home

สุขภาพหญิง

เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ คุณผู้หญิงทั้งหลายจำเป็นที่จะต้องได้รับข้อมูลและการสนับสนุนในเรื่องของสุขภาพ เพื่อจะได้รักษาสุขภาพและป้องกันตนเองจากสภาวะต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อ ความไม่สมดุลของฮอร์โมน และการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ ทาง Hello คุณหมอได้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับ สุขภาพหญิง เอาไว้ โดยเนื้อหาจะครอบคลุมตั้งแต่ช่วงเริ่มมีประจำเดือน ไปจนถึงช่วงหมดประจำเดือน

ความรู้ทั่วไป

สุขภาพหญิง

ภาวะการมีบุตรยากนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นแต่กับผู้ชายอย่างเดียว เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ เป็นการปฏิสนธิระหว่างไข่กับอสุจิ จึงทำให้ผู้หญิงเข้าข่ายเสี่ยงเกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน สาเหตุของภาวะมีบุตรยากในผู้หญิงนั้นมีมากมาย และ การ ตกไข่น้อยลง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่พบบ่อย ว่าแต่ การตกไข่น้อยลงเกิดจากอะไร Hello คุณหมอ มีคำตอบเรื่องนี้มาให้คุณแล้ว แถมเรายังได้นำเคล็ดลับดี ๆ เกี่ยวกับเพิ่มปริมาณไข่ ฝากคุณผู้หญิงทุกคนให้ลองไปปฏิบัติตามเพิ่มเติมกันด้วยค่ะ ปกติผู้หญิงควรมี จำนวนไข่ในรังไข่ มากน้อยแค่ไหน ภาวะตกไข่น้อยลงสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกวัย เริ่มตั้งแต่ตอนที่คุณยังอยู่ในครรภ์ของมารดา รายงานของสมาคมสูตินรีแพทย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา (American College of Obstetricians and Gynecologists) ระบุปริมาณไข่ในรังไข่ของผู้หญิงแต่ละช่วงอายุไว้ ดังต่อไปนี้ ทารกในครรภ์อายุ 20 สัปดาห์ มีปริมาณไข่จำนวน 6-7 ล้านฟอง วัยทารกแรกเกิด มีปริมาณไข่จำนวน 1-2 ล้านฟอง วัยแรกรุ่น มีปริมาณไข่จำนวน 3-5 แสนฟอง วัยกลางคนที่อยู่ในช่วงอายุ 37 ปี มีปริมาณไข่จำนวน 25,000 ฟอง […]

หัวข้อ สุขภาพหญิง เพิ่มเติม

ปัญหาสุขภาพหญิงแบบอื่น

ไส้เลื่อน เป็นอาการทางสุขภาพที่หลายต่อหลายคนมักจะเข้าใจว่าเป็นเฉพาะผู้ชายเท่านั้น รู้หรือไม่ว่า จริง ๆ แล้วผู้หญิงก็เป็นไส้เลื่อนได้เหมือนกันนะ แต่ผู้หญิงเป็นไส้เลื่อนได้อย่างไร แล้ว ไส้เลื่อนในผู้หญิง แตกต่างจากไส้เลื่อนในผู้ชายหรือเปล่า Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝากค่ะ ไส้เลื่อนคืออะไร ไส้เลื่อน คือ อาการที่ลำไส้เคลื่อนตัวออกจากจุดเดิมมายังผนังช่องท้อง จนมองเห็นเป็นลักษณะก้อนกลม บวม สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายจุด เช่น หน้าท้อง สะดือ สะโพก ขาหนีบ โดยทั่วไปแล้วไส้เลื่อนไม่ถือว่าเป็นอันตรายที่รุนแรง แต่ถึงอย่างนั้นไส้เลื่อนก็ไม่สามารถหายเองได้ และจำเป็นต้องมีการผ่าตัดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่จะก่อให้เกิดอันตราย ไส้เลื่อนในผู้หญิง เป็นอย่างไร ปกติแล้วเวลาพูดถึง ไส้เลื่อน เรามักจะมีภาพจำในหัวว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่เป็นกันเฉพาะผู้ชาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถเป็นไส้เลื่อนได้เหมือนกัน แต่อาจจะพบในผู้หญิงได้น้อยกว่าในผู้ชาย และเนื่องจากไส้เลื่อนมักจะเป็นในผู้ชายมากกว่า จึงทำให้เกิดการส่งต่อความเชื่อผิด ๆ ว่า ถ้าไม่ใส่กางเกงในจะทำให้เป็นไส้เลื่อน ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะไม่ว่าจะไส้เลื่อนในผู้หญิงหรือไส้เลื่อนในผู้ชาย ก็เกิดจากสาเหตุคล้ายกันทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม อาการไส้เลื่อนในผู้หญิงนั้น ช่วงระยะแรกจะไม่มีอาการใดให้สังเกตหรือรู้สึกได้ อาจจะต้องใช้เวลานานเป็นเดือนหรือเป็นปีจนกว่าจะมีอาการแสดงออกมา แต่ถ้าหากไส้เลื่อนไปเกิดตรงบริเวณที่ผนังหน้าท้องมีความบอบบาง จะก่อให้เกิดอาการปวดท้องขึ้นมา มากไปกว่านั้น อาการปวดไส้เลื่อนในผู้หญิงที่มักจะพบได้บ่อย ๆ ก็คือ มีอาการปวดแบบเรื้อรังที่กระดูกเชิงกรานอย่างเฉียบพลัน และปวดเป็นระยะเวลานาน ไส้เลื่อนในผู้หญิง แตกต่างจากไส้เลื่อนในผู้ชายอย่างไร โดยทั่วไปแล้ว อาการของ ไส้เลื่อน […]

สุขภาพหญิง

สำหรับหลาย ๆ คน การใส่เสื้อชั้นในอาจทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว หรือบางครั้งเสื้อชั้นในที่หลวมเกินไป จนสายเสื้อชั้นในหลุดไหล่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความรำคาญ และอึดอัดให้กับเราเท่านั้น ปัญหาการ ใส่เสื้อชั้นในผิดขนาด อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่มาจากการเลือก ใส่บราผิดขนาด พร้อมเทคนิคการเลือกบราอย่างไรให้พอดีมาฝากกันค่ะ ใส่บราผิดขนาด ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร ระคายเคืองผิวหนัง การใส่บราที่แน่นเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาผิวหนังได้ เช่น ผิวหนังอักเสบ รูขุมขนอักเสบ เกิดผื่นที่มาจากความร้อน เป็นลมพิษ การใส่เสื้อชั้นในที่รัดรูปเกินไป จะทำให้มีเหงื่อมากกว่า จนทำให้เกิดการอักเสบที่รูขุมได้ อีกทั้งยังทำให้เชื้อราและแบคทีเรียแทรกซึมเข้าไปในผิวหนังได้ง่ายและอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ มีอาการกรดไหลย้อน การใส่เสื้อชั้นในที่แน่นเกินไป อาจทำให้เกิดแรงกดที่ช่องท้อง จนทำให้อาการกรดบริเวณช่องท้องไหลย้อนขึ้นมาถึงที่ลำคอ จนทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อน ปวดลำตัวส่วนบน การใส่เสื้อชั้นในที่แน่นหรือหลวมไปจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว จนบางครั้งเกิดอาการปวดไหล่และปวดหลังได้ สำหรับผู้ที่ซื้อเสื้อชั้นในมาหลวมเกินไป ก็มักจะแก้ปัญหาด้วยการปรับสายเสื้อในให้ตึงขึ้น ซึ่งบางครั้งสายอาจจะตึงไปจนทำให้เกิดอาการปวดไหล่ได้ แต่สำหรับผู้ที่เลือกใส่เสื้อชั้นในที่แน่นเกิดไป เมื่อไรไปแล้วอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ บุคลิกภาพไม่ดี การใส่เสื้อชั้นในผิดขนาด นอกจากจะทำให้รู้สึกปวดไหล่และปวดหลังแล้ว อาการปวดเหล่านั้นยังส่งผลต่อบุคลิกภาพของผู้สวมใส่จนทำให้เกิดปัญหาหลังค่อม ซึ่งปัญหาหลังค่อมไม่เพียงแต่ทำให้เสียบุคลิกภาพเท่านั้น การเดินหลังค้อม หลังงอ จะทำให้เราไม่สามารถหายใจได้สั้นลง ส่งผลให้อากาศเข้าไปในปอดได้อย่างไม่เต็มที่ เลือก เสื้อชั้นใน อย่างไรให้พอดี การเลือกเสื้อชั้นในให้พอดี เหมาะสมกับเรามากที่สุด ไม่ใหญ่ไป ไม่เล็กไป จะช่วยให้การใส่บรานั้นรู้สึกสบายขึ้น ที่สำคัญการเลือกขนาดที่ถูกต้องยังมีส่วนช่วยลดปัญหาสุขภาพได้ด้วย ซึ่งพื้นฐานในการเลือกเสื้อชั้นในควรเลือก ดังนี้ สายรัดรอบอกมีขนาดพอดี การเลือกสายรัดรอบอกควรเลือกขนาดที่มีความพอดี ไม่แน่นหรือหลวมเกินไป […]

สุขภาพหญิง

เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนก็มักจะมีอาการต่าง ๆ เกิดขึ้น เช่น อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน นอนหลับยาก ไม่สบายตัว และอื่น ๆ ดังนั้น การกินยาจึงเป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุด แต่ผู้หญิงบางคนอาจจะอยากได้วิธีการรักษาที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งก็มีอีกหนึ่งทางเลือก นั่นก็คือ สมุนไพรและอาหารเสริมสำหรับวัยหมดประจำเดือน แต่จะมีอะไรบ้าง Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องนี้มาฝากกัน อาการที่อาจเกิดขึ้น เมื่อคุณเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน วัยหมดประจำเดือน (Menopause) คือ การลดลงตามธรรมชาติของการผลิตฮอร์โมนสืบพันธุ์ของเพศหญิงและรอบเดือนของผู้หญิง โดยปกติจะเริ่มในช่วง 45-50 ปี สำหรับอาการของวัยหมดประจำเดือนที่พบบ่อย ได้แก่ อาการร้อนวูบวาบ ช่องคลอดแห้ง หนาวสั่น เหงื่อออกตอนกลางคืน น้ำหนักขึ้น อารมณ์ไม่ปกติ อารมณ์แปรปรวน การมีเพศสัมพันธ์ลดลง การนอนหลับไม่ดี สูญเสียกระดูก อาการปวดหัว ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า เนื่องจากเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ การรักษาจึงมุ่งเน้นไปที่การจัดการกับอาการเป็นหลัก ซึ่งมียาทางเภสัชกรรมหลายชนิดที่สามารถใช้ในการรักษาอาการที่เกิดขึ้น แต่ความเสี่ยงของผลข้างเคียงอาจทำให้ผู้หญิงหลายคนเลือกใช้วิธีการรักษาแบบอื่นควบคู่ไปด้วย แทนที่จะใช้วิธีการรักษาแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ทั้งนี้ อย่าลืมปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลสุขภาพของคุณก่อนที่จะเพิ่มอาหารเสริมใด ๆ ในชีวิตประจำวันของคุณจะเป็นการดีที่สุด สมุนไพรและอาหารเสริมสำหรับวัยหมดประจำเดือน สำหรับสมุนไพรและอาหารเสริมสำหรับวัยหมดประจำเดือน ที่ใช้กันทั่วไปในการจัดการกับอาการวัยหมดประจำเดือนมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ซึ่งได้แก่ แบล็คโคฮอช (Black cohosh) แบล็คโคฮอช เป็นยาสมุนไพรของชาวอเมริกันพื้นเมือง ที่ใช้ในการรักษาอาการเจ็บป่วยต่าง […]

สุขภาพหญิง

หากร่างกายมีฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในระดับต่ำ อาจส่งผลเสียต่าง ๆ ต่อร่างกาย อารมณ์ ความต้องการทางเพศ รวมไปถึงสุขภาพของกระดูก เป็นต้น ดังนั้น การ เพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน ให้กับร่างกาย จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่จะมีวิธีไหนบ้างที่คุณจะสามารถเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนให้กับร่างกายได้บ้าง ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน วิธีธรรมชาติที่จะช่วย เพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน ในร่างกาย ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน (Progesterone) เป็นฮอร์โมนเพศที่สำคัญในร่างกายมนุษย์ โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนที่รับผิดชอบต่อลักษณะทางเพศและความสามารถในการสืบพันธุ์ของผู้หญิง ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเป็นฮอร์โมนที่มีส่วนสนับสนุนการมีรอบเดือนและการตั้งครรภ์ เมื่อคุณมีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในระดับต่ำ เช่น ในวัยหมดประจำเดือน อาจส่งผลเสียต่ออารมณ์ ความต้องการทางเพศ สุขภาพกระดูก และอื่น ๆ ซึ่ง วิธีธรรมชาติที่จะช่วย เพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน ในร่างกายได้ง่าย ๆ มีดังนี้ อาหารที่ช่วย เพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ และมิโซะ เป็นแหล่งไฟโตเอสโทรเจน (Phytoestrogens) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย โดยจับกับตัวรับเอสโตรเจน (Estrogen receptor) การศึกษาจากแหล่งที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับถั่วเหลืองและผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านม นักวิจัยพบว่า การกินถั่วเหลืองที่สูงขึ้นนั้นเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่ลดลงของการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม อาจเป็นเพราะประโยชน์ของไฟโตเอสโทรเจนที่คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดแฟกซ์มีไฟโตเอสโทรเจนในปริมาณสูง […]

สุขภาพหญิง

อาการร้อนวูบวาบเป็นอาการที่เกิดขึ้นในวัยหมดประจำเดือน ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจทำให้คุณผู้หญิงรู้สึกไม่สบายตัว เนื่องจากอุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้น จนร่างกายต้องขับเหงื่อออกมา แต่ วิธีรักษาอาการร้อนวูบวาบ ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างของตัวเอง แต่นอกจากนี้ก็ยังมีวิธีอื่น ๆ อีก ซึ่งทาง Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องนี้มาฝากกัน อาการร้อนวูบวาบเกิดขึ้นได้อย่างไร อาการร้อนวูบวาบ เป็นหนึ่งในอาการของวัยหมดประจำเดือนที่พบได้บ่อย ๆ ลักษณะเฉพาะของอาการนี้ ก็คือ เกิดความร้อนขึ้นในร่างกายอย่างกระทันหัน จนทำให้ร่างกายต้องขับเหงื่อออกมา สำหรับอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ที่มักเกิดขึ้นพร้อมกับอาการร้อนวูบวาบ ได้แก่ น้ำหนักเพิ่ม อารมณ์แปรปรวน ภาวะซึมเศร้า ไม่มีความรู้สึกทางเพศ (Loss Of Libido) เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ วิธีรักษาอาการร้อนวูบวาบ ทำอย่างไรได้บ้าง วีธีรักษาอาการร้อนวูบวาบ ที่เกิดขึ้น สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการกินยาไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตัวเอง เพื่อทำให้ร่างกายของคุณนั้นเย็นลง โดย วิธีรักษาอาการร้อนวูบวาบ มีด้วยกันดังนี้ การบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน สำหรับวิธีรักษาอาการร้อนวูบวาบที่ได้ผลดีที่สุด คือ การเสริมฮออร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) โดยวิธีนี้จะถูกเรียกว่า “การบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy; HRT)” บางครั้งเอสโตรเจนอาจจะใช้วิธีการกินอย่างเดียว หรือใช้ร่วมกับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) สำหรับผู้หญิงที่ได้รับการผ่าตัดมดลูก […]

สุขภาพหญิง

อาการก่อนเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน สามารถทำให้คุณผู้หญิงหลายคนรู้สึกไม่สบายตัว การเข้าไปปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่สำหรับใครที่อยากลองรักษาอาการที่เกิดขึ้นด้วยวิธีธรรมชาติ ก็มีอีกทางเลือกคือ ชาที่เหมาะกับวัยหมดประจำเดือน แต่จะมีชาอะไรบ้าง ต้องติดตามกันใน Hello คุณหมอ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัยหมดประจำเดือน วัยหมดประจำเดือนเกิดจากการที่ผู้หญิงไม่มีรอบเดือนตามธรรมชาติเป็นเวลา 12 เดือนติดต่อกัน นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงเวลาที่ปริมาณฮอร์โมนของผู้หญิงผลิตลดลงอย่างช้า ๆ ซึ่งในช่วงวัยหมดประจำเดือน ความสมดุลระหว่างฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) โปรเจสเตอ์โรน (Progesterone) และฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) จะเปลี่ยนแปลง ในช่วงเวลาก่อนเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน คุณจะมีอาการต่าง ๆ เกิดขึ้น เช่น ร้อนวูบวาบ และอารมณ์เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาการเหล่านี้จะเริ่มบรรเทาลงเมื่ออยู่ในวัยหมดประจำเดือนแล้ว ผู้หญิงจะเริ่มมีอาการวัยหมดประจำเดือนในช่วงอายุ 40-50 ปี แต่บางครั้งมันอาจจะเกิดขึ้นก่อนช่วงอายุนี้ก็ได้เช่นกัน การหมดประจำเดือนเป็นเรื่องธรรมชาติ โดยปกติมักจะเกิดขึ้นยาวนานตั้งแต่ 10 เดือนถึง 4 ปี แต่สำหรับหลาย ๆ คนอาจจะนานกว่านี้ก็ได้ นอกจากอาการร้อนวูบวาบและอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงแล้ว ผู้หญิงอาจจะพบอาการต่าง ๆ เหล่านี้ เลือดออกทางช่องคลอดและช่องคลอดแห้ง ผมร่วง น้ำหนักเพิ่มขึ้น และอ้วนขึ้น นอกจากนี้บางคนยังมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย ความรู้สึกไม่สบายและความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือนหรือวัยหมดประจำเดือน มีวิธีตามธรรมชาติที่สามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือชาที่อาจช่วยให้คุณฝ่าฟันอาการไม่สบายตัวจากภาวะวัยหมดประจำเดือน ชาที่เหมาะกับวัยหมดประจำเดือน มีอะไรบ้าง ยาสามารถช่วยปรับสมดุลของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกิดขึ้นในช่วงวัยหมดประจำเดือน แต่ยาหรือฮอร์โมนก็อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด […]

สุขภาพหญิง

การผ่าตัดมดลูก หรือการผ่าตัดมดลูกออก (Hysterectomy) เป็นวิธีรักษาโรคที่แพทย์มักใช้ในการรักษาปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกในมดลูก โรคมะเร็งทางสูตินรีเวช ภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก ภาวะปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง แม้วิธีนี้จะเป็นวิธีรักษาโรคที่ได้รับความนิยม แต่ก็อาจทำให้คุณเกิดผลข้างเคียงบางอย่างได้หลังผ่าตัด Hello คุณหมอ อยากให้คุณทำความเข้าใจก่อนว่า ผลข้างเคียงหลังผ่าตัดมดลูก มีอะไรบ้าง หากคุณจำเป็นต้องรักษาโรคด้วยวิธีนี้ จะได้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ว่านี่เป็นวิธีที่เหมาะสมกับคุณที่สุดหรือไม่ การพักฟื้นหลังผ่าตัดมดลูก ระยะเวลาในการพักฟื้นหลังผ่าตัดมดลูก ขึ้นอยู่กับประเภทของการผ่าตัด หากคุณผ่าตัดมดลูกผ่านกล้อง (Laparoscopic hysterectomy) หรือผ่าตัดมดลูกผ่านทางช่องคลอด (Vaginal Hysterectomy) คุณอาจต้องพักฟื้นในโรงพยาบาล 1-4 วันจึงจะกลับบ้านได้ หรือหากเป็นการผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้อง (Abdominal hysterectomy) ส่วนใหญ่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลหลังผ่าตัดประมาณ 5 วัน ก็สามารถกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้ หลังผ่าตัดประมาณ 4-6 สัปดาห์ แพทย์จะนัดผู้ป่วยเข้ามาตรวจติดตามผลหลังการผ่าตัด เพื่อดูว่าร่างกายของคุณฟื้นตัวดีเป็นปกติหรือไม่ หรือมีอาการแทรกซ้อน หรือผลข้างเคียงหลังผ่าตัดอะไรหรือเปล่า แต่หากมีปัญหาสุขภาพ หรือการเปลี่ยนแปลงบางประการที่ทำให้คุณเป็นกังวล คุณก็สามารถปรึกษาแพทย์ได้ตลอดเวลา โดยปกติแล้ว หากคุณผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้อง คุณจะต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 6-8 สัปดาห์ จึงจะหายเป็นปกติ แต่หากเป็นการผ่าตัดมดลูกผ่านกล้อง หรือผ่าตัดมดลูกผ่านทางช่องคลอด ก็มักจะใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่า ในช่วงที่กำลังพักฟื้นหลังผ่าตัด คุณไม่ควรยกของหนัก […]

สุขภาพหญิง

เวลาที่ ประจำเดือนไม่มา หากเป็นผู้หญิงที่เพิ่งมีเพศสัมพันธ์ก็อาจจะคิดว่าตัวเองตั้งครรภ์ แต่พอไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจดู ผลกลับออกมาเป็นลบ คือไม่ได้ตั้งครรภ์เสียอย่างนั้น “ประจำเดือนไม่มา แต่ผลตรวจครรภ์กลับเป็นลบ” ภาวะนี้เกิดขึ้นได้ยังไง และจะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพร้ายแรงอะไรหรือเปล่า Hello คุณหมอ จะพาไปหาคำตอบกันเลย ประจำเดือนไม่มา แต่ผลตรวจครรภ์เป็นลบ เป็นเพราะอะไร การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) แม้ภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูกจะเป็นภาวะที่พบได้ยาก แต่ก็เกิดขึ้นได้ และสามารถทำให้ผลตรวจครรภ์ออกมาเป็นลบได้ด้วย หากคุณตรวจครรภ์แล้วผลออกมาเป็นลบ แต่มีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบคุณหมอทันที เพราะนั่นอาจหมายถึงคุณกำลังตั้งครรภ์นอกมดลูก ปวดท้องน้อย หรือปวดท้องข้างเดียวอย่างรุนแรง เวียนศีรษะ เลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ หรือเลือดออกกะปริบกะปรอยจากช่องคลอด คลื่นไส้ และอาเจียน ฮอร์โมนเอชซีจีต่ำ หากประจำเดือนไม่มา แต่คุณลองตรวจครรภ์ดูแล้วผลออกมาว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ได้ตั้งครรภ์เสมอไป เพราะคุณอาจอยู่ในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ ทำให้ฮอร์โมนเอชซีจี (Human Chorionic Gonadotropin; HCG) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ยังอยู่ในระดับต่ำเกินไป จนที่ตรวจครรภ์ด้วยตัวเองไม่สามารถตรวจจับได้ ผลตรวจครรภ์เลยออกมาเป็นลบ งานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า ระดับฮอร์โมนเอชซีจีในร่างกายจะต้องสูงกว่า 25 mIU/ml ที่ตรวจครรภ์ด้วยตัวเองจึงจะสามารถตรวจจับฮอร์โมนเอชซีจีได้ และให้ผลทดสอบที่มีความแม่นยำถึง 99% หากมีฮอร์โมนนี้ไม่เกิน 12.4 mIU/ml ผลทดสอบจะมีความแม่นยำประมาณ 95% ยิ่งระดับฮอร์โมนเอชซีจีต่ำเท่าไหร่ ผลทดสอบการตั้งครรภ์จากที่ตรวจครรภ์ด้วยตัวเองก็จะยิ่งแม่นยำน้อยลงเท่านั้น หากประจำเดือนไม่มา ตรวจครรภ์แล้วผลเป็นลบ […]

ปัญหาสุขภาพหญิงแบบอื่น

การผ่าตัดมดลูก เป็นวิธีรักษาโรคในผู้หญิงบางชนิด เช่น ภาวะมดลูกหย่อน มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ และหลังผ่าตัดมดลูก แพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ส่งเสริมสุขภาพมากขึ้น เพื่อให้คุณสามารถรับมือกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้ว หลังผ่าตัดมดลูก คุณควรปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างไรบ้าง Hello คุณหมอ จะพาคุณไปหาคำตอบจากบทความนี้กันเลย ทำความเข้าใจ การผ่าตัดมดลูก การผ่าตัดมดลูกคืออะไร การผ่าตัดมดลูก (Hysterectomy) คือ การผ่าตัดเอามดลูกออกจากร่างกาย เพื่อรักษาภาวะสุขภาพบางประการ หลังผ่าตัดมดลูกออกไปแล้ว ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะไม่สามารถมีประจำเดือน หรือตั้งครรภ์ได้ และหากเป็นการผ่าตัดเอารังไข่ทั้งสองข้างกับท่อนำไข่ออกไปด้วย ก็จะทำให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือวัยทองนั่นเอง การผ่าตัดมดลูกมีด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่ การผ่าตัดมดลูกและปากมดลูกออก (Total Hysterectomy) ส่วนรังไข่และท่อนำไข่อาจถูกผ่าตัดออกหรือไม่ก็ได้ ถือเป็นการผ่าตัดมดลูกประเภทที่นิยมที่สุด การตัดออกเฉพาะมดลูก (Supracervical Hysterectomy) เป็นการผ่าตัดเอาเฉพาะส่วนบนของมดลูกออก แต่คงเหลือปากมดลูกไว้ ส่วนรังไข่และท่อนำไข่อาจถูกผ่าตัดออกหรือไม่ก็ได้ การผ่าตัดมดลูกแบบกว้างหรือผ่าตัดแบบถอดรากโคน (Radical Hysterectomy) เป็นการผ่าตัดเอามดลูก ปากมดลูก เนื้อเยื่อปากมดลูกทั้งสองข้าง และส่วนบนของช่องคลอดออก ส่วนรังไข่และท่อนำไข่อาจถูกผ่าตัดออกหรือไม่ก็ได้ การผ่าตัดมดลูกประเภทนี้นิยมใช้ในการรักษามะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก ทำไมถึงต้องผ่าตัดมดลูก ปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิงบางคนต้องเข้ารับการผ่าตัดมดลูกนั่นมีอยู่หลายประการ เช่น มีเนื้องอกในมดลูกที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมา […]

สุขภาพหญิง

ใครว่าหัวนมเป็นอวัยวะที่ไม่สำคัญ ความจริงแล้วหัวนมสำหรับผู้หญิงถือว่าสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเหล่าคุณผู้หญิงจะต้องให้นมลูกทางหัวนม แต่เมื่อเกิดอาการ คันหัวนม หลายคนคงสงสัยว่าเกิดจากสาเหตุใด และในบางครั้ง อาการคันหัวนม ที่เกิดขึ้นอาจจะกำลังบอกอะไรคุณอยู่ก็เป็นได้ ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่องนี้มาฝากกัน คันหัวนม เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเป็นสาเหตุของอาการคันที่เต้านมหรือ อาการคันหัวนม โดยโรคผิวหนังชนิดนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “กลาก” ซึ่งเป็นอาการอักเสบของผิวหนัง แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดอาการคันได้อย่างแน่ชัด แต่โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอาจทำให้ผิวแห้ง คัน และมีผื่นขึ้น ซึ่งปัจจัยบางอย่างอาจทำให้อาการคันที่เต้านมหรือคันหัวนมแย่ลง ได้แก่ เส้นใยสังเคราะห์ (Artificial fibers) น้ำยาทำความสะอาด น้ำหอม สบู่ เส้นใยขนสัตว์ ผิวแห้ง ผิวแห้งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หน้าอกหรือหัวนมของคุณเกิดอาการคันได้ นอกจากนั้น การตั้งครรภ์ยังมีโอกาสที่จะทำให้อาการคันที่เต้านมและ อาการคันหัวนม เพิ่มขึ้น เนื่องจากหน้าอกของผู้หญิงจะขยายใหญ่ขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ ผิวที่แตกลายอาจทำให้คันและลอกได้ โรคเต้านมอักเสบ โรคเต้านมอักเสบเกิดจากการติดเชื้อที่เนื้อเยื่อเต้านม จนอาจทำให้เกิดอาการคันที่เต้านมและ อาการคันหัวนม ภาวะนี้มักส่งผลกระทบต่อคุณแม่ที่ให้นมบุตร โดยคุณแม่ที่ให้นมบุตรอาจจะพบท่อน้ำนมอุดตัน หรือสัมผัสเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งนำไปสู่โรคเต้านมอักเสบ ซึ่งอาการเพิ่มเติมของโรคเต้านมอักเสบ ได้แก่ ความอ่อนแอของเต้านม บวม รอยแดง ปวดหรือแสบร้อน เมื่อให้นมบุตร อาการของโรคร้ายแรงอื่น ๆ อาการคันที่เต้านมหรือคันหัวนม […]

x