home

สุขภาพคุณแม่

"นับตั้งแต่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ คุณแม่ก็อาจจะทุ่มเทเวลาและแรงใจทั้งหมดที่มี เพื่อดูแลลูกน้อยให้มีสุขภาพดี แต่ สุขภาพคุณแม่ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญและไม่ควรละเลย เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การดูแลสุขภาพของคุณแม่ เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี และพร้อมสำหรับการเป็นแม่คน ได้ที่นี่ "

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพคุณแม่

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ อาหารที่คนท้องห้ามกิน เช่น เครื่องดื่มคาเฟอีน อาหารทะเล ไข่ดิบ เนื่องจากสารอาหารเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ เช่น ส่งผลให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน เพิ่มความเสี่ยงในการแท้งบุตรหรือคลอดก่อนกำหนด อาหารที่คนท้องห้ามกิน มีอะไรบ้าง อาหารที่คนท้องห้ามกิน หรือควรหลีกเลี่ยง มีดังต่อไปนี้ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม ชา ช็อกโกแลต เครื่องดื่มชูกำลัง เพราะการรับประทานเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อาจทำให้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด ทารกอาจพิการทางสติปัญญา หรือพิการแต่กำเนิด สำหรับคาเฟอีนอาจดื่มได้ประมาณ 100-200 มิลลิกรัม แต่ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการแท้งบุตร อาหารทะเล เช่น หอย ปลาอินทรี เพราะอาจมีสารปรอทปนเปื้อนในระดับสูง จึงอาจส่งผลเสียต่อระบบประสาทส่วนกลางของทารกในครรภ์ได้ นมและชีสที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ เช่น ชีสเม็กซิกัน เฟตาชีส กามองแบร์ชีส บลูชีส เพราะอาจเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย จนทำให้ทารกในครรภ์ติดเชื้อ และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ไข่ดิบ เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียซาลโมเนลลา (Salmonella) ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นทารกเสียชีวิตในครรภ์ […]

หัวข้อ สุขภาพคุณแม่ เพิ่มเติม

สุขภาพจิตคุณแม่

ความเครียดเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เป็นความรู้สึกที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย แต่รู้หรือไม่ว่า เมื่อเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์แล้วควรหลีกเลี่ยงกับสิ่งที่กระตุ้นที่ทำให้เกิดความเครียด เพราะ ความเครียดของแม่ นั้นไม่ส่งผลดีต่อใครทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นตัวคุณแม่เอง หรือแม้แต่ลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ [health-tool template="due-date"] ความเครียดของแม่ ส่งผลต่อคุณและลูกน้อยอย่างไร ความเครียดเรื้อรังหรือเครียดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงอาการปวดหัว การนอนหลับ การหายใจผิดปกติ และชีพจรเต้นเร็วขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณในด้านอื่น ๆ อีก เช่น ปัญหาด้านการกิน (การกินอาหารมาก/น้อยเกินไป หรืออาหารผิดประเภท) ผลการศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าความเครียดในครรภ์ของคุณแม่อาจส่งผลต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อย ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาด้านพฤติกรรมเมื่อทารกโตขึ้น และปัญหาด้านอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาบางอย่างในช่วงวัยเด็ก รวมไปถึงความเครียดสามารถเพิ่มโอกาสในการคลอดก่อนกำหนด (เกิดก่อน 37 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์) หรือทารกมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ อะไรทำให้เกิดความเครียดระหว่างตั้งครรภ์ สาเหตุของความเครียดสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์นั้นแตกต่างกันไป ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยในช่วงระหว่างตั้งครรภ์มีดังนี้ อาจกำลังเผชิญกับความรู้สึกไม่สบายจากการตั้งครรภ์ เช่น แพ้ท้อง ท้องผูก เหนื่อย หรือปวดหลัง ฮอร์โมนภายในกำลังเปลี่ยนแปลง อาจทำให้อารมณ์แปรปรวน ทำให้การควบคุมอารมณ์ต่ำลง อาจจะกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์และการคลอด รวมไปถึงวิธีการดูแลลูกน้อย อาจจะกังวลว่าสิ่งที่คุณจะกินหรือดื่มเข้าไปนั้นจะส่งผลต่ออะไรต่อลูกน้อยหรือไม่ วิธีการลดความเครียดของแม่ระหว่างตั้งครรภ์ การดูแลสุขภาพร่างกายที่ดีระหว่างตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญ เช่นเดียวกับการดูแลสุขภาพจิต เพื่อลดความเครียด สามารถทำได้ดังต่อไปนี้ การกินอาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงหาข้อมูลสิ่งที่คนท้องห้ามกิน และอาหารสิ่งใดที่มีประโยชน์ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ถึงแม้อาจจะทำยาก แต่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรกระทำ การออกกำลังกายเบา […]

สุขภาพจิตคุณแม่

การตั้งครรภ์ เป็นช่วงเวลามหัศจรรย์ที่มีตัวน้อย ๆ มาอยู่ในครรภ์ ดังนั้นคุณแม่จำเป็นต้องรักษาสุขภาพให้ดี เตรียมพร้อมสำหรับการให้กำเนิดลูกน้อย ซึ่งในช่วงเวลาระหว่างการตั้งครรภ์ก็สำคัญเหมือนกันนะ อย่าละเลยที่จะ ดูแลสุขภาพจิตระหว่างตั้งครรภ์ โดยวันนี้ Hello คุณหมอขอแนะนำเคล็ดลับดูแลจิตใจระหว่างตั้งครรภ์เล็กน้อยมาฝาก [health-tool template="due-date"] เคล็ดลับการ ดูแลสุขภาพจิตระหว่างตั้งครรภ์ การ ดูแลสุขภาพจิตระหว่างตั้งครรภ์ นั้นก็สำคัญไม่แพ้ช่วงหลังคลอด ดังนั้นคุณแม่ไม่ควรละเลย โดยมีเคล็ดลับ ได้แก่ การจัดลำดับความสำคัญในการดูแลตนเอง นั้นก็คือ อย่าทำงานหนักเกินไปและรู้ขีดจำกัดของตนเองในการทำ พยายามวางแผนงานประจำวันเพื่อหลีกเลี่ยงความเครียดและความวิตกกังวลที่ไม่จำเป็นรวมไปถึงหาเวลาว่างในการสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง การรับประทานอาหารที่ดี เช่น การกินข้าวโอ๊ต 1 ถ้วยจะทำให้คุณได้รับวิตามินบี 1 ซึ่งช่วยเพิ่มการผลิตเซโรโทนินในสมอง เป็นฮอร์โมนแห่งความสุข และช่วยลดอารมณ์แปรปรวน การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ สามารถช่วยป้องกันอาการป่วยทางจิตและความเครียดจากการตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากสารเอ็นดอร์ฟินจากการออกกำลังกายสามารถช่วยทำให้คุณแม่รู้สึกสบายตัวและนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงบรรเทาอาการปวดหลัง ช่วยแก้ท้องผูก พยายามเล่าความรู้สึกต่าง ๆ ให้เพื่อน สมาชิกในครอบครัว แพทย์ หรือพยาบาลผดุงครรภ์ฟัง ไม่ควรเก็บความรู้สึกไว้กับตนเองเพียงคนเดียว เข้าคอร์สเรียนสำหรับการฝากครรภ์ เพื่อพบเจอและแลกเปลี่ยนข้อมูลคนท้องคนอื่น การฝึกนั่งสมาธิ เพื่อให้จิตใจสงบลงหากคุณมีอาการรู้สึกว้าวุ่นใจ สิ่งที่แม่ตั้งครรภ์ไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากสุขภาพจิตพัง เมื่อเวลาคุณแม่ตั้งครรภ์ นั้นมีข้อห้ามมากมาย ซึ่งรวมไปถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนท้องคนอื่น ๆ […]

ช่วงเวลาหลังคลอด

ร่างกายผู้หญิง เมื่อเป็นแม่คนแล้วมีการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ อย่าง รวมไปถึงการมีน้ำนมเพื่อให้ลูกน้อยได้ดื่ม แต่อาจทำให้คุณแม่มีอาการ เต้านมคัด ได้ ซึ่งอาการเต้านมคัดเป็นเรื่องปกติของคน โดยคุณแม่สามารถป้องกันอาการเหล่านี้ได้ วิธีการมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย [health-tool template="due-date"] อาการ เต้านมคัด คืออะไร อาการเต้านมคัดเป็นอาการ คัด บวม แข็ง เต้านมจะร้อนที่เต้านมซึ่งส่งผลให้เจ็บหน้าอก เกิดจากการไหลเวียนของเลือดและปริมาณน้ำนมแม่ที่มีเพิ่มมากขึ้น มักเป็นทั้งเต้าและทั้ง 2 ข้าง แต่ไม่เป็นอันตรายอาจมีอาการนี้ในช่วงสองสามวันแรกหลังคลอดและจะหายไป โดยอาการเต้านมคัดของแม่อาจมีอาการอื่น ๆ รวมด้วย เช่น อาจมีไข้เล็กน้อย หัวนมสั้นลงจนลูกดูดนมไม่ได้ น้ำนมไหลไม่ดี สาเหตุของเต้านมคัด สาเหตุที่คุณแม่มีอาการคัดเต้านมนั้นมีหลายปัจจัย ซึ่งได้แก่ ร่างกายสร้างน้ำนมได้มากกว่าปริมาณที่ลูกต้องการ เว้นระยะการให้นมลูกนานเกินไป ลูกดูดนมแม่ไม่บ่อยพอ หรือลูกดูดนมแม่น้อยเกินไป ไม่ได้ระบายน้ำนมออกในช่วงที่ไม่ได้ให้นมลูก การให้ลูกหย่านมแม่เร็วเกินไป คุณแม่ให้นมลูกไม่ถูกวิธี หรืออยู่ผิดท่า ทำให้ลูกน้อยดูดนมไม่สะดวก จึงเกิดการระบายน้ำนมได้ไม่ดีเท่าที่ควร วิธีป้องกันการเต้านมคัด เพื่อบรรเทาความรู้สึกอาการไม่สบายจากการคัดเต้านม นอกจากการวิธีการให้นมลูกน้อยแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่สามารถป้องกันการคัดเต้านม ได้แก่ นวดหน้าอกขณะให้นม พยายามให้ลูกดูดน้ำนมจนหมดเต้า เรียนรู้วิธีให้ลูกน้อยดูดนมแม่ได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นท่าทางของแม่ หรือแม้แต่ลูกน้อย ใช้ลูกประคบอุ่นหรืออาบน้ำอุ่น เพื่อให้น้ำนมลดลง ให้นมลูกน้อยอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น […]

ช่วงเวลาหลังคลอด

อยากที่รู้ ๆ กันว่าน้ำนมแม่นั้นมีประโยชน์สำหรับลูกน้อย แต่คุณมาบางคนอาจไม่มีเวลาที่จะนำลูกน้อยมาเข้าเต้าเพื่อรับประทานน้ำนมแม่ แต่ในปัจจุบันการปั๊มน้ำนมเก็บไว้เป็นเรื่องที่สะดวกมากขึ้นในการเตรียใการเก็บน้ำนมให้ลูกน้อย แต่คุณแม่จำเป็นที่จะต้องรู้วิธี การเก็บน้ำนมแม่ ให้ถูกต้อง เอ๊ะ!! แล้วต้องทำอย่างไรหล่ะ มาดูคำตอบกันเลย [health-tool template="due-date"] นมแม่สามารถเก็บได้นานแค่ไหน เมื่อคุณแม่ปั๊มน้ำนมเสร็จแล้วคงสงสัยว่า นมแม่นั้นสามารถเก็บไว้ได้นานเท่าไร ซึ่งการเก็บแต่ละวิธีนั้น อาจทำให้ระยะช่วงเวลาในการเก็บน้ำนมนั้นไม่เท่ากัน ซึ่งมีดังนี้ เก็บนมไว้ที่อุณหภูมิห้อง นมแม่สามารถเก็บได้นานถึง 4-6 ชั่วโมงหลังจากปั๊มนม เก็บในแพ็คคูลเลอร์มีฉนวนพร้อมถุงน้ำแข็ง ซึ่งคุณแม่สามารถใส่นมแม่ลงในถุงเก็บความเย็นสามารถเก็บได้นานถึง 24 ชั่วโมงหลังปั๊มนม หากแช่ไว้ในตู้เย็น นมแม่สามารถอยู่ได้นานสูงสุดถึง 4 วัน ตู้แช่แข็งแบบเฉพาะ เมื่อคุณแม่คั้นน้ำนมออกมาใหม่สามารถเก็บไว้ที่ตู้แช่แข็งได้นานถึง 12 เดือน แต่ก็ควรใช้ให้หมดภายในหกเดือนจะดีกว่า ซึ่งหมายถึงก็ไม่ควรเก็บนานจนเกินไป เพราะคุณประโยชน์จากนมแม่อาจจะน้อยลง คุณแม่สามารถใช้แก้วที่สะอาดหรือขวดพลาสติกแข็งปลอดสาร BPA ที่มีฝาปิดแน่น หรือสามารถใช้ถุงพลาสติกพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับเพื่อเก็บน้ำนมแม่ และคุณแม่ไม่ควรใช้ที่เก็บนมแบบใช้แล้วทิ้งหรือถุงพลาสติกอื่น ๆ เพื่อเก็บน้ำนมแม่ เนื่องจากอาจมีความสะอาดไม่เพียงพอ หากลูกน้อยดื่มเข้าไป อาจทำให้ลูกน้อยป่วยได้ การเก็บน้ำนมแม่ ควรทำอย่างไร  ติดฉลากขวดนมพร้อมเขียนกำกับแสดงวันที่อย่างชัดเจน เพื่อนำน้ำนมแม่ที่คั้นก่อน ออกมาให้ลูกน้อยกินก่อน ควรแช่แข็งน้ำนมในปริมาณเล็กน้อย (2 ถึง […]

ช่วงเวลาหลังคลอด

การตั้งครรภ์เป็นเวลา 9 เดือน คือช่วงเวลาที่ครอบครัวรอคอยการเจอกับลูกน้อย แต่หลังจากที่คุณแม่คลอดลูกน้อยออกมาแล้ว ก็จะพบกับความสุข รวมไปถึงอาการเจ็บปวดที่คุณแม่อาจจะต้องเจอนั้นก็คือ ตะคริวหลังคลอด แล้ววิธีการบรรเทาอาการปวดสามารถทำได้อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย [health-tool template="due-date"] ตะคริวหลังคลอด คืออะไร คุณแม่อาจมีอาการเป็นตะคริวหลังคลอดและรู้สึกไม่สบายตัวหลังจากคลอดลูกน้อย เนื่องจากมดลูกมีการหดตัวและกลับสู่ขนาดปกติเหมือนก่อนตั้งครรภ์ โดยจะรู้สึกเจ็บท้องน้อย หรือปวดคล้าย ๆ กับปวดประจำเดือน โดยอาการมักจะรุนแรงขึ้น หากเป็นลูกคนที่สองหรือสาม ตะคริวหลังคลอดเป็นนานเท่าไร อาการตะคริวหลังคลอดมักไม่เป็นนานเท่าที่ควร หลังจากเมื่อมดลูกจะกลับสู่ภาวะปกติ ตะคริวของคุณแม่ก็อาจจะลดลง หรือหายไปภายใน 1 สัปดาห์ หรือเร็ว/ช้ากว่านั้นขึ้นอยู่กับสุขภาพคุณแม่แต่ละคน ตะคริวที่เกิดจากสภาวะอื่น ๆ เช่น อาการท้องผูกหรือการติดเชื้อ อาจจะใช้เวลาต่างกันไป และหากไม่ได้รับการรักษา อาการตะคริวก็จะยังคงอยู่กับคุณแม่ ดังนั้น หากคุณแม่รู้สึกเจ็บปวด อย่ารอช้าที่ไปตรวจหาอาการกับคุณหมอ สาเหตุของการเป็น ตะคริวหลังคลอด เป็นเรื่องปกติที่คุณแม่หลังคลอดอาจมีอาการเป็นตะคริวในช่องท้องส่วนล่าง หรืออาจปวดคล้าย ๆ กับการปวดประจำเดือน เนื่องจากมดลูกของผู้หญิงจะขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าของขนาดเดิมตลอดการตั้งครรภ์ และการเป็นตะคริวเกิดจากการที่มดลูกหดตัวกลับไปเป็นขนาดปกติที่เล็กลง รวมไปถึงสาเหตุอื่น ๆ ของการเป็นตะคริวหลังคลอดได้แก่ การผ่าคลอด อาการนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อผู้ที่คลอดบุตรทางช่องคลอดเท่านั้น ท้องผูก เนื่องจากการเคลื่อนไหวของลำไส้ยังไม่สมดุล และมีโปรเจสเตอโรน รวมไปถึงการกินอาหาร เช่น อาจไม่ค่อยได้กินพวกไฟเบอร์ ทำให้มีปริมาณไฟเบอร์ที่ต่ำ การติดเชื้อและอื่น […]

เคล็ดลับดูแลคุณแม่

การตรวจร่างกายหลังคลอด เป็นการตรวจหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายคุณแม่ทุกคน และการติดตามอาการนี้คุณควรให้ความสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา แต่การตรวจร่างกายหลังคลอด จะต้องตรวจอะไรบ้าง เพื่อไขข้อสงสัยวันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวมรวมสาระสำคัญมาให้คุณแม่มือใหม่กันแล้วค่ะ การตรวจร่างกายหลังคลอด สำคัญอย่างไร ในช่วง 6 สัปดาห์หลังคลอด ร่างกายของคุณจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี การตรวจร่างกาย หลังคลอดจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นการติดตามอาการของร่างกายตั้งแต่ในช่วงตั้งครรภ์ ยังทำให้แพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในช่วงหลังคลอด ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติทางร่างกายหรือทางจิตใจ และทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที ไม่กลายเป็นปัญหาเรื้อรังในภายหลัง การตรวจร่างกายหลังคลอด มีอะไรบ้าง ตรวจสุขภาพกาย แพทย์จะทำการวัดความดันโลหิต วัดน้ำหนัก ตรวจสอบช่องท้อง ช่องคลอด และมดลูก เพื่อให้ทราบถึงสภาพร่างกายและบาดแผลที่ได้รับจากการคลอดลูก เช่น รอยฟกช้ำ รอยฉีกขาด อีกทั้งยังเป็นการตรวจเพื่อดูให้แน่ใจว่ามดลูกของคุณหดกลับเป็นขนาดปกติหรือไม่ แพทย์อาจทำการตรวจร่างกาย ดังต่อไปนี้ ตรวจวัดความดันโลหิต เนื่องจากความดันโลหิตสามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติของร่างกายได้ นอกจากนี้ คุณแม่ตั้งครรภ์บางรายอาจมีปัญหาความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ แพทย์จึงทำเป็นต้องทำการตรวจความดันเพื่อดูว่าอยู่ในระดับที่เป็นปกติหรือไม่ ตรวจแผลผ่าคลอด สำหรับคุณแม่ที่ทำการผ่าคลอด แพทย์จะนัดตรวจดูแผล ประมาณ 2 สัปดาห์ หลังคลอด เพื่อดูว่าแผลหายเป็นปกติ หรือมีการติดเชื้อหรือไม่ ตรวจบริเวณอุ้งเชิงกราน เป็นการตรวจในบริเวณช่องคลอด มดลูกและปากมดลูก หากคุณคลอดแบบธรรมชาติและมีการฉีกขาดของมดลูก หรือมีการตัดปากมดลูกเพื่อช่วยในการคลอด แพทย์จะต้องตรวจดูบาดแผลให้แน่ใจว่าเป็นปกติหรือไม่ ตรวจเต้านม […]

เคล็ดลับดูแลคุณแม่

การตั้งครรภ์ส่งผลให้ร่างกายของคุณเปลี่ยนแปลงทั้งระดับฮอร์โมนรวมถึงสภาพผิว วิธีดูแลผิวของคุณแม่หลังคลอด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวให้กลับมาดีดังเดิมได้ เพราะความเครียดและภาวะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาผิวตามมา วันนี้เราจึงนำเคล็ดลับ การดูแลผิวแม่หลังคลอด มาฝาก เพื่อเป็นตัวช่วยเพิ่มออร่าให้กับคุณผู้หญิง ปัญหาผิวที่พบบ่อยของ คุณแม่หลังคลอด รอยแตกลายใน คุณแม่หลังคลอด เนื่องจากร่างกายของ คุณแม่หลังคลอด อาจสูญเสียน้ำจำนวนมาก จึงทำให้หลายส่วนในร่างกายเกิดรอยแตกลายขึ้นมา วิธีที่จะช่วยลดรอยแตกลายบนผิวได้ดีที่สุดคือ คุณควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หรือขัดผิวเพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าออก จุดด่างดำ ความเครียดในขณะตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อสุขภาพผิวที่ทำให้เกิดจุดด่างดำขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาจุดด่างดำที่อาจเกิดขึ้น คุณแม่ควรทำความสะอาดผิววันละ 2 ครั้ง ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยนต่อสภาพผิวของคุณ ฝ้า ในระหว่างตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนอาจทำให้เม็ดสีในร่างกายเปลี่ยนแปลง จนเกิดเป็นฝ้าบนใบหน้าได้ ซึ่งฝ้าเหล่านี้อาจจะไม่หายไปแม้ว่าจะคลอดบุตรแล้วก็ตาม คุณแม่หลังคลอด จึงควรดูแลผิวหน้าด้วยการพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการเกิดฝ้าและอาจใช้ผลิตภัณฑ์ลดฝ้าร่วมด้วยเพื่อช่วยลดอาการฝ้า ขอบตาคล้ำ รอยคล้ำใต้ตาหรือตาบวมเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ อีกทั้งยังแสดงถึงความเหนื่อยล้าที่ร่างกายได้รับหลังคลอด เพื่อสุขภาพผิวใต้ดวงตาคุณควรหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตาอาจช่วยให้คุณผ่อนคลายและมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้น สิว เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) ที่สูงขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ทำให้มีการผลิตน้ำมันซึ่งอุดตันรูขุมขนและกระตุ้นให้เกิดสิว การดูแลผิวแม่หลังคลอด จึงอาจต้องเน้นที่การดูแลใบหน้าเพื่อลดการเกิดสิว คุณแม่หลังคลอดควรดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า และทำความสะอาดใบหน้าทุกครั้งหลังการแต่งหน้า หรืออาจกินยาคุมกำเนิดเพื่อช่วยลดการเกิดสิว แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหากคุณยังจำเป็นต้องให้นมลูกอยู่ ผิวแพ้ง่าย คุณแม่หลังคลอด หลายคนประสบปัญหาผิวแพ้ง่ายหลังคลอด เช่น ผิวหนังไหม้ง่ายเมื่อถูกแสงแดด […]

เคล็ดลับดูแลคุณแม่

สำหรับคุณผู้หญิงที่ผ่านการคลอดลูก การดูแลแผลหลังคลอด เป็นสิ่งสำคัญ เพราะแผลทุกชนิดอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ อีกทั้งการดูแลแผลหลังคลอด อย่างเหมาะสม ยังช่วยให้คุณสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว วันนี้เราจึงนำวิธีการดูแล แผลหลังคลอด มาฝากคุณแม่มือใหม่ทุกคนกันค่ะ วิธี การดูแลแผลหลังคลอด มีอะไรบ้าง หลังจากการคลอด ทั้งการคลอดแบบธรรมชาติ และแบบผ่าคลอด ด้วยทำให้เกิด แผลหลังคลอด ด้วยกันทั้งสิ้น แต่แผลจะมีความแตกต่างกันออกไปตามรูปแบบของการคลอด ทำให้การดูแลแผลหลังคลอดย่อมแตกต่างกัน ดังนี้ การดูแลแผลหลังคลอดแบบธรรมชาติ การคลอดบุตรแบบธรรมชาติ อาจทำให้เกิด แผลหลังคลอด จากการฉีกขาดของปากช่องคลอดในระหว่างการคลอด สามารถดูแลบาดแผลได้ ดังนี้ การประคบน้ำแข็ง ใช้น้ำแข็งประคบบริเวณบาดแผลทันทีหลังจากคลอดบุตร เพื่อทำให้รู้สึกชา บรรเทาอาการปวด และช่วยลดอาการบวม แต่ระวังอย่าให้น้ำแข็งสัมผัสกับผิวโดยตรง และอย่าประคบนานเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแผลจากน้ำแข็งกัด ดูแลสุขอนามัย รักษาความสะอาดบริเวณบาดแผลทุกครั้งที่คุณปัสสาวะหรืออุจจาระ โดยล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างเบามือ หรืออาจใช้น้ำยาทำความสะอาดแผลแบบอ่อนโยนเช็ดบริเวณแผลวันละ 3 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าสู่บาดแผล ทำให้บริเวณบาดแผลแห้งอยู่เสมอ ควรเปิด แผลหลังคลอด ให้มีอากาศถ่ายเทมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด จะช่วยลดอาการเจ็บปวดได้ หลีกเลี่ยงการนั่งเป็นเวลานาน ในขณะที่แผลยังไม่สมานดี คุณอาจใช้นั่งทับห่วงยางเพื่อช่วยลดแรงกดที่บาดแผลได้ กินยาตามแพทย์สั่ง แพทย์จะสั่งยาที่ช่วยให้คุณลดอาการเจ็บปวดลง เช่น ยาแก้อักเสบ […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน สุขภาพคุณแม่ ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon