คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

แผ่นแปะยาคุม คืออะไร มีวิธีใช้อย่างไร

    แผ่นแปะยาคุม คืออะไร มีวิธีใช้อย่างไร

    แผ่นแปะยาคุม เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการคุมกำเนิด โดยการแปะแผ่นฟิล์มพลาสติกที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน เพื่อให้ฮอร์โมนซึมเข้าสู่ผิวหนัง และออกฤทธิ์กระตุ้นให้มดลูกหนาตัวจนอสุจิไม่สามารถผ่านเข้าไปผสมกับไข่ได้ แผ่นแปะยาคุมสามารถใช้แปะบนผิวหนังได้ทุกส่วนของร่างกาย ส่วนใหญ่มักแปะบริเวณต้นแขน หน้าท้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกรับประทานยาคุมกำเนิดแบบเม็ด แต่อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่บ่อยครั้งตามช่วงเวลาที่คุณหมอกำหนด เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพ

    เครื่องมือคำนวณการตกไข่

    เครื่องมือคำนวณการตกไข่

    ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

    เครื่องมือคำนวณการตกไข่

    ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

    เครื่องมือคำนวณการตกไข่

    ระยะเวลารอบเดือน

    (วัน)

    28

    ช่วงมีประจำเดือน

    (วัน)

    7

    แผ่นแปะยาคุม คืออะไร

    แผ่นแปะยาคุม คือ ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะผิวหนัง ที่ทำจากฟิล์มพลาสติก และผ้าใยสังเคราะห์ที่มีความยืดหยุ่น มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมหรือวงกลม สีน้ำตาลอ่อน ประกอบไปด้วยฮอร์โมนรวมกลุ่มเอสโตรเจน (Estrogens) เช่น เอทินิลเอสตราไดออล (Ethinyl estradiol) และฮอร์โมนในกลุ่มโปรเจสติน (Progestins) เช่น เลโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) ซึ่งจะทำการปล่อยฮอร์โมนเหล่านี้ผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดและส่งผลทำให้มดลูกหนาตัว ทำให้อสุจิผ่านเข้าไปผสมกับไข่ได้ยาก หรืออาจทำให้ผนังมดลูกบางลงจนไข่ที่ผสมกับอสุจิแล้วไม่สามารถฝังตัวบนผนังมดลูกได้ทำให้ไม่เกิดการตั้งครรภ์

    วิธีการใช้แผ่นแปะยาคุม คือ ใช้สัปดาห์ละ 1 แผ่น ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 สัปดาห์ แล้วเว้น 1 สัปดาห์เพื่อให้ประจำเดือนมา การแปะแผ่นยาคุมใน 1 รอบ อาจคุมกำเนิด 4 สัปดาห์หรือ 28 วัน สำหรับประเทศไทยมีแผ่นแปะคุมกำเนิดที่นิยมใช้ 2 ชนิด ได้แก่

    • แผ่นแปะคุมกำเนิดที่มีเอทินิลเอสตราไดออลผสมกับนอร์เอลเจสโทรมิน มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาด 20 ตารางเซนติเมตร มีเอทินิลเอสตราไดออล 600 ไมโครกรัม และนอร์เอลเจสโทรมิน 6 มิลลิกรัม ซึ่งอาจปล่อยเอทินิลเอสตราไดออลโดยเฉลี่ย 33.9 ไมโครกรัม/วัน และนอร์เอลเจสโทรมินโดยเฉลี่ย 203 ไมโครกรัม/วัน
    • แผ่นแปะคุมกำเนิดชนิดที่มีเอทินิลเอสตราไดออลผสมกับเลโวนอร์เจสเตรล มีลักษณะเป็นแผ่นกลมขนาด 28 ตารางเซนติเมตร บริเวณตรงกลางมีขนาด 15 ตารางเซนติเมตร โดยมีเอทินิลเอสตราไดออล 2.3 มิลลิกรัม และเลโวนอร์เจสเตรล 2.6 มิลลิกรัม ซึ่งอาจปล่อยเอทินิลเอสตราไดออล 30 ไมโครกรัม/วัน และเลโวนอร์เจสเตรล 120 ไมโครกรัม/วัน

    ประโยชน์ของแผ่นแปะยาคุม

    ประโยชน์ของแผ่นแปะยาคุม มีดังนี้

    • ใช้งานง่าย สะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ลืมรับประทานยาคุมแบบเม็ดหรือมีปัญหาในการกลืนยา
    • สามารถถอดออกได้ตลอดเวลา
    • ลดอาการปวดท้องประจำเดือนและอาจทำให้ประจำเดือนมาปกติ
    • อาจช่วยลดโอกาสการเกิดซีสต์รังไข่และโรคมะเร็งบางชนิด
    • อาจช่วยเพิ่มความสมดุลให้ฮอร์โมนในร่างกาย
    • ฮอร์โมนจากแผ่นแปะยาคุมจะไม่ถูกดูดซึมโดยกระเพาะอาหาร จึงสามารถใช้ได้หากมีอาการป่วย อาเจียน หรือท้องเสีย

    แผ่นแปะยาคุม ไม่เหมาะกับใคร

    การใช้แผ่นแปะยาคุม อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะสุขภาพ ดังนี้

    • อายุ 35 ปีขึ้นไป และสูบบุหรี่
    • ผู้ที่มีน้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัม
    • มีประวัติเป็นลิ่มเลือด หัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และความดันโลหิตสูงขั้นรุนแรง
    • เป็นโรคตับ ไมเกรน หรือภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน
    • มีเลือดออกทางช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ
    • เป็นดีซ่าน
    • กำลังจะเข้ารับการผ่าตัดใหญ่
    • เป็นมะเร็งตับหรือโรคเนื้องอกในตับ

    นอกจากนี้ อาจจำเป็นต้องแจ้งให้คุณหมอทราบในกรณีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีคอเลสเตอรอลสูง ภาวะซึมเศร้า โรคกลาก สะเก็ดเงิน อยู่ในช่วงให้นมบุตร และกำลังรับประทานยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรอื่น ๆ เช่น ยารักษาลมบ้าหมู เนื่องจากคุณหมออาจแนะนำวิธีการคุมกำเนิดรูปแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับสุขภาพ

    วิธีใช้แผ่นแปะยาคุม

    วิธีใช้แผ่นแปะยาคุม มีดังนี้

    1. เข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อให้คุณหมอประเมินว่าสามารถคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ได้หรือไม่
    2. ควรแปะแผ่นยาคุมภายในวันแรกที่ประจำเดือนมา หากไม่ได้เริ่มแปะแผ่นยาในวันแรกที่มีประจำเดือน อาจจำเป็นต้องใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น ใช้ถุงยางอนามัยเป็นเวลา 7 วัน หรือให้งดการมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 7 วัน หลังแปะแผ่นยาคุมหรืออาจแปะแผ่นคุมกำเนิดในช่วงที่ไม่เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์
    3. ก่อนแปะแผ่นคุมกำเนิด ควรทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ต้องการและเช็ดให้แห้ง โดยควรเลือกบริเวณที่ไม่มีขน และไม่โดนเสื้อผ้ารัดจนแน่น ส่วนใหญ่มักแปะที่ต้นแขนด้านนอก หน้าท้อง ก้น แผ่นหลัง หลีกเลี่ยงการแปะแผ่นยาคุมในบริเวณที่มีแผลเปิด หน้าอก และเต้านม เพื่อลดการระคายเคืองผิว
    4. ดึงแผ่นพลาสติกใสที่ปิดบนแผ่นยาออกเพียงซีกเดียว และแปะลงบนผิวหนัง ก่อนจะดึงแผ่นพลาสติกใสอีกซีกหนึ่งออก ระวังอย่าให้มือสัมผัสกับแผ่นยาด้านที่จะติดลงบนผิวหนัง
    5. ลูบแผ่นยาให้เนียนแนบสนิทกับผิวหนัง

    คำแนะนำในการใช้แผ่นแปะยาคุม

    คำแนะนำการใช้แผ่นแปะยาคุม มีดังนี้

    • หากแผ่นแปะคุมกำเนิดลอกออก ให้ลองแปะกลับเข้าที่อีกครั้ง แต่ถ้าแผ่นแปะคุมกำเนิดปิดไม่สนิท ควรเปลี่ยนแผ่นใหม่ทันที
    • กรณีที่แผ่นแปะคุมกำเนิดหลุดออกนานกว่า 24 ชั่วโมง ควรเปลี่ยนแผ่นแปะคุมกำเนิดภายในเวลาไม่เกิน 1 วัน หรืออาจเริ่มคุมกำเนิดรอบใหม่ โดยแปะแผ่นคุมกำเนิดในวันแรกที่ประจำเดือนมา และแปะแผ่นคุมกำเนิดต่อเนื่องไป 3 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 แผ่น ซึ่งจะเว้น 1 สัปดาห์ เพื่อให้ประจำเดือนมาปกติ
    • สำหรับผู้ที่ลืมเปลี่ยนแผ่นแปะยาคุมแผ่นที่ 1 ควรถอดออกทันทีที่นึกได้ และยึดวันนั้นเป็นวันแปะยาคุมกำเนิดรอบใหม่ และเปลี่ยนแผ่นแปะคุมกำเนิดรอบถัดไปตามช่วงเวลาปกติ อีกทั้งควรงดการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 7 วันหรือสวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์
    • สำหรับผู้ที่ลืมเปลี่ยนแผ่นแปะยาคุมแผ่นที่ 2 หากลืมไม่เกิน 2 วัน ให้แปะแผ่นใหม่ทันทีที่นึกได้ และยังนับวันเปลี่ยนแผ่นยาตามเดิม แต่หากลืมเกินกว่า 48 ชั่วโมง หรือนานกว่านั้น ควรเริ่มการคุมกำเนิดรอบใหม่ทันทีและควรป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยวิธีอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น งดการมีเพศสัมพันธ์ สวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์
    • สำหรับผู้ที่ลืมเปลี่ยนแผ่นแปะยาคุมแผ่นที่ 3 ให้รีบแกะแผ่นยาออกทันทีที่นึกได้ และเว้น 1 สัปดาห์ เพื่อให้ประจำเดือนมา และยังคงยึดวันเปลี่ยนแผ่นแปะรอบใหม่วันเดิม
    • แผ่นแปะคุมกำเนิดอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ระคายเคืองผิว คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บเต้านม การตกเลือด ปวดท้อง อารมณ์แปรปรวน น้ำหนักเพิ่ม สิวขึ้น กล้ามเนื้อกระตุก นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หากอาการเหล่านี้มีความรุนแรงขึ้นควรพบคุณหมอทันที
    • สำหรับผู้ที่แท้งบุตร ควรเริ่มใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดทันทีหรือไม่เกิน 5 วัน หลังจากแท้งบุตร หากเกินจากนี้อาจจำเป็นต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น สวมถุงยางอนามัย งดการมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากภายในระยะเวลา 10 วันหลังแท้ง อาจมีการตกไข่ ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันในช่วงนี้อาจเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้
    • สำหรับสตรีหลังคลอดบุตรและอยู่ในช่วงให้นมบุตร ไม่แนะนำให้ใช้ยาคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมนรวม และยาคุมกำเนิดแบบแปะ เพราะอาจรบกวนการผลิตน้ำนมให้ลูก โดยจะเริ่มใช้ได้ต่อเมื่อลูกหย่านมแล้ว
    • สำหรับสตรีหลังคลอดบุตรและไม่อยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรเริ่มใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดหลังคลอด หากเริ่มแปะแผ่นคุมกำเนิดเร็วเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดหลอดเลือด นอกจากนี้ ยังอาจจำเป็นต้องใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น การใช้ถุงยางอนามัยเป็นเวลา 7 วัน และงดการมีเพศสัมพันธ์ 7 วัน

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Contraceptive patch. https://www.nhs.uk/conditions/contraception/contraceptive-patch/.Accessed August 4, 2022.

    birth control patch. https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/birth-control-patch/about/pac-20384553.Accessed August 4, 2022.

    Birth Control Patch. https://www.webmd.com/sex/birth-control/birth-control-transdermal-patches.Accessed August 4, 2022.

    Safety, efficacy and patient acceptability of the combined estrogen and progestin transdermal contraceptive patch: a review. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2770395/.Accessed August 4, 2022.

    ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะผิวหนัง…ทางเลือกแทนการรับประทานยาคุมกำเนิด. https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/584/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87/.Accessed August 4, 2022.

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 04/07/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล