home

สุขภาพคุณแม่

"นับตั้งแต่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ คุณแม่ก็อาจจะทุ่มเทเวลาและแรงใจทั้งหมดที่มี เพื่อดูแลลูกน้อยให้มีสุขภาพดี แต่ สุขภาพคุณแม่ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญและไม่ควรละเลย เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การดูแลสุขภาพของคุณแม่ เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี และพร้อมสำหรับการเป็นแม่คน ได้ที่นี่ "

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพคุณแม่

น้ำนมของคุณแม่มีประโยชน์ต่อทารกแรกเกิดอย่างมาก เนื่องจากมีสารอาหารที่อาจช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของทารกแรกเกิดสามารถต่อสู้กับไวรัส แบคทีเรีย ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการเกิดโรคในทารก เช่น โรคภูมิแพ้ อย่างไรก็ตาม คุณแม่บางรายอาจประสบปัญหา น้ำนมน้อย ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของทารกได้ การเรียนรู้สาเหตุที่ทำให้น้ำนมน้อย และวิธีกระตุ้นน้ำนม อาจทำให้ทารกมีน้ำนมแม่กินอย่างเพียงพอ และช่วยส่งเสริมให้ทารกเจริญเติบโตได้อย่างสมวัย คุณแม่มีน้ำนมน้อย เกิดจากอะไร ปัจจัยที่ทำให้คุณแม่มีน้ำนมน้อย อาจเกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด เนื่องจากคุณแม่อาจนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเครียดมากขึ้น ส่งผลให้มีน้ำนมน้อย อีกทั้งการอดอาหารก็อาจส่งผลให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้น้อย และทารกไม่ได้รับสารอาหารจากนมแม่อย่างเพียงพอ คุณแม่จึงควรรับประทานอาหารให้เพียงพอต่อวัน โดยเน้นอาหารเพื่อสุขภาพที่ให้ทั้งพลังงานและสารอาหารที่หลากหลาย เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมูและเนื้อวัวไขมันต่ำหรือไร้ไขมัน ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ไข่ นมและผลิตภัณฑ์นม ข้าวกล้อง ผักใบเขียว บลูเบอร์รี่ ส้ม และควรดื่มน้ำเปล่าให้มาก ๆ นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้น้ำนมน้อยได้ เช่น การสูบบุหรี่ การใช้สมุนไพรและยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ภาวะเลือดออกรุนแรงหลังคลอด น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ […]

หัวข้อ สุขภาพคุณแม่ เพิ่มเติม

สุขภาพคุณแม่

ตรวจสุขภาพหลังคลอด เป็นการตรวจเช็กเพื่อให้มั่นใจว่าคุณแม่ฟื้นตัว และการดูแลตัวเองหลังคลอดเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งยังเป็นการตรวจสอบสุขภาพจิตใจ และอารมณ์หลังคลอดลูกน้อย นอกจากนั้น ยังเป็นการดูแลลูกน้อยหลังจากออกจากโรงพยาบาลว่ามีอาการใด ๆ เกิดขึ้นหรือไม่ [health-tool template=”due-date”] ทำไมคุณแม่ถึงควร ตรวจสุขภาพหลังคลอด เนื่องจาก หลังคลอดอาจเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายที่ส่งผลต่อคุณแม่และคุณพ่อ ดังนั้น คุณหมอจึงจะทำการนัดหมายสำหรับการตรวจสุขภาพหลังคลอด เพื่อตรวจสอบสุขภาพร่างกาย จิตใจ และอารมณ์หลังคลอดลูกน้อย นอกจากนั้น ยังเป็นการดูแลลูกน้อยหลังจากออกจากโรงพยาบาลว่ามีอาการใด ๆ เกิดขึ้นหรือไม่ หากมีอาการใด ๆ เกิดขึ้นอาจจะต้องมีการตรวจสอบบางสิ่งบางอย่างเพิ่มเติม ทั้งยังเป็นการสอบถามข้อมูลทั่วไปอีกด้วย การตรวจสุขภาพหลังคลอด คุณหมออาจจะนัดเพียง 1-2 ครั้ง หรืออาจมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์และอาการของคุณแม่ เมื่อไรที่ควรตรวจสุขภาพหลังคลอด  การตรวจสุขภาพหลังคลอด คุณหมออาจจะนัดหลังจากที่คุณแม่คลอดลูกน้อยประมาณ 4-6 สัปดาห์ ทั้งนี้ การทำการนัดหมายนั้นอาจจะขึ้นอยู่กับวิธีการคลอด อาการของคุณแม่ หรือดุลยพินิจของคุณหมอ ถ้าหากคุณแม่มีสัญญาณหรืออาการใด ๆ ก่อนที่คุณหมอนัดหมาย ก็สามารถไปหาคุณหมอก่อนได้ เผื่อมีปัจจัยใดที่เสี่ยงต่อสุขภาพคุณแม่จะได้รีบทำการรักษา ตรวจสุขภาพหลังคลอดมีอะไรบ้าง การตรวจสุขภาพหลังคลอด เป็นการตรวจเช็กเพื่อให้มั่นใจว่าคุณแม่ฟื้นตัว และการดูแลตัวเองหลังคลอดเป็นอย่างไร ซึ่งสิ่งที่คุณหมออาจตรวจ ได้แก่ การตรวจความดันโลหิต และหน้าท้อง หากคุณแม่มีการคลอดโดยวิธีการผ่าคลอด คุณหมออาจจะนัดหมายภายใน 2 สัปดาห์หลังคลอด เพื่อตรวจดูบาดแผลผ่าตัดว่าเป็นอย่างไร มีการติดเชื้อหรือภาวะเสี่ยงใด […]

สุขภาพจิตคุณแม่

ซึมเศร้าหลังแท้งลูก เป็นปัญหาสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ที่สูญเสียลูกในครรภ์ และบางครั้งก็อาจส่งผลต่อคุณพ่อได้เช่นกัน การรับรู้อาการและวิธีรับมือกับภาวะซึมเศร้าหลังแท้งลูกที่เหมาะสม อาจช่วยให้คุณแม่และคุณพ่อสามารถปรับความคิด จิตใจ และความรู้สึก ให้กลับสู่สภาวะที่ดีต่อสุขภาพได้เร็วขึ้น ซึมเศร้าหลังแท้งลูก คืออะไร ภาวะซึมเศร้าหลังแท้งลูก หมายถึงปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นหลังจากสูญเสียลูกในครรภ์ไป การสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันย่อมนำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจ บางคนอาจละทิ้งความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียและพร้อมเดินหน้าต่อได้ในทันที แต่บางคนก็อาจต้องการเวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี กว่าจะสามารถทำใจยอมรับความสูญเสีย และกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติหรือมีประสิทธิภาพเท่าเดิมอีกครั้ง และในช่วงเวลาทำใจนี้ อาจส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าหลังแท้งลูกได้ ปัญหาซึมเศร้าหลังแท้งบุตร ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคุณแม่เท่านั้น แต่อาจพบได้ในคุณพ่อด้วย มีงานศึกษาวิจัยที่พบว่า มีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าหลังภรรยาแท้งลูก แต่ผู้ชายส่วนใหญ่อาจสามารถทำใจได้เร็วกว่าผู้หญิง ทำให้ดูเหมือนว่าปัญหาซึมเศร้าหลังแท้งบุตรไม่ค่อยเกิดกับผู้ชาย ซึ่งไม่เป็นความจริง อาการของภาวะซึมเศร้าหลังแท้งบุตร อาการของภาวะซึมเศร้าหลังแท้งลูก อาจมีดังนี้ รู้สึกเศร้า ว่างเปล่า และสิ้นหวัง ร้องไห้บ่อย ไม่ยอมรับความจริงว่าเสียลูกไปแล้ว หงุดหงิด อารมณ์ไม่คงที่ รู้สึกเฉยชา หรือหมดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบทำ มีปัญหาในการนอนหลับ อาจเป็นได้ทั้งการนอนหลับมากเกินไป หรือนอนไม่หลับ กินอาหารน้อยเกินไปหรือมากเกินไป รู้สึกวิตกกังวล กระสับกระส่าย รู้สึกไร้ค่า รู้สึกผิด มีปัญหาด้านการจดจ่อ การจดจำสิ่งต่าง ๆ และการตัดสินใจ คิดทำร้ายตัวเอง หรือพยายามฆ่าตัวตาย เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกเศร้าหลังแท้งบุตร อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนหลังการแท้งบุตร อาจทำให้อาการข้างต้นยิ่งรุนแรงขึ้นได้ คู่ครองและสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวจึงควรเฝ้าดูแลและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพและเหตุการณ์ไม่คาดคิด วิธีรับมือภาวะซึมเศร้าหลังแท้งลูก แต่ละคนมีความสามารถในการรับมือกับความสูญเสียได้ต่างกัน บางคนอาจใช้เวลาสั้น บางคนอาจใช้เวลานาน อย่างไรก็ตาม หากเกิดภาวะซึมเศร้าหลังแท้งลูก คุณหมออาจใช้วิธีรักษาดังต่อไปนี้ ยาแก้ซึมเศร้า ช่วยปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง และบรรเทาอาการซึมเศร้า จิตบำบัด เป็นการให้คำปรึกษาด้านจิตใจ เช่น การพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล และปรึกษาปัญหาต่าง ๆ […]

สุขภาพจิตคุณแม่

ความเครียดเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เป็นความรู้สึกที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย แต่รู้หรือไม่ว่า เมื่อเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์แล้วควรหลีกเลี่ยงกับสิ่งที่กระตุ้นที่ทำให้เกิดความเครียด เพราะ ความเครียดของแม่ นั้นไม่ส่งผลดีต่อใครทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นตัวคุณแม่เอง หรือแม้แต่ลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ [health-tool template=”due-date”] ความเครียดของแม่ ส่งผลต่อคุณและลูกน้อยอย่างไร ความเครียดเรื้อรังหรือเครียดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงอาการปวดหัว การนอนหลับ การหายใจผิดปกติ และชีพจรเต้นเร็วขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณในด้านอื่น ๆ อีก เช่น ปัญหาด้านการกิน (การกินอาหารมาก/น้อยเกินไป หรืออาหารผิดประเภท) ผลการศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าความเครียดในครรภ์ของคุณแม่อาจส่งผลต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อย ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาด้านพฤติกรรมเมื่อทารกโตขึ้น และปัญหาด้านอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาบางอย่างในช่วงวัยเด็ก รวมไปถึงความเครียดสามารถเพิ่มโอกาสในการคลอดก่อนกำหนด (เกิดก่อน 37 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์) หรือทารกมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ อะไรทำให้เกิดความเครียดระหว่างตั้งครรภ์ สาเหตุของความเครียดสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์นั้นแตกต่างกันไป ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยในช่วงระหว่างตั้งครรภ์มีดังนี้ อาจกำลังเผชิญกับความรู้สึกไม่สบายจากการตั้งครรภ์ เช่น แพ้ท้อง ท้องผูก เหนื่อย หรือปวดหลัง ฮอร์โมนภายในกำลังเปลี่ยนแปลง อาจทำให้อารมณ์แปรปรวน ทำให้การควบคุมอารมณ์ต่ำลง อาจจะกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์และการคลอด รวมไปถึงวิธีการดูแลลูกน้อย อาจจะกังวลว่าสิ่งที่คุณจะกินหรือดื่มเข้าไปนั้นจะส่งผลต่ออะไรต่อลูกน้อยหรือไม่ วิธีการลดความเครียดของแม่ระหว่างตั้งครรภ์ การดูแลสุขภาพร่างกายที่ดีระหว่างตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญ เช่นเดียวกับการดูแลสุขภาพจิต เพื่อลดความเครียด สามารถทำได้ดังต่อไปนี้ การกินอาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงหาข้อมูลสิ่งที่คนท้องห้ามกิน และอาหารสิ่งใดที่มีประโยชน์ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ถึงแม้อาจจะทำยาก แต่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรกระทำ การออกกำลังกายเบา ๆ หรือกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลายอย่างเช่น โยคะ สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยจัดการกับความเครียดและเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอด รวมไปถึงการหางานอดิเรกทำ ฝึกการหายใจและการผ่อนคลาย พยายามไม่กดดันตัวเองมากจนเกินไป การวางแผนการทำงานล่วงหน้า และรู้ขีดจำกัดที่คุณสามารถจะรับไหว ลดงานบ้านบางสิ่งที่คุณไม่สามารถจัดการได้ ขอความช่วยเหลือจากคนที่คุณไว้วางใจ และยอมรับความช่วยเหลือจากพวกเขา ปรึกษาขอข้อมูลเพิ่มจากคุณหมอที่ดูแลคุณ […]

สุขภาพจิตคุณแม่

การตั้งครรภ์ เป็นช่วงเวลามหัศจรรย์ที่มีตัวน้อย ๆ มาอยู่ในครรภ์ ดังนั้นคุณแม่จำเป็นต้องรักษาสุขภาพให้ดี เตรียมพร้อมสำหรับการให้กำเนิดลูกน้อย ซึ่งในช่วงเวลาระหว่างการตั้งครรภ์ก็สำคัญเหมือนกันนะ อย่าละเลยที่จะ ดูแลสุขภาพจิตระหว่างตั้งครรภ์ โดยวันนี้ Hello คุณหมอขอแนะนำเคล็ดลับดูแลจิตใจระหว่างตั้งครรภ์เล็กน้อยมาฝาก [health-tool template=”due-date”] เคล็ดลับการ ดูแลสุขภาพจิตระหว่างตั้งครรภ์ การ ดูแลสุขภาพจิตระหว่างตั้งครรภ์ นั้นก็สำคัญไม่แพ้ช่วงหลังคลอด ดังนั้นคุณแม่ไม่ควรละเลย โดยมีเคล็ดลับ ได้แก่ การจัดลำดับความสำคัญในการดูแลตนเอง นั้นก็คือ อย่าทำงานหนักเกินไปและรู้ขีดจำกัดของตนเองในการทำ พยายามวางแผนงานประจำวันเพื่อหลีกเลี่ยงความเครียดและความวิตกกังวลที่ไม่จำเป็นรวมไปถึงหาเวลาว่างในการสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง การรับประทานอาหารที่ดี เช่น การกินข้าวโอ๊ต 1 ถ้วยจะทำให้คุณได้รับวิตามินบี 1 ซึ่งช่วยเพิ่มการผลิตเซโรโทนินในสมอง เป็นฮอร์โมนแห่งความสุข และช่วยลดอารมณ์แปรปรวน การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ สามารถช่วยป้องกันอาการป่วยทางจิตและความเครียดจากการตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากสารเอ็นดอร์ฟินจากการออกกำลังกายสามารถช่วยทำให้คุณแม่รู้สึกสบายตัวและนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงบรรเทาอาการปวดหลัง ช่วยแก้ท้องผูก พยายามเล่าความรู้สึกต่าง ๆ ให้เพื่อน สมาชิกในครอบครัว แพทย์ หรือพยาบาลผดุงครรภ์ฟัง ไม่ควรเก็บความรู้สึกไว้กับตนเองเพียงคนเดียว เข้าคอร์สเรียนสำหรับการฝากครรภ์ เพื่อพบเจอและแลกเปลี่ยนข้อมูลคนท้องคนอื่น การฝึกนั่งสมาธิ เพื่อให้จิตใจสงบลงหากคุณมีอาการรู้สึกว้าวุ่นใจ สิ่งที่แม่ตั้งครรภ์ไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากสุขภาพจิตพัง เมื่อเวลาคุณแม่ตั้งครรภ์ นั้นมีข้อห้ามมากมาย ซึ่งรวมไปถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนท้องคนอื่น ๆ เพราะร่างกายของแต่ละบุคคลนั้นไม่เหมือนกัน รวมไปถึงอาการต่าง ๆ โดยร่วมด้วย อย่ากังวล หรือกลัวที่จะบอกกับบุคลากรทางการแพทย์ว่าคุณรู้สึกอย่างไร เวลาไปหาคุณหมอตามใบนัด และขอข้อมูลเพื่อเติมหากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ […]

ช่วงเวลาหลังคลอด

เต้านมคัด เป็นหนึ่งในอาการที่ผู้หญิงแทบทุกคนต้องเผชิญหลังจากคลอดลูก เนื่องจากร่างกายผู้หญิงจะมีการผลิตน้ำนมเพื่อให้ลูกน้อยได้ดื่ม จึงมักทำให้คุณแม่มีอาการเต้านมคัดได้  จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและหาวิธีรับมือหากเกิดอาการเต้านมคัดที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวด อาการเต้านมคัด  อาการเต้านมคัดเป็นอาการที่เต้านมเกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผลิตน้ำนม ทำให้เกิดการคัด บวม แข็ง ส่งผลรู้สึกเจ็บได้ ทั้งนี้ อาการเต้านมคัดเกิดจากการไหลเวียนของเลือดและปริมาณน้ำนมแม่ที่มีเพิ่มมากขึ้น มักเป็นทั้งเต้าและทั้ง 2 ข้าง แต่ไม่เป็นอันตราย โดยคุณแม่หลังคลอดอาจมีอาการนี้ในช่วงสองสามวันแรกและมักหายไปเอง เมื่อเต้านมคัดอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น อาจมีไข้เล็กน้อย หัวนมสั้นลงจนลูกดูดนมไม่ได้ น้ำนมไหลไม่ดี สาเหตุเต้านมคัด สาเหตุที่คุณแม่มีอาการคัดเต้านมนั้นมีหลายปัจจัย ซึ่งได้แก่ ร่างกายสร้างน้ำนมได้มากกว่าปริมาณที่ลูกต้องการ เว้นระยะการให้นมลูกนานเกินไป ลูกดูดนมแม่ไม่บ่อยพอ หรือลูกดูดนมแม่น้อยเกินไป ไม่ได้ระบายน้ำนมออกในช่วงที่ไม่ได้ให้นมลูก การให้ลูกหย่านมแม่เร็วเกินไป คุณแม่ให้นมลูกไม่ถูกวิธี หรืออยู่ผิดท่า ทำให้ลูกน้อยดูดนมไม่สะดวก จึงเกิดการระบายน้ำนมได้ไม่ดีเท่าที่ควร วิธีป้องกันเต้านมคัด เพื่อบรรเทาความรู้สึกอาการไม่สบายจากการคัดเต้านม นอกจากการวิธีการให้นมลูกน้อยแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่สามารถป้องกันการคัดเต้านม ได้แก่ นวดหน้าอกขณะให้นม พยายามให้ลูกดูดน้ำนมจนหมดเต้า เรียนรู้วิธีให้ลูกน้อยดูดนมแม่ได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นท่าทางของแม่ หรือแม้แต่ลูกน้อย ใช้ลูกประคบอุ่นหรืออาบน้ำอุ่น เพื่อให้น้ำนมลดลง ให้นมลูกน้อยอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น หรืออย่างน้อยทุก ๆ หนึ่งถึงสามชั่วโมง หากลูกน้อยง่วงนอนคุณแม่อาจจำเป็นที่จะต้องปลุกลูกน้อยและกระตุ้นให้ดูดนม นั้นหมายถึงในช่วงเวลากลางคืนด้วย ไม่อย่างนั้นเต้านมจะคัดในเช้าวันรุ่งขึ้นอีก แต่ถ้าไม่สามารถให้นมลูกได้ตามเวลา ควรบีบน้ำนมออกเก็บไว้ […]

ช่วงเวลาหลังคลอด

วิธีเก็บนมแม่ สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ต้องการปั๊มน้ำนมเก็บไว้ให้ลูกน้อยได้ดื่มเวลาที่คุณแม่ไม่อยู่บ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่สะดวกมากขึ้นในการเตรียมเก็บน้ำนมให้ลูกน้อย แต่สิ่งสำคัญสำหรับคุณแม่คือ จำเป็นที่จะต้องรู้วิธี การเก็บนมแม่ให้ถูกต้อง เพราะน้ำนมแม่นั้นมีประโยชน์สำหรับลูกน้อย แต่หากเก็บรักษาไม่ถูกวิธีอาจลดทอนคุณค่าสารอาหารไปได้ นมแม่เก็บได้นานแค่ไหน เมื่อคุณแม่ปั๊มน้ำนมเสร็จแล้วอาจสงสัยว่า นมแม่นั้นสามารถเก็บไว้ได้นานเท่าไร ซึ่งการเก็บแต่ละวิธีนั้น อาจทำให้ระยะช่วงเวลาในการเก็บน้ำนมนั้นไม่เท่ากัน   เก็บนมไว้ที่อุณหภูมิห้อง นมแม่สามารถเก็บได้นาน 4-6 ชั่วโมงหลังจากปั๊มนม เก็บในแพ็คคูลเลอร์มีฉนวนเก็บความเย็นพร้อมถุงน้ำแข็ง ซึ่งคุณแม่ใส่นมแม่ลงในถุงเก็บความเย็นสามารถเก็บได้นาน 24 ชั่วโมงหลังปั๊มนม หากแช่ไว้ในตู้เย็น นมแม่สามารถอยู่ได้นาน 4 วัน ตู้แช่แข็งแบบเฉพาะ เมื่อคุณแม่คั้นน้ำนมออกมาใหม่สามารถเก็บไว้ที่ตู้แช่แข็งได้นาน 12 เดือน แต่ควรใช้ให้หมดภายในหกเดือน เพราะถึงอย่างไรเสียก็ไม่ควรเก็บนานนมแม่ไว้นานจนเกินไป เพราะคุณประโยชน์จากนมแม่อาจน้อยลง อุปกรณ์สำหรับเก็บนมแม่ คุณแม่สามารถใช้แก้วที่สะอาดหรือขวดพลาสติกแข็งปลอดสาร BPA ที่มีฝาปิดแน่น หรือสามารถใช้ถุงพลาสติกพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับเพื่อเก็บน้ำนม  ที่สำคัญคุณแม่ไม่ควรใช้ที่เก็บนมแบบใช้แล้วทิ้งหรือถุงพลาสติกอื่น ๆ เพื่อเก็บน้ำนมแม่ เนื่องจากอาจมีความสะอาดไม่เพียงพอ หากลูกน้อยดื่มเข้าไป อาจทำให้ลูกน้อยป่วยได้ วิธีเก็บนมแม่ ควรทำอย่างไร  ติดฉลากขวดนมพร้อมเขียนกำกับแสดงวันที่อย่างชัดเจน เพื่อนำน้ำนมแม่ที่ปั๊มออกมาก่อน ออกมาให้ลูกน้อยกินก่อน ควรแช่แข็งน้ำนมในปริมาณเล็กน้อย (2 ถึง 4 ออนซ์ หรือ ¼ ถึง ½ ถ้วย) เท่านั้น เพื่อให้พอดีกับปริมาณที่ลูกน้อยควรกินในแต่ละครั้ง ปิดปากถุง หรือปากขวดที่เก็บน้ำนมแม่ให้สนิท ควรเก็บนมไว้ที่ช่องแช่แข็ง สิ่งที่ไม่ควรทำสำหรับ […]

ช่วงเวลาหลังคลอด

การตั้งครรภ์เป็นเวลา 9 เดือน คือช่วงเวลาที่ครอบครัวรอคอยการเจอกับลูกน้อย แต่หลังจากที่คุณแม่คลอดลูกน้อยออกมาแล้ว ก็จะพบกับความสุข รวมไปถึงอาการเจ็บปวดที่คุณแม่อาจจะต้องเจอนั้นก็คือ ตะคริวหลังคลอด แล้ววิธีการบรรเทาอาการปวดสามารถทำได้อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย [health-tool template=”due-date”] ตะคริวหลังคลอด คืออะไร คุณแม่อาจมีอาการเป็นตะคริวหลังคลอดและรู้สึกไม่สบายตัวหลังจากคลอดลูกน้อย เนื่องจากมดลูกมีการหดตัวและกลับสู่ขนาดปกติเหมือนก่อนตั้งครรภ์ โดยจะรู้สึกเจ็บท้องน้อย หรือปวดคล้าย ๆ กับปวดประจำเดือน โดยอาการมักจะรุนแรงขึ้น หากเป็นลูกคนที่สองหรือสาม ตะคริวหลังคลอดเป็นนานเท่าไร อาการตะคริวหลังคลอดมักไม่เป็นนานเท่าที่ควร หลังจากเมื่อมดลูกจะกลับสู่ภาวะปกติ ตะคริวของคุณแม่ก็อาจจะลดลง หรือหายไปภายใน 1 สัปดาห์ หรือเร็ว/ช้ากว่านั้นขึ้นอยู่กับสุขภาพคุณแม่แต่ละคน ตะคริวที่เกิดจากสภาวะอื่น ๆ เช่น อาการท้องผูกหรือการติดเชื้อ อาจจะใช้เวลาต่างกันไป และหากไม่ได้รับการรักษา อาการตะคริวก็จะยังคงอยู่กับคุณแม่ ดังนั้น หากคุณแม่รู้สึกเจ็บปวด อย่ารอช้าที่ไปตรวจหาอาการกับคุณหมอ สาเหตุของการเป็น ตะคริวหลังคลอด เป็นเรื่องปกติที่คุณแม่หลังคลอดอาจมีอาการเป็นตะคริวในช่องท้องส่วนล่าง หรืออาจปวดคล้าย ๆ กับการปวดประจำเดือน เนื่องจากมดลูกของผู้หญิงจะขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าของขนาดเดิมตลอดการตั้งครรภ์ และการเป็นตะคริวเกิดจากการที่มดลูกหดตัวกลับไปเป็นขนาดปกติที่เล็กลง รวมไปถึงสาเหตุอื่น ๆ ของการเป็นตะคริวหลังคลอดได้แก่ การผ่าคลอด อาการนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อผู้ที่คลอดบุตรทางช่องคลอดเท่านั้น ท้องผูก เนื่องจากการเคลื่อนไหวของลำไส้ยังไม่สมดุล และมีโปรเจสเตอโรน รวมไปถึงการกินอาหาร เช่น อาจไม่ค่อยได้กินพวกไฟเบอร์ ทำให้มีปริมาณไฟเบอร์ที่ต่ำ การติดเชื้อและอื่น ๆ แม้ว่าจะพบได้น้อย แต่ก็เป็นไปได้ที่จะเกิดการติดเชื้อหลังคลอด […]