home

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

การป้องกันตัวเองจาก โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพทางเพศและอนามัยในการเจริญพันธุ์ของคุณ ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

บทความ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เริมกับHPV ต่างก็เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถพบได้ทั่วไป ทั้งสองโรคนั้นอาจจะมีความคล้ายคลึงกันเนื่องจากเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อผิวหนังและเกิดขึ้นจากไวรัสด้วยกันทั้งนั้น แต่เราจะสามารถแยกแยะได้อย่างไรว่าแบบไหนคือโรคเริม แบบไหนคือการติดเชื้อ HPV บทความนี้มีคำตอบ เริมกับHPV ความเหมือนที่แตกต่าง โรคเริม (Herpes) คืออะไร โรคเริม คือหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้มากที่สุด โรคนี้สามารถพบได้มากถึง 1 ใน 6 คน โรคเริมเป็นการติดเชื้อไวรัส herpes simplex virus โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ herpes simplex virus ชนิดที่ 1 (HSV-1) ที่มักจะเกิดที่บริเวณปาก และชนิดที่ 2 (HSV-2) ที่มักจะเกิดขึ้นที่บริเวณอวัยวะเพศ โรคเริมนี้สามารถส่งผลกระทบได้ทั้งกับผิวหนังและระบบประสาท โดยเฉพาะอาการแผลเริมที่มีลักษณะเป็นตุ่มใสๆ เล็กๆ โรคเริมสามารถติดต่อสู่ผู้อื่นได้จากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัยป้องกัน การจูบ หรือการทำออรัลเซ็กส์โดยไม่ผ่านแผ่นยางอนามัย นอกจากนี้โรคเริมยังสามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้ ขณะที่ทำการคลอดบุตรโดยธรรมชาติ โดยปกติแล้วอาการของโรคเริมมักจะเป็นๆ หายๆ โดยเฉพาะในช่วงที่มีภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอ และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โรคเอชพีวี (Human Papillomavirus : HPV) คืออะไร การเป็นโรคเอชพีวี หมายถึงการติดเชื้อไวรัส Human PapillomaVirus หรือ HPV เชื้อไวรัสที่มักติดต่อกันผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ เชื้อไวรัสเอชพีวี นั้นเป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดหูด […]

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ปัจจุบันสังคมของเราได้เปิดรับความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันมากยิ่งขึ้น แต่หลายคนอาจคิดว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างหญิงกับชาย หรือชายกับชายเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง สำหรับ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หญิงรักหญิง ก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน ความเสี่ยงในเพศสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิง เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์นั้นมีความหลากหลายมาก เช่น รสนิยมและพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงเพียงอย่างเดียว หรือทั้งกับผู้ชายและผู้หญิง  ซึ่งคู่นอนคนก่อนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจมีพฤติกรรมเสี่ยง อย่างการใช้เซ็กส์ทอย (Sex toy) ในกิจกรรมทางเพศร่วมกับผู้อื่น หรือการเคยมีคู่นอนเป็นผู้ชาย มีผลสำรวจหนึ่งกล่าวว่า คู่รักหญิงกับหญิงร้อยละ 53 - 99 เคยมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย และมีแนวโน้มที่จะมีความสัมพันธ์กับผู้ชายอีก ดังนั้น ควรพูดคุยกันอย่างเปิดเผยกับคู่ของตน เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ รู้ทันโรคที่มากับเซ็กส์ จะได้มีเซ็กส์ที่ทั้งมีความสุขและปลอดภัย โดยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบในความสัมพันธ์ระหว่างหญิงกับหญิงนั้น สามารถมีที่มาได้ทั้งจากผู้หญิงด้วยกันเองหรือจากผู้ชาย ดังนี้คือ โรคติดเชื้อระหว่างผู้หญิงกันเอง โรคที่เกิดจากการติดเชื้อระหว่างผู้หญิงกันเอง ได้จากการสัมผัสเป็นหลัก ได้แก่ ไวรัสเอชพีวีที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ เริม และตกขาวกลิ่นเหม็นในช่องคลอด และในปัจจุบัน มีการใช้เซ็กส์ทอยแทนองคชาตจริงๆ  หากใช้ร่วมกันหลายคนโดยทำความสะอาดไม่ดี  ผลจะเหมือนกับพฤติกรรมสำส่อนทางเพศกับผู้ชายได้ โรคที่เกิดจากอดีตคู่นอนคนที่เป็นผู้ชาย ส่วนโรคที่ติดจากอดีตคู่นอนที่เป็นผู้ชาย ก็เป็นได้ทุกโรค ตั้งแต่หนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส และอื่นๆ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หญิงรักหญิง  โรคเริม นอกจากเริมจากอวัยวะเพศสู่อวัยวะเพศแล้ว  พฤติกรรมทางเพศระหว่างหญิงกับหญิง เช่น การใช้ปากกับอวัยวะเพศ […]

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อระหว่างบุคคลหนึ่งไปยังบุคคลหนึ่งผ่านการมีเพศสัมพันธ์ แต่รู้หรือไม่ว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็สามารถติดต่อผ่านผู้อื่นได้ แม้จะไม่มีเพศสัมพันธ์ก็ตาม ผ่านการจูบ การจูบเป็นการแสดงความรักรูปแบบหนึ่ง แต่รู้หรือไม่ว่าน้ำลายก็สามารถเป็นตัวนำในการแพร่เชื้อ “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” บางประเภทได้ เช่น โรคเริม ที่สามารถแพร่จากแผลได้ หรืออาจจะติดต่อกันได้ผ่านผิวหนัง ดังนั้นก่อนจะแลกลิ้นกับใครก็ตาม ควรระมัดระวังเรื่องการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ไว้ก่อน ผ่านการทำออรัลเซ็กส์ คู่รักหลายคนเลือกที่จะไม่มีเพศสัมพันธ์ผ่านอวัยวะเพศ แต่ใช้ลิ้นในการสำเร็จความต้องการทางเพศสำหรับคู่รักของตัวเอง และอาจจะคิดว่าสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ แต่โรคทางเพศสัมพันธ์บางประเภทอย่างโรคเริมก็สามารถติดต่อได้ผ่านแผลบนผิวหนังได้ และเชื้ออาจจะลุกลามผ่านช่องคอกลายเป็นโรคผิวหนังผุพอง หรือมะเร็งปากมดลูกได้ ซึ่งไม่สามารถป้องกันได้ด้วยถุงยางอนามัย ผ่านการปนเปื้อนในอาหาร โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างไวรัสตับอักเสบ เอ และ ไวรัสตับอักเสบ บี สามารถติดต่อได้ผ่านอาหารที่เรากินเข้าไป ซึ่งอาจจะเกิดจากการติดมาจากห้องน้ำและไม่ได้ล้างมือให้สะอาด จากนั้นเชื้อเหล่านี้ก็ปนเปื้อนในอาหารหรือเครื่องดื่มที่กินเข้าไป ซึ่งทำให้ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผ่านผิวสัมผัส การกอดหรือการสัมผัสผิวดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่เป็นอันตราย แต่ก็สามารถทำให้เกิดการติดโรคเริมและมะเร็งปากมดลูกได้ ทั้งสองโรคอาจจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตในอนาคตได้อีกด้วย ซึ่งแนวโน้มของการติดเชื้อผ่านผิวหนังนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างทั้งสภาพผิวและแผลทางผิวหนัง ผ่านผ้าขนหนูหรือผ้าปูที่นอน จริง ๆ แล้วเชื้อของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจจะแทรกซึมอยู่บนเส้นใยของผ้าขนหนูหรือผ้าปูที่นอนก็ได้ โดยเฉพาะปรสิตที่เรียกว่า Trichomonas vaginalis ซึ่งเป็นสาเหตุของการติดเชื้อทริโคโมแนส โดยปรสิตตัวนี้ชอบที่ซ่อนตัวอยู่ในผ้าที่อับชื้น แม้ว่าจะแขวนไว้ข้างนอกก็ตาม ซึ่งง่ายต่อการรับปรสิตเหล่านั้นเข้าร่างกาย ผ่านการใช้ที่โกนหนวดร่วมกัน ที่โกนหนวดนอกจากจะทำให้ผิวระคายเคือง ยังอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ เพราะที่โกนหนวดเหลานี้อาจจะบาดผิวให้มีเลือดออกมา มีโอกาสติดเชื้ออย่าง HIV ไวรัสตับอักเสบ เอ บี หรือ ซี และทำให้เกิดการติดเชื้อผ่านเส้นเลือดได้ ดังนั้นควรแยกใช้ที่โกนหนวดร่วมกับผู้อื่น ผ่านการบริจาคเลือด แม้ว่าขั้นตอนในการบริจาคเลือดจะได้รับความปลอดภัยจากโรงพยาบาล แต่ก็มีโอกาสเสี่ยงสูงมากจากการใช้เข็มที่อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อ HIV จากเข็มที่เกิดจากการใช้เพียงครั้งเดียว หากผู้รับบริจาคเลือดได้รับเลือดจากผู้ป่วย […]

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ถึงจะฟังดูประหลาดและไม่น่าเชื่อ แต่กรุ๊ปเลือดก็มีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับสุขภาพทางเพศของคุณ ใครที่กำลังแปลกใจว่าเรื่องนี้มันเป็นไปได้จริงหรือไม่ วันนี้ Hello คุณหมอ จะไขข้อข้องใจและอธิบายให้ฟังเองว่า กรุ๊ปเลือดสามารถบอกถึงสุขภาพทางเพศ และความเสี่ยงในการเกิด โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ ได้อย่างไร การศึกษากรุ๊ปเลือดและ โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ ความเป็นมา ช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี 2005 ถึง 2011 มีงานวิจัยในหมู่ผู้บริจาคเลือดที่ศูนย์บริจาคโลหิตเตหราน (TBTC) ในประเทศอิหร่าน เพื่อดูความสัมพันธ์ของกรุ๊ปเลือดในระบบ ABO และกรุ๊ปเลือดในระบบ Rh ต่อโรคที่นำโดยเลือด (Blood-Borne infections) หรือโรคที่ติดเชื้อผ่านทางเลือด เป้าหมายของงานวิจัยนี้ คือ เพื่อดูว่ากรุ๊ปเลือดที่แตกต่างกันและการติดเชื้อผ่านทางเลือดนั้นมีความเชื่อมโยงใดๆ กันหรือไม่ งานวิจัยโรคติดเชื้อในที่นี้ ได้แก่ ตับอักเสบ บี ตับอักเสบ ซี การติดเชื้อเอชไอวี (Acquired Immunodeficiency Syndrome ; AIDS) และการติดเชื้อซิฟิลิส ซึ่งโรคที่ติดเชื้อผ่านทางเลือดเหล่านี้ ล้วนเป็นโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งสิ้น บทสรุป โดยทั่วไป จากของเหลวตัวอย่างจำนวน 2,031,451 ตัวอย่างที่เก็บจากผู้บริจาค ตั้งแต่ปี 2005 ถึง 2011 พบว่าตัวอย่าง 10,451 จากทั้งหมด มีค่าไวรัสตับอักเสบ […]

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ฝีมะม่วงคืออะไร ฝีมะม่วง (Lymphogranuloma venereum) เป็นอาการติดเชื้อติดต่อทางเพศชนิดหนึ่ง โรคนี้มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียคลามีเดีย (Chlamydia trachomatis bacterium) แบคทีเรียนี้จะผ่านเข้าผิวหนังและเนื้อเยื่อเมือกไปสู่ต่อมน้ำเหลือง ก่อให้เกิดการคั่งของแบคทีเรียรอบๆ ต่อม โรคนี้จะส่งผลกระทบต่อต่อมน้ำเหลือง อวัยวะเพศส่วนนอก แม้กระทั่งไส้ตรงและปาก ฝีมะม่วงพบได้บ่อยแค่ไหน โรคนี้เป็นที่แพร่หลายในพื้นที่เขตร้อนและเขตกึ่งร้อน มักจะเกิดขึ้นในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยมักอยู่ในช่วงวัย 20 ถึง 40 คุณสามารถจำกัดโอกาสในการเกิดโรคได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษากับหมอของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เซ็กส์หรือการมีเพศสัมพันธ์ถือเป็นความสุขตามธรรมชาติอย่างหนึ่งของคนเรา แต่ถ้าอยากให้ เซ็กส์ดี มีความสุขอย่างแท้จริง แค่ท่วงท่า หรือลีลาเด็ด คงยังไม่เพียงพอ คุณต้องไม่ลืมดูแลร่างกายตัวเองให้ดีอีกด้วย รวมทั้งคำนึงถึงการคุมกำเนิด และการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง หากเจอปัญหาสุขภาพจากการมีเซ็กส์ และนี่คือเช็กลิสต์ 7 ประการ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายควรสำรวจตัวเองให้ดี ก่อนจูงมือกันขึ้นเตียง เซ็กส์ดี มีความสุขแน่ แค่ใส่ใจเรื่องเหล่านี้ 1. ถุงยางอนามัย พร้อมไหม ถุงยางอนามัย นอกจากจะช่วยคุมกำเนิดแล้วยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย การสวมถุงยางอนามัย คุณผู้ชายต้องตรวจสอบให้ดีว่า ใช้ถุงยางอนามัยถูกไซส์หรือไม่ ถุงยางอนามัยในประเทศไทยมีด้วยกัน 3 ขนาด คือ 49 มิลลิเมตร 52 มิลลิเมตร และ 56 มิลลิเมตร การสวมถุงยางอนามัยให้ถูกไซส์ถือเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะหากถุงยางหลวมเกินไป หรือคับเกินไป อาจทำให้ถุงยางหลุดหรือฉีกขาดขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ คุณผู้ชายสามารถหาขนาดถุงยางที่เหมาะสมกับตัวเองได้โดยการวัดขนาดเส้นรอบวงตอนที่อวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่ แล้วดูว่าเส้นรอบวงยาวกี่มิลลิเมตร จากนั้นนำตัวเลขที่ได้มาหาร 2 จึงจะได้เป็นขนาดถุงยางอนามัยที่เหมาะสม สิ่งที่ต้องระวัง คือ ชายไทยหลายคนชอบวัดขนาดจากความยาว ไม่ได้วัดเส้นรอบวง จึงทำให้ได้ขนาดถุงยางที่ไม่ถูกต้อง 2. อย่าลืมดูวันหมดอายุถุงยางอนามัย นอกจากถุงยางไม่ถูกไซส์ ถุงยางรั่ว หรือฉีกขาดแล้ว อีกปัญหาหนึ่งที่ควรระวังก็คือ ถุงยางอนามัยหมดอายุ การตรวจสอบวันหมดอายุข้างกล่องถุงยางอนามัยก่อนมีเพศสัมพันธ์ถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากถุงยางอนามัยหมดอายุแล้ว ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดก็ลดลง […]

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดเชื้อ ไวรัสซิกา หรือ "โรคไข้ซิกา" เกิดจากเชื้อไวรัสซิกาที่อยู่ในตระกูลเฟลวิไวรัส (Flavivirus) มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับไวรัสไข้เหลือง ไวรัสเดงกี ไวรัสเวสไนล์ และไวรัสไข้สมองอักเสบเจอี โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ส่วนใหญ่ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอาการไม่รุนแรง สามารถหายเองได้ แต่หากหญิงตั้งครรภ์ป่วยเป็นโรคนี้ อาจส่งผลกระทบกับทารกในครรภ์ เช่น ทำให้คลอดก่อนกำหนด ทารกตายคลอดหรือเสียชีวิตในครรภ์ (fetal death) รวมถึงทำให้เกิดมาพิการแต่กำเนิด เช่น ภาวะศีรษะเล็ก (microcephaly) สมองพิการรุนแรง สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ นอกจากพาหะอย่างยุงลายแล้ว ไวรัสซิกายังสามารถแพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยารักษาโรคติดเชื้อไวรัสซิกาโดยเฉพาะ ไวรัสซิกา ติดต่อจากกิจกรรมทางเพศ เชื้อไวรัสซิกาสามารถแพร่เชื้อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนได้จากเพศสัมพันธ์ทั้งทางทวารหนัก ช่องคลอด หรือช่องปาก นอกจากนี้ การใช้อุปกรณ์ในการประกอบกิจกรรมทางเพศ เช่น เซ็กส์ทอย ร่วมกับคู่รัก ก็สามารถทำให้ไวรัสซิกาแพร่กระจายได้เช่นกัน แถมยังมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้นกว่าปกติด้วย ไวรัสซิกาจะอยู่ในน้ำอสุจิหรือของเหลวในอวัยวะสืบพันธ์ได้นานกว่าของเหลวชนิดอื่น ๆ ในร่างกาย โดยระยะฟักตัวของเชื้อไวรัสซิกาในผู้หญิงและผู้ชายอาจแตกต่างกัน และถึงแม้ว่าคุณจะมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคู่รักของคุณแค่คนเดียว คุณก็ยังสามารถติดเชื้อไวรัสซิกาได้เช่นกัน ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ป้องกันไวรัสซิก ยังไงดี การมีเพศสัมพันธ์แบบปลอดภัย เช่น การใช้ถุงยาง ถือว่าเป็นวิธีที่สามารถลดโอกาสในการติดเชื้อไวรัสซิการะหว่างมีเพศสัมพันธ์ได้มากที่สุด ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการติดโรคต่อต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น ซิฟิลิส หนองในแท้ หนองในเทียม เริม เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี […]

x