การคุมกำเนิด

การคุมกำเนิด มีจุดประสงค์ในการป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบการคุณกำเนิดที่เป็นไปได้ โดยสิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้อยู่ ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

การคุมกำเนิด

ฉีดยา คุมแบบ 1 เดือน ปล่อยในได้ไหม และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง

ผู้ที่ต้องการเลือกวิธีการคุมกำเนิดแบบฉีดอาจมีคำถามว่า ฉีดยา คุมแบบ 1 เดือน ปล่อยในได้ไหม และจะก่อให้เกิดการตั้งครรภ์หรือมีข้อควรระวังอะไรบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปหากฉีดยาคุมกำเนิดเกิน 7 วัน สามารถมีเพศสัมพันธ์และปล่อยในได้โดยไม่ทำให้ตั้งครรภ์ แต่การปล่อยในก็ยังอาจมีความเสี่ยงในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเสี่ยงตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจได้ โดยเฉพาะหากเข้ารับการฉีดยาคุมรอบใหม่ไม่ตรงเวลา ดังนั้น ควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งหากไม่ต้องการตั้งครรภ์ และเพื่อป้องกันการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ [embed-health-tool-vaccination-tool] ฉีดยาคุมกำเนิดอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ยาคุมกำเนิดแบบฉีดมีด้วยกัน 2 ประเภท ได้แก่ ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียว (Progestin-only Injectable Contraceptives) ส่วนใหญ่ฉีดบริเวณชั้นกล้ามเนื้อ โดยระยะเวลาในการฉีดอาจมีทั้งทุก ๆ 8 สัปดาห์ และทุก ๆ 12 สัปดาห์ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดของยาคุม ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Injectable Contraceptives) ที่ประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสตินและฮอร์โมนเอสโตรเจน ระยะเวลาในการฉีดประมาณทุก ๆ 1 เดือน จนกว่าจะเลิกคุมกำเนิด การฉีดยาคุมกำเนิดอย่างถูกต้องและตรงเวลาตามที่คุณหมอกำหนด อาจมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดได้ถึง 99% โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดที่ดีมากขึ้น อาจมีดังนี้ หากยังไม่ได้ตั้งครรภ์ สามารถเริ่มฉีดยาคุมกำเนิดเมื่อไหร่ก็ได้ การคุมกำเนิดอย่างต่อเนื่องด้วยยาคุมกำเนิดแบบฉีด ควรเข้ารับการฉีดยาคุมกำเนิดภายใน 1 สัปดาห์หลังครบกำหนด […]

หัวข้อ การคุมกำเนิด เพิ่มเติม

การคุมกำเนิด

ไม่ใส่ถุงยางมีโอกาสท้องไหม และวิธีป้องกันตัวเองไม่ให้ท้อง

หลายคนอาจสงสัยว่า ไม่ใส่ถุงยางมีโอกาสท้องไหม อาจเป็นไปได้ว่าท้องและไม่ท้อง แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมมีบุตรหรือไม่พร้อมตั้งครรภ์ ควรคำถึงความปลอดภัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ด้วยการสวมถุงยางอนามัยและการใช้ยาคุมกำเนิดให้ถูกวิธี เพราะอาจช่วยลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ [embed-health-tool-ovulation] ไม่ใส่ถุงยางมีโอกาสท้องไหม การไม่ใส่ถุงยางเมื่อมีเพศสัมพันธ์อาจมีโอกาสเสี่ยงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะหลั่งในเข้าสู่ช่องคลอดเมื่อสำเร็จความใคร่ นอกจากนี้การหลั่งนอกก็ยังอาจทำให้มีโอกาสการตั้งครรภ์ เพราะอสุจิอาจเล็ดลอดออกมาพร้อมกับน้ำหล่อลื่นของผู้ชายและเข้าสู่ช่องคลอดของผู้หญิง และถึงแม้ว่าจะรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินหรือยาคุมรายเดือน หากรับประทานผิดวิธี เช่น ไม่รับประทานยาในช่วงเวลาที่กำหนด ลืมรับประทานยาคุม ลืมกินยาคุม 1-3 วัน ก็อาจเสี่ยงทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น การสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์จึงเป็นวิธีที่ช่วยลดโอกาสการตั้งครรภ์สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมมีบุตรและไม่พร้อมตั้งครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกที่สุด อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคเริม โรคหูดหงอนไก่ โรคหนองในแท้ โรคหนองในเทียมได้อีกด้วย คำแนะนำในการคุมกำเนิด คำแนะนำในการคุมกำเนิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ อาจมีดังต่อไปนี้ การใช้ยาคุม เช่น ยาคุมกำเนิดแบบรับประทาน การฝังยาคุม การใส่ห่วงคุมกำเนิด การแปะแผ่นคุมกำเนิด ที่ประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสตินที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเมือกบริเวณปากมดลูกให้หนาขึ้น ทำให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ยาก ควรรับประทานยาคุมให้ตรงเวลา สำหรับยาคุมในรูปแบบอื่น ๆ ควรถอดเปลี่ยนตามวันและเวลาที่คุณหมอกำหนด เพื่อให้การคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงการรับประทานยาคุมกำเนิดร่วมกับยาบางชนิด เช่น ยารักษาต้านไวรัสเอชไอวี ยารักษาโรคลมชัก ยาสมุนไพร เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดลดลง และควรแจ้งให้คุณหมอทราบหากรับประทานยารักษาโรคประจำตัว รวมถึงวิตามิน สมุนไพรต่าง ๆ เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานยาคุมอย่างถูกวิธี ผู้ชายควรเลือกถุงยางอนามัยให้ถูกไซส์ไม่ควรเล็กหรือใหญ่จนเกินไป เพื่อป้องกันถุงยางแตก ถุงยางหลุด […]

การคุมกำเนิด

กินยาคุมผิดวัน ทำให้ตั้งท้องได้หรือไม่

กินยาคุมผิดวัน สามารถทำให้ท้องได้หรือไม่ อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย โดยทั่วไปยาคุมกำเนิดส่วนใหญ่มีปริมาณฮอร์โมนเท่ากันทุกเม็ด การกินยาคุมผิดวันจึงไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด แต่ในกรณีที่ลืมกินยาคุมควรใส่ถุงยางอนามัยร่วมด้วย เพื่อประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดที่ดี [embed-health-tool-ovulation] ยาคุมทำงานอย่างไร ยาคุม เป็นยาเม็ดที่ประกอบไปด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โปรเจสติน (Progestin) ที่มีคุณสมบัติยับยั้งฮอร์โมนปกติตามธรรมชาติของร่างกายเพื่อช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ โดยช่วยหยุดการตกไข่ ปรับให้มูกในปากมดลูกหนาขึ้น เพื่อให้อสุจิเข้าปากมดลูกไปผสมกับไข่ได้ยากขึ้น และยังเปลี่ยนแปลงลักษณะเยื่อบุโพรงมดลูกทำให้ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วไม่สามารถฝังตัวได้ กินยาคุมผิดวัน ทำให้ตั้งท้องได้หรือไม่ ยาเม็ดคุมกำเนิดในปัจจุบันมีทั้งแบบฮอร์โมนรวมและแบบฮอร์โมนเดี่ยว ซึ่งอยู่ในรูปแบบ 28 หรือ 21 เม็ด โดยส่วนใหญ่ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบ 21 เม็ด จะประกอบด้วยตัวยาที่ออกฤทธิ์ทั้งหมดในปริมาณที่เท่ากัน แต่ยาคุมแบบ 28 เม็ด จะประกอบด้วยตัวยาที่ออกฤทธิ์ 21 เม็ด และเม็ดแป้งอีก 7 เม็ด ซึ่งมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดได้เท่ากันหากกินยาอย่างถูกต้อง ส่วนบางคนอาจมีข้อสงสัยว่า กินยาคุมผิดวัน จะทำให้ท้องได้ไหม โดยปกติยาคุมทุกเม็ดจะมีปริมาณของฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสตินที่เท่ากัน ดังนั้น หากกินยาคุมผิดวันอาจไม่มีผลต่อการคุมกำเนิด แต่ยาคุมบางชนิดแต่ละเม็ดอาจมีปริมาณฮอร์โมนที่ไม่เท่ากัน ซึ่งจะมีสีกำกับที่แตกต่างกันอยู่ในแต่ละเม็ด หากกินยาคุมผิดวันส่วนใหญ่จะไม่มีผลต่อการคุมกำเนิด แต่อาจทำให้ประจำเดือนมากผิดปกติได้หรืออาจเสี่ยงตั้งครรภ์ได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่กินยาคุมแบบ 28 เม็ด และกินยาคุมผิด โดยกินยา 7 เม็ดสุดท้ายในแผงที่เป็นเม็ดแป้งสลับกับการกินตัวยาที่ออกฤทธิ์ อาจเสี่ยงทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ กินยาคุมผิดวันควรทำอย่างไร สำหรับผู้ที่กินยาคุมผิดวันหรือลืมกินยาคุม อาจปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ สังเกตสีของเม็ดยาคุม เพราะส่วนใหญ่หากยาคุมแต่ละเม็ดมีปริมาณฮอร์โมนไม่เท่ากัน ตัวยาจะมีสีที่แตกต่างกันเพื่อให้สามารถกินยาได้อย่างถูกต้อง […]

การคุมกำเนิด

แตก นอก คุมกำเนิดได้จริงหรือไม่ เพราะอะไร

แตก นอก เป็นวิธีคุมกำเนิดตามธรรมชาติด้วยการดึงองคชาตออกจากช่องคลอดก่อนถึงจุดสุดยอด เพื่อป้องกันการหลั่งอสุจิเข้าไปในช่องคลอด โดยมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดราว 78-80 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ควรคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ร่วมกับการคุมกำเนิดวิธีอื่น เช่น รับประทานยาคุม นอกจากนี้ ควรใส่ถุงยางอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย [embed-health-tool-ovulation] แตกนอก คืออะไร แตกนอก (Pull-out Method) เป็นวิธีคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ ด้วยการดึงองคชาตออกจากช่องคลอดก่อนถึงจุดสุดยอด เพื่อป้องกันอสุจิถูกส่งเข้าไปในช่องคลอด แล้วทำให้ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ การแตกนอก เป็นการคุมกำเนิดที่สะดวก ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่มีผลข้างเคียงต่อสุขภาพ และไม่ต้องไปพบคุณหมอตามนัดเหมือนการใช้ห่วงคุมกำเนิด แต่ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดไม่สูงนัก แตกนอก คุมกำเนิดได้กี่เปอร์เซ็นต์ การแตกนอกป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 78-80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแม้จะเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูง แต่นับว่าต่ำกว่าการคุมกำเนิดด้วยการทำหมัน การสวมถุงยางอนามัย ใส่ห่วงคุมกำเนิด ฝังยาคุมกำเนิด หรือรับประทานยาคุมกำเนิด ที่ส่วนใหญ่แล้วมักป้องกันการคุมกำเนิดได้ประมาณ 98-99 เปอร์เซ็นต์ ปัจจัยที่ทำให้แตกนอกเสี่ยงตั้งครรภ์ การแตกนอกทำให้เสี่ยงตั้งครรภ์ได้เนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้ นำองคชาตออกจากช่องคลอดช้าเกินไป ปกติแล้ว องคชาตจะปล่อยน้ำอสุจิออกมาก่อนที่จะถึงจุดสุดยอด ดังนั้น ผู้ชายบางรายซึ่งอาจไม่รู้จังหวะดีพออาจตัดสินใจนำองคชาตออกจากช่องคลอดช้าเกินไป และเป็นเหตุให้เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้ นอกจากนั้น ก่อนถึงจุดสุดยอดยังเป็นช่วงที่ผู้ชายมีความสุขทางเพศมาก จึงทำให้หลายคนไม่รีบที่จะนำองคชาตออกมา ทำให้เสี่ยงแตกในแทนการแตกนอก อสุจิเข้าไปในร่างกายฝ่ายหญิงก่อนนำองคชาตออก ก่อนถึงจุดสุดยอด องคชาตจะหลั่งของเหลวและน้ำอสุจิบางส่วนออกมาหรือเรียกว่าน้ำหล่อลื่น โดยน้ำหล่อลื่นมีตัวอสุจิอยู่เช่นเดียวกันและสามารถทำให้ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ได้ แม้ฝ่ายชายจะดึงองคชาตออกจากช่องคลอดก่อนถึงจุดสุดยอดก็ตาม อสุจิเข้าไปในช่องคลอดจากนอกช่องคลอด การแตก นอก […]

การคุมกำเนิด

ช่วยตัวเองบ่อย ๆ เป็นหมันไหม เพราะอะไร

ช่วยตัวเองบ่อย ๆ เป็นหมันไหม? ความจริงแล้ว การช่วยตัวเองไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิง ต่างก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสามารถในการมีบุตร แต่อาจส่งผลให้อวัยวะเพศระคายเคืองหรือบาดเจ็บได้ อย่างไรก็ตาม การช่วยตัวเองมีข้อดี เช่น ช่วยลดความเครียด บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก [embed-health-tool-ovulation] ช่วยตัวเองบ่อย ๆ เป็นหมันไหม การช่วยตัวเองบ่อย ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสามารถในการมีบุตรหรือทำให้เป็นหมัน ทั้งนี้ เกิดความเข้าใจผิดว่าผู้ชายที่ช่วยตัวเองบ่อย ๆ จะทำให้จำนวนอสุจิลดลง และส่งผลให้มีโอกาสต่ำที่จะมีบุตร ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะร่างกายของผู้ชายผลิตอสุจิใหม่อยู่เสมอ งานวิจัยชิ้นหนึ่ง เรื่องผลลัพธ์ของการหลั่งอสุจิบ่อย ๆ ต่อคุณภาพของน้ำอสุจิ ตีพิมพ์ในวารสาร Reproductive Biology Endocrinology ปี พ.ศ. 2558 นักวิจัยได้เก็บตัวอย่างน้ำอสุจิจากผู้ชายจำนวนหนึ่งทุก ๆ วัน เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ติดต่อกัน เพื่อตรวจดูความแตกต่างและคุณภาพของน้ำอสุจิ จากผลการทดลอง นักวิจัยพบว่า น้ำอสุจิที่เก็บในแต่ละวัน มีปริมาณที่ลดลงเรื่อย ๆ แต่มีระดับตัวชี้วัดคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นความเข้มข้นของน้ำอสุจิ การเคลื่อนไหวของตัวอสุจิ หรือลักษณะของตัวอสุจิ ที่ไม่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงอาจสรุปได้ว่า การหลั่งอสุจิทุกวัน อาจไม่ส่งผลต่อคุณภาพของตัวอสุจิ ขณะเดียวกัน ในกรณีของผู้หญิง การช่วยตัวเองไม่ส่งผลใด ๆ […]

การคุมกำเนิด

กินยาคุมฉุกเฉิน ควรกินอย่างไรให้ถูกวิธี

ยาคุมฉุกเฉิน คือ ยาคุมกำเนิดที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ถุงยางอนามัยแตกขณะมีเพศสัมพันธ์ ถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่มีการป้องกัน ลืมรับประทานยาคุมกำเนิดตามปกติมากกว่า 3 เม็ดขึ้นไป ฉีดยาคุมกำเนิดล่าช้ากว่า 2-4 สัปดาห์ คำนวณวันตกไข่ผิด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์สำหรับผู้ที่ไม่พร้อมมีบุตร อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาวิธี กินยาคุมฉุกเฉิน ให้ถูกวิธี เพราะหากรับประทานผิดวิธีอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงหรือการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ได้ [embed-health-tool-ovulation] กินยาคุมฉุกเฉิน ให้ถูกวิธี การกินยาคุมฉุกเฉินให้ถูกวิธี อาจแตกต่างกันออกไปตามประเภทของยาคุม ดังนี้ ลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) เป็นยาคุมกำเนิดฉุกเฉินที่ประกอบด้วยกลุ่มฮอร์โมนโปรเจอเตอโรน (Progesterone) โดย 1 กล่อง จะมี 1 แผง แต่ละแผงจะมีเม็ดยาอยู่ 2 เม็ด เม็ดละ 750 ไมโครกรัม ควรรับประทานเม็ดแรกไม่เกิน 12 ชั่วโมง และอีกเม็ดภายในเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง นับจากวันที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหรืออาจรับประทาน 2 เม็ดพร้อมกันเพื่อป้องกันการลืม อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรับประทานเกิน 4 เม็ด หรือ 2 กล่อง ภายในระยะเวลา 1 เดือน เนื่องจากอาจส่งผลต่อการทำงานของร่างกายและอาจเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ […]

การคุมกำเนิด

ขนาดถุงยางอนามัย มีความสำคัญอย่างไร

ขนาดถุงยางอนามัย เป็นเรื่องหนึ่งที่ผู้ชายควรให้ความสำคัญ เพราะหากใช้ขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป อาจปริแตกหรือหลุดออกระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์หรือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ โดยทั่วไป ขนาดของถุงยางอนามัยที่ผู้ชายไทยนิยมใช้ ได้แก่ ขนาด 49 และ 52 มิลลิเมตร [embed-health-tool-bmi] ถุงยางอนามัย มีประโยชน์อย่างไร ถุงยางอนามัยจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ต้องมีใบอนุญาตในการผลิตหรือนำเข้า และต้องมีการตรวจสอบคุณภาพทุกรุ่นก่อนวางจำหน่ายในท้องตลาด มีลักษณะเป็นถุงขนาดเล็ก ทรงกระบอก ทำจากยางพาราหรือวัสดุสังเคราะห์ ใช้สวมองคชาตหรือสอดช่องคลอดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างหนองใน ซิฟิลิส หรือเอดส์ รวมถึงการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ในประเทศไทย ถุงยางอนามัยมีด้วยกัน 3 ขนาด คือ 49, 52 และ 56 มิลลิเมตร โดยขนาด 49 และ 52 มิลลิเมตร เป็นขนาดที่เหมาะกับขนาดองคชาตของผู้ชายไทยมากที่สุด ขณะเดียวกัน ความกว้างของถุงยางอนามัยจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือน้อยกว่า 1.75 นิ้ว ระหว่าง 1.75-2 นิ้ว และมากกว่า 2 นิ้ว และความกว้างจัดเป็นปัจจัยสำคัญอีกข้อในการเลือกซื้อถุงยางอนามัยของผู้ชาย ทั้งนี้ ถุงยางอนามัยแบบสอดหรือถุงยางอนามัยผู้หญิงมีหนึ่งขนาดเท่านั้นและสามารถใช้ได้กับผู้หญิงทุกคน ขนาดถุงยางอนามัย มีความสำคัญอย่างไร สำหรับผู้ชาย การใช้ถุงยางอนามัยที่เล็กหรือใหญ่กว่าองคชาตอาจทำให้ถุงยางอนามัยเสี่ยงแตก ฉีก […]

การคุมกำเนิด

ยาคุมลดสิว ไม่อ้วน เลือกอย่างไร สังเกตจากอะไร

การเลือกซื้อ ยาคุมลดสิว ไม่อ้วน นั้น ให้สังเกตจากรายละเอียดเกี่ยวกับระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ที่ระบุอยู่บนบรรจุภัณฑ์ โดยยาคุมลดสิวที่ไม่ทำให้อ้วน ควรมีปริมาณเอสโตรเจนในระดับต่ำ เพราะเอสโตรเจนมีคุณสมบัติกระตุ้นความอยากอาหาร หากในยาคุมมีปริมาณเอสโตรเจนในระดับสูงอาจส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหลังบริโภคยาคุม [embed-health-tool-bmi] สิวเกิดจากอะไร ปกติแล้ว สิวเกิดจากรูขุมขนอุดตันเนื่องจากเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว รวมถึงน้ำมันจากต่อมใต้ผิวหนังที่ผลิตออกมามากเกินไป ยาคุมลดสิว ได้อย่างไร ยาคุมกำเนิด หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่ายาคุม เป็นยาที่ประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) สังเคราะห์ เมื่อบริโภคเข้าร่างกายแล้ว ฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดจะออกฤทธิ์ระงับการตกไข่ ทำให้ไม่สามารถสืบพันธุ์หรือตั้งครรภ์ได้ ทั้งนี้ นอกจากยาคุมจะมีคุณสมบัติในการช่วยคุมกำเนิดแล้ว โปรเจสเตอโรนในยาคุม ยังมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgens) จึงช่วยลดการผลิตน้ำมันของต่อมใต้ผิวหนัง และลดความเสี่ยงรูขุมขนอุดตันและเป็นสิวได้ กินยาคุมลดสิว ทำไมถึงอ้วนขึ้น การบริโภคยาคุมลดสิวอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้ เป็นผลมาจากฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้อยากอาหารมากขึ้น รวมทั้งฮอร์โมนโปรเจนเตอโรน ซึ่งออกฤทธิ์ทำให้ร่างกายบวมน้ำหรือกักเก็บน้ำได้มากกว่าเดิม จนส่งผลต่อน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคยาคุมและภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ตีพิมพ์ในวารสาร BMJ Open ปี พ.ศ. 2563 นักวิจัยได้ศึกษาข้อมูลของผู้หญิงจำนวน 11, 018 ราย อายุระหว่าง 18-49 ปี ในประเทศเอธิโอเปีย ซึ่งสำรวจในปี พ.ศ. […]

การคุมกำเนิด

ใส่ถุงยางท้องไหม ทำอย่างไรถึงจะไม่ตั้งท้อง

หากถามว่า ใส่ถุงยางท้องไหม? คำตอบคือมีโอกาสตั้งท้องแต่ค่อนข้างน้อย เพราะถุงยางอนามัยมีประสิทธิภาพคุมกำเนิดประมาณ 95-98 เปอร์เซ็นต์ แต่หากใช้ถุงยางอนามัยแบบไม่ถูกวิธีอาจมีโอกาสตั้งครรภ์ถึง 15% ปัจจัยเสี่ยงทำให้ท้องแม้สวมถุงยาง อนามัย ได้แก่ การใช้ถุงยางอนามัยผิดวิธี หรือการใช้ถุงยางอนามัยที่เสื่อมคุณภาพ เนื่องจากอาจทำให้ถุงยางแตกหรือขาดขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ง่าย [embed-health-tool-ovulation] ใส่ถุงยางท้องไหม สาเหตุเกิดจากอะไร ถุงยางอนามัยเป็นอุปกรณ์ป้องกันการตั้งครรภ์และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แบ่งเป็น ถุงยางอนามัยแบบสวมองคชาต และถุงยางอนามัยแบบสอดช่องคลอด หากใช้อย่างถูกวิธี ถุงยางอนามัยสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ราว 95-98 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม หากใช้ไม่ถูกวิธี หรือใช้ถุงยางอนามัยที่เสื่อมคุณภาพ หมดอายุ มีรอยรั่ว ฉีกหรือขาด จะเสี่ยงต่อการปริหรือแตกระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และทำให้ประสิทธิภาพคุมกำเนิดลดลง จนอาจทำให้ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ได้ การใช้ถุงยางที่ถูกวิธีเป็นอย่างไร ใส่ถุงยางท้องไหม เมื่อใส่ถุงยาง โอกาสท้องค่อนข้างต่ำ หากต้องการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพคุมกำเนิดมากที่สุด ควรใช้ถุงยางอนามัยตามคำแนะนำต่อไปนี้ ใช้ถุงยางอนามัยให้ถูกขนาด เพราะการใช้ถุงยางอนามัยที่เล็กกว่าองคชาต จะเสี่ยงต่อการปริหรือแตกระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ทั้งนี้ ผู้ชายสามารถวัดเส้นรอบวงขององคชาตตัวเองขณะแข็งตัวเพื่อนำไปเลือกซื้อถุงยางที่มีขนาดเหมาะสม ในขณะที่ถุงยางอนามัยแบบสอดสำหรับผู้หญิง มีขายเพียงขนาดเดียวเท่านั้น ไม่ใช้ถุงยางอนามัยหมดอายุแล้ว เพราะถุงยางที่หมดอายุแล้วจะฉีกขาดง่ายกว่าถุงยางที่ยังไม่อายุ ทั้งนี้ วันหมดอายุของถุงยางอนามัยจะระบุอยู่บนบรรจุภัณฑ์ของถุงยาง ใช้ถุงยางอนามัยสภาพปกติ แม้จะยังไม่หมดอายุ แต่ถุงยางอนามัยที่เสียหาย รั่ว แตก เป็นรู หรือเหนียวเหนอะนั้นไม่ควรใช้ หากพบ ควรทิ้งแล้วเปลี่ยนใหม่ สวมถุงยางอนามัยให้ถูกด้าน เมื่อสวมถุงยางอนามัยถูกด้าน […]

การคุมกำเนิด

วิธีวัดไซส์ถุงยาง และผลเสียของการสวมถุงยางผิดไซส์

ในการเลือกซื้อถุงยางอนามัย ไซส์หรือขนาดของถุงยางจัดเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา เพราะการใช้ถุงยางผิดไซส์อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของถุงยางอนามัยในการคุมกำเนิดและการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำหรับ วิธีวัดไซส์ถุงยาง นั้น สามารถทำได้ด้วยการวัดความยาวและความกว้างขององคชาตโดยใช้สายวัดหรือไม้บรรทัด แล้วนำค่าที่ได้ไปเปรียบกับความยาวและความกว้างสูงสุดของถุงยางอนามัยที่ระบุอยู่บนบรรจุภัณฑ์ของถุงแต่ละรุ่นตามท้องตลาด [embed-health-tool-ovulation] ไซส์ถุงยางอนามัยที่เหมาะสม มีความสำคัญอย่างไร ถุงยางอนามัยเป็นถุงขนาดเล็ก ทรงกระบอก ทำจากยางพาราหรือวัสดุสังเคราะห์ ใช้สวมครอบองคชาตระหว่างมีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองใน ซิฟิลิส เอดส์ รวมถึงการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ทั้งนี้ ควรเลือกใช้ถุงยางอนามัยที่มีไซส์เหมาะสมกับองคชาตของตัวเอง เพราะการใช้ถุงยางอนามัยผิดไซส์อาจทำให้ถุงยางแตกหรือหลุดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพของถุงยางอนามัยในการป้องกันโรคติดต่อและการตั้งครรภ์ลดลง ในประเทศไทย ไซส์ของถุงยางอนามัยที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป คือ 49, 52 และ 56 มิลลิเมตร โดยไซส์ถุงยางอนามัยที่ชายไทยนิยมใช้ได้แก่ ขนาด 49 และ 52 เพราะเป็นไซส์ที่เหมาะสมกับไซส์องคชาตของชายไทยส่วนใหญ่มากที่สุด ขณะเดียวกัน ความกว้างของถุงอนามัยในท้องตลาดจะอยู่ระหว่าง 1.75 นิ้วถึง 2 นิ้วขึ้นไป วิธีวัดไซส์ถุงยาง ทำอย่างไร ผู้ชายควรเลือกซื้อถุงยางอนามัยที่มีไซส์เหมาะสมกับความยาวและความกว้างขององคชาตตัวเอง โดยควรวัดขนาดองคชาตตามวิธีการต่อไปนี้ ขนาดของถุงยางอนามัยที่ระบุข้างซองหมายถึงขนาดรอบวงขององคชาตในขณะแข็งตัว เพราะฉะนั้นการวัดขนาดจะต้องใช้สายวัดวัดรอบองคชาตในขณะแข็งตัวโดยมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ซึ่งจะมีขนาดของถุงยางอนามัยที่ขายโดยทั่วไปในประเทศไทยคือขนาด 49, 52,54 และ 56 มิลลิเมตร ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยระบุว่าของความยาวองคชาตของชายไทยนั้นอยู่ที่ประมาณ 4 นิ้ว หรือ 10.16 เซนติเมตร ตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับผลสำรวจไซส์องคชาตของผู้ชายหลาย ๆ ประเทศของเว็บไซต์ […]

การคุมกำเนิด

ลืมกินยาคุม3วัน ควรทำอย่างไร

ยาคุมกำเนิด คือ ยาป้องกันการตั้งครรภ์ ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเมือกบริเวณปากมดลูกให้หนาขึ้น ทำให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ยาก และอาจช่วยยับยั้งการตกไข่ ยาคุมกำเนิดรูปแบบรับประทานมีแบบรายเดือน 21 หรือ 28 เม็ดที่รับประทานตามแผงลูกศร และยาคุมฉุกเฉินที่ในแผงมี 1 หรือ 2 เม็ด รับประทานไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ การรับประทานยาคุมกำเนิดแบบถูกวิธีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด แต่หาก ลืมกินยาคุม3วัน อาจทำให้ประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น จึงควรศึกษาวิธีการรับประทานยาคุมให้ถูกวิธีและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด [embed-health-tool-ovulation] ลืมกินยาคุม3วัน ทำไงดี หากลืมกินยาคุม3วัน ควรปฏิบัติตามวิธีดังต่อไปนี้ ลืมกินยาคุม3วัน แบบแผง 21 เม็ด และ 28 เม็ด ยาคุมกำเนิด แบ่งออกเป็น ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม ที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน และยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยว ที่มีฮอร์โมนโปรเจสตินเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ แบบแผง 21 เม็ด ที่รับประทานติดต่อกันเป็นเวลา 21 วัน แล้วหยุดพัก 7 วัน และแบบแผง 28 เม็ด ที่ประกอบไปด้วยยาที่มีฮอร์โมน […]

โฆษณา
โฆษณา