โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับความเสี่ยงโรคหัวใจ ทำไมการลดน้ำหนัก ถึงช่วยเซฟชีวิตคุณได้

"แค่อ้วนขึ้นนิดหน่อย คงไม่เป็นไร" หลายคนคงเคยคิดแบบนี้ เวลาที่ใส่กางเกงตัวโปรดไม่ได้ หรือเดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็รู้สึกเหนื่อยหอบ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ในขณะที่คุณกำลังมองข้ามน้ำหนักตัวที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น หัวใจของคุณอาจกำลังทำงานหนักขึ้นทุกวันโดยไม่มีเสียงเตือนใด ๆ จนกระทั่งร่างกายและหัวใจของคุณเริ่มมีปัญหา บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า โรคอ้วน กับ โรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไรในทางการแพทย์ และทำไมแค่ "ลดน้ำหนัก" จึงอาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยปกป้องหัวใจของคุณไว้ได้ โรคอ้วน กับโรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไร? โรคอ้วน (Obesity) ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องรูปร่างหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) จากแถลงการณ์ทางวิชาการของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ระบุว่าไขมันในช่องท้องที่มากเกินไปอาจเร่งกระบวนการที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตันตั้งแต่ยังอายุน้อย ผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งไขมันสะสมรอบเอวมากเท่าไหร่ หลอดเลือดและหัวใจก็ยิ่งต้องแบกรับภาระมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าตัวเลขบนตาชั่งจะบอกอะไรคุณก็ตาม เจาะกลไก ทำไมไขมันส่วนเกิน หลายคนอาจสงสัยว่า ไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกาย ไปทำร้ายหัวใจที่อยู่คนละตำแหน่งได้อย่างไร คำตอบคือ เซลล์ไขมันไม่ได้เป็นแค่ "ก้อนพลังงานสำรอง" อีกต่อไป แต่มันทำหน้าที่เหมือนโรงงานที่ส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย ผ่าน 3 กลไกหลักดังนี้ 1. การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Chronic Inflammation) เมื่อเซลล์ไขมันขยายตัวมากเกินไป […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โภชนาการการกีฬา

อาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ที่ควรรับประทานหลังออกกำลังกาย

อาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สำหรับรับประทานหลังออกกำลังกายจะไปช่วยซ่อมแซมและสร้างโปรตีนกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่ให้ร่างกาย แต่ส่วนใหญ่คนที่ออกกำลังกายมักไม่นิยมรับประทานอาหาร เนื่องจากกลัวว่าการออกกำลังกายนั้นจะสูญเปล่า แต่ความจริงแล้วหากเลือกรับประทานอาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากขึ้น อาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ที่ควรรับประทานหลังออกกำลังกายมีอะไรบ้าง หลังจากออกกำลังกายร่างกายจะพยายามสร้างไกลโคเจน (Glycogen) เพื่อซ่อมแซมและสร้างโปรตีนกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่ หากได้รับสารอาหารที่ถูกต้องเข้าไปจะช่วยทำให้ร่างกายสร้างไกลโคเจนที่จะช่วยซ่อมแซมและสร้างโปรตีนกล้ามเนื้อใหม่ได้เร็วขึ้น ดังนั้น การรับประทานพวกคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนหลังออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนั้นแล้วการรับประทานอาหารเหล่านี้ ก็สำคัญไม่แพ้กัน โปรตีน การออกกำลังกายทำให้เกิดการสลายโปรตีนกล้ามเนื้อ ดังนั้นการบริโภคโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอหลังจากออกกำลังกาย จะทำให้กรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการทำหน้าที่ซ่อมแซมและสร้างโปรตีนเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่อีกด้วย ดังนั้น จึงควรบริโภคโปรตีน 0.3-0.5 กรัมของน้ำหนักตัว คาร์โบไฮเดรต ไกลโคเจนในร่างกายจะถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงในระหว่างการออกกำลังกาย การรับประทานคาร์โบไฮเดรตหลังจากออกกำลังกายจึงช่วยเติมเต็มในส่วนนี้ อัตราการใช้ไกลโคเจนของร่างกายนั้นขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ทำด้วย เช่น กีฬาที่ต้องใช้ความอดทน ร่างกายก็จำเป็นที่จะต้องใช้ไกลโคเจนในการออกกำลังกายมากกว่าปกติ จึงทำให้ต้องบริโภคคาร์โบไฮเดรตมากขึ้นนั่นเอง การบริโภคคาร์โบไฮเดรต 1.1-1.5 กรัมของน้ำหนักตัวภายใน 30 นาที หลังออกกำลังกายจะส่งผลทำให้เกิดการสังเคราะห์ไกลโคเจนที่เหมาะสม เผือก เผือกเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตและใยอาหารที่ดี นับเป็นอาหารอีกหนึ่งชนิดที่ควรรับประทานหลังจากออกกำลังกายเสร็จ เพื่อรักษาส่วนที่สึกหรอและฉีกขาดหลังจากออกกำลังกาย ซึ่งจะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น ผักโขม ผักโขมเป็นพืชตะกูลกะหล่ำ ซึ่งเต็มไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันการอักเสบ รวมถึงวิตามินบี วิตามินซี และวิตามินเอ นอกจากนั้นยังมีโปรตีนรวมอยู่ด้วย ไข่ การบริโภคไข่หลังจากออกกำลังกาย จะส่งผลให้เกิดการสังเคราะห์โปรตีนมากกว่าการบริโภคไข่ขาวเพียงอย่างเดียว เนื่องจากสารอาหารในไข่แดงอาจช่วยกระตุ้มกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์โปรตีนกล้ามเนื้อ และเพิ่มขนาดของเซลล์กล้ามเนื้อในผู้ใหญ่ วัยหนุ่มสาว และวัยกลางคนที่มีสุขภาพดี นอกจากนั้นแล้วกรดไขมันโอเมก้า 3 ยังพบได้มากในปลาแซลมอน และปลาทูน่า ซึ่งการบริโภคปลาเหล่านี้ จะช่วยลดอาการปวดหล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกายได้ด้วย บลูเบอร์รี่หรือราสเบอร์รี่ ในผลไม้ทุกชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อสามารถซ่อมแซมตัวเองหลังจากออกกำลังกาย […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารต้านหวัด เมื่อเป็นหวัดควรทานอาหารอะไรถึงจะดี?

