โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับความเสี่ยงโรคหัวใจ ทำไมการลดน้ำหนัก ถึงช่วยเซฟชีวิตคุณได้

"แค่อ้วนขึ้นนิดหน่อย คงไม่เป็นไร" หลายคนคงเคยคิดแบบนี้ เวลาที่ใส่กางเกงตัวโปรดไม่ได้ หรือเดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็รู้สึกเหนื่อยหอบ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ในขณะที่คุณกำลังมองข้ามน้ำหนักตัวที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น หัวใจของคุณอาจกำลังทำงานหนักขึ้นทุกวันโดยไม่มีเสียงเตือนใด ๆ จนกระทั่งร่างกายและหัวใจของคุณเริ่มมีปัญหา บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า โรคอ้วน กับ โรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไรในทางการแพทย์ และทำไมแค่ "ลดน้ำหนัก" จึงอาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยปกป้องหัวใจของคุณไว้ได้ โรคอ้วน กับโรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไร? โรคอ้วน (Obesity) ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องรูปร่างหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) จากแถลงการณ์ทางวิชาการของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ระบุว่าไขมันในช่องท้องที่มากเกินไปอาจเร่งกระบวนการที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตันตั้งแต่ยังอายุน้อย ผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งไขมันสะสมรอบเอวมากเท่าไหร่ หลอดเลือดและหัวใจก็ยิ่งต้องแบกรับภาระมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าตัวเลขบนตาชั่งจะบอกอะไรคุณก็ตาม เจาะกลไก ทำไมไขมันส่วนเกิน หลายคนอาจสงสัยว่า ไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกาย ไปทำร้ายหัวใจที่อยู่คนละตำแหน่งได้อย่างไร คำตอบคือ เซลล์ไขมันไม่ได้เป็นแค่ "ก้อนพลังงานสำรอง" อีกต่อไป แต่มันทำหน้าที่เหมือนโรงงานที่ส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย ผ่าน 3 กลไกหลักดังนี้ 1. การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Chronic Inflammation) เมื่อเซลล์ไขมันขยายตัวมากเกินไป […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

ข้อมูลโภชนาการ

blueberry (บลูเบอร์รี่) ประโยชน์ และข้อควรระวังในการบริโภค

blueberry หรือบลูเบอร์รี่ เป็นผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ ผลกลมขนาดเล็กสีม่วงเข้ม มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว นิยมรับประทานแบบสด ๆ และนำมาทำขนม เช่น พาย แยม ซอส บลูเบอร์รี่มีสารอาหาร แร่ธาตุ และวิตามินนานาชนิด เช่น มีประโยชน์ต่อร่างกายในการช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และอาจมีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิตได้ [embed-health-tool-bmi] คุณค่าทางโภชนาการของ blueberry [embed-health-tool-bmi] บลูเบอร์รี่สด 1 ถ้วย ให้พลังงาน 84 กิโลแคลอรี่ ประกอบไปด้วยสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ ดังต่อไปนี้ คอเลสเตอรอล 0 กรัม โปรตีน 1.1 กรัม ไขมัน 0.49 กรัม คาร์โบไฮเดรต 21.45 กรัม ไฟเบอร์ 3.6 กรัม น้ำตาล 14.74 กรัม โพแทสเซียม 114 มิลลิกรัม โฟเลต 9 มิลลิกรัม แคลเซียม 9 […]


สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ

สูตรไข่ป่าม

บทความนี้ Hello คุณหมอ นำสูตรเมนู “ไข่ป่าม” ไข่ย่างหอมกลิ่นใบตอง ของดีจากภาคเหนือมาให้ทุกคนได้ลองทำกันดูค่ะ ต่อไปนี้ไม่ต้องเดินทางไปรับประทานไกลถึงภาคเหนือ ก็ได้ลิ้มรสของอร่อย ด้วยฝีมือคุณเอง  แถมขั้นตอนการทำก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คุณคิด สูตรไข่ป่าม จะมีส่วนผสมและวิธีทำอย่างไร ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลยค่ะ เมนูไข่ป่าม สูตรไข่ย่างพื้นบ้าน จากทางภาคเหนือ เมนูไข่ป่าม เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารพื้นบ้านชนิดหนึ่งของทางภาคเหนือ  โดยการนำไข่มาตีผสมให้เข้ากัน แล้วใส่เกลือผสมลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ หลังจากนั้นนำมาย่างบนใบตอง  กลิ่นหอม ๆ ของไข่ย่างบนใบตอง หากใครได้ลองรับประทานเป็นต้องติดใจอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เมนูไข่ป่าม ไม่ได้มีดีที่ความอร่อยเท่านั้น แต่ยังอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย เช่น บำรุงสุขภาพดวงตา ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เป็นต้น สูตรไข่ป่าม เมนูไข่ป่าม มีส่วนผสมและวิธีทำ ดังต่อไปนี้ ส่วนผสม (สำหรับ 4 คน) ไข่ไก่ 15 ฟอง ต้นหอม 3 ต้น พริกแดง 5 เม็ด เกลือ 2 ช้อนชา วิธีทำ ขั้นตอนการทำกระทง ให้เริ่มจาก การนำใบตองมาเช็ดให้สะอาด และตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประกบด้านท้องใบเข้าด้วยกัน แล้วกลัดสองข้างเข้าด้วยกัน (จะออกมาเป็นลักษณะรูปเรือ) หลังจากนั้นก่อไฟในเตาถ่าน โดยใช้ไฟระดับอ่อน ๆ ตอกไข่ใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ […]


สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ

สูตรบลูเบอร์รี่สมูทตี้โบวล์

สูตรบลูเบอร์รี่สมูทตี้โบวล์ เป็นเมนูสมูทตี้ที่มีส่วนผสมหลักเป็นกล้วยและบลูเบอร์รี่แช่แข็ง สำหรับใครที่ชอบความเปรี้ยวอมหวานของบลูเบอร์รี่ จะต้องชอบสมูทตี้โบวล์สูตรนี้แน่นอน ที่สำคัญเมนูสุขภาพถ้วยนี้ยังอัดแน่นไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งวิตามินซีและประโยชน์จากกล้วย ใครที่เห็นภาพก็อดใจไม่ไหว อยากลองทำกันแล้ว ตาม Hello คุณหมอ ไปจดสูตรกันเลยค่ะ สูตรบลูเบอร์รี่สมูทตี้โบวล์ ส่วนผสมสำหรับ บลูเบอร์รี่ สมูทตี้โบวล์ ส่วนผสม ปริมาณ กล้วยหอมแช่แข็ง 1 ลูก บลูเบอร์รี่แช่แข็ง 1/2 ถ้วย เนยถั่ว 2 ช้อนโต๊ะ เมล็ดแฟลกซ์ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะพร้าว 1/4 ถ้วย เมล็ดงา วิธีทำ ใส่กล้วย บลูเบอร์รี่ เนยถั่ว เมล็ดแฟลกซ์ และน้ำมะพร้าว ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จนเป็นเนื้อครีม หากส่วนผสมทั้งหมดข้นเกินไปสามารถเติมน้ำมะพร้าวเพื่อลดความข้นได้ ตักส่วนผสมที่ปั่นทั้งหมดลงถ้วย แต่งหน้าด้วยบลูเบอร์รี่ กล้วย และโรยงา เท่านี้ก็จะได้บลูเบอร์รี่สมูทตี้โบวล์จานเด็ด เพื่อสุขภาพพร้อมเสิร์ฟ ข้อมูลทางโภชนาการของ บลูเบอร์รี่สมูทตี้โบวล์ (สำหรับ 2 ที่) ปริมาณแคลอรี่ 226 กิโลแคลอรี่ ไขมันรวม 12 กรัม ไขมันอิ่มตัว 1 กรัม โปรตีน 6 กรัม คาร์โบไฮเดรต 26 กรัม ไฟเบอร์ 6 กรัม น้ำตาล 14 กรัม รู้จักกับ บลูเบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ประโยชน์มากมาย บลูเบอร์รี่ เป็นหนึ่งในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการแถมยังมีปริมาณแคลอรี่ที่ต่ำอีกด้วย ประโยชน์ต่อสุขภาพของบลูเบอร์รี่มีดังนี้ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านอนุมูลอิสระหลักในบลูเบอร์รี่ […]


ข้อมูลโภชนาการ

ประโยชน์ของเมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดจิ๋ว แต่คุณประโยชน์มากมาย

เมล็ดแฟลกซ์ (Flax seed) หรือเรียกอีกชื่อว่า เมล็ดลินิน พืชตระกูล Linaceae ซึ่งเส้นใยของต้นแฟลกซ์นั้นสามารถนำไปผลิตเส้นด้ายลินินและผลิตภัณฑ์สิ่งทอได้ เรียกว่า ผ้าลินิน เป็นผ้าที่สามารถระบายความร้อนได้ดี นอกจากผลิตเส้นใยที่สามารถนำมาผลิตผ้าได้แล้วนั้น เมล็ดแฟลกซ์ยังเป็นพืชที่ได้รับการยกย่องว่ามีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพมากมาย มีหลักฐานบางอย่างแสดงให้เห็นว่า เมล็ดลินิน มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ มะเร็ง และโรคหัวใจและหลอดเลือด วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนไปรู้จักกับ ประโยชน์ของเมล็ดแฟลกซ์ พืชเมล็ดเล็ก แต่คุณประโยชน์เยอะ คุณค่าทางโภชนาการที่มีใน เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดแฟลกซ์ เป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย เมล็ดแฟลกซ์บด 1 ช้อนโต๊ะ หรือประมาณ 7 กรัม ให้ไฟเบอร์และกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณที่ดี นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินและแร่ธาตุอีกด้วย ไปดูกันว่า เมล็ดลินิน อุดมไปด้วยสารอาหารวอะไรอีกบ้าง พลังงาน 37 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 1.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 2 กรัม ไฟเบอร์ 1.9 กรัม ไขมันทั้งหมด 3 กรัม ไขมันอิ่มตัว 0.3 กรัม ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 0.5 กรัม ไขมันไม่อิ่มตัว 2.0 […]


โภชนาการพิเศษ

อาหารนักวิ่ง และเคล็ดลับดูแลสุขภาพนักวิ่ง

ในปัจจุบัน การดูแลตัวเองทั้งเรื่องอาหารการกิน และการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะในหมู่เหล่านักวิ่งที่ควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องโภชนาการมากเป็นพิเศษ Hello คุณหมอ ได้มีโอกาสมาพูดคุยกับ นพ.กรกฏ พานิช คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น (NAB) พร้อมทั้งได้รวบรวมสาระความรู้ที่น่าสนใจ รวมไปถึงคำแนะนำเกี่ยวกับ อาหารนักวิ่ง โภชนาการและเคล็ดลับสำหรับนักวิ่ง ที่ช่วยให้นักวิ่งมีสุขภาพดียิ่งขึ้น โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับนักวิ่ง “ร่างกายของเราก็เหมือนรถยนต์ หากน้ำมันหมด ไม่มีพลังงานเตรียมไว้ ก็จะไปต่อไม่ได้” การรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม เป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยให้ร่างกายของมนุษย์เรามีพลังงานมากพอที่จะใช้ในการวิ่ง อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอจากการวิ่งได้อีกด้วย นักวิ่งควรจะรับประทานอาหารอย่างน้อย 1-4 ชั่วโมง ก่อนถึงเวลาวิ่ง เพื่อเป็นการกักตุนพลังงานให้พร้อมก่อนการออกกำลังกาย โดยมุ่งเน้นไปที่อาหารจำพวก คาร์โบไฮเดรตเพื่อเป็นพลังงานสำหรับการวิ่ง ส่วนหลังวิ่งควรเน้นไปที่การรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต และโปรตีน เพื่อช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่เสียไปจากการวิ่ง อาหารนักวิ่ง ควรมีสารอาหารอะไรบ้าง คาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับนักวิ่ง หรือผู้ที่รักการออกกำลังกายทั่วไป  คาร์โบไฮเดรตในร่างกายที่ได้จากอาหาร จะเก็บไว้ในกล้ามเนื้อและตับในรูปของไกลโคเจน และไกลโคเจนจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล เพื่อใช้เป็นพลังงานสำหรับการออกกำลังกาย ควรรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต อย่างน้อย 45%-55% ของพลังงานที่ได้รับ หรือประมาณ 180-300 กรัม ต่อวัน ในคนที่หนัก 60 กิโลกรัม (3–5 […]


สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ

สูตรน้ำมะม่วง

มะม่วง เป็นผลไม้ที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยมาอย่างยาวนาน สามารถหารับประทานได้ง่าย แม้บางช่วงจะไม่ใช่หน้ามะม่วง แต่ก็ยังมีให้รับประทาน มะม่วงนำมาแปรรูปกินได้ทั้งของหวานและของว่าง ทำเป็นมะม่วงน้ำปลาหวานก็แซ่บ ทำเป็นข้าวเหนียวมะม่วงก็อร่อยอย่าบอกใคร แต่ถ้าใครที่เป็นสายเฮลท์ตี้แล้วก็ชอบกินมะม่วงด้วยล่ะก็ Hello คุณหมอ มีอีกหนึ่งเมนูเพื่อสุขภาพที่ทั้งอร่อย ทั้งดีต่อสุขภาพ และยังทำได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากอีกด้วย วันนี้เรามาลองทำ สูตรน้ำมะม่วง กันค่ะ  สูตรน้ำมะม่วง สูตรน้ำมะม่วงนี้ทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรให้มากมาย แค่มี มะม่วง กับเครื่องปั่น ก็สามารถทำเมนูเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่อร่อยและดีต่อร่างกายได้ง่าย ๆ ที่สำคัญคือ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเมนูนี้ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มความหวานด้วยน้ำตาล เพราะได้ความหวานจากมะม่วงสุกอย่างเพียงพอแล้ว แต่วัตถุดิบหลักอย่างมะม่วงนั้น จำเป็นจะต้องใช้มะม่วงที่สุกแล้ว เพื่อให้สามารถปั่นรวมกันเป็นน้ำได้ง่าย นอกจากนี้ยังสามารถเลือกมะม่วงตามสายพันธุ์ที่ชอบได้เลย บางคนอาจจะชอบรสชาติของมะม่วงน้ำดอกไม้ ขณะที่บางคนอาจจะชอบมะม่วงแรด หรือบางคนอาจจะชอบกลิ่นหอมของมะม่วงโชคอนันต์มากกว่า ก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบ  ส่วนผสม   มะม่วงสุกหั่นเป็นชิ้น 4 ถ้วย น้ำสะอาด 2 ถ้วย   วิธีทำ 1.นำ มะม่วง สุกที่หั่นแล้ว ใส่ลงไปในเครื่องปั่น เติมน้ำสะอาดตามลงไป 2.ปั่นให้เนื้อมะม่วงเข้ากัน 3.เมื่อปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว สังเกตดูว่าน้ำมะม่วงเข้มข้นหรือเป็นตะกอนเกินไปหรือไม่ หากเป็นตะกอนมากไปให้เติมน้ำสะอาดเล็กน้อยแล้วปั่น 4.หรือถ้าหากชอบดื่มแบบเข้มข้น สามารถเทใส่แก้วแล้วดื่มได้เลย 5.หากมีกากใยของเนื้อมะม่วง ให้กรองออกเอากากใยนั้นออกก่อน แล้วค่อยเทใส่แก้วเพื่อเสิร์ฟ 6.สำหรับคนที่อยากได้ความสดชื่นเพิ่มมากขึ้น สามารถใส่น้ำแข็งลงในเครื่องปั่นด้วยก็ได้ ประโยชน์ของมะม่วง อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ มะม่วง เป็นผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงมาก โดยเฉพาะสารอาหารในกลุ่มของวิตามิน เช่น วิตามินเค ที่มีส่วนสำคัญช่วยให้เลือดแข็งตัว ป้องกันความเสี่ยงของโรคโลหิตจาง […]


สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ

สูตรบ๊ะจ่าง

บ๊ะจ่าง ข้าวเหนียวนึ่งรูปทรงสามเหลี่ยมห่อในใบไผ่ ที่ด้านในมีส่วนผสมต่าง ๆ ทั้งเนื้อหมู กุนเขียง ไข่เค็ม ถั่ว เม็ดบัว และธัญพืชต่าง ๆ เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมกันอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง เทศกาลจีนที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาแนะนำ สูตรบ๊ะจ่าง เพื่อสุขภาพ ที่อัดแน่นไปด้วยส่วนผสมที่มีประโยชน์ต่อร่างมาก มาฝากทุกคนกันค่ะ ประโยชน์สุขภาพจาก บ๊ะจ่าง ที่หลายคนมองข้าม บ๊ะจ่าง หรือที่บางคนเรียกว่า ขนมจ้าง เป็นเมนูอาหารจีน ที่โดยปกติแล้วเรามักจะพบเห็นได้มาก ในช่วงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ช่วงกลางปีของทุก ๆ ปี แต่ด้วยรสชาติความอร่อยเฉพาะตัว บวกเข้ากับประโยชน์สุขภาพจากส่วนผสมต่าง ๆ ที่อัดแน่นอยู่ในบ๊ะจ่าง จึงทำให้บ๊ะจ่างนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และสามารถหารับประทานได้ตลอดปี ส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพในบ๊ะจ่าง แปะก๊วย สมุนไพรที่ถูกใช้ในตำรับแพทย์แผนจีนกันมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีสรรพคุณในการช่วยบำรุงสมอง มีงานวิจัยที่พบว่า การรับประทานแปะก๊วยอาจสามารถช่วยลดโอกาสในการเกิดอาการของโรคสมองเสื่อมต่าง ๆ รวมไปจนถึงโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) นอกจากนี้ยังอาจช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้ดียิ่งขึ้น เห็ดหอม เห็ดหอมนั้นเป็นหนึ่งในสุดยอดเห็ดที่ให้คุณค่าทางสารอาหารสูงมาก ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 […]


สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ

สูตรเจลลี่สตรอว์เบอร์รี่

เมื่อคุณรับประทานอาหารคาวเป็นอันเสร็จสิ้น แน่นอนว่าคุณอาจกำลังต้องการขนมหวานไว้ดับคาวจากอาหารมื้อที่ผ่านมาเล็กน้อย เพื่อตัดรสชาติคาวของเนื้อสัตว์ หรือดับอาการเผ็ดร้อนจากอาหารที่เพิ่งรับประทานไป แต่จะเลือกทำขนมอย่างไร ให้มีประโยชน์ทางสุขภาพร่วมด้วย บทความของ Hello คุณหมอ วันนี้จึงได้มี สูตรเจลลี่สตรอว์เบอร์รี่ มาฝากเป็นอีกทางเลือกให้ทุกคนได้ลองทำกันค่ะ สูตรเจลลี่สตรอว์เบอร์รี่ วัตถุดิบในการทำเจลลี่สตรอว์เบอร์รี่ ผงเจลาติน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำผลไม้สตรอว์เบอร์รี่สำเร็จรูป 4 ถ้วย (คุณอาจเลือกใช้เป็น น้ำสตรอว์เบอร์รี่คั้นสด แบบปราศจากการเติมน้ำตาล) น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ ขั้นตอนการทำเจลลี่สตรอว์เบอร์รี่ เตรียมภาชนะขนาดกลางเพื่อนำส่วนผสมทั้งหมดลงมาผสมกัน นำน้ำสตรอว์เบอร์รี่สำเร็จรูป หรืออาจเป็นสตรอว์เบอร์รี่สดแบบคั้นน้ำมาเทลงในชาม จากนั้นเติมผงเจลาติน 2 ช้อนโต๊ะ ลงไป แล้วคนให้เข้ากันประมาณ 3-5 นาที ให้ส่วนผสมเข้ากัน นำน้ำสตรอว์เบอร์รี่ที่ทำการผสมไว้ เทลงในหม้อ และตั้งไฟระดับกลางจนน้ำผลไม้เกือบเดือด ปิดไฟ และเติมน้ำผึ้งลงไป พร้อมคนให้เข้ากันอีกรอบจนเป็นเนื้อเดียวกัน นำน้ำสตรอว์เบอร์รี่ที่ได้ เทลงใส่แม่พิมพ์ หรือภาชนะใดก็ได้ เพื่อนำไปแช่เย็นให้เจลลี่เกิดการแข็งตัว โดยอาจใช้ระยะเวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมงด้วยกัน หากมีความต้องการในการเปลี่ยนรสชาติผลไม้ หรือต้องการทำเจลลี่ที่มีรสชาติหลากหลายเพิ่มอรรถรสในการรับประทาน อาจสามารถหาน้ำผลไม้อื่น ๆ ที่ชื่นชอบมาร่วมด้วยได้ เช่น น้ำมะม่วง น้ำแตงโม น้ำองุ่น เป็นต้น ประโยชน์ของสตรอว์เบอร์รี่ ที่ดีต่อสุขภาพ สตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry) ถือเป็นหนึ่งในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น วิตามินซี วิตามินเอ โพแทสเซียม […]


ข้อมูลโภชนาการ

ผักชี กลิ่นฉุนนิดหน่อย แต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

เวลารับประทานอาหาร หากมีผักชีอยู่ในจาน ไม่ว่าจะนำมาเพื่อการตกแต่ง หรือเป็นส่วนผสมหลัก บางคนเลือกที่จะตักทิ้งออกไปเลยทันที ด้วยเหตุผลในเรื่องของกลิ่นที่ไม่ค่อยจะถูกใจ แต่…รู้หรือไม่ว่า ผักชีที่กลิ่นฉุนจนต้องเขี่ยทิ้งนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด Hello คุณหมอ มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับประโยชน์ของ ผักชี มาฝากค่ะ สารอาหารในผักชี ผักชี (Coriander) แม้จะจิ๋วแต่คุณค่าทางสารอาหารไม่ได้จิ๋วตามไปด้วย ผักชีเป็นผักที่ให้สารอาหารจำพวกวิตามินมากมาย โดยเฉพาะ วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง มีส่วนช่วยเสริมให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระ วิตามินเอ มีส่วนช่วยบำรุงดวงตา เสริมเรตินาให้แข็งแรง ช่วยให้ดวงตามีความชุ่มชื้น และป้องกันความเสี่ยงในการสูญเสียการมองเห็น วิตามินเค มีส่วนช่วยให้เลือดแข็งตัว ลดความเสี่ยงของอาการเลือดไหลไม่หยุดในผู้ที่มีภาวะขาดแคลนวิตามินเค นอกจากวิตามินสำคัญเหล่านี้แล้ว ผักชียังให้แร่ธาตุที่จำเป็นอีกหลายชนิด อาทิ แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส รวมถึงโพแทสเซียมด้วย ประโยชน์ของ ผักชี เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งใบและเมล็ดผักชีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย โดยสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะทำหน้าที่สำคัญในการป้องกันไม่ให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ เสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งด้วย ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ผักชีมีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ โดยในการปัสสาวะแต่ละครั้งจะช่วยขับเอาโซเดียมส่วนเกินออกไปจากร่างกาย เนื่องปริมาณโซเดียมส่วนที่เกินมานั้น หากสะสมเอาไว้มาก ๆ จะเสี่ยงทำให้เกิดปัญหาความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงนำไปสู่การเป็นโรคหัวใจ มากไปกว่านั้น ยังมีผลการวิจัยพบว่า ผักชีมีส่วนช่วยลดระดับไขมันเลวหรือ LDL ซึ่งจะช่วยป้องกันความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วย ดีต่อลำไส้ จากผลการสำรวจในผู้ป่วยที่มีอาการลำไส้แปรปรวน 32 คน โดยให้รับประทานผักชีวันละ […]


ข้อมูลโภชนาการ

วอลนัท กินแล้วอารมณ์ดี และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลด้วยนะ

เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายท่านน่าจะต้องคุ้นหูกับ วอลนัท (Walnut) เป็นอย่างดี เพราะมีให้เห็นอยู่ในอาหารหลายชนิด ทั้งวอลนัทอบเกลือ วอลนัทท้อปปิ้งในไอศกรีม หรือวอลนัทในขนมจำพวกเบเกอรี่ ซึ่งวอลนัทไม่เพียงแต่จะเป็นธัญพืชเลิศรสที่ได้รับความนิยมเท่านั้น แต่ยังให้คุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย Hello คุณหมอ มีประโยชน์ดี ๆ ของการกินวอลนัทมาฝากค่ะ สารอาหารใน วอลนัท การรับประทานวอลนัท 1 ถ้วย (30 กรัม) จะได้รับสารอาหารที่สำคัญ ดังนี้ พลังงาน 200 แคลอรี่ คาร์โบไฮเดรต 3.89 กรัม น้ำตาล 1 กรัม ไฟเบอร์ 2 กรัม โปรตีน 5 กรัม ไขมัน 20 กรัม แคลเซียม 20 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.72 มิลลิกรัม โซเดียม 0 มิลลิกรัม และยังได้แร่ธาตุจำเป็น ดังนี้ แมงกานีส ทองแดง แมกนีเซียม (Magnesium) ฟอสฟอรัส (Phosphorus) วิตามินบี 6 กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) โพแทสเซียม (Potassium) ประโยชน์ของ วอลนัท ดีต่อสุขภาพลำไส้ วอลนัทเป็นแหล่งอาหารชั้นเยี่ยมสำหรับกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดดีที่อยู่ในลำไส้ ทำให้จุลินทรีย์ในลำไส้แข็งแรงและขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจุลินทรีย์กลุ่มนี้ทำหน้าที่สำคัญในการช่วยย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย จากผลการศึกษาพบว่า […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน