home

สุขภาพจิต

เมื่อพูดถึงสุขภาพโดยรวมของคน ๆ หนึ่ง จิตใจ ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าร่างกาย ปัญหาสุขภาพจิต เป็นปัญหาที่มักจะถูกมองข้าม ดังนั้น การเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษา สุขภาพจิต ให้สมบูรณ์แข็งแรง และตระหนักถึงความผิดปกติเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพจิต จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะช่วยให้คุณและคนที่คุณรักมีความสุขมากยิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

หัวข้อ สุขภาพจิต เพิ่มเติม

ความผิดปกติทางอารมณ์

ในปัจจุบันพบว่าประชากรไทยส่วนใหญ่มักประสบกับปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะเครียด โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ เป็นต้น วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาทำความรู้จัก โรคชอบโชว์อวัยวะเพศ อีกหนึ่งอาการทางสุขภาพจิตที่หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้  ทำความรู้จัก โรคชอบโชว์อวัยวะเพศ โรคชอบโชว์อวัยวะเพศ (Exhibitionism) เป็นอาการทางสุขภาพจิตที่เกิดจากความผิดปกติของการแสดงออกเกี่ยวกับความรู้สึกทางเพศ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักรู้สึกตื่นเต้น เมื่อแสดงพฤติกรรมโชว์อวัยวะเพศต่อคนในที่สาธารณะ ยิ่งบุคคลแปลกหน้าที่ได้เห็นมีอาการตกใจ หวาดกลัว ยิ่งทำให้ผู้ป่วยพึงพอใจ  สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วย โรคชอบโชว์อวัยวะเพศ ผู้ป่วยที่มีพฤติกรรม ชอบโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ หรือบุคคลแปลกหน้า ส่วนใหญ่มักเป็นเพศชาย โดยเกิดสาเหตุและปัจจัยดังต่อไปนี้ การโดนล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก มีอาการหมกมุ่นทางเพศหรือได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจตั้งแต่วัยเด็ก การติดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รสนิยมทางเพศส่วนบุคคล โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder) เช็กให้ชัวร์ ชอบโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ รสนิยมทางเพศหรือปัญหาสุขภาพจิต หลายคนอาจสงสัยว่าผู้ที่ ชอบโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ นั้น เป็นเพียงรสนิยมหรือแท้จริงแล้วกำลังมีปัญหาสุขภาพจิตกันแน่น ซึ่งหากผู้ป่วยที่เข้าข่าย ชอบโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ จะมีลักษณะพฤติกรรมแสดงออก ดังต่อไปนี้  ผู้ป่วยมีความต้องการทางเพศในการโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะซ้ำ ๆ ติดต่อกัน และมีอารมณ์รุนแรงมากขึ้นเมื่อได้โชว์ของลับ  ผู้ป่วยมีความต้องการโชว์อวัยวะเพศต่อบุคคลที่ไม่ยินยอม เช่น คนรอบข้างที่รู้จัก เพื่อนร่วมงาน เป็นต้น  อย่างไรก็ตามพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้น อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและเหมาะสม  วิธีการรักษา  ผู้ป่วยที่ ชอบโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ ส่วนใหญ่จะไม่เข้ารับการรักษานอกจากจะถูกจับได้ หรือมีบุคคลรอบข้างใกล้ชิดผู้ป่วยมาพารับการรักษา โดยแพทย์จะใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ดังต่อไปนี้  การบําบัดทางความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy […]

สุขภาพจิต

ปัญหาความวิตกกังวล สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน ความวิตกกังวลนอกจากจะบั่นทอนหัวใจ ทำให้รู้สึกแย่แล้ว ความวิตกกังวลยังส่งผลต่อร่างกาย ในรูปแบบต่าง ๆ ด้วย เช่น ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ปวดหัว และปกแห้ง นอกจากนี้ ความวิตกกังวลยังเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้าได้อีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ความวิตกกังวล ส่งผลให้เหนื่อยล้า ได้อย่างไร มาฝากันค่ะ ความวิตกกังวล ส่งผลต่อร่างกาย อย่างไรบ้าง ความวิตกกังวล เป็นความรู้สึกหวาดกลัว เหตุการณ์ในอนาคตที่ยังไม่ทันเกิดขึ้น จินตนาการไปในทิศทางเชิงลบ จนทำให้เกิดความเครียดต่อเรื่องนั้น ๆ เมื่อเกิดความวิตกกังวล ร่างกายก็จะตอบสนองต่อความเครียดและความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น จนส่งผลออกมาทางกายภาพ ดังนี้ เกิดอาการตัวสั่น อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น เจ็บหน้าอก หายใจเร็วและถี่ขึ้น ปากแห้ง กล้ามเนื้อตึง เวียนหัว คลื่นไส้ ท้องร่วง เมื่อเกิดความวิตกกังวลร่างกายอาจเกิดอาการต่าง ๆ ข้างต้นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีอาการหลายอย่างรวมกัน ซึ่งการนอนหลับพักผ่อนเป็นวิธีที่สามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายให้ดีขึ้นได้ ความวิตกกังวล ส่งผลให้เหนื่อยล้า ได้อย่างไร ความวิตกกังวล ถือเป็นที่สามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ หากเราสามารถจัดการกับความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นได้ก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากไม่สามารถจัดการได้ จนเกิดความวิตกกังวลขึ้นบ่อย ๆ ความวิตกกังวล ที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ เมื่อเกิด ความวิตกกังวล ฮอร์โมนในร่างกายจะไม่คงที่ ขึ้น ๆ ลง ๆ จนอาจทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าได้ ความรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นปฏิกิริยาทางธรรมชาติที่ร่างกายแสดงออกมา เพื่อตอบสนองต่อความกังวลที่เกิดขึ้น […]

สุขภาพจิต

แน่นอนว่าใคร ๆ ก็ อยากเป็นคนที่ดีขึ้น แต่หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าการเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิมนั้น จะต้องทำอย่างไรบ้าง ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไร ขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นมีมากมายขนาดไหน ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่องนี้มาฝาก เพื่อให้ผู้ที่อยากเป็นคนที่ดีขึ้น ได้ศึกษาและลองปฏิบัติตาม อยากเป็นคนที่ดีขึ้น ต้องทำอย่างไร เราทุกคนต่างก็อยากที่จะเป็นคนที่ดีที่สุด แต่หลายคนสงสัยว่า เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะสามารถเป็นคนที่ดีขึ้นได้หรือไม่ แน่นอนว่าถ้าอยากเป็นคนที่ดีขึ้น ก็จำเป็นจะต้องปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ หากเราอยากเป็นคนที่ดีขึ้นได้ เราก็ต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของตัวเอง และผลประโยชน์สูงสุดของผู้อื่น ดังนั้น ถ้าคุณอยากเป็นคนที่ดีขึ้น ควรทำตามวิธีเหล่านี้ อยากเป็นคนที่ดีขึ้น ต้องปล่อยวางความโกรธ เราทุกคนมักจะต้องพบเจอกับความโกรธในชีวิต ความโกรธที่ไม่สามารถควบคุมได้จะสร้างปัญหาให้กับความสัมพันธ์และสุขภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปสู่ความเครียดและปัญหาอื่น ๆ ได้ ความโกรธจะทำให้ชีวิตซับซ้อนมากขึ้นและทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ถ้า อยากเป็นคนที่ดีขึ้น คุณก็ต้องการเรียนรู้ที่จะจัดการและปล่อยวางความโกรธ การระบายความโกรธไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป แต่ขั้นตอนแรกคือ การเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับรู้ความโกรธและรู้ว่าควรทำอย่างไร เมื่อคุณมีความรู้สึกโกรธเกิดขึ้น การรับรู้ความโกรธมักเป็นเรื่องง่าย หากคุณพยายามสังเกตว่า เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกไม่พอใจและตัดสินใจที่จะจัดการกับความรู้สึกนี้ แทนที่จะจัดการกับความรู้สึกโกรธด้วยการบอกปัดหรือตะคอกใส่ผู้อื่น ลองมุ่งเน้นไปที่การสังเกตว่า คุณรู้สึกโกรธเมื่อไหร่ ทำไมถึงรู้สึกโกรธ เมื่อคุณรู้แล้วว่ามีความแตกต่างกันระหว่างความรู้สึกโกรธและการแสดงความโกรธออกมา จะทำให้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะจัดการกับความโกรธที่เกิดขึ้นอย่างไร พยายามเตือนตัวเองเอาไว้เสมอว่า บางคนที่ตัดคุณออกจากการติดต่อสื่อสาร อาจเสียสมาธิจากสิ่งที่ท้าทายในชีวิตของพวกเขาเอง หากเพื่อคนหนึ่งดูเหมือนจะหยาบคายใส่คุณ ลองถามเขาว่า มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาบ้างในวันนี้ และพยายามดูว่ายังมีอะไรอีกที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้เขาตัดคุณออกจากการสื่อสาร นอกจากนี้ คุณยังสามารถมุ่งเน้นไปที่ […]

สุขภาพจิต

เมื่อคุณจะต้องเผชิญกับปัญหาหรือวิกฤตต่าง ๆ ในชีวิต ที่อาจทำให้คุณเกิดความทุกข์และจมอยู่กับปัญหาที่เกิดขึ้น การสร้างความยืดหยุ่นทางจิตใจ ถือเป็นทางออกที่จะทำให้คุณสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาได้ ซึ่งวิธี การสร้างความยืดหยุ่นทางจิตใจ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถของคุณเลย ทาง Hello ได้นำเรื่องนี้มาฝากคุณแล้วค่ะ ทำความรู้จักกับความยืดหยุ่นทางจิตใจ (Resilience) คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนจึงดูสงบแม้จะต้องเผชิญกับภัยพิบัติ ในขณะที่บางคนกลับทำตัวไม่ถูก คนที่สามารถรักษาอารมณ์ให้เย็นเอาไว้ได้ สิ่งนี้นักจิตวิทยามักจะเรียกว่า “ความยืดหยุ่นทางจิตใจ” ซึ่งเป็นความสามารถในการรับมือกับปัญหาและความพ่ายแพ้ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผู้ที่มีความยืดหยุ่นทางจิตใจ จะสามารถใช้ทักษะและจุดแข็งของตัวเอง เพื่อรับมือและฟื้นตัวจากปัญหาและความท้าทายได้ ปัญหาเหล่านี้อาจรวมถึง การตกงาน ปัญหาทางการเงิน ความเจ็บป่วย ภัยธรรมชาติ เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ การหย่าร้าง หรือการเสียชีวิตของคนที่รัก แทนที่จะตกอยู่ในความสิ้นหวังหรือซ่อนตัวจากปัญหาต่าง ๆ คนที่มี ความยืดหยุ่นทางจิตใจ จะพยายามเผชิญหน้ากับปัญหาต่าง ๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะมีความทุกข์ ความเศร้าโศก หรือความวิตกกังวลน้อยกว่าคนอื่น ๆ เพียงแต่พวกเขาสามารถจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ในรูปแบบที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตให้กับตัวเอง เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ จึงอาจทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ส่วนผู้ที่ขาดความยืดหยุ่นทางจิตใจ อาจจะจมอยู่กับปัญหา หรือจัดการกับความท้าทายในชีวิต ความผิดหวังหรือความล้มเหลว ด้วยกลไกการรับมือที่ไม่ดีต่อสุขภาพ จนอาจส่งผลให้พวกเขามีพฤติกรรมที่ทำลายสุขภาพ หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมที่เป็นอันตราย บุคคลเหล่านี้จะฟื้นตัวจากความพ่ายแพ้ได้ช้าลง […]

