home

โรคเด็กและอาการทั่วไป

วัยเด็กเป็นวัยที่เสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงแรกเกิดถึงสามปี เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขายังไม่แข็งแรงดีนัก และนี่คือ โรคเด็กและอาการทั่วไป ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบ จะได้รับมือได้อย่างถูกต้อง

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคเด็กและอาการทั่วไป

ลูกเป็นไข้ คือ ภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงกว่าระดับปกติ โดยมีอุณหภูมิประมาณ 38 องซาเซลเซียส และอาจสูงกว่านั้นหากวัดทางทวารหนัก บางครั้งการที่ลูกเป็นไข้ก็อาจมีสาเหตุมาจากร่างกายกำลังต่อสู้กับเชื้อโรคที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อต่าง ๆ เช่น หัด คางทูม อีสุกอีใส เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไข้ คืออะไร ไข้ คือ ภาวะที่เทอร์โมสตัท (Thermostat) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย อาจพบว่าอุณหภูมิในร่างกายสูงกว่าระดับปกติ คือ อุณหภูมิประมาณ 38 องซาเซลเซียส และอาจจะสูงกว่านั้นเมื่อมีการวัดทางทวารหนัก  เทอร์โมนสตัทอาจพบได้บริเวณสมองส่วนที่เรียกว่า “ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus)” ซึ่งเป็นส่วนที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ หรือระดับน้ำตาลและเกลือในเลือด ไฮโปทาลามัสอาจรับรู้ได้ว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมของร่างกายควรอยู่ที่เท่าไหร่ โดยอุณหภูมิร่างกายปกติอาจอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส จากนั้นจึงสั่งการไปยังร่างกาย เพื่อปรับอุณหภูมิให้เป็นไปตามที่สมองรับรู้ ส่วนใหญ่ อุณหภูมิในร่างกายของคนอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละวัน ในตอนเช้าอุณหภูมิอาจลดลงเล็กน้อย และอุณหภูมิอาจสูงขึ้นในตอนเย็น และอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลูกวิ่งเล่น และออกกำลังกาย แต่ในบางครั้ง ไฮโปทาลามัสอาจปรับให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นไข้ สาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นไข้ ลูกเป็นไข้ อาจสร้างความกังวลให้กับคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ดังนั้น การทราบถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นไข้ อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่รับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างมีสติ ซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยเมื่อลูกเป็นไข้ คือ การติดเชื้อ โดยทั่วไป เมื่อลูกเป็นไข้นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่า ร่างกายของลูกอาจกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อ ซึ่งการติดเชื้อในวัยเด็กส่วนใหญ่อาจเกิดจากไวรัส […]

หัวข้อ โรคเด็กและอาการทั่วไป เพิ่มเติม

โรคเด็กและอาการทั่วไป

เด็กไอ เป็นเรื่องปกติที่คุณพ่อคุณแม่อาจพบเจอได้ แต่ก็ควรระวัง เพราะบางครั้งการที่เด็กไออาจส่งสัญญาณบ่งชี้บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายของเด็กได้ หากเด็กไอเป็นเวลานานกว่า 2-3 สัปดาห์ ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อตรวจวินิจฉัย เด็กไอ เกิดจากอะไร เด็กไอมักเป็นสัญญาณว่าร่างกายพยายามกำจัดความระคายเคืองจากเสมหะ หรือสิ่งแปลกปลอม เนื่องจากหากไม่กำจัดออกอาจสร้างความรำคาญ และอาจทำให้หายใจไม่สะดวก ซึ่งสาเหตุทั่วไปของอาการไอ เช่น โรคภูมิแพ้ และไซนัสอักเสบ สิ่งที่อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ เช่น อาหาร ละอองเกสร ฝุ่นละออง อาจเป็นสาเหตุของอาการไอเรื้อรัง และยังทำให้ระคายเคือง มีน้ำมูก เสมหะ เจ็บคอ รวมถึงอาจมีผื่นขึ้นตามตัว โรคหอบหืด อาการอาจแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน ส่วนมากมักไอแบบมีเสียงหวีด ซึ่งอาการมักจะแย่ลงในเวลากลางคืน หรือมักไอขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องเคลื่อนไหว เช่น ออกกำลังกาย โรคกรดไหลย้อน อาจทำให้มีอาการไอ อาเจียนบ่อย รู้สึกขมในปาก และปวดแสบร้อนภายในอก การติดเชื้อ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ อาจทำให้เด็กมีอาการไอเรื้อรัง หากเป็นหวัดอาจมีอาการไอเล็กน้อยถึงไอปานกลาง ซึ่งเป็นอาการไอที่ไม่รุนแรงมาก แต่หากเป็นไข้หวัดใหญ่ อาจไอแบบแห้ง หรือมีเสมหะ สาเหตุอื่นที่อาจทำให้เด็กไอ คือ การสูดดมสิ่งแปลกปลอม เช่น อาหาร […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ  แต่ถ้าสุขภาพตามีปัญหา สุขภาพใจอาจแย่ตามไปด้วย โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่มักจะพบกับปัญหาสุขภาพตาได้บ่อย ๆ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ปัญหาสุขภาพตาของเด็กรุนแรงจนนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่รุนแรง แต่ โรคตาในเด็ก ที่ควรระวังมีอะไรบ้าง และจะมีวิธีไหนในการดูแล สุขภาพดวงตา ของเด็ก ๆ ให้แข็งแรง มาหาคำตอบกันได้ที่บทความนี้จาก Hello คุณหมอ กันเลยค่ะ   โรคตาในเด็ก ที่พบได้บ่อยมีอะไรบ้าง ปัญหาเกี่ยวกับ สุขภาพดวงตา ที่สามารถพบได้บ่อย ๆ มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ดังนี้ ภาวะตาขี้เกียจ  ภาวะตาขี้เกียจ (Amblyopia) เป็นภาวะที่สายตามีระดับการมองเห็นที่ผิดปกติ โดยที่การมองเห็นของสายตาข้างใดข้างหนึ่งอาจเห็นได้ไม่ชัดเท่ากับสายตาอีกข้างหนึ่ง ส่งผลให้เกิดภาวะตาเหล่ ภาวะหนังตาตก รวมถึงโรคต้อกระจกตามมา อย่างไรก็ตาม โรคตาขี้เกียจสามารถรักษาหายได้ตั้งแต่อายุน้อย ๆ แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เด็ก ๆ อาจเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคตามัวชนิดถาวร ตาเขหรือตาเหล่ อาการตาเขหรือตาเหล่ในเด็ก เกิดจากการที่ตำแหน่งของดวงตาชี้ไปในทิศทางที่ต่างกัน สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติของกล้ามเนื้อ ความผิดปกติของเส้นประสาท หรือเป็นผลมาจากภาวะตาขี้เกียจ อย่างไรก็ตาม อาการตาเหล่ ตาเขในเด็ก สามารถที่จะรักษาได้ตั้งแต่อายุยังน้อย และไม่ควรปล่อยเอาไว้จนโต เพราะอาจตาเหล่ถาวร ตากุ้งยิง ตากุ้งยิง (Chalazion) เป็นปัญหา สุขภาพดวงตา เกิดจากการอักเสบหรืออุดตันที่บริเวณต่อมไขมันของเปลือกตาบนหรือล่าง […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

ระบบภูมิคุ้มกันของทารกแรกเกิดนั้นยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ นั่นทำให้เด็กวัยนี้เสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพได้ง่ายมาก และเวลาเจ็บป่วยขึ้นมา เขาก็มักจะมีอาการรุนแรงกว่าเด็กวัยอื่นด้วย จึงไม่แปลกที่คุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกเครียดและเป็นกังวลทุกครั้งที่ลูกน้อยป่วย แต่เราอยากบอกว่า คุณไม่ควรเครียดมากเกินไป เพราะการเจ็บป่วยบางอย่างก็เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในเด็กทารก ไม่ได้อันตรายร้ายแรงแต่อย่างไร ว่าแต่ โรคในทารกแรกเกิด ที่พบได้บ่อย จะมีอะไรกันบ้าง Hello คุณหมอ เรามีคำตอบมาให้คุณแล้ว ต่อไปเวลาลูกเจ็บป่วย คุณจะได้ไม่เป็นห่วงจนเครียดเกินไป แต่ก็ต้องคอยเฝ้าดูอาการแบบไม่ประมาทด้วย โรคในทารกแรกเกิด ที่พบได้บ่อย ภาวะท้องอืด ภาวะท้องอืด (Abdominal Distension) เป็น โรคในทารกแรกเกิด ที่พบได้บ่อยมากเป็นอันดับต้น ๆ เด็กทารกมักมีอาการท้องอืด แน่นท้อง และท้องป่องเป็นประจำ โดยเฉพาะในตอนกินนมแม่ และหลังกินนมเสร็จ เมื่อเกิดภาวะท้องอืด จะทำให้ทารกน้อยรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว หายใจลำบาก เป็นต้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเมื่อลูกท้องอืด ก็คือ หากเป็นอาการท้องอืดปกติ ท้องเด็กควรนิ่ม หากลูกท้องแข็ง บวม แน่น ลูกอาเจียน หรือท้องเสียนานเกิน 2 วัน ควรพาไปพบคุณหมอทันที เพราะอาการที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เป็นเพราะมีแก๊สในกระเพาะอาหาร หรือท้องผูกตามปกติ แต่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ที่เป็นอันตรายได้ โรคดีซ่าน โรคดีซ่าน (Jaundice) ทำให้ผิวหนัง ดวงตา และปากของทารกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เนื่องจาก […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

ในช่วงวัยของเด็กเล็ก หรือเด็กทารก คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักล้วนประสบปัญหากับ อาการโคลิค ของลูกรักมาแล้วทั้งนั้น แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดการเรื่องนี้ จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เนื่องจาก ลูกรักของเรายังมีการสื่อสารอะไรไม่ได้มาก จึงต้องใช้ความเข้าใจ และดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด วันนี้ Hello คุณหมอ จึงมีวิธีรับมือของอาการโคลิคมาฝาก ให้คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายได้ลองอ่านกัน อาการโคลิค คืออะไร โคลิค (Colic) คือ อาการหนึ่งที่มักเกิดขึ้นได้กับเด็กแรกเกิดตั้งแต่ช่วงอายุ 2-6 สัปดาห์ โดยลูกน้อยของคุณจะแสดงอาการร้องไห้ออกมาอย่างหนัก อีกทั้งยังร้องไห้นานกว่าปกติ หรือในช่วงเวลาเดียวกันทุกวันบ่อยครั้ง ซึ่งอาจมาจากสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้ ระบบย่อยอาหารแปรปรวน จุกเสียด กรดไหลย้อน แพ้อาหารบางอย่าง คุณพ่อคุณแม่ให้อาหารลูกน้อยกินน้อยหรือมากเกินไป ภาวะคลอดก่อนกำหนด ระบบประสาทที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ คุณแม่สูบบุหรี่ในช่วงตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะอาการ โคลิค สามารถหายไปจากลูกรักของคุณได้เอง ตามระยะเวลาการเจริญเติบโตประมาณ 3-4 เดือน เช็กลูกรักของคุณว่ามี อาการโคลิค หรือไม่ ถึงแม้การที่เด็ก ๆ ร้องไห้งอแงถือเป็นเรื่องปกติ แต่เราก็ไม่สามารถแยกได้ว่า ร้องไห้แบบไหน คือ ร้องไห้ธรรมดา หรือร้องไห้เพราะมีอาการโคลิคร่วม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตุพวกเขาได้จากปฏิกิริยาเหล่านี้ อาการร้องไห้อย่างหนักรุนแรง ใบหน้าของลูกรักเปลี่ยนสีเป็นสีแดง และมีผิวปาก ผิวกายซีด ร้องไห้ในช่วงเวลาเดียวกัน หรือใกล้กันทุกวัน มีท่าทางเกร็งในขณะร้องไห้ เช่น กำมือแน่น ขายกขึ้นเกร็ง หน้าท้องแข็ง ในบางกรณี อาจทำให้ลูกเกิดหมดสติเป็นลม […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

อาการปวดท้อง สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากการเจ็บป่วยของร่างกาย หรือแม้แต่จากการกินอาหาร แล้วเมื่อลูกน้อยของคุณมีอาการปวดท้องขึ้นมา เหล่าคุณพ่อคุณแม่จะมีวิธี แก้อาการปวดท้องของลูกน้อย ได้อย่างไรบ้าง วันนี้ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกต เมื่อลูกน้อยเกิดอาการปวดท้อง เมื่อลูกน้อยเกิดอาการปวดท้อง สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเห็นได้ก็คือ เด็กมักจะร้องไห้ ขดตัว และแสดงอาการเจ็บปวดออกมาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ นั้นมักจะมีอาการบอกคุณได้อย่างรวดเร็วว่ากำลังมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับพวกเขา สำหรับเด็กวัยรุ่นอาจจะมีความลังเลที่จะบอกถึงความเจ็บปวด ดังนั้น คุณต้องสังเกตอาการที่เกิดขึ้นกับพวกเขาด้วย โดยสิ่งที่ต้องสังเกต มีดังนี้ ระยะเวลาของอาการปวด สาเหตุของอาการปวดท้องที่เกิดขึ้นไม่นานนั้น ส่วนใหญ่จะมาจากการมีแก๊สในกระเพาะอาหาร เป็นไข้หวัด หรือมีอาการเกี่ยวกับลำไส้ แต่อาการปวดท้องเหล่านี้มักจะหายไปภายใน 24 ชั่วโมง แต่ถ้ามีอาการปวดท้องนานเกิดกว่า 24 ชั่วโมง ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อให้คุณหมอรับการวินิจฉัยและประเมินอาการ ตำแหน่งของอาการปวดท้อง ปกติแล้วอาการปวดท้องมักจะเกิดขึ้นบริเวณกลางช่องท้อง เด็กจะแสดงอาการออกมาด้วยการถูรอบๆ ท้องของพวกเขา แต่ถ้าเกิดอาการปวดบริเวณอื่นอาจจะเป็นอาการปวดท้องในรูปแบบอื่น หากถ้าความเจ็บปวดอยู่บริเวณต่ำและลงมาทางด้านขวาของช่องท้อง ให้สันนิษฐานว่า พวกเขาอาจจะปวดท้องเป็นไส้ติ่งอักเสบ แต่ทั้งนี้ยังเป็นแค่เพียงการสันนิษฐานเบื้องต้น ควรไปพบคุณหมอ เพื่อรับการตรวจอีกครั้งจะดีที่สุด สิ่งที่ปรากฏออกมาจากตัวเด็ก โดยปกติเมื่อเด็กเกิดอาการเจ็บป่วยมากๆ สิ่งที่ควรทำคือ การพาเด็กไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่บ่อยครั้งที่คุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ดูแลเด็ก มักจะเพิ่งรู้ว่าเด็กป่วยมาก จริงๆ แล้วเมื่อเด็กมีอาการปวดท้อง สิ่งที่ต้องสังเกตต่อก็คือเรื่องของสิ่งที่ปรากฏออกมาจากตัวเด็ก เช่น ตัวซีด เหงื่อออก ง่วงนอน กระสับกระส่าย […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

อาการปวดหัวไมเกรน เป็นอาการปวดหัวอย่างรุนแรง โดยจะมีอาการปวดตุบๆ ปกติแล้วอาการปวดหัวไมเกรนนั้นจะปวดศีรษะเพียงข้างเดียว แต่บางครั้งก็อาจจะเริ่มต้นจากอาการปวดเพียงข้างเดียวก่อน แล้วจึงปวดทั้งสองข้าง โดยทั่วไปแล้วเรามักจะเจออาการปวดหัวไมเกรนในผู้ใหญ่ แต่จริงๆ แล้วอาการ ปวดหัวไมเกรนในเด็ก ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดหัวไมเกรนในเด็ก มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ อาการปวดหัวไมเกรนในเด็ก  อาการปวดหัวไมเกรน เป็นอาการของการปวดหัวที่จะมีอาการรุนแรงกว่าการปวดหัวแบบอื่นๆ อาการปวดหัวไมเกรนในเด็กอาจจะมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ เช่น อาการปวดหัวไมเกรนในเด็ก อาจจะมีระยะเวลาในการเกิดอาการน้อยกว่าอาการปวดหัวไมเกรนในผู้ใหญ่หรืออาจจะมีอาการดังนี้ มีอาการปวดศีรษะปานกลางจนถึงขั้นรุนแรงทั้งสองข้างของศีรษะ ปวดหัวแบบตุบๆ มีอาการคลื่นไส้และอาเจียน มีความไวต่อแสง หรือดวงตาแพ้แสง (photophobia) มีความไวต่อเสียง ไม่ชอบเสียงดังๆ หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังอาจทำให้เกิดความวิตกกังวล มีความไวต่อกลิ่น (osmophobia) เป็นอาการของการกลัวกลิ่น กลิ่นบางกลิ่นอาจทำให้เกิดอาการกลัว วิตกกังวล และมีความเกี่ยวของกับอาการปวดหัวไมเกรน มีอาการปวดท้อง ซึ่งจริงๆ แล้วอาจเป็นอาการปวดท้องที่มีความเกี่ยวข้องกับไมเกรน บางครั้งก่อนที่จะมีอาการไมเกรน อาจมีปัญหาในการมองเห็น มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีปัญหาทางด้านการสื่อสาร สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกคุณอาจมีอาการ ปวดหัวไมเกรนในเด็ก มีอาการพูดช้า ไม่ชัด หรือสื่อสารไม่ได้ความ (Dysarthria) วิงเวียนศีรษะบ้านหมุน ได้ยินเสียงดังในหู เห็นภาพซ้อน (Diplopia) ซึ่งเป็นความผิดปกติของดวงตาที่จะเห็นวัตถุชิ้นเดียวเป็นสองชิ้น มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น การเคลื่อนไหวผิดปกติ กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานงานกัน ทำให้เกิดความผิดปกติในการเคลื่อนไหว เดินเงอะงะ ขาดสมาธิ สมาธิลดลง มีปัญหาในการได้ยิน หรือประสิทธิภาพในการได้ยินลดลง มีอาการชาและรู้สึกเสียวแปลบๆ ที่ศีรษะทั้งสองข้างก่อนที่จะมีอาการไมเกรน สาเหตุของอาการปวดหัวไมเกรนในเด็ก อาการไมเกรนเป็นอาการที่สามารถส่งต่อผ่านทางพันธุกรรมได้ นอกจากปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็ยังไม่มีเหตุผลอื่นๆ ในการเป็นไมเกรน แต่อาการไมเกรนในเด็กนั้นมีความคล้ายคลึงกับอาการในผู้ใหญ่ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะถูกกระตุ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ความเครียดและความวิตกกังวล การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ความหิว อดนอนหรือตารางการนอนมีการเปลี่ยนแปลง การรักษาอาการ ปวดหัวไมเกรนในเด็ก ไมเกรนเป็นอาการปวดหัวที่ไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาอาการไมเกรนในปัจจุบัน […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

ท้องเสีย อาจจะฟังดูเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปและไม่น่ากลัวอะไร แต่ปัญหานี้อาจทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ หรืออาจส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะสำหรับทารก ปัญหาเรื่อง ทารกท้องเสีย อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องปวดหัวกันไม่น้อย บทความนี้จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการทารกท้องเสีย เพื่อให้พ่อแม่ได้สังเกต และรับมือกับอาการนี้ได้อย่างทันท่วงที ตรวจเช็กตารางการฉีดวัคซีนของลูกน้อย ที่นี่ ความแตกต่างระหว่างอุจจาระจากการขับถ่ายธรรมดากับอาการ ทารกท้องเสีย การจะแยกความแตกต่างระหว่างอุจจาระธรรมดาของทารก กับอาการ ท้องเสีย อาจจะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากอุจจาระของทารกนั้นมักจะมีลักษณะเหลว มีสีต่างๆ แตกต่างกัน และมักจะถ่ายบ่อยเป็นปกติอยู่แล้ว แต่คุณสามารถสังเกตความแตกต่างของอุจจาระแต่ละประเภทได้ ดังต่อไปนี้ อุจจาระของทารกที่กินนมแม่ ลักษณะอุจจาระของทารกที่กินนมแม่ อาจจะมีลักษณะเป็นสีเหลือง นิ่ม เหลว และอาจจะมีก้อนเล็กๆ ปะปนอยู่บ้าง เนื่องจากสิ่งที่ทารกรับประทานเข้าไปมีเพียงนมแม่เท่านั้น อุจจาระประเภทนี้อาจจะแยกออกจากอาการท้องเสียได้ค่อนข้างยาก อุจจาระของทารกที่กินนมผง ทารกที่ดื่มนมผงอาจจะมีอุจจาระเป็นสีเหลืองเข้ม หรือสีออกน้ำตาล และมักจะมีความข้นหนืดมากกว่าอุจจาระของทารกที่กินนมแม่ โดยปกติแล้วเราจะสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงของทารกที่กินนมผงได้อย่างง่ายดาย และสามารถสังเกตเห็นอาการท้องเสียในทารกได้อย่างรวดเร็ว อุจจาระของทารกที่กินทั้งนมแม่และนมผง อุจจาระของทารกที่กินทั้งนมแม่และนมผงจะมีลักษณะต่าง ๆ มากมายหลากหลาย เราอาจจะสามารถสังเกตอาการท้องเสียได้ หากอุจจาระของทารกนั้นมีลักษณะที่แตกต่างไปจากปกติ เช่น เหลวมากกว่าปกติ หรือถ่ายบ่อยมากกว่าปกติ อุจจาระของทารกที่ ท้องเสีย อาจมีลักษณะเป๋นอุจจาระเหลว เปียก ไหลเป็นน้ำ อุจจาระมีสีเขียว หรือมีสีคล้ำกว่าปกติ มีกลิ่นเหม็นมาก และอาจมีมูกเลือดปน สาเหตุที่ทำให้ทารกท้องเสีย การติดเชื้อไวรัส โรตาไวรัส (Rotavirus) เป็นเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักของอาการ […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

โดยปกติแล้วเมื่อเด็กมีอาการป่วย เหล่าคุณพ่อคุณแม่ก็มักจะเป็นกังวลอยู่แล้ว แต่มี อาการป่วยของเด็ก บางอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ยิ่งต้องคอยสังเกตและกังวลเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากเพิกเฉย อาการเจ็บป่วยในเด็กอาจจะส่งผลถึงขั้นทำให้ลูกน้อยเสียชีวิตได้ แต่อาการเหล่านั้นจะมีอะไรบ้าง วันนี้ Hello มีเรื่องนี้มาฝากกัน อาการป่วยของเด็ก ที่พ่อแม่ไม่ควรเพิกเฉย โดยปกติแล้วเหล่าบรรดาคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย มักจะมองหาอาการป่วยของเด็ก ที่มักจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่พวกคุณจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าอาการป่วยแบบไหน ถึงสมควรที่จะพาลูกของคุณไปพบคุณหมอ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการเหล่านี้ของลูกๆ ให้เป็นอย่างดี เพราะเป็นอาการที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างมาก ไข้ขึ้นสูงมาก หากเด็กทารกที่อายุน้อยกว่า 3 เดือนมีไข้ 38 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่านั้น ทารกอายุ 3-6 เดือน มีไข้สูงกว่า 38.33 องศาเซสเซียส และเด็กอายุ 6 เดือน-2 ปี มีไข้ 39.44 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่า นั่นเป็นอาการที่เหล่าคุณพ่อคุณแม่ควรจะต้องพาลูกไปหากุมารแพทย์ โดยเฉพาะเด็กทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ในทันทีหากมีไข้ขึ้นสูงถึง 38 องศาเซลเซียส ยิ่งถ้าหากว่าไข้ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ อาจจะแพร่กระจายไปยังทั่วร่างกายได้อย่างรวดเร็ว โดยปกติแล้วไข้ที่เกิดขึ้นกับเด็กนั้นจะเป็นเพียงไวรัสธรรมดาเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามลูกๆ ของคุณก็ควรจะต้องได้รับการตรวจเพื่อให้เกิดความแน่ใจ สำหรับเด็กที่อายุมากกว่า 2 ปี การเป็นไข้นั้นจะไม่จำเป็นที่จะต้องไปหาแพทย์อย่างเร่งด่วน ตราบใดที่ลูกของคุณยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและทำตัวเป็นปกติอยู่ ไข้ไม่ยอมลดและเกิดขึ้นนานกว่า 5 […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

เปลี่ยนฤดูใหม่ทีไร โรคภัยไข้เจ็บก็มักจะตามมาด้วย โดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่มักจะป่วยอยู่บ่อยๆ เมื่อมีการเปลี่ยนฤดูกาล โดยโรคที่เรียกได้ว่าเป็นโรคฮิต โรคประจำสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ นั่นก็คือ โรคหวัด นั่นเอง วันนี้ Hello คุณหมอ มีบทความเกี่ยวกับ โรคหวัด มาฝากคุณผู้ปกครองทั้งหลายที่มีเด็กๆ อยู่ในการดูแล มาดูกันว่าควรจะรับมืออย่างไรเมื่อ ลูกเป็นหวัด ทำความรู้จัก โรคหวัด ก่อนอื่นเรามารู้จักกับโรคหวัด ที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ ก่อนดีกว่า หวัด หรือ ไข้หวัด เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกิดจากไวรัสที่แตกต่างกันมากกว่า 200 ชนิด โดยเฉพาะไวรัสไรโน (Rhinovirus) ที่เป็นสาเหตุของไข้หวัดที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะเด็กที่มักจะเป็นหวัดบ่อยกว่าผู้ใหญ่ บางครั้งเด็กอาจเป็นหวัดด้วยตัวเองหรือได้รับเชื้อมาจากผู้อื่นก็ได้เช่นกัน สำหรับการได้รับเชื้อหวัดในเด็ก โดยมากมักติดเชื้อหวัดมาจากเพื่อนๆ ที่โรงเรียน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปลี่ยนฤดู ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ร่างกายของเด็กอาจจะยังปรับตัวตามฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไม่ทัน จึงทำให้ติดเชื้อหวัดได้โดยง่าย พ่อแม่รู้ได้อย่างไรว่า ลูกเป็นหวัด อาการโดยทั่วไปที่สามารถพบและสังเกตได้ มีอาการอ่อนเพลีย คัดจมูก เจ็บคอ มีน้ำมูกไหล มีอาการไอ สำหรับเด็กๆ ที่มีอาการหนัก อาจพบอาการดังต่อไปนี้ได้ มีน้ำมูก มีน้ำที่ดวงตา มีอาการจาม รู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง มีไข้ในบางครั้ง มีอาการเจ็บคอ มีอาการไอ วิธีป้องกันเชื้อหวัดสำหรับเด็ก รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เราสามารถที่จะป้องกันไม่ให้เด็กเป็นหวัดได้ง่ายๆ โดยการให้เด็กรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อสารอาหารที่ครบถ้วน นอกจากนี้สารอาหารครบถ้วนที่เด็ก ๆ จะได้รับนั้นจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กๆ […]

โรคเด็กและอาการทั่วไป

เด็กชอบที่จะไปเล่นนอกบ้าน โดยเฉพาะในวันที่อากาศสดใส อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตสัญญาณ และอาการของภาวะขาดน้ำในเด็ก เนื่องจากเด็กๆ มักจะดื่มน้ำไม่เพียงพอ และการเล่นนอกบ้าน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ อาจทำให้เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ ซึ่ง Hello คุณหมอ มีวิธี ป้องกันภาวะขาดน้ำในเด็ก มาแนะนำผู้ปกครอง ดังนี้ ภาวะขาดน้ำคืออะไร ร่างกายสูญเสียน้ำในทุกวัน เช่น เสียน้ำผ่านทางเหงื่อ น้ำตา ปัสสาวะ และอุจจาระ ซึ่งเรามักจะทดแทนน้ำที่สูญเสียจากร่างกาย ด้วยของเหลวในร่างกายและเกลือที่ได้รับจากการกินอาหาร แต่บางครั้งเด็กๆ มักจะได้รับน้ำไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากอาการเจ็บป่วย เช่น เป็นไข้ ท้องเสีย อาเจียน ออกกำลังกายเป็นเวลานาน และทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน  อาจทำให้เด็กเกิดภาวะขาดน้ำได้ ซึ่งมีอาการดังนี้ สัญญาณและอาการของภาวะขาดน้ำในเด็ก ถ้าเด็กมีไข้ ท้องเสีย หรืออาเจียน รวมถึงมีเหงื่อออกมากในวันที่อากาศร้อน หรือในตอนที่ออกกําลังกาย พ่อแม่ควรระวังสัญญาและอาการของภาวะขาดน้ำ ดังต่อไปนี้ ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย หรือผ้าอ้อมเปียกน้อยกว่าปกติ ผิวแห้ง และเย็น มีอาการหงุดหงิด ง่วงนอน หรือวิงเวียนศรีษะ วิธี ป้องกันภาวะขาดน้ำในเด็ก รู้จักสภาพร่างกายของเด็ก ถ้าเด็กไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำ ในเวลาที่ลูกออกกำลังกายหรือเล่นในที่ที่อากาศร้อนมาก นอกจากนี้หากเด็กอ้วนหรือน้ำหนักเกิน รวมถึงไม่เคยออกกำลังกาย ก็เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำด้วย ดังนั้นเวลาที่ลูกทำกิจกรรม ในวันที่อากาศร้อนมาก ควรให้เขาหยุดพักดื่มน้ำบ่อยขึ้น ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ทั้งผู้ใหญ่และเด็กควรดื่มน้ําอย่างเพียงพอ และน้ำเปล่าถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด พอเครื่องดื่มประเภทอื่น เช่น […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน โรคเด็กและอาการทั่วไป ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon