ฝีมะม่วง โรคร้ายจากการมีเพศสัมพันธ์

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 20, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ในสังคมปัจจุบัน พบว่า คนส่วนใหญ่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กันเยอะมาก หากคุณคิดจะรักสนุกแบบไม่ผูกพันธ์และไม่รู้จักป้องกันระวังเสี่ยงติดโรคและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ วันนี้ Helloคุณหมอ นำอีกหนึ่งโรคที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์มาฝากกันค่ะ นั้นคือโรคฝีมะม่วง (Lymphogranuloma Venereum : LGV)เรามาทำความรู้จักเพื่อป้องกันไว้ก่อนสายเกินแก้กันค่ะ

ฝีมะม่วง (Lymphogranuloma Venereum : LGV)  คืออะไร

ฝีมะม่วง (Lymphogranuloma venereum) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง โรคนี้มีเกิดจากเชื้อแบคทีเรียคลาไมเดีย ทราโคมาติส (Chlamydia trachomatis bacterium) แบคทีเรียนี้จะผ่านเข้าสู่ผิวหนังทำให้เกิดแผลที่อวัยวะเพศ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบจะบวมโตติดกันเป็นก้อนฝีขนาดใหญ่ จะรู้สึกเจ็บปวดมาก โรคนี้ส่วนใหญ่เกิดการมีรักร่วมเพศระหว่างชายกับชาย การไม่สวมถุงยางอนามัย และการมีคู่นอนหลายคน เป็นต้น

อาการของโรคฝีมะม่วง เป็นอย่างไร

 อาการของโรคแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
  • ระยะที่ 1 Primary LGV (ระยะแผล) เริ่มละแผลจะหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน ซึ่งเพราะไม่มีอาการเจ็บหรือปวดนี้เอง จึงทำให้ผู้ป่วยมักไม่ทันได้สังเกตเห็น
  • ระยะที่ 2  Secondary LGV (ระยะฝี) ต่อมาต่อมน้ำมแรกผู้ป่วยจะมีตุ่มนูน ตุ่มใส หรือแผลขนาดเล็ก ตื้น ๆ เกิดขึ้นที่อวัยวะเพศก่อน หรืออาจเกิดขึ้นที่อัณฑะหรือทวารหนักก็ได้ โดยที่ไม่มีอาการเจ็บหรือปวด น้ำเหลืองที่ขาหนีบจะบวมโตติดกันเป็นก้อนฝีขนาดใหญ่และเจ็บมากจนอาจเดินไม่ได้ ตรงกลางจะเป็นร่องของพังผืดคล้ายร่องของมะม่วงอกร่อง จึงเรียกโรคนี้ว่า “ฝีมะม่วง” ซึ่งอาจเป็นเพียงข้างเดียวหรือเป็นทั้งสองข้างก็ได้ และผิวหนังบริเวณที่เป็นฝีจะมีอาการอักเสบ มีลักษณะบวม แดง ร้อนร่วมด้วย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดฝีมากจนเดินไม่ถนัด ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ตาอักเสบ ปวดข้อ ผื่นขึ้นตามตัว ถ้าไม่ได้รับการรักษา ฝีอาจยุบหายไปได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ หรือเป็นเดือน แต่บางรายฝีอาจแตกเป็นรูหลายรูและมีหนองไหลจนกลายเป็นแผลเรื้อรังได้
  • ระยะที่ 3 Tertiary LGV ระยะนี้อาจเกิดขึ้นหลังจากได้รับเชื้อมานานถึง 20 ปี ผู้ป่วยจะมีอาการของลำไส้อักเสบ มีอาการคันก้น มีหนองและเลือดออกจากทวารหนัก ปวดเบ่ง อุจจาระลำเล็กลง น้ำหนักตัวลด และอาจมีการตีบตันของทวารหนักหรือทวารหนักมีก้อนเหมือนริดสีดวง

วิธีการรักษาโรคฝีมะม่วง

การรักษาโรคฝีมะม่วงใช้วิธีในการรักษา 2 วิธี ดังนี้

การรักษาด้วยการกินยา  

  • แพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะ อะซิโธรมัยซิน (Azithromycin) แก่ผู้ป่วยโรคฝีมะม่วง โดยรับประทานอิริโธรมัยซิน 500 มก.วันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 20-30 วัน

การผ่าตัด

  • ผู้ป่วยฝีมะม่วงที่เกิดก้อนฝีหรือต่อมน้ำเหลืองบวมโตอาจต้องเจาะผิวเอาของเหลวในฝีออกมา เพื่อบรรเทาอาการของโรคให้ทุเลาลง ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายที่ลำไส้ตรงตีบหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อย่างรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด

 วิธีป้องกัน ฝีมะม่วง

  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรค ซึ่งจะเป็นวิธีการป้องกันการเกิด โรคฝีมะม่วง ได้ดีที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการเที่ยวกลางคืนหรือการสำส่อนทางเพศ และถ้าจะหลับนอนกับคนที่สงสัยว่าเป็นโรคก็ควรจะสวมถุงยางอนามัยด้วยทุกครั้ง
  • ควรรักษาความสะอาดของอวัยวะเพศ (ฟอกล้างด้วยสบู่) หลังการร่วมเพศทันทีทุกครั้ง (การดื่มน้ำก่อนร่วมเพศและถ่ายปัสสาวะทันทีหลังร่วมเพศ หรือการฟอกสบู่ทันทีหลังร่วมเพศ อาจช่วยลดการติดเชื้อลงได้บ้าง แต่ไม่ใช่ว่าจะได้ผลทุกราย)
  • การกินยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันโรคภายหลังร่วมเพศอาจได้ผลบ้าง แต่ต้องใช้ยาชนิดและขนาดเดียวกันกับที่ใช้รักษา ซึ่งดูแล้วจะไม่คุ้ม สู้รอให้มีอาการแสดงออกมาแล้วค่อยรักษาไม่ได้
  • หมั่นออกกำลังกายและรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ)

 Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

ความเชื่อที่ได้ยินมานั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเสมอไป วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวม 4 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
คุณแม่ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ สิงหาคม 18, 2020 . เวลาในการอ่าน

เซ็กส์เร่าร้อน ไม่ง้อแอร์ ไม่หวั่นแม้ในวันที่อากาศร้อน

เชื่อหรือไม่คะว่า ในสภาพอากาศที่ร้อน ๆ แบบนี้ คุณสามารถมี เซ็กส์เร่าร้อน ได้โดยไม่ต้องเปิดแอร์ แต่เพราะอะไร?  วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้ทุกคนค่ะ 

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เซ็กส์และความสัมพันธ์, สุขภาพชีวิตที่ดี สิงหาคม 17, 2020 . เวลาในการอ่าน

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Diseases / STDs)

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) คือการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อที่ทำให้เกิดโรค ชนิดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีมากกว่า 20 ชนิด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ สิงหาคม 7, 2020 . เวลาในการอ่าน

6 สัญญาณเตือนพยาธิในช่องคลอด ที่คุณควรรู้

สัญญาณเตือนพยาธิในช่องคลอด เป็นอาการต่าง ๆ ที่ชี้ให้เห็นว่าคุณมีพยาธิในช่องคลอด ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการตกขาว ช่องคลอดมีกลิ่น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

บทความแนะนำ

เซ็กส์ในช่วงวัย-60-เคล็ดลับ

เซ็กส์ในช่วงวัย 60 ราบรื่นได้ ด้วยเคล็ดลับวิธีเหล่านี้!

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มกราคม 13, 2021 . เวลาในการอ่าน
น้ำหนักเกิน-ท่าเซ็กส์-ลีลาร้อนรัก

อวบแต่แซ่บ ลีลาร้อนรัก มัดใจชาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 2, 2020 . เวลาในการอ่าน
จี-สปอต-กระตุ้น-จุดสุดยอด

จี สปอต (G-Spot) จุดสยิว ที่พาสาว ๆ สู่แดนสวรรค์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 31, 2020 . เวลาในการอ่าน
การมีเซ็กส์ทำให้มีความสุข

เหตุผลที่ การมีเซ็กส์ทำให้มีความสุข

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 28, 2020 . เวลาในการอ่าน