โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับความเสี่ยงโรคหัวใจ ทำไมการลดน้ำหนัก ถึงช่วยเซฟชีวิตคุณได้

"แค่อ้วนขึ้นนิดหน่อย คงไม่เป็นไร" หลายคนคงเคยคิดแบบนี้ เวลาที่ใส่กางเกงตัวโปรดไม่ได้ หรือเดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็รู้สึกเหนื่อยหอบ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ในขณะที่คุณกำลังมองข้ามน้ำหนักตัวที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น หัวใจของคุณอาจกำลังทำงานหนักขึ้นทุกวันโดยไม่มีเสียงเตือนใด ๆ จนกระทั่งร่างกายและหัวใจของคุณเริ่มมีปัญหา บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า โรคอ้วน กับ โรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไรในทางการแพทย์ และทำไมแค่ "ลดน้ำหนัก" จึงอาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยปกป้องหัวใจของคุณไว้ได้ โรคอ้วน กับโรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไร? โรคอ้วน (Obesity) ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องรูปร่างหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) จากแถลงการณ์ทางวิชาการของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ระบุว่าไขมันในช่องท้องที่มากเกินไปอาจเร่งกระบวนการที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตันตั้งแต่ยังอายุน้อย ผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งไขมันสะสมรอบเอวมากเท่าไหร่ หลอดเลือดและหัวใจก็ยิ่งต้องแบกรับภาระมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าตัวเลขบนตาชั่งจะบอกอะไรคุณก็ตาม เจาะกลไก ทำไมไขมันส่วนเกิน หลายคนอาจสงสัยว่า ไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกาย ไปทำร้ายหัวใจที่อยู่คนละตำแหน่งได้อย่างไร คำตอบคือ เซลล์ไขมันไม่ได้เป็นแค่ "ก้อนพลังงานสำรอง" อีกต่อไป แต่มันทำหน้าที่เหมือนโรงงานที่ส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย ผ่าน 3 กลไกหลักดังนี้ 1. การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Chronic Inflammation) เมื่อเซลล์ไขมันขยายตัวมากเกินไป […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

ข้อมูลโภชนาการ

หม่าล่า ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

หม่าล่า เป็นคำภาษาจีนที่ใช้บอกรสชาติความเผ็ดฉุนที่ทำให้รู้สึกชา ซึ่งคนไทยนำมาเรียกเป็นชื่ออาหารที่มีส่วนผสมของซอสหม่าล่าที่ให้รสชาติเผ็ดร้อน โดยหม่าล่ามีส่วนผสมของวัตถุดิบสมุนไพรหลายชนิด เช่น โป๊ยกั๊ก อบเชย ขิง กานพลู เม็ดยี่หร่า พริกไทยเสฉวน พริกแห้ง พริกป่น ซอสโต้วป้านเจี้ยง กระเทียม กระวานดำ เกลือ น้ำตาล ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร อาจช่วยลดอาการท้องอืด อาจดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน อาจช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล และอาจช่วยลดอาการไซนัสได้ อย่างไรก็ตาม หม่าล่ามีรสชาติเผ็ดร้อนมากหากรับประทานมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน ประโยชน์ของหม่าล่าที่มีต่อสุขภาพ หม่าล่า เป็นเครื่องปรุงอาหารที่ประกอบด้วยสมุนไพรหลายชนิดซึ่งอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของหม่าล่าในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อาจช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร แคปไซซิน (Capsaicin) เป็นสารประกอบที่พบมากในพริก ซึ่งหม่าล่ามีทั้งพริกไทยเสฉวนและพริกแห้งเป็นส่วนประกอบ การรับประทานหม่าล่าจึงอาจมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารได้ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Experimental Cell Research เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2565 ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของแคปไซซินในอาหารต่อสุขภาพทางเดินอาหารและโรค พบว่า แคปไซซินเป็นสารประกอบที่พบมากในพริก ซึ่งมีทั้งประโยชน์และโทษต่อสุขภาพหากรับประทานในปริมาณเกินไป ในปัจจุบันมีการศึกษาการรับประทานแคปไซซินในปริมาณที่เหมาะสม พบว่า ส่วนใหญ่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทางเดินอาหาร และในการศึกษาบางชิ้นยังชี้ให้เห็นว่าการบริโภคอาหารรสเผ็ดอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ได้ เนื่องจากการบริโภคแคปไซซินในปริมาณต่ำอาจมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการทำงานของลำไส้ของมนุษย์ ทั้งยังป้องกันความเสียหายของเยื่อเมือกในกระเพาะอาหารและลำไส้ อาจดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน หม่าล่ามีส่วนผสมของสมุนไพรและเครื่องเทศหลายชนิด […]


ข้อมูลโภชนาการ

ผลไม้ที่คนเป็นเบาหวานกินได้ และผลไม้ที่ควรเลี่ยง มีอะไรบ้าง

การรับประทานผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุเพียงพอ แต่หากเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาจต้องเลือกประเภทของผลไม้ให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่เกณฑ์ปกติได้ ผลไม้ที่คนเป็นเบาหวานกินได้ ควรเป็นผลไม้ที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำและมีเส้นใยอาหารสูง เช่น อะโวคาโด แอปเปิล เกรปฟรุต และควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสูง นอกจากนี้ ยังควรรับประทานผลไม้ในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อไม่ให้ได้รับสารอาหารเกินความต้องการของร่างกาย และควรออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลให้เลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม [embed-health-tool-bmr] ผลไม้ที่คนเป็นเบาหวานกินได้ ผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน มีดังต่อไปนี้ อะโวคาโด อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ อุดมไปด้วยไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (monounsaturated fats) และยังมีใยอาหารสูง จึงช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและการเพิ่มขึ้นของน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ อะโวคาโดยังทำให้ให้อิ่มท้องนานขึ้น จึงอาจช่วยลดความอยากอาหารและลดการรับประทานของว่างระหว่างวันได้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrition เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ศึกษาเกี่ยวกับผลของการรับประทานอะโวคาโดพันธุ์แฮส (Hass) ต่อระดับความอิ่ม ระดับกลูโคสและอินซูลินในเลือด และพลังงานที่ได้รับหลังรับประทาน โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ จำนวน 26 คน พบว่า การรับประทานอะโวคาโดหลังมื้อเที่ยงไม่ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น อีกทั้งอะโวคาโดยังมีใยอาหารสูงจึงทำให้รู้สึกอิ่มนานถึง 3-5 ชั่วโมง การรับประทานอะโวคาโดในปริมาณที่พอเหมาะ จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมาย แอปเปิล แอปเปิลปริมาณ 100 กรัม มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบเพียง 13.3 กรัม ซึ่งเป็นน้ำตาลฟรุกโตสที่พบได้ตามธรรมชาติ และอาจไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายเหมือนน้ำตาลที่ผ่านการแปรรูป จึงเป็นสารให้ความหวานที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อผู้ป่วยเบาหวาน แต่ก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ […]


ข้อมูลโภชนาการ

อาหารแคลเซียมสูง ที่ส่งเสริมสุขภาพกระดูกให้แข็งแรง

แคลเซียมเป็นสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย ทั้งยังเป็นแร่ธาตุที่พบมากที่สุดในร่างกาย โดยทั่วไปจะพบแคลเซียมในกระดูกและฟันถึง 99% การเลือกรับประทาน อาหารแคลเซียมสูง ในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกก่อนวัยอันควร และช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกไปจนถึงวัยชรา เมื่อกระดูกแข็งแรง ก็อาจทำให้ความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับกระดูก เช่น ภาวะกระดูกหัก โรคกระดูกพรุน ลดน้อยลงไปด้วย [embed-health-tool-bmr] ประโยชน์ของแคลเซียมต่อสุขภาพ การได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสม อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนี้ เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง การได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ เป็นวิธีช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟันสำหรับคนทุกช่วงอายุ แคลเซียมช่วยสร้างกระดูกใหม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโตและมีกระบวนการสลายและสร้างกระดูกใหม่เป็นประจำ นอกจากนี้ แคลเซียมยังจำเป็นมากในช่วงวัยชรา เนื่องจากในวัยนี้ กระบวนการสลายกระดูกจะเกิดขึ้นเร็วกว่ากระบวนการสร้างกระดูกใหม่ หากมีแคลเซียมเพียงพอจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้นได้ ช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานปกติ แคลเซียมแทรกซึมอยู่ในเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย และเป็นส่วนประกอบสำคัญของเอนไซม์ที่ช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ เช่น การหดตัวของหลอดเลือด การขยายหลอดเลือด การทำงานของกล้ามเนื้อ การส่งผ่านเส้นประสาท การส่งสัญญาณภายในเซลล์ การหลั่งฮอร์โมน ช่วยควบคุมความดันโลหิต งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cochrane Database of Systematic Reviews เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2565 ศึกษาเกี่ยวกับการเสริมแคลเซียมเพื่อป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Primary hypertension) โดยการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยในผู้ป่วยอายุ 11-82 […]


ข้อมูลโภชนาการ

กำยาน ประโยชน์ต่อสุขภาพ และข้อควรระวังในการใช้งาน

กำยาน เป็นยางไม้ที่ได้จากต้นกำยานซึ่งเป็นไม้ยางหอม มีสรรพคุณหลากหลาย เช่น มีฤทธิ์ในการต้านอักเสบ คลายปวดเมื่อย และอาจบรรเทาอาการหอบหืดได้ จึงนิยมนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย เช่น ใช้เป็นส่วนผสมของน้ำมันทาผิวและน้ำมันนวดตัว ผลิตเป็นน้ำมันหอมระเหยกำยานเพื่อใช้ในการบำบัดด้วยกลิ่นหอม ใช้ในการผ่อนคลายความเครียด ทั้งนี้ ควรใช้กำยานในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น อาการแพ้ อาการระคายเคืองผิว [embed-health-tool-bmi] กำยาน คืออะไร ยางกำยาน (Frankincense) เป็นยางหอมที่ได้จากเปลือกต้นกำยาน ซึ่งเป็นไม้หอมในสกุลบอสเวลเลีย (Boswellia) เมื่อน้ำยางที่ได้สัมผัสอากาศจะแข็งตัว ให้กลิ่นหอมและมีรสขมเล็กน้อย มักนำมาผลิตเป็นน้ำมันหอมระเหย สบู่ โลชั่น เครื่องหอม และเครื่องสำอาง ทั้งยังใช้เป็นสมุนไพรบำบัดเพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิต ประโยชน์ต่อสุขภาพของกำยาน กำยานอุดมไปด้วยประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนคุณสมบัติในการส่งเสริมสุขภาพของกำยาน ดังนี้ อาจมีฤทธิ์ต้านอักเสบได้ กำยานมีกรดบอสเวลลิก (Boswellic acids) ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดอาการบวม ช่วยกระตุ้นการผลิตแอนติบอดีและกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Planta Medica เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกรดบอสเวลลิกกับโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรัง พบว่า กรดบอสเวลลิกที่พบในกำยานสามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5-ไลพ็อกซิจิเนส (5-lipoxygenase) ซึ่งเป็นสารชักนำการอักเสบ และมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการที่เกิดจากโรคภูมิต้านเนื้อเยื่อตนเอง (Autoimmune Disease) เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคโครห์น โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง […]


ข้อมูลโภชนาการ

ทอรีน คือ อะไร ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

ทอรีน (Taurine) คือ กรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้หรือที่เรียกว่า กรดอะมิโนชนิดไม่จำเป็น พบมากในเซลล์ประสาท จอประสาทตา และกล้ามเนื้อหัวใจ มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ เช่น ช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นประสาท ช่วยควบคุมระดับความดันเลือด และอาจช่วยต้านโรคเบาหวานและภาวะหัวใจวายได้ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยทอรีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ ปลา และไข่ ทั้งนี้ ควรบริโภคทอรีนในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพ [embed-health-tool-bmr] ทอรีน คือ อะไร ทอรีน คือ กรดอะมิโนชนิดไม่จำเป็น หรือกรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองได้ พบได้ทั่วไปในเนื้อเยื่อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทอรีนเป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีส่วนสำคัญในกระบวนการทำงานของสมองและหัวใจ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยควบคุมระดับสารสื่อประสาท หากร่างกายมีทอรีนในปริมาณที่เหมาะสมอาจช่วยรักษาความสมดุลของร่างกาย ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเนื่องจากทอรีนช่วยลดความดันเลือดและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับระบบประสาท อาหารที่อุดมไปด้วย ทอรีน อาหารที่อุดมไปด้วยทอรีน อาจมีดังนี้ เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ตับหมู โดยเฉพาะเนื้อบริเวณน่องสัตว์ปีก อาหารทะเล โดยเฉพาะหอย ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมวัว สาหร่ายทะเล โดยเฉพาะสาหร่ายแดง อาหารเสริมทอรีน ทั้งนี้ ควรปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อนตัดสินใจบริโภคอาหารเสริมทอรีน ประโยชน์ต่อสุขภาพของ ทอรีน ทอรีน อาจส่งผลดีต่อสุขภาพหลายประการ โดยมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนประโยชน์ของทอรีน ดังนี้ อาจช่วยเรื่องสุขภาพหัวใจ ทอรีนเป็นกรดอะมิโนที่อาจช่วยลดระดับความดันเลือดได้ เนื่องจากช่วยลดความต้านทานของการไหลเวียนของเลือดในผนังหลอดเลือด และช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการหดตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ […]


โภชนาการเพื่อสุขภาพ

‘HMB’ สารช่วยเสริมสร้างและชะลอการสลายของ กล้ามเนื้อ

รู้หรือไม่ว่าร่างกายของคนเราจะค่อย ๆ สูญเสีย กล้ามเนื้อ เมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น หลังจากมีอายุ 40 ปีขึ้นไป มวลกล้ามเนื้อจะลดลงประมาณ 8% ในทุก ๆ 10 ปี[1] โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ส่วนใหญ่มักเผชิญกับภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ทำให้ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวและการดำเนินชีวิตประจำวัน การออกกำลังกายและเสริมโภชนาการด้วยโปรตีนที่มีคุณภาพดีหลายชนิดถือเป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งการรับประทานอาหารที่มี ‘HMB’ เป็นส่วนประกอบตามธรรมชาติ ซึ่งต้องรับประทานในปริมาณมาก เพื่อให้ได้ HMB เพียงพอวันละ 1.5 กรัม ตามที่ร่างกายต้องการ เพื่อช่วยชะลอการสลายและช่วยเสริมสร้างให้มวลกล้ามเนื้อแข็งแรง สาเหตุ และอัตราการเกิดอุบัติเหตุในผู้สูงอายุ แม้ว่าโดยปกติแล้ว มวลกล้ามเนื้อจะมีการสร้างและสลายตัวตลอดเวลาตามธรรมชาติ แต่เมื่อมีอายุ 40 ปีขึ้นไป จะมีอัตราการสูญเสียกล้ามเนื้อลดลงประมาณ 8% ในทุก ๆ 10 ปี และเพิ่มเป็น 15% ในทุกๆ 10 ปี เมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป ปัญหาที่ผู้สูงวัยถึง 1 ใน 3 ต้องเผชิญ […]


โรคอ้วน

ค่า BMI คืออะไร สำคัญต่อสุขภาพอย่างไร

ค่า BMI หรือ ค่าดัชนีมวลกาย เป็นเครื่องมือชี้วัดว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ใด โดยการคำนวณความสมดุลระหว่างน้ำหนักและส่วนสูงค่าดัชนีมวลกายอาจสามารถช่วยระบุความเสี่ยงในการเกิดโรคบางชนิด เช่น โรคขาดสารอาหาร โรคอ้วน ค่า BMI คืออะไร ค่า BMI คือ ตัวชี้วัดว่าร่างกายมีความสมดุลของน้ำหนักตัวต่อส่วนสูงหรือไม่ โดยการคำนวณจากส่วนสูงและน้ำหนัก ทำให้ทราบว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ หรือน้ำหนักเกินเกณฑ์อยู่หรือไม่ ซึ่งอาจช่วยประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคขาดสารอาหาร อ่อนเพลียง่าย โรคอ้วน อย่างไรก็ตามการหาค่า BMI อาจไม่สามารถประเมินความสมดุลของร่างกายได้ในบางบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่เป็นนักกีฬาที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก เพราะอาจแสดงผลลัพธ์ว่าเป็นโรคอ้วนทั้งที่ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ความเสี่ยง และผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อต่ำ เพราะอาจแสดงผลลัพธ์ว่าผอมหรือขาดสารอาหาร ค่า BMI สำคัญต่อสุขภาพอย่างไร ค่า BMI อาจช่วยให้ทราบว่าน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ ต่ำกว่าเกณฑ์ หรือมากเกินกว่าเกณฑ์ เพื่อจะได้ทำการควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำหนัก หรือเพิ่มน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ตามความเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงน้ำหนักไม่สมดุลที่อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ดังนี้ ความเสี่ยงจากน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ร่างกายขาดสารอาหาร โรคกระดูกพรุน ข้อเข่าเสื่อม ข้ออักเสบ โรคโลหิตจาง ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ประจำเดือนมาผิดปกติ และอาจเกิดภาวะมีบุตรยาก ความเสี่ยงจากน้ำหนักเกินเกณฑ์ ระดับคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคตับ ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ […]


ข้อมูลโภชนาการ

กล้วยน้ำว้า ประโยชน์ และข้อควรระวังในการบริโภค

กล้วยน้ำว้า คือ กล้วยสายพันธุ์หนึ่ง ที่มีลักษณะสั้นและอ้วน หากเป็นกล้วยน้ำว้าดิบจะมีเปลือกสีเขียว แต่ถ้าหากกล้วยสุกจะเปลี่ยนเป็นเปลือกสีเหลือง นิยมรับประทานแบบสด หรือนำมาประกอบอาหารต่าง ๆ เช่น ไอศกรีม สลัด นอกจากนี้ กล้วยน้ำว้ายังมีสารอาหารและวิตามินมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี แมกนีเซียม ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ปรับปรุงการทำงานของระบบทางเดินอาหาร และอาจช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลได้ [embed-health-tool-bmi] คุณค่าโภชนาการของกล้วยน้ำว้า กล้วยน้ำว้าขนาดกลาง 1 ลูก ให้พลังงานประมาณ 105 กิโลแคลอรี่ และสารอาหารอื่น ๆ ดังต่อไปนี้ คาร์โบไฮเดรต 27 กรัม ประกอบด้วย น้ำตาล 14.4 กรัม ไฟเบอร์ 3.1 กรัม โพแทสเซียม 422 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 31.9 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 26 มิลลิกรัม วิตามินซี 10.3 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 30.7 […]


โรคอ้วน

น้ำหนัก กับสุขภาพ มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร

น้ำหนัก อาจมีความสำคัญในการช่วยประเมินสุขภาพเบื้องต้น เนื่องจากการรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพและโรคร้ายแรงบางชนิด เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด คอเลสเตอรอลในเลือดสูง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสะสมของไขมันในร่างกายที่เพิ่มมากขึ้น โดยอาจมีปัจจัยมาจากการรับประทานอาหารไขมันสูง พันธุกรรม การไม่ออกกำลังกายหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม การจัดการกับน้ำหนักตัวเป็นเพียงการประเมินความเหมาะสมเบื้องต้น ไม่สามารถยืนยันแนวโน้มของปัญหาสุขภาพหรือการเกิดโรคได้ [embed-health-tool-bmi] น้ำหนัก สำคัญอย่างไรต่อสุขภาพ น้ำหนัก มีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม ซึ่งการรักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสมตามเกณฑ์หรือค่าดัชนีมวลกาย 18.5-22.90 อาจช่วยป้องกันและควบคุมโรคต่าง ๆ ได้ หากบุคคลมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 คอเลสเตอรอลสูง โรคถุงน้ำดี ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคข้อเข่าเสื่อม โรคมะเร็งบางชนิด นอกจากนี้ การรักษาน้ำหนักตัวยังอาจส่งผลดีต่อสภาพจิตใจ ความสุขทางอารมณ์ ช่วยปรับปรุงรูปร่าง และให้ความรู้สึกมั่นใจ และคล่องตัวมากขึ้นในการใช้ชีวิต น้ำหนัก ที่เพิ่มขึ้น เกิดจากอะไร น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอาจเกิดจากมวลกล้ามเนื้อ กระดูก ไขมันและน้ำในร่างกาย ซึ่งปัจจัยของน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีมวลไขมันสะสมในร่างกายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เค้ก คุกกี้ อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันส่วนเกินไว้ในร่างกายมากขึ้น การไม่ออกกำลังกาย เนื่องจากการออกกำลังกายอาจช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้ […]


โรคอ้วน

BMR เครื่องมือคำนวณการเผาผลาญพลังงาน

BMR หรือ อัตราการเผาผลาญพลังงาน เป็นเครื่องมือคำนวณปริมาณการเผาผลาญและการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม อาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการลด เพิ่มและควบคุมน้ำหนักเพื่อรูปร่างและสุขภาพที่ดี โดยอาจทำควบคู่กับการออกกำลังกายและควบคุมการรับประทานอาหารในแต่ละวัน เพื่อช่วยเพิ่มเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้รวดเร็วขึ้น BMR คืออะไร BMR (Basal Metabolic Rate) คือ อัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกายในขณะพัก หรืออัตราการใช้พลังงานขั้นต่ำในชีวิตประจำวัน เพื่อรักษาการทำงานขั้นพื้นฐานของร่างกายให้เป็นปกติตลอด 24 ชั่วโมง เช่น การหายใจ การไหลเวียนของเลือด การย่อยและการดูดซึมอาหาร การทำงานของเซลล์ ความสำคัญของ BMR BMR อาจมีความสำคัญต่อผู้ที่ต้องการลด เพิ่มหรือควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสมตามเกณฑ์หรือตามความต้องการ เนื่องจากการคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงานอาจช่วยให้ทราบว่าร่างกายต้องการแคลอรี่เท่าไหร่ และควรบริโภคแคลอรี่ประมาณเท่าไหร่เพื่อให้เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อช่วยลด เพิ่มหรือควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ปริมาณความต้องการแคลอรี่ในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยบางประการ เช่น น้ำหนัก ความสูง อายุ เพศ และระดับความเข้มข้นในการทำกิจกรรมของแต่ละคน สำหรับปริมาณแคลอรี่ที่ควรได้รับต่อวันสำหรับผู้ใหญ่เพศชายและเพศหญิง อาจมีดังนี้ ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ควรได้รับพลังงานประมาณ 1,600 แคลอรี่/วัน ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ควรได้รับพลังงานประมาณ  2,000 แคลอรี่/วัน ผู้ที่ต้องใช้พลังงานมากในแต่ละวัน เช่น ออกกำลังกาย เกษตรกร งานใช้แรงงาน ควรได้รับพลังงานประมาณ  2,400 แคลอรี่/วัน วิธีคำนวณ BMR อัตราการเผาผลาญพลังงานอาจคำนวณได้ ดังนี้ ผู้ชาย […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน