก และปวดแสบร้อนภายในอก การติดเชื้อ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ อาจทำให้เด็กมีอาการไอเรื้อรัง หากเป็นหวัดอาจมีอาการไอเล็กน้อยถึงไอปานกลาง ซึ่งเป็นอาการไอที่ไม่รุนแรงมาก แต่หากเป็นไข้หวัดใหญ่ อาจไอแบบแห้ง หรือมีเสมหะ สาเหตุอื่นที่อาจทำให้เด็กไอ คือ การสูดดมสิ่งแปลกปลอม เช่น อาหาร ของเล่นชิ้นเล็ก ๆ มลพิษจากบุหรี่ หรือควัน ลักษณะอาการเด็กไอ หากคุณพ่อคุณแม่ทราบถึงอาการเด็กไอแต่ละแบบ […]

โรคระบบประสาทในเด็ก

โรคลมชักในเด็ก ถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภทโดยขึ้นอยู่กับช่วงวัย และถึงแม้ลูกรักของคุณจะมีโรคนี้ประจำตัว อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลใจไป เพราะคุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาอาการของลูกรักได้ด้วยการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ก่อนจะทราบถึงการรักษานั้น คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกรักเข้าตรวจสุขภาพเสียก่อน เพื่อให้คุณหมอได้ประเมิน และแจ้ง ประเภทของโรคลมชัก ที่เด็ก ๆ กำลังเป็น สาเหตุของ โรคลมชักในเด็ก สาเหตุที่ทำให้ลูกรักของคุณเป็นโรคลมชัก มักมาจากภาวะสุขภาพที่มีความเชื่อมโยงกับการทำงานของระบบประสาท จนส่งผลกระทบต่อสมอง โดยสาเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยในเด็กนั้น มีดังนี้ โรคออทิสติก โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ภาวะขาดออกซิเจนก่อนคลอด เนื้องอก หรือซีสต์ในสมอง การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ ไข้สูงในเด็ก ได้รับโภชนาการไม่เหมาะสมตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของคุณแม่ ถึงสาเหตุในข้างต้นจะค่อนข้างหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดูแลลูกรักที่ป่วยเป็นโรคลมชักได้ด้วยการไม่ทำให้พวกเขามีความเครียดเพิ่ม และจัดตารางการนอนหลับให้เด็ก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอาการรุนแรงกำเริบ ประเภทของโรคลมชัก มีอะไรบ้าง เพื่อให้ง่ายต่อการรักษาอย่างเหมาะสม แพทย์จึงจำแนกประเภทของ โรคลมชักในเด็ก ที่เกิดขึ้นในเด็กตามช่วงวัย รวมไปถึงอาการกระตุกที่เป็นจุดสังเกตได้เด่นชัด ดังนี้ 1. กลุ่มอาการโรคลมชักที่พบได้บ่อยในเด็กอายุ 3-10 ปี เป็นประเภทที่ทำให้ลูกรักมีอาการชักบ่อยในช่วงวัยกลางคืน หรือทุกครั้งขณะตื่นนอน โดยมักจะมีการกระตุกทางใบหน้า และอาการจะชะลอลงหรือหายไปได้เมื่อเติบโตขึ้นช่วงอายุ 16 ปี อีกทั้งประเภทนี้ยังสามารถพัฒนานำไปสู่อาการชักเกร็ง และกระตุกทั้งตัว (GTC) ที่มีความอันตรายอย่างมากในอนาคต 2. อาการกระตุกเป็นชุด ๆ (Infantile spasms) ส่วนใหญ่อาการกระตุกนี้จะเริ่มในเด็กที่มีอายุ 12-18 ปี โดยจะมีการกระตุกเป็นจังหวะ สังเกตได้จากการกระตุกทางศีรษะที่พนักหน้าขึ้น-ลง งอแขน งอขา หรือมีการเหวี่ยงแขนไปมา แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องวิตกกังวลจนเกินไป เพราะอาการชักประเภทนี้สามารถใช้ยาควบคุมอาการชักได้ซึ่งมีประสิทธิภาพถึง […]