ความวิตกกังวลกับความโกรธ มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 02/02/2021 . 5 mins read
Share now

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ความวิตกกังวลกับความโกรธ นั้นมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ ความจริงแล้ว ความวิตกกังวลกับความโกรธมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทั้ง 2 อารมณ์นั้นตอบสนองต่อการรับรู้ถึงภัยคุกคาม ซึ่งจะช่วยให้เรารอดพ้นจากสถานการณ์อันตรายนั่นเอง แต่เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น ลองไปติดตามบทความนี้ของ Hello คุณหมอกัน

ความวิตกกังวลกับความโกรธ มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

มนุษย์นั้นมีอารมณ์และความรู้สึกที่หลากหลาย ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้มักจะเชื่อมโยงกัน ส่วนความวิตกกังวล (Anxiety) นั้นคือความกลัวที่คุณรู้สึกตอบสนองต่อภัยคุกคามที่สามารถรับรู้ได้ ความโกรธ (Anger) ก็ถือเป็นการตอบสนองต่อภัยคุกคาม ซึ่งทั้ง 2 อารมณ์นี้จะควบคู่ไปกับความรู้สึกของการถูกรบกวนหรือความรำคาญ

ด้านนักวิจัยได้คาดการณ์เอาไว้ว่า ความวิตกกังวลกับความโกรธ นั้นอาจมีส่วนสำคัญต่อความสามารถการรับรู้และตอบสนองต่ออันตราย โดยอารมณ์ทั้ง 2 อย่างนี้อาจทำให้เกิดอาการทางร่างกาย โดยการปล่อยฮอร์โมนเข้าสู่กระแสเลือดของคุณ นอกจากนั้นมันยังสามารถถูกกระตุ้นได้ด้วยประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อารมณ์ทั้ง 2 อย่างนี้สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้น หรือทำให้แย่ลงได้ตามความคิดของตัวคุณเอง ซึ่งปฏิกิริยาของความวิตกกังวลและความโกรธมีความเชื่อมโยงกัน ดังนี้

เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์

ทุกคนสามารถโกรธและรู้สึกวิตกกังวลได้ ในความเป็นจริงแล้วมีหลายครั้งที่ความวิตกกังวลเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล และความโกรธคือการตอบสนองที่เหมาะสม ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญได้ ในช่วงเวลาของความเครียด ความตึงเครียดจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อความขัดแย้งในชีวิตส่วนตัวของคุณขยายตัวจากเหตุการณ์ต่าง ๆ จึงทำให้ความกังวลและความโกรธดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ

อาการทางสรีรวิทยาที่เหมือนกัน

เมื่อคุณโกรธหรือวิตกกังวล ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนซึ่งรวมถึงคอร์ติซอล (Cortisol0 และ อะดรีนาลีน (Adrenaline) เพื่อเตรียมให้คุณต่อสู้หรือหนี ในช่วงเวลาที่คุณวิตกกังวลหรือโกรธ คุณมักจะมีอาการต่าง ๆ เหล่านี้

อาการเหล่านี้จะหายไปอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ในสถานการณ์ปกติ แต่ถ้าคุณมีปัญหาในระยะยาวเกี่ยวกับความโกรธหรือความวิตกกังวล ฮอร์โมนเหล่านี้จะถูกปล่อยออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนอาจนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพได้

ลักษณะอาการทางจิตวิทยาที่เหมือนกัน

นักจิตวิทยาได้เปรียบเทียบทั้งความวิตกกังวลและความโกรธเอาไว้ว่า เมื่อคุณต้องเผชิญกับความเครียดที่คุณรู้สึกว่าไม่มีความพร้อมที่จะรับมือ คุณอาจจะรู้สึกวิตกกังวล หากคุณรู้สึกว่าถูกคุกคามมากขึ้น ความวิตกกังวลนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นความโกรธได้อย่างรวดเร็ว

ในทั้ง 2 กรณี เกิดจากการกระตุ้นภายนอกที่คุกคามความรู้สึกปลอดภัย และการควบคุมสภาพแวดล้อมของคุณ ความโกรธอาจเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของความวิตกกังวลที่ต้องมีการใช้สารเคมีมากกว่า

นอกจากนี้นักจิตวิทยาบางคนยังแนะนำเอาไว้ว่า ความโกรธเป็นรากฐานของความวิตกกังวล โดยคนที่ไม่ได้เรียนรู้วิธีการแสดงความโกรธออกมาอย่างถูกต้องอาจจะรู้สึกวิตกกังวลเป็นระยะเวลานาน

มีผลต่อสุขภาพ

หากคุณไม่สามารถจัดการกับความโกรธและความวิตกกังวลได้ หรือถ้ามีคนมาบอกกับคุณถึงวิธีการจัดการกับความโกรธและความวิตกกังวลที่กำลังทำให้คุณเกิดปัญหา นั่นถือว่าเป็นเวลาที่ดีที่คุณจะขอความช่วยเหลือ ความโกรธและความวิตกกังวลที่มากเกินไป อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตและร่างกายของคุณ

ตัวอย่างเช่น นักวิจัยพบว่า ความโกรธเพิ่มสูงขึ้นในโรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้า นอกจากนั้นจากการศึกษาอื่น ๆ จากแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ แสดงให้เห็นว่า ความวิตกกังวลและความโกรธที่มีมากเกินไป สามารถนำไปสู่

ความวิตกกังวลกับความโกรธเกิดจากสาเหตุอื่นได้หรือไม่

ความโกรธสิ่งที่สามารถทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ได้ หากคุณรู้สึกโกรธหรือโกรธมากเกินไปจนยากที่จะจัดการ คุณอาจจะต้องลองสังเกตสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดความโกรธขึ้นได้ ดังนี้

ในทำนองเดียวกัน ความวิตกกังวลก็เกี่ยวข้องกับสภาวะทางสุขภาพอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งได้แก่

  • โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive Disorder หรือ OCD)
  • ภาวะซึมเศร้า
  • โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (Post-Traumatic Stress Disorder หรือ PTSD)
  • โรคกลัว (Phobia)
  • โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome หรือ IBS)
  • โรคทางจิตเวชที่เกิดจากการใช้สุราสารเสพติด (Substance use disorder)

วิธีจัดการ ความวิตกกังวลกับความโกรธ ที่เกิดขึ้น

หากคุณต้องจัดการกับความวิตกกังวลและความโกรธที่เกิดขึ้น สามารถทำได้ด้วยวิธีต่าง ๆ มากมาย ดังนี้

การออกกำลังกาย

หากคุณกำลังมองหาวิธีการลดความวิตกกังวลกับความโกรธให้หายไปในทันที การออกกำลังกายถือเป็นวิธีที่สามารถช่วยได้ จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้พบว่า คนที่วิ่งบนลู่เป็นเวลา 20 นาที มีอาการโกรธและวิตกกังวลน้อยกว่าก่อนออกกำลังกาย นอกจากนั้นการเลือกออกกำลังกายในสถานที่ที่เป็นธรรมชาติ ยังทำให้คุณมีความสุขมากขึ้นอีกด้วย

ฝึกสติ

การฝึกสติเป็นการฝึกสมาธิ โดยที่คุณไม่ต้องพยายามตัดสิน เปลี่ยนแปลง หรือตีความความคิดและความรู้สึกของตัวคุณเอง การฝึกสติสามารถช่วยลดความวิตกกังวลกับความโกรธได้ ในการศึกษาขนาดเล็กจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับผู้หญิงที่เป็นโรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) ผู้เข้าร่วมที่ได้รับการฝึกสติ รวมถึง

  • การสแกนร่างกายเพื่อสังเกตความรู้สึกทางกายภาพ
  • ปล่อยให้ความคิดไหลเวียนอย่างอิสระ โดยไม่ต้องตัดสิน
  • ทำแบบฝึกหัดการหายใจในช่องท้อง

หลังจากโปรแกรม 7 สัปดาห์สิ้นสุดลง ผู้เข้ารวมแสดงความโกรธและความวิตกกังวลน้อยลงกว่าตอนที่พวกเขาจะเข้าเริ่มการฝึกสติ

การฝึกหายใจ

การหายใจช้า ๆ มีผลอย่างมากต่ออาการทางสรีรวิทยาของความวิตกกังวลและความโกรธ มาตรการด้านสุขภาพที่ดีอย่างหนึ่งคือ ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (heart rate variability หรือ HRV) ซึ่งเป็นความผันแปรของระยะเวลาการเต้นของหัวใจ ซึ่งเมื่อคุณรู้สึกถูกคุกคาม HRV ของคุณจะอยู่ในระดับต่ำ เวลาระหว่างจังหวะการเต้นจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ซึ่ง HRV ต่ำจะเชื่อมโยงกับความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และโรคหัวใจ

ส่วน HRV ที่สูงขึ้น หมายความว่า คุณสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมของคุณได้อย่างง่ายดาย หัวใจของคุณจะเต้นเร็วขึ้นและช้าลงอย่างเหมาะสม ซึ่งจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้พบว่า การหายใจช้า ๆ (น้อยกว่า 6 ครั้งต่อนาที) สามารถเพิ่ม HRV ของคุณ และทำให้คุณรู้สึกกังวลน้อยลง โกรธน้อยลง และผ่อนคลายมากขึ้น

การนวด

หลายคนพบว่า การนวดบำบัดแบบสวีดิช (Swedish massage therapy) อย่างอ่อนโยนเป็นการนวดที่ผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มีประสิทธิภาพในการลดความวิตกกังวลกับความโกรธ

ในการศึกษาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ซี่งเกี่ยวข้องกับผู้หญิง 100 คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ผู้เข้าร่วมการศึกษาได้รับการนวดบำบัดแบบสวีดิชเป็นเวลา 5 สัปดาห์ นักวิจัยรายงานว่า ผู้หญิงทุกคนมีความผิดปกติทางอารมณ์ทั้งหมดลดลง ซึ่งรวมถึงความโกรธและความวิตกกังวลในระหว่างและหลังที่เข้ารับการวิจัยด้วย

การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม

การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (Cognitive behavioral therapy หรือ CBT) มีหลักการทำงานบนสมมติฐานว่า คุณอาจมีรูปแบบความคิดที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งทำให้ความโกรธและความวิตกกังวลแย่ลง

การทำงานร่วมกับนักบำบัดที่ได้รับการฝึกฝนในการบำบัดพฤติกรรมทางปัญญา อาจช่วยให้คุณระบุได้ว่า อะไรเป็นสาเหตุของความวิตกกังวลหรือความโกรธ คุณยังสามารถเรียนรู้ที่จะสังเกตเห็นความคิดที่บิดเบือนมุมมองของความเป็นจริง เมื่อคุณระบุได้แล้ว คุณสามารถเรียนรู้ที่จะปรับความคิดของคุณใหม่ด้วยวิธีที่ช่วยให้คุณจัดการกับความโกรธและความกังวลได้

กระบวนการนี้ไม่ใช่การแก้ไขอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่จากการวิจัยจากแหล่งที่เชื่อถือได้แสดงให้เห็นว่าการบำบัดพฤติกรรมทางปัญญา มีประสิทธิภาพมากในการรักษาความวิตกกังวลเรื้อรังและปัญหาความโกรธ

ความวิกตกกังวลกับความโกรธนั้นมีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน เนื่องจากทั้ง 2 อารมณ์นั้นตอบสนองตามปดติต่อการรับรู้ภัยคุกคาม จึงช่วยให้เรารอดพ้นจากสถานการณ์อันตรายได้ อารมณ์ทั้ง 2 รูปแบบนี้จะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายพลุ่งพล่านคล้ายกัน และยังมีส่วนกระตุ้นทางจิตใจที่คล้ายคลึงกันอีกด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไรฝุ่น ภัยร้ายตัวจิ๋ว ที่อาจนำไปสู่โรคหอบหืด

เมื่อหายใจเอา ไรฝุ่น เข้าไป มันอาจจะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ นอกจากนั้น ยังอาจทำให้เกิดอาการคันที่บริเวณผิวหนัง เนื่องจากเกิดอาการแพ้ ได้อีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

ความวิตกกังวล ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก ป้องกันอย่างไรดี

ความวิตกกังวล ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก ได้ แม้จะเป็นอาการที่ไม่อันตราย แต่การจัดการกับความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นก็นับเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพจิต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
สุขภาพจิต 20/01/2021 . 3 mins read

ความกังวลส่งผลต่อการรับรส ให้เปลี่ยนไปได้จริง หรือแค่คิดไปเอง

ความกังวลส่งผลต่อการรับรส ในบางรสชาติให้น้อยลงได้ เช่น รสหวานและรสเค็ม นอกจากนี้บางครั้งความเครียดและความวิตกกังวลยังอาจทำให้ได้รสโลหะอีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

ความวิตกกังวลและการนอนไม่หลับ มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

ความวิตกกังวลทำให้นอนไม่หลับ หรือการนอนไม่หลับทำให้เกิดความวกตกกังวล คำถามนี้อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับ ความวิตกกังวลและการนอนไม่หลับ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย