ฝีมะม่วง (Lymphogranuloma Venereum)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date สิงหาคม 28, 2019 . เวลาในการอ่าน
Share now

รู้จักข้อมูลพื้นฐาน

ฝีมะม่วงคืออะไร

ฝีมะม่วง (Lymphogranuloma venereum) เป็นอาการติดเชื้อติดต่อทางเพศชนิดหนึ่ง โรคนี้มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียคลามีเดีย (Chlamydia trachomatis bacterium) แบคทีเรียนี้จะผ่านเข้าผิวหนังและเนื้อเยื่อเมือกไปสู่ต่อมน้ำเหลือง ก่อให้เกิดการคั่งของแบคทีเรียรอบๆ ต่อม โรคนี้จะส่งผลกระทบต่อต่อมน้ำเหลือง อวัยวะเพศส่วนนอก แม้กระทั่งไส้ตรงและปาก

ฝีมะม่วงพบได้บ่อยแค่ไหน

โรคนี้เป็นที่แพร่หลายในพื้นที่เขตร้อนและเขตกึ่งร้อน มักจะเกิดขึ้นในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยมักอยู่ในช่วงวัย 20 ถึง 40 คุณสามารถจำกัดโอกาสในการเกิดโรคได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษากับหมอของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

รู้จักกับอาการ

ฝีมะม่วงมีสัญญาณและอาการอะไรบ้าง

อาการของฝีมะม่วง จะเริ่มเกิดอาการเมื่อเข้าสู่สัปดาห์แรกจนถึงสัปดาห์ที่ 4 หลังจากสัมผัสกับโรคนี้ จากนั้น บริเวณอวัยวะเพศภายนอกจะเกิดตุ่มและเป็นแผล แต่ตุ่มเหล่านั้นสามารถรักษาให้หายได้รวดเร็ว จากนั้น ต่อมน้ำเหลืองตรงหน้าขาจะเกิดการบวม เป็นผื่นและอาการกดเจ็บ ฝี หนอง เลือดขุ่น มีไข้ เจ็บกล้ามเนื้อ ปวดหัว เบื่ออาหาร อาเจียนและเจ็บกระดูกข้อต่อ อาจเกิดขึ้น

อาจมีอาการบางประเภทที่ไม่ได้ปรากฏอยู่ข้างบน ถ้าคุณมีความกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาหมอของคุณ

เมื่อไหร่ที่ควรพบหมอ

คุณควรปรึกษาหมอ หากคุณมีอาการใดๆ ก็ตามที่เหมือนด้านบน หรือหากคุณมีความกังวลใดๆ ก็ตาม ในกรณีที่คุณกำลังรับการรักษาโรคฝีมะม่วง ควรโทรแจ้งหมอของคุณทันที เมื่อเกิดอาการเหล่านี้ ได้แก่

  • อุณหภูมิในร่างกายของคุณสูงขึ้นผิดปกติ
  • มีอาการปวดอย่างรุนแรงที่ไม่สามารถบรรเทาได้
  • มีอาการท้องร่วงในขณะที่รับประทานยาปฏิชีวนะ
  • ไม่สามารถใช้ยาต่างๆ ได้

ระบบในร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน จึงควรปรึกษาหมอของคุณสำหรับการวินิจฉัยและการรักษาโรคอย่างเหมาะสม

รู้สาเหตุ

ฝีมะม่วงมีสาเหตุมาจากอะไร

โรคนี้มีสาเหตุเกิดจากเชื้อคลามีเดีย แบคทีเรียนี้จะผ่านเข้าผิวหนังและเนื้อเยื่อเมือกไปสู่ต่อมน้ำเหลือง ก่อให้เกิดการคั่งของแบคทีเรียรอบๆ ต่อม โรคนี้จะส่งผลกระทบต่อต่อมน้ำเหลือง อวัยวะเพศส่วนนอก แม้กระทั่งไส้ตรงและปาก

ยังมีสาเหตุอื่นๆ ของการเกิดโรคนี้ อย่างเช่น การสัมผัสกับแบคทีเรียคลามีเดีย หรือสัมผัสกับผู้ป่วยโรคนี้

รู้จักปัจจัยเสี่ยง

อะไรที่เพิ่มความเสี่ยงของคุณในการเป็นฝีมะม่วง

ปัจจัยเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดฝีมะม่วง ได้แก่

  • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • การติดเชื้อ HIV
  • มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ
  • มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย

เข้าใจการวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ใดๆ ควรปรึกษาหมอของคุณทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพื่อเติม 

ทางเลือกในการรักษาฝีมะม่วงของคุณมีอะไรบ้าง

วิธีที่พบได้ทั่วไปที่ใช้ในการรักษาฝีมะม่วง ได้แก่

ยาปฏิชีวนะใช้เพื่อสู้กับอาการติดเชื้อ และจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะภายใน 3 สัปดาห์

ยาแก้ปวด อย่างเช่น ยาอะเซตามีโนเฟน (acetaminophen) ยาอิบูโพรเฟน (ibuprofen) และการประคบร้อนตามจุด สามารถนำมาใช้ในการรักษาอาการที่รบกวนได้

ผู้ป่วยควรรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการเพื่อเพิ่มความเร็วในการสมานแผล

ในบางกรณี จะทำการผ่าตัดเพื่อระบายการอักเสบของต่อมน้ำเหลือง ผลข้างเคียง อย่างเช่น อาการอักเสบเรื้อรัง อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ปัสสาวะผิดปกติ และการขับถ่ายอาจเกิดขึ้นได้

การตรวจแบบใดที่ใช้มากที่สุดในการตรวจหาฝีมะม่วง

หมอจะทำการวินิจฉัย โดยอ้างอิงจากประวัติทางการแพทย์ของการสัมผัสโรค การตรวจร่างกาย การตรวจเลือดและการตรวจการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ หมอจะนำตัวอย่างจากการตรวจของคุณเพื่อเพาะเชื้อแบคทีเรียจากแผล หากเชื้อคลามีเดียหรือแอนติบอดี้ที่ต่อต้านแบคทีเรีย ปรากฏขึ้นมาให้เห็นว่าคุณเป็นโรคนี้

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยในการรับมือกับฝีมะม่วง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณรับมือกับ ภาวะบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) ได้แก่

  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
  • รับประทานยาตามที่หมอสั่ง
  • ภาวะนี้สามารถเกิดซ้ำได้ คุณควรนัดตรวจร่างกายเป็นประจำ
  • คุยกับแฟนหรือคนรักของคุณเกี่ยวกับภาวะนี้ เพื่อเข้าพบหมอและเข้ารับการรักษาหากจำเป็น
  • พักผ่อนให้เพียงพอหากคุณกำลังมีภาวะนี้ คุณจะสามารถกลับมาทำกิจกรรมทั่วไปได้อย่างช้าๆ ในภายหลัง

หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับหมอของคุณ เพื่อเข้าใจวิธีแก้ปัญหาที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับตัวคุณเอง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ คุณเสี่ยงแค่ไหน กรุ๊ปเลือดอาจบอกได้

แม้จะฟังดูประหลาด แต่กรุ๊ปเลือดก็เกี่ยวข้องกับสุขภาพทางเพศของคุณ กรุ๊ปเลือดสามารถบอกได้ถึง โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ ที่สามารถส่งผลกระทบต่อคุณได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ปราโมทย์ วงศ์คำ

อยากให้ เซ็กส์ดี มีความสุข ต้องไม่ลืมเช็คลิสต์ 7 เรื่องนี้ก่อนขึ้นเตียง

ถ้าอยากให้ เซ็กส์ดี มีความสุข อย่างแท้จริง แค่ลีลาเด็ดดวงยังไม่พอ คุณต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพ รู้จักคุมกำเนิด และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon
เซ็กส์และความสัมพันธ์, สุขภาพชีวิตที่ดี กรกฎาคม 18, 2018 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

โรคหูดหงอนไก่-โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

แพทย์เตือน! เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ระวังเสี่ยงเป็น โรคหูดหงอนไก่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 20, 2020 . เวลาในการอ่าน
โรคข้ออักเสบไรเตอร์-เพศสัมพันธ์

รักสนุกแต่ไม่ป้องกัน ระวังเป็น โรคข้ออักเสบไรเตอร์ จากการมีเพศสัมพันธ์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 7, 2020 . เวลาในการอ่าน
ฝีมะม่วง

ฝีมะม่วง โรคร้ายจากการมีเพศสัมพันธ์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 23, 2019 . เวลาในการอ่าน
ซิฟิลิส ในหญิงตั้งครรภ์

ซิฟิลิส ในหญิงตั้งครรภ์ โรคติดต่ออันตรายที่ต้องระวัง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 24, 2018 . เวลาในการอ่าน