สุขภาพจิต

ส่วนที่ดื้อที่สุดในร่างกาย คงหนีไม่พ้น “หัวใจ” เพราะสมองจะเตือนยังไง หัวใจ ก็ไม่เคยจำ จะทนอยู่เพื่อโทษตัวเองทำไม เขาไม่ได้ให้ความหวัง แต่เป็นเรานั้นแหละที่คิดไปเอง บางทีการตัดสินใจเดินออกมา อาจจะทำให้เรามีความสุขมากกว่า แต่เราจะมีวิธีการ เยียวยาหัวใจ จากอาการอกหักอย่างไร วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้คุณค่ะ  ถึงเกมจะแพ้ แต่ชีวิตต้องไปต่อ  กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไป ก็ไปไม่ถึง เพราะไม่มีใครอยากจบเพื่อเริ่มใหม่หรอก แต่การอยู่คนเดียวก็ไม่ได้แย่อย่างที่เราคิด ถ้าต้องเสียใจกับใครคนนึงซ้ำ ๆ เมื่อความรักมาถึงทางตัน ชีวิตเราก็ต้องเดินหน้าต่อ   เมื่อต้องเลิกลากับคนรักในช่วงแรก ๆ เป็นธรรมดาที่เราจะทำใจไม่ได้ ยากกว่าการตัดใจ คือการพยายามลืมว่าเราเคยรักกัน ความรู้สึกเหงา เศร้า ความคิดถึง มันปนกันไปหมด บางคนมีอาการร้ายแรงถึงขั้น อยู่ในภาวะซึมเศร้า ดังนั้นเราจะมีวิธีอย่างไร ให้เรากลับมาสดใสเป็นคนเดิมได้อีกครั้ง เรามีเคล็ดลับการ เยียวยาหัวใจ มาให้คุณค่ะ ถึงแม้จะเหงา แต่ดีกว่าให้เขากลับมา บอกตัวเองให้เลิกเหงา ดีกว่าบอกเขาให้กลับมา เรามาดูเคล็ดลับ รับมือกับอาการอกหัก เลิกมูฟออนเป็นวงกลม กันค่ะ  ยอมรับความจริง  สิ่งที่จะทำให้เรามูฟออนได้ไวที่สุด สิ่งแรกคือการยอมรับความจริง ถ้าเรารู้สึกเศร้า รู้สึกเสียใจ รู้สึกโกธร รู้สึกเหงา ให้เรารู้สึกให้เต็มที่ ไม่ต้องฝืนใจบอกตัวเองว่ายังไหว […]

การจัดการความเครียด

เคยไหม? นั่งเรียนหรือนั่งทำงานอยู่ดี ๆ กลับรู้สึกเบื่อ เครียด หรือคิดอะไรไม่ออก ก็เลยนั่งวาดรูปอะไรไปเรื่อยเปื่อย รู้ตัวอีกที อาจมีรูปภาพอะไรเต็มหน้ากระดาษไปหมด หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยมีพฤติกรรมนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองทำเรื่องไร้สาระ เพราะการวาดรูปเล่นลักษณะนี้เรียกว่า ดูเดิ้ลอาร์ท (Doodle Art) ซึ่งนักจิตวิทยาเผยว่า การวาดดูเดิ้ล คือศิลปะบำบัดรูปแบบหนึ่ง และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าที่คุณคิด กับบทความนี้ของ Hello คุณหมอ ดูเดิ้ลอาร์ท (Doodle Art) คืออะไร ดูเดิ้ลอาร์ท (Doodle Art) หรือการวาดดูเดิ้ล (Doodling) หมายถึง การวาดรูปขยุกขยิกแบบลวก ๆ หรือการวาดรูปไปตามอารมณ์ คล้ายใจลอยเวลาวาด หรือพูดอีกอย่างก็คือ เป็นการวาดรูปแบบวาดไปเรื่อย ๆ แบบไม่ได้มีจุดประสงค์แน่ชัดว่าจะวาดรูปอะไรกันแน่ ผู้เชี่ยวชาญเผยว่าดูเดิ้ลอาร์ท เป็นสารไร้ถ้อยคำประเภทหนึ่ง (Non-verbal messages) ที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และการรับรู้ที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของแต่ละคนออกมาเป็นรูปธรรม และจากสถิติพบว่า เวลาวาดรูปดูเดิ้ล ผู้ชายมักจะวาดรูปทรงเรขาคณิต เช่น รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม ส่วนผู้หญิงมักจะวาดรูปใบหน้า และถึงแม้การวาดรูปดูเดิ้ลจะดูเป็นเพียงกิจกรรมฆ่าเวลา ดูไร้สาระ แต่จริง ๆ แล้ว […]

สุขภาพจิต

เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก หรือสถานการณ์ที่ยากจะรับมือ อาจทำให้เกิดอาการวิตกกังวล ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อความเครียดและความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น เมื่อร่างกายเกิดความวิตกกังวลจะทำให้หัวใจของเราก็จะเริ่มเต้นแรงขึ้น บางครั้ง ความวิตกกังวล ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก ได้ด้วย ไม่ว่าจะกระตุกที่ดวงตาไปจนถึงที่ขา อาการกระตุกสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกายของเรา วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ อาการกล้ามเนื้อกระตุกที่เกิดจากความวิตกกังวล ว่าควรป้องกันอย่างไรดี ความวิตกกังวล ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก คืออะไร อาการกระตุกนั้นเป็นอาการอย่างหนึ่งเมื่อร่างกายเกิดความวิตกกังวล แต่ก็ไม่ได้หมายความทุก ๆ คนที่มีอาการวิตกกังวลจะเกิดอาการกระตุกได้ อาการกระตุก เป็นอาการของกล้ามเนื้อ หรือกลุ่มของกล้ามเนื้อเกิดการสั่นไหว เคลื่อนไหว โดยที่ไม่ได้ผ่านการสั่งการจากสมอง ซึ่งอาจจะเป็นเพียงการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยไปจนถึงการเคลื่อนไหวที่มากขึ้น เช่น มือกระตุกขยับขึ้นลง อาการกล้ามเนื้อกระตุกที่เกิดจากความวิตกกังวล นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในกล้ามเนื้อทุก ๆ ส่วนของร่างกาย เมื่อเกิดอาการกระตุกอาจจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที หรืออาจจะเกิดขึ้นนานกว่านั้นก็ได้ สำหรับบางคนอาจจะมีอาการกระตุกเกิดขึ้นได้เรื่อย ๆ กล้ามเนื้อที่ได้รับผลจากความวิตกกังวลมากที่สุดคือ กล้ามเนื้อบริเวณดวงตา อาการกล้ามเนื้อกระตุกที่เกิดจากความวิตกกังวลนั้นมักจะรุนแรงในช่วงก่อนนอน เพราะเป็นช่วงที่เรามักจะคิดวนเวียนถึงเรื่องที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล แต่เมื่อหลับไปแล้วอาการกล้ามเนื้อกระตุกก็จะหายไปเอง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมีเรื่องให้คิดจนมีความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้น ก็จะส่งผลให้อาการกล้ามเนื้อกระตุกนั้นรุนแรงขึ้นได้ อย่างไรก็ตามเมื่ออาการวิตกกังวลหายไป แต่อาการกล้ามเนื้อกระตุกอาจจะยังคงอยู่สักพัก และจะค่อย ๆ หายไปเองได้ สาเหตุที่ความวิตกกังวล ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก ความวิตกกังวล ความวิตกกังวลจะทำให้ระบบประสาทปล่อยสารสื่อประสาทออกมา ซึ่งสารสื่อประสาทบางชนิดจะไปส่งสารให้กล้ามเนื้อนั้นกระขยับ จึงทำให้ร่างกายเกิดอาการกระตุก ความเครียด ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อและเส้นประสาทนั้นตึง เมื่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทนั้นตึงมาก ๆ […]

สุขภาพจิต

เนื่องจาก โรคซึมเศร้า เกิดจากความผิดปกติของสมองที่หลั่งสารเคมีบางอย่างออกมา จนส่งผลกระทบต่อภาวะทางอารมณ์ ความคิด ความรู้สึกที่ทำให้ผู้ป่วยมีทัศนคติในแง่ลบมากขึ้น และไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างที่เคย วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำความรู้ของการรักษาด้วย ทีเอ็มเอส (TMS) จากทางการแพทย์ เพื่อเป็นการทำความเข้าใจเบื้องต้น ให้ทุกคนได้ทราบก่อนเริ่มการรักษามาฝากกันค่ะ ทีเอ็มเอส (TMS) คืออะไร การรักษาด้วยทีเอ็มเอส (Transcranial magnetic stimulation; TMS ) คือ การกระตุ้นสมองอีกรูปแบบหนึ่ง โดยใช้คลื่นสนามแม่เหล็กเข้าไปช่วยปรับปรุงเซลล์ประสาทส่วนกลางของผู้ป่วยที่ประสบกับภาวะซึมเศร้า เพื่อนำไปสู่การควบคุมอารมณ์ ความคิดให้คงที่ ซึ่งการบำบัดด้วย TMS อาจจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 5 วัน ต่อสัปดาห์ แต่บางรายก็อาจต้องใช้ระยะเวลาบำบัดยาวนานเป็นเดือน ๆ ตามแต่การวินิจฉัยจากทางแพทย์ถึงอาการของผู้ป่วยแต่ละบุคคล ขั้นตอนในการรักษาด้วยทีเอ็มเอส (TMS) ก่อนการบำบัดด้วย TMS แพทย์อาจมีการซักประวัติทางสุขภาพ และเริ่มระบุจุดที่เหมาะสมที่สุดในการนำคลื่นสนามแม่เหล็กมาวางเอาไว้บนศีรษะ ซึ่งอาจใช้เวลาทั้งหมดในการบำบัดถึง 60 นาที ด้วยกันตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ แพทย์ หรือผู้ช่วย จะนำพาคุณไปนั่งบนเก้าอี้ที่ให้ความสะดวกสบาย จากนั้นจะเริ่มทำการสวมอุปกรณ์ป้องกันหู เพื่อลดเสียงดังจากเครื่องบำบัด ทำการนำเครื่องบำบัดแบบแนบชิดศีรษะ ที่มีขดลวดในการกระจายสนามแม่เหล็ก เปิดเครื่องบำบัดตามช่วงเวลาที่แพทย์ได้กำหนด เมื่อเสร็จสิ้นการบำบัด แพทย์จะทำการปิดเครื่อง พร้อมให้คำแนะนำ และทำการนัดหมายเพื่อการบำบัดอีกครั้ง ในช่วงระยะเวลาถัดไป ซึ่งปกติแล้วหลังจากการบำบัดคุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในทันที […]

การจัดการความเครียด

การมีสมาธิที่ดี เป็นหนึ่งในตัวการสำคัญ ที่จะนำไปสู่การมีสุขภาพจิตที่ดี เพราะสภาพจิตใจที่ว้าวุ่น ไร้สมาธิ และเต็มไปด้วยความกังวลใจนั้น อาจจะนำไปสู่ความเครียดและความวิตกกังวลได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาพาทุกคนมารู้จักกับ ซาเซน หลักการทำสมาธิ ที่โดดเด่นในเรื่องของการฝึกจิตและการสงบใจ เพื่อการสร้างสมาธิ และสุขภาพจิตที่ดีขึ้นของเรากันค่ะ ทำความรู้จักกับศาสตร์แห่ง ซาเซน ซาเซน (Zazen) คือเทคนิคการฝึกสมาธิรูปแบบหนึ่ง ตามหลักความเชื่อแบบเซน (Zen) นิกายหนึ่งในพุทธศาสนามหายาน ที่นับถือกันอย่างแพร่หลายในประเทศแถบเอเชียตะวันออก แนวความคิดแบบเซนนั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย และพัฒนาต่อที่ประเทศจีน ก่อนที่แนวคิดนี้จะถูกเผยแพร่เข้าสู่ประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นต่อมาในภายหลัง วิธีการปฏิบัติธรรมตามหลักของซาเซนนั้นจะมีอยู่ 4 วิธีหลัก ๆ คือการนั่งสมาธิ การเดินจงกรม การศึกษาพระธรรม และการทำงาน โดยมีเป้าหมายหลักของการปฏิบัติซาเซน อยู่ที่การเพิกเฉยต่อความคิดทั้งปวง ให้ตัวผู้ปฏิบัติธรรมได้รับรู้สึกสัมผัสและความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้นและผ่านไป ทำให้ตระหนักถึงความเป็นจริง ว่าไม่มีสิ่งใจจีรังยั่งยืน ทำให้สามารถปล่อยวาง และเกิดความสงบขึ้นในจิตใจได้ ประโยชน์ของการฝึกสมาธิตามหลักของซาเซน การฝึกสมาธิแบบซาเซนนั้น นอกเหนือจากจะทำให้มีจิตใจที่สงบ ไม่ฟุ้งซ่านแล้ว ยังอาจส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายดังต่อไปนี้ ช่วยลดความเครียด มีงานวิจัยที่พบว่า การทำสมาธิแบบซาเซนเป็นประจำ สามารถช่วยลดความวิตกกังวลและความเครียด สองปัจจัยหลักที่นำไปสู่ปัญหาสุขภาพทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายต่าง ๆ มากมาย เนื่องจากการฝึกสมาธินั้นจะทำให้ผู้ฝึกรู้สึกถึงความเงียบสงบและความสงบ หลายคนยังเลือกวิธีการฝึกสมาธิเพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต เช่น โรควิตกกังวล และโรคซึมเศร้า ได้อีกด้วย การบำบัดยาเสพติด หลักการฝึกสมาธิแบบซาเซนนั้นถูกใช้เป็นหนึ่งในโปรแกรมของแผนการบำบัดยาเสพติดที่ประเทศไต้หวัน เนื่องจากการฝึกแบบซาเซนนั้นสามารถช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและอัตราการหายใจ […]

สุขภาพจิต

ในปัจจุบันนี้ เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักกับ โรคซึมเศร้า ปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นจากสาเหตุต่าง ๆ  ทั้งปัญหาทางสภาพจิตใจ และสภาพร่างกาย แต่คุณรู้หรือไม่คะว่า ยาบางชนิดที่เรากำลังใช้กันอยู่ อาจจะเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ ยาที่ทำให้ซึมเศร้า เหล่านั้นมีอะไรกันบ้าง มาหาคำตอบพร้อมกับ Hello คุณหมอ กันเลยค่ะ ทำไมยาบางชนิดจึงอาจทำให้ซึมเศร้า โรคซึมเศร้า (Depression) เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง จนส่งผลกระทบต่ออารมณ์และความรู้สึก ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้านั้นมักจะมีความคิดไปในแง่ลบ รู้สึกเบื่อหน่าย หมดความสนใจต่อสิ่งรอบข้าง เหม่อลอย รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า หรือแม้กระทั่งอยากที่จะทำร้ายตัวเอง ความผิดปกติของสารเคมีในสมองนั้นอาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากปัญหาทางด้านพันธุกรรม ลักษณะนิสัย ความเครียด หรือแม้แต่กระทั่งความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย ที่ส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนและสารเคมีอื่น ๆ  ภายในร่างกาย เมื่อเรารับประทานยาเข้าไป ยาเหล่านี้ก็จะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของสารเคมีภายในร่างกาย ซึ่งยาบางชนิดก็อาจจะส่งผลกระทบต่อความรู้สึก เช่น ทำให้รู้สึกเศร้า หมดหวัง ไม่อยากมีชีวิต หรือแม้กระทั่งอยากที่จะทำร้ายตัวเอง ซึ่งผลข้างเคียงที่เกิดจากยาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ก็มีความเกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้าด้วยกันทั้งสิ้น 5 ยาที่ทำให้ซึมเศร้า มีอะไรบ้าง ยาในกลุ่มเบต้า บล็อกเกอร์ (Beta-Blockers) ยาในกลุ่มเบต้า บล็อกเกอร์ เป็นยาที่แพทย์มักจะสั่งเพื่อใช้เป็นยาลดความดัน สำหรับรักษาโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อรักษาสภาวะที่เกี่ยวข้องกับหัวใจต่าง ๆ  เช่น หัวใจเต้นผิดปกติ อาการปวดเค้นหัวใจ หัวใจล้มเหลว หรือแม้กระทั่งอาการปวดหัวไมเกรนต่าง ๆ […]