home

โภชนาการสำหรับทารก

โภชนาการที่เหมาะสม เป็นวิธีที่สำคัญที่สุดอีกหนึ่งวิธีในการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงขวบปีแรกของทารก ค้นหาคำตอบและคำแนะนำจากคุณหมอได้ที่ โภชนาการสำหรับทารก

ความรู้ทั่วไป

โภชนาการสำหรับทารก

อาหารที่ทารกไม่ควรกิน เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจ เพื่อการเลี้ยงดูลูกน้อยของคุณให้มีสุขภาพแข็งแรง เนื่องจากอาหารมีส่วนสำคัญอย่างมากในการพัฒนาสมองและร่างกายของลูกน้อย สำหรับคุณพ่อคุณแม่หลายคนที่กำลังเลือกอาหารเพื่อเพิ่มสารอาหารที่มีประโยชน์ให้ลูกของคุณอยู่ล่ะก็ ลองเช็กให้ดีก่อนว่า คุณกำลังให้ลูกน้อย กินอาหารเหล่านี้กันอยู่หรือเปล่า อาหารที่ทารกไม่ควรกิน มีอะไรบ้าง อาหารเป็นสิ่งสำคัญกับทารกในการพัฒนาทางร่างกายในหลายด้าน ทั้งกล้ามเนื้อและสมอง แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเริ่มป้อนอาหารอื่น ๆ เพื่อเพิ่มสารอาหารให้กับลูกน้อยของคุณควรระวัง เพราะอาจมีอาหารที่ทารกไม่ควรกินอยู่ด้วย นมวัว นมวัวไม่ควรให้เป็นอาหารหลักกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 เดือน เนื่องจากนมวัวมีโปรตีน โซเดียม และโพแทสเซียมในปริมาณมากซึ่งอาจทำให้ไตของเด็กทำงานหนักเกินไป แกทั้งนมวัวมีวิตามินและแร่ธาตุไม่มากเท่ากับนมแม่ เพื่อใช้ในการพัฒนาทางร่างกาย เครื่องดื่มรสหวาน น้ำผลไม้ น้ำอัดลม ชา กาแฟ ไม่เหมาะสมกับเด็กเนื่องจากมีน้ำตาลสูงและอาจเพิ่มความเสี่ยงฟันผุได้ การให้เด็กกินน้ำหวานมากยังอาจทำให้เด็กติดน้ำหวาน แล้วนำไปสู่โรคอ้วนในเด็กได้อีกด้วย ทารก ควรเลี่ยงน้ำผึ้ง น้ำผึ้งอาจมีสปอร์ของแบคทีเรียที่อันตราย และอาจทำให้ลูกน้อยของคุณเจ็บป่วยรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงไม่ควรให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปี กินน้ำผึ้ง เกลือ ไม่ควรใส่เกลือลงไปในอาหารของทารก เนื่องจากเกลืออาจทำให้ไตที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ของ ทารก เสียหายได้ เด็กควรได้รับเกลือจากแหล่งธรรมชาติอย่างนมแม่เท่านั้น ส่วนอาหารที่คุณไม่ควรให้ลูกน้อยกินเนื่องจากมีปริมาณเกลือที่สูงมาก เช่น เบคอน ไส้กรอก แครกเกอร์ อาหารแปรรูป ถั่วเต็มเมล็ด ไม่ควรให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี กินถั่วทั้งเม็ด เพราะอาจติดคอ ทำให้สำลักหรือหายใจไม่ออกได้ ดังนั้นจึงควรบดถั่วให้ละเอียดก่อนนำให้ถูกน้อยของคุณกิน แต่ถ้าเด็กมีอาการแพ้ถั่วควรปรึกษาแพทย์ทันที อย่าให้ ทารก กินไข่ดิบ คุณควรต้มไข่ให้สุกก่อนที่จะให้ลูกกิน เนื่องจากไข่อาจปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลา […]

หัวข้อ โภชนาการสำหรับทารก เพิ่มเติม

โภชนาการสำหรับทารก

ทารกที่มีอายุได้ 5 เดือน แม้จะเป็นระยะเวลาเกือบครึ่งหนึ่งของขวบปีแล้ว แต่ก็ยังถือว่าเป็นช่วงวัยของความบอบบาง จำเป็นต้องได้รับการเอาใจใส่จากคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกับเรื่องอาหารการกินของ ทารก 5 เดือน นี้ ต้องระมัดระวังและใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และพร้อมสำหรับการเจริญเติบโต บทความนี้จาก Hello คุณหมอ มีคำแนะนำดี ๆ สำหรับการดูแลเรื่องอาหารการกินของ เด็ก 5 เดือน มาฝากค่ะ อาหารที่เหมาะสำหรับ เด็ก 5 เดือน ทารก 5 เดือน บางคนอาจเริ่มมีฟันน้ำนมขึ้นบ้างแล้ว แต่สำหรับบางคนอาจมีฟันขึ้นเมื่ออายุได้ 1 ปี หรืออย่างเร็วที่สุดก็คือ มีฟันซี่แรกขึ้นตั้งแต่ 3 เดือนแรก อย่างไรก็ตาม การมีฟันขึ้นของทารกที่อายุยังไม่ถึงขวบปี หรืออายุเพียง 5 เดือนนี้ ไม่ได้หมายความว่าทารกพร้อมสำหรับการรับประทานอาหารที่ต้องมีการบดเคี้ยวแล้ว เพราะทารกในวัย 5 เดือนนี้ ยังจำเป็นที่จะต้องได้รับอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนอยู่ โดยอาหารต่อไปนี้ เป็นอาหารที่ช่วยให้เด็กรับประทานได้ง่าย และได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เหมาะสมแก่การเจริญเติบโต นมแม่ ถือเป็นน้ำนมที่ดีที่สุดสำหรับ ทารก 5 […]

โภชนาการสำหรับทารก

น้ำผึ้ง เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง และมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการบรรเทาอาการไอ แก้เจ็บคอ บำรุงร่างกาย หรือเพิ่มพลังงาน อีกทั้งยังมีรสหวาน ที่เด็กๆ ชื่นชอบ คุณแม่หลายคนจึงได้เลือกใช้น้ำผึ้ง เพื่อมาช่วยเสริมอาหารให้แก่ลูกน้อย แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า การ ป้อนน้ำผึ้งให้เด็กทารก อาจจะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยเป็นอย่างมาก อันตรายที่ว่านั้นเป็นอย่างไร มาหาคำตอบร่วมกันกับ Hello คุณหมอ ได้เลยค่ะ ป้อนน้ำผึ้งให้เด็กทารก อันตรายอย่างไร สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (American Academy of Pediatrics ; AAP) ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ อาหารต้องห้าม ที่ไม่ควรให้ทารกรับประทาน และหนึ่งในนั้นก็ได้แก่ น้ำผึ้ง โดยได้กล่าวเตือนว่า “ทารกที่มีอายุน้อยกว่า 12 เดือน ไม่ควรรับประทานน้ำผึ้ง ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใดก็ตาม” เนื่องจากการที่ให้ทารก รับประทานน้ำผึ้ง อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะที่อันตราย ที่เรียกว่า โรคโบทูลิซึม (Botulism) โรคโบทูลิซึมนี้เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการเป็นพิษของสปอร์เชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า คลอสทริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) ที่สามารถพบได้ในน้ำผึ้ง เมื่อสปอร์ของเชื้อแบคทีเรียนี้เข้าสู่ร่างกาย ก็จะปล่อยสารที่เป็นพิษต่อร่างกายออกมา แม้ว่าตามปกติแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันของเราจะสามารถรับมือกับสปอร์นี้ได้ แต่สำหรับทารกที่มาอายุน้อยกว่า […]

โภชนาการสำหรับทารก

หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับสารดีเอชเอ (DHA) ว่าเป็นสารที่สำคัญต่อการพัฒนาการของลูกน้อย และทำให้นมผงหรืออาหารเสริมสำหรับทารกต่างก็พากันออกมานำเสนอสรรพคุณว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีสารดีเอชเออยู่อย่างมากมาย แต่สารดีเอชเอที่ว่านี้คืออะไรกันแน่ และ ดีเอชเอกับพัฒนาการของทารก มีความสำคัญต่อกันมากน้อยแค่ไหน Hello คุณหมอ จะพาคุณมาลองหาคำตอบร่วมกันได้จากบทความนี้ ดีเอชเอ (DHA) คืออะไร กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก หรือที่เรารู้จักกันว่า ดีเอชเอ (Docosahexaenoic acid : DHA) เป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ประเภทหนึ่ง ที่สามารถพบได้มากในอาหารทะเลที่มีไขมันมาก เช่น ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ หรือปลาแอนโชวี่ เนื้อสัตว์ อาหารที่ทำจากนม หรืออาหารเสริมจำพวกน้ำมันปลา ที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 อยู่มาก เป็นต้น แม้ว่าตามปกติแล้ว ร่างกายของเราจะสามารถผลิตสารดีเอชเอขึ้นมาได้เอง แต่ก็จะมีปริมาณที่น้อยมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และทำให้เราจำเป็นต้องบริโภคดีเอชเอเพิ่มเติม ผ่านทางการรับประทานอาหารและอาหารเสริม ดีเอชเอเป็นสาระสำคัญที่จะเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาการของสมอง ตั้งแต่ช่วงที่เป็นทารกในครรภ์ไปจนถึงช่วงวัยเด็กเล็ก นอกจากนี้ สารดีเอชเอยังอาจสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ช่วยบำรุงสายตา และยังอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับหัวใจต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ได้อีกด้วย ดีเอชเอกับพัฒนาการของทารก มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร คุณแม่ที่ตั้งครรภ์และคุณแม่ที่ให้นมลูกส่วนใหญ่ มักจะได้รับคำแนะนำให้รับประทานอาหารเสริมที่มีดีเอชเออย่างน้อย 200-300 มก. ทุกวัน นอกจากนี้ ในนมผงและอาหารเสริมสำหรับเด็กทารกส่วนใหญ่ […]

โภชนาการสำหรับทารก

เนื่องจากเด็ก ทารก ค่อนข้างมีเรื่องของสุขภาพต่าง ๆ ที่ยังไม่พร้อมมากนักสำหรับการเผชิญมลภาวะ หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กรอบตัว ดังนั้นการที่คุณแม่ใช้ แป้งเด็ก ที่มีเนื้อละเอียด ง่ายต่อการฟุ้งกระจาย ชโลมบนร่างกายลูกรักโดยไม่ระมัดระวังก็อาจทำให้เกิดอันตรายบางอย่างต่อสุขภาพพวกเขาได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงมีวิธีการใช้ แป้งฝุ่นสำหรับเด็กแรกเกิดอย่างปลอดภัยมาฝากทุกครอบครัวกัน แป้งเด็ก อันตรายต่อสุขภาพของ ทารก มากน้อยแค่ไหน การใช้แป้งฝุ่น หรือแป้งเด็ก เหล่านี้เพื่อปกป้องผดผื่น บริเวณที่อับชื้นของลูกน้อย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่คุณแม่จะบรรเทาอาการคันระคายเคืองไม่ให้พวกเขารู้สึกไม่สบายตัวจากการเสียดสีขณะใส่ผ้าอ้อม อย่างไรก็ตาม ยังมีงานวิจัยบางงานชี้ให้เห็นว่าขนาดโมเลกุลอนุภาคของแป้งอาจทำให้เข้าไปสร้างปัญหาให้แก่ระบบทางเดินหายใจ จนไปถึงการรบกวนการทำงานของปอด ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพเด็กทารก หรือเด็กแรกเกิดได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับทารก เมื่อใช้แป้งเด็ก สาเหตุที่แป้งเด็ก จะสามารถเข้าไปสร้างความเสียหายต่ออวัยวะภายในของทารก ได้นั้น อาจมาจากส่วนประกอบบางอย่าง เช่น ทัลค์ หรือ ทัลคัม (Talcam) ที่เป็นสารใยหินที่มีคุณสมบัติด้านการดูดซับความชื้น ทำให้พื้นผิวนุ่มลื่น แต่เมื่อตัวคุณ หรือเด็กแรกเกิดที่มีภูมิต้านทานยังไม่สมบูรณ์รับการสูดดมบ่อยครั้ง ก็อาจก่อให้เกิดความเชื่อมโยงไปความเสี่ยงรุนแรงต่าง ๆ ได้ ดังนี้ โรคมะเร็งรังไข่ ในปี 1982 นักวิทยาศาสตร์ทีมหนึ่งได้เผยว่า ค้นพบหลักฐานที่สารใยหิน หรือสารทัลค์ อาจมีส่วนที่ทำให้มะเร็งรังไข่ก่อตัวบริเวณอวัยวะเพศ และยิ่งใช้ในบริเวณนั้นมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสพัฒนาเติบโตรวดเร็วมากเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นได้บ่อยในเพศหญิงมากที่สุด ปัญหาระบบทางเดินหายใจ การรักษาอากาศรอบตัวของทารก เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ลูกรักของคุณหายใจได้สะดวก และได้รับอากาศบริสุทธิ์ในช่วงเวลาพักผ่อน แต่ขณะเดียวกันฝุ่นละอองจากแป้งที่ล่องลอย […]

โภชนาการสำหรับทารก

บทความนี้ Hello คุณหมอ พาคุณพ่อคุณแม่มารู้จักกับ BLW หรือ Baby Led Weaning หนึ่งในวิธีการสอนลูกให้ ทานเอง หรือฝึกหยิบอาหารรับประทานด้วยตนเองตั้งแต่มื้อแรก นอกจากจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้ลูกของคุณแล้วยังช่วยพัฒนากล้ามเนื้ออีกด้วย แต่จะมีวิธีการอย่างไรบ้างนั้น ติดตามอ่านได้ในบทความนี้ค่ะ สอนลูกให้ ทานเอง ตั้งแต่มื้อแรก (Baby Led Weaning) BLW หรือ Baby Led Weaning  คือการปล่อยลูกให้ ทานเอง หยิบอาหารรับประทานเอง (คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ป้อนอาหารให้ลูกเลย) โดยส่วนใหญ่จะให้ลูกรับประทานเองเมื่อมีอายุ 6 เดือน เพราะลูกสามารถตั้งคอแข็ง หยิบจับสิ่งของได้เอง ลักษณะอาหารจะเป็นอาหารแข็งที่นุ่มเคี้ยวง่าย แต่ต้องไม่ผ่านการบด หรือปั่น คุณพ่อคุณแม่จะต้องหั่นเป็นชิ้นพอดีคำเพื่อให้ลูกสามารถหยิบจับอาหารรับประทานด้วยตนเองได้ เช่น ถั่ว กล้วย ฟักทอง ไข่ต้ม ข้าวโอ๊ต อะโวคาโด เป็นต้น BLW มีประโยชน์ต่อลูกอย่างไร? เชื่อหรือไม่คะว่า การปล่อยให้ลูกหยิบอาหาร รับประทานอาหารด้วยตนเอง นั้น มีประโยชน์ต่อลูกในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน ดังนี้ เสริมสร้างพัฒนาการที่ดีตั้งแต่ในวัยเด็ก สามารถควบคุมตัดสินใจได้ด้วยตนเองว่าต้องการรับประทานอะไร เมื่อไหร่ เวลาไหน ลำไส้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเอมไซม์ในการย่อยอาหารมากขึ้น ช่วยควบคุมปริมาณน้ำหนัก […]

โภชนาการสำหรับทารก

การ ฝึกลูกรับประทานอาหาร เมื่อลูกเข้าสู่วัยตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านคงเกิดความกังวลเกี่ยวกับสารอาหารที่เจ้าตัวน้อยได้รับว่ามีความเหมาะสม และถูกต้องตามหลักโภชนาการมากน้อยเพียงใด ยิ่งถ้าวันไหนคุณลูกงอแง ปฎิเสธอาหาร ก็ยิ่งเพิ่มความหนักใจเข้าไปอีก บทความนี้เรามีขั้นตอนง่ายๆ ของเทคนิคการป้อนอาหารให้ลูกน้อย มาฝากกันค่ะ เทคนิคการ ฝึกลูกรับประทานอาหาร อย่างได้ผล มีอะไรบ้าง 1. ใส่ใจเลือกวัตถุดิบ เด็กจะได้สารอาหารครบถ้วนหรือไม่นั้น การเลือกวัตถุดิบถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเลยนะคะ ในแต่ละวันเด็กๆ ควรได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกซื้อวัตถุดิบให้หลากหลาย ควรประกอบไปด้วยอาหารจำพวกข้าวและแป้ง โปรตีนจากเนื้อสัตว์และไข่ รวมทั้งผักผลไม้หลากสี เพื่อให้ได้วิตามินและเกลือแร่ครบถ้วน และอย่าลืมคำนึงถึงวัตถุดิบอาหารปลอดภัย เช่น ผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ การล้างทำความสะอาด รวมทั้งการเตรียมวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันด้วย ตัวอย่างวัตถุดิบที่ใช้สำหรับเด็กวัย 6 เดือน ที่กำลังฝึกรับประทานอาหาร ได้แก่ ข้าวกล้อง ไข่แดง เนื้อปลาน้ำจืด กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก น้ำส้มคั้น มะม่วงสุกจัด  แอปเปิ้ล ฟักทอง อะโวคาโด เป็นต้น 2. เลือกลักษณะอาหารที่เหมาะสม ในแต่ละช่วงวัยของเด็กนั้นจะมีพัฒนาการที่ต่างกัน การเลือกลักษณะอาหารที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กเล็กได้ โดยอาหารที่ข้นเกินไปอาจทำให้ลูกสำลักได้ ให้คุณพ่อคุณแม่ลองเติมน้ำซุปเคี่ยวผัก ปลา […]

โภชนาการสำหรับทารก

ผู้เชี่ยวชาญต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า ทารกควรได้รับนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน ทำให้แม่หลายคนอาจหยุดให้นมลูกเมื่อครบหกเดือน แต่ในความเป็นจริงแล้วการ ให้นมแม่ นานกว่านั้น หรือจนกระทั่งลูกอายุ 2 ปีขึ้นไป เป็นประโยชน์ทั้งต่อลูกน้อยและคุณแม่เอง และนี่คือข้อมูลในเรื่องนี้ คำแนะนำเรื่องระยะเวลาการ ให้นมแม่ นมแม่ได้รับการรับรองว่าเป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดในการเลี้ยงทารก โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำว่า การให้นมลูกควรเริ่มต้นตั้งแต่ชั่วโมงแรกของชีวิต และต่อเนื่องไปจนถึงหกเดือน โดยให้นมแม่เพียงอย่างเดียว ไม่ต้องเพิ่มอาหารเสริมใดๆ และหลังจากหกเดือนจึงค่อยเพิ่มอาหารเสริมที่เหมาะกับวัยเข้ามา อย่างไรก็ตามนี่ไม่ได้หมายความว่า แม่ควรหยุดให้นมลูกเมื่ออายุ 6 เดือน แต่ยังควรให้นมลูกต่อเนื่องไปยาวนานกว่านั้น โดยองค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟ ให้คำแนะนำตรงกันว่า แม่ควรจะให้นมลูกต่อเนื่องไปจนถึงสองปีหรือมากกว่านั้น องค์กรด้านสุขภาพหลายองค์กรในสหรัฐฯ ก็ให้คำแนะนำที่บ่งชี้ไปถึงประโยชน์ของการให้นมแม่นานกว่าหกเดือนแทบทั้งสิ้น อย่างเช่นสมาคมกุมารแพทย์สหรัฐฯ แนะนำว่า ควรให้นมแม่ต่อเนื่องไปจนอย่างน้อยในขวบปีแรกของเด็ก และนานกว่านั้นตราบเท่าที่ต้องการ การเพิ่มระยะเวลาของการให้นมแม่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็ก และต่อสุขภาพของทั้งเด็กและแม่อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่มีขีดจำกัดของระยะเวลาในการให้นมแม้ และไม่มีหลักฐานว่ามีอันตรายทางจิตใจใดๆ เกิดขึ้นจากการให้นมแม่จนถึงสามขวบหรือนานกว่านั้น สมาคมแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวสหรัฐฯ ก็ให้คำแนะนำเช่นกันว่า ควรให้นมลูกตลอดขวบปีแรก และยังชี้ว่าช่วงเวลาการหย่านมตามธรรมชาตินั้น อยู่ระหว่างอายุสองถึงเจ็ดปี ความเข้าใจผิดเรื่องคุณค่าของนมแม่หลังขวบปีแรก การที่แม่หลายคนหยุดให้นมลูกหลังจากหกเดือน ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการที่แม่ต้องกลับไปทำงาน และไม่สะดวกต่อการให้นมลูก อย่างไรก็ตาม เทคนิคการปั๊มนมแม่เพื่อเก็บไว้ให้ลูกกิน สามารถช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้ กระนั้นก็ตาม สิ่งที่เป็นอุปสรรคมากกว่า อาจจะมาจากความเชื่อที่ว่า หลังจากหกเดือน คุณค่าอาหารของนมแม่จะเริ่มลดลง และหลังจากหนึ่งปีเป็นต้นไป นมแม่ก็จะไม่มีประโยชน์ต่อเด็กเท่ากับการกินอาหารหรือนมอย่างอื่น การศึกษาหลายชิ้นในสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่า นี่เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมหันต์ […]

โภชนาการสำหรับทารก

องุ่น จัดเป็นผลไม้โปรดของใครหลายๆ คน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะนอกจากจะมีรสชาติหวานฉ่ำแล้ว ยังอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญอีกมากมายหลายชนิด จึงดีต่อคนทุกเพศทุกวัย และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กที่เพิ่งเริ่มหัดกินอาหารหยาบ เพราะไม่ใช่แค่เป็นแหล่งสารอาหารชั้นดีสำหรับเด็ก แต่ยังเป็นหนึ่งในฟิงเกอร์ฟู้ด (Finger food) หรืออาหารที่ใช้มือหยิบจับขึ้นมากินได้ ทำให้ลูกน้อยได้ฝึกการเคลื่อนไหว หรือฝึกกล้ามเนื้อมือด้วย ว่าแต่ ประโยชน์ขององุ่น ต่อสุขภาพเด็กนั้นจะมีอะไรบ้าง แล้วให้ลูกกินองุ่นอย่างไรจึงจะปลอดภัย เราลองไปอ่านบทความนี้กันเลย เรียนรู้คุณค่าทางโภชนาการขององุ่น ฐานข้อมูลมาตรฐานสารอาหาร (National Nutrient Database) โดยกระทรวดงเกษตรสหรัฐอเมริกา (United States Department of Agriculture หรือ USDA) ระบุว่า องุ่น 100 กรัม มีน้ำเป็นส่วนประกอบ 81.30 กรัม ให้พลังงาน 67 กิโลแคลอรี่ และมีวิตามินและแร่ธาตุ ดังนี้ โปรตีน                   0.63 กรัม ไขมัน                  […]

โภชนาการสำหรับทารก

สารอาหารกับเด็ก ถือเป็นเรื่องที่ต้องมาคู่กันเสมอ นั่นก็เป็นเพราะว่า เด็กเป็นวัยที่ต้องการสารอาหาร เพื่อไปเสริมสร้างร่างกาย และพัฒนาการเจริญเติบโตในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ เมื่อพูดถึงเรื่องของสารอาหาร คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักนึกถึงเหล่าแร่ธาตุหรือวิตามินต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สารอาหารที่ร่างกายของลูกน้อยต้องการยังมีอีกมากมาย วันนี้ Hello คุณหมอ เลยมีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายของลูกน้อยมาแนะนำกันค่ะ สารอาหารที่เด็กต้องการ DHA (Docosahexaenoic Acid) DHA (Docosahexaenoic Acid) คือ กรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มไขมันไม่อิ่มตัว เป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างมาก สำหรับทารกไปจนถึงเด็กอายุ 2 ขวบ เนื่องจากสารอาหารชนิดนี้ สามารถเข้าไปช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตให้กับร่างกาย รวมไปถึงช่วยในเรื่องของการพัฒนาสมองด้วย และไม่ใช่แค่นั้น เพราะกรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 ยังเป็นสารอาหารที่จะช่วยปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ประสาทของเด็ก ๆ ได้อีกด้วย เมื่อเด็กได้รับสารชนิดนี้มากเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ก็จะช่วยส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของเขา ให้เขาคิดวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ได้รวดเร็วตามไปด้วย EPA (Eicosapentaenoic Acid) EPA (Eicosapentaenoic Acid) คือ กรดอีโคซะเพนตะอีโนอิก ซึ่งอยู่ในกลุ่มกรดไขมันไม่อิ่มตัว เป็นสารอาหารอีกหนึ่งชนิดที่มีความสำคัญไม่แพ้ DHA โดยกรดอีโคซะเพนตะอีโนอิก จะช่วยในเรื่องของการพัฒนา และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของเด็กให้แข็งแรง […]

โภชนาการสำหรับทารก

หากพูดถึง โอเมก้า 3 (Omega 3) ถือเป็นสารอาหารที่คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนนั้นอาจจะรู้จักและทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า สามารถพบได้ในแหล่งอาหารอะไรบ้าง และมีประโยชน์อย่างไร อย่างที่ทราบกันว่า โอเมก้า 3 นั้น มีสรรพคุณในเรื่องของการช่วยสร้างประโยชน์ต่อสุขภาพให้กับเจ้าตัวเล็กได้มากพอสมควร แต่บางครั้งข้อมูลต่างๆ ที่ทราบอาจจะยังไม่เพียงพอ ดังนั้นทาง Hello คุณหมอ จึงนำข้อมูลมาแบ่งปันเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ รู้จักกับโอเมก้า 3 ให้มากขึ้น รู้จักกับโอเมก้า 3 ให้มากขึ้น ถึงแม้ว่าคุณพ่อคุณแม่บางคนจะรู้ว่า โอเมก้า 3 ถือเป็นสารอาหารที่ร่างกายเจ้าตัวเล็กต้องการ แต่ทั้งนี้ก็อาจจะยังไม่ได้เข้าใจว่า ในความเป็นจริงแล้ว โอเมก้า 3 นั้น คืออะไรกันแน่ โดยต้องบอกก่อนเลยว่า โอเมก้า 3 นั้นเป็นกรดไขมัน ซึ่งจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ DHA (Docosahexaenoic Acid) และ EPA (Eicosapentaenoic Acid) ซึ่งกรดไขมันทั้ง 2 ประเภทนี้ เป็นสารอาหารสำคัญ ที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับร่างกายของเด็ก และยังเป็นสารอาหารที่จะทำให้ร่างกาย สามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคต่างๆ […]

x