home

สูงวัยอย่างมีคุณภาพ

ความชรา เป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่อาจหลีกหนีได้ ทั้งร่างกายและจิตใจของเราจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น และการเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง อาจสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจ และ สูงวัยอย่างมีคุณภาพ

เรื่องเด่นประจำหมวด

สูงวัยอย่างมีคุณภาพ

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระบบเผาผลาญ ระบบย่อยอาหารอาจเริ่มมีปัญหา ทำให้อาจส่งผลต่อระบบขับถ่าย ท้องผูกในผู้สูงอายุ อาจสร้างความยากลำบาก ไม่สบายตัวให้กับผู้สูงอายุ อาจถ่ายอุจจาระโดยใช้เวลามากกว่าปกติ อุจจาระอาจมีลักษณะแข็ง แห้ง และก้อนเล็ก รวมถึงถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อาการท้องผูกในผู้สูงอายุ เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น ระบบเผาผลาญ ระบบย่อยอาหารของผู้สูงอายุอาจมีปัญหา ส่งผลให้ผู้สูงอายุท้องผูก โดยอาจถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ใช้เวลาในการถ่ายนานกว่าปกติ ลักษณะของอุจจาระเป็นก้อนเล็ก แข็ง และแห้ง รวมถึงรู้สึกเหมือนยังถ่ายไม่เสร็จ สาเหตุของท้องผูกในผู้สูงอายุ   สาเหตุของท้องผูกในผู้สูงอายุ อาจมีหลายปัจจัยดังต่อไปนี้  รับประทานอาหารที่มีใยอาหาร หรือไฟเบอร์น้อย ทำให้ลำไส้ไม่มีตัวกระตุ้นช่วยทำให้ขับถ่าย ดื่มน้ำไม่เพียงพอในแต่ละวัน ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร เนื่องจากขาดการกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ และอาจทำให้ไม่สามารถขับอุจจาระออกมาได้ เพราะอุจจาระอาจแห้งเกินไป ความเครียด อาจทำให้ลำไส้หยุดบีบตัวชั่วคราว  ผู้สูงอายุอาจรับประทานยาเยอะ เช่น ยาคลายเครียด ยาแก้โรคซึมเศร้า ยาแก้ความดันสูง เนื่องจากยาบางชนิดมีฤทธิ์ลดการบีบไล่อาหาร ทำให้อุจจาระอัดเป็นก้อนแข็ง และเคลื่อนที่ยากจนกลายเป็นอาการท้องผูก  ความผิดปกติของระบบประสาท เช่น ภาวะการบาดเจ็บของกระดูกและไขสันหลัง โรคพาร์กินสัน โรคหลอดเลือดสมอง ลำไส้แปรปรวน ภาวะเรื้อรังของลำไส้ เป็นกลุ่มอาการที่ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ลำไส้อุดตัน ภาวะการบีบตัวของลำไส้ถูกรบกวนหรือมีสิ่งอุดตัน ทำให้อาหารและของเหลวไม่สามารถเคลื่อนผ่านได้ตามปกติ […]

หัวข้อ สูงวัยอย่างมีคุณภาพ เพิ่มเติม

สูงวัยอย่างมีคุณภาพ

ในปัจจุบันมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติคาดการณ์ว่า ประเทศไทยในปี 2573 จะมีสัดส่วนประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.9 ของประชากรทั้งประเทศ สาเหตุเกิดจากผู้คนมีอายุที่ยืนยาวขึ้น เนื่องจากการพัฒนาทางการแพทย์ การรับมือในการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนั้น เป็นสิ่งที่ควรเตรียมการทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้พร้อมต่อการเป็นผู้ สูงอายุอย่างมีความสุข ได้ ความสุขของผู้สูงอายุ หมายถึง ความสุขของแต่ละคนอาจมีความหมายแตกต่างกันออกไป และอาจมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง สำหรับบางคน การได้อยู่กับครอบครัว พูดคุยกับเพื่อน คนรัก แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อื่น การทำภารกิจที่เคยคิดไว้สำเร็จ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การออกไปเที่ยว การออกกำลังกาย รวมถึงการทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ อาจเป็นหนึ่งในเรื่องที่สร้างความสุข ความสุขคือสิ่งที่ทำแล้วไม่ทำให้เกิดความทุกข์ใจในภายหลังทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ช่วยให้เห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น และช่วยเสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกให้กับตนเอง เคล็ดลับการเป็นผู้ สูงอายุอย่างมีความสุข การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้สามารถใช้ชีวิตในช่วงวัยสูงอายุอย่างมีความสุขได้ การยิ้ม ลองยิ้มให้ตนเองในกระจกทุกเช้า อาจช่วยทำให้รู้สึกว่าเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดี โดยการยิ้มยังทำให้สมองหลั่งสารโดปามีน ที่อาจช่วยให้มีความสุขเพิ่มขึ้น รวมถึงชื่นชมตัวเองในทุกวันซึ่งเป็นการส่งเสริมกำลังใจที่ดีให้กับตนเอง การออกกำลังกาย เช่น เดินเล่น โยคะ ไทเก็ก การยืดกล้ามเนื้อ ประมาณ 15-30 นาทีต่อวัน อาจช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล รวมถึงอาจเพิ่มความภาคภูมิใจให้กับตนเองได้ เมื่อเห็นว่าทำได้สำเร็จตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้สูงวัยไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหม เพราะอาจส่งผลให้บาดเจ็บได้ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ […]

ปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุ

สมองเสื่อมเป็นภาวะที่สามารถพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากระบบการทำงานของสมองที่ค่อย ๆ เสื่อมลง ทำให้เกิดความผิดปกติทางด้านสติปัญญา ด้านอารมณ์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับกับการใช้ความคิด การตัดสินใจ และยังส่งผลต่อการทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อ ผู้สูงอายุสมองเสื่อม อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ เช่น การหลงทางในการกลับบ้านได้  ประเภทของ สมองเสื่อม ที่พบบ่อย จากการศึกษาประชากรผู้สูงอายุในไทยพบภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ โดยพบผู้ป่วยสมองเสื่อมร้อยละ 1 ของกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 3 ในกลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไป ร้อยละ 10 ในกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป และร้อยละ 10 ในกลุ่มอายุ 90 ปีขึ้นไป โดยประเภทของภาวะสมองเสื่อมที่พบบ่อย เช่น โรคอัลไซเมอร์ หนึ่งในภาวะสมองเสื่อมที่พบได้บ่อย ซึ่งเป็นการสูญเสียความจำระยะสั้น โดยสามารถจดจำเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตได้ แต่ไม่สามารถจดจำเหตุการณ์ที่ผ่านมาเพียงไม่กี่นาทีหรือกี่ชั่วโมงได้ สมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมอง เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดในสมองที่อาจมีการอุดตัน หรือตกเลือดภายในสมอง ทำให้ออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงในสมองไม่เพียงพอ จนสมองทำงานผิดปกติ สมองเสื่อมจากโรคเลวี บอดี (Lewy body disease) เกิดจากสมองสร้างและสะสมโปรตีนแอลฟา-ไซนิวคลีอิน […]

ปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุ

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ในประเทศไทยพบภาวะ ผู้สูงวัยกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ในชุมชนถึงร้อยละ 54.9-60.9 โดยภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เป็นปัญหาของระบบทางเดินปัสสาวะที่สามารถอาจพบได้เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเป็นอาการที่ไม่สามารถควบคุมได้ และมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย และจิตใจได้ ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในผู้สูงอายุ ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ คือ การสูญเสียความสามารถในการควบคุมการปัสสาวะ ทำให้มีปัสสาวะเล็ดออกมา อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิต สุขอนามัยทางเพศ และการเข้าสังคมได้ โดยภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่สามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ เช่น  ปัสสาวะเล็ด (Stress incontinence) เกิดจากหูรูดท่อปัสสาวะหดรัดได้ไม่ดี หรือการหย่อนตัวของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน เวลาไอ จาม หรือหัวเราะ อาจมีปัสสาวะเล็ดออกมาได้ ปัสสาวะราด (Urge incontinence) เกิดจากกระเพาะปัสสาวะขับตัวไวกว่าปกติ อาจมีการปัสสาวะออกมาทันที โดยที่ไม่สามารถเข้าห้องน้ำได้ทัน ปัสสาวะเล็ดราด (Overflow incontinence) ภาวะที่กล้ามเนื้อเรียบของกระเพาะปัสสาวะสูญเสียความสามารถในการบีบตัว ทำให้มีอาการปวดปัสสาวะบ่อย  ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ที่เกิดจากภาวะหรือโรคทางกาย (Functional incontinence) เป็นความผิดปกติที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมปัสสาวะไม่ได้ แต่เกิดจากปัญหาทางสมอง หรือไม่สามารถไปเข้าห้องน้ำเองได้  สาเหตุที่ทำให้ ผู้สูงวัยกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น  อายุที่เพิ่มขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลง ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะแข็งแรง […]

ปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุ

เมื่ออายุมากขึ้น ผู้สูงอายุอาจต้องประสบปัญหาการเดินที่ผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการบาดเจ็บ หรือความผิดปกติของกระดูก ข้อ กล้ามเนื้อ และโรคทางระบบประสาท ผู้สูงอายุเดินผิดปกติ อาจเดินช้า เดินลากเท้า และในรายที่รุนแรง อาจไม่สามารถเดินหรือช่วยเหลือตัวเองได้ ผู้สูงอายุจึงควรสังเกตอาการและหาสาเหตุ เพื่อการรักษาและป้องกัน อาการของผู้สูงอายุเดินผิดปกติ อาการของความผิดปกติในการเดิน อาจมีอาการแตกต่างกันในแต่ละประเภท โดยอาการที่แสดงอาจมีดังนี้  สูญเสียความสมดุลในการเดิน หรือเสียการทรงตัว  สูญเสียการควบคุมเคลื่อนไหวของการเดิน ยืน หรือลุกนั่งลำบาก เมื่อจะลุกขึ้นยืนใช้เวลานานกว่าปกติและยากในการก้าวเท้าไปข้างหน้า  เดินถอยหลังอย่างมีนัยสำคัญของโรคทางระบบทางประสาท เดินช้าลง ที่อาจเกิดจากกล้ามเนื้ออ่อนแอ  ซึ่งอาการของการเดินที่ผิดปกติอาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และประเภทการเดินผิดปกติ  ประเภทของความผิดปกติในการเดิน มีอะไรบ้าง ผู้สูงอายุเดินผิดปกติ อาจแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ เช่น  การเดินแบบพาร์กินสัน (Parkinsonian Gait หรือ Propulsive Gait) เป็นลักษณะที่อาจพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ มีลักษณะการเดินลากเท้า ก้าวขาได้สั้น คอและศีรษะโน้มไปข้างหน้า การเดินผิดปกติประเภทนี้มักเกิดขึ้นชั่วคราว ขณะอยู่ในที่แคบหรือเห็นสิ่งกีดขวางในทางเดิน อาจเกิดปัญหาการก้าวขา การหมุนตัว หรือการเดินซอยเท้า สาเหตุอาจเกิดจากโรคพาร์กินสัน   การเดินกระตุก (Spastic Gait) ขามีความอ่อนแอและแข็งผิดปกติ สาเหตุอาจเกิดจากความผิดปกติในการควบคุมกล้ามเนื้อที่เกิดจากระบบประสาทส่วนกลาง หรือเกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นอย่างกะทันหัน ทำให้เกิดการเดินลากเท้า ซึ่งขาดความยืดหยุ่นของข้อเท้าและหัวเข่า […]

ปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุ

โรคกระดูกพรุน คือ การสูญเสียความหนาแน่นของมวลกระดูกหรือมวลกระดูกลดน้อยลงจนทำให้กระดูกเสื่อม เปราะบาง และเพิ่มโอกาสในการทำให้กระดูกบริเวณข้อมือ สะโพก หรือกระดูกสันหลังแตกหักได้ง่าย โดยมักเกิดในผู้สูงอายุ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยสถิติผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนทั่วโลกสูงเป็นอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยในปัจจุบันคนไทยเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนสูงถึง 90 % และสามารถพบ ผู้สูงวัยกระดูกพรุน ได้บ่อย โดยเฉพาะผู้หญิง 1 ใน 3 ของกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ชาย 1 ใน 5 ของกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่าเป็นโรคกระดูกพรุน  ปัจจัยเสี่ยงผู้สูงวัยกระดูกพรุน  ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้กระดูกพรุนมีหลายประการ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลทำให้เกิดโรคนี้ได้ เช่น กรรมพันธุ์ หากคนในครอบครัวมีประวัติในการเป็นโรคกระดูกพรุน ก็อาจเพิ่มโอกาสในการโรคกระดูกพรุนได้  อายุที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ลดลง ซึ่งเป็นฮอร์โมนป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก และผู้ชายมีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนหากมีการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) น้อยลง พฤติกรรมการกิน เช่น การเลือกกินอาหาร เป็นพฤติกรรมที่อาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบ และเป็นปัจจัยในการเกิดโรคกระดูกพรุนได้ หากร่างกายได้รับแคลเซียมหรือวิตามินดีไม่เพียงพอในการเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรง  ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ […]

ปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุ

ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุ เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ เนื่องจากสุขภาพร่างกายย่อมเสื่อมลงเมื่ออายุมากขึ้น และอาจทำให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ ดังนั้นการดูแลและ ป้องกันปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดีและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุ ปัจจุบันผู้สูงอายุในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า พ.ศ. 2563 มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 12 ล้านคน หรือราว 18% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นอีก 20% ในปี พ.ศ. 2564 จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นตามมา และปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย ได้แก่ โรคสามัญทั่วไป เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิต โรคไต รวมถึงกลุ่มอาการที่เกี่ยวของกับความชราภาพของร่างกาย การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุให้แข็งแรงและมีสุขภาพดี ด้วยการมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมถึงครอบครัวและสังคมที่เข้าใจและให้ความช่วยเหลือจึงเป็นเรื่องสำคัญ การดูแลและ ป้องกันปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุ ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุ อาจเกิดจากกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุเนื่องจากความเสื่อมของร่างกายเมื่อชราภาพ หรืออาจเกิดจากผลข้างเคียงจากโรคเรื้อรังที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ซึ่งการดูแลและการป้องกันโรคที่ผู้สูงอายุกำลังเผชิญก็แตกต่างกันออกไป ดังนี้ ปัญหาความสมดุลของร่างกาย มึนงง และวิงเวียนศีรษะ ปัญหาความสมดุลของร่างกาย อาการมึนงง และวิงเวียนศีรษะ อาจเกิดจาก โรคทางสมอง โรคข้อเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง ความดันโลหิตต่ำ […]

สุขภาพจิตผู้สูงวัย

ผู้สูงอายุเป็นช่วงวัยที่เปราะบางทั้งทางร่างกายและจิตใจ หากผู้สูงอายุเกิดปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว โรคทางกาย หรือโรคซึมเศร้า อาจเกิดความคิดฆ่าตัวตายได้ ครอบครัวจึงควรเป็นส่วนสำคัญในการดูแล ใส่ใจและสังเกตสัญญาณปัญหาสุขภาพจิต เพื่อป้องกัน การฆ่าตัวตายในผู้สูงอายุ ที่อาจเกิดขึ้นได้ การฆ่าตัวตายในผู้สูงอายุ สถิติจากกรมสุขภาพจิตระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จในผู้สูงอายุ สูงเป็นอันดับ 2 รองจากวัยทำงาน ตามสถิติล่าสุดในปี พ.ศ. 2562 พบว่า การฆ่าตัวตายสำเร็จในผู้สูงอายุ ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป มีจำนวน 927 คน และวัยทำงาน 3,380 คน  โดยสาเหตุการฆ่าตัวตายในผู้สูงอายุที่พบบ่อย คือ ปัญหาความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด โรคเรื้อรังทางกาย และโรคซึมเศร้า ในปัจจุบันจำนวนประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อบุคคลมีอายุมากขึ้นอาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพร่างกายและสมอง ความสามารถในการทำงานลดลง ทำให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้น ความสุขในชีวิตลดน้อยลง ซึ่งเป็นปัญหาที่อาจเพิ่มความเสี่ยงการฆ่าตัวตายในผู้สูงอายุได้เช่นกัน ผู้สูงอายุที่พยายาม ฆ่าตัวตาย ส่วนใหญ่มีภาวะซึมเศร้า ที่อาจเกิดขึ้นจากการสูญเสียคนที่รัก ความรู้สึกโดดเดี่ยว รู้สึกด้อยค่า หรือรู้สึกว่าเป็นภาระคนอื่น ความเจ็บป่วยเรื้อรัง หรืออาจเกิดจากปัญหาทางการเงิน ซึ่งผู้สูงอายุในประเทศไทยที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูง มักเป็นกลุ่มที่อยู่ติดบ้าน ถูกทอดทิ้ง ไม่มีคนใส่ใจดูแล ขาดคนรับฟังและพูดคุย จนผู้สูงอายุเกิดความน้อยใจ รู้สึกไม่มีส่วนร่วมกับครอบครัว เมื่อสิ่งเหล่านี้สะสมเป็นระยะเวลานาน […]

โภชนาการผู้สูงวัย

ผู้สูงอายุควรได้รับสารอาหารในปริมาณที่พอเหมาะและหลากหลายเป็นประจำทุกวัน เพราะอาหารที่มีประโยชน์ช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี แต่อาจมี อาหารที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง และควรจำกัดปริมาณให้เหมาะสม เนื่องจากอาหารเหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมได้ โภชนาการผู้สูงอายุ รูปแบบการใช้ชีวิตและสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุที่เปลี่ยนแปลงไป อาจส่งผลต่อความอยากอาหาร ทำให้ได้รับปริมาณอาหารในแต่ละวันลดลง และส่งผลให้ผู้สูงอายุไม่ได้รับวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่น ๆ อย่างครบถ้วน จนอาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยตามมาได้ ผู้สูงอายุควรได้รับพลังงาน 1,500 – 2,000 กิโลแคลอรี/วัน และควรได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและหลากหลายวันละ 3 มื้อ อีกทั้งควรจัดอาหารว่างให้เหมาะสมในแต่ละวันด้วย อาหารที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง อาหารที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง ไม่ในปริมาณมาก เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ มีดังนี้ ไข่ดิบ ไข่เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยโปรตีนและให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่การรับประทานไข่ดิบอาจเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุได้ เนื่องจากไข่ดิบอาจมีเชื้อแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา (Salmonella) ที่อาจทำให้เกิดอาการ ท้องเสีย มีไข้ ปวดท้อง และอาเจียน ถั่วงอกดิบ ถั่วงอกเจริญเติบโตในสภาพอากาศที่อบอุ่นและชื้น จึงอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียจำนวนมาก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานถั่วงอกดิบ หรือควรนำไปปรุงให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้ง เกลือและอาหารโซเดียมสูง ผู้สูงอายุสามารถรับประทานเกลือได้ในปริมาณที่พอเหมาะ เพียง 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 1-2 ช้อนชา เพราะหากรับประทานเกลือมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ผู้สูงอายุจึงควรหลีกเลี่ยงอาหาร จำพวก ขนมขบเคี้ยว อาหารกระป๋อง อาหารแปรรูป เช่น แฮม เบคอน […]

สุขภาพจิตผู้สูงวัย

ผู้สูงอายุอาจเผชิญกับปัญหาสุขภาพ ความเครียด หรือภาวะทางจิต ซึ่งอาจทำให้เกิด ปัญหาสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตทั้งในระดับครอบครัวและสังคม การสังเกต สัญญาณปัญหาสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพจิต รู้ทันสัญญาณเหล่านี้เพื่อเข้ารับการรักษาได้ทัน ปัญหาด้านสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ   องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่า ระหว่างปี พ.ศ. 2558 – 2593 จำนวนประชากรผู้สูงอายุ ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จากประมาณ 12% เป็น 22% สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ปี พ.ศ. 2563 จำนวนผู้สูงอายุ ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป มีจำนวนมากกว่า 12 ล้านคน หรือคิดเป็น 18% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และจะเพิ่มขึ้นอีก 20% ในปี พ.ศ. 2564 ผู้สูงอายุจำนวนมากที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงเกิด ปัญหาสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ เนื่องจากประมาณ 15% […]

สุขภาพกายผู้สูงวัย

เคยสังเกตหรือไม่? ว่าคนสูงวัยในบ้านเริ่มมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น ลืมกุญแจบ้าน จำชื่อเพื่อนไม่ได้ ลืมว่าจะเดินไปหยิบอะไร หรือแม้แต่เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาก็สามารถลืมได้ง่ายขึ้น อาการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไปตามวัยที่เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพของความจำก็เริ่มลดลง และยิ่งสังเกตได้ชัดเจนเมื่อเข้าสู่วัย 60 ปี เพราะสมองบางส่วนเริ่มหดตัว การจดจำจะลดลงตามไปด้วย หากไม่เพิ่มการดูแลร่างกายและใส่ใจรายละเอียดการช่วยฟื้นฟูให้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน จะยิ่งมีความเสี่ยงเกิดโรคสมองเสื่อมได้มากขึ้น เราในฐานะลูกหลานจึงควรหมั่นสังเกตสิ่งที่เปลี่ยนไป เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคสมองเสื่อมที่อาจเกิดขึ้นได้  ดังนั้น 5 วิธีดูแลความจำของผู้สูงอายุ ที่เราควรรู้ เพื่อรับมือดูแลการรับรู้และความจำของคุณพ่อคุณแม่สูงวัยได้อย่างเหมาะสม คือ 1. พฤติกรรมอะไรบ้าง ที่เป็นสัญญาณว่าเสี่ยงเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อม มีปัญหาด้านการสื่อสาร การใช้คำ การเรียบเรียงประโยคที่ผิดไปจากเดิม จดจำข้อมูลไม่ค่อยได้ ลืมเหตุการณ์ต่าง ๆ ง่ายขึ้น แม้จะเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นก็ตาม เรื่องที่เคยทำได้ก็จะกลายเป็นเรื่องยากขึ้น เช่น การคำนวณตัวเลข หรือ การทำอาหารที่กะสัดส่วนไม่ค่อยถูก มีปัญหาด้านการตัดสินใจ หรือการแก้ปัญหาต่าง ๆ บุคลิกภาพเปลี่ยนไป อารมณ์ไม่เหมือนเดิม ฉุนเฉียวง่าย บางครั้งอาจเกิดภาพหลอน 2. สาเหตุของการเกิดโรค สาเหตุหลัก […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน สูงวัยอย่างมีคุณภาพ ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon