โภชนาการสำหรับทารก

โภชนาการที่เหมาะสม เป็นวิธีที่สำคัญที่สุดอีกหนึ่งวิธีในการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงขวบปีแรกของทารก ค้นหาคำตอบและคำแนะนำจากคุณหมอได้ที่ โภชนาการสำหรับทารก

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการสำหรับทารก

ทารก 6 เดือน เป็นช่วงวัยที่ควรเริ่มฝึกรับประทานอาหารแข็ง เพื่อเพิ่มสารอาหารอื่น ๆ นอกจากนม เพราะจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง กระตุ้นการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารก ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรจัด ตารางอาหารทารก 6 เดือน อย่างเหมาะสม โดยศึกษาอาหารที่ทารกควรรับประทาน และควรหลีกเลี่ยง เพื่อให้ทารกได้รับสารอาหารที่สมวัย และมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ [embed-health-tool-bmr] อาหารที่เหมาะสำหรับทารก 6 เดือน  อาหารที่เหมาะสำหรับทารก 6 เดือน ได้แก่ 1. อาหารประเภทแป้ง ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นพลังงานที่ดีสำหรับทารก โดยควรปั่นหรือบดอาหารให้ละเอียดและอาจผสมกับนมแม่ เพื่อให้ทารกรับประทานได้ง่ายขึ้น อาหารประเภทแป้งที่ทารก 6 เดือน อาจรับประทานได้ มีดังนี้ ข้าวโอ๊ต พาสต้า มันฝรั่ง มันเทศ ข้าวโพด ข้าว ขนมปัง 2. อาหารประเภทโปรตีน โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยสร้างแอนติบอดีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายของทารกสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อได้ ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ และอาจช่วยเพิ่มการลำเลียงออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงอวัยวะทั่วร่างกาย  โดยควรปรุงอาหารให้สุกและหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ อย่างไรก็ตาม ควรสังเกตว่าทารกมีอาการแพ้หรือไม่ เพราะอาหารบางชนิด เช่น ถั่ว ไข่ […]

หัวข้อ โภชนาการสำหรับทารก เพิ่มเติม

โภชนาการสำหรับทารก

แคลเซียม มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตและความแข็งแรงของกระดูกและฟัน โดยเฉพาะสำหรับวัยทารก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่จะต้องมั่นว่าใจลูกรักได้รับ แคลเซียมสำหรับทารก อย่างเพียงพอ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับแคลเซียมสำหรับทารกมาฝาก เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในการดูแลลูกน้อยค่ะ แคลเซียมสำหรับทารก มีประโยชน์อย่างไร แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง และยังมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบในร่างกายด้วย เช่น ช่วยให้เส้นประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้ดี รวมไปถึงการบำรุงรักษาสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง ห่างไกลโรค การได้รับแคลเซียมที่เหมาะสมและเพียงพอตั้งแต่ช่วงวัยทารกจึงเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้กระดูกแข็งแรงสมบูรณ์ในวัยผู้ใหญ่ เพื่อป้องกันปัญหากระดูกพรุนหรือการสูญเสียกระดูกในอนาคต ในวัยทารกและวัยหนุ่มสาวควรได้รับแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคกระดูกอ่อนจนทำให้ขาโค้งงอ ช่วยป้องกันปัญหาแคระแกรน รวมไปถึงอาการเจ็บกล้ามเนื้อ และกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่อาจเกิดขึ้น ปริมาณแคลเซียมที่ทารกควรได้รับ ปริมาณของแคลเซียมที่ควรได้รับในแต่ละวันจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงวัย โดยปกติแล้ว ในช่วงวัยทารก จะได้รับแคลเซียมจากนมแม่ หรือ นมผง แต่สำหรับทารกที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่ก็อาจเริ่มเสริมแคลเซียมจากอาหารอื่น ๆ เข้ามาร่วมด้วยได้เช่นกัน ทารกที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน ต้องการแคลเซียมประมาณ 200 มิลลิกรัม/วัน ทารกอายุ 6-11 เดือน ต้องการแคลเซียมประมาณ 260 มิลลิกรัม/วัน มีนมเพียง 2 ประเภทเท่านั้นที่ทารกสามารถกินได้คือ นมแม่และนมผง ไม่ควรให้ทารกที่มีอายุต่ำกว่า 1 ขวบดื่ม นมวัวหรือนมแพะ เพราะร่างกายของทารกอาจจะยังไม่สามารถย่อยโปรตีนที่อยู่ในนมเหล่านี้ และทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ แม้ว่าทางที่ดีที่สุดคือการให้ทารกได้รับแคลเซียมจากอาหารที่กินเข้าไป แต่สำหรับเด็กที่ไม่กินนม […]

โภชนาการสำหรับทารก

สำหรับทารกในช่วงวัย 6 เดือนแรก อาจต้องได้รับสารอาหารเป็นพิเศษ เพื่อช่วยเสริมสร้างร่างกายให้พวกเขามีภูมิต้านทานและสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้น วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับ โภชนาการสำหรับทารก ในช่วง 6 เดือนแรก เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ในการดูแลลูกน้อยให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน มาฝากกันค่ะ ทารกช่วง 6 เดือนแรก ควรได้รับอาหารรูปแบบใด หากลูกรักของคุณอยู่ในช่วง 1-3 เดือนแรก อาจจะต้องให้กินนมแม่เพียงอย่างเดียว เพราะภายในนมแม่นั้นจะมีสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของทารก แต่หากคุณแม่ไม่มีน้ำนมเพียงพอ อาจให้ลูกกินนมผงที่มีสูตรเสริมธาตุเหล็ก และวิตามินดีเข้ามาช่วย ครั้งละ 4-5 ออนซ์ โดยต้องผ่านการพิจารณาจากแพทย์ร่วม เพราะเนื่องจากสุขภาพทารกนั้นมีข้อจำกัด หรือเงื่อนไขของสุขภาพแตกต่างกัน แต่สำหรับทารกช่วง 4-6 เดือน นอกจากการให้น้ำนมแม่และนมผงแล้ว อาจจะเริ่มฝึกให้ลูกรับประทานอาหารแข็งร่วมด้วยเช่น ซีเรียล ผัก ผลไม้บดละเอียด เนื้อสัตว์ต้มเปื่อย ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของถั่วหรือน้ำผึ้ง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กได้ โภชนาการสำหรับทารก ช่วง 6 เดือนแรก โภชนาการ หรือสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตให้แก่ลูกรักของคุณนอกเหนือจากการให้รับประทานแต่นมผง มีดังต่อไปนี้ แคลเซียม : ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก และฟัน โฟเลต : กระตุ้นให้เซลล์เกิดการแบ่งตัว โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต : […]

โภชนาการสำหรับทารก

การเรียนรู้ด้านอาหารและโภชนาการที่เหมาะสมกับทารก เช่น อาหารที่ทารกไม่ควรกิน ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจเมื่อต้องดูแลเด็กทารก เพราะอาหารส่งผลต่อพัฒนาการทั้งทางร่างกาย กล้ามเนื้อ และสมอง การหลีกเลี่ยงอาหารที่ทารกไม่ควรกิน และให้ทารกกินอาหารที่เหมาะสม เช่น น้ำนมแม่ อาจช่วยให้ทารกเจริญเติบโตสมวัย และลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพบางประการได้ เช่น ภูมิแพ้อาหาร ท้องร่วง อาหารที่ทารกไม่ควรกิน มีอะไรบ้าง นมวัว เด็กที่อายุต่ำกว่า 12 เดือนไม่ควรดื่มนมวัว เป็นอาหารหลัก เนื่องจากในนมวัวมีสารอาหารโปรตีน โซเดียม และโพแทสเซียมสูง ซึ่งอาจทำให้ไตของเด็กทำงานหนักเกินไป อีกทั้งนมวัวยังมีสารอาหารน้อยกว่านมแม่ อีกด้วย เครื่องดื่มรสหวาน น้ำผลไม้ น้ำอัดลม ชา กาแฟ ไม่เหมาะสำหรับเด็กทารก เนื่องจากมีน้ำตาลสูงและอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะฟันผุได้ นอกจากนี้ การให้เด็กกินน้ำหวานมากยังอาจทำให้เด็กติดน้ำหวาน ซึ่งอาจนำไปสู่โรคอ้วนในเด็กได้อีกด้วย น้ำผึ้ง น้ำผึ้งอาจมีสปอร์ของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อทารก คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปี รับประทานน้ำผึ้ง เกลือ ไม่ควรใส่เกลือลงไปในอาหารของทารก เนื่องจากเกลืออาจทำให้ไตที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ของทารกเสียหายได้ เด็กควรได้รับเกลือจากแหล่งธรรมชาติอย่างนมแม่เท่านั้น อาหารที่มีปริมาณเกลือสูง ไม่ควรให้ทารกกิน เช่น เบคอน ไส้กรอก แครกเกอร์ อาหารแปรรูป ถั่วทั้งเมล็ด ไม่ควรให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี กินถั่วทั้งเม็ด เพราะอาจติดคอ ทำให้สำลัก หรือหายใจไม่ออกได้ […]

โภชนาการสำหรับทารก

คุณแม่ควรทราบว่า สารอาหารสำหรับทารก มีความสำคัญต่อพัฒนาการทางด้านร่างกายของลูกน้อยอย่างมาก เพราะทารกควรได้รับคุณค่าทางอาหารอย่างเพียงพอในทุก ๆ วัน เพื่อให้สุขภาพกาย สุขภาพจิต สมองและระบบประสาทของทารกสามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สารอาหารสำหรับทารก ที่ควรกินมีอะไรบ้าง สารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกในช่วง 6 เดือนแรกคือ นมแม่ เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ทารกต้องการ เช่น แคลเซียม เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 12 วิตามินซี วิตามินเค ซึ่งสามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทารกได้เป็นอย่างดี ทารกควรได้กินนมแม่ตลอดช่วง 12 เดือนแรกเป็นอย่างน้อย ยิ่งทารกได้กินนมแม่นานเท่าใด ก็จะยิ่งเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้นได้มากเท่านั้น เมื่อเด็กอายุ 6 เดือน การดื่มน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียวอาจทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เด็กจึงอาจต้องกินอาหารชนิดอื่น ๆ เพิ่มด้วย โดยคุณพ่อคุณแม่อาจให้เด็กเริ่มกินอาหารแข็ง เช่น ซีเรียลสำหรับทารกผสมกับนมแม่เพื่อเสริมธาตุเหล็ก เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้นมชนิดอื่น นอกจากนี้ เด็กที่อายุ 6-8 เดือนสามารถเสริมอาหารที่เป็นพืชหรือแหล่งสารอาหารสำหรับทารกชนิดอื่นได้ ดังนี้ ผักและผลไม้ ผักและผลไม้ให้วิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ กากใย และน้ำ ซึ่งเป็นสารอาหารที่จะช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคหัวใจ […]

โภชนาการสำหรับทารก

ทารกวัย 7 เดือน ถือเป็นช่วงวัยที่บอบบางและจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องอาหาร การทราบข้อมูลเกี่ยวกับ อาหารเด็ก 7 เดือน ที่ควรรับประทานและควรเลี่ยง อาจช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลอาหารให้เด็ก 7 เดือน ได้อย่างเหมาะสมและหลากหลาย เพื่อให้เด็กได้รับพลังงานและสารอาหารที่ครบถ้วน ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการ เด็ก 7 เดือนกินอะไรได้บ้าง เด็ก 7 เดือน เป็นช่วงวัยที่มีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวดีขึ้นมาก พวกเขาสามารถคลานได้อย่างคล่องแคล่ว หรือเริ่มตั้งไข่ได้บ้างแล้ว ทั้งยังสามารถพยุงตัวขึ้นนั่งเองได้ และนิ้วมือก็สามารถหยิบจับสิ่งต่าง ๆ ได้คล่องขึ้นด้วย นอกจากนี้เด็ก 7 เดือนเริ่มมีฟันขึ้นมาหลายซี่ ทำให้สามารถกินอาหารได้หลากหลายขึ้น ไม่ใช่แค่นมแม่ นมผง อาหารบด ผักบด ผลไม้บด เหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่สามารถกินอาหารที่แข็งขึ้นมาเล็กน้อยได้ เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวสวย อาหารเด็ก 7 เดือน ที่ควรรับประทาน เด็ก 7 เดือนสามารถกินอาหารได้มากขึ้น หลากหลายขึ้น รวมถึงเริ่มกินอาหารที่แข็งขึ้นมาเล็กน้อยได้แล้ว โดยคุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มให้ลูกน้อยกินอาหารดังต่อไปนี้ได้ ธัญพืช เด็ก 7 เดือนเริ่มเคี้ยวธัญพืชต่าง ๆ ได้ดีขึ้นแล้ว ธัญพืชที่เหมาะสำหรับเด็ก […]

โภชนาการสำหรับทารก

นมแพะ เป็นน้ำนมที่ได้จากการนำน้ำนมดิบของแพะ มาผ่านการพาสเจอไรส์ เพื่อให้สามารถดื่มได้อย่างปลอดภัย และได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งในบางครั้ง นมแพะมักเป็นตัวเลือกสำหรับทดแทนนมวัว แต่ในเด็กส่วนใหญ่ร่างกายยังไม่สามารถย่อยโปรตีนจากน้ำนมได้ดีเท่าไหร่นัก คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังพิจารณาจะให้เด็กกินนมแพะแทนนมแม่หรือนมผง ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อขอรับคำแนะนำ ประโยชน์ของนมแพะ นมแพะ ให้ประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพหลายประการ ดังนี้ ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก นมแพะ มีธาตุเหล็กมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จึงช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น เมื่อเทียบกับนมวัวที่มีปริมาณของธาตุเหล็กเพียง 13 เปอร์เซ็นต์ เสริมกระดูกของเด็กที่เป็นโลหิตจาง แน่นอนว่าการให้เด็กกินนมแพะ จะทำให้เด็กได้รับสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงไม่ต่างไปจกนมวัว ยิ่งสำหรับเด็กที่เป็นโรคโลหิตจาง นมแพะอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะเด็กที่เป็นโรคโลหิตจางมักมีอาการดีขึ้นเมื่อดื่มนมแพะเป็นประจำ  ดีต่อลำไส้ สารอาหารในนมแพะมีส่วนช่วยในการต้านแบคทีเรีย มากไปกว่านั้น นมแพะยังเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียชั้นดีในลำไส้ ช่วยให้ลำไส้สุขภาพดี ย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น นมแพะช่วยให้ย่อยง่าย เมื่อเปรียบเทียบกับนมวัวแล้ว พบว่า นมแพะ มีความหนาแน่นของโปรตีนที่น้อยกว่า อีกทั้งไขมันในนมแพะยังเป็นไขมันสายสั้นที่สามารถแตกตัวได้ง่าย ทำให้นมแพะย่อยได้ง่ายกว่านมวัว ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย เด็กกินนมแพะ ได้หรือไม่ เด็กสามารถกินนมแพะได้ ในกรณีที่ไม่มีอาการแพ้โปรตีนในน้ำนมวัว เนื่องจากเด็กที่แพ้โปรตีนในนมวัว มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการแพ้โปรตีนในนมแพะด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม “นมแพะไม่เหมาะและไม่ควรให้ทารกแรกเกิด หรือทารกที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปีกิน” เนื่องจากสารอาหารใน นมแพะ ไม่เหมาะกับทารก เพราะมีปริมาณของสารอาหาร เช่น โปรตีน แคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส มากกว่าน้ำนมทั่วไปอย่างนมวัว นมแม่ หรือนมผง […]

โภชนาการสำหรับทารก

ทารก เป็นช่วงวัยที่ยังไม่สามารถกินอาหารได้มากเท่าไหร่นัก ดังนั้น อาหารหลักของทารกก็คือ น้ำนม ทั้งน้ำนมแม่ และนมผง แต่รู้ไหมว่า ปริมาณนมสำหรับทารก ในแต่ละวัน และในแต่ละช่วงวัย ควรอยู่ที่เท่าไหร่ ปริมาณนมมากหรือน้อยแค่ไหนจึงจะเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของทารก หากคุณสงสัยในเรื่องนี้อยู่ บทความนี้จาก Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝากแล้วค่ะ ปริมาณนมสำหรับทารก ควรเป็นอย่างไร ปริมาณน้ำนมสำหรับ ทารก นั้น สามารถจำแนกได้ตามช่วงวัย ดังนี้ เด็กแรกเกิด (สองหรือสามสัปดาห์แรก) ควรได้รับนมครั้งละ 60-90 มิลลิลิตร และควรให้นมทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง เด็กอายุ 2 เดือน ควรได้รับนมครั้งละ 120-150 มิลลิลิตร และควรให้นมทุก ๆ 3-4 ชั่วโมง เด็กอายุ 4 เดือน ควรได้รับนมครั้งละ 120-180 มิลลิลิตร สำหรับความถี่ในการให้นมของเด็กในวัยนี้ ให้พิจาณาจากรูปร่าง และน้ำหนัก เด็กอายุ 6 เดือน ควรได้รับนมครั้งละ 180-230 มิลลิลิตร และควรให้นมทุก ๆ […]

โภชนาการสำหรับทารก

พัฒนาการทารก 5 เดือน เป็นช่วงวัยที่บอบบางแม้จะเป็นระยะเวลาเกือบครึ่งหนึ่งของขวบปีแล้วก็ตาม ในช่วงนี้ก็ยังจำเป็นต้องได้รับการเอาใจใส่จากคุณพ่อคุณแม่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเรื่องของอาหาการกิน ทั้งยังต้องระมัดระวังและใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อให้ลูกน้อยมีสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมสำหรับการเจริญเติบโต และได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน โดยอาหารที่เหมาะสำหรับพัฒนาการทารก 5 เดือนั้น ได้แก่ นมแม่ ผักบด ผลไม้บด เนื้อสัตว์บด เป็นต้น นอกจากนั้น ก็มีอาหารบางอย่างที่ไม่เหมาะสำหรับทารก 5 เดือน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจต้องรู้เอาไว้ อาหารที่เหมาะสำหรับพัฒนาการทารก 5 เดือน ในช่วง พัฒนาการทารก 5 เดือน ทารกบางคนอาจเริ่มมีฟันน้ำนมขึ้นบ้างแล้ว แต่สำหรับบางคนอาจมีฟันขึ้นเมื่ออายุได้ 1 ปี หรืออย่างเร็วที่สุดก็คือ มีฟันซี่แรกขึ้นตั้งแต่ 3 เดือนแรก อย่างไรก็ตาม การมีฟันขึ้นของทารกที่อายุยังไม่ถึงขวบปี หรืออายุเพียง 5 เดือนนี้ ไม่ได้หมายความว่าทารกพร้อมสำหรับการรับประทานอาหารที่ต้องมีการบดเคี้ยวแล้ว เพราะทารกในวัย 5 เดือน ยังจำเป็นที่จะต้องได้รับอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนอยู่ โดยอาหารต่อไปนี้ เป็นอาหารที่ช่วยให้เด็กรับประทานได้ง่าย และได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เหมาะสมแก่การเจริญเติบโต นมแม่ ถือเป็นน้ำนมที่ดีที่สุดสำหรับช่วงพัฒนาการทารก 5 […]

โภชนาการสำหรับทารก

น้ำผึ้ง เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง และมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการบรรเทาอาการไอ แก้เจ็บคอ บำรุงร่างกาย หรือเพิ่มพลังงาน อีกทั้งยังมีรสหวาน ที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจไม่รู้ว่า ทารกกินน้ำผึ้ง อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากในน้ำผึ้งจะมีสปอร์ของเชื้อแบคทีเรียที่อาจเป็นพิษต่อร่างกายของเด็กทารก ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงการป้อนน้ำผึ้งให้ทารก เพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของทารก [embed-health-tool-vaccination-tool] ทารกกินน้ำผึ้ง อันตรายอย่างไร สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (American Academy of Pediatrics ; AAP) ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ อาหารต้องห้าม ที่ไม่ควรให้ทารกรับประทาน และหนึ่งในนั้นก็ได้แก่ น้ำผึ้ง โดยได้กล่าวเตือนว่า “ทารกที่มีอายุน้อยกว่า 12 เดือน ไม่ควรรับประทานน้ำผึ้ง ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใดก็ตาม” เนื่องจากการที่ให้ทารก รับประทานน้ำผึ้ง อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะที่อันตราย ที่เรียกว่า โรคโบทูลิซึม (Botulism) โรคโบทูลิซึมนี้เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการเป็นพิษของสปอร์เชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า คลอสทริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) ที่สามารถพบได้ในน้ำผึ้ง เมื่อสปอร์ของเชื้อแบคทีเรียนี้เข้าสู่ร่างกาย ก็จะปล่อยสารที่เป็นพิษต่อร่างกายออกมา แม้ว่าตามปกติแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันของเราจะสามารถรับมือกับสปอร์นี้ได้ แต่สำหรับทารกที่มาอายุน้อยกว่า 1 ปี […]

โภชนาการสำหรับทารก

หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับสารดีเอชเอ (DHA) ว่าเป็นสารที่สำคัญต่อการพัฒนาการของลูกน้อย และทำให้นมผงหรืออาหารเสริมสำหรับทารกต่างก็พากันออกมานำเสนอสรรพคุณว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีสารดีเอชเออยู่อย่างมากมาย แต่สารดีเอชเอที่ว่านี้คืออะไรกันแน่ และ ดีเอชเอกับพัฒนาการของทารก มีความสำคัญต่อกันมากน้อยแค่ไหน Hello คุณหมอ จะพาคุณมาลองหาคำตอบร่วมกันได้จากบทความนี้ ดีเอชเอ (DHA) คืออะไร กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก หรือที่เรารู้จักกันว่า ดีเอชเอ (Docosahexaenoic acid : DHA) เป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ประเภทหนึ่ง ที่สามารถพบได้มากในอาหารทะเลที่มีไขมันมาก เช่น ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ หรือปลาแอนโชวี่ เนื้อสัตว์ อาหารที่ทำจากนม หรืออาหารเสริมจำพวกน้ำมันปลา ที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 อยู่มาก เป็นต้น แม้ว่าตามปกติแล้ว ร่างกายของเราจะสามารถผลิตสารดีเอชเอขึ้นมาได้เอง แต่ก็จะมีปริมาณที่น้อยมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และทำให้เราจำเป็นต้องบริโภคดีเอชเอเพิ่มเติม ผ่านทางการรับประทานอาหารและอาหารเสริม ดีเอชเอเป็นสาระสำคัญที่จะเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาการของสมอง ตั้งแต่ช่วงที่เป็นทารกในครรภ์ไปจนถึงช่วงวัยเด็กเล็ก นอกจากนี้ สารดีเอชเอยังอาจสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ช่วยบำรุงสายตา และยังอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับหัวใจต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ได้อีกด้วย ดีเอชเอกับพัฒนาการของทารก มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร คุณแม่ที่ตั้งครรภ์และคุณแม่ที่ให้นมลูกส่วนใหญ่ มักจะได้รับคำแนะนำให้รับประทานอาหารเสริมที่มีดีเอชเออย่างน้อย 200-300 มก. ทุกวัน นอกจากนี้ ในนมผงและอาหารเสริมสำหรับเด็กทารกส่วนใหญ่ […]


กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!