banner

เช็งความเสี่ยงสุขภาพ

Subot Icon

แบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

Subot Icon

แบบประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

Subot Icon

แบบประเมินความเสี่ยงภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว

ดูแล ‘หัวใจ’ ให้ห่างไกลโรค

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ระวัง!!! เจ็บใต้ราวอกซ้าย สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรละเลย

เจ็บใต้ราวอกซ้าย เป็นหนึ่งในสัญญาณทางสุขภาพเบื้องต้นที่ช่วยเตือนให้รู้ถึงความปกติของร่างกายตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีอวัยวะสำคัญ ๆ ซึ่งต้องหมั่นสังเกตและตรวจสอบไว้เป็นระยะ ๆ ว่าอาการเจ็บน้อย ปาน กลาง และมากนั้น สะท้อนปัญหาสุขภาพด้านใดได้บ้าง [embed-health-tool-bmi] เจ็บใต้ราวอกซ้าย เสี่ยงต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง บริเวณหน้าอกข้างซ้าย หรือใต้ราวนมซ้าย เป็นจุดที่มีอวัยวะสำคัญ ๆ หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ ปอด กระเพาะอาหาร หรือไตดังนั้น หากเกิดอาการเจ็บหรือปวดบริเวณใต้ราวอกข้างซ้ายขึ้น อาจสะท้อนปัญหาสุขภาพได้หลายรูปแบบ ทั้งยังต้องดูอาการอื่น ๆ ประกอบด้วย เพื่อให้สามารถจำแนกปัญหาสุขภาพที่เฉพาะเจาะจงได้มากขึ้น โดยทั่วไปแล้วหากเจ็บใต้ราวอกซ้าย อาจหมายถึงสัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพ ดังนี้ 1. หัวใจขาดเลือด เนื่องจากบริเวณใต้ราวอกซ้ายเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับหัวใจ หากเกิด อาการเจ็บใต้ราวอกซ้าย จึงอาจเป็นสัญญาณความเสี่ยงของภาวะหัวใจวายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย เหงื่อออกมาก ใจสั่น เจ็บแน่น คลื่นไส้หรืออาเจียน หายใจถี่และสั้น ปวดที่แขนหรือไหล่ อาการเจ็บลามไปยังแขน คอ ขากรรไกร หลัง และอวัยวะอื่น ๆ วิงเวียนศีรษะ 2. เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ โดยปกติหัวใจมีเยื่อบาง ๆ ล้อมรอบ เรียกว่าเยื่อหุ้มหัวใจ เมื่อเยื่อนี้เกิดอาการระคายเคืองหรืออักเสบเนื่องจากการติดเชื้อ หรือความผิดปกติทางระบบภูมิคุ้มกัน ปัจจัยเหล่านี้จะก่อให้เกิด […]

รู้ทันโรคหัวใจ ก่อนเกิดภาวะอันตราย

โรคหลอดเลือดหัวใจ

เส้นเลือดหัวใจตีบ อาการ สาเหตุ และวิธีการรักษา

เส้นเลือดหัวใจตีบ เกิดจากการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดหัวใจร่วมกับการสะสมของไขมันหรือคราบพลัคที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบหรืออุดตัน เลือดจึงไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย และอาจเกิดอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง รวมถึงปวดร้าวไปที่คอ ขากรรไกร แขน หรือไหล่ ร่วมกับคลื่นไส้ อาเจียน เหนื่อยง่าย เหงื่อออกมาก และอ่อนเพลีย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอย่างเหมาะสมอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แต่การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบได้ เส้นเลือดหัวใจตีบ เกิดจากอะไร เส้นเลือดหัวใจตีบ หรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Heart Disease: CHD) เป็นโรคที่เกิดกับหลอดเลือดแดงหัวใจ ที่มีสาเหตุสำคัญจากภาวะหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis) ซึ่งเกิดจากการสะสมของไขมันและคราบหินปูนบริเวณผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบและแข็งตัว ส่งผลให้เลือดไหลไปเลี้ยงหัวใจลดลง จนไม่สามารถส่งออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้อย่างเพียงพอ ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดเส้นเลือดหัวใจตีบ อาจมีดังนี้ อายุ ผู้ชายอายุ 45 ปีขึ้นไปและผู้หญิงอายุ 55 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น ประวัติครอบครัว ผู้ที่มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจ อาจเสี่ยงเกิดเส้นเลือดหัวใจตีบได้มากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะหากญาติใกล้ชิดอย่างพ่อแม่ พี่น้อง เป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุยังน้อย และความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นหากมีพ่อหรือพี่ชายเป็นโรคหัวใจก่อนอายุ 55 ปีหรือแม่หรือพี่สาวเป็นโรคหัวใจก่อนอายุ 65 ปี การสูบบุหรี่และรับควันบุหรี่มือสอง บุหรี่มีสารพิษ เช่น นิโคติน […]

โรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคหัวใจขาดเลือด สาเหตุ อาการ และการรักษา

โรคหัวใจขาดเลือด หรือโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดชนิดหนึ่งที่เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก และเสี่ยงต่อการมีภาวะหัวใจวาย ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต ทั้งนี้ เพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลิกสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณจำกัด [embed-health-tool-heart-rate] คำจำกัดความ โรคหัวใจขาดเลือดคืออะไร โรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic Heart Disease) หรือโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นภาวะที่หัวใจขาดออกซิเจน เนื่องจากมีเลือดไหลไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ ส่งผลให้เสี่ยงที่จะหัวใจวายหรือเสียชีวิตได้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา รายงานว่า โรคหัวใจขาดเลือดเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดที่พบได้บ่อยที่สุด และในปี พ.ศ. 2563 ชาวอเมริกันเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดจำนวน 382,820 ราย อาการ อาการของ โรคหัวใจขาดเลือด เมื่อเป็นโรคหัวใจขาดเลือด จะรู้สึกแน่นหน้าอก บริเวณด้านซ้ายของหน้าอก โดยอาการมักเกิดขึ้นตอนกลางคืนหรือหลังจากออกกำลังกายหรือมีอารมณ์รุนแรง เช่น โกรธ เครียด โดยทั่วไป อาการแน่นหน้าอกจะหายเองได้ภายในไม่กี่นาที แต่บางรายโดยเฉพาะผู้หญิง อาจมีอาการเจ็บบริเวณคอ แขน หรือหลัง ร่วมด้วย ทั้งนี้ อาการอื่น ๆ ของโรคหัวใจขาดเลือด ได้แก่ หายใจไม่ออก ใจสั่น อ่อนเพลีย เหงื่อออก นอกจากนี้ โรคหัวใจขาดเลือดยังอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนดังต่อไปนี้ หัวใจวาย หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย เป็นภาวะที่กล้ามเนื้อบางส่วนของหัวใจได้รับเลือดไม่เพียงพอ ส่งผลให้มีอาการเจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก อ่อนแรง […]

โรคหัวใจ

สัญญาณบอกเหตุ โรคหัวใจในผู้หญิง ที่ไม่ควรละเลย

โรคหัวใจในผู้หญิง สามารถพบได้บ่อยเช่นเดียวกับโรคหัวใจในผู้ชาย แต่อาการของโรคหัวใจในแต่ละคนนั้นอาจมีความแตกต่างกันได้ และ อาการของ โรคหัวใจในผู้หญิง นั้นอาจแตกต่างกับอาการที่เกิดกับผู้ชายได้ โรคหัวใจในผู้หญิง กับอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ สัญญาณของหลอดเลือดหัวใจตีบอาจจะไม่ใช่การเจ็บหน้าอกในผู้หญิง โดยทั่วไปอาการของหลอดเลือดหัวใจตีบในผู้ชาย จะเป็นการเจ็บหน้าอกที่ร้าวไปถึงขากรรไกรหรือไหล่ อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน หรือมีอาการปวดเมื่อสัมผัส ซึ่งอาจจะเกิดที่หลัง ไหล่ แขน หรือขากรรไกร ยิ่งไปกว่านั้นบ่อยครั้ง อาจจะไม่ได้มีอาการเจ็บหน้าอกเลยก็ได้ แพทย์จำนวนไม่น้อยอาจเชื่อตามความเชื่อดั้งเดิมว่า โรคหลอดเลือดหัวใจนั้นไม่ค่อยจะเกิดในผู้หญิง แพทย์อาจจะสรุปว่าอาการดังกล่าวนั้นเป็นการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูก หรือความผันแปรทางอารมณ์ ที่ทำให้มีผลต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ (หรืออาการที่น้อยกว่านี้) ยิ่งไปกว่านี้ผู้หญิงอาจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นหลอดเลือดหัวใจตีบมากกว่าผู้ชาย เมื่อเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเป็นปกติ ระหว่างการสวนหัวใจและหลอดเลือด แต่พวกเธออาจจะแจ้งว่า เกิดความผิดปกติของกระเพาะอาหารและลำไส้ หรือแย่ไปกว่านั้นจะบอกว่า เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับศีรษะ ทั้งที่ความจริงเป็นโรคหัวใจ โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อาจจะมีอาการที่แตกต่างกันในผู้หญิง เปรียบเทียบกับผู้ชาย บ่อยครั้งผู้หญิงที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อาหารไม่ย่อย หายใจตื้น หรือเหนื่อยล้ารุนแรงและทันที แต่ไม่มีอาการเจ็บหน้าอก อย่างไรก็ตาม แพทย์มักจะระบุว่า อาการเหล่านี้เป็นอาการอื่นที่ไม่เกี่ยวกับโรคหัวใจ ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายอย่างเงียบๆ มากกว่าผู้ชาย นั่นหมายความว่า อาจจะเกิดโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โดยไม่มีอาการอะไรเลยอย่างกะทันหัน ซึ่งจะสามารถวินิจฉัยได้เพียงแต่เมื่อเกิดอาการโรคหัวใจแล้วเท่านั้น เมื่อไรที่จะต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ ในเมื่ออาการโรคหัวใจในผู้หญิงไม่เป็นไปตามตำรา คุณจะทราบได้อย่างไรว่า เมื่อไรคุณควรที่จะขอความช่วยเหลือ เกี่ยวกับอาการที่อาจจะเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ กฎที่คุณควรจะทำตามง่ายๆ ก็คือ […]

สุขภาพหัวใจ

กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ อาการ สาเหตุ และการรักษา

กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) เป็นการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจที่ลดการทำงานของหัวใจในการสูบฉีดเลือด ซึ่งอาจทำให้มีอาการเจ็บหน้าอก หายใจถี่ และการเต้นของหัวใจผิดปกติ จึงควรเข้ารับการรักษาด้วยการใช้ยา การทำหัตถการ หรือการผ่าตัดอย่างเหมาะสม เพราะหากปล่อยไว้ไม่ทำการรักษาอาจมีแนวโน้มทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจวายได้ [embed-health-tool-heart-rate] คำจำกัดความ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ คืออะไร กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ คือ การอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจที่อาจลดการทำงานของหัวใจในการสูบฉีดเลือด โดยอาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส ปฏิกิริยาของยาบางชนิด หรือการอักเสบภายในร่างกาย นอกจากนี้ หากเป็นกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบรุนแรงอาจทำให้หัวใจอ่อนแอลงจนร่างกายส่วนอื่น ๆ ได้รับเลือดไม่เพียงพอ ซึ่งอาจก่อให้เกิดลิ่มเลือดในหัวใจ ที่อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจวายได้ อาการ อาการ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สำหรับผู้ที่เป็นกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบระยะแรกอาจไม่มีอาการแสดงให้เห็นหรืออาจมีอาการเพียงเล็กน้อย โดยอาการทั่วไปที่พบได้บ่อย อาจมีดังนี้ เจ็บหน้าอก เหนื่อยล้า บวมที่ขา ข้อเท้า และเท้า หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หรือเต้นผิดปกติ หายใจถี่ขณะพัก หรือระหว่างทำกิจกรรม วิงเวียนศีรษะ หรือรู้สึกเหมือนจะเป็นลม อาการคล้ายไข้หวัด เช่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดข้อ มีไข้ เจ็บคอ สำหรับอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่เกิดขึ้นในเด็ก อาจมีดังนี้ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หายใจเร็ว จังหวะหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หรือเต้นผิดปกติ มีไข้ เป็นลม สาเหตุ สาเหตุ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ การติดเชื้อไวรัส เช่น […]

ภาวะหัวใจล้มเหลว

ภาวะหัวใจวาย กับ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน แม้คล้ายคลึง... แต่แตกต่าง

ภาวะหัวใจวาย กับ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เป็นภาวะเกี่ยวกับความผิดปกติของหัวใจ และบางคนอาจยังเข้าใจผิดว่าทั้งสองภาวะนี้มีคล้ายคลึงกัน แต่ความจริงแล้ว ทั้งสองภาวะนี้กลับมีสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน วันนี้ Hello คุณหมอ เลยอยากชวนคุณมาทำความเข้าใจทั้งสองภาวะนี้ให้กระจ่างขึ้น ว่าแต่ความแตกต่างของภาวะนี้จะมีอะไรบ้าง ภาวะหัวใจวาย คืออะไร ภาวะหัวใจวาย (Heart Attack) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดแดงถูกอุดกั้น จนทำให้เลือดไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงหัวใจบางส่วนได้ และหากหลอดเลือดที่ถูกอุดกั้นอยู่ไม่สามารถกลับมาทำงานตามปกติภายในเวลาอันรวดเร็ว หัวใจส่วนที่ควรได้รับสารอาหารจากหลอดเลือดนั้น ๆ ก็จะเริ่มตาย ยิ่งผู้ป่วยได้รับการรักษาล่าช้าเท่าไหร่ ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น อาการที่พบได้บ่อยของภาวะหัวใจวาย ได้แก่ รู้สึกแน่น ปวด หรือรู้สึกมีแรงกดที่หน้าอก หรือที่แขน ซึ่งอาจลุกลามไปที่คอ ขากรรไกร หรือหลังด้วย หายใจลำบาก อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เหงื่อออกมาก แสบร้อนกลางอก ปวดท้อง หรืออาหารไม่ย่อย ส่วนใหญ่แล้ว อาการของภาวะ หัวใจวาย จะค่อย ๆ เกิดขึ้นและคงอยู่เป็นชั่วโมง เป็นวัน หรือเป็นสัปดาห์ ก่อนที่หัวใจจะวาย แต่บางครั้ง อาการก็อาจเกิดขึ้นแบบฉับพลันและรุนแรงได้เช่นกัน และขณะที่หัวใจวาย หัวใจก็จะยังคงทำงานอยู่ ไม่ได้หยุดเต้นแต่อย่างใด ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน คืออะไร ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อคลื่นกระแสไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ จนทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) […]

กินดี เพื่อหัวใจที่แข็งแรง

คอเลสเตอรอล

กุ้งกินแล้วคอเลสเตอรอลสูง จริงหรือ?

กุ้งกินแล้วคอเลสเตอรอลสูง จริงหรือไม่ เป็นปัญหาที่หลายคนให้ความสนใจ และหลีกเลี่ยงไม่ยอมกินกุ้ง แม้ว่ากุ้งจะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแมกนีเซียม แคลเซียม โพแทสเซียม แมงกานีส ที่ล้วนแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสุขภาพหัวใจ [embed-health-tool-bmi] กุ้งกินแล้วคอเลสเตอรอลสูง ได้จริงหรือ? กระทรวงเกษตรประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Department of Agriculture) ระบุว่ากุ้ง ในปริมาณ 100 กรัม อาจมีคอเลสเตอรอลอยู่ถึง 189 มิลลิกรัม และได้ให้คำแนะนำในการบริโภคว่า ร่างกายควรได้รับคอเลสเตอรอลให้น้อยที่สุด โดยอาจไม่เกิน 100-300 มิลลิกรัมต่อวัน อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญในปัจจุบันเชื่อว่าควรรับประทานอาหารที่มีไลโปโปรตีน หรือไขมันชนิดดี (HDL) เนื่องจากไขมันดีอาจเข้าไปทำปฏิกิริยากับไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ที่อยู่ในร่างกาย จนเกิดความสมดุลทางสุขภาพ มีงานวิจัยมากมายที่ทำการศึกษาความเกี่ยวข้องระหว่างการ กินกุ้ง และระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ในปีพ.ศ. 2539 กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ พบว่า การกินกุ้งทำให้ไขมันชนิดไม่ดี หรือคอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีงานวิจัยที่พบว่า การกินกุ้งอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวหัวใจได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันการเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล ควรรับประทานกุ้งในปริมาณที่เหมาะสม เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หมั่นออกกำลังกาย รวมไปถึงลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเลิกบุหรี่อย่างถาวร เนื่องจากพฤติกรรมนี้สามารถสร้างความเสียหายให้แก่หลอดเลือด ที่เชื่อมโยงกับการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ทั่วทั้งร่างกาย กินกุ้ง […]

โรคความดันโลหิตสูง

เกลือ หรือ น้ำตาล อะไรแย่กว่ากัน สำหรับโรคความดันโลหิตสูง

ทั้งเกลือและน้ำตาล ต่างได้ชื่อว่าสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ แต่ เกลือ หรือ น้ำตาล กันแน่ล่ะ ที่เป็น “ผู้ร้าย” ที่แท้จริง และควรพึงระวัง ปัจจุบันเชื่อว่า น้ำตาลอาจมีผลเสียมากกว่าเกลือ จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Open Heart น้ำตาลเป็นภัยเงียบต่อความดันโลหิต แต่ขณะเดียวกันเกลือก็ยังคงส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่แพ้การรับประทานน้ำตาลน้ำตาล วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำข้อเท็จจริงดังกล่าวระหว่างเกลือ และน้ำตาล ว่าสารปรุงแต่งใดที่คุณควรหลีกเลี่ยงมาฝากกันค่ะ การบริโภคน้ำตาลมากเกินไปเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เราทุกคนทราบว่า การบริโภคน้ำตาลมากเกินไป เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการเผาผลาญของร่างกาย มีหลักฐานมากพอที่จะระบุถึงความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินไป และความผิดปกติเกี่ยวกับการเผาผลาญของร่างกายหลายประการ เช่น ภาวะดื้ออินซูลิน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน คอเลสเตอรอลสูง รวมถึงไขมันในเลือดสูง การบริโภคน้ำตาลทำให้ระดับอินซูลินเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้เกิดการทำงานของระบบประสาทซิมพาเธติก (sympathetic nervous system) เมื่อร่างกายมีการตอบสนองภาวะดังกล่าว จะเข้าไปกระตุ้นการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิต ทำให้หน่วยรับความรู้สึกที่ทำหน้าที่ควบคุมความดันโลหิต ก็มีประสิทธิภาพมีลดลงเรื่อย ๆ จนเสี่ยงเกิดหลอดเลือดตีบตัน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความดันภายในหลอดเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เกลือ หรือ น้ำตาล ที่ส่งผลต่อโรคความดันโลหิตสูง การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง แม้เป็นเวลาเพียงสองสัปดาห์ อาจส่งผลที่เห็นได้ชัดเจนต่อความดันโลหิตของคุณ มีการศึกษาว่า อาหารที่มีน้ำตาลสูง จะเพิ่มความดันโลหิตได้มากกว่าอาหารที่มีโซเดียมสูง (7mmHg/5mmHg […]

คอเลสเตอรอล

ไขมันดี (HDL) มีมากเกินไปเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่

ไขมันดี (HDL) หรือ ลิโพโปรตีนที่มีความหนาแน่นสูง หรือ คอเลสเตอรอลชนิดดี ซึ่งการที่มีระดับไขมันดียิ่งสูงนั้นยิ่งดี เพราะไขมันดีช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลชนิดอื่นที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย โดยเฉพาะหากมีระดับไขมันเลวสูง และไขมันดีอยู่ในระดับต่ำนั้น ทำให้แนวโน้มของการเกิดอาการหัวใจวายสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลักฐานทางการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ระดับไขมันดีสูงนั้นอาจเกิดผลเสียต่อบุคคลบางกลุ่มได้เช่นกัน ระดับไขมันดีที่แนะนำ ระดับไขมันดี ที่อยู่ในเลือดที่แนะนำ ควรอยู่ที่ 60 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือสูงกว่า หากปริมาณไขมันดีต่ำกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร อาจเกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมากขึ้น ปัญหาที่อาจเกิดหากระดับของ ไขมันดี สูงเกินไป งานวิจัยบางชิ้นพบว่า คนที่มีระดับของ ซี-รีแอคทีพโปรตีน (C-reactive proteins) สูง หลังจากประสบภาวะหัวใจวาย ร่างกายอาจจัดการกับไขมันดีได้ดีนัก เนื่องจากตับซึ่งมีหน้าที่ในการผลิตซี-รีแอคทีพโปรตีน เมื่ออาการอักเสบในร่างกายอยู่ในระดับสูง แทนที่ระดับของไขมันดีที่สูงจะช่วยป้องกันการเกิดผลเสียต่อหัวใจ แต่กลับทำให้ความเสี่ยงในการพัฒนาเป็นโรคหัวใจสูงขึ้น งานวิจัยยังพบว่า ความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจยิ่งสูงขึ้น ในกลุ่มผู้ที่มีระดับไขมันดีและซี-รีแอคทีพโปรตีนสูง อย่างไรก็ตาม การจะระบุถึงผลเสียที่ไขมันดีเป็นสาเหตุและยังต้องการการศึกษาวิจัยมากกว่านี้ อาการและการใช้ยา ไขมันดีและอาการบางอย่าง เช่น โรคที่เกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ การดื่มแอลกอฮอล์ และโรคติดเชื้อต่างๆ มีความเกี่ยวข้องกัน ยิ่งไปกว่านั้น ในบางครั้ง ปริมาณไขมันดีสามารถเพิ่มขึ้นได้เนื่องจากยาที่ควบคุมปริมาณของคอเลสเตอรอลในร่างกาย ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้เพื่อลดปริมาณคลอเลสเตอรอล ไขมันเลว และไตรกลีเซอไรด์ มีความสัมพันธ์บางอย่าง ระหว่างการเพิ่มขึ้นของระดับไขมันดีและประเภทของยาเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มยาลดไขมัน จำพวกไบล์แอซิดซีเควสแตรนต์ (bile acid […]

โภชนาการพิเศษ

อาหารโรคหัวใจ อะไรที่ควรรับประทาน และอะไรที่ควรหลีกเลี่ยง

การรับประทานอาหาร มีความสำคัญอย่างมากกับสุขภาพหัวใจ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระดับความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจ หรือหากเป็นโรคหัวใจอยู่ ก็อาจส่งผลให้อาการที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้น ดังนั้น จึงควรศึกษาเกี่ยวกับอาหารโรคหัวใจ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารที่ควรรับประทานและอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อช่วยรักษาสุขภาพหัวใจ และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย [embed-health-tool-bmr] อาหารโรคหัวใจที่ควรรับประทาน อาหารโรคหัวใจที่ควรรับประทาน มีดังนี้ ผักและผลไม้ ผักและผลไม้เป็นแหล่งรวมวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร อีกทั้งยังมีแคลอรี่ต่ำ จึงอาจสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ จากการศึกษาในวารสาร Annals of Internal Medicine ปี พ.ศ. 2544 ที่ศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของผักและผลไม้ในการลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยติดตามผลสุขภาพในผู้หญิง 84,251 คน อายุระหว่าง 34-59 ปี เป็นเวลา 14 ปี และผู้ชาย 42,148 คน อายุระหว่าง 40-57 ปี เป็นเวลา 8 ปี พบว่า ผู้ที่รับประทานผักและผลไม้ 1 เสิร์ฟ/วัน อาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจลง 4 % โดยเฉพาะการรับประทานผักใบเขียวและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม […]

โภชนาการพิเศษ

ผลไม้บำรุงหัวใจ ประโยชน์ดี ๆ ที่ช่วยให้สุขภาพหัวใจแข็งแรง

สุขภาพหัวใจของเรานั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องได้รับการบำรุงและดูแลอยู่เสมอ เพื่อให้หัวใจแข็งแรง และปราศจากความเสี่ยงของการเป็นโรคเรื้อรังอย่าง โรคหัวใจ หัวใจวาย หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง โดยเฉพาะการรับประทาน ผลไม้บำรุงหัวใจ ที่มีสารอาหารที่ดีต่อหัวใจ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการเสริมสร้างสุขภาพหัวใจได้มากขึ้น  [embed-health-tool-bmi] ผลไม้บำรุงหัวใจ มีอะไรบ้าง อะโวคาโด ระดับคอเลสเตอรอลที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด โรคหัวใจ แต่การรับประทานอะโวคาโดซึ่งอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวเป็นประจำ มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย จึงอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ มากไปกว่านั้น อะโวคาโดยังมีสารโพแทสเซียมซึ่งมีส่วนช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ลดความเสี่ยงของความดันโลหิตที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลอุดมไปด้วยสารเควอซิทิน (Quercetin) ที่มีส่วนช่วยต้านการอักเสบของร่างกาย และช่วยป้องกันการอุดตันของเลือดด้วย มากไปกว่านั้น แอปเปิ้ลยังมีไฟเบอร์สูง การรับประทานไฟเบอร์เป็นประจำ มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล หรือไขมันเลว LDL (Low-Density Lipoproteins) รวมถึงยังมีสารต้านอนุมูลอิสระจำพวกโพลีฟีนอล และฟลาโวนอยด์ที่มีส่วนช่วยลดความดันโลหิตที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิด โรคหัวใจ เบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ หรือแบล็คเบอร์รี่ ต่างก็อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่างแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยป้องกันความเครียดจากออกซิเดชั่นและการอักเสบที่หัวใจ มากไปกว่านั้น ยังมีวิตามินซีและให้ไฟเบอร์สูง มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิด โรคหัวใจ เกรปฟรุต เกรปฟรุตเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ที่สำคัญคือให้ ไขมันดี HDL (High Density Lipoprotein) ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นกลุ่มสารอาหารที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง และลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาหลอดเลือด ส้ม ส้มไม่เพียงแต่ให้วิตามินซีที่มีประโยชน์ในปริมาณสูงเท่านั้น […]

เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพอื่น ๆ
ดูทั้งหมด

ปรับทุกวัน เพื่อหัวใจที่แข็งแรงกว่าเดิม

สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน