home

เด็กทารก

วัยทารก คือช่วงเวลาที่เปราะบางและควรได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคุณพ่อคุณแม่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงและมีความสุข เรียนรู้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับ เด็กทารก ตั้งแต่ทารกแรกเกิดถึงขวบปีแรก ทารกคลอดก่อนกำหนด ตลอดจนถึงโภชนาการสำหรับเด็กทารก และการดูแลเด็กทารก ได้ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

เด็กทารก

ทารกคลอดก่อนกำหนด คือทารกที่คลอดก่อนสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ เป็นช่วงก่อนที่การตั้งครรภ์จะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้เกิด ภาวะแทรกซ้อนของทารกคลอดก่อนกำหนด ที่อาจส่งผลในระยะสั้นหรือในระยะยาวขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของทารกและการดูแล รักษาอย่างใกล้ชิด Hello คุณหมอ จึงขอนำเสนอ ภาวะแทรกซ้อนของทารกคลอดก่อนกำหนด เพื่อให้คุณได้ทราบถึงภาวะที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของลูกน้อย ภาวะแทรกซ้อนของทารกคลอดก่อนกำหนด มีอะไรบ้าง การที่ทารกคลอดเร็วกว่าที่กำหนดอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาภายหลังได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ยิ่งทารกเกิดเร็วเท่าใดยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมากขึ้นเท่านั้น ภาวะแทรกซ้อนระยะสั้น ภาวะแทรกซ้อนของทารกคลอดก่อนกำหนดในช่วงสัปดาห์แรก อาจมีดังต่อไปนี้ ปัญหาการหายใจ ทารกที่คลอดก่อนกำหนดอาจมีปัญหาเรื่องการหายใจ เนื่องจากปอดยังไม่แข็งแรง และขาดสารลดแรงตึงผิวที่ช่วยให้ปอดขยายตัว ทำให้ปอดไม่สามารถขยายและหดตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงส่งผลให้ทารกมีอาการหายใจลำบาก นอกจากนี้ทารกบางรายก็อาจอาการหยุดหายใจเป็นเวลานาน ที่เรียกว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ปัญหาหัวใจ ปัญหาหัวใจที่พบบ่อยที่สุดใน ทารกคลอดก่อนกำหนด คือ โรคหลอดเลือดหัวใจเกิน (PDA) หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดปัญหาหัวใจล้มเหลว ความดันโลหิตต่ำ และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ซึ่งอาจต้องรักษาด้วยยาหรือการถ่ายเลือด ปัญหาสมอง ยิ่งทารกเกิดเร็วมากเท่าใด ก็ยิ่งเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกในสมองมากขึ้นเท่านั้น อาการเลือดออกในสมองสามารถหายขาดได้เอง แต่ทารกบางคนอาจมีอาการรุนแรงจนทำให้สมองได้รับบาดเจ็บได้ ปัญหาการควบคุมอุณหภูมิ ทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะสูญเสียความร้อนในร่างกายอย่างรวดเร็ว เนื่องจากร่างกายยังไม่มีไขมันเก็บสะสมไว้ ทำให้ไม่สามารถกักเก็บความร้อนไว้ในร่างกายได้ และทำให้อุณภูมิร่างกายลดต่ำลง ภาวะอุณหภูมิลลดต่ำกว่าปกติอาจนำไปสู่ปัญหาการหายใจและระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ในช่วงแรกจึงต้องอยู่ในตู้อบเพื่อรักษาอุณภูมิจนกว่าร่างกายจะโตพอและสามารถควบคุมอุณหภูมิร่างกายเองได้ ปัญหาทางเดินอาหาร ทารกคลอดก่อนกำหนด ระบบทางเดินอาหารยังไม่แข็งแรง ส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคภาวะลำไส้เน่าอักเสบ (Necrotizing enterocolitis NEC) เป็นภาวะร้ายแรงที่เซลล์เยื่อบุผนังลำไส้ได้รับบาดเจ็บ ทารกที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวสามารถลดความเสี่ยงเกิดโรคภาวะลำไส้เน่าอักเสบได้ ปัญหาเลือด เสี่ยงเกิดโรคโลหิตจางและโรคดีซ่านในทารกแรกเกิด […]

หัวข้อ เด็กทารก เพิ่มเติม

การดูแลทารก

ผิวทารกแรกเกิดมักบอบบางและแพ้ง่าย ส่งผลให้เกิดอาการผิวลอกและผิวแห้ง ซึ่งการดูแลทารกผิวแห้ง อาจเป็นเรื่องหนักใจสำหรับคุณแม่มือใหม่หลายคน ว่าจะทำอย่างไรผิวของลูกน้อยจึงจะกลับมาน่ารักสดใสอีกครั้ง Hello คุณหมอ ได้นำเทคนิคการดูแลทารกผิวแห้งมาฝาก เพื่อคลายความกังวลให้คุณแม่ทุกท่านค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านบทความนี้กันเลย สาเหตุทำให้ ทารกผิวแห้ง ปัญหา ทารกผิวแห้ง มักมีสาเหตุมาจากสิ่งแวดล้อม โรคบางชนิด หรือสภาพผิวที่บอบบางของทารกแรกเกิด ซึ่งาเหตุโดยทั่วไป มีดังต่อไปนี้ สภาพอากาศ ผิวแห้งอาจเกิดขึ้นได้ในฤดูหนาว เมื่ออุณภูมิและความชื้นลดลง ความร้อน เครื่องทำความร้อนภายในบ้านอาจเป็นตัวลดความชื้นและทำให้ผิวแห้งได้ การอาบน้ำ การอาบน้ำอุ่นเป็นระยะเวลานานอาจทำให้ ทารกผิวแห้ง ได้ หรือว่ายน้ำในสระที่มีคลอรีนก็สามารถทำให้ผิวแห้งด้วยเช่นกัน สบู่ ผงซักฟอก สบู่ ผงซักฟอง หรือแชมพูบางชนิดอาจดึงเอาความชุ่มชื้นออกจากผิวได้ สภาพผิว ผู้ที่เป็นโรคผิวหนัง กลาก โรคสะเก็ดเงิน อาจมีแนวโน้มทำให้ผิวแห้ง เวอร์นิกซ์ (Vernix) เป็นสารสีขาวเคลือบปกปิดผิวของทารกเมื่ออยู่ในครรภ์ ในทารกบางคนอาจมีเวอร์นิกซ์ติดร่างกายออกมาด้วย ซึ่งไม่เป็นอันตรายสามารถล้างออกได้ และในช่วงแรกเมื่อทารกสูญเสียเวอร์นิกซ์อาจทำให้เกิดผิวลอกใน่วงสัปดาห์แรก วิธี ดูแลทารกผิวแห้ง การอาบน้ำ การอาบน้ำเป็นกิจวัตรประจำวันหนึ่งที่มีผลต่อผิว และอาจทำให้ผิวแห้งได้ เพื่อช่วยให้ผิวลูกน้อยกลัยมาดีขึ้นอีกครั้ง คุณควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ ใช้เวลาอาบน้ำให้สั้นที่สุด เนื่องจากการอาบน้ำเป็นเวลานานอาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ ดังนั้นควรอาบน้ำให้ลูกของคุณไม่เกิน 10 นาที อาบน้ำเย็น เนื่องจากน้ำอุ่นอาจทำให้ ทารกผิวแห้ง […]

โภชนาการสำหรับทารก

อาหารที่ทารกไม่ควรกิน เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจ เพื่อการเลี้ยงดูลูกน้อยของคุณให้มีสุขภาพแข็งแรง เนื่องจากอาหารมีส่วนสำคัญอย่างมากในการพัฒนาสมองและร่างกายของลูกน้อย สำหรับคุณพ่อคุณแม่หลายคนที่กำลังเลือกอาหารเพื่อเพิ่มสารอาหารที่มีประโยชน์ให้ลูกของคุณอยู่ล่ะก็ ลองเช็กให้ดีก่อนว่า คุณกำลังให้ลูกน้อย กินอาหารเหล่านี้กันอยู่หรือเปล่า อาหารที่ทารกไม่ควรกิน มีอะไรบ้าง อาหารเป็นสิ่งสำคัญกับทารกในการพัฒนาทางร่างกายในหลายด้าน ทั้งกล้ามเนื้อและสมอง แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเริ่มป้อนอาหารอื่น ๆ เพื่อเพิ่มสารอาหารให้กับลูกน้อยของคุณควรระวัง เพราะอาจมีอาหารที่ทารกไม่ควรกินอยู่ด้วย นมวัว นมวัวไม่ควรให้เป็นอาหารหลักกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 เดือน เนื่องจากนมวัวมีโปรตีน โซเดียม และโพแทสเซียมในปริมาณมากซึ่งอาจทำให้ไตของเด็กทำงานหนักเกินไป แกทั้งนมวัวมีวิตามินและแร่ธาตุไม่มากเท่ากับนมแม่ เพื่อใช้ในการพัฒนาทางร่างกาย เครื่องดื่มรสหวาน น้ำผลไม้ น้ำอัดลม ชา กาแฟ ไม่เหมาะสมกับเด็กเนื่องจากมีน้ำตาลสูงและอาจเพิ่มความเสี่ยงฟันผุได้ การให้เด็กกินน้ำหวานมากยังอาจทำให้เด็กติดน้ำหวาน แล้วนำไปสู่โรคอ้วนในเด็กได้อีกด้วย ทารก ควรเลี่ยงน้ำผึ้ง น้ำผึ้งอาจมีสปอร์ของแบคทีเรียที่อันตราย และอาจทำให้ลูกน้อยของคุณเจ็บป่วยรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงไม่ควรให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปี กินน้ำผึ้ง เกลือ ไม่ควรใส่เกลือลงไปในอาหารของทารก เนื่องจากเกลืออาจทำให้ไตที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ของ ทารก เสียหายได้ เด็กควรได้รับเกลือจากแหล่งธรรมชาติอย่างนมแม่เท่านั้น ส่วนอาหารที่คุณไม่ควรให้ลูกน้อยกินเนื่องจากมีปริมาณเกลือที่สูงมาก เช่น เบคอน ไส้กรอก แครกเกอร์ อาหารแปรรูป ถั่วเต็มเมล็ด ไม่ควรให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี กินถั่วทั้งเม็ด เพราะอาจติดคอ ทำให้สำลักหรือหายใจไม่ออกได้ ดังนั้นจึงควรบดถั่วให้ละเอียดก่อนนำให้ถูกน้อยของคุณกิน แต่ถ้าเด็กมีอาการแพ้ถั่วควรปรึกษาแพทย์ทันที อย่าให้ ทารก กินไข่ดิบ คุณควรต้มไข่ให้สุกก่อนที่จะให้ลูกกิน เนื่องจากไข่อาจปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลา […]

โภชนาการสำหรับทารก

คุณแม่ควรทราบว่า สารอาหารสำหรับทารก มีความสำคัญต่อพัฒนาการทางด้านร่างกายของลูกน้อยอย่างมาก เพราะทารกควรได้รับคุณค่าทางอาหารอย่างเพียงพอในทุก ๆ วัน เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และเพื่อพัฒนาการทางสมอง แล้ว สารอาหารสำหรับทารก ที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร? Hello คุณหมอ จึงนำความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับสารอาหารสำหรับทารกมากฝากคุณแม่ทุกคนกันแล้ว ที่นี่เลยค่ะ เช็กตารางการฉีดวัคซีนของลูกน้อยก่อนใคร ที่นี่ สารอาหารสำหรับทารก ที่ควรกินมีอะไรบ้าง? สารอาหาร ที่ดีที่สุดสำหรับทารกในช่วง 6 เดือนแรกคือ นมแม่ ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทารกได้ดี ทารกควรได้กินนมแม่ตลอดช่วง 12 เดือนแรกเป็นอย่างน้อย ยิ่งทารกได้กินนมแม่นานเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายดีเท่านั้น เมื่อเด็กอายุ 6 เดือน การดื่มน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียว อาจทำให้ได้รับ สารอาหาร ไม่เพียงพอ จึงต้องเพิ่มอาหารชนิดอื่นเข้ามา และเริ่มแนะนำให้ให้ทารกรู้จักอาหารแข็ง คุณแม่อาจให้ทารกรับประทาน ซีเรียลสำหรับทารกผสมกับนมแม่เพื่อเสริมธาตุเหล็ก โดยไม่ต้องกลัวว่าทารกจะมีอาการแพ้นมชนิดอื่น นอกจากนี้ เด็กที่อายุ 6-8 เดือนสามารถเสริมอาหารที่เป็นพืชหรือแหล่งสารอาหารสำหรับทารกชนิดอื่นได้ ดังนี้ ผักและผลไม้ ผักและผลไม้ให้วิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ กากใย และน้ำ ซึ่งเป็น สารอาหาร ที่จะช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด ธัญพืช อาหารประเภทธัญพืช […]

โภชนาการสำหรับทารก

ทารกวัย 7 เดือน ถือเป็นช่วงวัยที่บอบบางและจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่ต้องดูให้เหมาะสมและหลากหลาย เพื่อให้ เด็ก 7 เดือน ได้รับพลังงานและสารอาหารที่ครบถ้วน เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการ แต่ อาหารเด็ก 7 เดือน มีอะไรที่กินได้และกินไม่ได้บ้างนั้น มาหาคำตอบกันได้จากบทความนี้ของ Hello คุณหมอ เลยค่ะ เด็ก 7 เดือนกินอะไรได้แล้วบ้าง เด็ก 7 เดือน เป็นช่วงวัยที่มีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวดีขึ้นมาก พวกเขาสามารถคลานได้อย่างคล่องแคล่ว หรือเริ่มตั้งไข่ได้บ้างแล้ว ทั้งยังสามารถพยุงตัวขึ้นนั่งเองได้ด้วยเช่นกัน นิ้วมือของพวกเขาก็สามารถหยิบจับสิ่งต่าง ๆ ได้คล่องขึ้นด้วย แถมในช่วงวัย 7 เดือนนี้ เด็กเริ่มมีฟันขึ้นมาหลายซี่ นั่นเองที่ทำให้เด็กทารกวัย 7 เดือน สามารถกินอาหารได้หลากหลายขึ้น ไม่ใช่แค่นมแม่ นมผง อาหารบด ผักบด ผลไม้บด เหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่พวกเขาสามารถกินอาหารที่แข็งขึ้นมาเล็กน้อยได้ เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวสวย อาหารเด็ก 7 เดือน ที่น่าลองมีอะไรบ้าง เด็ก 7 เดือน […]

โภชนาการสำหรับทารก

นมแพะ เป็นน้ำนมที่ได้จากการนำน้ำนมดิบของแพะ มาผ่านการพาสเจอไรส์ เพื่อให้สามารถดื่มได้อย่างปลอดภัย และได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งในบางครั้ง นมแพะก็มักเป็นตัวเลือกสำหรับทดแทนนมวัว อย่างไรก็ตาม นมแพะอาจจะไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกับเด็กทารกที่ร่างกายยังไม่สามารถย่อยโปรตีนจากน้ำนมได้ดีเท่าไหร่นัก และสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังพิจารณาจะให้ เด็กกินนมแพะ แทนนมแม่หรือนมผงล่ะก็ บทความนี้จาก Hello คุณหมอ จะพามาดูว่า จริง ๆ แล้ว นมแพะเหมาะกับเด็กหรือไม่ ประโยชน์ของนมแพะ นมแพะ ให้ประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก นมแพะ มีธาตุเหล็กมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จึงช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น เมื่อเทียบกับนมวัวที่มีปริมาณของธาตุเหล็กเพียง 13 เปอร์เซ็นต์ เสริมกระดูกของเด็กที่เป็นโลหิตจาง แน่นอนว่า นมแพะ ให้สารอาหารสำคัญที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงไม่ต่างไปจกนมวัว ยิ่งสำหรับเด็กที่เป็นโรคโลหิตจาง นมแพะอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากมีผลการวิจัยพบว่า เด็กที่เป็นโรคโลหิตจาง มีอาการดีขึ้นเมื่อดื่มนมแพะเป็นประจำ  เด็กกินนมแพะ ดีต่อลำไส้ มีผลการศึกษาพบว่าสารอาหารในนมแพะมีส่วนช่วยในการต้านแบคทีเรีย มากไปกว่านั้น นมแพะยังเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียชั้นดีในลำไส้ ช่วยให้ลำไส้สุขภาพดี ย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น นมแพะช่วยให้ย่อยง่าย เมื่อเปรียบเทียบกับนมวัวแล้ว พบว่า นมแพะ มีความหนาแน่นของโปรตีนที่น้อยกว่า อีกทั้งไขมันในนมแพะยังเป็นไขมันสายสั้นที่สามารถแตกตัวได้ง่าย ทำให้นมแพะสามารถย่อยได้ง่ายกว่านมวัว ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย เด็กกินนมแพะ ได้หรือไม่ เด็กสามารถกินนมแพะได้ ในกรณีที่ไม่มีอาการแพ้โปรตีนในน้ำนมวัว เนื่องจากเด็กที่แพ้โปรตีนในนมวัว มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการแพ้โปรตีนในนมแพะด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม “นมแพะไม่เหมาะและไม่ควรให้ทารกแรกเกิด หรือทารกที่มีอายุน้อยกว่า […]

โภชนาการสำหรับทารก

ทารก เป็นช่วงวัยที่ยังไม่สามารถกินอาหารได้มากเท่าไหร่นัก ดังนั้น อาหารหลักของทารกก็คือ น้ำนม ทั้งน้ำนมแม่ และนมผง แต่รู้ไหมว่า ปริมาณนมสำหรับทารก ในแต่ละวัน และในแต่ละช่วงวัย ควรอยู่ที่เท่าไหร่ ปริมาณนมมากหรือน้อยแค่ไหนจึงจะเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของทารก หากคุณสงสัยในเรื่องนี้อยู่ บทความนี้จาก Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝากแล้วค่ะ ปริมาณนมสำหรับทารก ควรเป็นอย่างไร ปริมาณน้ำนมสำหรับ ทารก นั้น สามารถจำแนกได้ตามช่วงวัย ดังนี้ เด็กแรกเกิด (สองหรือสามสัปดาห์แรก) ควรได้รับนมครั้งละ 60-90 มิลลิลิตร และควรให้นมทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง เด็กอายุ 2 เดือน ควรได้รับนมครั้งละ 120-150 มิลลิลิตร และควรให้นมทุก ๆ 3-4 ชั่วโมง เด็กอายุ 4 เดือน ควรได้รับนมครั้งละ 120-180 มิลลิลิตร สำหรับความถี่ในการให้นมของเด็กในวัยนี้ ให้พิจาณาจากรูปร่าง และน้ำหนัก เด็กอายุ 6 เดือน ควรได้รับนมครั้งละ 180-230 มิลลิลิตร และควรให้นมทุก ๆ […]

การดูแลทารก

อีกหนึ่งปัญหาของคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครอง ก็คือ ทารกน้อยลืมตาดูโลกมาแล้ว 1 เดือน แต่กลับไม่ยอมนอนตอนกลางวัน เล่นเอาวุ่นวายจนไม่เป็นอันทำอะไร หากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่ล่ะก็ อย่าเพิ่งกังวลใจไปค่ะ เพราะ Hello คุณหมอ มีสาระดี ๆ ที่จะมาช่วยให้ เด็ก 1 เดือน ที่ไม่ชอบนอนกลางวัน สามารถเข้านอนได้ง่ายขึ้นมาฝากค่ะ เด็ก 1 เดือน กับการนอน ทารกเป็นช่วงวัยที่จำเป็นต้องมีการพักผ่อนอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะทารกที่มีอายุระหว่าง 0-3 เดือน ควรจะนอนหลับให้ได้ประมาณ 14-17 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งแบ่งเป็นนอนตอนกลางคืน 8 ชั่วโมง และตอนกลางวันประมาณ 7 ชั่วโมง ทำไม เด็ก 1 เดือน ไม่นอนกลางวัน วัยผู้ใหญ่เวลานอนไม่หลับ ไม่ค่อยนอน หรือนอนไม่พอ ก็มีหลายเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป สำหรับ ทารก 1 เดือน ก็เช่นกัน การไม่ค่อยนอนกลางวันของเด็กวัยนี้ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ทารกรู้สึกหิว เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อย อาจเกิดจากการที่นมย่อยไวเกินไป มีการเว้นระยะห่างในการให้เด็กกินนมนานเกินไป หรือเด็กกินนมน้อยเกินไป […]

โภชนาการสำหรับทารก

ทารกที่มีอายุได้ 5 เดือน แม้จะเป็นระยะเวลาเกือบครึ่งหนึ่งของขวบปีแล้ว แต่ก็ยังถือว่าเป็นช่วงวัยของความบอบบาง จำเป็นต้องได้รับการเอาใจใส่จากคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกับเรื่องอาหารการกินของ ทารก 5 เดือน นี้ ต้องระมัดระวังและใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และพร้อมสำหรับการเจริญเติบโต บทความนี้จาก Hello คุณหมอ มีคำแนะนำดี ๆ สำหรับการดูแลเรื่องอาหารการกินของ เด็ก 5 เดือน มาฝากค่ะ อาหารที่เหมาะสำหรับ เด็ก 5 เดือน ทารก 5 เดือน บางคนอาจเริ่มมีฟันน้ำนมขึ้นบ้างแล้ว แต่สำหรับบางคนอาจมีฟันขึ้นเมื่ออายุได้ 1 ปี หรืออย่างเร็วที่สุดก็คือ มีฟันซี่แรกขึ้นตั้งแต่ 3 เดือนแรก อย่างไรก็ตาม การมีฟันขึ้นของทารกที่อายุยังไม่ถึงขวบปี หรืออายุเพียง 5 เดือนนี้ ไม่ได้หมายความว่าทารกพร้อมสำหรับการรับประทานอาหารที่ต้องมีการบดเคี้ยวแล้ว เพราะทารกในวัย 5 เดือนนี้ ยังจำเป็นที่จะต้องได้รับอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนอยู่ โดยอาหารต่อไปนี้ เป็นอาหารที่ช่วยให้เด็กรับประทานได้ง่าย และได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เหมาะสมแก่การเจริญเติบโต นมแม่ ถือเป็นน้ำนมที่ดีที่สุดสำหรับ ทารก 5 […]

การดูแลทารก

ปัญหา ดูดนมจากขวด  เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความหนักอกหนักใจให้กับผู้เป็นแม่ไม่ใช่น้อย เพราะเด็กน้อยไม่สามารถพูดหรือสื่อสารให้เราเข้าใจได้ ดังนั้น คนเป็นแม่อย่างเราจึงต้องคอยสังเกตอาการลูกน้อยอย่างใกล้ชิด บทความนี้ Hello คุณหมอ นำเคล็ดลับที่จะช่วยให้ลูกน้อยยอมกินนมจากขวดมาฝากกันค่ะ จะมีเคล็ดลับอะไรที่น่าสนใจบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย  ลูกน้อยไม่ดูดนมจากขวด เกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่นะ? การที่  ลูกน้อยดูดนมจากขวด เกิดจากหลายสาเหตุหลายปัจจัยด้วยกัน สิ่งสำคัญ คือ คุณแม่ต้องคอยสังเกตอาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา โดยมีวิธีการสังเกตง่าย ๆ ดังต่อไปนี้  ลูกน้อยอิ่ม หรือไม้่มีความรู้สึกหิวมากพอที่ต้องกินนม มีอาการไม่สบายท้อง เช่น จุกเสียด ท้องอืด จึงไม่สามารถกินนมเพิ่มได้ รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว ลูกน้อยเพิ่งหย่านม และรู้สึกคุ้นชินกับการกินนมจากเต้า เนื้อสัมผัสและรสชาติของนมเปลี่ยนไปจากเดิม  ลูกน้อยไม่ชอบเนื้อสัมผัสของจุกนม สัญญาณเตือน ที่บ่งบอกว่าลูกน้อยมีปัญหาเกี่ยวกับการกิน ขวดนม หากลูกน้อยแสดงพฤติกรรมดังต่อไปนี้ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าลูกน้อยของคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการกินนมขวด  ปิดปากแน่นสนิท ไม่ยอมเปิดปากกินขวดนม มีอาการไอ หรือนมกระเซ็นออกขณะกินนม กินนมน้อยกว่าปกติ  น้ำนมไหลออกมาจากปาก แหวะนมบ่อย ร้องไห้ทุกครั้งที่กำลังให้นม หรือมองเห็น ขวดนม อมหัวนมไว้ในปาก แต่ไม่ยอมดูดนมต่อ  หันหลังให้ขวดนม  เคล็ด (ไม่) ลับ ฝึกให้ลูกน้อยกินนมจากขวด การให้ลูกน้อยดูดนมจากขวด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้คุณแม่ลูกอ่อน สะดวกและประหยัดเวลามากขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้ลูกน้อยปรับตัวเปลี่ยนจากกินนมจากเต้ามาดูดนมขจากขวดได้ เรานำเราจึงนำวิธีที่จะช่วยฝึกให้ลูกน้อยดูดนมจากขวดกันค่ะ ค่อย ๆ ปรับการให้นมลูกน้อยจากเต้า เปลี่ยนมาให้ดูดนมจากขวดแทน รอจนกว่าลูกน้อยจะรู้สึกหิวจึงให้ดูดนมจากขวด และให้ลูกกินนมในช่วงเวลาที่สม่ำเสมอ  ลองปรับเปลี่ยนขนาดและรูปของขวดนม รวมถึงจุกนมแบบต่าง ๆ เพื่อดูว่าลูกของคุณตอบสนองต่อขวดนมและจุกนมแบบไหนน

ขวบปีแรกของลูกน้อย

ทารกหายใจเร็ว และถี่กว่าผู้ใหญ่นั้นถือเป็นเรื่องที่ปกติ ในบางจังหวะอาจมีบ้างที่พวกเขามีอัตราการหายใจเร็ว แต่ก็กลับมาหายใจในจังหวะที่ปกติ เรื่องเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่ปกติ วันนี้ Hello คุณหมอ มีบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ทารกแรกเกิดหายใจเร็ว ปกติ หรือควรกังวล การหายใจแบบใดที่ควรปรึกษาคุณหมอ ทารกแรกเกิดหายใจเร็ว เกิดจากอะไรได้บ้าง ทารกหายใจเร็ว ถือเรื่องปกติที่เกิดขึ้น เนื่องจากร่างกายของพวกเขาต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น บางครั้งเมื่อเขาออกแรงอย่างเช่น การคลาน การร้องไห้ ทำให้พวกเขาต้องการออกซิเจน อัตราการหายใจก็เร็วขึ้นด้วย โดยปกติแล้ว ทารกหายใจเร็ว นั้นไม่ใช่เรื่องอันตราย ตราบใดที่พวกเขากลับมาหายใจในอัตราที่ปกติ แต่ก็ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้ ทารกหายใจ ได้เร็ว เช่น ภาวะหายใจลำบากชั่วขณะในทารกแรกเกิด (Transient tachypnea of the newborn หรือ TTNB) ภาวะหายใจลำบากชั่วขณะในทารกแรกเกิด ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดในทารกที่มีอายุไม่เกิน 9-10 เดือน โดยปกติแล้วทารกแรกเกิดจะมีการขับของเสียออกจากปลอดหลังคลอด แต่สำหรับทารกที่มีภาวะนี้จะขับของเสียของจากปอดได้ไม่ดี ทำให้ร่างกายรับออกซิเจนไม่เพียงพอ จนส่งผลให้ ทารกหายใจเร็ว เพื่อที่จะได้รับออกซิเจนเข้าร่างกายมากขึ้น อารมณ์เสีย ทารกหายใจเร็ว เมื่อพวกเขารู้สึกอารมณ์ไม่ดี ไม่ว่าจะเกิดจาก การโมโห โกรธ หรืออารมณ์ฉุนเฉียว ซึ่ง ทารกหายใจเร็ว ที่เกิดจากอารมณ์จะหายใจมากกว่า […]

x