พ่อแม่เลี้ยงลูก

ในทุกช่วงชีวิตของลูกน้อย เหล่าคุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะต้องรู้วิธีดูแลและสนับสนุนสุขภาพโดยรวมของลูกน้อย เพื่อให้ความเป็นอยู่ของลูกน้อยดีขึ้น เพราะฉะนั้นใน พ่อแม่เลี้ยงลูก คุณจะได้พบกับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมถึงเคล็ดลับในการดูแลลูกให้แข็งแรง มีความสุข และสามารถปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์

เรื่องเด่นประจำหมวด

พ่อแม่เลี้ยงลูก

ทารกสะอึกแบบไหนที่คุณพ่อคุณแม่ควรระวัง

เรื่องใหญ่สำหรับคุณพ่อคุณแม่คงจะหนีไม่พ้นการดูแลลูกน้อยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย แน่นอนว่าการใส่ใจในทุกรายละเอียดของชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่คงจะรู้จักลูกน้อยของตนเองดีกว่าใคร ยิ่งถ้าหากวันไหนลูกเกิดมีอาการผิดสังเกตไปจากปกติ คุณพ่อคุณแม่คงหวั่นใจไม่น้อย หนึ่งในอาการที่มักพบได้บ่อยในเด็กทารกที่มีอายุต่ำกว่า 12 เดือน คืออาการ “สะอึก”1 คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่าอาการสะอึกของลูกปกติดีหรือไม่? ลูกไม่สบายตรงไหนรึเปล่า? Hello คุณหมอได้รวบรวมคำตอบ พร้อมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาการสะอึกของทารก เอาไว้ให้ในบทความนี้แล้ว ครั้งต่อไปที่ลูกสะอึกก็พร้อมรับมือด้วยความมั่นใจได้อย่างแน่นอน ลูกสะอึกแต่ละที สะเทือนไปทั้งตัว แม้ว่าอาการสะอึกจะเกิดขึ้นกับคนได้ทุกวัย ถ้าแก้ไขถูกวิธีแค่ไม่นานก็หาย ดูแล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่เมื่อเด็กทารกสะอึก กลับดูสะเทือนไปทั้งตัว จนคุณพ่อคุณแม่อดห่วงไม่ได้ว่าลูกจะเจ็บตรงไหนหรือรู้สึกไม่สบายหรือเปล่า ที่จริงแล้วอาการสะอึกไม่ได้รบกวนลูกน้อยแต่อย่างใด ทารกที่สะอึกสามารถกินและนอนได้ตามปกติ หากอาการสะอึกนั้นเกิดขึ้นช่วงสั้นๆ เพียง 5-10 นาที2 สาเหตุที่ทารกสะอึกคืออะไร ทารกสะอึกไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด โดยอาการนี้มักเกิดขึ้นหลังจากที่ทารกอิ่มนมแล้ว อาจเป็นไปได้ว่าเพราะดื่มเยอะ ดื่มเร็ว หรือกลืนอากาศเข้าไปด้วย สาเหตุเป็นเพราะนมที่ดื่มเข้าไปทำให้กระเพาะอาหารขยายตัว จนเกิดแรงดันส่งไปยังกล้ามเนื้อกะบังลม พอหายใจออก กล้ามเนื้อกะบังลมก็จะหดตัวอย่างรวดเร็ว จนเกิดเสียงสะอึกออกมา³ อาการสะอึกของเด็กทารก มักพบได้บ่อยในช่วง 3 เดือนแรก พออายุเข้า 4-5 เดือน อาการสะอึกก็จะค่อยๆ ลดลง หายไปเอง นอกเหนือจากสาเหตุข้างต้นแล้ว เหตุผลที่เด็กทารกสะอึกก็อาจมาจากอาการท้องอืด เพราะระบบย่อยอาหารยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ หรืออาจเป็นผลข้างเคียงจากการรับประทานยาบางชนิดก็ได้เช่นกัน3 ทารกสะอึกแบบไหนถึงเรียกว่าอันตราย     อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น ว่าทารกสะอึกจะเกิดขึ้นเพียง 5-10 นาที จากนั้นจะค่อยๆ […]

หมวดหมู่ พ่อแม่เลี้ยงลูก เพิ่มเติม

สำรวจ พ่อแม่เลี้ยงลูก

พ่อแม่เลี้ยงลูก

เมื่อเกิด ความสูญเสีย ผู้ใหญ่ควรอธิบายให้เด็กฟังอย่างไร

เมื่อสมาชิกในครอบครัวหรือคนที่รักจากไป อาจเกิดความโศกเศร้าขึ้นในครอบครัว เด็ก ๆ อาจยังไม่เข้าใจถึงความสูญเสีย พ่อแม่หรือผู้ปกครองควรอธิบายและพูดคุยให้เด็ก ๆ รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้น และที่สำคัญไม่ควรปิดบังความรู้สึกและความเสียใจ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะสอนให้เด็กๆ รู้จักเปิดเผยความรู้สึกทั้งในแง่บวกและแง่ลบ รวมทั้งวิธีจัดการความรู้สึกต่าง ๆ ด้วย [embed-health-tool-vaccination-tool] ผู้ใหญ่ควรอธิบายเกี่ยวกับความสูญเสียอย่างไรดี เมื่อเกิดความสูญเสียขึ้นในครอบครัว หรือคนใกล้ชิด เด็ก ๆ ย่อมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเจ็บปวดเสียใจที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องเผชิญ แต่พวกเขาอาจยังไม่เข้าใจถึงสาเหตุ ผู้ใหญ่ควรปฏิบัติตัวดังนี้ พูดความจริง หากผู้ใหญ่พยายามระงับความเสียใจด้วยการปลอบคนในครอบครัวเมื่อต้องเผชิญกับความสูญเสียว่า “อย่าเศร้าไปเลย อย่าร้องไห้เลย” คำพูดเช่นนี้จะทำให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการแสดงออกทางอารมณ์นั้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และเด็ก ๆ อาจกลัวที่จะแสดงอารมณ์ความรู้สึก จนต้องปกปิดความรู้สึกนั้นไว้ภายในใจ ความรู้สึกเช่นนี้จะติดเป็นปมด้อยในใจจนเมื่อพวกเขาโตขึ้นก็เป็นได้ เแม้ว่าผู้ใหญ่มักพยายามทำตัวเข้มแข็งและซ่อนความรู้สึกไว้ แต่เด็กเล็ก ๆ ก็ยังรู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่แท้จริง อันที่จริง ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายอะไรที่เด็ก ๆ จะเห็นผู้ใหญ่ร้องไห้ แม้ว่าอาจทำให้เด็ก ๆ รู้สึกกลัวหรือตกใจก็ตาม เมื่อถึงเวลานั้น ควรอธิบายให้เด็ก ๆ เข้าใจว่า สาเหตุที่ร้องไห้เพราะสูญเสียคนที่รักไป เดี๋ยวความรู้สึกต่าง ๆ นี้จะค่อย ๆ หายไป แต่ถ้าเด็ก ๆ ไม่ได้รู้สึกเศร้าตามไปด้วย ไม่ได้หมายความว่าเด็ก ๆ ไม่รู้สึกกับการสูญเสียสมาชิกในครอบครัวไป […]


การเติบโตและพัฒนาการ

วิธีสังเกต เด็กใช้ยาสีฟันมากเกินไป หรือเปล่า

การที่เด็กๆ ใช้ ยาสีฟัน มากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพฟันเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ การที่ เด็กใช้ยาสีฟันมากเกินไป ส่งผลต่อสุขภาพปากและฟันของเด็กอย่างไรบ้าง และคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลเรื่องการแปรงฟันของเด็ก ๆ อย่างไรดี [embed-health-tool-child-growth-chart] เด็กใช้ยาสีฟันมากเกินไป จากผลการสำรวจพ่อแม่มากกว่า 5,000 คน ที่มีลูกวัย 3-15 ปี พบว่า 40% ของเด็กที่อายุ 3-6 ปี ใช้แปรงสีฟันที่มียาสีฟันเต็มแปรง หรือครึ่งแปรง แทนที่จะใช้ยาสีฟันตามคำแนะนำคือขนาดเท่าเมล็ดถั่ว และปัญหาของการใช้ยาสีฟันมากเกินไปคือ เด็กได้รับฟลูออไรด์ (Fluoride)ในยาสีฟันมากเกินจนอาจทำให้ผิวเคลือบฟันผิดปกติ หรือที่มักเรียกว่า ฟันลาย ฟันเหลือง หรือฟันตกกระ (Dental Fluorosis) เด็กทารกและวัยเตาะแตะ กับการใช้ยาสีฟัน การรักษาสุขภาพช่องปากเป็นเรื่องสำคัญตั้งแต่ตอนเริ่มต้น โดยก่อนที่เด็ก ๆ จะฟันขึ้น คุณพ่อคุณแม่สามารถกำจัดแบคทีเรียในช่องปากของลูก ด้วยการเช็ดปากด้วยผ้านุ่ม เมื่อเด็กฟันขึ้น สมาคม the American Academy of Pediatrics แนะนำว่าควรเปลี่ยนเป็นแปรงสีฟัน และใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เมื่อเด็กอายุครบ 2 ปี แต่ต้องใช้แปรงสีฟันสำหรับเด็กเล็ก และยาสีฟันไม่ควรมีขนาดใหญ่กว่าขนาดของเมล็ดข้าว 1 เมล็ด ถ้าเด็กทารกหรือวัยเตาะแตะกลืนยาสีฟันเข้าไป ถือว่าไม่ได้เป็นอันตราย ตราบใดที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ใช้ยาสีฟันมากเกินไป […]


ความผิดปกติทางพัฒนาการและพฤติกรรม

สีผสมอาหาร อาจส่งผลต่อสุขภาพของเด็กๆ

สีผสมอาหาร ทำให้อาหารมีสีสันสดใส โดยเฉพาะในขนมหวาน หรือในลูกชิ้นทอดที่เด็กๆ หลายคนชอบกิน อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยที่ชี้ว่าสีผสมอาหารอาจสัมพันธ์กับอาการของโรคสมาธิสั้นในเด็ก แล้วแบบนี้สีผสมอาหารจะส่งผลต่อสุขภาพของเด็กๆ หรือเปล่า สีผสมอาหารคืออะไร สีผสมอาหารประกอบด้วยสารเคมี ที่ใช้เพื่อเพิ่มสีสันให้อาหาร โดยสีผสมอาหารมักจะพบในอาหารแปรรูป เครื่องดื่ม และเครื่องปรุงรส ซึ่งผู้ผลิตมักจะใส่สีผสมอาหาร ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ เพื่อเพิ่มหรือลดสีของอาหาร เพื่อรักษาสีของอาหารให้คงอยู่ เพื่อให้อาหารมีสีที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ปัจจุบันถือว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปได้ว่า สารปรุงแต่งอาหาร เช่น สารกันบูด สารให้ความหวานแทนน้ำตาล และสีผสมอาหาร เป็นเหตุให้เกิดโรคสมาธิสั้น และเรื่องผลกระทบจากการกินสารปรุงแต่งอาหาร ยังคงเป็นที่กรณีโต้แย้ง สีผสมอาหาร อาจส่งผลต่อสุขภาพของเด็กๆ เนื่องจากมีงานวิจัยชี้ว่า สีผสมอาหารบางชนิดและสารกันบูด อาจทำให้เด็กแสดงพฤติกรรมของโรคสมาธิสั้นมากขึ้น ในขณะที่องค์กรอาหารและยาของสหรัฐฯ ชี้ว่างานวิจัยไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า มีความเชื่อมโยงระหว่างอาหารที่ใส่สีผสมอาหาร กับอาการซน และไม่อยู่นิ่งของเด็ก (Hyperactivity) นอกจากนี้มีงานวิจัยที่พบว่า การกำจัดสีผสมอาหารออกจากอาหาร รวมถึงสารกันบูดที่เรียกว่า โซเดียมเบนโซเอต (Sodium Benzoate) ผลการวิจัยพบว่าสามารถลดอาการซนและอยู่ไม่สุขของเด็กได้ มากไปกว่านั้นยังมีงานวิจัยที่พบว่า 73% ของเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นมีอาการลดลง เมื่อจำกัดการบริโภคสีผสมอาหารและสารกันบูด และยังมีงานวิจัยที่ให้ข้อมูลว่า สีผสมอาหารและโซเดียมเบนโซเอต ทำให้อาการซนและอยู่ไม่นิ่งของเด็กเพิ่มขึ้น ทั้งในเด็กที่อายุ 3 ปีและกลุ่มเด็กอายุ 8-9 ปี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างได้รับทั้งสีผสมอาหารและโซเดียมเบนโซเอตผสมกัน จึงยากที่จะระบุว่าอะไรเป็นสาเหตุของอาการซนและอยู่ไม่นิ่งของเด็ก สรุปแล้วสีผสมอาหารเป็นอันตรายหรือไม่ ทั้งนี้อาจสรุปได้ว่า งานวิจัยได้แนะนำว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างสีผสมอาหารกับอาการซน และอยู่ไม่นิ่งของเด็กอย่างมีนัยสำคัญ นอกเหนือจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่า […]


เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ลดน้ำหนักหลังคลอด ด้วยการให้นมลูก ทำได้จริงหรือไม่

ในช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และอาจยังมีน้ำหนักเกินอยู่หลังจากคลอดลูกแล้ว โดยทั่วไป ในช่วง 6 เดือนแรกหลังจากคลอดลูก น้ำหนักคุณแม่อาจลดลงประมาณ 0.45-0.9 กิโลกรัมต่อเดือน ทั้งนี้ คุณแม่บางคนที่ให้ลูกกินนมแม่ อาจ ลดน้ำหนักหลังคลอด ได้ เนื่องจากการร่างกายเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 500 กิโลแคลอรี่ อย่างไรก็ตาม คุณแม่ที่ให้ลูกกินนมไม่ควรงดอาหารหรือกินอาหารน้อยเกินไป เพื่อให้มีสารอาหารเพียงพอในการใช้ชีวิตประจำวัน และช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารจากน้ำนมแม่ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ [embed-health-tool-due-date] ลดน้ำหนักหลังคลอด ด้วยการให้นมลูก ทำได้อย่างไร น้ำหนักของคุณแม่อาจลดลงประมาณ 0.45-0.9 กิโลกรัมต่อเดือน ในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด จากนั้นน้ำหนักจะลดลงได้ช้ากว่าเดิม ซึ่งการลดน้ำหนักหลังคลอดอาจใช้เวลาประมาณ 6-9 เดือนกว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาในช่วงตั้งครรภ์จะลดลงไปใกล้เคียงกับช่วงก่อนตั้งครรภ์ ทั้งนี้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักหลังคลอดของคุณแม่ได้เนื่องจากการให้ลูกกินนมแม่อาจช่วยให้คุณแม่เผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น โดยสมาคมสูตินรีแพทย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (The American College of Obstetricians and Gynecologists หรือ ACOG) ระบุว่า ร่างกายจะใช้พลังงานประมาณ 450-500 กิโลแคลอรี่ในการผลิตน้ำนมแม่ในแต่ละวัน ซึ่งอาจเทียบเท่ากับการออกกำลังกายในระดับปานกลางประมาณ 45-60 นาที นอกจากนี้ คุณแม่ให้นมลูกอาจระมัดระวังเรื่องอาหารมากกว่าเดิม เช่น ลดการกินอาหารแปรรูป […]


โรคผิวหนังในเด็ก

เด็กเป็นสะเก็ดเงิน การรักษาและวิธีดูแลที่ควรรู้

เด็กเป็นสะเก็ดเงิน หรือโรคสะเก็ดเงินในเด็ก เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันกระตุ้นให้ผิวหนังของเด็กเจริญเติบโตผิดปกติ จนอาจมีอาการ เช่น ผิวหนังหนาเป็นปื้นแดง มีรอยแผลบนใบหน้า และอาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้ เช่น ปัญหาสุขภาพหัวใจ ความดันโลหิตสูง ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรพาเด็กเข้าพบคุณหมอ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง และควรดูแลเด็กที่เป็นสะเก็ดเงินอย่างถูกวิธีด้วย เพื่อช่วยให้รับมือกับโรคนี้ได้ดีขึ้น เด็กเป็นสะเก็ดเงิน เพราะอะไร โรคสะเก็ดเงินในเด็ก (Psoriasis) เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่อาจเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องและกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังเจริญเติบโตไวกว่าปกติ จึงส่งผลให้ผิวหนังหนาตัวขึ้น และมีสะเก็ดผิวหนังสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก โรคนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผิวหนัง หนังศีรษะ และเล็บ เมื่อเด็กเป็นสะเก็ดเงินจะทำให้ผิวหนังบริเวณใบหน้า หนังศีรษะ ลำตัว แขนและขา หนาตัวเป็นปื้นแดงยาว ผิวบริเวณรอยพับอักเสบ โรคสะเก็ดเงินมีอยู่หลายชนิด แต่ชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดในเด็ก คือ โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา (Plaque Psoriasis) ลักษณะเป็นผื่นแห้ง แดง ซึ่งอาจมีขุยหรือสะเก็ดสีเงินปกคลุมอยู่ด้วย พบมากบริเวณหัวเข่า ข้อศอก แผ่นหลัง และหนังศีรษะ บางครั้งอาจทำให้มีอาการคันหรือมีเลือดซึมจากผื่น อีกชนิด คือ โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นขนาดเล็ก (Guttate Psoriasis) ซึ่งมักจะปรากฏผื่นนูนแดงหรือจุดเล็ก ๆ ขนาดประมาณหยดน้ำหรือเหรียญกระจายอยู่ทั่วตัว หากมีประวัติครอบครัวเป็นโรคสะเก็ดเงิน ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคสะเก็ดเงินในเด็ก […]


ภาวะทุพโภชนาการ

ภาวะพร่องแคลเซียมในเด็ก อาการและการรักษา

ภาวะพร่องแคลเซียมในเด็ก อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย เนื่องจาก แคลเซียม เป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ โดยมีหน้าที่สำคัญในการทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง และอาจมีบทบาทสำคัญในการปล่อยเอนไซม์และฮอร์โมน ตลอดจนทำให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้ตามปกติ ดังนั้น หากร่างกายได้รับปริมาณแคลเซียมไม่เพียงพอ อาจทำให้การทำงานของร่างกายผิด ทั้งยังอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาอีกด้วย ภาวะพร่องแคลเซียมในเด็ก คืออะไร ภาวะพร่องแคลเซียม (Hypocalcemia) เป็นปัญหาที่อาจพบได้บ่อยที่สุดในเด็ก โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบริโภคแคลเซียมต่ำและปัญหาการดูดซึมแคลเซียมในลำไส้ ในบางกรณีการขาดแคลเซียมในเด็ก อาจเป็นผลมาจากการระดับแคลเซียมต่ำในมารดา ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับแคลเซียมที่ไม่เพียงพออาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระดูกอย่างรุนแรง มีผลต่อการยืดหดตัวของกล้ามเนื้อ รวมทั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด และระบบประสาทอีกด้วย ดังนั้น หากเด็กมีกระดูกที่อ่อนแอจากการขาดแคลเซียมอาจนำไปสู่อาการกระดูกผิดรูป เช่น โรคกระดูกอ่อนในเด็ก (Rickets) อาการที่เกิดจาก ภาวะพร่องแคลเซียมในเด็ก สำหรับอาการที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กเมื่อมีภาวะพร่องแคลเซียมในเด็ก อาจมีดังนี้ กล้ามเนื้อเป็นตะคริว เป็นสัญญาณเตือนแรกของภาวะพร่องแคลเซียม อาจสังเกตได้จากการที่เด็กพูดเรื่องอาการเจ็บที่กล้ามเนื้อ โดยเฉพาะอย่ายิ่งบริเวณแขน ใต้วงแขน และต้นขา เมื่อต้องเคลื่อนไหวและเดินไปมา อาการนอนไม่หลับ หากเด็กมีอาการนอนหลับยาก หรือในบางกรณี อาจหลับแต่หลับไม่ลึก นอนไม่หลับ หรือมักตื่นกลางดึกบ่อย ๆ นี่อาจเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บ่งชี้ว่า เด็กอาจมีภาวะพร่องแคลเซียม และมีผิวฟันขรุขระ  เล็บอ่อนแอและเปราะง่าย โดยปกติแล้ว เล็บเป็นส่วนที่ต้องการปริมาณแคลเซียมที่เพียงพอ จึงจะเติบโตอย่างมีสุขภาพดี เพราะฉะนั้นการที่เล็บหักหรือเปราะง่าย […]


โภชนาการสำหรับทารก

4 ข้อเตือนใจ เมื่อต้องฝึกลูกรับประทานอาหาร

การ ฝึกลูกรับประทานอาหาร เมื่อลูกเข้าสู่วัยตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านคงเกิดความกังวลเกี่ยวกับสารอาหารที่เจ้าตัวน้อยได้รับว่ามีความเหมาะสม และถูกต้องตามหลักโภชนาการมากน้อยเพียงใด ยิ่งถ้าวันไหนคุณลูกงอแง ปฎิเสธอาหาร ก็ยิ่งเพิ่มความหนักใจเข้าไปอีก บทความนี้เรามีขั้นตอนง่ายๆ ของเทคนิคการป้อนอาหารให้ลูกน้อย มาฝากกันค่ะ เทคนิคการ ฝึกลูกรับประทานอาหาร อย่างได้ผล มีอะไรบ้าง 1. ใส่ใจเลือกวัตถุดิบ เด็กจะได้สารอาหารครบถ้วนหรือไม่นั้น การเลือกวัตถุดิบถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเลยนะคะ ในแต่ละวันเด็กๆ ควรได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกซื้อวัตถุดิบให้หลากหลาย ควรประกอบไปด้วยอาหารจำพวกข้าวและแป้ง โปรตีนจากเนื้อสัตว์และไข่ รวมทั้งผักผลไม้หลากสี เพื่อให้ได้วิตามินและเกลือแร่ครบถ้วน และอย่าลืมคำนึงถึงวัตถุดิบอาหารปลอดภัย เช่น ผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ การล้างทำความสะอาด รวมทั้งการเตรียมวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันด้วย ตัวอย่างวัตถุดิบที่ใช้สำหรับเด็กวัย 6 เดือน ที่กำลังฝึกรับประทานอาหาร ได้แก่ ข้าวกล้อง ไข่แดง เนื้อปลาน้ำจืด กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก น้ำส้มคั้น มะม่วงสุกจัด  แอปเปิ้ล ฟักทอง อะโวคาโด เป็นต้น 2. เลือกลักษณะอาหารที่เหมาะสม ในแต่ละช่วงวัยของเด็กนั้นจะมีพัฒนาการที่ต่างกัน การเลือกลักษณะอาหารที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กเล็กได้ โดยอาหารที่ข้นเกินไปอาจทำให้ลูกสำลักได้ ให้คุณพ่อคุณแม่ลองเติมน้ำซุปเคี่ยวผัก ปลา […]


โรคทางเดินหายใจในเด็ก

เช็กด่วน! โรคไอกรน อาการ ในเด็กเป็นอย่างไร

โรคไอกรน (Whooping Cough หรือ Pertussis) เป็นการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ที่อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียบอร์เดเทลลา เพอร์ทัสซิส (Bordetella pertussis หรือ B. pertussis) ไอกรนอาจเกิดในเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และเด็กอายุ 11-18 ปีที่ระบบภูมิคุ้มกันอาจเริ่มอ่อนแอลง อาการ แรกเริ่มของไอกรนอาจเหมือนกับอาการหวัดทั่วไป เช่น ไอเล็กน้อย จาม มีน้ำมูก ก่อนที่จะมีการผลิตวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก ไอกรนอาจคร่าชีวิตเด็กนับพันคนในอเมริกาในแต่ละปี แต่เมื่อมีการใช้วัคซีนจำนวนของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคนี้มีจำนวนลดลง [embed-health-tool-baby-poop-tool] โรคไอกรน อาการ เป็นอย่างไร ระยะเวลาแสดงอาการของไอกรนมักอยู่ที่ประมาณ 10 วันหลังจากได้รับเชื้อ อาการแรกเริ่มของไอกรนอาจมีอาการคล้ายกับอาการหวัดทั่วไป ไอเล็กน้อย จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก ตาแดงและน้ำตาไหล มีไข้ ไอ อาการท้องเสียในระยะแรก หลังจากนั้น 1-2 สัปดาห์ผ่านไป อาการไอส่วนใหญ่อาจเปลี่ยนเป็นอาการไอที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์ (เสียง “วี้ด” หรือ “ฮื้ด” ไอเสียงสูง หรือหายใจเฮือกขณะไอ) ในขณะที่ผู้ป่วยหายใจเข้า ในบางครั้ง ผู้ป่วยอาจเกิดอาการหน้าแดงหรือม่วง […]


สุขภาพเด็ก

ขาดอากาศหายใจ สาเหตุการเสียชีวิตของเด็กที่พ่อแม่ควรใส่ใจ

ขาดอากาศหายใจ เป็นภาวะที่เป็นอันตรายประเภทหนึ่ง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีการขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง โดยภาวะขาดอากาศหายใจอาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่มากที่สุดในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีทั่วโลก ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรศึกษาถึงสาเหตุต่าง ๆ ที่อาจทำให้เด็กขาดอากาศหายใจ เพื่อเตรียมความพร้อมและการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้ขึ้น ขาดอากาศหายใจ คืออะไร การขาดอากาศหายใจอาจเป็นสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งในการเสียชีวิตของทารก โดยอาจเกิดขึ้นในช่วงปีแรกของเด็กทารก และมักพบได้มากสุดในช่วง 9 -11 เดือน อย่างไรตาม ความเสี่ยงยังอาจเกิดขึ้นได้จนกระทั่งเด็กมีอายุ 6 ปี จนกว่าพัฒนาการของหลอดลม และกลไกการหายใจมีความสมบูรณ์ สาเหตุที่ทำให้ ขาดอากาศหายใจ โดยส่วนใหญ่แล้วการขาดอากาศหายใจในเด็ก อาจเกิดจากการสำลัก การถูกบีบรัด และการถูกวัสดุต่าง ๆ ปิดคลุมจนหายใจไม่ออก นอกจากนั้น สาเหตุต่าง ๆ เหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของการขาดอากาศหายใจในเด็กที่พบได้มากที่สุด ดังนี้ เครื่องนอน เช่น หมอน ผ้าห่ม อาจสร้างสภาพแวดล้อมในการนอนหลับที่สบายมากขึ้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ แต่อาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี ซึ่งยังไม่สามารถเปลี่ยนอิริยาบถ และยกศีรษะได้อย่างเต็มที่ เมื่อทางเดินหายใจถูกอุดกั้นก็อาจเป็นอันตรายได้ ดังนั้น วัตถุต่าง ๆ ที่สามารถบดบังใบหน้าของเด้กได้ต้องนำออกไปให้ห่าง เพื่อป้องกันการขาดอากาศหายใจในเด็ก สถานที่ปิด เช่น ในตู้เย็นขนาดเล็กที่ไม่ได้ใช้แล้ว กล่อง […]


โรคเด็กและอาการทั่วไป

วิธีกำจัดเหา เมื่อลูกน้อยกำลังเป็นเหา

เหา ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพของลูกที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจ และต้องกำจัดให้หมดไปโดยเร็วที่สุด เพราะเหาสามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนได้ อีกทั้งการที่ลูกเป็นเหา อาจถูกเด็กคนอื่นมองว่าสกปรก ล้อเลียน หรือไม่คลุกคลีด้วย จนลูกอาจมีปัญหากับเพื่อนหรือมีปัญหาสุขภาพจิตได้ วิธีกำจัดเหา อาจทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน โดยวิธีธรรมชาติ รวมถึงการใช้ยาที่สั่งจ่ายโดยคุณหมอ เพื่อบรรเทาอาการคันที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำลายของเหา ทั้งยังป้องกันอาการแพ้เหาที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กบางคนอีกด้วย [embed-health-tool-vaccination-tool] เหา คืออะไร เหา คือ แมลงปรสิตชนิดหนึ่ง ลำตัวแบน ไม่มีปีก สีขาวปนเทา หรือสีน้ำตาลอ่อน ยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ดำรงชีพด้วยการกินเลือดจากคนหรือสัตว์ เหาที่พบในคนมี 3 ชนิด ได้แก่ เหาที่ศีรษะ (Pediculosis Capitis หรือ Head Lice) เหาที่ลำตัว (Pediculosis Corporis) และเหาที่อวัยวะเพศ หรือโลน (Pediculosis Pubis) แต่เมื่อพูดถึงเหา คนส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจตรงกันว่าหมายถึงเหาที่ศีรษะ ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด และพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน (3-12 ปี) เหาเป็นแมลงคลาน บินหรือกระโดดไม่ได้ แต่ก็มีกรงเล็บที่พัฒนามาเป็นพิเศษทำให้สามารถคลานและเกาะติดหนึบอยู่บนเส้นผมได้ อีกทั้งเหายังเป็นโรคติดเชื้อปรสิตที่สามารถติดต่อและแพร่กระจายจากคนสู่คนได้รวดเร็วมาก โดยเฉพาะในสถานที่ชุมนุมชน หรือในกิจกรรมที่มีผู้คนรวมตัวกันหนาแน่น […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!





ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน