home

สุขภาพเด็ก

สุขภาพเด็ก เป็นส่วนสำคัญในการเลี้ยงดูลูก พ่อแม่ควรให้ความสำคัญในการสังเกตความผิดปกติต่าง ๆ ตั้งแต่อาการทั่วไป จนถึงสัญญาณการติดเชื้อต่าง ๆ เรียนรู้เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ สุขภาพเด็ก เพื่อการดูแลสุขภาพของลูกน้อย ให้เติบโตได้อย่างแข็งแรง ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพเด็ก

ลูกเป็นไข้ คือ ภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงกว่าระดับปกติ โดยมีอุณหภูมิประมาณ 38 องซาเซลเซียส และอาจสูงกว่านั้นหากวัดทางทวารหนัก บางครั้งการที่ลูกเป็นไข้ก็อาจมีสาเหตุมาจากร่างกายกำลังต่อสู้กับเชื้อโรคที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อต่าง ๆ เช่น หัด คางทูม อีสุกอีใส เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไข้ คืออะไร ไข้ คือ ภาวะที่เทอร์โมสตัท (Thermostat) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย อาจพบว่าอุณหภูมิในร่างกายสูงกว่าระดับปกติ คือ อุณหภูมิประมาณ 38 องซาเซลเซียส และอาจจะสูงกว่านั้นเมื่อมีการวัดทางทวารหนัก  เทอร์โมนสตัทอาจพบได้บริเวณสมองส่วนที่เรียกว่า “ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus)” ซึ่งเป็นส่วนที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ หรือระดับน้ำตาลและเกลือในเลือด ไฮโปทาลามัสอาจรับรู้ได้ว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมของร่างกายควรอยู่ที่เท่าไหร่ โดยอุณหภูมิร่างกายปกติอาจอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส จากนั้นจึงสั่งการไปยังร่างกาย เพื่อปรับอุณหภูมิให้เป็นไปตามที่สมองรับรู้ ส่วนใหญ่ อุณหภูมิในร่างกายของคนอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละวัน ในตอนเช้าอุณหภูมิอาจลดลงเล็กน้อย และอุณหภูมิอาจสูงขึ้นในตอนเย็น และอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลูกวิ่งเล่น และออกกำลังกาย แต่ในบางครั้ง ไฮโปทาลามัสอาจปรับให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นไข้ สาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นไข้ ลูกเป็นไข้ อาจสร้างความกังวลให้กับคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ดังนั้น การทราบถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นไข้ อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่รับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างมีสติ ซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยเมื่อลูกเป็นไข้ คือ การติดเชื้อ โดยทั่วไป เมื่อลูกเป็นไข้นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่า ร่างกายของลูกอาจกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อ ซึ่งการติดเชื้อในวัยเด็กส่วนใหญ่อาจเกิดจากไวรัส […]

หัวข้อ สุขภาพเด็ก เพิ่มเติม

โรคเด็กและอาการทั่วไป

เด็กไอ เป็นเรื่องปกติที่คุณพ่อคุณแม่อาจพบเจอได้ แต่ก็ควรระวัง เพราะบางครั้งการที่เด็กไออาจส่งสัญญาณบ่งชี้บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายของเด็กได้ หากเด็กไอเป็นเวลานานกว่า 2-3 สัปดาห์ ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อตรวจวินิจฉัย เด็กไอ เกิดจากอะไร เด็กไอมักเป็นสัญญาณว่าร่างกายพยายามกำจัดความระคายเคืองจากเสมหะ หรือสิ่งแปลกปลอม เนื่องจากหากไม่กำจัดออกอาจสร้างความรำคาญ และอาจทำให้หายใจไม่สะดวก ซึ่งสาเหตุทั่วไปของอาการไอ เช่น โรคภูมิแพ้ และไซนัสอักเสบ สิ่งที่อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ เช่น อาหาร ละอองเกสร ฝุ่นละออง อาจเป็นสาเหตุของอาการไอเรื้อรัง และยังทำให้ระคายเคือง มีน้ำมูก เสมหะ เจ็บคอ รวมถึงอาจมีผื่นขึ้นตามตัว โรคหอบหืด อาการอาจแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน ส่วนมากมักไอแบบมีเสียงหวีด ซึ่งอาการมักจะแย่ลงในเวลากลางคืน หรือมักไอขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องเคลื่อนไหว เช่น ออกกำลังกาย โรคกรดไหลย้อน อาจทำให้มีอาการไอ อาเจียนบ่อย รู้สึกขมในปาก และปวดแสบร้อนภายในอก การติดเชื้อ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ อาจทำให้เด็กมีอาการไอเรื้อรัง หากเป็นหวัดอาจมีอาการไอเล็กน้อยถึงไอปานกลาง ซึ่งเป็นอาการไอที่ไม่รุนแรงมาก แต่หากเป็นไข้หวัดใหญ่ อาจไอแบบแห้ง หรือมีเสมหะ สาเหตุอื่นที่อาจทำให้เด็กไอ คือ การสูดดมสิ่งแปลกปลอม เช่น อาหาร […]

โรคระบบประสาทในเด็ก

โรคลมชักในเด็ก ถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภทโดยขึ้นอยู่กับช่วงวัย และถึงแม้ลูกรักของคุณจะมีโรคนี้ประจำตัว อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลใจไป เพราะคุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาอาการของลูกรักได้ด้วยการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ก่อนจะทราบถึงการรักษานั้น คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกรักเข้าตรวจสุขภาพเสียก่อน เพื่อให้คุณหมอได้ประเมิน และแจ้ง ประเภทของโรคลมชัก ที่เด็ก ๆ กำลังเป็น สาเหตุของ โรคลมชักในเด็ก สาเหตุที่ทำให้ลูกรักของคุณเป็นโรคลมชัก มักมาจากภาวะสุขภาพที่มีความเชื่อมโยงกับการทำงานของระบบประสาท จนส่งผลกระทบต่อสมอง โดยสาเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยในเด็กนั้น มีดังนี้ โรคออทิสติก โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ภาวะขาดออกซิเจนก่อนคลอด เนื้องอก หรือซีสต์ในสมอง การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ ไข้สูงในเด็ก ได้รับโภชนาการไม่เหมาะสมตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของคุณแม่ ถึงสาเหตุในข้างต้นจะค่อนข้างหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดูแลลูกรักที่ป่วยเป็นโรคลมชักได้ด้วยการไม่ทำให้พวกเขามีความเครียดเพิ่ม และจัดตารางการนอนหลับให้เด็ก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอาการรุนแรงกำเริบ ประเภทของโรคลมชัก มีอะไรบ้าง เพื่อให้ง่ายต่อการรักษาอย่างเหมาะสม แพทย์จึงจำแนกประเภทของ โรคลมชักในเด็ก ที่เกิดขึ้นในเด็กตามช่วงวัย รวมไปถึงอาการกระตุกที่เป็นจุดสังเกตได้เด่นชัด ดังนี้ 1. กลุ่มอาการโรคลมชักที่พบได้บ่อยในเด็กอายุ 3-10 ปี เป็นประเภทที่ทำให้ลูกรักมีอาการชักบ่อยในช่วงวัยกลางคืน หรือทุกครั้งขณะตื่นนอน โดยมักจะมีการกระตุกทางใบหน้า และอาการจะชะลอลงหรือหายไปได้เมื่อเติบโตขึ้นช่วงอายุ 16 ปี อีกทั้งประเภทนี้ยังสามารถพัฒนานำไปสู่อาการชักเกร็ง และกระตุกทั้งตัว (GTC) ที่มีความอันตรายอย่างมากในอนาคต 2. อาการกระตุกเป็นชุด ๆ (Infantile spasms) ส่วนใหญ่อาการกระตุกนี้จะเริ่มในเด็กที่มีอายุ 12-18 ปี […]

โรคระบบประสาทในเด็ก

โรคลมชักในเด็ก เป็นโรคที่เกี่ยวของกับการทำงานผิดปกติของระบบประสาท และสมอง จากการส่งสัญญาณคลื่นไฟฟ้าภายในของสมอง เพื่อเป็นการรับมือ หรือเรียนรู้วิธีป้องกันลูกรักจากโรคลมชักก่อนมีอาการรุนแรงกำเริบ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำความรู้เบื้องต้นที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบ มาฝากกันค่ะ ลมชักในเด็ก อันตรายอย่างไร เนื่องจากโรคลมชักในเด็ก เป็นหนึ่งในความผิดปกติของระบบประสาทที่พบได้บ่อยในเด็กทุกเพศทุกวัย  และสามารถส่งผลอันตรายต่อสุขภาพของลูกรักคุณโดยอาจทำให้เด็ก ๆ นั้นมีการเคลื่อนไหวยากลำบากกว่าที่เคยเป็น พร้อมมีอาการชักมากกว่า 2 ครั้ง ซึ่งเสี่ยงต่อการหายใจไม่ทันทำให้ลูกรักหมดสติลง ที่สำคัญปัจจัยที่คุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าระวัง เพื่อไม่ให้อาการของโรคลมชักทำร้ายสุขภาพลูกรัก คือ พยามอย่าให้พวกเขามีความเครียด และวางแผนเวลาให้มีการพักผ่อนที่เพียงพอ เพราะบางครั้งปัจจัยเหล่านี้ มักส่งผลกับระประสาท และสมองโดยตรง อาจทำให้ลูกรักเสี่ยงมีอาการของโรคกำเริบอย่างรุนแรงได้ อาการของ โรคลมชักในเด็ก ที่ควรสังเกต อาการชักทั่วไปที่คุณพ่อคุณแม่สังเกตลูกรักได้ง่าย ๆ นั่นก็คือร่างกายมีการเกร็งกระตุก ล้มลงย่างกะทันหัน แสดงสีหน้าที่ผิดปกติ จนบางครั้งสีผิวก็มีการเปลี่ยนเป็นสีฟ้าซีดร่วมไปด้วย นอกเหนือจากนี้ยังมีอีกหลากหลายอาการด้วยกัน ที่คุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าระวัง และต้องคอยสังเกตลูกรักอยู่เสมอ ได้แก่ อาการกระตุกส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือทั้งหมด มีปัญหาด้านการได้ยิน การมองเห็นผิดปกติ จมูกไม่ได้รับกลิ่น รู้สึกกลัว ตื่นตระหนก เหงื่อออกมาก ผิวซีด คลื่นไส้ นิ้วมือ นิ้วเท้าเกร็งแข็ง กล้ามเนื้ออ่อนแรงกะทันหัน ที่อาจทำให้ลูกรักหกล้ม อารมณ์ และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง […]

โรคระบบประสาทในเด็ก

ความผิดปกติด้านการเคลื่อนไหว (Pediatric Movement Disorders) ที่เกิดขึ้นในเด็กไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีร่างกายผิดรูปต่างจากคนอื่นเสมอไป แต่อาจมาจากระบบประสาท และสมองที่มีการทำงานผิดพลาดบางอย่างส่งต่อไปยังกล้ามเนื้อ เพื่อให้ผู้ปกครองทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้ เด็กเคลื่อนไหวผิดปกติ กันมากขึ้น วันนี้ Hello คุณหมอ จึงมีข้อมูลเบื้องต้นมาฝากกันค่ะ สาเหตุที่ทำให้ เด็กเคลื่อนไหวผิดปกติ สาเหตุหลักที่เชื่อมโยงทำให้ลูกรักของคุณมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ อาจมาจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่กระทบกระเทือนสมอง การติดเชื้อ ร่างกายได้รับสารพิษ และผลข้างเคียงจากยาบางชนิด แต่ในบางกรณีก็อาจเป็นผลมาจากโรคต่าง ๆ ได้แก่ โรคสมาธิสั้น โรคย้ำคิดย้ำทำ ภาวะซึมเศร้า เพราะสาเหตุดังกล่าวสามารถเข้าไปรบกวนการส่งสัญญาณในสมอง และเส้นประสาท จนทำให้กล้ามเนื้อไม่ตอบสนองต่อคำสั่งของสมอง เด็ก ๆ จึงมีอาการกล้ามเนื้อกระตุก โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่แสดงกิริยาบางอย่างซ้ำ ๆ เช่น กระพริบตาถี่ และรวมไปถึงควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้ยาก การวินิจฉัยหาสาเหตุเมื่อ เด็กเคลื่อนไหวผิดปกติ หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าลูกรักมีอาการกระตุกบ่อยครั้ง หรือมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ คุณควรมีการจดบันทึกอาการ หรืออัดวิดีโอขณะลูกรักมีอาการกระตุก หรือมีการเคลื่อนไหวผิดปกติเอาไว้ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลให้แพทย์ทราบเพิ่มเติมก่อนการวินิจฉัย และโปรดพาเด็ก ๆ เข้ารับการตรวจอย่างละเอียดทันที โดยแพทย์จะเริ่มทำการประเมินระบบประสาท พร้อมตรวจร่างกายโดยรวมด้วย การถ่ายภาพคลื่นสนามแม่เหล็ก (MRI) การตรวจคลื่นไฟฟ้าของสมอง (EEG) และตรวจเลือด ความผิดปกติของการเคลื่อนไหวในเด็ก รักษาได้หรือไม่ จากผลการวินิจฉัยของร่างกายลูกรัก หากพบโรคที่ส่งผลต่อสมองจนทำให้พวกเด็ก […]

โรคติดเชื้อในเด็ก

หนองในแท้ในทารก เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่แพร่กระจายจากแม่สู่ลูก ทารกที่เป็นโรคหนองในมักมีอาการที่รุนแรง เช่น มีหนองไหลออกจากดวงตาและจมูก มีเลือดออกจากร่างกาย รวมไปถึงยังอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาสม หนองในแท้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ติดต่อได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยมักแพร่กระจายผ่านทางช่องคลอด ทวารหนัก และช่องปาก ซึ่งโรคหนองในสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น ๆ และอาจส่งผลต่อภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ หนองในแท้ในทารก คืออะไร โรคหนองในแท้ในทารก เกิดขึ้นจากคุณแม่ตั้งครรภ์ติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae ที่เป็นสาเหตุของโรคหนองในแท้ โรคหนองในแท้สามารถแพร่จากคุณแม่ไปสู่ลูกได้ในขณะคลอดบุตร เนื่องจากทารกอาจสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในช่องคลอด  ทารกที่ติดเชื้อหนองในแท้มักจะมีปัญหาสุขภาพอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในบริเวณดวงตา เนื่องจากเป็นบริเวณเปราะบางที่มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อมากที่สุด โดยปกติแล้วหากแพทย์ตรวจพบว่าคุณแม่เป็นโรคหนองในแท้ จะเร่งทำการรักษาให้หายขาดก่อนที่คุณแม่จะคลอดบุตร อาการของ โรคหนองในแท้ในทารก โดยปกติแล้ว โรคหนองในแท้ในทารก มักจะแสดงอาการหลังจากการติดเชื้อภายในช่วง 2 สัปดาห์แรก ซึ่งอาจมีอาการดังนี้ อาการทางดวงตา เช่น ตาแดง ตาบวม มีหนองออกจากตา อาจมีเลือดออกจากอวัยวะเพศหรือทวารหนัก แสบร้อนขณะปัสสาวะ ปวดท้องน้อย ปวดทวารหนัก อาจมีภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อจนถึงชีวิตได้ การรักษา โรคหนองในแท้ในทารก หนองในแท้สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ทางที่ดีที่สุดคือการรักษาโรคหนองในแท้ในตัวคุณแม่ตั้งครรภ์ให้หายดีก่อนที่คุณแม่จะคลอดบุตร แต่หากทารกได้รับเชื้อหนองในไปแล้ว แพทย์ก็อาจจะต้องให้ยาปฏิชีวนะทั้งกับตัวแม่และทารก การใช้ยาปฏิชีวนะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ แต่ส่วนใหญ่มักเป็นอาการที่ไม่รุนแรง เช่น มีไข้ ท้องอืด และอาหารไม่ย่อย ท้องเสีย ในบางคนอาจมีอาการแพ้ยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะเพนิซิลลิน (Penicillin) […]

ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก

โรคเซลิแอคในเด็ก เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย โดยมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดจากการสืบทอดทางพันธุกรรม เพื่อให้แน่ใจว่าลูกของคุณมีแนวโน้มเป็นโรคเซลิแอคหรือไม่ มาลองอ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้ว่าโรคเซลิแอคแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร โรคเซลิแอคในเด็ก คืออะไร? โรคเซลิแอค (Celiac disease) เป็นโรคภูมิต้านทานตนเองที่ร้ายแรง มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดจากการสืบทอดทางพันธุกรรม ซึ่งเกิดจากการกินกลูเตน คือ โปรตีนที่พบในอาหารจำพวกแป้งหรือข้าว ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันเข้าไปโจมตีลำไส้เล็กจนเกิดความเสียหายของวิลลี่ (Villi) ในลำไส้เล็ก โดยวิลลี่ (Villi) มีหน้าที่ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร เมื่อได้รับความเสียหายสารอาหารจะไม่สามรถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเหมาะสม จนอาจนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการ สูญเสียความหนาแน่นของกระดูก การแท้งบุตร ภาวะมีบุตรยาก โรคระบบประสาท หรือแม้แต่โรคมะเร็งบางชนิด ในเด็กการดูดซึมที่ผิดปกติอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กได้ อาการ โรคเซลิแอคในเด็ก อาการของโรคเซลิแอค (Celiac disease) อาจแตกต่างกันระหว่างในเด็กและผู้ใหญ่ โดยอาการที่แสดงในเด็กจะมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาทางเดินอาหารมากกว่าผู้ใหญ่ ดังนี้ คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสียเรื้อรัง ท้องบวม ท้องผูก มีแก๊ส อุจจาระสีซีด มีกลิ่นเหม็น เมื่อร่างกายไม่สามารถดูดซับสารอาหารได้อาจส่งผลต่อ การเจริญเติบโตของทารก เคลือบฟันเสียหาย น้ำหนักลดลง โรคโลหิตจาง หงุดหงิดง่าย มีอาการทางระบบประสาท เช่น โรคสมาธิสั้น ความบกพร่องทางการเรียนรู้ ปวดหัว กล้ามเนื้อขาดการประสานงาน อาการชัก หากลูกของคุณมีอาการท้องร่วง รู้สึกไม่สบายท้อง เป็นเวลานานกว่า […]

ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก

สัญญาณปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก กำลังเกิดขึ้นกับลูกของคุณหรือเปล่า! ลองมาเช็กกันดูสิว่า ระบบย่อยอาหารในเด็กคืออะไรกันนะ? แล้วถ้าลูกรักมีปัญหาระบบย่อยอาหารจะมีสัญญาณเตือนอย่างไรบ้าง? กันไว้ดีกว่าแก้ มาทำความรู้จัก สัญญาณปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก ที่คุณอาจไม่เคยรู้ในบทความนี้เลย ระบบย่อยอาหารในเด็ก มีอะไรบ้าง ระบบย่อยอาหาร ประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ทั้ง ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ตับ ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก ทำงานร่วมกันเพื่อเปลี่ยนอาหารให้เป็นของเหลว นำไปใช้เป็นพลังงานและอื่น ๆ ตามที่ร่างกายต้องการ โดยอาจใช้ ระยะเวลาในการย่อยอาหารประมาณ 2-3 โมง ขึ้นอยู่กับสิ่งที่กินเข้าไป ระบบย่อยอาหารนี้มีความสำคัญกับร่างกายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่ต้องการสารอาหารเพื่อนำไปพัฒนาส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับ ระบบทางเดินอาหารของเด็ก ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานส่วนอื่น ๆ ในร่างกายด้วยเช่นกัน สัญญาณปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก มีอะไรบ้าง? ปัญหาระบบย่อยอาหาร หมายถึงการที่ระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติ จนอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กได้ ซึ่งปัญหา ระบบย่อยอาหารในเด็ก อาจแสดงออกมาในรูปแบบอาการดังต่อไปนี้ อาเจียน การอาเจียนเป็นหนึ่งใน อาการปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก ที่พบได้บ่อยที่สุด บ่งบอกว่าเด็กอาจติดเชื้อไวรัส อาหารเป็นพิษ มีไข้สูง ตื่นเต้นมากเกินไป ประหม่า วิตกกังวล หรือการอาเจียนอาจบอกว่าเด็กมีโรคร้ายแรง เช่น […]

ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก

ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก เป็นปัญหาที่พ่อแม่ควรใส่ใจและให้ความสำคัญ ไม่เพียงแต่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อลูกน้อย แล้วปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็กอาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย วันนี้เราจึงขอนำเสนอ 5 ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก ที่พบบ่อย เพื่อเป็นตัวช่วยให้พ่อแม่เข้าใจโรคและสังเกตอาการได้อย่างตรงจุด ปัญหาระบบย่อยอาหาร ที่พบได้ในเด็ก ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กได้ ลูกของคุณอาจมีอาการ ปวดท้อง ซึ่งเป็นเพียงอาการเดียวที่ลูกสามารถสื่อสารให้คุณรับรู้ได้และถ้าลูกมีอาการปวดท้องบ่อยครั้งอยากให้คุณมั่นใจไว้ก่อนว่าลูกของคุณอาจกำลังมีปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก 5 ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก ที่พบบ่อย โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease : GERD) เกิดขึ้นเมื่อกรดในกระเพาะอาหารไหลกลับเข้าไปในท่อที่เชื่อมระหว่างปากและกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เยื่อบุหลอดอาหารระคายเคือง เด็กหลายคนอาจมีอาการกรดไหลย้อนที่ไม่รุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะ หรือบางคนอาจรุนแรงและมีอาการกรดไหลย้อนบ่อยครั้ง เพื่อช่วยลดการเกิดโรคกรดไหลย้อนในเด็กควรหลีกเลี่ยงการป้อนอาหารที่มากเกินไป จับเด็กในนั่งตรงเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงเมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว หรือปรับเพาะรถเข็น รถยนต์ เบานั่งเด็กให้อยู่ในตำแหน่งกึ่งปรับเอนก็สามารถช่วยลดกรดไหลย้อนได้ โรคลำไส้อักเสบ (Inflammatory bowel disease : IBD) โรคลำไส้อักเสบเป็นความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารมีการอักเสบเรื้อรัง ได้แก่ ลำไส้ใหญ่ มีการอักเสบและเกิดแผลตามเยื่อบุผิวของลำไส้ใหญ่ และไส้ตรง โรคโครห์น เกิดการอักเสบของเยื่อบุทางเดินอาหาร มักเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร มักมีอาการท้องร่วง เลือดออกทางทวารหนัก ปวดท้อง เหนื่อยล้า น้ำหนักลดลง เมื่อลูกของคุณมีอาการที่แย่ลงอย่างต่อเนื่องควรรีบพบหมอ เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้เช่นกัน โภชนาการที่ดีก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยลดการเกิดโรคลำไส้อักเสบ คือ การให้สารอาหารที่ครบถ้วนรับประทานง่าย เช่น […]

โรคทางเดินหายใจในเด็ก

ปัจจัยที่ส่งผลให้ลูกรักคุณต้องเจ็บป่วยจาก เชื้อไวรัสอาร์เอสวี นั้น อาจมาจากการได้รับเชื้อติดต่อผ่านทางละอองน้ำลายที่ลอยอยู่ตามอากาศ หรือตามบนวัตถุสิ่งของ รวมถึงเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ไวรัสส่งผลร้ายแรงแก่สุขภาพลูกรัก วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวม วิธีรักษาเชื้อไวรัสอาร์เอสวี ที่แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำ มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ อาการที่บ่งบอกว่าลูกติด เชื้อไวรัสอาร์เอสวี หากเป็นอาการทั่วไปลูกรักของคุณอาจเผยปฏิกิริยาออกมาในรูปแบบการไอ น้ำมูกไหล มีไข้ต่ำ คล้ายไข้หวัด แต่สำหรับกรณีที่มีการได้รับ เชื้อไวรัสอาร์เอสวี ลงไปสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง หรือลงไปยังปอด ก็อาจส่งผลให้เด็ก ๆ นั้นเสี่ยงเป็นโรคปอดบวม และหลอดลมอักเสบได้ พร้อมยังมีอาการรุนแรงต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ร่วมด้วย ไอรุนแรง หายใจเสียงหืด ที่บ่งบอกว่ากำลังหายใจไม่สะดวก หายใจเร็วถี่ อ่อนเพลีย สีผิวเปลี่ยนเป็นฟ้าซีด อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย รับประทานอาหารยาก นอกจากอาการรุนแรงข้างต้นที่กล่าวมาเด็ก ๆ บางคนอาจมีอาการหยุดหายใจ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอาการที่ร้ายแรงกับลูกรักคุณอย่างมากดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาการทั่วไปที่คล้ายไข้หวัด คุณพ่อคุณแม่ทุกคนก็ควรพาเด็ก ๆ เข้ารับการตรวจวินิจฉัยในทันที เพราะเมื่อใดที่มีการชะล่าใจ และมีการรักษาด้วยตนเองอย่างไม่ตรงจุด อาจทำให้ เชื้อไวรัสอาร์เอส วีลงเข้าสู่ปอดของลูกรักก็เป็นได้ วิธีรักษาเชื้อไวรัสอาร์เอสวี ที่แพทย์แนะนำ ก่อนดำเนินการรักษาแพทย์อาจต้องวินิจฉัยอาการเบื้องต้นด้วยการสอบถามข้อมูลจากคุณพ่อคุณแม่ พร้อมมีการฟังเสียงหายใจ และการทำงานของปอด แต่หากจะให้พบสาเหตุที่แน่ชัด […]