home

สุขภาพจิต

เมื่อพูดถึงสุขภาพโดยรวมของคน ๆ หนึ่ง จิตใจ ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าร่างกาย ปัญหาสุขภาพจิต เป็นปัญหาที่มักจะถูกมองข้าม ดังนั้น การเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษา สุขภาพจิต ให้สมบูรณ์แข็งแรง และตระหนักถึงความผิดปกติเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพจิต จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะช่วยให้คุณและคนที่คุณรักมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ความรู้ทั่วไป

สุขภาพจิต

การติดยาเสพติด คืออะไร การติดยาเสพติด (Drug Addiction) คือสภาวะที่สมองกลับไปติดยาอีกครั้ง เป็นอาการเรื้อรังที่จะต้องมองหายาโดยอัตโนมัติและใช้ยา โดยไม่คำนึงว่าจะมีอันตรายจากการติดยา การติดยาเสพติดเป็นโรคทางสมองเพราะการใช้ยาในทางที่ผิดทำให้เกิดการเปลี่ยนโครงสร้างและหน้าที่ของสมอง แม้ว่าความจริงแล้ว คนส่วนใหญ่ในครั้งแรกจะตัดสินใจใช้ยาโดยสมัครใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสมองจึงทำให้เกิดการใช้ยาซ้ำๆ ทำให้ไม่สามารถการควบคุมตนเองและความสามารถในการตัดสินใจได้ และบางครั้งจะสร้างการกระตุ้นในการใช้ยา เพื่อให้คนไข้จัดการกับการติดยาได้อย่างมีประสิทธิผลและกลับมาควบคุมชีวิตของพวกเขาได้อีกครั้ง การวิจัยแสดงให้เห็นว่า การผสมผสานการให้ยาในการรักษาการติดยาอย่างเหมาะสมกับการรักษาพฤติกรรมจะเป็นวิธีที่ดีในการมั่นใจว่าการรักษาจะสำเร็จกับคนไข้ส่วนใหญ่ วิธีการรักษาจะจัดให้เหมาะกับแพทเทิร์นการใช้ยาที่ผิดของคนไข้แต่ละราย พร้อมกับการให้ยารักษา สภาพทางจิตเวชและปัญหาทางสังคมจะช่วยให้ฟื้นตัวและมีชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งยาอีกต่อไป เช่นเดียวกับโรคที่เรื้อรังอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหอบหืดหรือโรคหัวใจ การติดยาสามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิผล แต่ก็มีบ่อยที่คนไข้กลับมาติดยาเหมือนเดิมและใช้ยาอย่างผิดวิธีอีก การกลับมาติดยาเหมือนเดิมไม่ได้เป็นสัญญาณของความล้มเหลว แต่เป็นการบ่งชี้ว่า ควรที่จะเน้นการรักษาปรับหรือเปลี่ยนการรักษาเพื่อช่วยให้คนไข้ควบคุมตัวเองใหม่และฟื้นตัวได้ การติดยาพบบ่อยแค่ไหน การติดยาพบได้บ่อยมาก โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

หัวข้อ สุขภาพจิต เพิ่มเติม

สุขภาพจิต

ส่วนที่ดื้อที่สุดในร่างกาย คงหนีไม่พ้น “หัวใจ” เพราะสมองจะเตือนยังไง หัวใจ ก็ไม่เคยจำ จะทนอยู่เพื่อโทษตัวเองทำไม เขาไม่ได้ให้ความหวัง แต่เป็นเรานั้นแหละที่คิดไปเอง บางทีการตัดสินใจเดินออกมา อาจจะทำให้เรามีความสุขมากกว่า แต่เราจะมีวิธีการ เยียวยาหัวใจ จากอาการอกหักอย่างไร วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้คุณค่ะ  ถึงเกมจะแพ้ แต่ชีวิตต้องไปต่อ  กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไป ก็ไปไม่ถึง เพราะไม่มีใครอยากจบเพื่อเริ่มใหม่หรอก แต่การอยู่คนเดียวก็ไม่ได้แย่อย่างที่เราคิด ถ้าต้องเสียใจกับใครคนนึงซ้ำ ๆ เมื่อความรักมาถึงทางตัน ชีวิตเราก็ต้องเดินหน้าต่อ   เมื่อต้องเลิกลากับคนรักในช่วงแรก ๆ เป็นธรรมดาที่เราจะทำใจไม่ได้ ยากกว่าการตัดใจ คือการพยายามลืมว่าเราเคยรักกัน ความรู้สึกเหงา เศร้า ความคิดถึง มันปนกันไปหมด บางคนมีอาการร้ายแรงถึงขั้น อยู่ในภาวะซึมเศร้า ดังนั้นเราจะมีวิธีอย่างไร ให้เรากลับมาสดใสเป็นคนเดิมได้อีกครั้ง เรามีเคล็ดลับการ เยียวยาหัวใจ มาให้คุณค่ะ ถึงแม้จะเหงา แต่ดีกว่าให้เขากลับมา บอกตัวเองให้เลิกเหงา ดีกว่าบอกเขาให้กลับมา เรามาดูเคล็ดลับ รับมือกับอาการอกหัก เลิกมูฟออนเป็นวงกลม กันค่ะ  ยอมรับความจริง  สิ่งที่จะทำให้เรามูฟออนได้ไวที่สุด สิ่งแรกคือการยอมรับความจริง ถ้าเรารู้สึกเศร้า รู้สึกเสียใจ รู้สึกโกธร รู้สึกเหงา ให้เรารู้สึกให้เต็มที่ […]

การจัดการความเครียด

เคยไหม? นั่งเรียนหรือนั่งทำงานอยู่ดี ๆ กลับรู้สึกเบื่อ เครียด หรือคิดอะไรไม่ออก ก็เลยนั่งวาดรูปอะไรไปเรื่อยเปื่อย รู้ตัวอีกที อาจมีรูปภาพอะไรเต็มหน้ากระดาษไปหมด หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยมีพฤติกรรมนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองทำเรื่องไร้สาระ เพราะการวาดรูปเล่นลักษณะนี้เรียกว่า ดูเดิ้ลอาร์ท (Doodle Art) ซึ่งนักจิตวิทยาเผยว่า การวาดดูเดิ้ล คือศิลปะบำบัดรูปแบบหนึ่ง และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าที่คุณคิด กับบทความนี้ของ Hello คุณหมอ ดูเดิ้ลอาร์ท (Doodle Art) คืออะไร ดูเดิ้ลอาร์ท (Doodle Art) หรือการวาดดูเดิ้ล (Doodling) หมายถึง การวาดรูปขยุกขยิกแบบลวก ๆ หรือการวาดรูปไปตามอารมณ์ คล้ายใจลอยเวลาวาด หรือพูดอีกอย่างก็คือ เป็นการวาดรูปแบบวาดไปเรื่อย ๆ แบบไม่ได้มีจุดประสงค์แน่ชัดว่าจะวาดรูปอะไรกันแน่ ผู้เชี่ยวชาญเผยว่าดูเดิ้ลอาร์ท เป็นสารไร้ถ้อยคำประเภทหนึ่ง (Non-verbal messages) ที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และการรับรู้ที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของแต่ละคนออกมาเป็นรูปธรรม และจากสถิติพบว่า เวลาวาดรูปดูเดิ้ล ผู้ชายมักจะวาดรูปทรงเรขาคณิต เช่น รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม ส่วนผู้หญิงมักจะวาดรูปใบหน้า และถึงแม้การวาดรูปดูเดิ้ลจะดูเป็นเพียงกิจกรรมฆ่าเวลา ดูไร้สาระ แต่จริง ๆ แล้ว […]

สุขภาพจิต

เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก หรือสถานการณ์ที่ยากจะรับมือ อาจทำให้เกิดอาการวิตกกังวล ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อความเครียดและความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น เมื่อร่างกายเกิดความวิตกกังวลจะทำให้หัวใจของเราก็จะเริ่มเต้นแรงขึ้น บางครั้ง ความวิตกกังวล ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก ได้ด้วย ไม่ว่าจะกระตุกที่ดวงตาไปจนถึงที่ขา อาการกระตุกสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกายของเรา วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ อาการกล้ามเนื้อกระตุกที่เกิดจากความวิตกกังวล ว่าควรป้องกันอย่างไรดี ความวิตกกังวล ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก คืออะไร อาการกระตุกนั้นเป็นอาการอย่างหนึ่งเมื่อร่างกายเกิดความวิตกกังวล แต่ก็ไม่ได้หมายความทุก ๆ คนที่มีอาการวิตกกังวลจะเกิดอาการกระตุกได้ อาการกระตุก เป็นอาการของกล้ามเนื้อ หรือกลุ่มของกล้ามเนื้อเกิดการสั่นไหว เคลื่อนไหว โดยที่ไม่ได้ผ่านการสั่งการจากสมอง ซึ่งอาจจะเป็นเพียงการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยไปจนถึงการเคลื่อนไหวที่มากขึ้น เช่น มือกระตุกขยับขึ้นลง อาการกล้ามเนื้อกระตุกที่เกิดจากความวิตกกังวล นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในกล้ามเนื้อทุก ๆ ส่วนของร่างกาย เมื่อเกิดอาการกระตุกอาจจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที หรืออาจจะเกิดขึ้นนานกว่านั้นก็ได้ สำหรับบางคนอาจจะมีอาการกระตุกเกิดขึ้นได้เรื่อย ๆ กล้ามเนื้อที่ได้รับผลจากความวิตกกังวลมากที่สุดคือ กล้ามเนื้อบริเวณดวงตา อาการกล้ามเนื้อกระตุกที่เกิดจากความวิตกกังวลนั้นมักจะรุนแรงในช่วงก่อนนอน เพราะเป็นช่วงที่เรามักจะคิดวนเวียนถึงเรื่องที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล แต่เมื่อหลับไปแล้วอาการกล้ามเนื้อกระตุกก็จะหายไปเอง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมีเรื่องให้คิดจนมีความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้น ก็จะส่งผลให้อาการกล้ามเนื้อกระตุกนั้นรุนแรงขึ้นได้ อย่างไรก็ตามเมื่ออาการวิตกกังวลหายไป แต่อาการกล้ามเนื้อกระตุกอาจจะยังคงอยู่สักพัก และจะค่อย ๆ หายไปเองได้ สาเหตุที่ความวิตกกังวล ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก ความวิตกกังวล ความวิตกกังวลจะทำให้ระบบประสาทปล่อยสารสื่อประสาทออกมา ซึ่งสารสื่อประสาทบางชนิดจะไปส่งสารให้กล้ามเนื้อนั้นกระขยับ จึงทำให้ร่างกายเกิดอาการกระตุก ความเครียด ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อและเส้นประสาทนั้นตึง เมื่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทนั้นตึงมาก ๆ […]

สุขภาพจิต

เนื่องจาก โรคซึมเศร้า เกิดจากความผิดปกติของสมองที่หลั่งสารเคมีบางอย่างออกมา จนส่งผลกระทบต่อภาวะทางอารมณ์ ความคิด ความรู้สึกที่ทำให้ผู้ป่วยมีทัศนคติในแง่ลบมากขึ้น และไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างที่เคย วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำความรู้ของการรักษาด้วย ทีเอ็มเอส (TMS) จากทางการแพทย์ เพื่อเป็นการทำความเข้าใจเบื้องต้น ให้ทุกคนได้ทราบก่อนเริ่มการรักษามาฝากกันค่ะ ทีเอ็มเอส (TMS) คืออะไร การรักษาด้วยทีเอ็มเอส (Transcranial magnetic stimulation; TMS ) คือ การกระตุ้นสมองอีกรูปแบบหนึ่ง โดยใช้คลื่นสนามแม่เหล็กเข้าไปช่วยปรับปรุงเซลล์ประสาทส่วนกลางของผู้ป่วยที่ประสบกับภาวะซึมเศร้า เพื่อนำไปสู่การควบคุมอารมณ์ ความคิดให้คงที่ ซึ่งการบำบัดด้วย TMS อาจจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 5 วัน ต่อสัปดาห์ แต่บางรายก็อาจต้องใช้ระยะเวลาบำบัดยาวนานเป็นเดือน ๆ ตามแต่การวินิจฉัยจากทางแพทย์ถึงอาการของผู้ป่วยแต่ละบุคคล ขั้นตอนในการรักษาด้วยทีเอ็มเอส (TMS) ก่อนการบำบัดด้วย TMS แพทย์อาจมีการซักประวัติทางสุขภาพ และเริ่มระบุจุดที่เหมาะสมที่สุดในการนำคลื่นสนามแม่เหล็กมาวางเอาไว้บนศีรษะ ซึ่งอาจใช้เวลาทั้งหมดในการบำบัดถึง 60 นาที ด้วยกันตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ แพทย์ หรือผู้ช่วย จะนำพาคุณไปนั่งบนเก้าอี้ที่ให้ความสะดวกสบาย จากนั้นจะเริ่มทำการสวมอุปกรณ์ป้องกันหู เพื่อลดเสียงดังจากเครื่องบำบัด ทำการนำเครื่องบำบัดแบบแนบชิดศีรษะ ที่มีขดลวดในการกระจายสนามแม่เหล็ก เปิดเครื่องบำบัดตามช่วงเวลาที่แพทย์ได้กำหนด เมื่อเสร็จสิ้นการบำบัด แพทย์จะทำการปิดเครื่อง […]

การจัดการความเครียด

การมีสมาธิที่ดี เป็นหนึ่งในตัวการสำคัญ ที่จะนำไปสู่การมีสุขภาพจิตที่ดี เพราะสภาพจิตใจที่ว้าวุ่น ไร้สมาธิ และเต็มไปด้วยความกังวลใจนั้น อาจจะนำไปสู่ความเครียดและความวิตกกังวลได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาพาทุกคนมารู้จักกับ ซาเซน หลักการทำสมาธิ ที่โดดเด่นในเรื่องของการฝึกจิตและการสงบใจ เพื่อการสร้างสมาธิ และสุขภาพจิตที่ดีขึ้นของเรากันค่ะ ทำความรู้จักกับศาสตร์แห่ง ซาเซน ซาเซน (Zazen) คือเทคนิคการฝึกสมาธิรูปแบบหนึ่ง ตามหลักความเชื่อแบบเซน (Zen) นิกายหนึ่งในพุทธศาสนามหายาน ที่นับถือกันอย่างแพร่หลายในประเทศแถบเอเชียตะวันออก แนวความคิดแบบเซนนั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย และพัฒนาต่อที่ประเทศจีน ก่อนที่แนวคิดนี้จะถูกเผยแพร่เข้าสู่ประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นต่อมาในภายหลัง วิธีการปฏิบัติธรรมตามหลักของซาเซนนั้นจะมีอยู่ 4 วิธีหลัก ๆ คือการนั่งสมาธิ การเดินจงกรม การศึกษาพระธรรม และการทำงาน โดยมีเป้าหมายหลักของการปฏิบัติซาเซน อยู่ที่การเพิกเฉยต่อความคิดทั้งปวง ให้ตัวผู้ปฏิบัติธรรมได้รับรู้สึกสัมผัสและความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้นและผ่านไป ทำให้ตระหนักถึงความเป็นจริง ว่าไม่มีสิ่งใจจีรังยั่งยืน ทำให้สามารถปล่อยวาง และเกิดความสงบขึ้นในจิตใจได้ ประโยชน์ของการฝึกสมาธิตามหลักของซาเซน การฝึกสมาธิแบบซาเซนนั้น นอกเหนือจากจะทำให้มีจิตใจที่สงบ ไม่ฟุ้งซ่านแล้ว ยังอาจส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายดังต่อไปนี้ ช่วยลดความเครียด มีงานวิจัยที่พบว่า การทำสมาธิแบบซาเซนเป็นประจำ สามารถช่วยลดความวิตกกังวลและความเครียด สองปัจจัยหลักที่นำไปสู่ปัญหาสุขภาพทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายต่าง ๆ มากมาย เนื่องจากการฝึกสมาธินั้นจะทำให้ผู้ฝึกรู้สึกถึงความเงียบสงบและความสงบ หลายคนยังเลือกวิธีการฝึกสมาธิเพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต เช่น โรควิตกกังวล และโรคซึมเศร้า ได้อีกด้วย การบำบัดยาเสพติด หลักการฝึกสมาธิแบบซาเซนนั้นถูกใช้เป็นหนึ่งในโปรแกรมของแผนการบำบัดยาเสพติดที่ประเทศไต้หวัน เนื่องจากการฝึกแบบซาเซนนั้นสามารถช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและอัตราการหายใจ […]

สุขภาพจิต

ในปัจจุบันนี้ เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักกับ โรคซึมเศร้า ปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นจากสาเหตุต่าง ๆ  ทั้งปัญหาทางสภาพจิตใจ และสภาพร่างกาย แต่คุณรู้หรือไม่คะว่า ยาบางชนิดที่เรากำลังใช้กันอยู่ อาจจะเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ ยาที่ทำให้ซึมเศร้า เหล่านั้นมีอะไรกันบ้าง มาหาคำตอบพร้อมกับ Hello คุณหมอ กันเลยค่ะ ทำไมยาบางชนิดจึงอาจทำให้ซึมเศร้า โรคซึมเศร้า (Depression) เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง จนส่งผลกระทบต่ออารมณ์และความรู้สึก ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้านั้นมักจะมีความคิดไปในแง่ลบ รู้สึกเบื่อหน่าย หมดความสนใจต่อสิ่งรอบข้าง เหม่อลอย รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า หรือแม้กระทั่งอยากที่จะทำร้ายตัวเอง ความผิดปกติของสารเคมีในสมองนั้นอาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากปัญหาทางด้านพันธุกรรม ลักษณะนิสัย ความเครียด หรือแม้แต่กระทั่งความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย ที่ส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนและสารเคมีอื่น ๆ  ภายในร่างกาย เมื่อเรารับประทานยาเข้าไป ยาเหล่านี้ก็จะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของสารเคมีภายในร่างกาย ซึ่งยาบางชนิดก็อาจจะส่งผลกระทบต่อความรู้สึก เช่น ทำให้รู้สึกเศร้า หมดหวัง ไม่อยากมีชีวิต หรือแม้กระทั่งอยากที่จะทำร้ายตัวเอง ซึ่งผลข้างเคียงที่เกิดจากยาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ก็มีความเกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้าด้วยกันทั้งสิ้น 5 ยาที่ทำให้ซึมเศร้า มีอะไรบ้าง ยาในกลุ่มเบต้า บล็อกเกอร์ (Beta-Blockers) ยาในกลุ่มเบต้า บล็อกเกอร์ เป็นยาที่แพทย์มักจะสั่งเพื่อใช้เป็นยาลดความดัน สำหรับรักษาโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อรักษาสภาวะที่เกี่ยวข้องกับหัวใจต่าง ๆ  เช่น หัวใจเต้นผิดปกติ อาการปวดเค้นหัวใจ หัวใจล้มเหลว หรือแม้กระทั่งอาการปวดหัวไมเกรนต่าง ๆ […]

การจัดการความเครียด

เมื่อเกิดความเครียดและความวิตกกังวล นอกจากจะสร้างความไม่สบายใจให้กับตัวเองแล้ว ปัญหาความเครียดและความวิตกกังวลเหล่านี้ ยังส่งผลต่อร่างกายในด้านอื่น ๆ อีกด้วย เช่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หายใจถี่ขึ้น ความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังมีอาการอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับแต่ละคน ที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ ความวิตกกังวลยังส่งผลต่อการรับรส อีกด้วย ซึ่งเป็นผลกระทบที่หลาย ๆ คนอาจไม่เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร วันนี้ Hello คุณหมอ จะชวนทุกคนไปหาคำตอบว่า ความเครียด ความกังวลส่งผลต่อการรับรส ได้อย่างไร ความเครียดและความกังวลส่งผลต่อการรับรส ได้อย่างไร จากงานวิจัยพบว่า สำหรับบางคนเมื่อเกิดความเครียดหรือความวิตกกังวล การรับรสชาติบางรสชาติอาจจะรับรสได้น้อยลง จากการวิจัยในปี 2012 พบว่า ความเครียดมีส่วนทำให้การรับรสชาติเค็มและหวานลดลง ทำให้ในช่วงที่เกิดเครียด จะทำให้พวกเขารับประทานอาหารรสชาติเค็มขึ้นและหวานขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยในปี ค.ศ. 2011 ที่ได้ทำการวิจัยผู้ที่ตกอยู่ในสถาการณ์ที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล เช่น การที่ต้องพูดในที่สาธารณะ การแก้ไขโจทย์คณิตศาสตร์ที่ยาก จากการทดลองพบว่า เมื่อพวกเขาเกิดความวิตกกังวล การรับรสหวานลดลง และทำให้พวกเขารับประทานอาหารรสชาติหวานมากขึ้น นอกจากรสชาติหวานและเค็มแล้ว สำหรับบางคนเมื่อเกิดความเครียด อาจทำให้ปากได้รสชาติรสโลหะอีกด้วย ซึ่งแพทย์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า รสชาติโลหะที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ แต่แพทย์คาดว่าเมื่อเกิดความเครียดจนทำให้ปากแห้ง ทำให้น้ำลายในปากน้อยลง จนปากเกิดรสชาติขมและรสโลหะ วิธีแก้ปัญหาเมื่อ ความกังวลส่งผลต่อการรับรส […]

โรควิตกกังวล

ความวิตกกังวลทำให้นอนไม่หลับ หรือการนอนไม่หลับทำให้เกิดความวิตกกังวล คำถามนี้อาจเป็นคำถามที่เกิดขึ้นกับหลาย ๆ คนที่กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับความวิตกกังวลและการนอนไม่หลับ หรือความจริงแล้ว ความวิตกกังวลและการนอนไม่หลับ อาจจะมีความเชื่อมโยงต่อกัน ทาง Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องนี้มาฝากกัน ความวิตกกังวลและการนอนไม่หลับ มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร ความวิตกกังวล คือ การตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายต่อความเครียด โดยที่คุณจะมีความรู้สึกหวาดกลัว หรือกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป คุณอาจมีโรควิตกกังวล หากมีความรู้สึกดังต่อไปนี้ วิตกกังวลสุดขีด มีความรู้สึกวิตกกังวลเป็นเวลาประมาณ 6 เดือนหรือนานกว่านั้น ความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นกำลังรบกวนชีวิตประจำวัน หรือความสัมพันธ์ของคุณ ส่วน การนอนไม่หลับ เป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่เอาไว้ใช้สำหรับการนอนหลับยาก ซึ่งอาจรวมถึง นอนหลับยาก มีปัญหาในการนอนหลับ ตื่นเช้าเกินไป ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเหนื่อย จากข้อมูลของ Mental Health America ระบุเอาไว้ว่า ความเครียดทำให้คนอเมริกัน 2 ใน 3 เกิดอาการนอนไม่หลับ นอกจากนี้ ยังสังเกตด้วยว่า นิสัยการนอนหลับที่ไม่ดีนั้นเชื่อมโยงกับปัญหาต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้า และความวิตกกังวล ตามรายงานของ Harvard Health Publishing ปัญหาการนอนหลับส่งผลกระทบต่อผู้ใหญ่ที่เป็นโรควิตกกังวลทั่วไปมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า […]

การจัดการความเครียด

ในช่วงเทศกาล โดยเฉพาะเทศกาลที่มีวันหยุดยาวอย่างปีใหม่ หรือสงกรานต์ ถือเป็นโอกาสดีที่คนส่วนใหญ่จะได้หยุดงาน และได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว หรือคนรัก แต่ก็ยังมีคนอีกส่วนหนึ่งที่ต้อง อยู่คนเดียวช่วงเทศกาล ไม่ได้ไปเฉลิมฉลองกับคนที่พวกเขารัก ยิ่งช่วงนี้ โรคโควิด-19 ระบาดรุนแรงขึ้น จนทำให้การเดินทาง และการพบปะ หรือใช้เวลาร่วมกับผู้อื่นกลายเป็นเรื่องยาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนส่วนใหญ่จะต้องอยู่คนเดียว หรือรู้สึกเหงามากเป็นพิเศษ ว่าแต่เราจะรับมือกับความเหงาอย่างไรไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ Hello คุณหมอ จะพาไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อต้อง อยู่คนเดียวช่วงเทศกาล ทำความเข้าใจว่าคุณไม่ได้ตัวคนเดียว การต้องอยู่คนเดียวในช่วงเทศกาลอาจทำให้คุณรู้สึกเหงาและว้าเหว่ ยิ่งคุณต้องการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว เพื่อน หรือคนรักมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งเหงามากขึ้นเท่านั้น แต่คุณควรจำไว้ว่า แม้คุณจะต้องอยู่ลำพัง ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณตัวคนเดียว หรือไม่มีใคร เพราะเดี๋ยวนี้ สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตครอบคลุมแทบจะทุกพื้นที่ คุณจึงสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับคนที่คุณคิดถึงผ่านเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อโซเชียล การวิดีโอคอล หรือการสนทนาแบบได้ยินแค่เสียงตามปกติ ทำให้ตัวเองรู้สึกดีและผ่อนคลาย การกำจัดความเหงาออกไปให้สิ้นซากอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คุณก็บรรเทาความเหงาและทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นได้ ด้วยกิจกรรมผ่อนคลายสุดโปรดของคุณ เช่น การแช่น้ำอุ่น การอ่านหนังสือ การดูหนัง การฟังเพลง การเล่นเกม การเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ การใช้เวลาและมีสมาธิอยู่กับกิจกรรมโปรด จะทำให้คุณลืมความเหงาไปได้ ทั้งยังช่วยให้คุณรับรู้ถึงคุณค่าของตัวเอง หรือพึงพอในใจตัวเอง (Self-esteem) มากขึ้นด้วย ไม่หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน แม้คุณจะไม่ได้ใช้เวลาร่วมกับคนที่คุณต้องการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องอยู่คนเดียวตลอดช่วงเทศกาล […]

การจัดการความเครียด

เวลาต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ตึงเครียด เจอเหตุการณ์อันตราย หรือมีภัยคุกคาม ร่างกายของเราจะรับมือกับสภาวะเหล่านั้นด้วยการตอบสนองแบบ สู้หรือหนี เพื่อความอยู่รอด ว่าแต่การตอบสนองแบบสู้หรือหนีที่ว่าคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร เราไปหาคำตอบจากบทความนี้ของ Hello คุณหมอ กันเลย การตอบสนองโดยการ สู้หรือหนี คืออะไร การตอบสนองโดยการสู้หรือหนี (Fight-or-Flight Response) หรือที่เรียกว่า การตอบสนองต่อความเครียดแบบฉับพลัน (Acute Stress Response) เป็นปฏิกิริยาทางสีรระ หรือการตอบสนองทางร่างกาย (Physiological Response) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความหวาดกลัวทางกายหรือทางจิตใจ ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อสมองหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวและเตรียมพร้อมที่จะสู้ หรือหนีเอาตัวรอดจากสถานการณ์เหล่านั้น ตัวอย่างสถานการณ์ที่ร่างกายมักตอบสนองด้วยสภาวะสู้หรือหนี เช่น การเหยียบเบรก เพราะรถคันหน้าหยุดกะทันหัน ออกไปเดินเล่นแล้วเจอสุนัขขู่ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายอยู่ในภาวะ สู้หรือหนี เมื่อต้องเผชิญกับความเครียดที่เกิดขึ้นทันที (Acute Stress) สมองของเราจะหลั่งฮอร์โมนบางชนิดออกมากระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System; SNS) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System; ANS) มีหน้าที่ตอบสนองหรือรับมือกับความเครียด หรือที่เรียกว่า ภาวะสู้หรือหนี นั่นเอง หลังจากระบบซิมพาเทติกทำงาน ต่อมหมวกไตจะถูกกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนในกลุ่มแคททีโคลามีน (Catecholamines) อย่างนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) และเอพิเนฟริน (Epinephrine) […]

x