home

การคุมกำเนิด

การคุมกำเนิด มีจุดประสงค์ในการป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบการคุณกำเนิดที่เป็นไปได้ โดยสิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้อยู่ ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

การคุมกำเนิด

กินยาคุมฉุกเฉินแล้วประจำเดือนไม่มา หรือประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังเสี่ยงตั้งครรภ์ ตั้งครรภ์นอกมดลูก หรืออาจเกิดจากผลข้างเคียงของการใช้ยา ดังนั้น หากสังเกตว่าประจำเดือนมาช้าเกินกว่าปกติ หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดกระปริบกระปรอยนานกว่า 1 สัปดาห์ และมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด ประเภทของยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน  ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินมี 2 ประเภทด้วยกัน คือ  ลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) เป็นยาคุมกำเนิดฉุกเฉินที่ประเทศไทยนิยมใช้ ซึ่งประกอบด้วย เป็นกลุ่มฮอร์โมนโปรเจอเตอโรน (Progesterone) โดย 1 กล่อง มี 1 แผง แต่ละแผงจะมีเม็ดยาอยู่ 2 เม็ด เม็ดละ 750 ไมโครกรัม ซึ่งควรรับประทานภายใน 72 ชั่วโมง นับจากวันที่มีเพศสัมพันธ์ และควรรับประทานเม็ดแรกไม่เกิน 12 ชั่วโมง หรืออาจรับประทาน 2 เม็ดพร้อมกัน หากมีอาการอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาควรรับประทานยาใหม่ แต่ไม่ควรรับประทานเกิน 4 เม็ด หรือ 2 กล่อง ภายในระยะเวลา 1 เดือน […]

หัวข้อ การคุมกำเนิด เพิ่มเติม

การคุมกำเนิด

หน้า 7 หลัง 7 คือ วิธีการนับระยะปลอดภัยในการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นวิธีการคุมกำเนิดด้วยวิธีธรรมชาติ โดยสังเกตจากรอบประจำเดือนของผู้หญิง อาจมีความแม่นยำสำหรับผู้หญิงที่มีรอบประจำเดือนปกติ มาตรงเวลาสม่ำเสมอทุกเดือน ซึ่งหน้า 7 หลัง 7 เป็นระยะที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ โดยอาจไม่ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกัน หรืออุปกรณ์คุมกำเนิด ทั้งนี้ การนับหน้า 7 หลัง 7 ไม่สามารถช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ [health-tool template="ovulation"] หน้า 7 หลัง 7 คืออะไร หน้า 7 หลัง 7 คือ วิธีการนับระยะปลอดภัยในการมีเพศสัมพันธ์ เป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ ช่วยให้รู้ว่าช่วงใดของเดือนที่ร่างกายมีโอกาสในการตั้งครรภ์น้อยที่สุด แต่ผู้หญิงที่มีรอบเดือนไม่ปกติ มาไม่สม่ำเสมอ ไม่ควรใช้วิธีการนับหน้า 7 หลัง 7 เพราะอาจมีความคาดเคลื่อน รวมถึงอาจทำให้ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ได้ การนับระยะปลอดภัยมีวัตถุประสงค์  เพื่อทำความเข้าใจช่วงรอบประจำเดือนว่าประจำเดือนมาเมื่อไร รวมถึงวางแผนตั้งครรภ์ และคุมกำเนิด วิธีการนับหน้า 7 หลัง 7 โดยปกติรอบของประจำเดือนในแต่ละรอบ จะเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 28-32 วัน โดยแต่ละช่วงอาจมีรายละเอียดดังนี้ วันที่ […]

การคุมกำเนิด

การ หลั่งนอก เป็นขั้นตอนการเสร็จกิจหลังจากมีเซ็กส์ที่ถูกปฏิบัติต่อ ๆ กันมา พร้อมกับความเชื่อที่ว่า “หลั่งนอกจะไม่ท้อง” แต่ก่อนที่จะตัดสินใจทำ การหลั่งนอก มาดูกันก่อนดีกว่าว่า การหลั่งนอกช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้จริงหรือไม่ และการหลั่งนอกเป็นทางเลือกที่เหมาะสมหรือเปล่า บทความนี้จาก Hello คุณหมอ จะพาทุกท่านมารู้จักกับการหลั่งนอกให้มากขึ้นกันค่ะ อะไรคือการหลั่งนอก การหลั่งนอก คือการดึงหรือถอนอวัยวะเพศชายออกจากอวัยวะเพศหญิงเมื่อใกล้จะถึงจุดสุดยอด แล้วทำการหลั่งน้ำอสุจิภายนอกอวัยวะเพศหญิง เพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิไหลเข้าสู่ช่องคลอด ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการคุมกำเนิดที่ทำกันมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดแบบอื่น ๆ การหลั่งนอกถือว่ามีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง และมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์แบบไม่พึงประสงค์ได้ ข้อดีของการ หลั่งนอก แม้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดของ การหลั่งนอก ดูแล้วมีความเสี่ยงที่จะไม่สำเร็จอยู่มาก แต่การหลั่งนอก ก็ยังมีข้อดีที่ไม่ควรมองข้ามอยู่บ้าง ได้แก่ เป็นวิธีคุมกำเนิดที่ง่าย สะดวก และไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่เสี่ยงต่อสารเคมีหรือความผันผวนของฮอร์โมนจากยาคุมกำเนิด ไม่มีผลข้างเคียงต่อสุขภาพ ไม่ต้องเสียเวลาไปพบคุณหมอตามนัดเพื่อทำการคุมกำเนิด ข้อเสียของการ หลั่งนอก การหลั่งนอก อาจส่งผลเสียได้หลายประการ ได้แก่ เสี่ยงที่จะนำอวัยวะเพศออกมาหลั่งข้างนอกไม่ทันเวลา ทำให้เกิดการหลั่งใน และอาจเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ การหลั่งนอกอาจจะช่วยคุมกำเนิดได้ แต่การหลั่งนอกไม่ได้ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แต่อย่างใด คู่นอนยังเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่เช่นเดิม หากมีเซ็กส์แล้วไม่สวมถุงยางอนามัย การหลั่งนอกถือเป็นกิจกรรมทางเพศที่ค่อนข้างจะต้องใช้ความชำนาญและการฝึกฝน ผู้ที่ทำจนคล่องแล้วสามารถที่จะหลั่งนอกได้ทันเวลา แต่สำหรับมือใหม่และผู้ที่ไม่ชำนาญ อาจไม่สามารถหลั่งนอกได้ทันเวลา ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการหลั่งเร็ว เพราะเสี่ยงอย่างมากที่จะหลั่งนอกไม่ทันเวลา หลั่งนอกแล้วไม่ท้องจริงหรือ การหลั่งนอก ถือเป็นหนึ่งในวิธีคุมกำเนิดก็จริง แต่ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ไม่ได้ผลแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอไป และคู่นอนที่ใช้วิธีการหลั่งนอกในการมีเพศสัมพันธ์ยังมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้ หากดึงออกไม่ทันเวลา หรือมีอสุจิแม้เพียงเล็กน้อยหลุดเข้าไปในช่องคลอด ทำอย่างไรหากหลั่งนอกไม่ทัน หากตกลงปลงใจกันในค่ำคืนแห่งความโรแมนติกแล้วว่าจะมี การหลั่งนอก แต่ถึงเวลาหน้างานจริง จะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้คู่นอนของคุณหลั่งนอกไม่ทันเวลา สิ่งที่คุณควรทำหลังจากนั้นก็คือตั้งสติ และปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้ หากคุณรู้ตัวว่าคู่นอนของคุณหลั่งนอกไม่ทันจริง […]

การคุมกำเนิด

เรามักจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าตามหลักการของแพทย์แผนปัจจุบันทุกวันนี้นั้นมีวิธีการคุมกำเนิดอยู่ด้วยกันหลายวิธี แต่วิธีเด่นๆ ที่เรามักจะรู้จักกันดีและได้ยินกันอยู่บ่อยๆ นั่นก็คือการคุมกำเนิดด้วย ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด กับ ยาคุมกำเนิดแบบฝัง ซึ่งทั้งสองวิธีนี้มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม แต่คุณทราบหรือไม่ว่า หากนำข้อดีข้อเสียมาเปรียบเทียบกันแล้ว การใช้วิธีคุมกำเนิดแบบไหนที่ให้ผลลัพธ์ในการคุมกำเนิดดีกว่ากัน ถ้าอยากรู้ล่ะก็ มาตามหาคำตอบกันได้ที่บทความนี้เลย จาก Hello คุณหมอ ยาคุมกำเนิดแบบเม็ดกับการตั้งครรภ์ ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด  (Birth Control Pills) เป็นยาเม็ดชนิดรับประทานที่มีการอัดแน่นไปด้วยฮอร์โมนสังเคราะห์ซึ่งมีส่วนช่วยในการคุมกำเนิด ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และ ฮอร์โมนโปรเจสติน (Progestin) โดยตัวยาจะทำหน้าที่ป้องกันการตกไข่และควบคุมการทำงานของรังไข่ไม่ให้มีการปล่อยไข่ออกไป รวมถึงยังทำหน้าที่บริเวณปากมดลูก ด้วยการเพิ่มปริมาณมูกที่ปากมดลูกให้หนาขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้สเปิร์มผ่านเข้าไปยังมดลูกได้ จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา หรือ CDC พบว่า ผู้ที่ทำการคุมกำเนิดด้วยการรับประทานยาคุมกำเนิดแบบเม็ด จะมีโอกาสตั้งครรภ์เพียงแค่ 9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นั่นแสดงให้เห็นว่ายาคุมกำเนิดแบบเม็ดเองก็มีประสิทธิภาพในการตั้งครรภ์ในระดับที่สูง แต่ทว่า โอกาสในความคลาดเคลื่อนก็ยังคงมีอยู่เช่นกัน หากมีการพิจารณารับประทานยาคุมแบบเม็ด ควรจะต้องมีความแม่นยำในเรื่องของระยะเวลา ต้องกินยาให้ตรงตามกำหนดหรือตามที่แพทย์สั่ง ไม่มีการล่าช้าหรือกินยาไม่ครบตามกำหนด  ยาคุมกำเนิดแบบฝังกับการตั้งครรภ์ ยาคุมกำเนิดแบบฝัง (Birth Control Implant) จะมีลักษณะเป็นหลอดเล็กๆ ซึ่งมีการบรรจุ ฮอร์โมนโปรเจสติน (Progestin) ที่จะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ โดยยาคุมกำเนิดแบบฝังนี้คุณหมอ พยาบาล หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการฝังไว้ที่ใต้ท้องแขนในบริเวณแขนส่วนบนหรือต้นแขน […]

การคุมกำเนิด

เชื่อว่าคุณผู้หญิงหลายคนที่รับประทานยาคุมกำเนิด จะต้องมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรับประทานยาคุมกำเนิดอย่างแน่นอน เช่น การรับประทาน ยาคุมแบบ21เม็ด ต่างจาก ยาคุมแบบ28เม็ด อย่างไร รับประทานแล้วจะมีผลข้างเคียงหรือไม่ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาไขข้อข้องใจกันค่ะ เรามาทำความรู้จักกับยาคุมให้มากขึ้นไปพร้อมกันเลย ทำความรู้จักยาคุม (Birth Control Pill) ยาเม็ดคุมกำเนิด (Birth Control Pill) เป็นหนึ่งในอุปกรณ์คุมกำเนิด โดยเป็นชนิดยากิน ประกอบด้วยฮอร์โมนเพศหญิง 2 ชนิด คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ช่วยในการคุมกำเนิดโดยป้องกันการตกไข่ (ผู้หญิงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หากไม่มีการตกไข่เพราะไม่มีไข่ที่ต้องปฏิสนธิ) การรับประทาน ยาคุมแบบ21เม็ด ต่างจาก ยาคุมแบบ28เม็ด อย่างไร ยาเม็ดคุมกำเนิดโดยทั่วไปจะมี 2 ชนิด คือยาคุมกำเนิดแบบ 21 เม็ด และยาคุมกำเนิดแบบ 28 เม็ด  โดยเม็ดตัวยาที่ 1-21 ของทั้งสองแบบจะมีลักษณะเหมือนกันทั้งขนาด สี และปริมาณตัวยาภายในเม็ด  แต่จะมีวิธีการรับประทานที่แตกต่างกัน ดังนี้ ยาคุมกำเนิด ปริมาณ 1 แผง  บรรจุ […]

การคุมกำเนิด

เมื่อพูดถึงการคุมกำเนิด หลายๆ คนก็มักจะนึกถึงการกินยาคุม หรือการใช้ถุงยางอนามัย วิธีการคุมกำเนิดเหล่านี้แม้ว่าจะได้รับความนิยม แต่ก็ไม่ได้รับรองว่าจะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 100% ผิดกับการ ทำหมันหญิง วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาให้ข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการ ทำหมันหญิง เพื่อเป็นความรู้สำหรับผู้ที่สนใจ และจะได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนการทำหมัน การ ทำหมันหญิง เป็นอย่างไร ทำไมบางคนถึงอยากทำ การทำหมันหญิง (Tubal ligation หรือ Tubal Sterilization) คือวิธีการคุมกำเนิดประเภทหนึ่งสำหรับผู้หญิง เป็นการคุมกำเนิดแบบถาวร การทำหมันหญิงนั้น จะทำการตัดหรืออุดท่อนำไข่ทั้งสองข้าง ไม่ให้ไข่สามารถเดินทางมายังมดลูก เพื่อเจอกับตัวอสุจิแล้วทำการปฏิสนธิ จึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีโอกาสในการตั้งครรภ์ 100% แต่อย่างไรก็ตาม การทำหมันนี้ไม่สามารถป้องกันจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ การทำหมันหญิงนี้นอกจากจะสามารถคุมกำเนิดได้อย่างถาวรแล้ว ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ได้อีกด้วย จึงเป็นทางเลือกยอดนิยม สำหรับผู้หญิงที่ไม่อยากมีลูก หรือไม่อยากจะมีลูกเพิ่มอีกแล้ว การทำหมันหญิงประเภทต่างๆ ประเภทของการทำหมันหญิงนั้นจะแบ่งออกตามช่วงเวลาที่ทำหมัน สามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้ การทำหมันเปียก หรือเรียกอีกอย่างว่า การทำหมันหลังคลอด หมายถึงการทำหมันทันทีหลังจากที่ทำการคลอดบุตร ไม่ว่าจะคลอดตามธรรมชาติ หรือทำการผ่าคลอด โดยปกติแล้วจะเริ่มการทำหมันภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังจากคลอดลูก เนื่องจากเป็นช่วงที่ผนังหน้าท้องมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถผ่าตัดได้อย่างสะดวก สามารถเย็บปิดแผลได้อย่างมิดชิดสวยงามมากกว่า นอกจากนี้ ผู้ป่วยนั้นก็ได้ผ่านการอดน้ำอดอาหารมาพร้อมอยู่แล้ว ทำให้สามารถลงมือได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาอดน้ำอดอาหารเพิ่ม การทำหมันแห้ง […]

การคุมกำเนิด

ก่อนจะจบกิจกรรมรัก หลั่งน้ำอสุจิออกมา ร่างกายของผู้ชายจะหลั่งของเหลวออกมาก่อนซึ่งก็คือ น้ำหล่อลื่น ซึ่งจะหลั่งออกมาก่อนน้ำอสุจิ ซึ่งสาวๆ หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่สวมถุงยางอนามัยนั้น เมื่อน้ำหล่อลื่นที่ปล่อยออกมาก่อนที่จะเอาอวัยวะเพศออกนั้นสามารถทำให้ตั้งท้องได้หรือไม่ วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ น้ำหล่อลื่น ทำให้ท้อง ได้หรือไม่ ไปหาคำตอบกันได้ในบทความนี้เลยค่ะ   น้ำหล่อลื่น คืออะไร น้ำหล่อลื่น เป็นของเหลวที่ร่างกายของผู้ชายนั้นจะหลั่งออกมาก่อนที่จะถึงจุดสุดยอด โดยที่มันจะหลั่งออกมาตามธรรมชาติ นอกจากการหลั่งตามธรรมชาติแล้ว น้ำหล่อลื่นที่ร่างกายผู้ชายหลั่งออกมานั้น ยังเปรียบเสมือนสารหล่อลื่น ที่ช่วยให้เซ็กส์ของคุณนั้นราบรื่น ไม่เจ็บ โดยปกติแล้ว น้ำหล่อลื่นนั้นจะไม่มีอสุจิ แต่ด้วยโครงสร้างของอวัยวะสืบพันธ์ุของผู้ชาย จึงอาจทำให้น้ำหล่อลื่นนั้นมีอสุจิปนมาด้วย บางครั้งตัวอสุจิก็อาจจะหลุดมาอยู่ในท่อปัสสาวะได้ ดังนั้นก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ หากคุณไม่เลือกป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัย การปัสสาวะก่อนการมีเพศสัมพันธ์นั้นช่วยให้อสุจิไม่ปนเปื้อนไปกับน้ำหล่อลื่นเมื่อหลั่งออกมา น้ำหล่อลื่น ทำให้ท้อง ได้หรือไม่ น้ำหล่อลื่นนั้น มีหน้าที่ที่ช่วยเพิ่มความหล่อลื่นขณะมีเพศสัมพันธ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าน้ำหล่อลื่นนั้นจะไม่มีตัวอสุจิปนเปื้อนมากับน้ำหล่อลื่น น้ำหล่อลื่นนั้นจะถูกหลั่งออกมาโดยที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่สวมถุงยางอนามัยป้องกันจึงอาจไม่ใช่วิธีการที่ดีที่จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ แม้น้ำหล่อลื่น หน้าที่หลัก ๆ แล้วจะช่วยเพิ่มความหล่อลื่นในการมีเซ็กส์ แต่หากน้ำหล่อลื่นมีอสุจิปนออกมาด้วย น้ำหล่อลื่น ทำให้ท้องได้เช่นกัน แม้จะหลั่งข้างนอก ปล่อยข้างนอก แต่น้ำหล่อลื่นก็อาจเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ หากต้องการควบคุมการตั้งครรภ์ควรเลือกใช้วิธีการควบคุมที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ จากงานวิจัยจากผู้ชาย 27 คน พบว่า มีผู้ชายจำนวน 11 […]

การคุมกำเนิด

ทางเลือกในการคุมกำเนิดในปัจจุบันนั้นมีอยู่มากมายหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถุงยางอนามัย กินยาคุมกำเนิด หรือแม้แต่การทำหมัน แต่การกินยาคุมสำหรับคนที่ขี้ลืมนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและวุ่นวาย เพราะจำเป็นต้องกินยาตามที่กำหนดไว้ หรือหากจะใช้ถุงยางอนามัย บางครั้งอีกฝ่ายก็ไม่ยอมเสียอย่างนั้น วันนี้ Hello คุณหมอจะมาแนะนำทางเลือกใหม่ของการคุมกำเนิด อย่าง แผ่นแปะคุมกำเนิด ให้ทุกคนได้รู้จักกันค่ะ แผ่นแปะคุมกำเนิด คืออะไร แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นแผ่น 4 เหลี่ยมจัตุรัส ใช้แปะผิวหนังเพื่อทำการคุมกำเนิด แผ่นแปะผิวหนังนี้จะปล่อยฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) และฮอร์โมนโพรเจสทิน (progestin) เข้าสู่กระแสเลือด เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการตกไข่ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้เยื่อบุในมดลูกหนาขึ้น ทำให้ตัวอสุจิไม่สามารถไปถึงไข่ได้ การใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดนั้นคือแปะทิ้งไว้ที่ผิว สัปดาห์ละครั้ง เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เท่ากับเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 21 วัน และหยุดใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดในสัปดาห์ที่ 4 เพื่อให้ประจำเดือนสามารถมาได้ตามปกติ การคุมกำเนิดด้วยแผ่นแปะคุมกำเนิดนั้นจะได้ผลดีมาก หากใช้งานได้อย่างถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตาม การคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคเอดส์ โรคหนองใน และอื่นๆ เป็นต้น วิธีการใช้แผ่นแปะกำเนิดอย่างถูกต้อง เลือกวันที่จะใช้ แผ่นแปะคุมกำเนิดสำหรับใช้ 1 เดือนจะมี 3 แผ่น สำหรับใช้สัปดาห์ละครั้ง เป็นเวลา 3 สัปดาห์ […]

การคุมกำเนิด

การคุมกำเนิดเป็นเรื่องสาคัญที่ทุกคนต้องรู้ เพราะการพลาดตั้งครรภ์ในขณะที่ยังไม่พร้อม ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับชีวิตของตัวเอง การคุมกำเนิดในปัจจุบัน มีหลากหลายวิธีที่มีประสิทธิภาพดีน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นการฝังยา หรือใส่ห่วงอนามัย ที่ออกฤทธิ์ได้นานหลายปี หรือการฉีดยาคุมและรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดที่ออกฤทธิ์สั้นๆ แต่ในบรรดาวิธีการทั้งหมด ตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คือ การกินยาคุมกำเนิด เพราะสะดวก ใช้งานง่าย หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง ประสิทธิภาพดี และยังมีข้อดีอื่นๆ เช่น ช่วยลดปริมาณประจำเดือน ลดปวดประจำเดือน ได้อีกด้วย แต่ทราบหรือไม่ว่า ยาคุมกำเนิดไม่ได้ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ร้อยละ 100 ในกลุ่มที่ใช้อย่างถูกต้อง จะมีโอกาสท้องเพียงร้อยละ 0.3 (หรือ 3 คนใน 1,000 คน) แต่ในผู้ใช้ทั่วไปโอกาสพลาดเกิดการตั้งครรภ์จะสูงขึ้น 30 เท่า (ร้อยละ 9) โดยความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดมักเกิดจาก การใช้ยาผิดวิธี และนี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ของการใช้ยาคุมกาเนิดที่อาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ ข้อผิดพลาดใน การกินยาคุมกำเนิด ลืมรับประทานยา การลืมรับประทานยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดการตกไข่ และเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ วิธีปฏิบัติเมื่อลืมรับประทานยา 1 เม็ด คือ ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้ หรือถ้ารู้ตัวเมื่อข้ามวันไปแล้ว ก็ให้เพิ่มจานวนยาที่กินเป็นสองเม็ดในครั้งต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัย แต่ถ้าหากลืมรับประทานยา 3 เม็ด (ในกลุ่มที่มีฮอร์โมนสูง เช่น […]

การคุมกำเนิด

ฟองน้ำคุมกำเนิด เป็นวิธีการคุมกำเนิดอีกรูปแบบหนึ่ง โดยฟองน้ำคุมกำเนิดจะมีขนาดเล็ก รูปร่างเหมือนโดนัท และเคลือบด้วยยาฆ่าอสุจิ (Spermicide) ซึ่งสามารถซื้อฟองน้ำคุมกำเนิดได้ที่ร้านขายยา แล้ววิธีใช้ฟองน้ำคุมกำเนิดควรทำอย่างไร และจะป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้หรือเปล่า Hello คุณหมอมีข้อมูลมาฝาก ดังนี้ค่ะ ฟองน้ำคุมกำเนิด คืออะไร ฟองน้ำคุมกำเนิด (Contraceptive Sponge) เป็นหนึ่งในวิธีการคุมกำเนิด ที่ป้องกันไม่ให้อสุจิเข้าไปในมดลูก โดยฟองน้ำคุมกำเนิดทำมาจากวัสดุคือ โฟมโพลียูรีเทน (Polyurethane) จะมีรูปร่างคล้ายโดนัท และมีลักษณะนุ่ม นอกจากนี้ฟองน้ำคุมกำเนิดยังมียาฆ่าอสุจิ (Spermicide) เพื่อยับยั้งหรือฆ่าเซลล์อสุจิด้วย การทำงานของฟองน้ำคุมกำเนิด อันดับแรก ผู้หญิงต้องทำให้ฟองน้ำชุ่มด้วยน้ำ จากนั้นใส่ฟองน้ำคุมกำเนิดเข้าไปในช่องคลอด โดยควรใส่ให้ลึกที่สุดจนถึงบริเวณปากมดลูก ซึ่งฟองน้ำคุมกำเนิดเป็นอุปกรณ์ ที่คุมกำเนิดได้เนื่องจาก มีสารฆ่าเซลล์อสุจิ เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง โดยคุณสามารถมีเพศสัมพันธ์ในเวลาดังกล่าว โดยไม่ต้องการยาฆ่าเซลล์อสุจิเพิ่ม ออกแบบมาเพื่อขัดขวาง และดูดซึมอสุจิ ก่อนที่อสุจิจะเข้าสู่บริเวณปากมดลูก ซึ่งเป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างมดลูกกับช่องคลอด ทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้น ระหว่างอสุจิและปากมดลูก ความเสี่ยงของฟองน้ำคุมกำเนิด ประสิทธิภาพของฟองน้ำคุมกำเนิด คือจากผู้หญิง 100 คนที่ใช้ฟองน้ำคุมกำเนิด พบว่า 9-11 คนตั้งครรภ์ภายในปีแรก และสำหรับความเสี่ยงคือ ฟองน้ำคุมกำเนิดไม่ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (sexually transmitted infections, STIs) นอกจากนี้ฟองน้ำและยาฆ่าอสุจิ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ดังนี้ ช่องคลอดแห้ง หรือระคายเคือง เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ […]