สุขภาพจิต

เมื่อพูดถึงสุขภาพโดยรวมของคน ๆ หนึ่ง จิตใจ ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าร่างกาย ปัญหาสุขภาพจิต เป็นปัญหาที่มักจะถูกมองข้าม ดังนั้น การเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษา สุขภาพจิต ให้สมบูรณ์แข็งแรง และตระหนักถึงความผิดปกติเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพจิต จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะช่วยให้คุณและคนที่คุณรักมีความสุขมากยิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพจิต

โรคแพนิค หรือโรคตื่นตระหนก คือ โรควิตกกังวลชนิดหนึ่ง ที่ผู้ป่วยมีภาวะตื่นตระหนกหรือตกใจกลัวต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งอย่างกะทันหันโดยไม่มีสาเหตุ อาการแพนิคสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาจนบางครั้งอาจส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ หากพบว่ามีอาการที่อาจเป็นสัญญาณของโรคแพนิคควรไปพบคุณหมอเพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาตามดุลยพินิจของคุณหมอ โรคแพนิค คืออะไร โรคแพนิค (Panic Disorder) คือ โรควิตกกังวลชนิดหนึ่ง หรือที่เรียกว่า “โรคตื่นตระหนก” ซึ่งโรคแพนิคจะแตกต่างจากอาการหวาดกลัวหรือวิตกกังวลทั่วไป เนื่องจากผู้ป่วยอาจเกิดอาการวิตกกังวลหรือตกใจกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมาอย่างฉับพลันโดยไม่สมเหตุสมผล อาการแพนิคอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลาและอาจส่งผลทำให้ผู้ป่วยเป็นกังวล ตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก จนไม่กล้าออกไปไหน และอาจกระทบต่อการใช้ชีวิตในประจำวันได้  โรคแพนิคพบได้บ่อยแค่ไหน โรคแพนิคมักพบในช่วงอายุ 15-25 ปี หรือในช่วงวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการป่วยที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจในวัยเด็ก รวมถึงภาวะโรคร่วมกับโรคทางจิตเวชอื่น ๆ เช่น โรคซึมเศร้า โรคกลัวการเข้าสังคม นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่อาจเคยมีอาการแพนิค 1-2 ครั้งในชีวิต โดยความถี่ในการเกิดอาการแพนิคอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล  อาการโรคแพนิค อาการของโรคแพนิคอาจใช้เวลาประมาณ 5-20 นาที หรืออาจนานเป็นชั่วโมงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยอาการที่พบได้ทั่วไปของโรคแพนิค อาจมีดังนี้  หัวใจเต้นเร็ว  หายใจลำบาก หรือหายใจถี่  เหงื่อออกมากผิดปกติ  วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย  ชาบริเวณนิ้วมือ นิ้วเท้า  คลื่นไส้  ปวดท้อง ท้องไส้แปรปรวน  หวาดกลัว วิตกกังวล ควรไปพบคุณหมอเมื่อไหร่  หากมีอาการข้างต้น หรือมีอาการบ่อยขึ้น และใช้เวลานานกว่าจะกลับมาเป็นปกติ […]

หัวข้อ สุขภาพจิต เพิ่มเติม

สุขภาพจิต

ปฏิเสธไม่ได้ว่าไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของผู้คนยุคนี้ รวมทั้งสถานการณ์รอบตัวในปัจจุบัน อาจส่งผลให้เกิด ‘ความเครียด’ หรือภาวะอารมณ์ที่รู้สึกถึงความบีบคั้นและกดดันเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว รู้หรือไม่ว่านอกจากความเครียดจะสร้างความวิตกกังวล และบั่นทอนความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อ ‘ความจำ’ ซึ่งทำให้สมองล้า และนำไปสู่ภาวะความจำถดถอยก่อนวัยได้ สมองคนเราเสื่อมลงตามอายุ เมื่ออายุย่างเข้า 30 ปี เซลล์สมองจะเริ่มหดตัวลงช้า ๆ ยิ่งหากมีปัจจัยความเครียดมาเสริม ก็ยิ่งทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง โดยเฉพาะผู้ใหญ่วัยกลางคนเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อปัญหาความเครียดมากที่สุด มักเริ่มมีสัญญาณของอาการความจำถดถอย และความทรงจำระยะสั้นลดลง ตลอดจนกลุ่มผู้สูงอายุในหลายครอบครัว ที่มีอาการหลง ๆ ลืม ๆ อาจจำไม่ได้ว่าวางกุญแจไว้ที่ไหน เรียกชื่อคนผิด ไม่สามารถทำอะไรหลายอย่างพร้อมกันได้ รวมทั้งมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างช้าลง ภาวะความจำถดถอยกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขทั่วโลก เราจึงควรเตรียมพร้อมสำหรับการดูแลสุขภาพ ทั้งของตัวเอง พ่อแม่ และผู้สูงอายุในครอบครัว เพื่อจะได้รับมือและฟื้นฟูปัญหาความจำบกพร่องอย่างถูกวิธี กับ 5 เรื่องควรรู้ต่อไปนี้ 1. สาเหตุและปัจจัยเร่งเซลล์สมองเสื่อมที่ไม่ควรมองข้าม เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ประสิทธิภาพด้านการรับรู้และการจดจำจะเริ่มเสื่อมถอยลงตามธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังมีปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ที่เป็นตัวส่งให้เซลล์สมองของเราเสื่อมเร็วยิ่งขึ้น โดยอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้ สมองล้าและความเครียดสะสม : ภาวะความเครียด ส่งผลให้ปริมาณฮอร์โมนแห่งความเครียด หรือ คอร์ติซอล (Cortisol) เพิ่มสูงขึ้น มีผลทำให้ระบบประสาทและสมองส่วนความจำทำงานลดลง ในเบื้องต้นให้หมั่นสังเกตอาการของตัวเองว่ากำลังเผชิญกับความเครียดอยู่หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาการดังนี้ […]

การป้องกันการฆ่าตัวตาย

ฆ่าตัวตาย หรือผู้ที่มีความคิดอยากจบชีวิตตัวเอง อาจเกิดจากการทำร้ายตัวเองด้วยความเจตนา ทั้งยังอาจเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บและความรุนแรงในรูปแบบอื่น ๆ เช่น การถูกล่วงละเมิดในวัยเด็ก การกลั่นแกล้ง ความรุนแรงทางเพศ ปัญหาในครอบครัว หากคนในครอบครัว คนใกล้ชิด รวมถึงตนเอง เริ่มมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย เช่น รู้สึกสิ้นหวังเริ่มมีภาวะซึมเศร้า ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อรับคำแนะนำในการรักษา ฆ่าตัวตาย คืออะไร การฆ่าตัวตาย คือ สถานการณ์ร้ายแรงที่นำอาจนำไปสู่การเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส ซึ่งในปี พ.ศ. 2563 ประเทศไทยมีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จกว่า 6.59 ต่อแสนประชากร โดยสัญญาณเตือนของผู้ที่มีความคิดฆ่าตัวตายอาจ มีดังนี้ แยกตัวออกจากสังคม ชอบอยู่คนเดียว อารมณ์แปรปรวน พูดเรื่องการฆ่าตัวตาย หมกมุ่นอยู่กับการตาย การใช้ความรุนแรงบ่อยครั้ง หาวิธีฆ่าตัวตาย เช่น ซื้อยา หรืออุปกรณ์ของมีคม รู้สึกสิ้นหวัง ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติดเพิ่มขึ้น ทำร้ายตัวเองหรือทำในสิ่งที่เสี่ยงนำไปสู่ความตาย เช่น ขับรถเร็ว ให้สิ่งของ หรือพูดสื่อสารเชิงอำลาแก่บุคคลสำคัญ ครอบครัว เพื่อน หากมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งควรรีบขอความช่วยเหลือจากคุณหมอทันที เพื่อหาวิธีพูดคุยให้เข้าใจถึงความรู้สึกของผู้ป่วย สาเหตุที่อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย  สาเหตุที่อาจทำให้เกิดความคิดฆ่าตัวตายอาจมาจากการสะสมความเครียดจนหาทางแก้ไขปัญหาที่ตัวเองเผชิญอยู่ไม่ได้ เช่น สภาวะทางเศรษฐกิจ การเงิน การงาน หรือปัญหาส่วนตัวจากสถานการณ์เลวร้ายจนฝังใจ โดยสาเหตุที่อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย อาจมีดังนี้ มีประวัติถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือโดนทำร้ายร่างกาย  ถูกกลั่นแกล้งรุนแรง สูญเสียคนสำคัญหรือมีความขัดแย้งกับคนในครอบครัว เพื่อน ถูกสังคมหรือคนรอบข้างเหยียดรสนิยมทางเพศ ภาวะสุขภาพ เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึมเศร้า ปัญหาสังคม เช่น เศรษฐกิจ การตกงาน การหย่าร้าง […]

การป้องกันการฆ่าตัวตาย

ตามรายงานของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2562 มีเด็กและวัยรุ่นในช่วงอายุ 10-19 ปี ฆ่าตัวตาย 111 คน และวัยรุ่นช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป ฆ่าตัวตาย 667 คน ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ รอบตัว เช่น ปัญหาในโรงเรียน ปัญหาในครอบครัว อาจส่งผลให้วัยรุ่นในปัจจุบันมีความรู้สึก อยากตาย มากขึ้น สาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นอยากตาย สาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นอยากตาย หรือมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย อาจมาจากช่วงวัยนี้มักมีความเครียดสะสม มีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดหรือความรู้สึกที่ส่งผลต่อการตัดสินใจบางอย่าง จนอาจทำให้วัยรุ่นส่วนใหญ่กดดันตัวเองและรู้สึกว่าปัญหาที่พบเจอนั้นเอาชนะได้ยาก จึงอาจหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้วัยรุ่นคิดอยากฆ่าตัวตาย ความผิดปกติทางจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคไบโพลาร์ ความเครียดสะสม จนอาจทำให้รู้สึกสิ้นหวัง โดดเดี่ยว ประวัติครอบครัวที่มีปัญหาทางจิตเวช ประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น ถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดนทำร้ายร่างกาย สูญเสียคนที่รัก ถูกกลั่นแกล้ง มีอคติจากผู้คนรอบข้างเกี่ยวข้องกับเพศที่ตัวเองเป็น สัญญาณเตือนของคนอยากตาย คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตสัญญาณเตือนความอยากตายของวัยรุ่นได้จากพฤติกรรมดังต่อไปนี้ พูดว่าอยากตายหรือพูดประโยคที่อาจสื่อว่าอยากตาย เช่น จะไม่เป็นตัวปัญหาอีกต่อไป เก็บตัวอยู่คนเดียว ไม่เข้าสังคม รู้สึกผิดหวัง สิ้นหวัง เขียนจดหมาย ข้อความอำลา หรือความในใจ ใช้สารเสพติดหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น ไม่มีสมาธิ ทำร้ายตัวเอง เมื่อใดที่ควรพาลูกเข้าพบคุณหมอ คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกเข้ารับการรักษาทันที หากลูกมีอาการ ดังต่อไปนี้ นอนไม่หลับติดต่อกัน 3 วันขึ้นไป แสดงพฤติกรรมแปลก ๆ […]

การป้องกันการฆ่าตัวตาย

การฆ่าตัวตาย เป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย สาเหตุที่ทำให้คนมีคิดอยากฆ่าตัวตายอาจมาจากปัจจัยที่พบเจอในชีวิตประจำวัน เช่น ความเครียด ความสิ้นหวัง ความสูญเสีย หรืออาจมาจากปัญหาสุขภาพ เช่น โรคซึมเศร้า โรคจิตเวช อย่างไรก็ตาม การสังเกตสัญญาณเตือนก่อนฆ่าตัวตาย อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์ฆ่าตัวตายได้ การฆ่าตัวตาย คืออะไร การฆ่าตัวตาย คือ การทำให้ตนเองเสียชีวิตโดยเจตนา ซึ่งอาจมีการวางแผนและผ่านกระบวนการคิดมาอย่างรอบคอบ ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่า ทุก ๆ ปีจะมีประชากรทั่วโลกฆ่าตัวตายสำเร็จกว่า 700,000 คน ส่วนกรมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ระบุว่า ปีพ.ศ. 2563 อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จของคนไทยอยู่ที่ 7.37 คน ต่อประชากร 1 แสนคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2562 ที่มีอัตราประชากรฆ่าตัวตายสำเร็จอยู่ที่ 6.64 ต่อประชากร 1 แสนคน นับว่าเป็นตัวเลขที่พุ่งขึ้นสูงอย่างเห็นได้ชัด สัญญาณเตือนก่อนฆ่าตัวตาย สัญญาณเตือนที่อาจบ่งบอกถึงความคิดอยากฆ่าตัวตาย เช่น อารมณ์แปรปรวนฉับพลัน กระวนกระวายใจ วางแผนหาทางฆ่าตัวตาย  ใช้สิ่งกระตุ้นอย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสารเสพติดบ่อยขึ้น พูดถึงปัญหาที่อาจไม่มีทางแก้ ความสิ้นหวัง อยากฆ่าตัวตาย โทษตนเองว่าเป็นภาระให้คนอื่นบ่อยครั้ง แยกตัวจากครอบครัว เพื่อน หรือสังคมรอบข้าง พูด หรือสื่อสารเชิงอำลาครอบครัว และคนรอบข้าง จัดการธุระส่วนตัว เช่น […]

สุขภาพจิต

จิตเวช คือความเจ็บป่วยทางจิตซึ่งเป็นความผิดปกติของสุขภาพจิตที่อาจส่งผลต่ออารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม อาจเกิดขึ้นได้จากสภาพแวดล้อม ความผิดปกติทางสมอง การใช้สารเสพติด หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป และในปัจจุบันจำนวนของผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตกำลังเพิ่มสูงขึ้น การป้องกันและเฝ้าระวังอาจช่วยลดปัญหาจิตเวชได้ โรคจิตเวช ที่พบบ่อย จากรายงานกรมสุขภาพจิต ระบุว่า มีผู้ป่วยที่เข้ารับบริการด้านจิตเวชรวมทั้งประเทศสูงถึง 3.3 ล้านคน เมื่อแบ่งตามกลุ่มโรคที่พบบ่อย คือ โรคจิตเภท โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตาย รวมแล้วมีจำนวนกว่า 1.3 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีโรคจิตเวชที่คนไทยควรรู้จักเพิ่มอีก 4 โรค คือโรคอารมณ์สองขั้ว โรคจิตเวชจากการใช้สารเสพติด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โรคแพนิค และโรคสมองเสื่อม ดังนี้ โรคซึมเศร้า โรคซึมเศร้า เป็นโรคทางอารมณ์ที่ทำให้รู้สึกเศร้าจนหมดความสนใจสิ่งรอบข้าง ซึ่งส่งผลต่อความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของผู้ป่วย อาจนำไปสู่ปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันและอารมณ์ได้ อาจสังเกตอาการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้ ดังนี้ โกรธ หงุดหงิดกับเรื่องเล็กน้อย เหนื่อยล้า หมดพลังงาน หมดความสนใจในกิจกรรมที่ตนเองชื่นชอบ มีปัญหาการนอน อาจทำให้นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป ความอยากอาหารลดลง หรืออาจเพิ่มขึ้น การพูด ความคิด หรือการเคลื่อนไหวร่างกายช้าลง รู้สึกเศร้า สิ้นหวัง รู้สึกไร้ค่า คิดฆ่าตัวตาย หรือพยายามฆ่าตัวตาย มีปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้น โรคซึมเศร้าอาจไม่สามารถป้องกันได้ แต่วิธีเหล่านี้อาจมีส่วนช่วยป้องกันได้ จัดการกับความเครียดและความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ควรเพิ่มความรู้สึกนับถือตนเองด้วย บอกคนใกล้ชิด เช่น ครอบครัว เพื่อน […]

สุขภาพจิต

โรคเครียด อาการที่เกิดขึ้นมักแสดงออกมาทางร่างกาย อารมณ์ และพฤติกรรม เช่น วิงเวียนศีรษะ ปวดหัว ความวิตกกังวล เศร้า พฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไป หรือดื่มเครื่องแอลกอฮอล์มากขึ้น ดังนั้น การจัดการความเครียดจึงอาจช่วยบรรเทาอาการในด้านต่าง ๆ ได้ โรคเครียด คืออะไร โรคเครียด คือ โรคชนิดหนึ่งที่ร่างกายตอบสนองต่อภัยคุกคามหรืออันตรายที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือความนึกคิด ซึ่งโรคเครียดและอาการเป็นวิธีปกป้องร่างกายอย่างหนึ่ง จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระฉับกระเฉงมากขึ้น มีสมาธิ และตื่นตัว พร้อมรับมือกับความกดดันหรือปัญหาทีกำลังเกิดขึ้น แต่หากความเครียดเกิดขึ้นระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพและจิตใจ เนื่องจากร่างกายอาจทำงานหนักขึ้น ทำให้สมองเหนื่อยล้า และอาจรบกวนระบบภูมิคุ้มกัน ระบบย่อยอาหาร ระบบหัวใจและหลอดเลือด การนอนหลับ และระบบสืบพันธุ์ นอกจากนี้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ แลพโรคจิตเภท ตามมาได้ โรคเครียด อาการเป็นอย่างไร ความเครียดส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ และการมองเห็น จึงอาจทำให้เกิดอาการทางร่างกาย อารมณ์และจิตใจ รวมถึงการแสดงออกทางพฤติกรรม ดังนี้ อาการทางร่างกาย วิงเวียนศีรษะ ปวดหัว ปวดท้อง มีอาการสั่น ไม่มีสมาธิ ปัญหาทางความจำ อ่อนเพลีย ปัญหาการนอนหลับ เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อเกร็ง อารมณ์ทางเพศลดลง ความอยากอาหารลดลง กระเพาะอาหารและทางเดินอาหารผิดปกติ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เจ็บป่วยบ่อย อาการทางอารมณ์และจิตใจ อารมณ์แปรปรวน […]

การจัดการความเครียด

วิธีคลายเครียด เป็นวิธีที่อาจช่วยจัดการกับความเครียดให้ทุเลาได้ ก่อนที่จะพัฒนากลายเป็นความเครียดเรื้อรัง ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การอยู่ร่วมกับสังคม และปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า การดูแลตัวเองเพื่อจัดการกับอารมณ์และผ่อนคลายเรื่องตึงเครียด จึงอาจช่วยส่งเสริมสุขภาพชีวิตและทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นได้ ความเครียด คืออะไร ความเครียด คือ ปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกายและจิตใจที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งเป็นการตอบสนองในเชิงบวก ที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัวเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถ้าหากความเครียดเกิดขึ้นยาวนานอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อร่างกายและจิตใจได้ ทั้งนี้ความเครียดอาจเกิดขึ้นระยะสั้นหรือระยะยาวขึ้นอยู่กับการจัดการความเครียดของแต่ละบุคคล หากเกิดความเครียดสะสม อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคจิตเวท วิธีคลายเครียด มีอะไรบ้าง วิธีคลายเครียดเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีดังนี้ รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ผู้ที่มีความเครียดอาจแก้ปัญหาหรือหนีความเครียดด้วยการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพมากเกินไป การกระทำเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพระยะยาวได้ ดังนั้นการรับประทานอาหารให้ตรงตามโภชนาการและดีต่อสุขภาพจึงเป็นวิธีที่จะช่วยจัดการกับความเครียดได้ ดังนั้น การรับประทานอาหารให้ตรงตามโภชนาการและดีต่อสุขภาพจึงเป็นวิธีที่จะช่วยจัดการกับความเครียดได้ เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ไก่ ไข่ มีวิตามินบี 12 ช่วยเผาผลาญคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด ดาร์กช็อกโกแลต อะโวคาโด กล้วย มีแมกนีเซียมช่วยลดการอักเสบ เผาผลาญคอร์ติซอล ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ แซลมอน ปลาซาร์ดีน ทูน่า อาหารที่อุดมไปด้วยไขมันโอเมก้า 3 ลดการอักเสบและส่งเสริมการทำงานของสมอง ลดความเสี่ยงความผิดปกติทางอารมณ์ เมล็ดฟักทอง อุดมไปด้วยโพแทสเซียมและสังกะสี ช่วยควบคุมความดันโลหิต ลดความเครียดและความวิตกกังวล ชาเขียว มีกรดอะมิโนที่เรียกว่า “ธีอะนีน […]

ความผิดปกติทางอารมณ์

ในปัจจุบันพบว่าประชากรไทยส่วนใหญ่มักประสบกับปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะเครียด โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ เป็นต้น วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาทำความรู้จัก โรคชอบโชว์อวัยวะเพศ อีกหนึ่งอาการทางสุขภาพจิตที่หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้  ทำความรู้จัก โรคชอบโชว์อวัยวะเพศ โรคชอบโชว์อวัยวะเพศ (Exhibitionism) เป็นอาการทางสุขภาพจิตที่เกิดจากความผิดปกติของการแสดงออกเกี่ยวกับความรู้สึกทางเพศ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักรู้สึกตื่นเต้น เมื่อแสดงพฤติกรรมโชว์อวัยวะเพศต่อคนในที่สาธารณะ ยิ่งบุคคลแปลกหน้าที่ได้เห็นมีอาการตกใจ หวาดกลัว ยิ่งทำให้ผู้ป่วยพึงพอใจ  สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วย โรคชอบโชว์อวัยวะเพศ ผู้ป่วยที่มีพฤติกรรม ชอบโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ หรือบุคคลแปลกหน้า ส่วนใหญ่มักเป็นเพศชาย โดยเกิดสาเหตุและปัจจัยดังต่อไปนี้ การโดนล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก มีอาการหมกมุ่นทางเพศหรือได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจตั้งแต่วัยเด็ก การติดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รสนิยมทางเพศส่วนบุคคล โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder) เช็กให้ชัวร์ ชอบโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ รสนิยมทางเพศหรือปัญหาสุขภาพจิต หลายคนอาจสงสัยว่าผู้ที่ ชอบโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ นั้น เป็นเพียงรสนิยมหรือแท้จริงแล้วกำลังมีปัญหาสุขภาพจิตกันแน่น ซึ่งหากผู้ป่วยที่เข้าข่าย ชอบโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ จะมีลักษณะพฤติกรรมแสดงออก ดังต่อไปนี้  ผู้ป่วยมีความต้องการทางเพศในการโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะซ้ำ ๆ ติดต่อกัน และมีอารมณ์รุนแรงมากขึ้นเมื่อได้โชว์ของลับ  ผู้ป่วยมีความต้องการโชว์อวัยวะเพศต่อบุคคลที่ไม่ยินยอม เช่น คนรอบข้างที่รู้จัก เพื่อนร่วมงาน เป็นต้น  อย่างไรก็ตามพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้น อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและเหมาะสม  วิธีการรักษา  ผู้ป่วยที่ ชอบโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ ส่วนใหญ่จะไม่เข้ารับการรักษานอกจากจะถูกจับได้ หรือมีบุคคลรอบข้างใกล้ชิดผู้ป่วยมาพารับการรักษา โดยแพทย์จะใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ดังต่อไปนี้  การบําบัดทางความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy […]