home

โภชนาการสำหรับทารก

โภชนาการที่เหมาะสม เป็นวิธีที่สำคัญที่สุดอีกหนึ่งวิธีในการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงขวบปีแรกของทารก ค้นหาคำตอบและคำแนะนำจากคุณหมอได้ที่ โภชนาการสำหรับทารก

ความรู้ทั่วไป

บทความ โภชนาการสำหรับทารก

โภชนาการสำหรับทารก

ผู้เชี่ยวชาญต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า ทารกควรได้รับนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน ทำให้แม่หลายคนอาจหยุดให้นมลูกเมื่อครบหกเดือน แต่ในความเป็นจริงแล้วการ ให้นมแม่ นานกว่านั้น หรือจนกระทั่งลูกอายุ 2 ปีขึ้นไป เป็นประโยชน์ทั้งต่อลูกน้อยและคุณแม่เอง และนี่คือข้อมูลในเรื่องนี้ คำแนะนำเรื่องระยะเวลาการ ให้นมแม่ นมแม่ได้รับการรับรองว่าเป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดในการเลี้ยงทารก โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำว่า การให้นมลูกควรเริ่มต้นตั้งแต่ชั่วโมงแรกของชีวิต และต่อเนื่องไปจนถึงหกเดือน โดยให้นมแม่เพียงอย่างเดียว ไม่ต้องเพิ่มอาหารเสริมใดๆ และหลังจากหกเดือนจึงค่อยเพิ่มอาหารเสริมที่เหมาะกับวัยเข้ามา อย่างไรก็ตามนี่ไม่ได้หมายความว่า แม่ควรหยุดให้นมลูกเมื่ออายุ 6 เดือน แต่ยังควรให้นมลูกต่อเนื่องไปยาวนานกว่านั้น โดยองค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟ ให้คำแนะนำตรงกันว่า แม่ควรจะให้นมลูกต่อเนื่องไปจนถึงสองปีหรือมากกว่านั้น องค์กรด้านสุขภาพหลายองค์กรในสหรัฐฯ ก็ให้คำแนะนำที่บ่งชี้ไปถึงประโยชน์ของการให้นมแม่นานกว่าหกเดือนแทบทั้งสิ้น อย่างเช่นสมาคมกุมารแพทย์สหรัฐฯ แนะนำว่า ควรให้นมแม่ต่อเนื่องไปจนอย่างน้อยในขวบปีแรกของเด็ก และนานกว่านั้นตราบเท่าที่ต้องการ การเพิ่มระยะเวลาของการให้นมแม่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็ก และต่อสุขภาพของทั้งเด็กและแม่อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่มีขีดจำกัดของระยะเวลาในการให้นมแม้ และไม่มีหลักฐานว่ามีอันตรายทางจิตใจใดๆ เกิดขึ้นจากการให้นมแม่จนถึงสามขวบหรือนานกว่านั้น สมาคมแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวสหรัฐฯ ก็ให้คำแนะนำเช่นกันว่า ควรให้นมลูกตลอดขวบปีแรก และยังชี้ว่าช่วงเวลาการหย่านมตามธรรมชาตินั้น อยู่ระหว่างอายุสองถึงเจ็ดปี ความเข้าใจผิดเรื่องคุณค่าของนมแม่หลังขวบปีแรก การที่แม่หลายคนหยุดให้นมลูกหลังจากหกเดือน ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการที่แม่ต้องกลับไปทำงาน และไม่สะดวกต่อการให้นมลูก อย่างไรก็ตาม เทคนิคการปั๊มนมแม่เพื่อเก็บไว้ให้ลูกกิน สามารถช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้ กระนั้นก็ตาม สิ่งที่เป็นอุปสรรคมากกว่า อาจจะมาจากความเชื่อที่ว่า หลังจากหกเดือน คุณค่าอาหารของนมแม่จะเริ่มลดลง และหลังจากหนึ่งปีเป็นต้นไป นมแม่ก็จะไม่มีประโยชน์ต่อเด็กเท่ากับการกินอาหารหรือนมอย่างอื่น การศึกษาหลายชิ้นในสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่า นี่เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมหันต์ […]

โภชนาการสำหรับทารก

เมื่อลูกน้อยที่มีอายุตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป จากนมที่เคยเป็นอาหารหลักเพียงอย่างเดียว ก็ถึงเวลาที่คุณแม่ควรจะปรับเปลี่ยนอาหารเสียที โดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มเปลี่ยนเป็นอาหารจำพวกผัก ผลไม้ แต่ยังคงใช้เทคนิคการให้โดยการบดอย่างละเอียดเพราะกังวลว่าอาหารเหล่านี้จะเข้าไปเป็นอันตรายได้ แต่วันนี้ Hello คุณหมอ ได้มีแนวทางใหม่ในการหัดให้เด็กเล็กรู้จักกับการรับประทานอาหารด้วยตัวเองที่เรียกว่า Baby Led Weaning (BLW) ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการพัฒนาอวัยวะร่างกายของลูกรักให้แข็งแรงขึ้น มาฝากทุกครอบครัวกัน BLW (Baby Led Weaning) คืออะไร เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการให้ลูก ๆ ได้ทานอาหารด้วยมือของเขาเอง อาหารที่จะนำมาฝึกให้ลูกของคุณจะค่อนข้างแข็งเล็กน้อย และควรผ่านการปรุงสุกเพื่อช่วยลดความแข็งนี้ลงให้เหมาะกับเด็กเล็ก ส่วนใหญ่แล้วคุณแม่มักเลือกผัก ผลไม้ ที่ให้คุณประโยชน์เสริมสร้างร่างกายแก่ลูก เช่น มะละกอ แอปเปิ้ล มะเขือเทศ แครอท เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้จะแตกต่างจากการใช้วิธีบดอาหารแบบเดิม โดยช่วงอายุที่แนะนำให้มีการเริ่มเลี้ยงลูกของคุณแบบBLW คือตั้งแต่ช่วง 6 เดือนขึ้นไป เพราะช่วง 6 เดือนนี้เป็นช่วงที่ลูกเริ่มมีความสนใจในอาหาร เริ่มหยิบจับคว้าอะไรได้บ้างแล้ว และสามารถเริ่มนั่งตัวตรงได้ การใช้เทคนี้สอนลูกรักของคุณเป็นการเสริมทักษะอย่างหนึ่งให้พวกเขาได้เริ่มหัดช่วยเหลือตนเองต่อไปได้ในอนาคต และที่สำคัญยังทำให้คุณแม่ประหยัดเวลาในการบดอาหาร หรือการป้อนอาหารมากขึ้นอีกด้วย เช็กลูกรักของคุณ ว่าพร้อมเริ่มการฝึก BLW ได้เมื่อใด ลูกของคุณต้องมีอายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยที่สามารถนั่งบนเก้าอี้แบบทรงตัวตรง ๆ ได้ด้วยตัวเอง เพราะต้องกินอาหารได้เองแบบที่ไม่ต้องมีคนคอยช่วย […]

โภชนาการสำหรับทารก

องุ่น จัดเป็นผลไม้โปรดของใครหลายๆ คน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะนอกจากจะมีรสชาติหวานฉ่ำแล้ว ยังอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญอีกมากมายหลายชนิด จึงดีต่อคนทุกเพศทุกวัย และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กที่เพิ่งเริ่มหัดกินอาหารหยาบ เพราะไม่ใช่แค่เป็นแหล่งสารอาหารชั้นดีสำหรับเด็ก แต่ยังเป็นหนึ่งในฟิงเกอร์ฟู้ด (Finger food) หรืออาหารที่ใช้มือหยิบจับขึ้นมากินได้ ทำให้ลูกน้อยได้ฝึกการเคลื่อนไหว หรือฝึกกล้ามเนื้อมือด้วย ว่าแต่ ประโยชน์ขององุ่น ต่อสุขภาพเด็กนั้นจะมีอะไรบ้าง แล้วให้ลูกกินองุ่นอย่างไรจึงจะปลอดภัย เราลองไปอ่านบทความนี้กันเลย เรียนรู้คุณค่าทางโภชนาการขององุ่น ฐานข้อมูลมาตรฐานสารอาหาร (National Nutrient Database) โดยกระทรวดงเกษตรสหรัฐอเมริกา (United States Department of Agriculture หรือ USDA) ระบุว่า องุ่น 100 กรัม มีน้ำเป็นส่วนประกอบ 81.30 กรัม ให้พลังงาน 67 กิโลแคลอรี่ และมีวิตามินและแร่ธาตุ ดังนี้ โปรตีน                   0.63 กรัม ไขมัน                  […]

โภชนาการสำหรับทารก

สารอาหารกับเด็ก ถือเป็นเรื่องที่ต้องมาคู่กันเสมอ นั่นก็เป็นเพราะว่า เด็กเป็นวัยที่ต้องการสารอาหาร เพื่อไปเสริมสร้างร่างกาย และพัฒนาการเจริญเติบโตในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ เมื่อพูดถึงเรื่องของสารอาหาร คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักนึกถึงเหล่าแร่ธาตุหรือวิตามินต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สารอาหารที่ร่างกายของลูกน้อยต้องการยังมีอีกมากมาย วันนี้ Hello คุณหมอ เลยมีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายของลูกน้อยมาแนะนำกันค่ะ สารอาหารที่เด็กต้องการ DHA (Docosahexaenoic Acid) DHA (Docosahexaenoic Acid) คือ กรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มไขมันไม่อิ่มตัว เป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างมาก สำหรับทารกไปจนถึงเด็กอายุ 2 ขวบ เนื่องจากสารอาหารชนิดนี้ สามารถเข้าไปช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตให้กับร่างกาย รวมไปถึงช่วยในเรื่องของการพัฒนาสมองด้วย และไม่ใช่แค่นั้น เพราะกรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 ยังเป็นสารอาหารที่จะช่วยปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ประสาทของเด็ก ๆ ได้อีกด้วย เมื่อเด็กได้รับสารชนิดนี้มากเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ก็จะช่วยส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของเขา ให้เขาคิดวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ได้รวดเร็วตามไปด้วย EPA (Eicosapentaenoic Acid) EPA (Eicosapentaenoic Acid) คือ กรดอีโคซะเพนตะอีโนอิก ซึ่งอยู่ในกลุ่มกรดไขมันไม่อิ่มตัว เป็นสารอาหารอีกหนึ่งชนิดที่มีความสำคัญไม่แพ้ DHA โดยกรดอีโคซะเพนตะอีโนอิก จะช่วยในเรื่องของการพัฒนา และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของเด็กให้แข็งแรง […]

โภชนาการสำหรับทารก

หากพูดถึง โอเมก้า 3 (Omega 3) ถือเป็นสารอาหารที่คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนนั้นอาจจะรู้จักและทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า สามารถพบได้ในแหล่งอาหารอะไรบ้าง และมีประโยชน์อย่างไร อย่างที่ทราบกันว่า โอเมก้า 3 นั้น มีสรรพคุณในเรื่องของการช่วยสร้างประโยชน์ต่อสุขภาพให้กับเจ้าตัวเล็กได้มากพอสมควร แต่บางครั้งข้อมูลต่างๆ ที่ทราบอาจจะยังไม่เพียงพอ ดังนั้นทาง Hello คุณหมอ จึงนำข้อมูลมาแบ่งปันเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ รู้จักกับโอเมก้า 3 ให้มากขึ้น รู้จักกับโอเมก้า 3 ให้มากขึ้น ถึงแม้ว่าคุณพ่อคุณแม่บางคนจะรู้ว่า โอเมก้า 3 ถือเป็นสารอาหารที่ร่างกายเจ้าตัวเล็กต้องการ แต่ทั้งนี้ก็อาจจะยังไม่ได้เข้าใจว่า ในความเป็นจริงแล้ว โอเมก้า 3 นั้น คืออะไรกันแน่ โดยต้องบอกก่อนเลยว่า โอเมก้า 3 นั้นเป็นกรดไขมัน ซึ่งจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ DHA (Docosahexaenoic Acid) และ EPA (Eicosapentaenoic Acid) ซึ่งกรดไขมันทั้ง 2 ประเภทนี้ เป็นสารอาหารสำคัญ ที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับร่างกายของเด็ก และยังเป็นสารอาหารที่จะทำให้ร่างกาย สามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคต่างๆ […]

x