หลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน (Acute bronchiolitis)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 21, 2020
Share now

หลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย ซึ่งเป็นอาการอักเสบของท่อหายใจที่เล็กที่สุดในปอดเรียกว่าหลอดลมฝอย

คำจำกัดความ

หลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน คืออะไร

หลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน (Bronchiolitis) คือการติดเชื้อในปอดชนิดหนึ่ง ที่พบได้มากในทารกและเด็กเล็ก โรคหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลันนี้จะทำให้เกิดอาการอักเสบ และอาการอุดตันในทางเดินหายใจขนาดเล็กที่อยู่ในปอด เช่น หลอดลมฝอย โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส

หลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน พบบ่อยแค่ไหน

หลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลันนั้นมักจะเกิดกับเด็กเล็กและทารก และพบได้มากในช่วงฤดูหนาว โรคนี้สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน

ในช่วงแรกๆ อาการของหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลันอาจจะคล้ายคลึงกับโรคหวัด เช่น

หลังจากนั้น อาจจะเริ่มมีอาการหายใจไม่ออก หายใจลำบาก หรือหายใจออกแล้วมีเสียงดังวี้ดๆ นอกจากนี้ ทารกส่วนใหญ่ก็มักจะมีอาการติดเชื้อในหูชั้นกลางอีกด้วย

ควรไปพบหมอเมื่อใด

เมื่อไหร่ที่ลูกของคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการกิน การดื่ม และการหายใจ ก็ควรพาเด็กไปพบหมอเพื่อทำการตรวจ โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 สัปดาห์ หรือเด็กที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ในการเกิดโรคหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน เช่น เด็กที่คลอดก่อนกำหนด หรือเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือปอด

หากเด็กมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

  • หายใจแล้วมีเสียงวี้ด ๆ
  • หายใจหอบ หายใจตื้น หรือหายใจเร็วถี่ ๆ
  • ไม่ยอมดื่มนมหรือดื่มน้ำ หรือมีอาการหายใจเร็วเกินไปจนไม่สามารถกินหรือดื่มได้
  • ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีม่วงคล้ำ โดยเฉพาะในบริเวณนิ้วมือและริมฝีปาก

สาเหตุ

สาเหตุของหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน

หลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในบริเวณหลอดลมฝอย ที่เป็นทางเดินหายใจขนาดเล็กที่สุดในปอด การติดเชื้อนี้จะทำให้หลอดลมฝอยมีอาการบวมและอักเสบ จนทำให้เกิดการสะสมของเสมหะ ทำให้หายใจลำบาก

โรคหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลันนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อทั่วไป รวมไปถึงไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัด แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว โรคหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลันมักจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส RSV (Respiratory syncytial virus) ซึ่งเป็นการติดเชื้อที่มักจะเกิดกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี ไวรัส RSV นี้จะแพร่ระบาดในช่วงฤดูหนาว และสามารถติดซ้ำได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน

หลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลันมักจะเกิดกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี โดยเฉพาะเด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 3 เดือนจะมีความเสี่ยงสูงที่สุด เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันและปอดของเด็กนั้นยังไม่เจริญเติบโตอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ก็อาจจะมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น

  • คลอดก่อนกำหนด
  • มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือปอด
  • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • สูบบุหรี่
  • ไม่ได้ดื่มนมแม่
  • ติดต่อใกล้ชิดกับเด็กคนอื่น ๆ
  • อยู่ในที่แออัด

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน

แพทย์มักจะวินิจฉัยโรคหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลันได้ด้วยการตรวจร่างกายด้วยการฟังในบริเวณปอด และดูอาการโดยรวมของเด็ก

หากเด็กมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรง หรืออาจจะมีปัญหาแทรกซ้อนอื่น ๆ แพทย์อาจต้องทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • เอกซเรย์หน้าอก เพื่อหาสัญญาณของปอดอักเสบ
  • ตรวจหาเชื้อไวรัส โดยการเก็บตัวอย่างเสมหะและน้ำมูกไปตรวจในห้องแล็บ
  • ตรวจเลือด เพื่อตรวจหาจำนวนเม็ดเลือดขาว เพราะหากมีเซลล์เม็ดเลือดขาวมากขึ้น อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อได้ นอกจากนี้ยังตรวจเลือดเพื่อดูปริมาณของออกซิเจนในเลือดว่าลดลงหรือไม่

การรักษาโรคหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน

โดยปกติแล้ว โรคหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลันมักจะอยู่เพียงแค่ 2-3 สัปดาห์ เด็กส่วนใหญ่มักจะหายจากโรคนี้ได้เอง เพียงแค่ดูแลรักษาตัวอยู่ที่บ้าน โดยคอยดูแลรักษาตามอาการ และคอยระวังระดับของน้ำและออกซิเจนในร่างกาย นอกจากนี้ก็อาจจะมีการใช้ยาต้านเชื้อไวรัส เพื่อรักษาอาการติดเชื้อ

เนื่องจากสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคนี้มักจะเกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผลในการรักษามากนัก แต่อาจจะใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น ปอดอักเสบ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับโรคหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือโรคหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการเยียวยาตนเอง เพื่อช่วยในการรับมือกับโรคหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน มีดังนี้

  • ลดการพบปะกับผู้ที่เป็นไข้หรือไข้หวัด หากมีทารกแรกเกิด โดยเฉพาะทารกที่คลอดก่อนกำหนด ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ผู้ที่มีอาการหวัดในช่วงสองเดือนแรก
  • ทำความสะอาดสิ่งของและบริเวณต่างๆ ที่มักมีคนสัมผัส เช่น ของเล่นและลูกบิดประตู สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวที่มีสมาชิกซึ่งกำลังป่วย
  • ปิดปากและจมูกขณะไอหรือจาม ด้วยกระดาษทิชชู่ ทิ้งกระดาษทิชชู่และล้างมือ หรือใช้เจลล้างมือแอลกอฮอล์ทำความสะอาด
  • ใช้แก้วน้ำของตนเอง ไม่ใช้แก้วน้ำร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะสมาชิกในครอบครัวที่กำลังป่วย
  • ล้างมือบ่อย ๆ และพกเจลล้างมือแอลกอฮอล์ติดตัวเมื่อออกจากบ้าน
  • การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจพบไม่บ่อยนักในเด็กที่กินนมแม่

หากมีคำถามเกี่ยวกับโรค ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความเข้าใจในวิธีการรักษาที่ดีที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Bronchiolitis. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/bronchiolitis/symptoms-causes/syc-20351565. Accessed May 8, 2018.

Acute bronchiolitis in infants, a review. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4230018/. Accessed May 8, 2018.

Acute bronchiolitis. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2078613/. Accessed May 8, 2018.

Bronchiolitis. https://emedicine.medscape.com/article/961963-overview. Accessed May 8, 2018.

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

การนั่งเครื่องบิน กับปัญหาสุขภาพที่คุณอาจต้องเผชิญ

การนั่งเครื่องบิน หรือเดินทางโดยเครื่องบิน คุณจะต้องเจอสภาวะในอากาศที่แตกต่างจากตอนอยู่บนพื้นดิน ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ เหล่านี้ได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย นาดิยา ยะสีงอ

กรดฟูลวิค (Fulvic Acid)

กรดฟูลวิค พบได้ในธรรมชาติ เช่น แร่ชิลาจิต ดิน ถ่านหินเลน ถ่านหิน มีการนำมาใช้รักษาอาการ เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคมะเร็ง เป็นต้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

บทความแนะนำ

7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ระบบทางเดินหายใจ บอกเลยรู้แล้วจะอึ้ง!

7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ระบบทางเดินหายใจ บอกเลยรู้แล้วจะอึ้ง!

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ เมษายน 28, 2020
เดย์ควิล (DayQuil®)

เดย์ควิล (DayQuil®)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 30, 2019
โรคกับเครื่องพ่นละอองยา ใครบ้างต้องพึ่งเครื่องพ่นละอองยา

โรคกับเครื่องพ่นละอองยา ใครบ้างต้องพึ่งเครื่องพ่นละอองยา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย อนันตา นานา
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 27, 2019
ดูแล “สุขภาพปอด” ให้แข็งแรง และห่างไกลจากโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง

ดูแล “สุขภาพปอด” ให้แข็งแรง และห่างไกลจากโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 14, 2019