สำหรับในบางคนแล้วการเป็นหวัดดูเหมือนจะเรื่องปกติไปเสียแล้ว เพราะเป็นหวัดบ่อยเสียเหลือเกิน บางคนเมื่อเป็นหวัดแล้ว ก็มักจะใช้ระยะเวลานานกว่าจะหายดี ดังนั้น นอกจากการดูแลตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอแล้ว เรื่องการเลือกทานอาหารก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ การเลือกทาน อาหารต้านหวัด ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยทำให้คุณห่างไกลจากโรคหวัด วันนี้ Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน อาหารต้านหวัด มีอะไรบ้างที่ควรทานตอนเป็นหวัด อาหารต้านหวัด บางอย่างอาจจะเป็นอาหารที่บริโภคอยู่เป็นประจำ แต่คุณอาจจะไม่รู้ว่ามันมีคุณสมบัติในการต้านหวัดได้ ดังนั้น ลองมาดูกันดีกว่าว่า อาหารต้านหวัดนั้นมีอะไรบ้าง เห็ด สำหรับเห็ดนั้นมีคุณสมบัติในการต้านไวรัส ซึ่งเมื่อทานเช้าไปแล้วมันสามารถช่วยให้ร่างกายของคุณต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ แต่เห็ดแต่ละชนิดมักมีสิ่งที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่ทั้งหมดก็มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการบริโภคเห็ดหลายๆ ชนิดรวมกันจึงถือเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างมาก น้ำซุป เมื่อคุณเป็นไข้หวัด น้ำซุปถือเป็นอาหารที่คุณสามารถรับประทานได้ทันทีตั้งแต่เริ่มเป็นหวัด และสามารถทานไปจนกว่าคุณจะหายดีได้เลย น้ำซุปช่วยป้องกันการขาดน้ำ ทั้งยังช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย บรรเทาอาการเจ็บคอ และบรรเทาอาการอึดอัดต่างๆ ได้ด้วย กระเทียม กระเทียม สามารถลดความรุนแรงของอาการหวัด และไข้หวัดใหญ่ได้ ด้วยการเข้าไปช่วยเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาวในเลือด ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในการต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้ ซุปไก่ จากการศึกษาในปี 2000 พบว่า ส่วนผสมในซุปไก่นั้นสามารถต่อสู้กับอาการอักเสบในร่างกายได้ ทั้งยังช่วยแก้อาการคัดจมูก บรรเทาอาการอื่นๆ ในทางเดินหายใจ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกายได้ แครอท แครอทนั้นอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอ ซึ่งทั้ง 2 สิ่งนี้ช่วยทำให้ร่างกายของคุณซ่อมแซมระบบภูมิคุ้มกันที่บกพร่องได้ นอกจากนั้นวิตามินเอยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันความเสียหายของเซลล์ในร่างกายอีกด้วย โยเกิร์ต โยเกิร์ต สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ ทั้งยังสามารถเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ดังนั้น เมื่อเกิดอาการเจ็บคอ ลองเลือกทานโยเกิร์ตแบบที่ไม่เพิ่มน้ำตาล จะสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอที่เกิดขึ้นได้ ผลไม้ที่มีวิตามินซี วิตามินซี […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

กล่องโฟมบรรจุอาหาร บรรจุภัณฑ์อันตราย ทำร้ายคุณ ทำร้ายโลก

เราก็คุ้นชินกับการใช้กล่องโฟมบรรจุอาหารกันมาเนิ่นนาน โดยเฉพาะในสังคมเมือง ที่พ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร ต่างก็นิยมใช้กล่องโฟมบรรจุอาหารให้ลูกค้านำกลับบ้าน เพราะใช้งานสะดวก เหมาะกับชีวิตที่เร่งรีบ และผู้บริโภคส่วนหนึ่งก็ชื่นชอบในความสะดวกนี้เช่นกัน โดยที่ไม่ได้ตระหนักเลยว่า กล่องโฟมบรรจุอาหาร สามารถสร้างความเสียหายให้กับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน แต่ในปัจจุบัน เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรง ผู้คนบางส่วนเริ่มตื่นตัวกับภาวะโลกร้อน และได้รู้ว่า กล่องโฟมบรรจุอาหารนั้นเป็นภัยเงียบที่บั่นทอนเราและโลกมานานเกินไปแล้ว หลายภาคส่วนจึงได้รณรงค์ให้ทุกคนหันไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างปลอดภัย หรือย่อยสลายได้ง่ายแทน แต่หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังเคยชินกับความสะดวกของกล่องโฟม Hello คุณหมอ อยากแนะนำให้คุณอ่านบทความนี้จนจบ แล้วคุณอาจจะเปลี่ยนความคิด เลิกใช้บรรจุภัณฑ์อันตรายอย่างกล่องโฟม แล้วหันมารักโลกและรักตัวเองมากขึ้นก็ได้ กล่องโฟมตัวร้าย… อีกหนึ่งตัวการทำโลกร้อน กล่องโฟมบรรจุอาหารส่วนใหญ่ที่ใช้กันนั้น ผลิตจากพลาสติกชนิดโพลีสไตรีน (Polystyrene หรือ PS) ที่เติมสารช่วยในการขยายตัวอย่างคาร์บอนไดออกไซด์ และเพนเทน (Pentane) เข้าไป ช่วยให้พลาสติกพองตัว และนำไปขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุอาหารรูปทรงต่างๆ ตามที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นกล่องโฟม ถ้วยโฟม หรือจานโฟม กล่องโฟมบรรจุอาหาร ได้รับความนิยมมาเป็นเวลานาน เนื่องจากมีราคาถูกและเป็นฉนวนกันความร้อนชั้นดี ทำให้อาหารที่บรรจุไว้ร้อนได้นาน จึงทำให้ชีวิตเราจะสะดวกสบายขึ้นมาก หลายคนจึงอาจไม่ทันได้ฉุกคิดว่า กล่องโฟมนั้นทำร้ายโลกเราได้มากขนาดไหน โดยภาชนะบรรจุอาหารจากโฟม เช่น กล่องโฟม นั้นต้องใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 1,000 ปี นำกลับมารีไซเคิลก็ยาก และเมื่อถูกทิ้งปะปนอยู่ในธรรมชาติ ก็อาจทำให้สัตว์ป่าเข้าใจผิดว่าเป็นอาหารจนเผลอกินเข้าไป และส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหารจนเป็นอันตรายถึงตายได้ อีกทั้งกระบวนการผลิตและการกำจัดกล่องโฟมหลังจากใช้งาน […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ระวัง! กินวิตามินมากเกินไป ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี อาจทำให้เสียชีวิตได้

วิตามินนั้นเป็นสารอาหารอย่างหนึ่ง ที่มีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ร่างกายต้องการวิตามินเพื่อให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกาย สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการขาดวิตามินเหล่านี้อาจก่อให้เกิดปัญหาต่อร่างกายได้ แต่อย่างไรก็ตาม การ กินวิตามินมากเกินไป ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี เพราะวิตามินที่มากเกินไปเหล่านี้ อาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ กินวิตามินมากเกินไป อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม วิตามินเอ วิตามินเอ เป็นวิตามินที่ช่วยในเรื่องของการมองเห็น เพิ่มการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน และการทำงานของอวัยวะต่างๆ วิตามินเอนั้นเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน และจะพบได้มากในตับ ไต น้ำมันปลา นม และไข่ นอกจากนี้ยังสามารถพบวิตามินเอได้ในผัก เช่น มันฝรั่งหวาน และแครอทอีกด้วย ปริมาณของวิตามินเอที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันนั้นมีดังต่อไปนี้ ผู้ชายอายุ 18 ปีขึ้นไป ควรได้รับวิตามินเอ 900 mcg RAE ผู้หญิงอายุ 18 ปีขึ้นไป ควรได้รับวิตามินเอ 700 mcg RAE ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่อายุ 18  ปีขึ้นไป ควรได้รับวิตามินเอ 770 mcg RAE ผู้หญิงที่ให้นมลูก ควรได้รับวิตามินเอ 1,300 mcg RAE ผู้ใหญ่ไม่ควรรับประทานวิตามินเอมากกว่าวันละ 3,000 mcg RAE เพราะหากได้รับวิตามินเอมากเกินกว่าที่กำหนด ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะวิตามินเอเป็นพิษได้ อาการของภาวะวิตามินเอเป็นพิษ คือ คลื่นไส้ อาเจียน ผดผื่น ระคายเคือง ความดันภายในกะโหลกศีรษะสูง วิงเวียน ปวดหัวไมเกรน การมองเห็นเปลี่ยนแปลง ตับเสียหาย โคมา เสียชีวิต หากเกิดภาวะวิตามินเอเป็นพิษ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ปลาทอดกับปลานึ่ง เมนูปลาแบบไหนให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่ากัน

ปลา วัตถุดิบในการประกอบอาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ในเนื้อปลามีโปรตีนสูง ให้ไขมันต่ำ รวมถึงยังให้โอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ที่ร่างกายไม่สามารถจะสร้างเองได้ มีส่วนช่วยเสริมสร้างสุขภาพหัวใจ ลดอาการอักเสบของเนื้อเยื่อ และยังอาจช่วยลดภาวะซึมเศร้าได้อีกด้วย และเพราะเนื้อปลาเป็นอาหารที่มีไขมันต่ำ จึงเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือกำลังอยู่ในช่วงที่ควบคุมน้ำหนัก การทานปลาให้ประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นเรื่องจริงที่มีผลการศึกษาและวิจัยรับรอง แต่ทานปลาแบบไหนจึงจะได้ประโยชน์สูงสุด วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกท่านมาดูความแตกต่างระหว่าง ปลาทอดกับปลานึ่ง ว่าเนื้อปลาแบบไหนที่ดีต่อร่างกายมากกว่ากัน ปลานึ่ง ดีต่อสุขภาพอย่างไร การนึ่ง เป็นกระบวนการปรุงอาหารให้สุกโดยใช้น้ำเป็นตัวกลาง โดยมักจะทำในหม้อที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับการนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อให้ความร้อนจากไอน้ำทำให้อาหารที่อยู่ในหม้อนั้นสุก กรรมวิธีในการทำอาหารแบบนี้จะไม่มีการใช้น้ำมัน หรือมีการเพิ่มไขมันในเนื้อปลา เนื่องจากการนึ่งจะใช้อุณหภูมิต่ำกว่าการทอดหรือการย่าง จึงช่วยให้สารอาหารใน ปลา ไม่สูญสลายไป และลดการเพิ่มปริมาณของสารเคมีที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพที่อาจมาจากการปิ้งหรือย่าง เช่น สารประกอบในกลุ่มโพลีไซคลิก (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons หรือ PAHs) ปลาทอด ต่อสุขภาพหรือเปล่า? ปลาทอด กรอบนอก นุ่มใน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดและข้าวสวยร้อนๆ รับประทานกับน้ำซุปหรือแกงต่างๆ ช่างเป็นมื้อที่อร่อยเลิศอย่าบอกใคร แต่…หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเนื้อปลาที่ผ่านการทอดนั้น เป็นการลดคุณค่าทางอาหารลง เนื่องจากการทอด ปลา นั้น ใช้ทั้งความร้อนสูงและน้ำมัน ซึ่งจะทำให้สารอาหารต่างๆ โดยเฉพาะ สารโอเมก้า […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

รู้หรือไม่ อาหารก่อมะเร็ง มีอะไรบ้าง?

ด้วยพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย อุตสาหกรรมการผลิตอาหารก็มีการเปลี่ยนไปตาม ๆ กัน ปัจจุบันจึงดูเหมือนว่า อาหารก่อมะเร็ง จะมีมากมายหลายอย่าง บางอย่างก็เป็นที่รู้จักของบางคนแล้ว แต่สำหรับอาหารบางอย่าง คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันเป็นอาการก่อมะเร็ง การรับประทานอะไรเข้าไปดูเหมือนจะต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ทาง Hello คุณหมอ จึงขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับอาหารก่อมะเร็งไว้ในบทความนี้ค่ะ อาหารก่อมะเร็ง มีอะไรบ้างนะ? ทุกวันนี้มีคำเตือนใหม่ ๆ เกี่ยวกับอาหารก่อมะเร็งออกมาบ่อยครั้ง ดังนั้นลองมาดูกันดีกว่าว่า อาหารอะไรบ้างที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งในร่างกายของเราได้บ้าง เนื้อสัตว์แปรรูป ทางด้านองค์กรอนามัยโลก(World Health Organization; WHO) ได้จัดให้เนื้อสัตว์แปรรูปเป็นอาการก่อมะเร็ง ในประเภทเดียวกับการสูบบุหรี่ หากคุณเป็นคนที่ชอบบริโภคไส้กรอก เบคอน ฮอทดอก และแฮม จะมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลำไส้เพิ่มขึ้น การรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูปเพียง 50 กรัม ในแต่ละวัน สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 18% ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากเนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียว แต่มันมาจากวิธีการในการแปรรูป อย่างเช่น การบ่ม การเติมเกลือ หรือสารกันบูดเข้าไป ซึ่งเมื่อเนื้อสัตว์บางอย่างสุกแล้ว จะก่อให้เกิดโซเดียมไนไตรท์ (Sodium Nitrites) รวมกับเอมีน (Amine) ธรรมชาติในเนื้อสัตว์ ก่อให้เกิดสารประกอบ สารเอ็นไนโตรโซ (N-nitroso compounds) ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ข้าวโพดคั่วที่ใช้ไมโครเวฟ แม้ข้าวโพดคั่วที่ใช้ไมโครเวฟจะเป็นอาหารว่างที่อร่อยและทำได้อย่างรวดเร็ว แต่มันสามารถนำพามาซึ่งความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

6 อาหารสีดำ เอาใจสายสุขภาพแบบเท่ๆ สไตล์มินิมอล

เบื่อหรือยังกับเมนูอาหารเดิมๆ สีสันเดิมๆ ที่พบเจอและรับประทานกันอยู่ทุกวัน ลองเพิ่มอรรถรสในการรับประทานอาหารด้วยการหันมาลองรับประทานอาหารสีดำที่ดูเรียบง่ายดูสิ สำหรับบทความนี้ Hello คุณหมอ ขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ อาหารสีดำ ที่มาพร้อมกับประโยชน์ซึ่งคุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน กินดี ดูดีสามารถเซลฟี่ลงบนอินสตราแกรมเก๋ๆ จนเพื่อนๆ ในโซเชียลคุณถล่มไลค์ให้อย่างแน่นอน ประโยชน์ของ อาหารสีดำ มีอะไรบ้าง เป็นที่ทราบกันดีถึงประโยชน์ของผักสีเขียวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยอาหารที่ดี ลดความเสี่ยงของโรคอ้วน โรคหัวใจ ลดความดันโลหิต แต่อาหารสีดำนี้ก็มีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายไม่แพ้กัน ถึงแม้สีดำจะเป็นสีที่ดูน่ากลัวสำหรับบางคน และไม่ค่อยเหมาะกับการเป็นอาหารสักเท่าไร ในการวิจัยของนักวิจัยท่านหนึ่งกล่าวว่า อาหารสีดำสามารถล้างพิษดีท็อกซ์สิ่งไม่ดีภายในร่างกายให้ออกไปได้ รวมถึงประโยชน์ต่างๆ ที่หลากหลาย ดังต่อไปนี้ ช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมน ป้องกันโรคเบาหวาน ฟอกสีฟัน ขจัดคราบเหลือง ลดระดับคอเลสเตอรอล ปรับปรุงการทำงานของระบบทางเดินอาหาร และลดก๊าซในลำไส้ ป้องกันอาการท้องอืด 6 อาหารสีดำ ที่คุณควรรับประทาน เพื่อสุขภาพที่ดี กระเทียมดำ แม้จะพบเห็นตามท้องตลาด หรือซูเปอร์มาร์เก็ตได้ค่อนข้างน้อย แต่กระเทียมดำมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ที่ช่วยส่งเสริมด้านการต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเพิ่มระดับของคอเลสเตอรอล และยังมีแคลเซียม 7 เท่า ซึ่งมีคุณประโยชน์มากกว่ากระเทียมสีขาวที่เราคุ้นเคย ซึ่งยังอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคเบาหวาน รวมถึงโรคมะเร็งได้อีกด้วย มะกอกดำ มะกอกคือแหล่งรวมไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัว หรือเรียกว่า กรดโอเลอิก (Oleic acid) ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดความดันโลหิต ได้เช่นเดียวกับกระเทียมดำ สาหร่าย ของว่างยอดนิยมที่ผู้คนทั่วโลกมักรับประทานเป็นขนม […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

กินช้า แต่อิ่มนานขึ้น แถมยังช่วยในการลดน้ำหนักได้ดีอีกด้วย

เคยลองถามตัวเองดูสักครั้งไหมว่า ในอาหารแต่ละมื้อ แต่ละคำที่ตักเข้าปากไปนั้น เราใช้เวลาเคี้ยวอาหารนานแค่ไหน? เพราะในปัจจุบันมีการพบว่าการ กินช้า หรือการบดเคี้ยวอาหารแต่ละคำให้นานขึ้น มีส่วนในการเสริมสร้างสุขภาพและสุขภาวะการกินที่ดีได้ แต่จะเป็นอย่างไรนั้น มาติดตามกันได้ในบทความนี้จาก Hello คุณหมอ กินช้า คืออะไร ในช่วงเวลาที่ทุกคนต่างก็ใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบไปเสียทุกอย่าง ไม่เว้นกระทั่งการรับประทานอาหาร สำหรับอาหารหนึ่งจาน บางคนใช้เวลาเพียง 3-5 นาที ในการกินอาหาร ซึ่งการกินเร็วเช่นนั้น เสี่ยงที่อาจจะทำให้อาหารติดคอ เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ทำให้ระบบย่อยอาหารต้องทำงานหนัก หรือมีอาการอาหารไม่ย่อย แต่ การกินช้า ค่อย ๆ เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ใช้เวลาในการเคี้ยวอาหารแต่ละคำให้มากขึ้น เคี้ยวอาหารแต่ละคำประมาณ20ครั้งหรือมากกว่านั้น มีหลากหลายงานวิจัยค้นพบว่า การกินช้า ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ประโยชน์ของ การกินช้า กินช้าช่วยลดความอยากอาหาร ใครที่กำลังควบคุมอาหารไม่ควรมองข้ามประโยชน์ในข้อนี้ เพราะโดยปกติแล้วความอยากอาหารและระดับของปริมาณแคลอรีในร่างกายจะถูกควบคุมโดยฮอร์โมน หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ลำไส้จะส่งสัญญาณไปที่สมองให้ยับยั้งฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว ชื่อว่า ฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) และปล่อยฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่มเข้ามาแทนที่ โดยกระบวนการยับยั้งและปลดปล่อยฮอร์โมนเหล่านี้ออกจากสมองจะใช้ระยะเวลาประมาณ 20 นาที ดังนั้น หากกินอาหารให้ช้าลง ก็จะทำให้สมองมีเวลาในการรับสัญญาณการยับยั้งความหิวและปล่อยความรู้สึกอิ่มได้ดีมากยิ่งขึ้น กินช้าช่วยลดแคลอรี เนื่องจาก การกินช้า จะทำให้รู้สึกอิ่มได้นานถึง 60 นาที หรืออาจมากกว่านั้นหลังจากที่ได้รับประทานอาหารเข้าไป และการกินช้ายังเป็นการเพิ่มระดับของฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่มในลำไส้ จึงทำให้ไม่ค่อยหิวบ่อย […]


ข้อมูลโภชนาการ

ประโยชน์ของไข่ ช่วยให้สุขภาพดี

ไข่อาจให้สารอาหารต่าง ๆ เช่น พลังงาน โปรตีน ธาตุเหล็ก ทั้งยังอุดมไปด้วยสารอาหารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ได้แก่ ลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทิน (Zeaxanthin) ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของการเสื่อมสภาพที่จอประสาทตา นอกจากนี้ ยังมีสารโคลีน (Choline) ซึ่งอาจช่วยพัฒนาสมอง และเสริมสร้างความจำให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือว่า ประโยชน์ของไข่ นั้นมีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก สารอาหารในไข่ ไข่ นอกจากจะเด่นในเรื่องของโปรตีนแล้ว ประโยชน์ของไข่ 1 ฟอง อาจให้สารอาหารดังนี้ พลังงาน 75 แคลอรี่ โปรตีน 7 กรัม ไขมัน 5 กรัม ไขมันอิ่มตัว 1.6 กรัม นอกจากนี้ ไข่ยังให้แร่ธาตุและวิตามินหลายชนิด รวมถึงสารอาหารต่าง ๆ เช่น ธาตุเหล็ก โอเมก้า 3 คอเลสเตอรอล โซเดียม แคโรทีนอยด์ (Carotenoids) สารอาหารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่พบในไข่ ได้แก่ […]


การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

อาหารไฟเบอร์สูง แคลอรี่ต่ำ ตัวเลือกดีๆ สำหรับคนลดน้ำหนัก

อาหารไฟเบอร์สูง แคลอรี่ต่ำ ส่วนใหญ่มักหมายถึงพืชผักผลไม้ และธัญพืช ซึ่งเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เนื่องจากไฟเบอร์หรือใยอาหารมีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำ เมื่อบริโภคเข้าร่างกายจะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และอิ่มนาน จึงรู้สึกอยากอาหารน้อยลง ลดโอกาสเสี่ยงในการได้รับพลังงานส่วนเกิน จึงอาจช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น ไฟเบอร์สำคัญต่อการลดน้ำหนักยังไง ไฟเบอร์ (Fiber) หรือใยอาหาร จัดเป็นคาร์โบไฮเดรตประเภทหนึ่ง พบได้ในพืชผักผลไม้ และธัญพืช โดยงานวิจัยหลายชิ้นเผยว่า ไฟเบอร์อาจมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก เนื่องจากผู้ที่บริโภคอาหารไฟเบอร์สูงมีแนวโน้มจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่า และมีน้ำหนักขึ้นน้อยกว่า เมื่อเทียบกับผู้ที่บริโภคอาหารไฟเบอร์ต่ำ เพราะไฟเบอร์ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น บริโภคอาหารได้น้อยลง ร่างกายได้รับปริมาณแคลอรี่ลดลง หากร่างกายใช้แคลอรี่มากกว่าที่ได้รับ อาจช่วยให้น้ำหนักลดลง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย ก็อาจมีผลกระทบต่อผลการวิจัยนี้ได้เช่นกัน นอกจากนี้ อาหารไฟเบอร์สูง แคลอรี่ต่ำ มักทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นานหลังบริโภคระดับน้ำตาลในเลือดกลับสู่ภาวะปกติ ทำให้ร่างกายไม่รู้สึกอยากอาหาร ในขณะที่การบริโภคอาหารไขมันสูงหรือน้ำตาลสูง จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความอยากอาหารมากขึ้นโดยเฉพาะของหวาน ส่งผลให้ยิ่งเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกิน อาหารไฟเบอร์สูง แคลอรี่ต่ำ มีอะไรบ้าง หากต้องการเพิ่มไฟเบอร์ให้ร่างกาย แบบแคลอรี่ไม่เพิ่มสูงขึ้น ควรบริโภคอาหารไฟเบอร์สูง แคลอรี่ต่ำ ได้แก่ ผักใบเขียว ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ปวยเล้ง สวิสชาร์ด (Swiss Chard) ผักกาดเขียว […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน