home

เด็กทารก

วัยทารก คือช่วงเวลาที่เปราะบางและควรได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคุณพ่อคุณแม่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงและมีความสุข เรียนรู้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับ เด็กทารก ตั้งแต่ทารกแรกเกิดถึงขวบปีแรก ทารกคลอดก่อนกำหนด ตลอดจนถึงโภชนาการสำหรับเด็กทารก และการดูแลเด็กทารก ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

เด็กทารก

การนอนของทารก อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน และอาจขึ้นอยู่กับช่วงอายุด้วย โดยทารกมักนอนมากที่สุดในช่วงแรกเกิด แต่จะนอนหลับไม่นาน หรือหลับ ๆ ตื่น ๆ  ตลอดทั้งวัน เมื่อทารกเติบโตขึ้น ระยะเวลาในการนอนกลางวันจะค่อย ๆ ลดลง และจะนอนในตอนกลางคืนได้นานขึ้น และมักหลับจนถึงเช้าโดยไม่ตื่นกลางดึก การนอนของทารก เป็นอย่างไร โดยทั่วไปทารกแรกเกิดจะนอนหลับในตอนกลางวันประมาณ 8-9 ชั่วโมง และนอนหลับในตอนกลางคืนประมาณ 8 ชั่วโมง แต่อาจนอนหลับครั้งละไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง เมื่อทารกอายุประมาณ 3 เดือน อาจนอนหลับในช่วงเวลากลางคืนได้นานขึ้น คือประมาณ 6-8 ชั่วโมง โดยไม่ตื่นกลางดึก และเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน ทารกมักจะนอนหลับได้ตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการง่วงนอนของทารกได้จากพฤติกรรม เช่น ขยี้ตา มองไปรอบ ๆ หาว งอแง ทารกควรนอนมากแค่ไหน ทารกแต่ละคนอาจต้องการระยะเวลาในการนอนหลับที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการนอนโดยเฉลี่ยที่ทารกควรได้รับตลอด 24 ชั่วโมง อาจเป็นดังนี้ ทารกแรกเกิด ส่วนใหญ่จะมีระยะเวลาช่วงนอนหลับมากกว่าช่วงตื่นนอน ทารกแรกเกิดอาจนอนหลับ 8-18 ชั่วโมง ทารกบางคนอาจตื่นกลางดึกเพราะหิว […]

หัวข้อ เด็กทารก เพิ่มเติม

ขวบปีแรกของลูกน้อย

วัยทารก เป็นวัยที่สำคัญของพัฒนาการทางร่างกาย สมอง สติปัญญา สังคม และอารมณ์ ผ่านการเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวและการฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ตามช่วงอายุอย่างเหมาะสม โดยพ่อแม่มีส่วนช่วยสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ของทารก การดูแลทางร่างกายและโภชนาการอาหาร ร่วมถึงการป้องกันปัญหาสุขภาพทารก จึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรใส่ใจเพื่อพัฒนาการของทารกที่สมบูรณ์ วัยทารก พัฒนาการที่สำคัญ วัยทารก คือ วัยตั้งแต่แรกคลอดจนถึง 1 ปี ในช่วงวัยนี้จะเป็นช่วงที่สำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและร่างกาย เป็นวัยแห่งการเรียนรู้และฝึกฝนจากสิ่งรอบตัวโดยเฉพาะจากพ่อแม่ เนื่องจาก วัยทารกต้องการความรักและความอบอุ่นจากพ่อแม่ ซึ่งเป็นตัวช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการของทารกให้ดียิ่งขึ้น พัฒนาการที่สำคัญของวัยทารก คือ การฝึกฝนทักษะด้านต่าง ๆ เช่น การยิ้มครั้งแรก การโบกมือ การเดินก้าวแรก ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ควรเกิดขึ้นตามช่วงวัยอย่างเหมาะสม โดยเรียนรู้ผ่านการพูด พฤติกรรมพ่อแม่ หรือคนในรอบตัว ซึ่งทารกอาจแสดงพฤติกรรมเลียนแบบ โต้ตอบด้วยการพูด เคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การชี้มือเพื่อสื่อสาร คลาน เดิน กระโดด เป็นทักษะที่เกิดขึ้นตามลำดับของพัฒนาการทารก ในปีแรกทารกจะมีพัฒนาการทางสมองและสติปัญหาอย่างมาก เป็นกระบวนการเรียนรู้ด้านภาษา ความคิด การใช้เหตุผลและความจำ ทารกอาจเริ่มพูดเพื่อสื่อสารถึงอารมณ์หรือความต้องการในขณะนั้น โดยอาจพูดโต้ตอบไม่เป็นคำหรืออาจพูดเป็นคำสั้น ๆ เช่น กิน หิว แม่หรือพ่อ […]

ขวบปีแรกของลูกน้อย

ทารก1เดือน อยู่ในช่วงขวบปีแรก ที่ออกจากท้องของมารดามาเผชิญกับโลกภายนอก หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในท้องถึง 9 เดือน ถึงแม้ว่าทารกจะมีอายุเพียง 1 เดือน แต่คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตถึงพัฒนาการและการเจริญเติบโตได้จากปฏิกิริยาการตอบสนอง เช่น การดูดนม น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น สะดุ้งตกใจเสียงรอบด้าน ซึ่่งนับว่าเป็นสัญญาณเตือนที่ดีที่บ่งบอกได้ว่า ทารกของคุณพ่อคุณแม่กำลังเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง พัฒนาการของ ทารก1เดือน พัฒนาการของทารก1เดือน คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้การเปลี่ยนแปลง ดังต่อไปนี้ พัฒนาการทางกายภาพ ทารกอาจมีการตอบสนองตามธรรมชาติ เช่น การดูดนมแม่ด้วยตัวเอง เพียงแค่คุณแม่ช่วยเหลือเล็กน้อยด้วยการนำหัวนมใส่เข้าปากทารก ทารกอาจได้ยินเสียงที่ชัดเจนจนสามารถกางแขนกางขาเวลาสะดุ้ง  นอกจากนี้ ทารกยังมีสัญชาตญาณการเดินแม้จะอายุเพียง 1 เดือน โดยคุณแม่สังเกตได้ตอนอุ้มทารกยืน เพราะขาของทารกจะพยายามยืดทรงตัว หรือเหมือนพยายามก้าวไปข้างหน้า ทารกช่วงวัยนี้อาจมีการมองเห็นได้ดีในระยะ 2 ฟุต และชอบมองวัตถุที่มีสีสันตัดกัน เช่น ขาวดำ และอาจมองตามวัตถุที่อยู่ตรงหน้าหรือตามเสียงที่ได้ยิน ทารก 1 เดือนอาจมีกระดูกบริเวณคอที่ยังไม่แข็งแรง ไม่อาจตั้งศีรษะได้ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรประคองใต้ศีรษะทารกทุกครั้งที่เมื่ออุ้มขึ้น และกระตุ้นความแข็งตัวของกระดูกทารก โดยอาจให้ทารกนอนคว่ำบนที่นอนและพูดคุยกับทารก เพื่อให้ทารกเงยหน้า ตั้งศีรษะ และหันศีรษะไปในทิศทางตามเสียงที่ได้ยิน พัฒนาการด้านการสื่อสาร ทารก 1 เดือน อาจสื่อสารโดยการร้องไห้ให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับรู้ ซึ่งการร้องไห้ของทารกอาจหมายถึงความไม่สบายตัว หิว ผ้าอ้อมเปียกชื้น ปกติทารกจะร้องไห้ระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ […]

ขวบปีแรกของลูกน้อย

คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตความเปลี่ยนแปลงของการเจริญเติบโตและ พัฒนาการทารก 3 เดือน ได้ชัดเจนมากขึ้นทารกวัย 3 เดือนจะเริ่มมีการตอบสนองมากขึ้น เช่น การยิ้ม แสดงกิริยาอยากพูดุย เริ่มมองตามสิ่งรอบตัวที่อยู่ตรงหน้า เพื่อกระตุ้นพัฒนาการให้ทารกอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการเรียนรู้ และการจดจำ คุณพ่อคุณแม่จึงควรศึกษาถึงวิธีการเลี้ยงดูลูกอย่างเหมาะสม พัฒนาการทารก 3 เดือน  พัฒนาการทารก 3 เดือนที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ มีดังนี้ พัฒนาการด้านกายภาพ  ทารกหลังคลอดอาจมีการสั่นของศีรษะเนื่องจากยังมีกระดูกไม่แข็งแรง แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงเดือนที่ 3 กระดูกของทารกโดยเฉพาะบริเวณคอที่เชื่อมกับศีรษะอาจเริ่มแข็ง เพื่อเริ่มควบคุมศีรษะไม่ให้สั่นไปมาได้ อีกทั้งยังอาจมีการเตะแขนเตะขา เอามือทั้ง 2 ข้างเข้าหากัน กำมือ เอื้อมมือเล่นของเล่น และอาจเริ่มพลิกตัวด้วยตัวเอง หากคุณพ่อคุณแม่อยากเช็กพัฒนาการด้านกายภาพทารก อาจนำของเล่นยื่นให้ทารกเพื่อดูการตอบสนองว่ามีการเอื้อมแขนออกมาหยิบจับหรือไม่ พัฒนาการด้านการได้ยินและการมองเห็น ทารกอาจเริ่มได้ยินเสียงอาจเริ่มหันศีรษะหรือมองตามเสียงที่ได้ยิน เพราะทารกตั้งแต่อายุ 3 เดือนขึ้นไปเริ่มมีการประสานงานของดวงตาได้ดีขึ้น และสามารถเริ่มจดจำรายละเอียดในสิ่งที่มองเห็นหรือได้ยินได้ การสื่อสาร  เมื่อทารกเริ่มมีพัฒนาการด้านการได้ยินและการมองเห็น ทารกอาจตอบสนองหรือแสดงกิริยาสื่อสารออกมาว่ารู้สึกอย่างไร เช่น การยิ้ม เปล่งเสียงพูดคุย หรือร้องไห้หากทารกรู้สึกหิวหรือไม่สบายตัว มีไข้ และอาจส่งเสียงตอบสนอง คณพ่อคุณแม่ควรเสริมพัฒนาการด้วยการพูดคุยกับลูกให้มากขึ้น เพื่อฝึกให้ลูกโต้ตอบสื่อสารได้ไว การพลิกตัว ทารกอาจมีกล้ามเนื้อ ข้อสะโพก ข้อเข่า ที่แข็งแรงและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้ทารกอาจพลิกตัวได้ เพื่อความปลอดภัยป้องกันการบาดเจ็บของทารกควรจัดพื้นที่มีความนิ่มเอาไว้ให้ทารกนอนเล่น เผื่อทารกพลิกตัวกะทันหัน ทารกศีรษะตั้ง  ทารกอาจมีกระดูกที่แข็งแรงขึ้น ทำให้ยกศีรษะขณะนอนหงายและค้างไว้หลายนาทีได้ บางครั้งอาจเห็นทารกดันหน้าอกขึ้นขณะนอนคว่ำ กระดูกและกล้ามเนื้อของทารกกำลังพัฒนา […]

โภชนาการสำหรับทารก

เมื่อทารกอายุได้ 6 เดือน การให้เด็กกินนมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ คุณแม่จึงควรเริ่มศึกษาถึงการ เตรียมอาหารให้ลูก 6 เดือน และฝึกให้ลูกรับประทานอาหารแข็ง เพื่อให้ได้รับสารอาหารนำไปช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโต เสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่สุขภาพและพัฒนาการของร่างกาย อาหารที่เหมาะสำหรับลูก 6 เดือน  อาหารที่ลูก 6 เดือนควรได้รับ มีดังนี้ อาหารประเภทแป้ง อาหารประเภทแป้งประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต ที่เป็นพลังงานที่ดีส่งเสริมให้ทารกแข็งแรง แต่ควรรับประทานร่วมกับผักผลไม้ ธัญพืช เพื่อช่วยให้ลูกย่อยอาหารได้ง่าย อาหารประเภทแป้งที่ลูก 6 เดือน อาจรับประทานได้ ได้แก่ ข้าวโอ๊ต พาสต้า ข้าว มันฝรั่ง ข้าวโพด ข้าวต้ม ขนมปัง เป็นต้น ซึ่งคุณแม่ควรนำมาปั่น บด หรือปรุงผสมกับนม เพื่อให้เกิดความนิ่มและรับประทานได้ง่ายขึ้น อาหารประเภทโปรตีน โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ เซลล์ และช่วยนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงอวัยวะทั่วร่างกาย และสร้างแอนติบอดีให้ร่างกายลูกต่อสู้กับการติดเชื้อ ลดความเสี่ยงจากเป็นไข้ เจ็บป่วย อาหารที่มีโปรตีน ได้แก่ ไก่ ไข่ เนื้อวัว เนื้อหมู ปลา เต้าหู้ ถั่ว คุณแม่ควรปรุงอาหารให้สุดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ และควรสังเกตว่าลูกมีอาการแพ้หรือไม่ […]

การดูแลทารก

ผดร้อน ทารก พบบ่อยในทารกแรกเกิดช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด เนื่องจาก ท่อเหงื่อของทารกยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงอาจทำให้เหงื่ออุดตันในรูขุมขนง่ายขึ้นและเกิดเป็นผดร้อน ลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ สีแดง อาจมีอาการคันหรือแสบร้อน โดยปกติไม่ทำให้มีไข้ มักพบบริเวณลำตัว คอ บริเวณข้อพับ และบริเวณใต้เสื้อผ้าที่เสียดสีหรือไม่ระบายอากาศ การดูแลทารกจึงอาจช่วยป้องกันผดร้อนที่ระคายเคืองผิวทารกได้ ผดร้อน ทารก เกิดขึ้นได้อย่างไร ผดร้อน ทารก เป็นอาการผดผื่นที่เกิดขึ้นบนผิวหนังของทารก อาจทำให้มีตุ่มเล็ก ๆ สีแดง มีอาการแสบร้อนและคัน เนื่องจาก ความร้อนที่สูงเกินไป มักเกิดขึ้นบริเวณหลัง หน้าท้อง คอ หน้าอก ขาหนีบ หรือรักแร้ โดยสาเหตุอาจเกิดจากการที่ทารกยังมีต่อมเหงื่อขนาดเล็ก และร่างกายของทารกยังไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ได้ ทำให้เหงื่อสะสมอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ทารกจึงมีแนวโน้มเป็นผดร้อนมากกว่าวัยผู้ใหญ่ นอกจากนี้ การสวมใส่เสื้อผ้าของทารกที่คับแน่นเกินไป การห่อตัว หรือการห่มผ้าห่ม ก็อาจทำให้เกิดความร้อนและเกิดผดร้อน ทารกได้เช่นกัน ผดร้อนแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ ผดผื่นชนิดตุ่มน้ำใส (Miliaria Crystallina) เกิดจากการอุดตันของท่อต่อมเหงื่อในชั้นผิวของหนังกำพร้า มักพบในทารกแรกเกิดที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมอบอุ่นและชื้น เช่น การห่อตัว การห่มผ้า เนื่องจาก ต่อมท่อเหงื่อยังเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ทำให้เหงื่ออาจอุดตันได้ง่าย […]

ขวบปีแรกของลูกน้อย

ทารกแรกเกิด หมายถึงทารกที่อยู่ในช่วงอายุ 0-3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่สมองของเด็กจะทำงานเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อส่งเสริมด้านพัฒนาการทางกายภาพ การเรียนรู้ การจดจำ อารมณ์ แต่ถึงอย่างไร การเจริญโตและพัฒนาการเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพหากคุณพ่อคุณแม่เอาใจใส่กับการดูแลเพิ่มทักษะให้เหมาะสมกับวัยของทารก ลักษณะทารกแรกเกิด  หลังจากคลอดออกจากท้องของมารดาได้ไม่นานทารกแรกเกิดอาจมีลักษณะทางกายภาพบางอย่างที่เปลี่ยนไป แต่อาจกลับมาเป็นปกติได้ภายในไม่กี่วัน ลักษณะของทารกแรกเกิดมีดังนี้ ดวงตา ระหว่างการคลอดบุตรอาจมีแรงกดทับที่เปลือกตาและ ใบหน้า ทำให้ทารกแรกเกิดอาจมีอาการตาบวมหรือใบหน้าบวมได้ชั่วคราว บางครั้งดวงตาของทารกแรกเกิดอาจแยกออกจากกัน หรือที่เรียกว่าอาการตาเหล่ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในทารกแรกเกิดและจะหายไปได้เองภายใน 3 เดือน หากเกินกว่านี้ดวงตาทารกยังไม่กลับมาเป็นปกติควรแจ้งให้คุณหมอทราบอย่างทันท่วงที ศีรษะ การบีบตัวของช่องคลอดอาจส่งผลให้กระดูกศีรษะทารกเคลื่อน ส่งผลให้ศีรษะเป็นรูปทรวงกรวยและยาว ยิ่งโดยเฉพาะหากคุณแม่ใช้เวลาคลอดนาน ทารกแรกเกิดส่วนใหญ่มีกระหม่อมของศีรษะที่ยังไม่สมานตัวกัน ซึ่งอาจใช้ระยะเวลา 1 ปี กว่ากระหม่อมของทารกจะสมานตัวถูกห่อหุ้มด้วยเนื้อเยื่อที่แข็งแรง การปรับท่านอนของทารกอาจสามารถช่วยทำให้ศีรษะของทารกมนและกลมขึ้นได้ภายใน 2-3 วัน สำหรับทารกที่คลอดโดยนำแขนขาออกก่อน ศีรษะทารกอาจมีรูปทรงกลมตั้งแต่กำเนิด ขาและขา แขนและขาของทารกอาจมีความโค้งงอหรือบวมได้เนื่องจากความแคบของช่องมดลูกระหว่างการคลอด  แต่กระดูกแขนและขานั้นอาจยืดได้เองเมื่อเติบโตขึ้น ผิว ทารกแรกเกิดอาจมีจุดสีขาวเล็ก ๆ หรือที่เรียกว่าสิวข้าวสาร ซึ่งเกิดจากการพัฒนาการของต่อมเหงื่อไม่เต็มที่ส่งผลให้เกิดการอุดตัน ส่วนใหญ่สิวข้าวสารมักขึ้นบนผิวหนังบริเวณจมูก คาง แก้ม ลำตัว แขน ขา ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตราย และอาจหายไปได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอดทารกอาจมีอาการผิวลอก ผิวแห้ง […]

ขวบปีแรกของลูกน้อย

เด็กทารก หมายถึง เด็กในช่วงอายุ 0-12 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กมีพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและการเรียนรู้จากสิ่งรอบตัวอย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตพัฒนาการ รวมถึงสิ่งผิดปกติต่าง ๆ ที่อาจเกิดกับลูกน้อย ทั้งเรื่องการเจริญเติบโต การรับประทานอาหาร การสื่อสาร หากพบความผิดปกติใด ๆ ควรรีบปรึกษากุมารแพทย์ เพื่อรักษาหรือรับมือได้อย่างทันท่วงที เด็กทารก คือช่วงวัยใด  เด็กทารก หมายถึง เด็กในช่วงอายุ 0-12 เดือน เด็กวัยนี้จะมีพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อย่างน้ำหนักและส่วนสูง รวมถึงพัฒนาการด้านการเรียนรู้ที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเดือน เช่น การก้าวครั้งแรก การยืน การนั่ง การส่งเสียงอ้อแอ้ โดยปัจจัยที่อาจส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก ได้แก่ สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู และโภชนาการ อย่างไรก็ตาม เด็กทารกบางคนอาจมีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตเด็กทารกอยู่เสมอ เพราะอาจมีสัญญาณเตือนบางอย่างว่าเด็กมีความบกพร่องด้านใดด้านหนึ่ง จึงส่งผลให้มีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน พัฒนาการเด็กทารก  พัฒนาการที่สำคัญของทารกในแต่ละเดือน มีดังต่อไปนี้  พัฒนาการด้านน้ำหนักและส่วนสูง  ส่วนสูงและน้ำหนักของเด็กทารกควรอยู่ในเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ อายุ น้ำหนักชาย น้ำหนักหญิง ส่วนสูงชาย ส่วนสูงหญิง 1 เดือน 4.5 กก. 4.2 กก. 54.7 ซม. 53.7 ซม. 2 เดือน 5.6 กก. 5.1 กก. 58.4 ซม. 57.1 ซม. 3 เดือน 6.4 กก. 5.8 กก. 61.4 ซม. 59.8 […]

ขวบปีแรกของลูกน้อย

พัฒนาการทารก เริ่มต้นตั้งแต่แรกเกิดและพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วง 12 เดือนแรก ทารกมักเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ผ่านการโต้ตอบและการสื่อสารกับพ่อแม่หรือผู้ดูแล รวมทั้งการเล่นหรือของเล่นที่ช่วยฝึกกระบวนการคิด การเคลื่อนไหว การแสดงอารมณ์ และอื่น ๆ โดยพัฒนาการทารกจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละช่วงวัยหรือช่วงเวลาของการฝึกฝนขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องการส่งเสริมพัฒนาการทารกในด้านใด เช่น การเดิน การพูด การเรียนรู้ภาษา การเข้าสังคม เป็นต้น พัฒนาการทารกที่สำคัญ พัฒนาการด้านต่างๆ ที่ทารกควรได้รับการเรียนรู้และฝึกฝน มีดังนี้ การเคลื่อนไหวร่างกายโดยรวม เป็นการฝึกฝนร่างกาย สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การประสานงาน และการควบคุมกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ รวมถึงการสร้างทักษะในด้านต่าง ๆ ให้ทารกได้เกิดกระบวนการเรียนรู้และฝึกฝน เช่น การคลาน การนั่ง การเคลื่อนไหวของร่างกายขนาดเล็ก ฝึกฝนการประสานงาน และการควบคุมกล้ามเนื้อขนาดเล็ก รวมถึงทักษะในด้านต่าง ๆ เช่น การหยิบหรือจับสิ่งของขนาดเล็กหรืออาหาร เพื่อฝึกควบคุมกล้ามเนื้อมือและนิ้วให้สมดุลมากขึ้น และเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วขึ้น การมองเห็น สร้างพัฒนาการด้านการมอง เรียนรู้ระยะใกล้และไกลเพื่อให้ทารกเข้าใจในสิ่งที่เห็น การได้ยิน สร้างพัฒนาการและความสามารถในการได้ยิน การฟัง และเข้าใจเสียง สามารถแยกแยะเสียงต่าง ๆ ได้มากขึ้น การพูดและภาษา สร้างพัฒนาการในการฟังเสียงที่ประกอบขึ้นเป็นคำพูดและเข้าใจในคำเหล่านั้น พฤติกรรมทางสังคมและความเข้าใจ สร้างพัฒนาการในการเรียนรู้สิ่งรอบตัว และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น รวมถึงทักษะในการเล่น และการสื่อสาร ทารกบางคนมีพัฒนาการล่าช้าซึ่งอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวหรือถาวร อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การคลอดก่อนกำหนด เจ็บป่วย […]

โภชนาการสำหรับทารก

อาหารเด็ก ควรมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ และควรเริ่มให้เด็กหัดรับประทานอาหารที่หลากหลาย โดยโภชนาการสำหรับเด็กใช้หลักการเดียวกับโภชนาการสำหรับผู้ใหญ่ ควรประกอบไปด้วยสารอาหารที่หลากหลายและครบ 5 หมู่ แต่อาจแตกต่างกันด้านปริมาณที่ควรได้รับ  อาหารเด็ก คืออะไร  เมื่อเด็กอายุครบ 6 เดือน นมแม่อาจให้สารอาหารได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของเด็ก จึงอาจต้องเริ่มให้เด็กได้ลองรับประทานอาหารเด็ก หรืออาหารแข็ง เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารเพิ่มขึ้น และครบ 5 หมู่ ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ เพราะสารอาหารเหล่านี้สำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก  โภชนาการที่ดีสำหรับเด็ก  โภชนาการเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในการช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต และพัฒนาการตามวัยของเด็ก โดยเด็กแต่ละช่วงวัย อาจต้องการอาหารเด็กและพลังงานในปริมาณต่อไปนี้ เด็กผู้หญิงอายุ 2-4 ปี เด็กผู้ชายอายุ 2-4 ปี  โปรตีน 56-113 กรัม  โปรตีน 56-142 กรัม  ผลไม้ 1-1.5 ถ้วย ผลไม้ 1-1.5 ถ้วย ผัก 1-1.5 ถ้วย ผัก 1-1.5 ถ้วย ธัญพืช 85-142 กรัม  ธัญพืช 85-142 กรัม  ผลิตภัณฑ์นม 2-2.5 ถ้วย ผลิตภัณฑ์นม 2-2.5 ถ้วย    เด็กผู้หญิงอายุ 5-8 ปี  เด็กผู้ชายอายุ 5-8 ปี  โปรตีน […]

เด็กทารก

ไข้หวัด  เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในจมูกและลำคอ หากทารกเป็นหวัด อาจทำให้มีอาการไอ จาม หรือเจ็บคอ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายในทารกที่ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์ จึงอาจส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อไวรัสได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรรู้วิธีดูแลทารก และปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ทารกเป็นหวัด จะได้รับมือได้อย่างเหมาะสม สาเหตุที่ทำให้ทารกเป็นหวัด ทารกเป็นหวัด มีสาเหตุจากการติดเชื้อที่จมูกและลำคอ ซึ่งไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคหวัดนั้นมีมากกว่า 200 ชนิดเมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางปาก ตา และเกิดการติดเชื้อ ร่างกายของทารกจะสร้างระบบภูมิคุ้มกันเพื่อกำจัดไวรัสเหล่านั้น แต่ร่างกายของทารกอาจยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันไวรัสบางชนิดได้อย่างเพียงพอ จนอาจทำให้ทารกเป็นหวัดและมีอาการที่รุนแรงขึ้นได้ โดยทารกอาจติดเชื้อไวรัสได้จากปัจจัยเหล่านี้ การสัมผัสกับสิ่งของที่ปนเปื้อนไวรัส ไวรัสสามารถอาศัยอยู่บนพื้นผิวสิ่งของได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ถึง 7 วัน อย่างไรก็ตาม ไวรัสก่อโรคส่วนใหญ่จะสามารถทำให้ติดเชื้อได้ ภายใน 24 ชั่วโมงแรกที่ปนเปื้อนพื้นผิว ซึ่งทารกสามารถติดเชื้อไวรัสได้จากของเล่น หรือของใช้ที่ปนเปื้อนไวรัสได้ การแพร่เชื้อไวรัสจากคนสู่คนในอากาศ เมื่อผู้ที่เป็นไข้หวัด ไอ จาม หรือพูดคุย สามารถทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายไปในอากาศได้ และหากทารกสัมผัสเชื้อเหล่านั้น ก็อาจทำให้ทารกเป็นหวัดได้ โดยเชื้อไวรัสก่อโรคจะแพร่กระจายสู่ทารกผ่านทางปาก ตา และจมูก อาการทารกเป็นหวัด สัญญาณของทารกเป็นหวัดที่พบบ่อยคือ อาการคัดจมูก น้ำมูกไหล สีน้ำมูกเปลี่ยนไปและข้นหนืดมากขึ้น รวมถึงอาการอื่น ๆ ดังนี้ อาการไอ จาม หรือเจ็บคอ มีไข้ 38.3-38.9 องศาเซลเซียส ความอยากอาหารลดลง นอนหลับยากขึ้น เหนื่อยล้า และหงุดหงิดง่าย ปัจจัยเสี่ยงให้ […]