พ่อแม่เลี้ยงลูก

ในทุกช่วงชีวิตของลูกน้อย เหล่าคุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะต้องรู้วิธีดูแลและสนับสนุนสุขภาพโดยรวมของลูกน้อย เพื่อให้ความเป็นอยู่ของลูกน้อยดีขึ้น เพราะฉะนั้นใน พ่อแม่เลี้ยงลูก คุณจะได้พบกับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมถึงเคล็ดลับในการดูแลลูกให้แข็งแรง มีความสุข และสามารถปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์

เรื่องเด่นประจำหมวด

พ่อแม่เลี้ยงลูก

ลูกอ้วนควรกังวลไหม? สัญญาณเตือนโรคอ้วนในเด็กที่พ่อแม่ควรรู้

เด็กอ้วนขึ้นนิดหน่อย หลายครอบครัวอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เดี๋ยวโตขึ้นก็ยืดและผอมลงเอง แต่ความจริงคือ โรคอ้วนในเด็กเป็นภาวะสุขภาพที่ควรใส่ใจ เพราะสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคหลายอย่างตั้งแต่วัยเด็ก และยังเพิ่มโอกาสที่จะมีโรคอ้วนต่อเนื่องไปถึงวัยผู้ใหญ่ CDC, NHLBI และ NIDDK ต่างระบุว่า เด็กที่มีภาวะอ้วนมีความเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ปัญหาข้อและกระดูก ปัญหาการหายใจ รวมถึงผลกระทบด้านจิตใจ เช่น ความเครียด ความมั่นใจต่ำ หรือการถูกล้อเลียน ดูจาก “การเติบโต” มากกว่ามองด้วยตาเปล่า ในเด็ก เราไม่ควรใช้เกณฑ์เดียวกับผู้ใหญ่ เพราะร่างกายยังเติบโตอยู่ การประเมินจะใช้ค่า BMI ตามอายุและเพศ หรือที่เรียกว่า BMI-for-age percentile โดย CDC และ NHLBI ระบุว่า เด็กที่มีค่า BMI อยู่ช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 85 ถึงต่ำกว่า 95 ถือว่าเริ่มมีภาวะน้ำหนักเกิน และถ้าอยู่ที่เปอร์เซ็นไทล์ 95 ขึ้นไปถือว่าเข้าข่ายโรคอ้วน ดังนั้นเด็กบางคนที่พ่อแม่รู้สึกว่า “ยังดูไม่อ้วนมาก” อาจเริ่มมีความเสี่ยงแล้วหากดูจากแนวโน้มการเติบโต อีกจุดที่ควรสังเกตคือ น้ำหนักที่ขึ้นเร็วต่อเนื่อง เสื้อผ้าคับเร็วขึ้น รอบเอวชัดขึ้น เหนื่อยง่ายกว่าปกติ […]

หมวดหมู่ พ่อแม่เลี้ยงลูก เพิ่มเติม

สำรวจ พ่อแม่เลี้ยงลูก

สุขภาพจิตวัยรุ่น

วัยรุ่น ทำร้ายตัวเอง มีสาเหตุจากอะไร ป้องกันได้อย่างไร

วัยรุ่น ทำร้ายตัวเอง ถือเป็นปัญหาสังคมที่ควรได้รับการเยียวยาแก้ไข ความรัก ความเข้าใจ และความเห็นอกเห็นใจภายในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงวัยรุ่นทำร้ายตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง ควรให้ความใส่ใจ หมั่นสังเกต คอยพูดคุยสอบถาม และสอดส่องพฤติกรรมโดยเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม เปิดใจรับฟังในทุกปัญหาและทุกเรื่องราวโดยไม่ต่อว่าหรือดุด่า เมื่อวัยรุ่นรู้สึกว่าเขามีครอบครัวเป็นที่พึ่ง โอกาสที่เขาจะทำร้ายตัวเองย่อมลดน้อยลง [embed-health-tool-vaccination-tool] วัยรุ่น ทำร้ายตัวเอง มีสาเหตุจากอะไร วัยรุ่นทำร้ายตัวเองเกิดจากหลายสาเหตุ ขาดความรักและความใส่ใจ ต้องการให้มีใครสักคนให้เวลาและคอยรับฟังปัญหาด้วยความเข้าใจ มีความเครียดสะสมทางอารมณ์ หรือรู้สึกเศร้า กดดัน จากสิ่งต่าง ๆ และหาทางออกพื่อปลดปล่อยความรู้สึกด้วยการทำร้ายตัวเอง รู้สึกโกรธ และต้องการระบายความโกรธ เกลียดชัง ออกมาผ่านการทำร้ายตัวเอง เปลี่ยนความเจ็บปวดทางความรู้สึกให้กลายเป็นความเจ็บปวดทางร่างกายแทน ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ เพราะเมื่อทำร้ายตัวเอง อาจทำให้มีคนหยิบยื่นความช่วยเหลือเพิ่มขึ้น วิธีการที่วัยรุ่นใช้ทำร้ายตัวเอง วัยรุ่นทำร้ายตัวเองสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีที่แตกต่างกันไป ดังนี้ ใช้มีดกรีด เกา สลักเครื่องหมายบนรางกาย แกะสะเก็ดแผลจนแผลไม่หาย ดึงผม หรือตัดผมให้แหว่ง ใช้การเผาตัวเอง กัดหรือตีตัวเองแรง ๆ หรือใช้อาวุธช่วย กระแทกตัวเองเข้ากับสิ่งของ ของแข็ง หรือผนัง ประตูบ้าน สัญญาณเตือนของ วัยรุ่นทำร้ายตัวเอง เมื่อวัยรุ่นทำร้ายตัวเอง มักจะพยายามปิดบังสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากอาจรู้สึกละอายใจ กังวลว่าผู้อื่นจะโกรธ หรือไม่เข้าใจ สัญญาณเตือนว่าวัยรุ่นอาจมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง ได้แก่ สัญญาณเตือนทางพฤติกรรม […]


สุขภาพจิตวัยรุ่น

ความรุนแรง ส่งผลต่อ วัยรุ่น อย่างไรบ้าง

ความรุนแรง อาจส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจ โดยเฉพาะ วัยรุ่น ที่เป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และสังคม วัยรุ่นที่มีปัญหาเกี่ยวข้องกับความรุนแรง อาจมีปัญหาสุขภาพจิตหลายประการ เช่น ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ไม่มั่นใจในตัวเอง รวมถึงอาจนำไปสู่การทำร้ายตัวเองและผู้อื่นอีกด้วย ดังนั้น จึงควรหาวิธีการป้องกันความรุนแรงในวัยรุ่นอย่างเหมาะสม ความรุนแรง ส่งผลต่อ วัยรุ่น อย่างไร ความรุนแรงส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่น โดยวัยรุ่นที่ถูกรังแกอาจประสบกับภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และอาจทำให้ความภูมิใจในตนเองต่ำลง อีกทั้งมีแนวโน้มที่จะรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่อยากไปโรงเรียน หรืออาจส่งผลร้ายแรงถึงการทำร้ายตัวเอง หรืออาจรู้สึกอยากฆ่าตัวตาย ส่วนวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่น มีความเสี่ยงสูงที่จะมีพฤติกรรมต่อต้านสังคมอย่างรุนแรง จนอาจทำให้เกิดปัญหาที่โรงเรียน การใช้สารเสพติด และมีพฤติกรรมก้าวร้าว โดยผู้ปกครองควรใส่ใจกับพฤติกรรมที่เป็นสัญญาณเตือนเหล่านี้ เช่น ทะเลาะวิวาทด้วยการใช้กำลังหรือวาจา มีพฤติกรรมโทษผู้อื่นเมื่อตัวเองทำความผิด นอกจากนี้วัยรุ่นที่ยืนดูการใช้ความรุนแรง อาจประสบกับปัญหาสุขภาพจิตได้เช่นกัน อาจมีความรู้สึกวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า โดยวัยรุ่นเหล่านี้อาจเผชิญกับความเครียดเพราะกลัวว่าตนจะถูกใช้ความรุนแรงเมื่อใด หรือรู้สึกกังวลเมื่ออยากเข้าไปช่วยผู้อื่นแต่ไม่สามารถทำได้ ปัจจัยเสี่ยงต่อความรุนแรงในวัยรุ่น ความรุนแรงในวัยรุ่นอาจหมายถึงการใช้ความรุนแรงในการทำร้ายร่างกายจนก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บหรืออาจรุนแรงไปถึงการฆาตกรรม ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นความรุนแรงที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อจิตใจและสังคมของบุคคลนั้น ทั้งตัวผู้กระทำและผู้ถูกกระทำเอง มาดูกันว่าจะมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ ความรุนแรงส่งผลต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่น ดังนี้ ปัจจัยเสี่ยงจากตัวบุคคล โรคสมาธิสั้น หรือเกิดความผิดปกติทางพฤติกรรม ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด และสูบบุหรี่ การมีส่วนร่วมในอาชญากรรม การว่างงาน ความรุนแรงในครอบครัว พฤติกรรมก้าวร้าว […]


สุขภาพจิตวัยรุ่น

พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่น ที่ควรระวัง

พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่น เป็นพฤติกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้กับวัยรุ่นทุกคนที่กำลังประสบปัญหาต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต ผู้ปกครองจึงควรใส่ใจ และให้ความสำคัญกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของวัยรุ่น วันนี้เรามาดูกันว่าพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่นมีอะไรบ้าง เพื่อที่คุณจะได้รู้ทันอาการและแก้ไขได้อย่างตรงจุด สุขภาพจิตวัยรุ่น วัยรุ่นช่วงอายุประมาณ 10-19 ปี เป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการพัฒนาทางด้านร่างกาย อารมณ์ และสังคมหลายประการ รวมถึงการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพจิต เช่น ความยากจน การล่วงละเมิดทางเพศ หรือความรุนแรง เหล่านี้ล้วนสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในวัยรุ่นได้ทั้งสิ้น  ดังนั้นการส่งเสริมและปกป้องสุขภาพจิตในวัยรุ่นจึงมีความสำคัญ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงอื่น ๆ ตามมา และเพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกาย จิตใจให้สมบูรณ์เพื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ต่อไป พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่น คืออะไร มีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่น ยิ่งวัยรุ่นต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงมากเท่าใด ก็ยิ่งส่งผลต่อสุขภาพจิตมากขึ้นเท่านั้น และปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความเครียดในช่วงวัยรุ่น ได้แก่ ความต้องการอิสระมากขึ้น ความกดดันในการปรับตัวเข้าสังคม ลักษณะความแตกต่างทางเพศ การเข้าถึงเทคโนโลยี ความเหลื่อมล้ำและการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ ครอบครัว ความรุนแรง ตัวอย่างเหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่น และอาจก่อให้เกิด พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่น ได้เช่นกัน พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่น มีอะไรบ้าง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่นเป็นพฤติกรรมที่วัยรุ่นปฏิบัติหรือเลือกทำ เพื่อหนีจากความเครียด ความวิตกกังวล หรือเพื่อต่อต้านสิ่งต่าง ๆ ซึ่งพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย และอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตในระยะยาวได้ ดังนี้ การกลั่นแกล้ง หรือการใช้ความรุนแรง วัยรุ่นที่มีพฤติกรรมชอบกลั่นแกล้งหรือใช้ความรุนแรงกับผู้อื่นตลอดเวลา มักมีความเสี่ยงสูงที่จะมีพฤติกรรมต่อต้านสังคมมากขึ้น เช่น มีปัญหาที่โรงเรียน การใช้สารเสพติด และมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึ้น สัญญาณที่บอกว่าวัยรุ่นมีพฤติกรรมชอบกลั่นแกล้ง ใช้ความรุนแรงทางร่างกาย และวาจา มักอยู่ในกลุ่มที่ชอบรังแกผู้อื่นเหมือนกัน มีความก้าวร้าวมากขึ้น มีปัญหาที่โรงเรียนบ่อยครั้ง ไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของตน ส่วนวัยรุ่นที่ยืนดูการกลั่นแกล้ง หรือถูกกลั่นแกล้ง มักมีแนวโน้มที่จะประสบกับภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองต่ำลง สัญญาณที่บอกว่าวัยรุ่นกำลังถูกกลั่นแกล้ง อาการบาดเจ็บที่ไม่มีสาเหตุ เสื้อผ้า หนังสือ […]


ทารกคลอดก่อนกำหนด

ปัญหาภูมิคุ้มกันในทารกคลอดก่อนกำหนด ที่ควรรู้

ปัญหาภูมิคุ้มกันในทารกคลอดก่อนกำหนด เป็นภาวะแทรกซ้อนชนิดหนึ่งที่มักเกิดขึ้นในทารกที่คลอดก่อนกำหนด และอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อสุขภาพทารกในระยะยาวได้ [embed-health-tool-due-date] การคลอดก่อนกำหนดคืออะไร การคลอดก่อนกำหนด คือ ทารกคลอดก่อนกำหนดจริงประมาณ 3 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น ซึ่งทารกที่คลอดกำหนดหลายคนอาจมีภาวะแทรกซ้อนตามมา ยิ่งทารกคลอดก่อนกำหนดเร็วเท่าใด ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนมากขึ้นเท่านั้นด้วยเช่นกัน และหนึ่งในนั้นคือ ปัญหาภูมิคุ้มกันในทารกคลอดก่อนกำหนด ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อย ระบบภูมิคุ้มกันในทารก ระบบภูมิคุ้มกันประกอบไปด้วย เซลล์ โปรตีน เนื้อเยื่อ และอวัยวะที่ป้องกันการติดเชื้อ เมื่อเวลาผ่านไประบบภูมิคุ้มกันได้สัมผัสกับแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราต่าง ๆ จากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะพัฒนาแอนติบอดี (โปรตีนที่มีความสามารถในการกำจัดเชื้อโรค) เพื่อปกป้องร่างกายจากสิ่งที่บุรุกเข้ามาและพัฒนาเป็นภูมิคุ้มกันเชื้อนั้น ๆ  ตัวอย่างเช่น เด็กที่เป็นโรคอีสุกอีใส หลังจากการติดเชื้อครั้งแรกระบบภูมิคุ้มกันจะพัฒนาแอนติบอดีและสร้างภูมิคุ้มกัน หากในอนาคตได้สัมผัสกับไวรัสตัวเดิมเด็กจะไม่เป็นอีสุกอีใสอีก โดยปกติทารกในครรภ์จะได้รับแอนติบอดีจากการผลิตแอนติบอดีของแม่ผ่านทางรกในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ ทำให้ทารกมีภูมิต้านทานโรคตั้งแต่แรกเกิด แต่สำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนดอาจยังไม่ได้รับแอนติบอดีจากแม่อย่างเพียงพอ จึงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อเมื่ออยู่นอกมดลูก นอกจากนี้ทารกที่คลอดก่อนกำหนดอาจมีปัญหาในการผลิตเซลล์และโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของระบบภูมิคุ้มกัน เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาว และแอนติบอดี ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ทารกมีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องได้ การติดเชื้อในทารก ปัญหาภูมิคุ้มกันในทารกคลอดก่อนกำหนด เป็นปัญหาที่ทารกคลอดก่อนกำหนดมักมีระดับของแอนติบอดีต่ำ ซึ่งเป็นโปรตีนในเลือดที่ทำหน้าเป็นระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันการติดเชื้อตั้งแต่แรกเกิด ทารกจะได้รับแอนติบอดีจากแม่ผ่านทางรกแต่สำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะได้รับแอนติบอดีที่น้อยกว่า ทำให้ทารกมีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อหลังคลอดสูง โดยเฉพาะการติดเชื้อในเลือด หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ อีกทั้งการใช้อุปกรณ์ในการรักษาทารกคลอดก่อนกำหนด อย่างเช่น เครื่องช่วยหายใจ สายสวนในหลอดเลือด จะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรียที่ร้ายแรงได้ ภาวะติดเชื้อระยะเริ้มต้น ทารกสามารถติดเชื้อในระยะเริ้มต้นได้หากทารกได้มีการสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียบางชนิดระหว่างคลอด ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยง […]


ทารกคลอดก่อนกำหนด

ปัญหาการได้ยินในทารกคลอดก่อนกำหนด ภาวะแทรกซ้อนที่คุณต้องเฝ้าระวัง

ปัญหาการได้ยินในทารกคลอดก่อนกำหนด เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้ในทารกคลอดก่อนกำหนดบางคน ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในหลายด้านเมื่อเติบโตขึ้น เพื่อให้คุณสามารถรับมือและเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการได้ยินในทารกมากขึ้น ลองอ่านบทความนี้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ การคลอดก่อนกำหนดเป็นการคลอดที่เกิดขึ้นก่อนกำหนดจริงประมาณ 3 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น อีกนัยหนึ่งการคลอดก่อนกำหนดคือการคลอดก่อน 37 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ ซึ่งทารกที่คลอดก่อนกำหนดอาจมีภาวะแทรกซ้อนตามมามากมาย ยิ่งทารกคลอดก่อนกำหนดเร็วเท่าไรยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนมากขึ้นเท่านั้นด้วย ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกายและพัฒนาการทางการเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว [embed-health-tool-vaccination-tool] ปัญหาการได้ยินในทารกคลอดก่อนกำหนด คืออะไร ปัญหาการได้ยิน เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มักเกิดขึ้นในทารกที่คลอดก่อนกำหนด ซึ่งการสูญเสียการได้ยินอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอด ส่วนในทารกที่คลอดก่อนกำหนดแน่นอนว่าอวัยวะอาจยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างสมบูรณ์จากในครรภ์จึงอาจส่งผลทำให้ทารกสูญเสียการได้ยินได้ ในบางกรณีเด็กที่คลอดก่อนกำหนดอาจสูญเสียการได้ยินในภายหลัง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับการคลอดก่อนกำหนดด้วย เด็กที่สูญเสียการได้ยินและไม่ได้รับการรักษาหรือทำการรักษาล่าช้า อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางภาษา การพูด และการสื่อสารกับผู้อื่นเมื่ออายุมากขึ้น ส่งผลทำให้เกิดปัญหาต่อการเข้าสังคมในอนาคตได้ ตรวจการได้ยินในทารก ทารกทุกคนจะได้รับการตรวจคัดกรองปัญหาการได้ยิน โดยเฉพาะทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะได้รับการทดสอบการได้ยินหลังจากอายุได้ 34 สัปดาห์ หรือจนกว่าแพทย์จะวินิจฉัยว่าทารกสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว โดยจะใช้เครื่องมือเซ็นเซอร์พิเศษวางบนศีรษะของทารก และดูการตอบสนองจากเส้นประสาทการได้ยินของทารก หรือเรียกว่า การตอบสมองของก้านสมองอัตโนมัติ (Automated Auditory Brainstem Response : AABR) เพื่อตรวจสอบการได้ยินของทารกคุณอาจสังเกตพฤติกรรมเหล่านี้ที่อาจเกิดขึ้นได้ ช่วง 4-10 สัปดาห์ ทารกอาจแสดงพฤติกรรมเหล่านี้ เมื่อมีเสียงดังกะทันหัน กระตุกหรือกระพริบตา เสียงจะรบกวนการนอนหลับของทารก หยุดกินนมเมื่อได้ยินเสียง มองไปตามเสียง ร้องไห้ ช่วง 3-4 เดือน ทารกอาจแสดงพฤติกรรมเหล่านี้ […]


ทารกคลอดก่อนกำหนด

ปัญหาสมองในทารกคลอดก่อนกำหนด ประเภท และการป้องกัน

ปัญหาสมองในทารกคลอดก่อนกำหนด เป็นภาวะแทรกซ้อนอีกประเภทหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในทารกคลอดก่อนกำหนดบางคน ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกน้อยในระยะยาวได้ มาทำความรู้จักกับปัญหาสมองในทารกคลอดก่อนกำหนดเพื่อที่คุณได้รู้เกี่ยวกับโรคอื่น ๆ ที่อาจตามมาและจะได้รับมือได้อย่างทันท่วงที การคลอดก่อนกำหนดคือการคลอดที่เกิดขึ้นก่อนเวลาที่กำหนดโดยประมาณของทารก หรือการคลอดที่เกิดก่อนสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งร่างกายและสมองอาจยังพัฒนาไม่เต็มที่เมื่ออยู่ในครรภ์ จนทำให้ทารกบางคนมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ ยิ่งทารกคลอดก่อนกำหนดมากเท่าไรยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนมากขึ้นเท่านั้นด้วยเช่นกัน [embed-health-tool-vaccination-tool] ปัญหาสมองในทารกคลอดก่อนกำหนด คืออะไร ปัญหาสมองในทารกคลอดก่อนกำหนดอาจมีปัญหาทางระบบประสาทซึ่งส่งผลต่อสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาทส่วนปลาย และกล้ามเนื้อ ยิ่งทารกเกิดเร็วเท่าไร ความเสี่ยงที่จะมีเลือดออกในสมองก็มากขึ้นเท่านั้น เรียกว่า ภาวะตกเลือดในสมอง ในทารกบางคนภาวะตกเลือดในสมองอาจหายได้เอง แต่ในบางคนอาจส่งผลทำให้สมองได้รับบาดเจ็บอย่างถาวร อีกทั้งอาจทำให้เกิดปัญหาสมองอื่น ๆ ตามมาได้ ประเภทของปัญหาสมองในทารกคลอดก่อนกำหนด ประเภทของปัญหาสมองในทารกคลอดก่อนกำหนดที่อาจเกิดขึ้นได้ มีดังนี้ ภาวะเลือดออกในโพรงสมอง (Intraventricular hemorrhage : IVH) เป็นภาวะที่มีเลือดออกในบริเวณรอบ ๆ โพรงช่องว่างในสมอง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีน้ำไขสันหลัง เกิดจากเส้นเลือดบอบบางเกิดการแตกออก ทำให้เลือดเข้าไปสะสมในสมองซึ่งสามารถทำลายเซลล์ประสาทได้ ภาวะเลือดออกในโพรงสมองมักพบได้บ่อยในทารกที่คลอดก่อนกำหนด โดยเฉพาะทารกที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,500 กรัม อาจแสดงอาการ ดังนี้ โรคโลหิตจาง ทารกร้องไห้บ่อย อัตราการเต้นของหัวใจต่ำ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการซึม ชัก ทารกไม่อยากอาหาร ภาวะเนื้อเยื้อรอบโพรงสมองได้รับความเสียหาย (Periventricular leukomalacia : PVL) เป็นภาวะที่เกี่ยวของกับระบบประสาทในทารกคลอดก่อนกำหนด และมักเกิดขึ้นบ่อยในทารกที่คลอดก่อนกำหนด […]


ทารกคลอดก่อนกำหนด

โรคปอดเรื้อรังในทารกแรกเกิด อาการ สาเหตุ วิธีรักษาและวิธีดูแล

โรคปอดเรื้อรังในทารกแรกเกิด เป็นภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงชนิดหนึ่งที่พบมากในทารกคลอดก่อนกำหนด หรือทารกที่มีน้ำหนักตัวน้อย อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคปอดเรื้อรังในทารกแรกเกิดให้มากขึ้น ทั้งอาการที่ควรสังเกต สาเหตุ วิธีรักษาและดูแลที่เหมาะสม อาจช่วยคลายความกังวลให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้ โรคปอดเรื้อรังในทารกแรกเกิด คืออะไร โรคปอดเรื้อรังในทารกแรกเกิด (Bronchopulmonary dysplasia : BPD) เป็นโรคที่เกี่ยวกับปัญหาการหายใจและปอดในระยะยาว จัดเป็นภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่เกิดจากปอดของทารกยังพัฒนาไม่เต็มที่ โรคนี้มักพบในทารกที่มีน้ำหนักตัวน้อย ทารกที่คลอดก่อนกำหนด หรือทารกที่มีภาวะหายใจลำบาก (Respiratory distress syndrome : RDS) โดยความรุนแรงของโรคปอดเรื้อรังในทารกแรกเกิดมีตั้งแต่ระดับเบาไปจนถึงรุนแรงมาก ทารกที่เป็นโรคปอดเรื้อรังอาจพบภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ได้ ปัญหาสุขภาพที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจต่อเนื่อง เสี่ยงเกิดโรคไข้หวัดธรรมดา โรคไข้หวัดใหญ่ และการติดเชื้ออื่น ๆ ได้ง่าย ปัญหาการกลืน ปัญหาการเจริญเติบโตและพัฒนาการล่าช้า ปัญหาการหายใจในวัยเด็ก และอาจเรื้อรังไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ อาการ โรคปอดเรื้อรังในทารกแรกเกิด อาการที่พบได้บ่อย มีดังนี้ ปัญหาการหายใจ เช่น หายใจเร็ว หายใจสั้น มีเสียงเมื่อหายใจ หน้าอกมีการหดและขยายอย่างชัดเจน อาจหยุดหายใจชั่วขณะ ปีกจมูกขยับแรงกว่าปกติขณะหายใจ อาจมีอาการหายใจหอบ ผิวปลายมือปลายเท้าหรือริมฝีปากมีสีเขียว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อให้ออกซิเจนอย่างต่อเนื่องหลังจากทารกคลอดก่อนกำหนด มีอายุประมาณ 36 สัปดาห์ สาเหตุของโรคปอดเรื้อรังในทารกแรกเกิด ปัญหาสุขภาพ เช่น ภาวะหายใจลำบาก ภาวะปอดติดเชื้อ […]


ทารกคลอดก่อนกำหนด

ปัญหาหัวใจในทารกคลอดก่อนกำหนด ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดกับลูกน้อย

ปัญหาหัวใจในทารกคลอดก่อนกำหนด หมายถึง ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับหัวใจในลักษณะต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตต่ำ หัวใจพิการ อาจเกิดจากหัวใจของทารกยังไม่พัฒนาจนสมบูรณ์พร้อม ปัญหาหัวใจเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย และอาจเป็นอันตรายกับสุขภาพเด็กได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม [embed-health-tool-”due-date”] ทารกคลอดก่อนกำหนดกับปัญหาสุขภาพหัวใจ ทารกคลอดก่อนกำหนด คือ ทารกที่คลอดก่อนครบกำหนดประมาณ 2 สัปดาห์ หรือคลอดก่อนสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ ทารกที่คลอดก่อนกำหนดส่วนใหญ่มักมีปัญหาสุขภาพตามระบบต่าง ๆ เนื่องจากร่างกายอาจยังพัฒนาไม่สมบูรณ์เต็มที่ ปัญหาสุขภาพเหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพและพัฒนาการโดยรวมของทารกทั้งระยะสั้นและระยะยาว มีงานวิจัยที่พบว่า ทารกที่คลอดก่อนกำหนดมักเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว ทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อีกทั้งการคลอดก่อนกำหนดยังอาจส่งผลต่อโครงสร้างหัวใจและการทำงานของหัวใจอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยอีกหนึ่งชิ้นที่พบว่า การคลอดก่อนกำหนดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และระดับคอเลสเตอรอลสูงเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่อีกด้วย ปัญหาหัวใจในทารกคลอดก่อนกำหนด ปัญหาหัวใจที่อาจพบได้ในทารกคลอดก่อนกำหนด มีดังต่อไปนี้ โรคหลอดเลือดหัวใจเกิน (Patent ductus arteriosus : PDA) เมื่อทารกอยู่ในครรภ์ ทารกจะได้รับออกซิเจนจากรก เพราะปอดจะยังไม่ทำงานจนกว่าทารกจะลืมตาดูโลกและสายสะดือถูกตัดขาด เมื่อทารกคลอดออกมาแล้วหลอดเลือดหัวใจจะปิดเพื่อให้ปอดเริ่มทำงาน แต่สำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนด หลอดเลือดหัวใจส่วนนี้อาจปิดช้ากว่าปกติ ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจเกิน โดยปกติโรคนี้มักไม่ก่อให้เกิดปัญหา เนื่องจากหลอดเลือดจะปิดตัวลงได้เองเมื่อทารกคลอดก่อนกำหนดมีอายุเท่ากับทารกที่คลอดตามกำหนด แต่ทารกบางคนอาจเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเกินถาวร และทำให้อาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือรับการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดปิดหลอดเลือดเกิน โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital heart disease : CHD) โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หมายถึง โรคที่ลักษณะของหัวใจผิดปกติ เช่น ผิดรูป มีรูรั่ว […]


โรคติดเชื้อในเด็ก

หนองในแท้ในทารก โรคติดต่อจากแม่สู่ลูก ที่คุณควรรู้

หนองในแท้ในทารก เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่แพร่กระจายจากแม่สู่ลูก ทารกที่เป็นโรคหนองในมักมีอาการที่รุนแรง เช่น มีหนองไหลออกจากดวงตาและจมูก มีเลือดออกจากร่างกาย รวมไปถึงยังอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม [embed-health-tool-bmi] หนองในแท้ในทารก คืออะไร โรคหนองในแท้ในทารก เกิดขึ้นจากคุณแม่ตั้งครรภ์ติหนองในแท้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ติดต่อได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยมักแพร่กระจายผ่านทางช่องคลอด ทวารหนัก และช่องปาก ซึ่งโรคหนองในสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น ๆ และอาจส่งผลต่อภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ ทารกที่ติดเชื้อหนองในแท้มักจะมีปัญหาสุขภาพอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในบริเวณดวงตา เนื่องจากเป็นบริเวณเปราะบางที่มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อมากที่สุด อีกทั้งอาจมีการติดเชื้อที่ระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและพัฒนาผิดปกติล่าช้าได้หากรักษาไม่ทันท่วงที โดยปกติแล้วหากสูตินรีแพทย์ตรวจพบว่าคุณแม่เป็นโรคหนองในแท้ จะเร่งทำการรักษาให้หายขาดก่อนที่คุณแม่จะคลอดบุตร อาการของ โรคหนองในแท้ในทารก โดยปกติแล้ว โรคหนองในแท้ในทารก มักจะแสดงอาการหลังจากการติดเชื้อภายในช่วง 2 สัปดาห์แรก ซึ่งอาจมีอาการดังนี้ อาการทางดวงตา เช่น ตาแดง ตาบวม มีหนองออกจากตา อาจมีเลือดออกจากอวัยวะเพศหรือทวารหนัก อาจมีไข้ ซึม เบื่ออาหาร ดูดนมได้น้อยลง แสบร้อนขณะปัสสาวะ ปวดท้องน้อย ปวดทวารหนัก อาจมีภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อจนถึงชีวิตได้ หากติดเชื้อทางระบบประสาท อาจมีภาวะชัก เกร็ง ตัวเขียว เยื่อหุ้มสมองอักเสบเป็นหนอง ถึงแก่ชีวิตได้ การรักษา โรคหนองในแท้ในทารก หนองในแท้สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ทางที่ดีที่สุดคือการรักษาโรคหนองในแท้ในตัวคุณแม่ตั้งครรภ์ให้หายดีก่อนที่คุณแม่จะคลอดบุตร แต่หากทารกได้รับเชื้อหนองในไปแล้ว แพทย์ก็อาจจะต้องให้ยาปฏิชีวนะทั้งกับตัวแม่และทารก การใช้ยาปฏิชีวนะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ แต่ส่วนใหญ่มักเป็นอาการที่ไม่รุนแรง เช่น มีไข้ […]


ทารกคลอดก่อนกำหนด

ปัญหาการหายใจในทารกคลอดก่อนกำหนด รู้ก่อน เพื่อสุขภาพทารก

ปัญหาการหายใจในทารกคลอดก่อนกำหนด คือปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นในทารกที่คลอดก่อนกำหนด เช่น โรคปอดเรื้อรัง ภาวะหายใจลำบาก ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการที่ปอดของทารกยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ เมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้น ปัญหาการหายใจในทารก เหล่านี้ก็จะค่อย ๆ หายไปตามพัฒนาการของทารก ทารกที่คลอดก่อนกำหนด หมายถึงทารกที่คลอดก่อนสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ ทารกที่คลอดก่อนกำหนดมักมีปัญหาสุขภาพมากมายเนื่องจากร่างกายยังไม่พัฒนาเต็มที่ ยิ่งทารกคลอดก่อนกำหนดเร็วเท่าไรจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนมากขึ้นเท่านั้น [embed-health-tool-”due-date”] ปัญหาการหายใจในทารกคลอดก่อนกำหนด มีอะไรบ้าง ทารกที่คลอดก่อนกำหนดบางคนอาจมีปัญหาเรื่องการหายใจ เนื่องจากระบบทางเดินหายใจยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ปอดของทารกอาจขาดสารลดแรงตึงผิวที่ช่วยให้ปอดขยายตัว ทำให้ปอดของทารกอาจไม่สามารถหดและขยายตัวได้ตามปกติ จนนำไปสู่ ปัญหาการหายใจในทารก ต่าง ๆ ดังนี้ กลุ่มอาการหายใจลำบากในทารกแรกเกิด (Newborn or neonatal respiratory distress syndrome : NRDS) กลุ่มอาการหายใจลำบากในทารกแรกเกิด เกิดขึ้นจากการที่ปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่ทำให้ไม่สามารถรับออกซิเจนได้อย่างเพียงพอ ทำให้ทารกอาจมีอาการต่าง ๆ ดังนี้ สีผิว ริมฝีปาก ลิ้นและเล็บ เปลี่ยนเป็นสีม่วงหรือฟ้า หายใจสั้นและเร็ว มีเสียงดังเมื่อหายใจ กรณีที่เป็นมากอาจซึมลง หายใจช้า หรือ หายใจแผ่ว แพทย์อาจต้องให้สารลดแรงตึงผิวผ่านทางหลอดลมเข้าสู่ปอด นอกจากนี้ หากแพทย์พิจารณาว่าคุณแม่อาจมีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนสัปดาห์ที่ 34 คุณหมอก็อาจให้ยาสเตียรอยด์เพื่อช่วยให้ปอดของทารกพัฒนาดีขึ้น เนื่องจากปอดของทารกคลอดก่อนกำหนดจะพัฒนาจนใกล้เคียงทารกครบกำหนดหลังอายุครรภ์ 34 สัปดาห์เป็นต้นไป โรคปอดเรื้อรังในทารกคลอดก่อนกำหนด (Bronchopulmonary […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!





ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน