การคุมกำเนิด

การคุมกำเนิด มีจุดประสงค์ในการป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบการคุณกำเนิดที่เป็นไปได้ โดยสิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้อยู่ ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

การคุมกำเนิด

ลืมกินยาคุม3วัน ควรทำอย่างไร

ยาคุมกำเนิด คือ ยาป้องกันการตั้งครรภ์ ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเมือกบริเวณปากมดลูกให้หนาขึ้น ทำให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ยาก และอาจช่วยยับยั้งการตกไข่ ยาคุมกำเนิดรูปแบบรับประทานมีแบบรายเดือน 21 หรือ 28 เม็ดที่รับประทานตามแผงลูกศร และยาคุมฉุกเฉินที่ในแผงมี 1 หรือ 2 เม็ด รับประทานไม่เกิน 72 ชั่วโมง การ ลืมกินยาคุม3วัน อาจทำให้ประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น จึงควรศึกษาวิธีการรับประทานยาคุมให้ถูกวิธีและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด [embed-health-tool-ovulation] ลืมกินยาคุม3วัน ทำไงดี หากลืมกินยาคุม3วัน ควรปฏิบัติตามวิธีดังต่อไปนี้ ลืมกินยาคุม3วัน แบบแผง 21 เม็ด และ 28 เม็ด ยาคุมกำเนิด แบ่งออกเป็น ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม ที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน และยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยว ที่มีฮอร์โมนโปรเจสตินเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ แบบแผง 21 เม็ด ที่รับประทานติดต่อกันเป็นเวลา 21 วัน แล้วหยุดพัก 7 วัน และแบบแผง 28 เม็ด ที่ประกอบไปด้วยยาที่มีฮอร์โมน […]

หัวข้อ การคุมกำเนิด เพิ่มเติม

การคุมกำเนิด

วิธีกินยาคุมครั้งแรก เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ เริ่มต้นอย่างไร ?

วิธีกินยาคุมครั้งแรก ควรศึกษาวิธีการกินให้เหมาะสมกับรูปแบบของยาคุม เช่น หากเป็นยาคุมแบบ 21 เม็ด ควรรับประทานติดต่อกัน 21 วัน แล้วหยุดพัก 7 วัน แต่หากเป็นยาคุมแบบ 28 เม็ด สามารถรับประทานติดต่อกันได้โดยไม่จำเป็นต้องหยุดพัก การรับประทานยาคุมกำเนิดให้ถูกต้องอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของยาคุมกำเนิด และอาจช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ [embed-health-tool-ovulation] ยาคุม คืออะไร ยาคุม คือยาที่ใช้เพื่อช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ มีทั้งแบบฮอร์โมนรวมที่ประกอบด้วยฮอร์โมนเพศหญิง 2 ชนิด ได้แก่ ฮอร์โมนกลุ่มเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ยาคุมกำเนิดแบบบฮอร์โมนเดี่ยว และยาคุมฉุกเฉิน ยาคุมกำเนิดออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งการตกไข่ที่ผลิตออกมาจากรังไข่ และสร้างเมือกบริเวณปากมดลูกให้เพิ่มมากขึ้น ทำให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ยาก หรืออาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง ทำให้ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วไม่สามารถฝังตัวในผนังมดลูก จึงอาจช่วยไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ วิธีกินยาคุมครั้งแรก ทำอย่างไร วิธีกินยาคุมครั้งแรก แบ่งออกตามประเภทของยาคุม ดังนี้ ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptive:  COC) เป็นยาคุมชนิดเม็ดที่ประกอบไปด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน ควรรับประทานในวันแรกที่ประจำเดือนมา หรือไม่เกิน 5 วันหลังจากประจำเดือนมา ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมอาจแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ยาคุมฮอร์โมนระดับเดียว (Monophasic pills) เป็นยาคุมกำเนิดที่พบบ่อยที่สุด ใน 1 […]

การคุมกำเนิด

หลังกินยาคุมฉุกเฉิน จะรู้ได้ไงว่าไม่ท้อง

หลังกินยาคุมฉุกเฉิน จะรู้ได้ไงว่าไม่ท้อง อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย โดยวิธีสังเกตอาจเริ่มจากสำรวจตนเองว่ากินยาคุมฉุกเฉินถูกวิธีหรือไม่ นอกจากนี้ ภาวะสุขภาพบางประการ เช่น อาเจียน ท้องเสีย รวมถึงยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยารักษาโรคลมชัก ยารักษาเอชไอวี ยารักษาวัณโรค ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินลดลงได้ หากมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน แล้วกินยาคุมฉุกเฉิน เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง หากสังเกตพบว่าตนเองมีอาการต่าง ๆ เหล่านี้ เช่น คลื่นไส้อาเจียน คัดตึงเต้านม ประจำเดือนขาด ปัสสาวะบ่อย เหนื่อยล้ามาก ควรตรวจการตั้งท้อง เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการตั้งท้องได้เช่นกัน [embed-health-tool-ovulation] หลังกินยาคุมฉุกเฉิน จะรู้ได้ไงว่าไม่ท้อง หลังกินยาคุมฉุกเฉิน จะรู้ได้ไงว่าไม่ท้อง อาจสังเกตได้จากวิธีการกินยาคุมฉุกเฉินว่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งการกินยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกวิธีอาจสามารถป้องกันการตั้งท้องได้ประมาณ 75-85% โดยฮอร์โมนในยาคุมฉุกเฉินจะเข้าไปช่วยชะลอหรือหยุดการตกไข่ เพิ่มมูกบริเวณปากมดลูกและทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง ส่งผลให้อสุจิเข้ามาผสมกับไข่ได้ยากขึ้น และไข่ไม่สามารถฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูกได้ตามปกติ กินยาคุมฉุกเฉินท้องได้หรือไม่ การกินยาคุมฉุกเฉินไม่สามารถป้องกันการตั้งท้องได้ 100% โดยเฉพาะหากกินยาคุมฉุกเฉินช้าหรือกินไม่ถูกวิธีก็อาจทำให้เกิดการตั้งท้องได้เช่นกัน นอกจากนี้ การกินยาคุมฉุกเฉินยังอาจมีผลข้างเคียง เช่น ปวดหัว ปวดท้องน้อย มีเลือดออกเล็กน้อย รอบประจำเดือนอาจเปลี่ยนแปลงโดยอาจมาช้าหรือมาเร็วขึ้นกว่าปกติ และในบางกรณีภาวะสุขภาพบางประการอาจลดประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินได้ ดังนี้ มีอาการอาเจียนหรือท้องเสียอย่างรุนแรง ผู้ที่มีอาการอาเจียนหรือท้องเสียนานกว่า 48 ชั่วโมง อาจทำให้ประสิทธิภาพยาคุมฉุกเฉินลดลง […]

การคุมกำเนิด

วิธีกินยาคุม 21 เม็ด ครั้งแรก มีข้อควรระวังอะไรบ้าง

วิธีกินยาคุม 21 เม็ด เป็นวิธีการคุมกำเนิดสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมมีบุตร และต้องการป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยการกินยาแทนการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น สำหรับ วิธีกินยาคุม 21 เม็ด ครั้งแรก ควรเริ่มต้นกินยาในช่วงวันที่ 1-5 ระหว่างที่มีประจำเดือน เพราะยามักออกฤทธิ์ได้เต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วยในช่วงแรก แต่ควรสวมถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทั้งนี้ เมื่อกินยาคุม 21 เม็ดหมดแผงแล้ว ให้งดเว้นการกินยาเป็นเวลา 7 วัน แล้วจึงเริ่มต้นกินยาคุม 21 เม็ดแผงใหม่ในวันที่ 8 หากลืมกินยาคุม ให้กินยาทันทีเมื่อนึกได้ แม้จะเท่ากับกินยา 2 เม็ดใน 1 วันก็ตาม [embed-health-tool-ovulation] ยาคุมกำเนิด คืออะไร ยาคุมกำเนิด เป็นยาเม็ดสำหรับให้เพศหญิงกินเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ โดยมีส่วนประกอบหลักเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ที่มีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการตกไข่ และป้องกันเซลล์อสุจิเดินทางไปถึงไข่ โดยออกฤทธิ์กระตุ้นการเพิ่มปริมาณของเมือกบริเวณปากมดลูกทำให้อสุจิไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านไปได้ ทั้งนี้ ยาคุมกำเนิดมีหลายชนิด แต่ยาคุม 21 เม็ดมักเป็นชนิดฮอร์โมนรวม ประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโปรเจสติน (Progestin) โดยยาคุม 21 เม็ด สามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลัก ๆ ดังนี้ ยาฮอร์โมนระดับเดียว (Monophasic […]

การคุมกำเนิด

กินยาคุมไม่ตรงเวลา ควรทำอย่างไร เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์

กินยาคุมไม่ตรงเวลา อาจเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ โดยเฉพาะหากลืมกินยาคุมหลายเม็ดติดต่อกันก็อาจทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้สูงขึ้น ดังนั้น เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์จึงควรป้องกันด้วยการสวมใส่ถุงยางอนามัยในขณะมีเพศสัมพันธ์ร่วมด้วยจนกว่าจะเริ่มยาคุมแผงใหม่ หรือปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเมื่อลืมกินยาคุม [embed-health-tool-ovulation] กินยาคุมไม่ตรงเวลามีโอกาสตั้งครรภ์หรือไม่ กินยาคุมไม่ตรงเวลาอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากยาคุมมีฤทธิ์ในการควบคุมการตกไข่และสร้างสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการตั้งครรภ์ เช่น ทำให้มูกบริเวณปากมดลูกหนาขึ้นส่งผลให้ตัวอสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ยาก ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลงส่งผลให้ไข่ไม่สามารถฝังตัวในผนังมดลูกได้ จึงอาจช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น หากกินยาคุมไม่ตรงเวลาก็อาจทำให้ประสิทธิภาพของยาคุมลดลงและเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ โดยเฉพาะหากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่คุมกำเนิดด้วยการสวมถุงยางอนามัยร่วมด้วย กินยาคุมไม่ตรงเวลาควรทำอย่างไร เมื่อกินยาคุมไม่ตรงเวลาควรปฏิบัติตามวิธีต่อไปนี้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ กินยาคุมไม่ตรงเวลา 1 เม็ด ส่วนใหญ่หากกินยาคุมไม่ตรงเวลา 1 เม็ด หรือเริ่มกินยาคุมแผงใหม่ช้าไป 1 วัน ยาคุมอาจยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้อยู่ แต่เพื่อให้ยามีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ควรปฏิบัติดังนี้ ควรกินยาคุมทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ โดยกิน 1 เม็ดที่ลืมและกินอีก 1 เม็ดตามเวลาปกติ ซึ่งในวันนั้นอาจต้องกินพร้อมกัน 2 เม็ด จากนั้นวันต่อมาให้กินครั้งละ 1 เม็ดตามเวลาปกติ หากกินยาคุมไม่ตรงเวลาเพียง 1 เม็ด ไม่จำเป็นต้องคุมวิธีอื่นร่วมด้วย กินยาคุมไม่ตรงเวลา 2 เม็ด หากกินยาคุมไม่ตรงเวลา 2 เม็ด หรือเริ่มกินยาคุมแผงใหม่ช้าไป 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน ยาคุมกำเนิดอาจมีประสิทธิภาพลดลง จึงควรปฏิบัติตามดังนี้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ กินยาคุมทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ โดยกิน 2 […]

การคุมกำเนิด

ยาคุมกินแล้วไม่อ้วน มีหรือไม่ และควรเลือกยาคุมอย่างไร

ยาคุมกินแล้วไม่อ้วน อาจต้องเลือกยี่ห้อที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสตินในปริมาณที่ต่ำ เพื่อลดผลข้างเคียงของฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดที่สูงเกินไป อาจช่วยลดอาการบวมน้ำและลดความอยากอาหารหลังจากกินยาคุมได้ อย่างไรก็ตาม อาการอ้วนขึ้นหลังกินยาคุมอาจเป็นเพียงผลข้างเคียงชั่วคราว ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน แต่หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงควรเข้าพบคุณหมอเพื่อพูดคุยถึงอาการที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนชนิดของยาคุมให้เหมาะสมกับร่างกาย [embed-health-tool-ovulation] ยาคุมทำให้อ้วนได้หรือไม่ การกินยาคุมอาจทำให้อ้วนได้ โดยอาจมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีปริมาณสูงมาก จึงทำให้ร่างกายเพิ่มการกักเก็บของเหลวมากขึ้น ทำให้เกิดอาการบวมน้ำในช่วงแรกที่กินยาคุม ซึ่งเป็นเพียงผลข้างเคียงชั่วคราว และอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน นอกจากนี้ การได้รับฮอร์โมนโปรเจสตินในปริมาณที่สูงอาจเพิ่มความอยากอาหาร ทำให้กินอาหารมากขึ้นจนส่งผลให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ยาคุมกินแล้วไม่อ้วน ควรเลือกอย่างไร หากรู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นหลังจากกินยาคุม ควรขอคำปรึกษาจากคุณหมอเพื่อเปลี่ยนชนิดของยาคุมให้เหมาะสมกับร่างกาย โดยยาคุมมีด้วยกัน 2 ชนิด ดังนี้ ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดียว ประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสตินเพียงชนิดเดียว ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม ประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสติน ส่วนใหญ่แล้ว ยาคุมทั้ง 2 ชนิดแต่ละยี่ห้ออาจใช้ฮอร์โมนต่างชนิดกัน โดยอาจเลือกใช้ยาคุมชนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสตินเป็นชนิดดรอสไพรีโนน (Drospirinone) ซึ่งจะลดการคั่งของน้ำในร่างกายและไม่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม แต่อาจมีปริมาณของฮอร์โมนที่แตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้มีผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน จึงอาจต้องเลือกยี่ห้อของยาคุมที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสตินไม่สูงเกินไป เพื่อลดอาการบวมน้ำและลดความอยากอาหาร ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากฮอร์โมนที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงส่วนใหญ่อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ดังนั้น จึงควรรับประทานยาคุมอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อสังเกตอาการ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงควรเข้าพบคุณหมอเพื่อเปลี่ยนยาคุม วิธีดูแลตัวเองเมื่อกินยาคุมแล้วน้ำหนักเพิ่มขึ้น หากกินยาคุมแล้วน้ำหนักเพิ่มขึ้น เพราะความอยากอาหารที่เพิ่มขึ้นควรดูแลตัวเอง […]

การคุมกำเนิด

ยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

การรับประทาน ยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด ทันที หลังจากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ถุงยางอนามัยแตก ลืมรับประทานยาคุม หรือภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ อาจช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ยิ่งรับประทานยาคุมชนิดนี้เร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งลดโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ การใช้ยาคุมฉุกเฉินมีข้อจำกัดในการใช้งานและความเสี่ยงจากการใช้ยา จึงควรทำความเข้าใจวิธีการใช้ยาที่ถูกต้องและศึกษาผลข้างเคียงอย่างละเอียดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ [embed-health-tool-ovulation] ยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด ทำงานอย่างไร ยาคุมฉุกเฉินออกฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์เมื่อมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันโดยการช่วยชะลอหรือยับยั้งการตกไข่ ช่วยป้องกันไม่ใช่อสุจิเดินทางไปผสมกับไข่ได้ และช่วยขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนที่เกิดจากไข่ผสมกับอสุจิและปฏิสนธิ ยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ดังนี้ ลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) เป็นยาคุมกำเนิดฉุกเฉินที่มีฮอร์โมนโปรเจสตินสังเคราะห์ มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ประมาณ 87% มีทั้งแบบ 1 เม็ด และแบบ 2 เม็ด หากเป็นแบบ 1 เม็ด ขนาดยา 1.5 มิลลิกรัม ให้รับประทานภายใน 72 ชั่วโมงหรือ 3 วันหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ส่วนแบบ 2 เม็ด ขนาดยา […]

การคุมกำเนิด

ทำหมันชาย ประโยชน์ และการดูแลตัวเอง

ทำหมันชาย เป็นการคุมกำเนิดอย่างถาวร โดยการตัดหรือปิดท่อนำอสุจิ เพื่อช่วยปิดกั้นไม่ให้ตัวอสุจิสามารถไปปฏิสนธิกับไข่ของผู้หญิง จึงทำให้ไม่สามารถเกิดการตั้งครรภ์ได้ เหมาะสำหรับคู่รักที่ไม่ต้องการมีบุตรในอนาคต อย่างไรก็ตาม การทำหมันอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ดังนั้น จึงควรศึกษาเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนการทำหมันและการดูแลตัวเองหลังทำหมัน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ อาการปวดเรื้อรัง และอาการบวมในถุงอัณฑะ ทำหมันชาย คืออะไร การทำหมันชาย คือ การคุมกำเนิดแบบถาวร เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการมีบุตรในอนาคตหรือมีบุตรเพียงพอแล้ว โดยการปิดผนึกหรือตัดท่อนำอสุจิเพื่อไม่ให้อสุจิผ่านออกมาผสมกับไข่ของผู้หญิงขณะมีเพศสัมพันธ์ หลังจากการทำหมันยังสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติโดยไม่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ทางเพศ และจะยังคงหลั่งน้ำอสุจิเมื่อถึงจุดสุดยอดออกมาได้เช่นเดิม แต่จะไม่มีตัวอสุจิหลงเหลืออยู่ จึงไม่สามารถทำให้ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ได้ อย่างไรก็ตาม การทำหมันไม่สามารถช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคหนองในเทียม หนองในแท้ เอชไอวี/เอดส์ ดังนั้น จึงควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการติดหรือแพร่กระจายโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ประเภทของการทำหมันชาย มีดังนี้ การทำหมันแบบผ่าตัด เป็นการทำหมันโดยเริ่มด้วยการฉีดยาชาบริเวณผิวหนังถุงอัณฑะ จากนั้นจะใช้มีดกรีดเปิดผิวหนังบริเวณถุงอัณฑะเหนือท่ออสุจิ เพื่อตัดท่ออสุจิและผูกปลายท่อ และเย็บปิดแผล การทำหมันโดยไม่ใช้มีดผ่าตัด เป็นการใช้เครื่องมือเจาะบริเวณผิวหนังของถุงอัณฑะลงไปถึงท่ออสุจิ จากนั้นจึงตัดท่ออสุจิและผูกปิดผนึกปลายท่อ โดยวิธีทำหมันนี้จะมีเลือดออกเพียงเล็กน้อยและไม่มีการเย็บปิดแผล แต่อาจใช้ผ้าพันแผลปิดแผลไว้ ประโยชน์ของการทำหมันชาย ประโยชน์ของการทำหมันชาย มีดังนี้ มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์มากกว่า 99% มีผลข้างเคียงต่ำ มีค่าใช้จ่ายที่น้อยว่าการทำหมันในผู้หญิง ไม่ส่งผลกระทบต่อระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) อารมณ์ทางเพศ และการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ผลข้างเคียงของการทำหมันชาย ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการทำหมันชาย มีดังนี้ ปัสสาวะลำบาก มีไข้ หนาวสั่น […]

การคุมกำเนิด

ห่วงคุมกำเนิด คืออะไร มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

ห่วงคุมกำเนิด (Intrauterine Device; IUD) หรือห่วงอนามัย เป็นอุปกรณ์สำหรับการคุมกำเนิดในระยะยาวรูปแบบหนึ่ง ที่ใช้สวมใส่ทางช่องคลอดเข้าไปในโพรงมดลูก โดยประกอบไปด้วยฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสติน (Progestins) และทองแดง ที่ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม การคุมกำเนิดด้วยห่วงอนามัยอาจส่งผลให้มีอาการเลือดออกเล็กน้อย ปวดท้องเกร็ง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานได้ ดังนั้น จึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพและขอคำปรึกษาจากคุณหมอก่อนใช้ เพื่อความปลอดภัย [embed-health-tool-ovulation] ห่วงคุมกําเนิด คืออะไร ห่วงคุมกําเนิด หรือห่วงอนามัย คือ อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ทำจากพลาสติก มีลักษณะเป็นตัว T หรือตัว U มีเชือกไนลอนอยู่ตรงส่วนปลาย มีความยืดหยุ่น สามารถโค้งงอได้โดยไม่หัก โดยจะใส่เข้าไปในโพรงมดลูก แล้วปล่อยให้เส้นเชือกไนลอนยาวพ้นปากมดลูกออกมาประมาณ 2-3 เซนติเมตร เพื่อให้สามารถดึงห่วงคุมกำเนิดออกมาเปลี่ยนได้สะดวกเมื่อครบกำหนด ส่วนใหญ่อาจเปลี่ยนทุก ๆ 3-10 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของห่วงคุมกำเนิดที่ใช้ กระบวนการทำงานของห่วงคุมกำเนิดคือการปล่อยฮอร์โมนและประจุทองแดง ห่วงคุมกำเนิดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ห่วงคุมกำเนิดแบบไม่ออกฤทธิ์ และห่วงคุมกำเนิดแบบออกฤทธิ์ ส่วนใหญ่ประเทศไทยนิยมใช้ห่วงอนามัยแบบออกฤทธิ์ เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดได้ดีกว่า ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน ดังนี้ 1. ห่วงคุมกำเนิดหุ้มทองแดง (Intrauterine coil) ส่วนใหญ่ทำจากพลาสติก มีทองแดงหุ้มรอบนอก […]

การคุมกำเนิด

แผ่นแปะยาคุม คืออะไร มีวิธีใช้อย่างไร

แผ่นแปะยาคุม เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการคุมกำเนิด โดยการแปะแผ่นฟิล์มพลาสติกที่มีฮอร์โมนในกลุ่มเอสโตรเจน และ ฮอร์โมนในกลุ่มโปรเจสติน เพื่อให้ฮอร์โมนซึมจากผิวหนัง เข้าสู่กระแสเลือด โดยออกฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยการยับยั้งการตกไข่(ovulation) แผ่นแปะยาคุมสามารถใช้แปะบนผิวหนังได้ทุกส่วนของร่างกาย ส่วนใหญ่มักแปะบริเวณต้นแขน หน้าท้อง ยกเว้นบริเวณเต้านม เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกรับประทานยาคุมกำเนิดแบบเม็ด แต่อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่บ่อยครั้งตามช่วงเวลาที่คุณหมอกำหนด เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพ [embed-health-tool-ovulation] แผ่นแปะยาคุม คืออะไร แผ่นแปะยาคุม คือ ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะผิวหนัง ที่ทำจากฟิล์มพลาสติก และผ้าใยสังเคราะห์ที่มีความยืดหยุ่น มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมหรือวงกลม สีน้ำตาลอ่อน ประกอบไปด้วยฮอร์โมนรวมกลุ่มเอสโตรเจน (Estrogens) เช่น เอทินิลเอสตราไดออล (Ethinyl estradiol) และฮอร์โมนในกลุ่มโปรเจสติน (Progestins) เช่น เลโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) นอร์เอลเจสโทรมิน (Norelgestromin) ซึ่งจะทำการปล่อยฮอร์โมนเหล่านี้ผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด และไปออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ ทำให้ไม่เกิดการตั้งครรภ์  วิธีการใช้แผ่นแปะยาคุม คือ ใช้สัปดาห์ละ 1 แผ่น ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 สัปดาห์ แล้วเว้น 1 สัปดาห์เพื่อให้ประจำเดือนมา การแปะแผ่นยาคุมใน 1 รอบ อาจคุมกำเนิด 4 สัปดาห์หรือ 28 วัน […]

การคุมกำเนิด

ห่วง อนามัย ประโยชน์และผลข้างเคียง

ห่วง อนามัย หรือห่วงคุมกำเนิด เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ใส่เข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ จัดเป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง และสามารถใช้ป้องกันการตั้งครรภ์ได้นาน 3-10 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่ประเภทของห่วงอนามัยที่ใช้ ห้วงอนามัยมี 2 ชนิด ได้แก่ ห่วงอนามัยชนิดหุ้มทองแดง และห่วงอนามัยชนิดมีฮอร์โมน ทั้งนี้ ห่วงอนามัยไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ จึงควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเพื่อป้องกันโรค และการใช้ห่วงอนามัยอาจมีผลข้างเคียงบางประการ เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือในบางกรณีอาจเกิดการอักเสบ ซึ่งควรรีบไปพบคุณหมอ เพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หรือภาวะสุขภาพอื่น ๆ ที่รุนแรง ห่วง อนามัย คืออะไร ห่วงอนามัย หรือห่วงคุมกำเนิด (Intrauterine device หรือ IUD) คือ อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้สอดเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อช่วยคุมกำเนิด มีหลายชนิดและรูปร่าง เช่น รูปตัวที รูปตัวยู รูปตัววาย ห่วงอนามัยช่วยป้องกันไม่ให้อสุจิเข้ามาผสมกับไข่จึงช่วยลดโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ ทั้งนี้ การใส่และถอดห่วงอนามัยควรทำโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ห่วงอนามัยมี 2 ประเภท ได้แก่ ห่วงอนามัยหุ้มทองแดง มีส่วนประกอบของทองแดงที่เป็นสารออกฤทธิ์ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้หญิงที่ไม่ต้องการคุมกำเนิดด้วยใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิด ในช่วงแรก ห่วงอนามัยจะปล่อยทองแดงออกมาวันละ 40-50 ไมโครกรัม […]