สุขภาพหญิง

เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ คุณผู้หญิงทั้งหลายจำเป็นที่จะต้องได้รับข้อมูลและการสนับสนุนในเรื่องของสุขภาพ เพื่อจะได้รักษาสุขภาพและป้องกันตนเองจากสภาวะต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อ ความไม่สมดุลของฮอร์โมน และการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ ทาง Hello คุณหมอได้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับ สุขภาพหญิง เอาไว้ โดยเนื้อหาจะครอบคลุมตั้งแต่ช่วงเริ่มมีประจำเดือน ไปจนถึงช่วงหมดประจำเดือน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพหญิง

เนื้องอกมดลูก หรือ Myoma uteri คือ ก้อนเนื้องอกที่เกิดขึ้นบริเวณกล้ามเนื้อมดลูก โพรงมดลูก ผิวนอกมดลูก เป็นต้น เกิดจากเซลล์บริเวณมดลูกเพิ่มจำนวนมากผิดปกติ เนื้องอกมดลูกอาจมีเพียงก้อนเดียวหรือหลายก้อน และอาจมีขนาดเล็กจนไม่แสดงอาการอะไร ไปจนถึงมีขนาดใหญ่จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะแท้งบุตร ภาวะคลอดก่อนกำหนด เนื้องอกมดลูกพบได้ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ แต่อาจพบมากในผู้หญิงวัย 40-50 ปี อย่างไรก็ตาม หากพบความผิดปกติของมดลูกหรือบริเวณอวัยวะเพศ ควรเข้าพบคุณหมอทันที เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง [health-tool template="ovulation"] Myoma uteri คือ อะไร เนื้องอกมดลูก หรือ Myoma uteri คือ ก้อนเนื้องอกที่เจริญเติบโตบริเวณกล้ามเนื้อมดลูก โพรงมดลูก ผิวนอกมดลูก เป็นต้น เนื่องจากเซลล์บริเวณมดลูกเจริญเติบโตผิดปกติ เนื้องอกที่พบอาจมีเพียงก้อนเดียวหรือหลายก้อน และอาจมีขนาดเล็กจนไม่แสดงอาการ ไปจนถึงขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายตั้งครรภ์ที่ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้  เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่ไม่ใช่เนื้อร้ายที่ทำให้เกิดมะเร็ง แต่หากปล่อยไว้อาจขยายใหญ่ขึ้นจนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ โรคนี้พบได้ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุ 40-50 ปี อย่างไรก็ตาม หากมีปัจจัยบางประการ เช่น การมีประจำเดือนเร็ว การคุมกำเนิด การขาดวิตามินดี การรับประทานเนื้อสัตว์แดงมากเกินไป การดื่มแอลกอฮอล์ […]

หัวข้อ สุขภาพหญิง เพิ่มเติม

การมีประจำเดือน

ประจำเดือนเลื่อน หมายถึง การที่เลือดประจำเดือนซึ่งเคยมาทุกเดือนในรอบเดือนที่เท่า ๆ กัน เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้ประจำเดือนมาช้าหรือเร็วกว่าปกติ โดยมีสาเหตุมาจากหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด การตั้งครรภ์ การออกกำลังกายอย่างหนัก การลดหรือเพิ่มน้ำหนักในเวลาอันรวดเร็ว ความอ้วน หากประจำเดือนเลื่อนบ่อยครั้ง ควรหาเวลาไปพบคุณหมอ เพื่อเข้ารับการตรวจและวินิจฉัยหาสาเหตุ [health-tool template="ovulation"] ประจำเดือนคืออะไร ประจำเดือนมาปกติเป็นแบบไหน ประจำเดือน เป็นภาวะสุขภาพของเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ เกิดจากการลดลงของฮอร์โมนเพศ เมื่อไข่ไม่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิ ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดออกจากมดลูก และกลายเป็นเลือดประจำเดือน โดยทั่วไป ผู้หญิงจะมีประจำเดือนครั้งแรกเมื่ออายุระหว่าง 12-15 ปี อย่างไรก็ตาม บางรายอาจเป็นประจำเดือนนครั้งแรกตั้งแต่อายุ 8 ปี หรือช้ากว่านั้นแต่มักไม่เกิน 16 ปี เมื่อเป็นประจำเดือน เพศหญิงจะมีเลือดไหลออกทางช่องคลอด ติดต่อกันประมาณ 5-7 วัน อย่างไรก็ตาม บางคนอาจเป็นประจำเดือนน้อยกว่านั้น ประมาณ 3-5 วันโดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น เช่น ปวดท้อง ท้องอืด อารมณ์แปรปรวน สิวขึ้น หิวมากเป็นพิเศษ ประจำเดือนเลื่อน ปกติหรือไม่ โดยเฉลี่ย ผู้หญิงจะเป็นประจำเดือนทุก ๆ 28 วัน อย่างไรก็ตาม ประจำเดือนอาจเลื่อน […]

การมีประจำเดือน

เมื่อ เป็นประจำเดือน เพศหญิงจะมีเลือดไหลออกทางช่องคลอดทุก ๆ 21-35 วัน เป็นเวลาประมาณ 5-7 วัน สาเหตุเกิดจากการที่ร่างกายผลิตไข่ และไม่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาเป็นเลือดประจำเดือน ทั้งนี้ แม้ว่าการมีประจำเดือนถือเป็นภาวะสุขภาพปกติของเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ หรือผู้ที่มีอายุประมาณ 12-55 ปี แต่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเป็นประจำเดือนอยู่หลายประการ เช่น มีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีประจำเดือนแล้วไม่ท้อง ประจำเดือนเป็นเลือดสกปรก น้ำมะพร้าวทำให้ประจำเดือนหยุดไหล ไม่ควรออกกำลังกาย ระหว่างเป็นประจำเดือน [health-tool template="ovulation"] เรื่องเข้าใจผิดเมื่อ เป็นประจำเดือน แม้ประจำเดือนจะเป็นภาวะสุขภาพที่เกิดขึ้นกับเพศหญิงทุกคน แต่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประจำเดือนอยู่ซึ่งความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประจำเดือนที่พบบ่อย มีดังนี้ มีเพศสัมพันธ์ระหว่างเป็นประจำเดือนแล้วจะไม่ท้อง คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่า การมีเพศสัมพันธ์ระหว่าง เป็นมีประจำเดือน จะไม่ทำให้ตั้งครรภ์ เนื่องจากประจำเดือนเกิดขึ้นหลังจากไข่ตกและไม่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิ ทำให้ในขณะมีประจำเดือนไม่มีไข่ที่พร้อมปฏิสนธิ จึงไม่ทำให้ตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ในกรณีของผู้ที่มีรอบเดือนสั้น หรือระหว่าง 21-24 วัน เมื่อเป็นประจำเดือน ร่างกายจะตกไข่ฟองใหม่ภายใน 4-5 วันนับจากวันแรกที่มีประจำเดือน และหากมีเพศสัมพันธ์ในวันสุดท้ายของการมีประจำเดือน เซลล์อสุจิซึ่งมีชีวิตอยู่ในร่างกายผู้หญิงได้นานประมาณ 5 วัน อาจสามารถเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ที่ตกระหว่างเป็นประจำเดือน และอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ ไม่ควรออกกำลังกาย ขณะเป็นประจำเดือน เพศหญิงมักเข้าใจว่าระหว่าง เป็นประจำเดือน ไม่ควรออกกำลังกาย เนื่องจากร่างกายมีอาการข้างเคียงต่าง ๆ เช่น […]

การมีประจำเดือน

ปจด. หรือประจำเดือน หมายถึงภาวะเลือดออกทางช่องคลอดของเพศหญิงทุก ๆ เดือน หรือทุก ๆ 21-35 วัน เนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเพศโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน หลังจากที่ร่างกายตกไข่แล้วไม่ได้รับการปฏิสนธิจากอสุจิของเพศชาย ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดออกมาเป็นเลือดประจำเดือน ทั้งนี้ เพศหญิงอาจพบปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับประจำเดือนแตกต่างกันไป เช่น ประจำเดือนมามาก ประจำเดือนขาด ปวดท้องประจำเดือน หากปัญหาเหล่านี้สร้างความไม่สบายตัวหรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรรีบไปพบคุณหมอ เพราะอาการต่าง ๆ เหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในระบบสืบพันธุ์ได้ [health-tool template="ovulation"] ปจด. คืออะไร ปจด. เป็นคำย่อของประจำเดือน หรือการที่ร่างกายเพศหญิงมีเลือดออกทางช่องคลอดเดือนละครั้ง ซึ่งนับเป็นภาวะสุขภาพปกติของเพศหญิง เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยทั่วไป ผู้หญิงมักมีประจำเดือนครั้งแรก เมื่ออายุ 12-16 ปี และจะหยุดมี ปจด. เมื่อเข้าสู่วัยทอง หรือเมื่ออายุราว ๆ 45-55 ปี ซึ่งร่างกายจะหยุดผลิตฮอร์โมนเพศโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจนทำให้ไม่เกิดการตกไข่ ทั้งนี้ ประจำเดือนแต่ละรอบ จะเกิดห่างกันประมาณ 21-35 วัน และเลือดประจำเดือน จะไหลติดต่อกันเป็นเวลา 5-7 วัน ปัญหา ปจด. ที่พบบ่อย ปัญหาสุขภาพในเพศหญิงเกี่ยวกับประจำเดือนที่อาจพบได้บ่อย ประกอบด้วยปัญหาต่าง ๆ ดังนี้ ประจำเดือนมามาก ประจำเดือนมามาก […]

การมีประจำเดือน

ประจำเดือนขาด (Amenorrhea) หรือ ภาวะขาดประจำเดือน หมายถึงการที่เพศหญิงไม่เคยมีประจำเดือนเลย แม้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว หรืออายุเกิน 16 ปีขึ้นไป รวมถึงการขาดประจำเดือนติดต่อกัน 3 รอบขึ้นไป ทั้งนี้ ประจำเดือนขาด อาจเกิดจากความเครียด การใช้ยา การออกกำลังกายอย่างหนักรวมทั้งภาวะธรรมชาติอย่างการตั้งครรภ์ และวัยทอง ประจำเดือน คืออะไร แบบไหนเรียกปกติ ประจำเดือน เป็นภาวะสุขภาพแบบหนึ่งของเพศหญิงเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยร่างกายจะมีเลือดไหลออกจากช่องคลอด ซึ่งเกิดจากเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกจากร่างกาย เนื่องจากไข่หรือเซลล์สืบพันธุ์เพศหญิงไม่ได้รับการปฏิสนธิจากอสุจิในเดือนนั้น ๆ โดยทั่วไป เพศหญิงจะมีประจำเดือนครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 12-16 ปี และประจำเดือนในแต่ละรอบจะเกิดขึ้นทุก ๆ 21-35 วัน ทั้งนี้ ประจำเดือนจะมาติดต่อกันเป็นเวลา 5-7 วัน หรือคิดเป็นเลือดราว 30-72 มิลลิลิตร ต่อประจำเดือน 1 รอบ นอกจากนี้ ระหว่างเป็นประจำเดือนอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง ท้องอืด อยากอาหาร ปวดหัว อารมณ์แปรปรวน อาการของประจำเดือนขาด เป็นอย่างไร ประจำเดือนขาด หรือภาวะขาดประจำเดือน หมายถึงการไม่มีประจำเดือนแม้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว โดยทางการแพทย์แบ่งภาวะขาดประจำเดือนเป็น 2 […]

วัยหมดประจำเดือน

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อผู้หญิงถึงวัยหมดประจำเดือน หรืออายุประมาณ 45-50 ปี ร่างกายจะหยุดผลิตฮอร์โมนเพศ ส่งผลให้อวัยวะสืบพันธุ์ รวมถึงรังไข่ค่อย ๆ หยุดทำงาน รังไข่จะหยุดผลิตไข่ ทำให้ไม่มีประจำเดือนอีก อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนบางคนอาจพบว่า ประจําเดือนหมดแล้วมาใหม่ โดยอาจมีเลือดออกกะปริบกะปรอย หลังจากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนไปแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งภาวะนี้พบได้ทั่วไป แต่หากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนและกลับมามีประจำเดือนอีกครั้งหลังหมดประจำเดือนไปแล้วอย่างน้อย 1 ปี อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะผิดปกติ เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว โรคมะเร็ง ติ่งเนื้อ ควรไปพบหมอสูตินรีเวชเพื่อตรวจภายในและรักษาอย่างถูกวิธี ประจําเดือนหมดแล้วมาใหม่ ในวัยหมดประจำเดือน เกิดขึ้นเพราะอะไร สาเหตุที่ ประจำเดือนหมดแล้วมาใหม่ ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนหรือหมดระดู หรือที่เรียกว่า วัยทอง อาจเกิดจากปัจจัยต่อไปนี้ ภาวะช่องคลอดอักเสบ (Atrophic vaginitis) ทำให้เยื่อบุช่องคลอดบางลง และอาจทำให้มีเลือดออกจากช่องคลอดได้ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกบางลง เนื่องจากร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศ เช่น ฮอร์โมนเอสโตรเจน น้อยลง เมื่อเยื่อบุโพรงมดลูกบางลงอาจทำให้เกิดแผลหรือมีเลือดออกจากช่องคลอดได้ ติ่งเนื้อในมดลูกหรือปากมดลูก อาจทำให้เลือดออกหากเกิดจากเสียดสีที่มดลูก เช่น การมีเพศสัมพันธ์ และทำให้ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ได้ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว (Endometrial hyperplasia) ภาวะเลือดออกจากช่องคลอดอาจเกิดจากการใช้ยาฮอร์โมนทดแทนเพื่อบำบัดอาการต่าง ๆ […]

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ หรือ Polycystic Ovary Syndrome: PCOS คือ ภาวะที่ต่อมไร้ท่อทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดภาวะฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) สูง ร่วมกับภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติและอาจมีบุตรยาก นอกจากนี้ ระดับฮอร์โมนที่แปรปรวนอาจทำให้มีสิวขึ้น ผมร่วง มีขนดกขึ้นตามตัว เป็นต้น ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะ PCOS ยังไม่แน่ชัด แต่อาจเกิดจากพันธุกรรม การมีอินซูลินในร่างกายมากเกินไป เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ถุงน้ำที่เกิดขึ้นอาจฝ่อและยุบตัวได้เองหากดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี เช่น ควบคุมน้ำหนัก รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ควรหมั่นสังเกตสัญญาณของภาวะ PCOS หากพบอาการเข้าข่ายควรรีบไปพบคุณหมอเพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาโดยเร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย PCOS คือ อะไร PCOS คือ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ เป็นภาวะที่มีถุงของเหลว หรือซีสต์จำนวนมากเติบโตภายในรังไข่ ถุงน้ำในรังไข่เหล่านี้ไม่สามารถปล่อยไข่ออกมาได้และไปเบียดรังไข่ ทำให้การทำงานของรังไข่ เช่น การผลิตไข่ การตกไข่ ผิดปกติ นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลให้ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนเพศชายหรือแอนโดรเจน เช่น ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนออกมามากเกินไป (Hyperandrogenism) จนส่งผลต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย เช่น กระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน […]

การมีประจำเดือน

ประจำเดือน คือ ภาวะที่มีเลือดออกทางช่องคลอดทุกเดือน หรือทุก ๆ 21-35 วัน ภาวะนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกคนเมื่อเข้าสู่ภาวะเจริญพันธุ์ ในช่วงที่มีประจำเดือน บางคนอาจมีอาการปวดท้อง หรือที่เรียกว่า ปวดประจำเดือนร่วมด้วย และในบางครั้งอาการปวดอาจรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก การศึกษาวิธี แก้ปวดท้องประจำเดือน ที่เหมาะสม เช่น การออกกำลังกาย การเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ ทั้งนี้ หากอาการปวดรุนแรงและเกิดขึ้นนานกว่าที่เคยเป็น อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงกว่าการปวดท้องประจำเดือนทั่วไป เช่น เนื้องอกในมดลูก ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ ควรไปพบคุณหมอเพื่อทำการรักษาอย่างเร่งด่วน สาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือน อาการปวดประจำเดือนเกิดจากสารเคมีที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ที่อยู่ในเยื่อบุโพรงมดลูกกระตุ้นให้มดลูกบีบเกร็งและหดตัว เพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกที่ลอกตัวออกมาเป็นประจำเดือน หากมดลูกบีบตัวแรงเกินไป อาจไปกดทับหลอดเลือดที่อยู่ใกล้ ๆ และทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อได้ไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดอาการปวดท้องเมื่อกล้ามเนื้อขาดออกซิเจนไปเลี้ยงชั่วขณะ นอกจากนี้ อาการปวดท้องประจำเดือน ยังอาจเกิดจากปัจจัยด้านปัญหาสุขภาพได้ด้วย หากปวดท้องประจำเดือนรุนแรงผิดปกติ ควรไปพบคุณหมอเพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที โดยปัญหาสุขภาพที่สัมพันธ์กับการปวดท้องประจำเดือน อาจมีดังต่อไปนี้ เนื้องอกในมดลูก ภาวะมดลูกโต ภาวะปากมดลูกตีบ ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease: PID) ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) อาการปวดท้องประจำเดือน อาการปวดท้องประจำเดือน อาจมีดังนี้ ปวดท้องส่วนล่างหรือท้องน้อย โดยเฉพาะในช่วง 1-2 […]

สุขภาพหญิง

ไข้ทับระดู เป็นปัญหาสุขภาพหญิงที่พบได้ในผู้หญิงที่ยังอยู่ในวัยมีประจำเดือน มักเกิดขึ้นในช่วงก่อนหรือช่วงที่กำลังเป็นประจำเดือน โดยทั่วไปอาการจะไม่รุนแรงนักและสามารถหายได้เองจากการรับประทานยาลดไข้ หรือยาแก้ปวด สาเหตุอาจเกิดจากระดับฮอร์โมนภายในร่างกายแปรปรวนในช่วงมีประจำเดือน แต่หากมีอาการที่รุนแรง เช่น มีไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน มีตกขาวผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณช่องคลอด ซึ่งควรไปพบคุณหมอเพื่อวินิจฉัยและรักษาให้ทันท่วงที ไข้ทับระดู คืออะไร ไข้ทับระดู เป็นอาการป่วยที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนและระหว่างเป็นประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายอ่อนแอและมีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจทำให้เกิดอาการป่วยไข้ได้ ไข้ทับระดูแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ ไข้ทับระดูทั่วไปที่ทำให้เกิดอาการไข้ต่ำ ๆ รู้สึกไม่สบายตัว ปวดท้อง ปวดหลัง โดยทั่วไปสามารถหายได้เองหลังรักษาเบื้องต้น เช่น รับประทานยาลดไข้ หรือยาแก้ปวด ไข้ทับระดูที่มีภาวะแทรกซ้อนร่วมด้วย ทำให้เกิดอาการที่รุนแรงกว่า เช่น เกิดไข้สูง หนาวสั่น วิงเวียนศีรษะ มีตกขาวผิดปกติ สาเหตุอาจเกิดจากการติดเชื้อ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา อาจต้องรักษาตามเชื้อที่พบ เช่น หากเป็นเพราะการติดเชื้อแบคทีเรีย อาจใช้ยาปฏิชีวนะตามใบสั่งยาเพื่อฆ่าเชื้อ ไข้ทับระดู เกิดจากอะไร ไข้ทับระดู เป็นอาการไข้หรือความรู้สึกไม่สบายตัวที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนหรือช่วงที่เป็นประจำเดือน ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่มีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) […]

เนื้องอกในมดลูก

เนื้องอกมดลูก เป็นเนื้องอกบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง ภาวะนี้พบบ่อยในผู้หญิงอายุ 40 - 50 ปี แต่ก็สามารถเกิดในผู้หญิงในวัยอื่นได้เช่นกัน เนื้องอกมดลูกเกิดจากเซลล์เนื้อเยื่อที่เจริญเติบโตผิดปกติ อาจเกิดได้ทั้งบริเวณภายในเนื้อมดลูก ผนังมดลูก หรือปากมดลูก มีขนาดและรูปร่างที่หลากหลาย สาเหตุอาจเกิดได้จากพันธุกรรมและฮอร์โมนเพศหญิง โดยทั่วไปแล้วไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และมักไม่แสดงอาการ ทั้งยังมีโอกาสเปลี่ยนเป็นเนื้อร้ายหรือก้อนมะเร็งเพียง 0.25-1.08% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีเนื้องอกมดลูกไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ แต่ควรรีบไปพบคุณหมอเพื่อวินิจฉัยอาการและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมมากที่สุด เนื้องอกมดลูก เกิดจากอะไร เนื้องอกมดลูกอาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้ ระดับฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกาย ฮอร์โมนเพศหญิง ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) มีหน้าที่กระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้นในแต่ละรอบเดือน แต่ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เนื้องอกในมดลูกก่อตัวขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อการผลิตฮอร์โมนช้าลงในช่วงวัยหมดประจำเดือน เนื้องอกมักจะหดตัวและมีขนาดเล็กลง พันธุกรรม ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นเนื้องอกมดลูก อาจมีความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกมดลูกสูงขึ้น อาการที่เป็นสัญญาณของเนื้องอกมดลูก โดยทั่วไป เนื้องอกมดลูกจะไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน หากมีอาการดังตัวอย่างต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณความผิดปกติของเนื้องอกมดลูกที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อน ประจำเดือนมามากผิดปกติ ประจำเดือนมานานกว่า 1 สัปดาห์ รู้สึกหน่วงหรือเจ็บบริเวณท้องน้อยซึ่งเป็นตำแหน่งของกระดูกเชิงกราน คลำพบก้อนเนื้อในท้อง หรือรู้สึกว่าท้องโตขึ้นแบบไม่มีความผิดปกติอื่นร่วมด้วย รู้สึกปวดบริเวณหลังและขา มีอาการท้องผูก เนื่องจากเนื้องอกไปเบียดทับลำไส้ใหญ่ ปัสสาวะบ่อยขึ้น เนื่องจากเนื้องอกโตจนไปดันกระเพาะปัสสาวะ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด เนื้องอกมดลูก ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเนื้องอกมดลูก อาจมีดังนี้ […]

สุขภาพหญิง

ตกขาว คือ สารคัดหลั่ง ลักษณะเป็นของเหลวหรือเมือกที่ถูกขับออกมาทางช่องคลอดซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง มีส่วนช่วยป้องกันภาวะช่องคลอดแห้งและลดการติดเชื้อ แม้การเกิดตกขาวจะเป็นภาวะที่พบได้ทั่วไป แต่ผู้หญิงบางคนอาจสงสัยว่า มีตกขาวทุกวัน ผิดปกติหรือไม่ แล้วจะสังเกตได้อย่างไรว่าตกขาวผิดปกติ ตกขาว คืออะไร ตกขาว คือ สารคัดหลั่งที่ถูกขับออกมาทางช่องคลอด มีลักษณะเป็นของเหลวหรือเมือก มีสีใสหรือค่อนข้างขาว เนื้อสัมผัสลื่นคล้ายไข่ขาว ตกขาวมีประโยชน์ในการช่วยให้ช่องคลอดชุ่มชื้น ป้องกันช่องคลอดแห้ง และป้องกันการติดเชื้อ โดยปริมาณ สี และกลิ่นของตกขาวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ ปริมาณตกขาวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทุกช่วงเวลาขึ้นอยู่กับรอบเดือนดังนี้ วันที่ 1-5 ของการ มีประจำเดือน อาจมีตกขาวสีแดง หรือชมพู เนื่องจากมีเลือดประจำเดือนปน วันที่ 6 -14 หลังจากหมดรอบเดือน ตกขาวมักมีลักษณะขุ่น เหนียว มีสีขาวหรือเหลือง ซึ่งช่วงนี้อาจสังเกตเห็นตกขาวน้อยกว่าปกติ วันที่ 15 -25 ช่วงก่อนวันตกไข่ประมาณ 2-3 วัน ตกขาวอาจมีลักษณะเป็นเมือกลื่น ๆ สีใส คล้ายไข่ขาว แต่หลังวันตกไข่ ตกขาวมัก มีลักษณะขุ่น เหนียว มีสีขาวหรือเหลือง […]