home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เมล็ดเจีย ประโยชน์และความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ควรรู้

เมล็ดเจีย ประโยชน์และความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ควรรู้

เมล็ดเจีย หลายคนอาจเคยรับประทาน หรือเคยพบเห็นตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งคุณเคยสงสัยไหมว่าเมล็ดเจียนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร แล้วถ้าหากรับประทานในปริมาณมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือเปล่า Hello คุณหมอจึงมีข้อมูลชวนรู้ทั้งประโยชน์และความเสี่ยงของเมล็ดเจียมาฝาก

เมล็ดเจีย คืออะไร

เมล็ดเจีย เป็นพืชทะเลทรายชนิดหนึ่ง ที่มีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กรดไขมันโอเมก้า 3 คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไฟเบอร์ แคลเซียม เป็นต้น ทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอกระบวนการแก่ชรา ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โดยส่วนใหญ่แล้ว คนนิยมบริโภคเมล็ดเจียด้วยการนำเมล็ดเจียผสมเข้าไปในอาหาร และเครื่องดื่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ซีเรียล สลัด ข้าว โยเกิร์ต เป็นต้น

ข้อมูลทางโภชนาการ

เมล็ดเจียปริมาณ 1 ออนซ์ (28 กรัม) ให้พลังงาน 131 กิโลแคลอรี แต่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น

  • ไขมัน 9 กรัม (เป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้งสิ้น 5 กรัม)
  • โปรตีน 4 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 13.07 กรัม
  • ไฟเบอร์ 11 กรัม
  • แคลเซียม 18% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • แมกนีเซียม 30% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • แมงกานีส 30% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • ฟอสฟอรัส 27% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ เช่น สังกะสี โพแทสเซียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3

คุณประโยชน์ของเมล็ดเจีย

เมล็ดเจียมีโอเมก้า 3 แคลเซียม ฟอสฟอรัส และไฟเบอร์มากกว่าเมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจียสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะสุขภาพต่าง ๆ ได้ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โดยคุณประโยชน์เด่นๆ ของเมล็ดเจีย ได้แก่

  • มีไฟเบอร์สูง

จากข้อมูลแนวทางการบริโภคในช่วงปี 2015-2020 ของประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ชายที่อายุต่ำกว่า 50 ปี ควรบริโภคไฟเบอร์ 30.8 กรัมต่อวัน ส่วนผู้หญิงอายุต่ำกว่า 50 ปี ควรบริโภคปริมาณ 25.2 กรัมต่อวัน และสำหรับผู้ชายที่มีอายุมากว่า 50 ปีขึ้นไป บริโภคปริมาณ 28 กรัมต่อวัน ผู้หญิงบริโภคปริมาณ 22.4 กรัมต่อวัน

เมื่อกล่าวถึงไฟเบอร์ คนส่วนใหญ่อาจจะคิดถึงผัก ผลไม้ ถั่ว ผัก ธัญพืชที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป แต่คุณรู้หรือเปล่าว่า เพียงคุณรับประทานเมล็ดเจีย 1 ออนซ์ ก็ทำให้คุณได้รับไฟเบอร์ถึง 11 กรัม ซึ่งถือเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งที่ผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปี ควรรับประทานใน 1 วัน

  • ช่วยลดน้ำหนัก

เคล็ดลับในการลดน้ำหนักแบบสุขภาพดีข้อหนึ่งก็คือ ควรบริโภคไฟเบอร์ให้มากขึ้น เนื่องจากไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น แถมยังมีแคลอรีต่ำด้วยซึ่งเมล็ดเจียจัดว่ามีไฟเบอร์สูง ทั้งยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก ที่อาจมีประโยชน์ในการลดน้ำหนักของคุณ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่ชี้ชัดว่าเมล็ดเจียสามารถช่วยในการลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่ ฉะนั้น หากคุณอยากลดน้ำหนักแบบไม่เสียสุขภาพ ก็ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นโปรตีน ผัก ผลไม้ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย

  • ช่วยรักษาถุงโรคผนังลำไส้อักเสบ

โรคถุงผนังลำไส้อักเสบ อาจเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำ ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง อย่างเมล็ดเจีย ก็สามารถช่วยลดอาการนี้ได้ เมล็ดเจียจะช่วยให้ลำไส้ดูดซึมน้ำ จึงทำให้อุจจาระคล่องขึ้น ทั้งยังอาจช่วยลดความดัน หรือการอักเสบบริเวณลำไส้ได้ด้วย

  • ช่วยลดความดันโลหิตและคอเลสเตอรอล

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานไฟเบอร์เพียง 10 กรัมต่อวัน สามารถลดความดันโลหิต และระดับคอเลสเตอรอลได้ดี โดยการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สามารถป้องกันเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน การอักเสบ รวมทั้งลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และโรคอ้วนได้อีกด้วย

  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน

การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่างเมล็ดเจีย สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้ เนื่องจากไฟเบอร์ในเมล็ดเจียช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ซึ่งมีผลการศึกษาพบว่า อาหารที่มีไฟเบอร์ 14 กรัมต่อจำนวนพลังงาน 1,000 แคลอรีสามารถลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้

  • ช่วยในการย่อยอาหารและดีท็อกซ์

เมล็ดเจียสามารถช่วยป้องกันอาการท้องผูก ทำให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น จึงช่วยให้สารพิษที่เกิดขึ้นทุกวันถูกขับออกผ่านทางน้ำดีและอุจจาระ และช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

  • มีกรดไขมันโอเมก้า 3

เมล็ดเจียอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ชื่อว่ากรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิกที่อาจป้องกันโรคหลอดเลือดและหัวใจได้ ซึ่งกรดชนิดนี้ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ ดังนั้น เราจึงต้องรับประทานจากอาหารต่างๆ เอง

ความเสี่ยงในการรับประทานเมล็ดเจีย

คุณจะเห็นได้ว่าเมล็ดเจียอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่มากมายหลายประการ แต่การรับประทานเมล็ดเจียก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากเมล็ดเจียสามารถดูดซึมน้ำได้ถึง 27 เท่า ดังนั้น ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการกลืน ผู้ที่มีอาการแพ้อาหาร โดยเฉพาะงาดำ เมล็ดมัสตาร์ด ผู้ที่ใช้ยาลดความดันโลหิต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทานเมล็ดเจีย เด็กเล็กไม่ควรรับประทานเมล็ดเจีย ส่วนผู้ที่รับประทานเมล็ดเจียควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และต้องไม่ลืมรับประทานอาหารให้หลากหลายด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What are the benefits of chia seeds?. https://www.medicalnewstoday.com/articles/291334.php. Accessed on August 24, 2018.

The Truth About Chia. https://www.webmd.com/diet/features/truth-about-chia#2. Accessed on August 24, 2018.

6 Proven Health Benefits of Chia Seeds. https://www.prevention.com/food-nutrition/healthy-eating/a19596889/health-benefits-of-chia-seeds/. Accessed on August 24, 2018.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย ออมสิน แสนล้อม เมื่อ 29/08/2018
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x