โรคทางเดินหายใจ

ระบบทางเดินหายใจ มีส่วนสำคัญในการทำงานตามปกติของร่างกาย ดังนั้น คุณจึงควรเรียนรู้วิธีการรักษาสุขภาพของระบบทางเดินหายใจของคุณให้แข็งแรง ห่างไกลจากความเจ็บป่วย เรียนรู้เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ รวมถึง โรคทางเดินหายใจ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคทางเดินหายใจ

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มาป้องกันตัวเองจาก ไข้หวัดช่วงหน้าฝน กันเถอะ

พอเข้าสู่หน้าฝน หลายคนมักเริ่มมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม หรือเจ็บคอได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกบ่อย อากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว ร่างกายเปียกชื้นจากการโดนฝน หรืออยู่ในพื้นที่แออัดที่อากาศถ่ายเทไม่ดี อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ ไข้หวัด ซึ่งเป็นหนึ่งใน โรคที่มากับหน้าฝน ที่พบได้บ่อย แม้ว่าโดยทั่วไป อาการของไข้หวัดมักจะไม่รุนแรง และดีขึ้นได้เอง แต่หากดูแลอย่างไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลให้ป่วยนานขึ้น หรือแพร่เชื้อให้คนรอบตัวได้ ดังนั้น บทความนี้จะมาแนะนำวิธีการดูแลและป้องกันตัวเองจากไข้หวัด ไข้หวัดคืออะไร ทำไมพบบ่อยช่วงหน้าฝน ไข้หวัด หรือไข้หวัดธรรมดา เป็นการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน เช่น จมูก คอ และโพรงจมูก โดยสามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดู แต่ในช่วงหน้าฝนมักพบได้บ่อยขึ้น เพราะอากาศเปลี่ยนแปลง ความชื้นสูง และหลายคนใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ปิดหรือพื้นที่คนหนาแน่นมากขึ้น ทำให้มีโอกาสสัมผัสเชื้อจากคนรอบตัวได้ง่ายกว่าเดิม แม้ว่าการโดนฝนอาจจะไม่ได้ทำให้เป็นไข้หวัดโดยตรง แต่หากเราเปียกฝนจนร่างกายเย็น ก็อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลง และเปิดรับเชื้อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพออย่างคนวัยทำงาน ก็จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้น  อาการไข้หวัดที่พบบ่อย อาการของไข้หวัดมักจะเกิดขึ้นภายใน 1-3 วันหลังได้รับเชื้อ โดยจะเริ่มจากอาการเล็ก ๆ เช่น เจ็บคอ คัดจมูก แล้วจึงค่อยมีอาการอื่นตามมา อาการที่ควรสังเกต คัดจมูก น้ำมูกไหล มักเป็นน้ำมูกใสในช่วงแรก ไอ จาม เจ็บคอ หรือคอแห้ง […]

หมวดหมู่ โรคทางเดินหายใจ เพิ่มเติม

สำรวจ โรคทางเดินหายใจ

โรคหอบหืด

ผู้ป่วย โรคหอบหืด สามารถฉีด วัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่

