โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน คือโรคที่สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานและสุขภาพโดยรวมของร่างกายได้อย่างมาก อีกทั้งในปัจจุบัน อัตราผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น การเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานประเภทต่าง ๆ ปัจจัยเสี่ยง และรักษาโรคเบาหวาน จึงมีความสำคัญเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานให้ดียิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคเบาหวาน

เบาหวาน อาการ และวิธีการป้องกัน

เบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ที่เกิดจากร่างกายจัดการอินซูลินและน้ำตาลได้ไม่ดีพอ เกิดจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยอินซูลินมีหน้าที่นำพาน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดที่ได้จากการรับประทานอาหาร เข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน เมื่ออินซูลินไม่เพียงพอจึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป และเมื่อป่วยเป็นโรค เบาหวาน อาการ ที่พบอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดของโรค อย่างไรก็ตาม หากไม่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ไตเสียหาย จอประสาทตาเสื่อมได้ [embed-health-tool-bmi] เบาหวาน คืออะไร เบาหวาน คือ โรคเรื้อรังที่จะวินิจฉัยเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงตั้งแต่ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป ซึ่งเป็นผลจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้นานอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง ระบบประสาทเสื่อม   เบาหวานแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ เบาหวานชนิดที่ 1 พบได้บ่อยในวัยเด็ก เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง ทำให้ตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลินไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย นำไปสู่ภาวะน้ำตาลสะสมในเลือดสูงขึ้น อาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย เบาหวานชนิดที่ 2 พบได้บ่อยในวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ที่อายุ 40 ปี ขึ้นไป เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือเซลล์ในร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการหิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย และน้ำหนักลดได้ ข้อมูลจากสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ระบุว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มเป็นโรคเบาหวานร้อยละ […]

หมวดหมู่ โรคเบาหวาน เพิ่มเติม

สำรวจ โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน

กินกลูโคสตรวจเบาหวาน คืออะไร และทำได้อย่างไร

กิน กลูโคส ตรวจ เบาหวาน (Oral Glucose Tolerance Test หรือ OGTT) เป็นวิธีการตรวจที่มักใช้ตรวจคัดกรองหาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โดยเป็นการทดสอบความทนทานต่อน้ำตาลของร่างกาย โดยผู้ที่เข้ารับการตรวจจะต้องงดอาหารมาเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เเละทำการเจาะเลือด ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารข้ามคืน จากนั้น คุณหมอจะให้ดื่มสารละลายกลูโคส แล้วรอเวลาอีก 2 ชั่วโมง จึงวัดระดับน้ำตาลในเลือดอีกครั้ง เพื่อทำการเเปลผล กิน กลูโคส ตรวจ เบาหวาน คืออะไร กินกลูโคสตรวจเบาหวาน คือ วิธีการตรวจคัดกรองเบาหวานรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นการทดสอบความทนทานต่อน้ำตาลของร่างกาย มักใช้ตรวจเพื่อหาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ โดยที่ผู้เข้ารับการทดสอบจะต้องงดอาหารเเละเครื่องดื่มที่ให้พลังงานมาเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เเละ จะทำตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลัก ๆ 2 ครั้ง คือ ระดับน้ำตาลหลังอดอาหาร และหลังจากดื่มสารละลายกลูโคสที่ 2 ชั่วโมง เพื่อทดสอบการตอบสนองของร่างกายต่อน้ำตาลกลูโคส ผู้ที่ควรเข้ารับการกินกลูโคสตรวจเบาหวาน ผู้ที่ควรเข้ารับการกินกลูโคสตรวจเบาหวาน เพื่อตรวจหาเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน อาจมีดังนี้ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากและมีดัชนีมวลกายมากกว่า 25 ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้เป็นโรคเบาหวานได้ง่าย […]


ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

มือชาเกิดจากอะไร ปัญหาของผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ควรมองข้าม

มือชาเกิดจากอะไร เป็นคำถามที่ผู้ป่วยเบาหวานมักสงสัย เพราะเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน โดยอาการมือชามักเกิดจากเส้นประสาทที่รับความรู้สึกส่วนปลาย เช่นบริเวณปลายมือ ปลายเท้า เสื่อมลง  เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังเป็นเวลานานส่งผลให้เส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ที่เลี้ยงเส้นประสาทบริเวณดังกล่าวอุดตัน เส้นประสาทจึงทำงานบกพร่องหรือเสือมไป จึงทำให้เกิดอาการชาบริเวณปลายมือ ปลายเท้า ซึ่งหากเกิดอาการเเล้วมักจะเป็นถาวร ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถป้องกันหรือลดความรุนเเรงรุนแรงได้ ด้วยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม  มือชาเกิดจากอะไร โรคเบาหวานนับเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ป่วยจะมีระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงกว่าปกติ เนื่องจากตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยลงหรือไม่ได้เลย หรือร่างกายมีภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้การจัดการระดับน้ำตาลของร่างกายบกพร่องไป ทั้งนี้หากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังเป็นเวลานาน เส้นประสาทย่อมได้รับความเสียหาย ทำให้เกิดความบกพร่องในการส่งสัญญาณการรับความรู้สึกสึกไปยังสมอง ซึ่งนำไปสู่ภาวะเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมจากเบาหวาน ส่งผลให้เกิดอาการ ได้แก่ มือ แขน ขา เท้ารู้สึกชา ไม่รับรู้ถึงการสัมผัส ความเจ็บปวด และอุณหภูมิรอบตัว นอกจากนี้ ภาวะเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมจากเบาหวาน อาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยดังนี้ รู้สึกเสียว เจ็บปวด หรือแสบร้อนตามมือ แขน ขา เท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง ไวต่อการสัมผัสมากผิดปกติ เช่น รู้สึกเจ็บปวดเพียงแค่ผ้าปูที่นอนสัมผัสโดนร่างกายส่วนที่เส้นประสาทเสียหาย โดยปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนนี้ ได้แก่ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี โรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกิน เป็นเบาหวานมาเป็นระยะเวลานาน และการเป็นโรคไตหรือโรคไตที่เกิดจากโรคเบาหวาน การรักษา มือชาจากโรคเบาหวาน อาการมือชาในผู้ป่วยเบาหวาน ส่วนมากเเล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ […]


โรคเบาหวาน

น้ำตาลในเลือด 150 หมายถึงอะไร ถือว่าปกติหรือไม่

ระดับน้ำตาลในเลือดสามารถบ่งชี้ภาวะสุขภาพได้ โดยทั่วไปผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงจะมีระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง ไม่เกิน 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ในขณะที่ผู้ทีมีภาวะเบาหวานเเล้วจะมีระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารสูงกว่า 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ขึ้นไป ดังนั้นหากตรวจค่าระดับ น้ำตาลในเลือด ก่อนอาหารได้ 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จึงถือว่าเข้าข่ายเป็นโรคเบาหวานเเล้ว เเต่หากเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลโดยที่ไม่ได้อดอาหาร อาจบอกได้ไม่ชัดเจนนักว่ามีความเสี่ยงของโรคเบาหวานหรือไม่ [embed-health-tool-bmi] ระดับน้ำตาลเท่าไรถึงเรียกว่าปกติ โรคเบาหวาน เป็นภาวะที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าเกณฑ์ปกติอย่างเรื้อรัง ซึ่งเป็นผลมาจากตับอ่อนไม่สามารผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอ หรือ ร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน เนื่องจากฮอร์โมนอินซูลินมีหน้าทีทำให้เซลล์ต่างๆของร่างกายนำน้ำตาลไปใช้เผาผลาญเป็นพลังงาน เมื่อมีอินซูลินไม่เพียงพอ หรือ ร่างกายไม่สามารถตอบสนองกับอินซูลินได้ปกติจึงส่งผลให้มีน้ำตาลค้างอยู่ในกระแสเลือดมากกว่าปกติ เเละทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมาได้ โดยสามารถแปลผลค่าระดับน้ำตาลในเลือดคร่าวๆเป็น 3 กลุ่มดังนี้ ระดับปกติ ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง น้อยกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ภาวะก่อนเบาหวาน หรือเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน (Prediabetes) ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง อยู่ระหว่าง 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง ตั้งเเต่ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร […]


โรคเบาหวาน

รักษาเบาหวานให้หายขาด ได้หรือไม่

รักษา เบาหวาน ให้ หายขาด ได้หรือไม่ อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย โดยส่วนมากเเล้วโรคเบาหวาน มักจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดอย่างถาวรได้ แต่สามารถควบคุมโรคเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ดีได้ด้วยยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยเบาหวานควรควบคุมการรับประทานอาหาร ออกกำลังกายและดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเเทรกซ้อนที่รุนเเรงตามมา รักษา เบาหวาน ให้ หายขาด ได้หรือไม่ โรคเบาหวานเป็นโรคที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลมาเป็นพลังงานได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น อาจมีสาเหตุมาจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินให้เพียงพอ หรือ ร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างเหมาะสม คือมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลทำให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย หิวบ่อย ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลดลง ซึ่งหากปล่อยให้น้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต เบาหวานขึ้นตา รวมไปถึงโรคเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม  ในปัจจุบันโดยส่วนมากเเล้วโรคเบาหวาน มักจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดอย่างถาวรได้ แต่เราสามารถควบคุมโรคเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานนั้น ยังคงมีคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพโดยรวมเเข็งเเรง ใกล้เคียงกับคนทั่วไป ซึ่งการจะควบคุมโรคเบาหวานให้ได้ดีนั้น ต้องอาศัยทั้งการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม เเละการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งรับประทานยาลดระดับน้ำตาลและฉีดยาอินซูลินตามที่คุณหมอแนะนำอย่างเคร่งครัดด้วย เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานที่อาจเกิดตามมาภายหลัง วิธีการรักษาโรคเบาหวาน วิธีรักษาโรคเบาหวานอาจขึ้นอยู่กับชนิดของโรคเบาหวานและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ซึ่งคุณหมออาจแนะนำวิธีการรักษา ดังนี้ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง ควบคุมการรับประทานอาหาร ผู้ป่วยเบาหวานควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง เช่น ข้าวขาว อาหารแปรรูป แป้ง ขนมขบเคี้ยว […]


โรคเบาหวาน

อาหารเบาหวานในผู้สูงอายุ มีอะไรบ้าง

อาหาร เบาหวาน ใน ผู้ สูงอายุ ควรเป็นอาหารที่มีความหลากหลาย สารอาหารครบถ้วน ทั้ง 5 หมู่ เเละ ควรเน้นเลือกชนิดอาหารที่มีกากใยสูง และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เพราะอาจส่งเสริมให้โรคเบาหวานควบคุมได้ไม่ดี และ เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลต่อสุขภาพผู้สูงอายุในระยะยาว ดังนั้น การเตรียมอาหารเบาหวานในผู้สูงอายุให้เหมาะสม ร่วมกับการดูแลอย่างใกล้ชิดอาจช่วยควบคุมตัวโรคและลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้ โรคเบาหวานในผู้สูงอายุ โรคเบาหวานเกิดจากร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดไปเป็นพลังงานได้อย่างเหมาะสม จนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นและพัฒนาเป็นโรคเบาหวาน หากไม่ได้รับการรักษาอาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หากเป็นเบาหวานก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น ดังนี้ แผลติดเชื้อเรื้อรัง ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดแขนหรือขา โรคหลอดเลือดสมองเเละหัวใจ กล้ามเนื้ออ่อนเเรงจากมวลกล้ามเนื้อลดลง การสูญเสียการมองเห็น จากภาวะเบาหวานขึ้นตา อาการปวดเรื้อรัง ดังนั้น การควบคุมอาหารและการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานอย่างใกล้ชิด จึงอาจเป็นวิธีที่จะช่วยป้องกันหรือชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ได้ อาหาร เบาหวาน ใน ผู้ สูงอายุ มีอะไรบ้าง ผู้สูงอายุควรรับประทานอาหารวันละ 3 มื้อ ได้พลังงานประมาณ 1,500-2,000 กิโลแคลอรี่/วัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยอาจอธิบายง่ายๆว่าสัดส่วนของอาหารในเเต่ละมื้อนั้น 1 จาน ควรมี คาร์โบไฮเดรต ¼ จาน (1 ส่วน) โปรตีน ¼ […]


โรคเบาหวาน

เป็นเบาหวานแล้วผอมอันตรายไหม

เป็น เบาหวาน แล้ว ผอม อันตราย ไหม อาจเป็นคำถามที่ผู้เป็นเบาหวานสงสัยและกังวลใจ โดยผู้ป่วยเบาหวานแล้วผอมหรือมีน้ำหนักลดลงอาจมีสาเหตุมาจากร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานได้อย่างเหมาะสม จนต้องเปลี่ยนไปเผาผลาญไขมันและกล้ามเนื้อเเทน รวมถึงน้ำหนักที่ลดลงอาจมาจากการสูญเสียน้ำเนื่องจากต้องขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะมากขึ้น ซึ่งหากไม่ทำการรักษาก็อาจทำให้ร่างกายขาดพลังงาน ขาดน้ำ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายและไม่มีแรง จนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  [embed-health-tool-bmi] เบาหวานทำให้ผอมลงได้อย่างไร สาเหตุที่ผู้ป่วยเบาหวานผอม หรือน้ำหนักลดลงอาจเกิดขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ ร่างกายขาดน้ำ จากการที่เมื่อมีน้ำตาลในเลือดสูง ร่างกายจะขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อย เเละ สูญเสียน้ำจากร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายมีภาวะขาดน้ำและอาจทำให้น้ำหนักลดลงได้ ผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้ำตาลในเลือดสูงเนื่องจากร่างกายมีอินซูลินไม่เพียงพอ หรือมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนใช้น้ำตาลเป็นพลังงานได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ร่างกายต้องเริ่มกระบวนการย่อยสลายไขมันและกล้ามเนื้อเพื่อใช้เป็นพลังงานแทนจึงเป็นสาเหตุให้ให้น้ำหนักตัวลดลง จิตใจเศร้าหมอง เนื่องจากโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง จึงอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้ป่วยบางราย อาจทำให้รู้สึกเศร้า โดดเดี่ยว วิตกกังวล จนไม่อยากรับประทานอาหารและทำให้น้ำหนักลดลงได้ ผู้ป่วยเบาหวานที่มีการติดเชื้อรุนแรง เช่น เท้าติดเชื้อเรื้อรัง เนื้อตาย ระบบภูมิคุ้มกันจึงต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ร่างกายจึงต้องใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น จึงอาจทำให้ผอมลงได้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะสุขภาพอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ท้องเสีย ไทรอยด์ มะเร็ง โรคเหล่านี้อาจกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานมากเกินไป หรือมีความผิดปกติบริเวณลำไส้ ส่งผลให้ดูดซึมสารอาหารได้น้อยลงจนทำให้น้ำหนักลดลงเช่นกัน เป็น เบาหวาน […]


ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

มือบวม เบาหวาน สาเหตุและการรักษา

มือบวม เท้าบวม เบาหวาน เป็นอาการที่อาจพบได้ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ทำให้หลอดเลือดส่วนปลายตีบและอุดตันจนเลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ส่งผลให้ของเหลวสะสมคั่งค้างอยู่บริเวณมือและเท้ามากขึ้น จึงทำให้มีอาการบวม มือบวม เบาหวาน เกิดจากอะไร มือบวม เท้าบวมจากเบาหวาน อาจเกิดในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ จนมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังเป็นเวลานาน ทำให้หลอดเลือดส่วนปลายตีบและอุดตันจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนเพื่อลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารได้ตามปกติ ทำให้ของเหลวสะสมค้างอยู่ตามเนื้อเยื่อส่วนปลาย เช่น มือและเท้า จนเกิดเป็นอาการมือบวมและเท้าบวมขึ้น โดยสาเหตุที่ของอาการมือบวม เท้าบวมในผู้ป่วยเบาหวาน อาจมีดังนี้ หลอดเลือดส่วนปลายตีบหรืออุดตัน เมื่อร่างกายมีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงอย่างเรื้อรัง อาจส่งผลทำลายผนังหลอดเลือดให้ยืดหยุ่นน้อยลง ผนังหลอดเลือดหนาเเละเเข็งขึ้น ทำให้หลอดเลือดเสี่ยงต่อการตีบและอุดตันได้ง่าย เลือดจึงไม่สามารถไหลเวียนได้สะดวก จนเกิดอาการมือ-เท้าบวม เส้นประสาทเสื่อมจากเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไป อาจส่งผลทำลายเส้นประสาท ทำให้ผู้ป่วยรับรู้ความรู้สึกได้น้อยลง อาจมีอาการชาหรือเสียวซ่าบริเวณมือ และหากผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่าได้รับบาดเจ็บบริเวณมือ ก็อาจทำให้แผลติดเชื้อและมีอาการบวมเกิดขึ้นร่วมด้วยได้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยเบาหวานอาจมีอาการบวมในบริเวณอื่น เช่น แขน ขา เท้า และอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ผิวหนังส่วนนั้น ๆ สีคล้ำลง รู้สึกเจ็บปวด เสียวซ่า ชา ขยับนิ้วลำบาก  การรักษามือบวม เบาหวาน อาการมือบวมและเท้าบวมจากเบาหวานจำเป็นต้องรักษาที่สาเหตุ คือ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ตามเป้าหมาย เพื่อป้องกันมิให้เกิดภาวะเเทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน เเละ อาการมือ-เท้าบวม […]


ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

อาการชาปลายนิ้ว เบาหวาน เกิดจากอะไร และมีวิธีการรักษาอย่างไร

อาการชาปลายนิ้ว เบาหวาน เป็นอาการที่อาจพบได้เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานส่งผลให้หลอดเลือด เเละเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมลง การส่งสัญญาณระบบประสาทจึงผิดปกติไปทำให้ผู้ป่วยเบาหวานเกิดอาการชาปลายนิ้วมือและเท้าได้ โดยหากอาการชาเป็นมากขึ้นจนไม่สามารถรับความรู้สึก อาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และเกิดแผลติดเชื้อตามมาได้ง่าย อาการชาปลายนิ้ว เบาหวาน เกิดจากอะไร อาการชาปลายนิ้วจากเบาหวาน มีสาเหตุมาจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังเป็นเวลานาน จนไปทำลายผนังหลอดเลือดฝอยที่มีหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารที่หล่อเลี้ยงเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทเสื่อม ไม่สามารถทำหน้าที่ส่งสัญญาณได้เป็นปกติ ส่งผลให้เกิดผู้ป่วยเบาหวานมีอาการชาที่บริเวณปลายนิ้วมือเเละนิ้วเท้าได้ โดยยังอาจทำให้เกิดอาการอื่น ๆ ได้ดังนี้ รู้สึกเสียวซ่า ปวดเเสบร้อน ที่ปลายนิ้วมือเเละเท้า กล้ามเนื้อบริเวณมืออ่อนแรงลง อาการชาอาจลุกลามไปทั่วทั้งมือและเท้า ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่ามือหนาคล้ายใส่ถุงมือและถุงเท้าอยู่ตลอดเวลา อาจมีแผลโดยที่ไม่รู้ตัว เนื่องจากมีอาการชา จึงทำให้ไม่รู้สึกเวลามีบาดแผลเล็กน้อย ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้แผลติดเชื้อ และลุกลามจนเกิดเนื้อตายได้  อาการชาปลายนิ้ว เบาหวาน ควรรักษาอย่างไร อาการชาปลายนิ้วจากเบาหวานสามารถรักษาได้ด้วย การรักษาที่สาเหตุ ดังนี้ การรักษาเพื่อชะลอการลุกลาม และควบคุมอาการ เป็นวิธีการรักษาหลักเพื่อควบคุมโรคเบาหวาน เพราะหากควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ก็จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอย่างเส้นประสาทเสื่อมจากโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการชาปลายนิ้วมือเเละเท้า โดยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี และอาจช่วยให้อาการชาปลายนิ้วดีขึ้นได้ โดยควรรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ตามเป้าหมาย ดังนี้ ระดับน้ำตาลในเลือดก่อนรับประทานอาหาร ควรอยู่ระหว่าง 80-130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร  ระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง ควรน้อยกว่า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร  อย่างไรก็ตามในผู้สูงอายุ หรือ ผู้ที่มีโรคร่วมอื่น ๆ เช่น […]


ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

แม่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ลูกจะเป็นไรไหม

แม่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ลูกจะเป็นไรไหม อาจเป็นคำถามที่เหล่าคุณแม่สงสัยและเกิดความกังวลใจ เนื่องจากภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ เช่น การคลอดก่อนกำหนด ทารกตัวใหญ่ ทารกแรกคลอดมีน้ำตาลในเลือดต่ำ หัวใจพิการแต่กำเนิด หรือแท้งบุตร ดังนั้น การดูแลสุขภาพตนเองด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์รวมทั้งออกกำลังกายและรักษาน้ำหนักขณะตั้งครรภ์ไม่ให้ขึ้นมากจนเกินไป อาจช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คืออะไร เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คือ โรคเบาหวานประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนช่วงที่ตั้งครรภ์ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้ เช่น ทารกตัวใหญ่ ทารกมีน้ำตาลในเลือดต่ำเมื่อแรกคลอด รวมถึงอาจเพิ่มเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน และโรคอ้วนในอนาคต ส่วนใหญ่แล้ว เบาหวานขณะตั้งครรภ์นี้มักถูกวินิจฉัยในช่วงอายุครรภ์ที่ 24-32 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้มักหายได้เองหลังคลอด เนื่องจากฮอร์โมนกลับเข้าสู่สมดุลแต่พบว่าคุณแม่ที่มีภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์จะมีความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคตมากขึ้นกว่าผู้หญิงที่อายุเท่ากัน แม่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ลูกจะเป็นไรไหม เมื่อคุณแม่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทารกในครรภ์ได้ ดังนี้ ทารกตัวใหญ่ หรือน้ำหนักแรกเกิดมากเกินไป คุณแม่ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์และมีน้ำตาลในเลือดสูง อาจทำให้ทารกในครรภ์ตัวใหญ่กว่าเกณฑ์ได้ และอาจส่งผลให้คลอดธรรมชาติได้ยาก และอาจจำเป็นต้องผ่าคลอด การคลอดก่อนกำหนด คุณแม่ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์แล้วควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี อาจมีความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดสูงขึ้น ภาวะกลุ่มอาการหายใจลำบาก (Respiratory Distress Syndrome หรือ RDS) เป็นภาวะที่พบได้ในทารกที่คลอดก่อนกำหนด เนื่องจากปอดและทางเดินหายใจของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์จึงอาจทำให้ทารกหายใจลำบากอย่างรุนแรง บางรายอาจจำเป็นต้องดูอาการอย่างใกล้ชิดในห้องฉุกเฉิน ทารกมีน้ำตาลในเลือดต่ำหลังคลอด เนื่องจากเมื่อคุณแม่มีน้ำตาลในเลือดสูง […]


โรคเบาหวาน

เบาหวาน ปากแห้ง สาเหตุและวิธีบรรเทาอาการ

เบาหวาน ปากแห้ง เป็นอาการหนึ่งที่พบได้ในผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งจะมีน้ำลายในช่องปากน้อย รู้สึกไม่สบายในช่องปาก อาจทำให้มีอาการแสบลิ้นปากแห้ง ลอกเป็นขุยหรือเป็นแผลติดเชื้อได้ ซึ่งเกิดจากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลให้ปัสสาวะบ่อย เเละ เกิดภาวะร่างกายขาดน้ำตามมา นอกจากนี้ ยาบางชนิด เช่น ยาแก้หวัด ยาขับปัสสาวะ ยาคลายเครียด ก็อาจทำให้เกิดอาการปากแห้งได้เช่นกัน [embed-health-tool-bmi] เบาหวาน ปากแห้ง เกิดจากอะไร อาการเบาหวาน ปากแห้ง อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลัก ๆ คือเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลทำให้ปัสสาวะบ่อย จึงสูญเสียน้ำออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายขาดน้ำ จนต่อมน้ำลายไม่สามารถผลิตน้ำลายเพียงพอที่จะให้ความชุ่มชื้นในช่องปาก และรวมถึงทำให้ผิวเเห้ง ชุ่มชื้นลดลง นอกจากนี้ อาการปากแห้งในผู้ป่วยเบาหวานยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ได้ เช่น ผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้คัดจมูก ยานอนหลับ-คลายเครียด ยาแก้แพ้  ยาเคมีบำบัด ยาแก้ปวดบางชนิด หายใจทางปาก นอนกรน หรือนอนอ้าปากตอนกลางคืน การดื่มน้ำน้อยเกินไป สูบบุหรี่ โรคบางชนิด เช่น โรคต่อมน้ำลายอักเสบ โรคเเพ้ภูมิตนเองหรือโรคโซเกร็น (Sjogren's Syndrome) การติดเชื้อเอชไอวี อาการเบาหวาน […]

ad iconโฆษณา
คำถามที่พบบ่อย
ad iconโฆษณา

คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!





ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน