home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

อบเชย กับประโยชน์ด้านสุขภาพ ที่ไม่เชยเหมือนชื่อ

อบเชย กับประโยชน์ด้านสุขภาพ ที่ไม่เชยเหมือนชื่อ

ถ้าพูดถึง อบเชย หลายคนอาจจะงงสงสัยว่ามันคืออะไรกันนะ? แต่ถ้าเปลี่ยนชื่อเรียกเป็นซินนามอนคงพอร้องอ๋อกันบ้างใช่มั้ยคะ เจ้าอบเชยหรือซินนามอนนี้เป็นสมุนไพรที่ให้กลิ่นหอม นิยมเอามาทำทั้งของคาวและของหวาน นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงสุขภาพรักษาโรคต่างๆได้อีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมมอจะพามาดูประโยชน์ของอบเชยกันค่ะ จะมีดียังไงบ้างเราไปดูกันเลย

อบเชย ชื่อนี้ไม่เชยอย่างที่คิด

อบเชยมีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศศรีลังกา อยู่ในวงศ์ Lauraceae สกุล Cinnamomum พบเฉพาะในทวีปเอเชียและออสเตรเลีย ถือได้ว่าเป็นยาขนานเอกที่มีสรรพคุณทางยาสูงถูกใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน เพียงนำเปลือกมาต้มน้ำ เปลือกของอบเชยสามารถแก้อาการปวดศรีษะ แก้ไอ แก้อ่อนเพลียได้ เห็นไม่คะว่าอบเชยนั้น ไม่ได้เชยเหมือนชื่อเลย เรามาทำความรู้จักประโยชน์ของอบเชยให้มากขึ้นกันดีกว่า

คุณค่าทางโภชนาการของ อบเชย

อบเชยน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงาน 247 กิโลแคลอรี่ โดยมีสารอาหารต่างๆ ดังนี้

ที่มา : กองโภชนาการ กรมอนามัย

อบเชยกับประโยชน์ด้านสุขภาพ ที่ไม่เชยเหมือนชื่อ

  • แก้อาการวิงเวียนศรีษะ อ่อนเพลีย

หากคุณรู้สึกวิงเวียนศรีษะ อ่อนเพลีย เพียงนำเปลือกอบเชยมาต้มดื่มจะช่วยบรรเทาอาการวิงวิงศรีษะ แก้ท้องเสีย แก้ไอ ช่วยบำรุงสุขภาพ เมื่อดื่มบ่อยๆ จะช่วยย่อยสลายไขมันและควบคุมระดับไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดี

  • ป้องกันความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์และโรคพาร์กินสัน

เพียงทานอบเชยเป็นประจำ ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีปะสิทธิภาพ โดยทำหน้าที่กระตุ้นโปรตีนที่ช่วยป้องกันเซลล์สมองไม่ให้เสื่อมสภาพไว ช่วยกระตุ้นประสาทและลดความเครียดลงได้เป็นอย่างดี

อบเชยมีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะมากสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน หากคุณได้กินอาหารที่มีรสหวานหรือน้ำตาลสูงเข้าไป อบเชยจะช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดลง และยังมีคุณสมบัติพิเศษป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อนอีกด้วย

  • กำจัดเชื้อแบคทีเรียภายในช่องปาก

จากผลการวิจัยพบว่าอบเชยนั้นมีคุณสมบัติช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นปาก นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณแบคทีเรียที่อยู่ในน้ำลายได้อีกด้วย เพียงต้มน้ำประมาณ 1 แก้ว และใส่ผงอบเชยประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำมากรองเอาเฉพาะน้ำ รอจนหายร้อนจึงนำมาบ้วนปา ช่วยทำให้ลมปากสดชื่น

ข้อควรระวัง

  • เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และสตรีมีครรภ์ ห้ามรับประทานอบเชย และผู้ป่วยมีไข้ เป็นโรคริดสีดวงทวาร อุจจาระแข็ง เป็นต้น
  • อบเชยจีนมีสารคูมารินซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อตับ และการได้รับสารนี้ในปริมาณมากเกินไปอาจมีปัญหาต่อตับ สำหรับคนที่ป่วยเกี่ยวกับโรคตับ ไม่ควรรับประทานอบเชย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

10 Evidence-Based Health Benefits of Cinnamon. https://www.healthline.com/nutrition/10-proven-benefits-of-cinnamon Accessed 05 July  2018

Cinnamon. http://theepicentre.com/spice/cinnamon/

6 Side Effects of Too Much Cinnamon. https://www.healthline.com/nutrition/side-effects-of-cinnamon#1.

Accessed 26 September  2019

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
แก้ไขล่าสุด 25/12/2019
x