เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

การเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ คืออีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จ และมีความปลอดภัยทั้งต่อตัวแม่และทารกในครรภ์ เรียนรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับการ เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์ ตั้งแต่การตรวจสุขภาพ การเตรียมร่างกาย ตลอดไปจนถึงการเจริญพันธุ์ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

อยากมีลูกต้องทำไง

อยากมีลูกต้องทำไง อาจเป็นหนึ่งในคำถามที่ผู้ต้องการมีลูก และผู้ที่มีลูกยากอยากทราบคำตอบมากที่สุด ปัญหามีลูกยากอาจมาจากคุณภาพไข่หรืออสุจิไม่ดี พฤติกรรมการใช้ชีวิต เป็นต้น อย่างไรก็ดี อาจมีหลายวิธีที่สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ และการทราบสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีลูกยาก ก็อาจทำให้สามารถหาวิธีเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น [embed-health-tool-ovulation] ปัญหาที่ทำให้มีลูกยาก ภาวะมีบุตรยากพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้  อายุ 35 ปีขึ้นไป เนื่องจากอายุที่มากขึ้นอาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ ทำให้คุณภาพไข่ของผู้หญิงและจำนวนอสุจิของผู้ชายลดลง ส่งผลกระทบต่อการมีลูก น้ำหนักตัวน้อยหรือมากกว่าเกณฑ์ อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย หากน้ำหนักเกินเกณฑ์หรือเป็นโรคอ้วน อาจส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนมากเกินไป ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุลกัน และอาจไปขัดขวางการตกไข่ของผู้หญิงและการผลิตอสุจิของผู้ชาย หรือหากมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์อาจส่งผลให้ไม่มีสารอาหารไปกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนที่ทำให้ไข่ตกหรือผลิตอสุจิ  สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่อาจส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ได้ เนื่องจากสารต่าง ๆ ในบุหรี่ เช่น นิโคติน สารตะกั่ว แคดเมียม อาจทำให้อสุจิผิดปกติและไม่แข็งแรงพอที่จะเข้าไปผสมกับไข่ รวมถึงอาจลดประสิทธิภาพการทำงานมดลูกที่เป็นที่ฝังตัวของตัวอ่อนด้วย ท่อนำไข่อุดตัน หากท่อนำไข่ข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้างอุดตัน อาจทำให้ไข่ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปยังท่อนำไข่ และอสุจิไม่สามารถเคลื่อนเข้าสู่รังไข่ได้ จึงส่งผลให้ไม่มีการปฏิสนธิและการตั้งครรภ์  เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เกิดจากเยื่อบุมดลูกไปเจริญภายนอกมดลูก ซึ่งอาจส่งผลให้การทำงานของรังไข่ มดลูก และท่อนำไข่ผิดปกติ จนเกิดภาวะมีบุตรยาก  อยากมีลูกต้องทำไง  เคล็ดลับเหล่านี้อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้  นับวันตกไข่ ทำความเข้าใจเรื่องวงจรการตกไข่และวิธีนับวันตกไข่อย่างถูกต้อง ควรมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 5 วันก่อนถึงวันตกไข่และในวันตกไข่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ […]

หัวข้อ เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์ เพิ่มเติม

เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

ท้องแรก ดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อสุขภาพครรภ์ที่แข็งแรง

ท้องแรก สำหรับผู้หญิงทุกคนนอกเหนือไปจากความยินดีแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความกังวลใจโดยเฉพาะการดูแลสุขภาพตนเองและลูกน้อยที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์ จึงจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจากแพทย์และได้รับการตรวจครรภ์เป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดีของแม่และเด็ก  ว่าที่คุณแม่และคุณพ่อมือใหม่ควรเตรียมตัวให้พร้อมมากที่สุด สิ่งที่ควรทำของคุณแม่ท้องแรกมีอะไรบ้าง สำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เป็นท้องแรก จำเป็นต้องดูแลตัวเองให้ถูกต้อง โดยรับคำแนะนำจากคุณหมอ หรือศึกษาอ่านหาความรู้เพิ่มเติม โดยทั่วไปแล้ว การดูแลตัวเองในเบื้องต้นทำได้ดังนี้ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ก่อนตั้งครรภ์ คุณแม่อาจชอบกินอาหารที่มีรสจัด ทั้งเผ็ดจัด เค็มจัด หรือหวานจัด แต่เมื่อตั้งครรภ์แล้ว อาหารที่กินเข้าไป ควรจะต้องเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพของแม่และเด็กในครรภ์ โดยเฉพาะกลุ่มสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ ได้แก่  กรดโฟลิค (Folic Acid) หรือโฟเลต มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของความบกพร่องของท่อประสาทและกระดูกไขสันหลัง คุณแม่ควรได้รับกรดโฟลิคตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ และในระหว่างตั้งครรภ์ โดยปริมาณของกรดโฟลิคที่สตรีมีครรภ์ควรได้รับคือประมาณ 600 ไมโครกรัมต่อวัน วิตามินดี มีส่วนช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง ทั้งยังมีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสเฟต ทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมและฟอสเฟตในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของแม่และเด็ก ออกกำลังกาย การออกกำลังกายสำคัญสำหรับคนทุกเพศและทุกวัย คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือเตรียมพร้อมที่จะตั้งครรภ์ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน เพื่อลดความเสี่ยงการมีน้ำหนักเกินขณะตั้งครรภ์ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะสุขภาพอย่างเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือภาวะครรภ์เป็นพิษ ทั้งยังช่วยให้สุขภาพของคุณแม่แข็งแรง และช่วยให้ร่างกายเตรียมพร้อมต่อการคลอด หรืออาจทำให้คลอดง่ายขึ้นด้วย มากไปกว่านั้น การออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์ ยังสามารถช่วยรักษาสมดุลของระดับฮอร์โมนในร่างกาย และป้องกันการนอนไม่หลับ หนึ่งในปัญหาที่พบได้มากในคุณแม่ตั้งครรภ์อีกด้วย นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นกิจวัตรสำคัญที่ทุกคนควรยึดถือและปฏิบัติตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรพักผ่อนน้อยหรือนอนดึก เนื่องจากขณะตั้งครรภ์ เป็นช่วงที่ร่างกายของคุณแม่อ่อนล้ามากเป็นพิเศษ จึงจำเป็นที่จะต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดปัญหาสุขภาพ   เช่น […]

เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ อาจนำไปสู่การปฏิบัติตนที่ไม่ถูกต้องในการดูแลรักษาสุขภาพขณะตั้งครรภ์ และอาจส่งผลต่อภาวะการเจริญเติบโตของลูกน้อยได้ หากได้ยินเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมา หรือความเชื่อจากคนรอบข้าง คุณแม่และคุณพ่อมือใหม่อาจต้องค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งความรู้ที่เชื่อถือได้ หรือปรึกษาสอบถามจากคุณหมอถึงความเชื่อเหล่านั้น ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์คุณพ่อคุณแม่มักศึกษาหาข้อมูลเพื่อดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยและแข็งแรงมากที่สุด แต่อาจได้รับข้อมูลหรือความเชื่อที่แน่ใจว่าจริงหรือเท็จ สำหรับความเชื่อที่มักได้ยินกันบ่อย ๆ ได้แก่ ความเชื่อที่ 1 การรับประทานอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งมาก ๆ ในช่วงตั้งครรภ์ อาจทำให้ลูกแพ้อาหารเหล่านั้น บางคนอาจจะเคยได้ยินว่า หากในช่วงที่กำลังท้องอยู่ คุณแม่รับประทานอาหารบางอย่างมาก ๆ เช่น ถั่ว นม  กุ้ง อาจทำให้ลูกที่เกิดมามีอาการแพ้อาหารเหล่านั้นได้ ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิด การรับประทานอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งในช่วงตั้งครรภ์มาก ๆ นั้นไม่ได้ส่งผลอะไรให้ลูกน้อยแพ้อาหารเหล่านั้นเมื่อคลอดออกมา เว้นเสียแต่ว่าตัวคุณแม่จะมีโรคภูมิแพ้ต่ออาหารเหล่านั้นอยู่ก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งในปริมาณที่มากเกินไปย่อมไม่เป็นผลดีทั้งต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้ ควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายและพอดี  ที่สำคัญคือการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่และลูกน้อย ความเชื่อที่ 2 คุณแม่ควรรับประทานอาหารเผื่อลูกในท้อง เมื่อตั้งครรภ์ คุณแม่หลายคนอาจจะเริ่มบำรุงร่างกาย และรับประทานอาหารให้มากขึ้น เพราะต้องการเผื่อลูกน้อย แต่ในความเป็นจริงแล้ว แม้ว่าคุณแม่นั้นควรจะได้รับแคลอรี่ที่เพียงพอต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ แต่ไม่ควรรับประทานอาหารมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ มีงานวิจัยที่พบว่า คุณแม่ที่รับประทานอาหารมากเกินไปขณะตั้งครรภ์ อาจทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และโรคหัวใจ เมื่อลูกน้อยเกิดมาก็อาจเสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้ด้วย คุณแม่ควรค่อย ๆ เพิ่มปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับไปในแต่ละไตรมาสของการตั้งครรภ์ และเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ และดีต่อสุขภาพ ความเชื่อที่ […]

เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

วิตามินก่อนคลอด สำคัญต่อคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างไร

วิตามินก่อนคลอด หรือวิตามินบำรุงครรภ์ เป็นอาหารเสริมสำหรับผู้หญิงที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ และผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนมากขึ้น เพราะการรับประทานอาหารอย่างเดียวในแต่ละวันอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ช่วยบำรุงสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์รวมทั้งช่วยบำรุงสุขภาพของทารกในครรภ์ด้วย ทำความรู้จักกับ วิตามินก่อนคลอด (Prenatal Vitamins) วิตามินก่อนคลอด หรือ วิตามินบำรุงครรภ์ (Prenatal Vitamins) เป็นอาหารเสริมที่มีวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ เพราะการรับประทานอาหารอย่างเดียวอาจจะยังไม่เพียงพอ สำหรับหญิงตั้งครรภ์บางรายอาจจำเป็นที่จะต้องรับประทานอาหารเสริมเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารสำคัญหรือวิตามินอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ วิตามินก่อนคลอดจะช่วยในการป้องกันความผิดปกติที่อาจเกิดกับทารกในครรภ์อีกด้วย ทำไมวิตามินก่อนคลอดจึงสำคัญ ในระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายจะต้องการกรดโฟลิกและธาตุเหล็กมากกว่าปกติเนื่องจากเหตุผลดังต่อไปนี้ กรดโฟลิก (Folic acid) กรดโฟลิก เป็นวิตามินที่สำคัญที่สุดเมื่อวางแผนจะตั้งครรภ์ เพราะเป็นวิตามินบีที่เซลล์ในร่างกายต้องการ เพื่อช่วยในการเจริญเติบโตและพัฒนาของทารกในครรภ์ การรับประทานกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัมต่อวันเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเกี่ยวกับสมองและกระดูกสันหลัง ที่เรียกว่า ข้อบกพร่องของระบบประสาท (NTDs) ของทารกได้ ซึ่งข้อบกพร่องเหล่านี้เป็นความผิดปกติอย่างร้ายแรงต่อสมองของทารกในครรภ์ รวมถึงไขสันหลังด้วย สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ ควรเริ่มรับประทานกรดโฟลิกอย่างน้อย 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ หรือผู้หญิงบางคนที่เคยตั้งครรภ์ หากเคยได้รับผลกระทบจากโรคไตวายเรื้อรัง ร่างกายจำเป็นต้องได้รับกรดโฟลิกมากขึ้น ธาตุเหล็ก (Iron) ธาตุเหล็กจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของรกและทารกในครรภ์ นอกจากนั้น ยังช่วยให้ร่างกายสร้างเลือด เพื่อส่งออกซิเจนไปยังทารกในครรภ์ ที่สำคัญ ธาตุเหล็กยังช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ซึ่งเป็นสภาวะที่เลือดมีจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงต่ำ อย่างไรก็ตามในการรับประทานวิตามินก่อนคลอดหรืออาหารเสริมใดใด ควรปรึกษาคุณหมอและขอคำแนะนำสำหรับข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องการรับประทานวิตามิน เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์และทารกด้วย เมื่อไหร่ที่ควรจะเริ่มรับประทานวิตามินก่อนคลอด สำหรับระยะเวลาที่ควรรับประทานวิตามินก่อนคลอดคือ อย่างน้อย […]

เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

คุณพ่อมือใหม่ ควรเตรียมตัวอย่างไรเมื่อจะมีลูก

แน่นอนว่า การมีลูก ถือเป็นความใฝ่ฝันสำหรับหลายๆ ครอบครัวเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเหล่าคุณผู้ชายทั้งหลายจะต้องกลายเป็น คุณพ่อมือใหม่ ควรจะต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ที่กำลังจะเกิดมา ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกันในบทความนี้ จะเป็น คุณพ่อมือใหม่ ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เมื่อรู้ว่าจะได้เป็น คุณพ่อมือใหม่ อย่างแรกที่จะเปลี่ยนไปก็คือชีวิตของคุณผู้ชายนั่นเอง แต่การจะเป็น คุณพ่อมือใหม่ได้ควรจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ลองมาดูกัน เริ่มต้นด้วยการหาข้อมูลต่างๆ แม้คุณอาจจะไม่ใช่คนที่อุ้มท้อง แต่ก็ไม่ได้หวายความว่าคุณจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การตั้งครรภ์และการเกิดของลูกน้อย ดังนั้น ลองเข้าไปศึกษาข้อมูลต่างๆ จากการอ่านหนังสือ กลุ่มออนไลน์ หรือรับข่าวสารจากการตั้งครรภ์ดู เพื่อจะได้ปฏิบัติตัวถูกหากคู่ของคุณกำลังประสบกับอาการระหว่างการตั้งครรภ์ หรือ อาการแพ้ท้อง การทำความเข้าใจกับสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถช่วยสนับสนุนคู่ของคุณได้ดีขึ้น นอกจากนั้นควรศึกษาถึงเรื่องการทำคลอดในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการคลอดธรรมชาติ การผ่าคลอด รวมถึงเรื่องของการดูแลทารก การเลี้ยงลูกด้วยนม การเปลี่ยนผ้าอ้อม และอื่นๆ เพราะเมื่อถึงเวลาที่เกิดขึ้นจริง มันจะทำให้คุณสามารถรับมือได้อย่างราบรื่นขึ้น นอกจากนั้นยังควรทำสิ่งเหล่านี้ เรียนรู้พื้นฐานในชั้นเรียนคลอดบุตร พูดคุยกับคู่ของคุณเกี่ยวกับการจัดการความเจ็บปวดระหว่างคลอด เรียนรู้การนวดเพื่อช่วยให้คู่ของคุณรู้สึกดีขึ้น ชมสถานที่ที่มาการวางแผนการเกิด ศึกษาเส้นทางที่ดีที่สุดไปยังสถานที่ที่ฝากครรภ์เอาไว้ เตรียมหมายเลขสำคัญเอาไว้ในโทรศัพท์ รักษาสุขภาพให้ดี ก่อนที่ลูกน้อยของคุณจะเกิดมา เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะมุ่งเน้นไปยังสุขภาพของตัวเอง หากคุณสูบบุหรี่ก็ควรพยายามเลิก เพราะการที่ทารกในครรภ์ได้รับควันบุหรี่ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดได้ ตรวจสอบนิสัยการกินว่าเป็นอย่างไร การกินอาหารที่ดีจะช่วยเติมพลังให้กับการเป็นคุณพ่อมือใหม่ ลองเพิ่มอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์เข้าไปในมื้ออาหาร และพยายามไปพบคุณหมอเพื่อตรวจสุขภาพของตัวเอง ใช้เวลาที่พิเศษกับคู่ของคุณ ตั้งแต่วินาทีที่รู้ว่าคุณกำลังจะมีลูก แน่นอนว่าคุณกำลังจะมีความสุขเพิ่มขึ้น แต่เมื่อชีวิตจะกลายเป็น 3 คน […]

เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

ปัจจัยที่ทำให้มีลูกแฝด มีอะไรบ้าง

หลายๆ ครอบครัว หลังจากแต่งงาน แผนต่อไปคือการวางแผนที่จะมีลูก บางครอบครัวก็อยากจะท้องลูกแฝด เพราะถือว่าท้องครั้งเดียวได้ลูกถึง 2 คน สำหรับบางคนก็อาจจะมากกว่านั้น ซึ่งถือว่าคุ้มมากเลยทีเดียว แถมเด็กแฝดยังมีความน่ารัก สามารถให้ใส่เสื้อผ้าเหมือนกัน มีของใช้เหมือนกัน ดูน่ารัก จึงทำให้ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ บางคู่อยากจะมีลูกแฝดขึ้นมาเลยทีเดียว วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ปัจจัยที่ทำให้มีลูกแฝด มาฝากกันค่ะ ปัจจัยเหล่านี้ อาจเป็น ปัจจัยที่ทำให้มีลูกแฝด ได้  พันธุกรรม การที่มีคนในครอบครัวมีลูกแฝดนั้น เป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดว่าคุณมีโอกาสที่จะสามารถมีลูกแฝดได้สูงขึ้น หากคุณเองก็เป็นฝาแฝดหรือญาติทางฝั่งแม่มีลูกแฝด โอกาสในการมีลูกแฝดก็เพิ่มมากขึ้น เพราะพันธุกรรมในการมีลูกแฝดนั้นจะถ่ายทอดมาจากทางฝั่งแม่มากกว่า อีกเหตุผลหนึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับ Hyperovulation คือ สถานการณ์ที่ร่างกายแม่ตกไข่จากรังไข่ตั้งแต่ 2 ฟองขึ้นไปในช่วงตกไข่ ทำให้มีโอกาสเกิดลูกแฝดได้มากขึ้น ซึ่ง Hyperovulation นั้นสามารถส่งผ่านทาง DNA ได้ อายุ อายุ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการมีลูกแฝดได้ เมื่อคุณอยู่ในช่วงอายุ 35-40 ปี จะโอกาสสูงในการมีลูกแฝด เนื่องจากผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพราะอยู่ในวัยใกล้หมดประจำเดือน ทำให้ร่างกายอาจถูกกระตุ้นให้ตกไข่มากกว่า 1 ฟองในช่วงตกไข่ ความสูง ดูเหมือนว่าผู้หญิงที่มีรูปร่างสูง จะมีโอกาสในการมีลูกแฝดสูงกว่า อาจจะฟังดูแปลก ๆ ว่าการมีลูกแฝดนั้นเกี่ยวข้องอะไรกับความสูงของผู้หญิง แต่จากงานวิจัยในปี 2006 พบว่าผู้หญิงที่มีลูกแฝดนั้นมักมีความสูงมากกว่าความสูงเฉลี่ยของผู้หญิงทั่วไป […]

เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

ตั้งครรภ์อย่างไร ให้แข็งแรง เมื่อก้าวเข้าสู่ วัย 40

ปัจจุบันการ ตั้งครรภ์ในวัย 40 ถือเป็นเรื่องที่ปกติมากขึ้น แม้ว่าผู้หญิงหลายคนอาจเลือกที่จะมีลูกกันเร็ว ๆ เพราะถือว่าเป็นช่วงอายุที่เหมาะสม การ ตั้งครรภ์ วัย 40 ควรจะพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียอย่างถี่ถ้วน เพื่อช่วยให้ทั้งแม่และทารกในครรภ์นั้นแข็งแรง ปลอดภัย และลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น [embed-health-tool-”due-date”] ประโยชน์ของการ ตั้งครรภ์ในวัย 40 บางครั้งการ ตั้งครรภ์ในวัย 40 นั้นอาจจะมีข้อดีหลายๆ อย่าง เช่น มีความมั่นคง ในวัย 40 เป็นช่วงที่ทุกอย่างลงตัวสำหรับหลาย ๆ ครอบครัว ทั้งการงานและการเงิน ทำให้พ่อแม่อาจมีเวลามากขึ้นในการดูแลลูก อีกทั้งสถานะทางการเงินก็อาจพร้อมสำหรับการดูแลเด็ก เมื่อเทียบกับครอบครัวในช่วงวัยอื่น มีเวลาในการใช้ชีวิต สำหรับผู้หญิงหลายคน อาจจะต้องการเวลาที่จะมีอิสระในการทำสิ่งที่ตนเองชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยว ทำงาน ในช่วงวัยนี้อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะได้ใช้ชีวิตมามากเท่าที่ต้องการแล้ว ลูกได้รับการศึกษาที่ดี จากงานวิจัยพบว่าเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์ของคุณแม่วัย 40 มักจะได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดี เพราะพ่อ แม่ มีความพร้อมทั้งเวลาและเงิน พร้อมที่จะสนับสนุนการเรียนรู้ของลูกอย่างเต็มที่ นอกจากการสนับสนุนแล้ว พ่อแม่ในวัยนี้ยังเป็นวัยที่มีวุฒิภาวะที่ดีพอที่จะสอนลูกได้อย่างมีเหตุผล ความเสี่ยงในการ ตั้งครรภ์ วัย 40  ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้น ทำให้การ ตั้งครรภ์ในวัย 40 ปี เป็นเรื่องที่ไม่น่ากลัว เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยนั้นช่วยให้คุณสามารถคลอดลูกได้อย่างปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตามการคลอดลูกหลังจากอายุ 40 ยังคงมีความเสี่ยงสูงมากเมื่อเทียบกับช่วงวัยสาว […]

เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

อยากมีลูกต้องออกกำลังกาย เพราะอาจช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้

อยากมีลูกต้องออกกำลังกาย เพราะ การออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง สุขภาพจิตดีขึ้น ทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อีกด้วย ผู้หญิงที่อยากตั้งครรภ์จำเป็นที่จะต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับกาาตั้งครรภ์ รวมถึงเวลาคลอดบุตรอีกด้วย ทาง Hello คุณหมอ จึงอยากเชิญชวนผู้ที่อยากมีลูกมาออกกำลังกายกันดีกว่า อยากมีลูกต้องออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อย่างไรบ้าง การออกกำลังกาย ที่สามารถช่วยเพิ่มโอกาศในการตั้งครรภ์ ได้แก่ การออกกำลังกายด้วยการเดินเร็วเป็นประจำทุกวัน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ แต่คุณอาจไม่จำเป็นต้อง ออกกำลังกาย อย่างหนัก เช่น วิ่งมาราธอน เนื่องจากมีงานวิจัยที่พบว่า การ ออกกำลังกาย ที่หนักจนเกินไป อาจส่งผลต่อระยะเวลาในการตั้งครรภ์ของผู้หญิงที่มีน้ำหนักปกติ แต่สำหรับผู้หญิงที่อ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน การ ออกกำลังกาย หนักจนเกินไป จะไม่ส่งผลต่อระยะเวลาในการตั้งครรภ์ การออกกำลังการในระดับปานกลาง เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ งานวิจัยได้ศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิง ที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ และได้ออกกำลังกายอย่างหนัก 5 ชั่วโมงหรือมากกว่า 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์  ผลการวิจัยพบว่า มีโอกาสน้อยกว่า 42% ที่จะตั้งครรภ์ในเดือนที่กำหนด เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ออกกำลังกายเลย กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ ยิ่งออกกำลังกายอย่างหนักมากเท่าไหร่ ก็จะมีโอกาสที่จะยืดระยะเวลาในการตั้งครรภ์มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งอาจส่งผลให้ตั้งครรภ์ช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ การออกกำลังกาย อย่างหนักที่ว่า หมายถึง การวิ่ง เต้นแอโรบิค ยิมนาสติก ว่ายน้ำ […]

เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

แอลกอฮอล์ ส่งผลอย่างไรต่อการเตรียมตัวตั้งครรภ์

การดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ระหว่างตั้งครรภ์อาจส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ได้ อย่างไรก็ตาม การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ก่อนเริ่มตั้งครรภ์ก็อาจมีผลเสียตามมาได้เช่นกัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผู้หญิงดื่มเข้าไปอาจเข้าสู่กระแสเลือกของทารกในครรภ์ผ่านทางสายสะดือ ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ ทำให้เกิดภาวะปัญญาอ่อน รวมทั้งอาจทำให้เกิดภาวะแท้งบุตร จนถึงขั้นทำให้ทารกในครรภ์เสียชีวิตได้ เตรียมตั้งครรภ์ต้องหยุดดื่ม แอลกอฮอล์ หรือไม่ ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) และสมาคมสูตินรีแพทย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา (ACOG) แนะนำให้ผู้หญิงหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หากพยายามกำลังเตรียมตั้งครรภ์ ในระหว่างตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมลูก เนื่องจากการดื่มแอกอฮอล์ปริมาณมาก เช่น เบียร์ขวดเล็ก 2 ขวด/วัน อาจทำให้เกิดกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์ (Fetal Alcohol Syndrome หรือ FAS) ซึ่งยับยั้งพัฒนาการทางจิตใจและร่างกายของเด็ก และอาจทำให้เกิดการแท้งลูก ผู้ชายดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจมีผลต่ออสุจิ นอกจากนี้ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ชายอาจส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ได้เช่นกัน โดยผู้ชายที่ดื่มแอลกอฮอล์เพียง 1 แก้ว/วัน ในช่วง 1 สัปดาห์หรือ 1 เดือนก่อนการทำเด็กหลอดแก้ว (In–vitro Fertilization หรือ IVF ) หรือการปฏิสนธินอกร่างกาย อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ไม่ตั้งครรภ์ ได้ถึง 2 เท่า นอกจากนี้ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1 สัปดาห์ก่อนการเก็บอสุจิ […]

เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

ต้องรอนานเท่าไหร่ถึงจะ ตั้งครรภ์หลังผ่าคลอด ได้อีก

หนึ่งในวิธีการคลอดที่แพร่หลายคือ การผ่าคลอด (C-sections) เป็นวิธีการคลอดโดยการผ่าหน้าท้องและช่องคลอดของผู้เป็นแม่ และมีการนัดหมายการผ่าตัดล่วงหน้า แต่การผ่าคลอดนี้ทำได้ในกรณีที่ผู้เป็นแม่อยู่ในสถานการณ์วิกฤติเพื่อให้มั่นใจว่าชีวิตของทั้งผู้เป็นแม่และทารกปลอดภัย แต่มักมีคำถามที่พบบ่อยว่า คุณแม่ต้องรอนานแค่ไหน ถึงจะ ตั้งครรภ์หลังผ่าคลอด ได้อีก วันนี้ผมคุณหมอมานพ จันทนพันธ์ จะมาตอบคำถามให้ทุกคนได้กระจ่างกันในบทความนี้ครับ ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการ ตั้งครรภ์หลังผ่าคลอด ระยะเวลาหลังคลอดเพื่อตั้งครรภ์ใหม่อาจใช้เวลาตั้งแต่ 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี ซึ่งเวลานั้นจะ ขึ้นอยู่กับสภาวะของร่างกายในแต่ละคน ซึ่งระยะเวลานี้ใกล้เคียงกับผู้ที่คลอดทางธรรมชาติ ช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดในการตั้งครรภ์ใหม่ คือนานที่สุดเท่าที่ร่างกายจะสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตามสภาพหลังก่อนของแต่ละคนนั้น มีความแตกต่างกัน ดังนั้น คุณแม่หลังคลอดที่ต้องการมีบุตรอีก ควรปรึกษาแพทย์สำหรับคำแนะนำที่ดีที่สุด ในช่วงเวลานี้ ร่างกายจะอยู่ในช่วงที่กำลังพยายามฟื้นฟูตัวเอง รวมถึงเติมเต็มสารอาหารที่สูญเสียไปและผลิตน้ำนม สำหรับทารก กระบวนการมากมายเหล่านี้ทำให้ร่างกายของคุณแม่หลังก่อนทำงานหนักขึ้น หากมีการตั้งครรภ์ใหม่ในทันที อาจทำให้ร่างกายอาจถูกใช้งานมากเกินไปและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อทั้งคุณแม่และทารกได้ ตัวอย่างเช่น คุณอาจมีภาวะเลือดจางหลังการคลอด เนื่องจากการสูญเสียเลือดและธาตุเหล็กจากการคลอดไปจำนวนมาก และส่งไปสู่รกในขณะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะผู้ที่คลอดลูกโดยวิธีการผ่าคลอด ก็จะยิ่งสูญเสียเลือดมากกว่าผู้ที่คลอดแบบธรรมชาติถึงสองเท่า สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการคลอด หลังจากทำการคลอดแล้ว คุณจะรู้สึกอ่อนเพลียและเจ็บแผล รวมถึงมีอาการปวดหลัง เจ็บหัวนม และอาการปวดจากฝีเย็บต่อเนื่อง นานหลายสัปดาห์ การมีบุตรทำให้เกิดความเครียดในครอบครัว เพราะคุณพ่อ คุณแม่ มือใหม่ต้องมีการปรับตัวในการเป็นคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ ความเครียดเหล่านี้ มักส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณ ทำให้คุณยังไม่สามารถกลับมาทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันตามปกติได้เหมือนเดิม […]

เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

ตรวจครรภ์ ด้วยตัวเองอย่างไร ให้ได้ผลแม่นยำที่สุุด

ตรวจครรภ์ สามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยใช้ชุดตรวจสอบการตั้งครรภ์ ซึ่งชุดตรวจครรภ์จะตรวจหาฮอร์โมนตั้งครรภ์ที่ผลิตจากเซลล์ของรกหากเกิดการตั้งครรภ์ขึ้น โดยส่วนใหญ่ชุดตรวจครรภ์มักอ้างว่าให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและน่าพอใจ แต่ทั้งนี้อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ ดังนั้น หากรู้วิธีใช้ที่ถูกต้องจะช่วยทำให้การตรวจครรภ์โดยใช้ชุดตรวจสอบการตั้งครรภ์ด้วยตัวเองอ่านผลได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ความผิดพลาดที่อาจเกิดได้จากการ ตรวจครรภ์ ด้วยตัวเอง  ผลที่ได้จากชุดตรวจสอบการตั้งครรภ์อาจแสดงผลผิดพลาดใน 2 กรณี คือ ผลบวกเท็จ และผลลบเท็จ ผลตรวจครรภ์ เป็นบวกเท็จ ผลตรวจครรภ์เป็นบวกเท็จ หมายถึง เครื่องมือแสดงผลว่าตั้งครรภ์ แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ได้ตั้งครรภ์ สาเหตุของการแสดงผลที่ผิดพลาดอาจเกิดจาก การถึงวัยหมดประจำเดือน การท้องนอกมดลูก หรือปัญหาเกี่ยวกับรังไข่ นอกจากนี้ ยังอาจเป็นผลมาจากการแท้งบุตรหลังจากที่ตัวอ่อนฝังตัวในผนังมดลูกแล้วได้เช่นกัน ผลตรวจครรภ์ เป็นลบเท็จ ผลตรวจครรภ์เป็นลบเท็จ หมายถึง การที่อ่านว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ แต่แท้จริงแล้วกำลังตั้งครรภ์ สาเหตุของผลเป็นลบเท็จ ได้แก่ การตรวจสอบการตั้งครรภ์เร็วเกินไป การตรวจครรภ์ทันทีหลังจากประจำเดือนไม่มานั้น เป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากชุดตรวจไม่สามารถตรวจหาฮอร์โมนตั้งครรภ์ (Human Chorionic Gonadotropin-HCG) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากเซลล์ของรก และเป็นตัวบ่งชี้การตั้งครรภ์ โดยปกติแล้ว ควรใช้ชุดตรวจครรภ์ 1 สัปดาห์หลังจากที่ประจำเดือนไม่มา อุปกรณ์จึงจะสามารถตรวจจับระดับฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะได้ อ่านผลการตรวจทันทีโดยไม่รอเวลาที่เหมาะสม การตรวจเพื่อให้ได้ผลที่ถูกต้องแม่นยำต้องใช้เวลา ดังนั้น ไม่ควรอ่านผลทันที ควรอ่านผลตามเวลาที่คำแนะนำการใช้ของชุดตรวจระบุไว้ ตรวจโดยใช้ปัสสาวะที่เจือจางเกินไป […]


คุณกำลังกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ใช่หรือไม่?

หยุดกังวลได้แล้ว มาเข้าชุมชนสนทนาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และว่าที่คุณแม่คนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!