โรคหอบหืด (Asthma) เป็นหนึ่งในโรคทางเดินหายใจ ที่มีสาเหตุมาจากการระคายเคืองของสารก่อภูมิแพ้ จนก่อให้เกิดมีอาการหอบหืดขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น หลอดลมตีบ ปอดบวม และปอดหยุดการทำงานได้ อีกทั้งในปัจจุบันยังมีมีการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจโดยตรง ผู้เป็นโรคหอบหืด จึงควรระมัดระวังตนเอง และเข้ารับการฉีด วัคซีนโควิด-19 ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการป้องกันจากเชื้อไวรัส ป้องกันการเกิดอาการเจ็บป่วยที่รุนแรง หรือเสียชีวิตได้ ความเชื่อมโยงของ โรคหอบหืด และ โควิด-19 หอบหืด เป็นโรคที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบน ได้แก่ รูจมูก โพรงจมูก ปาก คอ กล่องเสียง และระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ได้แก่ หลอดลม หลอดลมภายในปอด หลอดลมฝอย ถุงลม ปอด เนื่องจากบางคนอาจได้มีการติดเชื้อจากไวรัส จนทำให้มีอาการแน่นหน้าอก และหายใจลำบาก ผู้ป่วยโรคหอบหืด ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ดังนั้น เมื่อมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ผู้ป่วยโรคหอบหืดอาจได้รับความเสี่ยงในการติดเชื้อและกระตุ้นอาการหอบหืดในระดับรุนแรงขึ้น ตามข้อมูลของวารสารสมาคมการแพทย์แห่งประเทศแคนนาดา แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยโรคหอบหืดในระดับปานกลาง และรุนแรง อาจส่งผลให้มีอาการหอบหืดที่แย่ลงในระหว่างการติดเชื้อโควิด-19 ถึงอย่างไรความสัมพันธ์ของระหว่างทั้ง 2 โรค อาจต้องทำการศึกษาต่อไปว่าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากน้อยเพียงใด […]


ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

ประเภทของไซนัสอักเสบ มีอะไรบ้าง แตกต่างกันอย่างไร

ไซนัสอักเสบ เป็นโรคที่สามารถก่อให้เกิดอาการรุนแรงไม่น้อยไปกว่าโรคทางเดินระบบหายใจอื่น ๆ ทำให้คุณคัดจมูก มีปัญหาด้านการได้กลิ่น และในที่สุดอาจทำให้เนื้อเยื่อโพรงจมูกของคุณอักเสบได้ อีกทั้งโรคไซนัสยังแบ่งออกเป็นอีกหลายประเภทด้วยกัน ที่วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวม ประเภทของไซนัสอักเสบ มาฝากให้ทุกคนได้ศึกษา เพื่อป้องกันตนเองได้อย่างเท่าทัน ไซนัสอักเสบ เกิดจากอะไร ไซนัสอักเสบ เกิดได้จากหลากหลายปัจจัยด้วยกัน แต่ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุดนั้นคงเป็น การติดเชื้อไวรัสที่เข้าไปกระตุ้นให้คุณเกิดอาการแพ้ และผลิตเมือกของเหลวในโพรงจมูกออกมาจำนวนมากจนเกิดการอุดตัน และเป็น ไซนัสอักเสบ ได้นั่นเอง ส่วนใหญ่ผู้ที่เสี่ยงเป็นไซนัสอักเสบมักมีประวัติการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจมาก่อน เช่น โรคภูมิแพ้ตามฤดูกาล ไข้หวัด ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อีกทั้งสำหรับผู้ที่ได้รับควันพิษอยู่บ่อยครั้ง และมีร่างกายที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง หรือขนสัตว์ ก็สามารถนำพาไปสู่ ไซนัสอักเสบ ได้เช่นเดียวกัน ประเภทของไซนัสอักเสบ มีอะไรบ้าง ไซนัสอักเสบ แต่ละประเภทมีอาการที่ค่อนข้างคล้ายกัน เช่น น้ำมูกไหล อาการไอ คัดจมูก เหนื่อยล้า รู้สึกปวดบริเวณใบหน้า แต่อาจต่างกันที่ระยะเวลาที่คุณเป็น โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้ 1.ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน (Acute sinusitis) ช่วงแรกจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนตนเองเป็นไข้หวัดแบบปกติ แต่อาจมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่าประมาณ 2-4 สัปดาห์ หรือกายไปได้เองภายใน 7-10 วัน 2.ไซนัสอักเสบกึ่งเฉียบพลัน […]


โรคหอบหืด

5 ผลไม้สำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด ที่ควรรับประทานบรรเทาอาการหอบหืด

ถึงแม้ผลไม้แทบทุกชนิดจะให้สารอาหาร และวิตามินจากธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืดแล้วก็อาจรับประทานผลไม้ได้เพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น วันนี้บทความของ Hello คุณหมอ จึงขอนำ ผลไม้สำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด ที่สามารถรับประทานได้อย่างหายกังวลใจ มาฝากกันค่ะ [embed-health-tool-bmr] สารอาหารในผลไม้ ที่ผู้ป่วยโรคหอบหืดควรได้รับ ผลไม้ประกอบด้วยวิตามิน และใยอาหารมากมายที่คอยช่วงเสริมสร้างระบบภูมิคุ้ม หรือบรรเทาอาการรุนแรงในโรคหอบหืด สารอาหารต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ อาจช่วยคุณได้ วิตามินดี จากหลักฐานชิ้นหนึ่งพบว่าพบวิตามินดีสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดอาการรุนแรงในโรคหอบหืดได้ และยังส่งเสริมการทำงานของปอดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมช่วยลดการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนอย่างไข้หวัดได้ ซึ่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดีที่คุณหารับประทานได้ง่าย ๆ นั้น ได้แก่ ไข่แดง เห็ด ปลาแซลมอน ปลาทูน่า เป็นต้น วิตามินซี เป็นที่ทราบกันดีว่าวิตามินซีมีส่วนช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับสารแปลกปลอมที่อาจเข้ามาทำลายเนื้อเยื่อ มากไปกว่านั้นยังช่วยปรับปรุงการทำงานของปอด และควบคุมอาการของโรคหอบหืดได้ โดยส่วนใหญ่วิตามินซีมักมาจากผลไม้รสเปรี้ยว และผัก  ฟลาโวนอยด์ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีบทบาทสำคัญช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราทำงานได้ดีขึ้น พร้อมลดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่อาจทำลายเซลล์ต่าง ๆ ได้ ส่วนใหญ่ฟลาโวนอยด์มักอยู่ในผักผลไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น แอปเปิ้ล ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ องุ่น รวมไปถึงชาเขียว และชาดำ 5 ผลไม้สำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด มีอะไรบ้าง ถึงแม้ว่าจะมีอาหารบางชนิดที่ช่วยลดอาการของโรคหอบหืดได้ แต่ก็อาจได้รับไขมัน หรือสารอาหารต่าง ๆ ที่ไม่ดีต่อร่างกายจนก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ […]


โรคปอดบวม

โรคปอดอักเสบ และ โรคหอบหืด มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

โรคปอดอักเสบ และ โรคหอบหืด เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ที่อาจก่อให้เกิดอาการบางอย่างขึ้น เช่น อาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก มีไข้  ไอ ทั้งนี้ทั้งสองโรคมีสาเหตุ และการรักษาที่แตกต่างกัน หากไม่เร่งรักษา หรือขอรับการตรวจอย่างเท่าทัน ก็อาจเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้เมื่อมีแบคทีเรีย หรือไวรัสเกิดซ้ำภายในปอดอีกครั้ง ทำความรู้จักกับ โรคปอดอักเสบ และ โรคหอบหืด โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัสที่อาจทำให้ปอด และถุงลมในปอดติดเชื้อเต็มไปด้วยหนอง ทำให้หายใจลำบาก และระดับออกซิเจนในเลือดลดลง โดยโรคนี้อาจมีความรุนแรงตั้งแต่ระดับเบา ปานกลาง และอันตรายถึงแก่ชีวิต ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงที่สุดในเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ รวมถึงผู้ที่มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ โรคปอดอักเสบแบ่งออกเป็น 4 ประเภท โดยแต่ละประเภทจะถูกจำแนกตามแหล่งที่ทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อ ได้แก่ ปอดอักเสบจากแหล่งชุมชน เป็นโรคปอดอักเสบที่พบบ่อยที่สุด มีสาเหตุมาจาก แบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส รวมถึงโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในปัจจุบัน ปอดอักเสบจากโรงพยาบาล ผู้ป่วยอาจเป็นโรคปอดอักเสบระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากแบคทีเรียบางชนิดที่ผู้ป่วยได้รับอาจมีปฏิกิริยาการดื้อยา ปอดอักเสบจากสถาน หรือหน่วยงานด้านสุขภาพ อาจมีความคล้ายคลึงกับปอดอักเสบจากโรงพยาบาล แต่ประเภทนี้จะรวมไปถึงแหล่งสถานที่ที่รับดูแล […]


โรคปอดอักเสบแบบแกรนูโลมา

สาเหตุของโรคปอดอักเสบแบบแกรนูโลมา อาการ และการรักษา

โรคปอดอักเสบเสบแบบแกรนูโลมา (Lung Granuloma) เกิดขึ้นได้ต่อเมื่อก้อนเนื้อแกรนูโลมาที่อยู่ภายในปอดเกิดอักเสบ ซึ่งมีสาเหตุจากหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น การอักเสบของปอดจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส และการที่แกรนูโลมาปรากฏเป็นก้อนเนื้อก็เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ทำปฏิกิริยาการป้องกันกับสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา ซึ่งจะพบเจอก้อนเนื้อได้ต่อเมื่อเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดด้วยวิธีเอ็กซเรย์ โดยอาจสังเกตได้จากอาการหายใจสั้น เจ็บหน้าอก และมีไข้ เป็นตัวบ่งชี้ สาเหตุของโรคปอดอักเสบแบบแกรนูโลมา สาเหตุของ โรคปอดอักเสบแบบแกรนูโลมา ได้แก่ 1. โรคซาร์คอยโดซิส (sarcoidosis) เป็นโรคที่เกิดจากกลุ่มเซลล์อักเสบขนาดเล็กที่รวมกันเป็นก้อนเนื้อ หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า แกรนูโลมา (Granulomas) ที่พบบ่อยในปอด และต่อมน้ำเหลือง รวมถึงอวัยวะอื่น ๆ เช่น ดวงตา ผิวหนัง หัวใจ สาเหตุของโรคซาร์คอยโดซิสยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอาจเกิดจากภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสิ่งผิดปกติในร่างกายต่อเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา สารเคมี โรคซาร์คอยโดซิสไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ในกรณีที่ไม่รุนแรงนี้ก็อาจหายไปได้เอง แต่หากรุนแรง และปล่อยไว้นาน อาจทำให้อวัยวะนั้น ๆ เกิดความเสียหายได้ อย่างไรก็ตามหากมีอาการต่าง ๆ เกิดขึ้นจากโรคซาร์คอยโดซิส เช่น ไอแห้ง ปวดตามข้อต่อ ปวดตา แผลตามผิวหนัง และหายใจลำบาก ควรเข้ารับการรักษาจากคุณหมอทันที เพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น 2. วัณโรค (Tuberculosis) วัณโรค เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งชื่อว่าไมโครแบคทีเรียม […]


โรคปอดบวม

สาเหตุของปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส อาการ และการวินิจฉัยโรค

ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส เป็นโรคปอดติดเชื้อที่ส่งผลให้ปอด และถุงลมอักเสบ จนเกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ สาเหตุของปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส มีหลายประการ ซึ่งหากทราบสาเหตุหรือประเภทของไวรัส ก็อาจทำให้ได้รับการรักษาอย่างตรงจุด นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัยควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดบวม และไข้หวัดใหญ่ให้ครบตามกำหนด เพราะอาจช่วยบรรเทาอาการรุนแรงของ ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส ได้ สาเหตุของปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสที่ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในปอด จนปอดอักเสบ มีดังต่อไปนี้ ไวรัสโควิด-19 (COVID-19) เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่ถูกพบครั้งแรกในปีพ.ศ. 2563 แต่อาจไม่ทราบที่มาอย่างแน่ชัด เนื่องจากไวรัสชนิดนี้สามารถติดเชื้อได้ทั้งในคน และสัตว์ ที่อาจส่งผลให้ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวได้ ซึ่งไวรัสโควิด-19 มีการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนรอบนอกไวรัสได้ตลอดเวลา จึงทำให้มีโควิด-19 หลากหลายสายพันธุ์ โดยในปัจจุบันในประเทศไทยพบแล้วทั้งหมด 5 สายพันธุ์ ได้แก่ อู่ฮั่น (Serine) ที่พบครั้งแรกในประเทศจีน เมืองอู่ฮั่น และเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทยเมื่อช่วงเดือนมกราคม พ.ศ.2563 เบต้า (Beta) พบครั้งแรกที่ประเทศแอฟริกาใต้ และแพร่กระจายเข้าสู่ประเทศไทย เมื่อช่วงเดือนมกราคม พ.ศ.2564 อัลฟา (Alpha) พบครั้งแรกในสหราชอาณาจักร และเข้าสู่ประเทศไทย เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2564 ที่อาจสามารถแพร่กระจายง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น 40-70% แกมมา (Gamma) เป็นสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในประเทศบราซิล และเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2564 ที่อาจส่งผลให้เกิดอาการรุนแรงกว่าเดิม และลดภูมิคุ้มกันลงได้ เดลต้า (Delta) พบครั้งแรกในประเทศอินเดีย […]


โรคปอดบวม

ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส (Viral Pneumonia)

ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส หรือที่เรียกว่าปอดบวมจากเชื้อไวรัส เป็นโรคปอดติดเชื้อชนิดหนึ่งที่สามารถติดต่อจากคนสู่คนผ่านการจาม และการไอ เมื่อสูดดมนำเชื้อที่ลอยฟุ้งตามอากาศเข้าไปในทางเดินหายใจ หรือนำมือไปสัมผัสกับสิ่งของรอบตัวจนมาสัมผัสกับใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณปาก และจมูก คำจำกัดความปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส คืออะไร ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส คือ โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสหลายชนิดที่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน แต่อาจจะมีความรุนแรง หรือเผยอาการให้เห็นชัดขึ้น เมื่อเชื้อไวรัสเดินทางลงสู่ปอด จนปอด และถุงลมเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ เช่นเดียวกับโรคปอดอักเสบจากแบคทีเรีย ผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อ คือ เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุ 65 ปี หรือผู้ที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ อาการอาการของ ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส ระยะแรกอาการของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสมักมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปอาจส่งผลให้เผยอาการที่ต่างออกไปจากไข้หวัด ดังนี้ อุณหภูมิของร่างกายสูง ไข้ขึ้น รู้สึกหนาวสั่น ปวดศีรษะ หายใจถี่ มีอาการเจ็บหน้าอกขณะหายใจ หรือไอ ไอแห้ง และมีแนวโน้มไอแบบมีเสมหะในเวลาถัดมา เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ความรู้สึกอยากอาหารลดลง เบื่ออาหาร สาเหตุสาเหตุของ ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสที่สามารถนำไปสู่โรคปอดอักเสบ มีดังต่อไปนี้ ไวรัสสายพันธุ์เอ และไวรัสสายพันธุ์บี จากไข้หวัดใหญ่ พบได้บ่อยในช่วงวัยผู้ใหญ่ ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ที่พบได้มากในทารก และเด็ก ไวรัสอะดีโน (Adenovirus) เป็นไวรัสที่อาจทำให้เป็นโรคหลอดลมอักเสบ และไข้หวัด ไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (varicella-zoster virus) ที่สามารถส่งผลให้เป็นโรคงูสวัดร่วมด้วย ปัจจุบันยังมีเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก และมีหลากหลายสายพันธุ์ที่สามารถสร้างความเสียหายให้ระบบทางเดินหายใจ จนเกิดการติดเชื้อนำไปสู่โรคปอดอักเสบได้ องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงประกาศตั้งแต่วันที่ 11 […]


โรคหลอดลมอักเสบ

คุณรู้จัก โรคหลอดลมอักเสบ มากแค่ไหน? มาเรียนรู้เพิ่มเติมได้ในบทความนี้

โรคหลอดลมอักเสบ เป็นอีกโรคหนึ่งที่สร้างปันหาร้ายแรงให้กับปอดและระบบทางเดินหายใจของคุณเป็นอย่างมาก วันนี้เรามาทำความรู้จักกับโรคหลอดลมอักเสบทั้ง 2 ชนิด เพื่อที่คุณจะได้มีแนวทางในการป้องกันโรคได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สาเหตุการเกิด โรคหลอดลมอักเสบโรคหลอดลมอักเสบ คือภาวะที่ส่งผลต่อปอดและทางเดินหายใจ เป็นการอักเสบของหลอดลมที่เป็นทางเดินหายใจหลักในปอด และในบางกรณีอาจเป็นโรคติดต่อได้ สาเหตุหลักที่อาจทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบอักเสบเรื้อรังหรือเฉียบพลัน อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยดังต่อไปนี้ เกิดจากไวรัส โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งคล้ายกับการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดและไข้หวัดใหญ่ ซึ่งหมายความว่าโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันสามารถติดต่อสู่ผู้อื่นได้ ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมอาจทำให้เกิดการอักเสบของทางเดินหายใจ และทำให้ปอดมีแนวโน้มในการติดเชื้อมากขึ้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ มลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่น ควัน สารเคมีร้ายแรง การสูดดมสารเคมีอาจทำให้เกิดการละคายเคืองที่ปอดและทางเดินหายใจ ควันบุหรี่ ทั้งผู้สูบเองและผู้ที่สูดดมควันบุหรี่มือสอง การแพร่เชื้อผู้ที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันสามารถแพร่เชื้อได้ทันทีเมื่อมีอาการ ส่วนใหญ่ผู้คนมักแพร่เชื้อกันมากที่สุดในช่วงเริ่มต้นของอาการ ไวรัส หลอดลมอักเสบ สามารถติดต่อกันได้จากคนสู่คน ซึ่งสามารถแพร่เชื้อจากการไอหรือจาม ละอองเหล่านี้จะลอยขึ้นสู่อากาศและติดต่อสู่กันได้ทางจมูก ปาก หรือทางเดินหายใจ ประเภทของ โรคหลอดลมอักเสบอาการหลักของ โรคหลอดสมอักเสบ คือ อาการไอเรื้อรังและมีเสมหะจำนวนมาก เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง สามารถสังเกตได้ ดังนี้ โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันเป็นการอักเสบระยะสั้นของปอดและทางเดินหายใจ มักมีอาการน้อยกว่า 3 สัปดาห์ พบมากในผู้สูงอายุ ทารก และเด็ก ซึ่งแนวโน้มการเกิดมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวหรือมีการติดเชื้อไวรัส อาการของโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันมักมีอาการคล้ายหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ดังนี้ อาการไอ ปวดหัว รู้สึกเหนื่อยล้า อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังเป็นอีกหนึ่งในสาเหตุของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic obstructive pulmonary disease : COPD) หากมีอาการของโรคคงอยู่นานกว่า 3 สัปดาห์ […]


โรคถุงลมโป่งพอง

โรคถุงลมโป่งพองระยะที่ 4 ระยะอันตราย ที่ผู้ป่วยควรระวัง

โรคถุงลมโป่งพองระยะที่ 4 เป็นผลเชื่อมโยงมาจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ทำลายถุงลมในปอด ส่งผลให้คุณเริ่มมีอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก และไอเรื้อรัง เพื่อช่วยให้ทุกคนทราบข้อมูลเบื้องต้นของโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้น วันนี้ Hello คุณหมอ ขออาสานำความรู้ของโรคถุงลมโป่งพองระยะที่ 4 มาฝากกันค่ะ [embed-health-tool-heart-rate] โรคถุงลมโป่งพอง แบ่งออกเป็นกี่ระยะ คุณอาจต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การวัดระดับความรุนแรงของโรคถุงลมโป่งพองเป็นไปตามเกณฑ์ FEV1 ที่วัดปริมาตรของอากาศที่เป่าออกมา เมื่อผลลัพธ์ตัวเลขออกมาแล้วนั้น แพทย์จึงจะจำแนกได้ว่าคุณเป็นโรคถุงลมโป่งพองในระยะใด ดังนี้ ระยะที่ 1 คือ ระดับไม่รุนแรง ค่าวัด FEV1 ของคุณจะอยู่ที่ 80% ระยะที่ 2 คือ ระดับปานกลาง ค่าวัด FEV1 ของคุณจะอยู่ที่ 50-80% ระยะที่ 3 คือ ระดับรุนแรง ค่าวัด FEV1 ของคุณจะอยู่ที่ 30-50% ระยะที่ 4 คือ ระดับรุนแรงมาก ค่าวัด FEV1 ของคุณจะน้อยกว่า 30% อย่างไรก็ตาม ถุงลมโป่งพองระยะที่ 4 เรียกได้ว่าเป็นระยะที่อันตราย […]


โรคปอดอักเสบแบบแกรนูโลมา

ปอดอักเสบแบบแกรนูโลมา และ โรคฮิสโตพลาสโมซิส เกี่ยวข้องกันอย่างไร

มีความเป็นไปได้ว่าสาเหตุที่ทำให้คุณเป็น โรคฮิสโตพลาสโมซิส นั้นอาจมาจาก ปอดอักเสบแบบแกรนูโลมา หากคุณอยากทราบว่า ปอดอักเสบแบบแกรนูโลมา และ โรคฮิสโตพลาสโมซิส มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร ที่ส่งผลในเชิงลบแก่สุขภาพปอด ติดตามในบทความของ Hello คุณหมอ กันได้เลย ความเชื่อมโยงของ ปอดอักเสบแบบแกรนูโลมา และ โรคฮิสโตพลาสโมซิส โรคปอดอักเสบแบบแกรนูโลมา เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ยีนที่ได้รับสืบทอดทางพันธุกรรมเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งปกติแล้วยีนนี้จะมีส่วนช่วยในการผลิตโปรตีน และสร้างเอนไซม์ส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้มีการทำงานที่ดี เพื่อป้องกันการติดเชื้อจาก เชื้อรา เชื้อโรค ไวรัส รวมไปถึงแบคทีเรียต่าง ๆ เมื่อระบบภูมิคุ้มกันทำงานไม่เต็มที่ แน่นอนว่าเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย จึงแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายโดยง่าย ผ่านทางเดินหายใจส่วนบน จนลงไปถึงส่วนล่างอย่างปอด มากไปกว่านั้น หากร่างกายของคุณได้รับเชื้อรา “ฮิสโตพลาสมา” ที่มาจากมูลของนกและค้างคาวแล้วล่ะก็ อาจมีความเป็นไปได้ว่า คุณสามารถเสี่ยงเป็น โรคฮิสโตพลาสโมซิส ซ้ำอีกโรคได้ อาการสำหรับ โรคปอดอักเสบแบบแกรนูโลมา และ โรคฮิสโตพลาสโมซิส สังเกตได้จากสัญญาณเตือนต่าง ๆ ดังนี้ สัญญาณเตือนโรคปอดอักเสบแบบแกรนูโลมา ได้แก่ มีไข้ เจ็บหน้าอกเมื่อหายใจ ต่อมน้ำเหลืองบวม น้ำมูกไหล ท้องร่วง อาเจียน และปากบวมแดง สัญญาณเตือนอาการสำหรับ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน