สุขภาพหัวใจ

หัวใจ คืออวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากหัวใจเกิดปัญหา ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ เรียนรู้เกี่ยวกับ สุขภาพหัวใจ ทั้งการดูแลรักษา และปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือดของคุณ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพหัวใจ

7 สิ่งรบกวนหัวใจใกล้ตัว PM2.5 อากาศร้อน เสียงดัง เสี่ยงแค่ไหน?

เวลาพูดถึงการดูแลหัวใจ หลายคนอาจนึกถึงการออกกำลังกาย การควบคุมน้ำหนัก ลดอาหารเค็ม หรือเลิกสูบบุหรี่เป็นอันดับแรก แต่ปัจจัยจาก สภาพแวดล้อมรอบตัว ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม หลักฐานทางการแพทย์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับ “Environmental Cardiovascular Risk” มากขึ้น ตั้งแต่มลพิษทางอากาศ เสียง แสง อุณหภูมิสุดขั้ว ไปจนถึงสารเคมีและมลพิษจากพลาสติก เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบ ความเครียดออกซิเดชัน การทำงานของหลอดเลือด และระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งล้วนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด PM2.5 และมลพิษทางอากาศอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด อากาศร้อนจัดทำให้ร่างกายต้องระบายความร้อนมากขึ้น และอาจทำให้โรคหัวใจเดิมกำเริบ อากาศหนาวทำให้หลอดเลือดหดตัว ความดันอาจเพิ่มขึ้น และหัวใจต้องรับภาระมากขึ้น เสียงรบกวนเรื้อรังสัมพันธ์กับการนอนหลับไม่ดี ความเครียด ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจขาดเลือด แสงในตอนกลางคืนอาจรบกวนวงจรการหลับ–ตื่น ซึ่งอาจกระทบสุขภาพทางอ้อม ตะกั่ว แคดเมียม และสารหนูมีหลักฐานเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ส่วนไมโครพลาสติก แม้พบในเนื้อเยื่อและหลอดเลือดของมนุษย์แล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคหัวใจ 1. PM2.5 และมลภาวะทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กมากจนสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนลึก และการสัมผัสในระดับสูงหรือเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่เดิม กรมอนามัยระบุว่า การสัมผัส PM2.5 เป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ขณะที่ผู้ป่วยโรคหัวใจบางรายอาจมีอาการ เช่น เจ็บหน้าอกหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อได้รับฝุ่นในระดับสูง ดูแลตัวเองอย่างไร: ตรวจค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน ลดกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อค่าฝุ่นสูง […]

หมวดหมู่ สุขภาพหัวใจ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพหัวใจ

โรคหัวใจ

เมื่อความหวานทำลายหัวใจ : น้ำตาลกับสุขภาพหัวใจ

น้ำตาล คือ คาร์โบไฮเดรตที่มีอยู่ตามธรรมชาติในอาหารหลากหลายชนิด ซึ่งมีทั้งประโยชน์และโทษ น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกาย แต่ในขณะเดียวกัน การรับประทานน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไปก็ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคอ้วน เบาหวาน นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาที่ชี้ให้เห็นถึงถึงความเชื่อมโยงของการบริโภค น้ำตาลกับสุขภาพหัวใจ โดยระบุว่าหากได้รับน้ำตาลในปริมาณมาก ก็สามารถทำลายเนื้อเยื่อหัวใจได้ น้ำตาลกับสุขภาพหัวใจ ส่งผลต่อกันอย่างไรบ้าง หนึ่งในงานวิจัยชี้ว่า การกินน้ำตาลปริมาณมากสามารถทำลายเนื้อเยื่อหัวใจ นอกจากนี้ ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแบบเรื้อรัง ซึ่งเป็นผลมาจากโรคเบาหวานที่ไม่มีการควบคุม จะนำไปสู่โรคหัวใจ หรือก่อให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป อินซูลินที่เพิ่มขึ้นในกระแสเลือดจะส่งผลกระทบต่อหลอดเลือด  มันจะทำให้ผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว นำไปสู่โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงอย่างต่อเนื่องยังไปลดประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเสียหาย เมื่อเวลาผ่านไป จะนำไปสู่โรคหัวใจ ภาวะหัวใจล้มเหลว และโรคเส้นเลือดในสมอง ได้ในที่สุด นอกจากนี้ การวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า การกินน้ำตาลน้อยลงจะช่วยลดความดันโลหิตซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญสำหรับโรคหัวใจ ผู้ที่กินน้ำตาลเพิ่มจำนวนมาก ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 25% ของแคลอรี่ที่มาจากน้ำตาล มีโอกาสเสี่ยงเป็นสองเท่าที่จะตายจากโรคหัวใจของผู้ที่มีการเพิ่มน้ำตาลน้อยกว่า 10% ของน้ำตาลทั้งหมด บทความในวารสารการแพทย์ JAMA Internal Medicine ระบุว่าตลอดระยะเวลาการศึกษา 15 ปีพบว่าการบริโภคน้ำตาลสูงมีความสัมพันธ์กับอัตราความเสี่ยงที่สูงขึ้นในการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ โดยผู้ที่ได้รับสัดส่วนน้ำตาลร้อยละ 17-21 จากพลังงานทั้งหมดที่ได้รับต่อวัน จะมีโอกาสเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคเกี่ยวกับหัวใจสูงกว่าผู้ที่บริโภคน้ำตาลเพียงร้อยละ 8 จากพลังงานทั้งหมดที่ได้รับต่อวัน โดยรวมแล้ว […]


ปัญหาอื่นของโรคหัวใจและหลอดเลือด

ความรู้พื้นฐานของอาการ ใจสั่น (Heart Palpitations) ที่คุณควรรู้

ใจสั่น (Heart Palpitations) ไม่ใช่เรื่องที่ควรประมาท ถึงแม้ว่าจะมีอาการในระดับเบาก็ตาม เพราะหากปล่อยไว้เป็นเวลานาน ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้สุขภาพหัวใจของคุณนั้นแย่ลง โดยเฉพาะกับผู้ที่มีประวัติเป็นโรคเกี่ยวข้องกับหัวใจอยู่แต่เดิม วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ เอาไว้เบื้องต้นถึงอาการ สาเหตุ การรักษา มาฝากใฟ้ทุกคนได้ทราบเอาไว้ เพื่อรับมือเมื่ออาการใจสั่นถามหา คำจำกัดความใจสั่น (Heart Palpitations) คืออะไร ใจสั่น (Heart Palpitations) คือ ความรู้สึกที่หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นแรง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ มักเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาที สามารถรับรู้อาการเหล่านี้ได้ที่ลำคอ หรือภายในช่องคอได้เช่นกัน อาการใจสั่นอาจจะดูน่าตกใจ แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่เป็นอันตราย และไม่ใช่สัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาร้ายแรง อาการ ใจสั่น พบได้บ่อยเพียงใด อาการใจสั่นนั้น เป็นอาการที่สามารถพบได้ทั่วไป และยังอาจที่จะเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย อาการอาการของ ใจสั่น อาการใจสั่นประกอบไปด้วย หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจเต้นถี่ หัวใจเต้นเร็วเกินไป หัวใจเต้นแรงผิดปกติ ผู้ที่เกิดอาการใจสั่นสามารถรับรู้ได้ในช่องคอหรือลำคอ เช่นเดียวกับบริเวณหน้าอก อาการใจสั่นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งตอนที่ทำกิจกรรม และระหว่างพักผ่อน รวมถึงเกิดขึ้นได้ในยามที่ยืน นั่ง และนอน หากคุณมีบางอาการที่ไม่มีอยู่ในอาการข้างต้นเหล่านี้ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด ควรไปพบหมอเพื่อรับคำแนะนำ หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ หายใจไม่สะดวก วิงเวียนศีรษะ เจ็บหน้าอก เป็นลม สาเหตุสาเหตุของอาการใจสั่น ส่วนใหญ่แล้วอาการใจสั่น มีทั้งชนิดที่เกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพหัวใจ และชนิดที่เกิดขึ้นแบบไม่ทราบสาเหตุ สาเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพหัวใจ เกิดอารมณ์ความรู้สึกรุนแรง เช่น […]


คอเลสเตอรอล

คอเลสเตอรอลกับโรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไร

คอเลสเตอรอลกับโรคหัวใจ มีความเกี่ยวข้องกัน ทั้งนี้ เมื่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงมากเกินไป ทำให้เกิดการสะสมไขมันบริเวณผนังหลอดเลือด หลอดเลือดอาจตีบหรืออุดตันได้ จนส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่ดีพอ เมื่อเลือดและออกซิเจนไม่สามารถเดินทางเเข้าไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ตามปกติ ทำให้เสี่ยงส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ และก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจได้ [embed-health-tool-bmi] คอเลสเตอรอลคืออะไร คอเลสเตอรอลเป็นสารคล้ายไขมัน ที่ช่วยให้ร่างกายสร้างเซลล์และฮอร์โมนใหม่ ๆ รวมถึงช่วยสร้างปลอกประสาท  ปกติ ทั้งนี้ คอเลสเตอรอลจะเดินทางผ่านกระแสเลือดในสารลิโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (LDL) หรือที่รู้จักกันในชื่อของไขมันเลว ซึ่งมีความสามารถในการเกาะผนังหลอดเลือด หากมีปริมาณสูงอาจก่อให้เกิดอาการหลอดเลือดอุดตัน และยังพบได้ในสารลิโพโปรตีนความหนาแน่นสูง (HDL) ซึ่งถูกยกให้เป็นไขมันดี เพราะมีความสามารถในการกำจัดคอเลสเตอรอลออกจากเลือด ถ้าร่างกายมีระดับคอเลสเตอรอลสูงเกินไป ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ  โดยปกติ คอเลสเตอรอลในร่างกายนั้นสร้างจากตับ ทั้งนี้ หากรับประทานอาหารอย่างเช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์อื่น ๆ อาจทำให้เกิดภาวะคอเลสเตอรอลสูงได้ การรับประทานอาหารจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อระดับคอเลสเตอรอล คอเลสเตอรอลกับโรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไร หากมีคอเลสเตอรอลอยู่ในเลือดสูงเกินไป ส่งผลให้ปริมาณของคอเลสเตอรอลที่เกาะผนังหลอดเลือดสูงขึ้นตามไปด้วย จึงเสี่ยงเกิดโรคหัวใจชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าโรคหลอดเลือดแดงแข็ง หลอดเลือดตีบแคบลง ทำให้การไหลเวียนเลือดช้าลง และบางครั้งอาจเกิดการอุดกั้นจนเลือดไม่อาจไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ นอกจากนั้น เลือดมีหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงหัวใจ หากหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ นำไปสู่อาการเจ็บหน้าอก หรืออาจรุนแรงกว่านั้นถึงขั้นหัวใจวายเมื่อหลอดเลือดอุดตันจนหัวใจเกิดภาวะขาดเลือด อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์สามารถเพิ่มให้จำนวนไขมันเลว LDL สูงมากขึ้น และทำให้ไขมันดี HDL ลดน้อยลง หากบริโภคอาหารที่มีไขมันทรานส์ปริมาณมากจะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคหัวใจได้มากขึ้นอีกด้วย ไขมันทรานส์มักพบได้ในอาหารแปรรูปหลายชนิด เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ จึงควรงดรับประทานอาหารที่ระบุว่ามี PHOs ซึ่งหมายถึงน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน […]


โรคความดันโลหิตสูง

คาเฟอีน ส่งผลต่อโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างไรบ้าง

กาแฟ เป็นเครื่องดื่มสุดโปรดของใครหลายคน และความจริงแล้วคนทั่วโลกบริโภคกาแฟเกือบจะ 8.6 พันล้านกิโลกรัมต่อปี อย่างไรก็ตามมีการตั้งคำถามว่า การบริโภคกาแฟเป็นประจำดีต่อสุขภาพหรือไม่ และกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มี คาเฟอีน ส่งผลต่อความดันโลหิต และโรคหัวใจหรือเปล่า [embed-health-tool-bmi] คาเฟอีนส่งผลต่อความดันโลหิต อย่างไรบ้าง กาแฟส่งผลต่อความดันโลหิต อย่างไรบ้าง งานวิจัยชี้ว่า กาแฟอาจเพิ่มความดันโลหิตในเวลาสั้น ๆ หลังจากดื่มกาแฟ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่า กาแฟอาจเพิ่มความดันโลหิต เป็นเวลามากกว่า 3 ชั่วโมงหลังจากดื่มกาแฟ ดังนั้น ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงจึงควรระมัดระวังการบริโภคกาแฟในปริมาณมาก และหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟก่อนทำกิจกรรมหนัก ๆ เช่น ออกกำลังกายหนัก ๆ กาแฟส่งผลต่อความดันโลหิต ในระยะยาว สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง จากผลการวิจัยในปัจจุบันพบว่า การดื่มกาแฟในปริมาณพอเหมาะ ไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อความดันโลหิตหรือความเสี่ยงของโรคหัวใจในคนส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล สำหรับความเชื่อมโยงระหว่าง การดื่มกาแฟและความดันโลหิตสูง ในระยะยาว ปัจจุบันยังมีงานวิจัยที่จำกัด โดยบางข้อมูลชี้ว่าการดื่มกาแฟเป็นประจำ ไม่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูงที่เพิ่มขึ้น หรือการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ นอกจากนี้กาแฟยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่อาจช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้นด้วย ดังนั้นสำหรับผู้ที่ความดันโลหิตสูง การดื่มกาแฟในปริมาณที่พอดี ในแต่ละวัน จึงอาจไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพิ่มเติมไปกว่านั้น การกินอาหารที่มีประโยชน์ และการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี ยังมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อความดันโลหิตสูง มากกว่าการดื่มกาแฟ สาเหตุที่ทำให้ กาแฟส่งผลต่อความดันโลหิต กาแฟ สามารถเพิ่มความดันโลหิตสูงได้ในเวลาสั้น ๆ แต่สำหรับสาเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตสูงยังไม่แน่ชัด […]


สุขภาพหัวใจ

เช็กกันหน่อยไหม ใครมีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง?

มักมีความเข้าใจผิดกันบ่อยว่า หากคุณมีค่าความดันโลหิตสูง แปลว่าคุณจะเป็น โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งนั่นไม่เป็นความจริงเสมอไป ความจริงก็คือ มีความแตกต่างระหว่าง “ความดันโลหิตสูง” กับการเป็น “โรคความดันโลหิตสูง” ซึ่งจะแตกต่างกันอย่างไร แล้วใครบ้างที่มี ความเสี่ยง โรคความดันโลหิตสูง บทความนี้จะไขข้อสงสัยให้รู้กัน ความแตกต่างระหว่าง “ความดันโลหิตสูง” และ “โรคความดันโลหิตสูง” ระดับความดันโลหิตนั้นไม่มีตัวเลขตายตัว และมีความผันผวนตลอดทั้งวัน ขึ้นอยู่กับอารมณ์ กิจกรรม และแม้แต่อาหารที่เรารับประทานเข้าไป ความดันอาจขึ้นสูงเมื่อผ่านการออกกำลังกาย หรือจากการดื่มกาแฟเพียงแก้วเดียว หรือเมื่อผ่านเหตุการณ์ตึงเครียดก็เป็นได้ ในสถานการณ์เหล่านี้ ค่าของระดับความดันโลหิตของคุณจะแสดงตัวเลขที่สูงขึ้น  ตามมา ซึ่งหมายความว่า คุณความดันโลหิตสูงในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม โรคความดันโลหิตสูง (hypertension) เป็นคนละเรื่องกัน โรคนี้เป็นอาการความดันโลหิตสูงเรื้อรัง โดยความดันโลหิตของคุณจะอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะกินอะไรหรือทำอะไรก็ตาม คุณอาจรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงดี แต่ในความเป็นจริง ระดับความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้นนั้น กำลังทำร้ายร่างกายของคุณ หากทิ้งไว้ไม่รักษา ความดันโลหิตสูงอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพขั้นรุนแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ รู้ได้อย่างไรว่ามี ความเสี่ยง โรคความดันโลหิตสูง ค่าระดับความดันโลหิตที่แสดงนั้นจะแสดงออกมาเป็น 2 ค่า ค่าด้านบน หรือที่เรียกว่า “ซิสโตลิก” (systolic) หมายถึง ค่าความดันเลือดจากแรงดันโลหิตในเส้นเลือดเมื่อหัวใจเต้น ส่วนค่าด้านล่าง […]


ภาวะหัวใจล้มเหลว

ระวัง! สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเกิดภาวะ หัวใจวาย ขณะออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ดีในการลดความเสี่ยงสำหรับโรคหัวใจ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น การเดิน มีข้อพิสูจน์แล้วว่าทำให้สุขภาพหัวใจดีขึ้น โดยช่วยลดปัจจัยเสี่ยงบางประการสำหรับโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น ลดน้ำหนักและลดความดันโลหิต อย่างไรก็ดี บางครั้งการออกกำลังกายก็เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะ หัวใจวาย ขณะออกกำลังกาย โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคหัวใจ และไม่ระมัดระวังเกี่ยวกับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ ไลฟ์สไตล์ที่ไม่ออกกำลังกาย เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญประการหนึ่ง สำหรับโรคหัวใจ จากข้อมูลของ World Heart Federation การขาดการออกกำลังกายสามารถเพิ่มความเสี่ยงสำหรับโรคหัวใจได้ร้อยละ 50 ปัจจัยเสี่ยงประการอื่น ได้แก่ อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ คอเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน (Obesity) ประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ การลดความเสี่ยงเหล่านี้สามารถลดโอกาสในการเกิดหัวใจวาย (heart attack) หรือโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) และความจำเป็นในการเข้ารับการรักษาที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ ซึ่งรวมถึงการผ่าตัดทำบายพาสหัวใจ (bypass surgery) เหตุผลที่ควรระมัดระวังในการออกกำลังกาย การออกกำลังกายมีความสำคัญมากในการป้องกันโรคหัวใจ โดยทั่วไปแล้ว การออกกำลังกายเป็นสิ่งปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่คุณควรระมัดระวัง โดยเฉพาะหากว่า แพทย์ได้แจ้งคุณว่า คุณมีปัจจัยเสี่ยงสำหรับโรคหัวใจหนึ่งประการหรือมากกว่า เมื่อไม่นานมานี้ คุณมีอาการหัวใจวาย หรืออาการผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจอื่นๆ คุณไม่ออกกำลังกายมาก่อน ผู้ที่เป็นโรคหัวใจเกือบจะสามารถออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ หากได้รับการประเมินอาการล่วงหน้า อย่างไรก็ดี การออกกำลังกายไม่ได้เหมาะสมสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจทุกคน หากคุณเป็นมือใหม่ในการออกกำลังกาย สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันผลข้างเคียง ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายใหม่ นอกจากนี้ คุณอาจจำเป็นที่จะเริ่มออกกำลังกาย ภายใต้การดูแลของหมอ ถึงแม้จะระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้แล้ว ก็ยังอาจเป็นสิ่งที่ยากสำหรับหมอ ที่จะคาดการณ์เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ ที่คุณอาจมีในระหว่างการออกกำลังกาย เพื่อความปลอดภัย […]


ภาวะหัวใจล้มเหลว

เคล็ดลับการกำหนดอาหารสำหรับ ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว

ภาวะหัวใจล้มเหลว (Congestive heart failure: CHF) เป็นภาวะสุขภาพประการหนึ่ง เมื่อหัวใจไม่สูบฉีดโลหิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้เกิดการขาดออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย ภาวะนี้อาจเป็นผลมาจากกลุ่มโรคหลายชนิด ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไต การกำหนดอาหารที่เหมาะสมต่อ ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว เพื่อช่วยบรรเทาให้อาการดีขึ้น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ควรให้ความสำคัญต่อการรักษาควบคู่ไปด้วย นอกเหนือจากการสั่งจ่ายยา และการทำหัตถการผ่าตัด ใส่ใจสิ่งที่ดื่ม ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวมีโอกาสมากขึ้น ที่จะกักเก็บของเหลวไว้ภายในเซลล์และส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งทำให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้น เพราะต้องสูบฉีดเลือดปริมาณมากขึ้น เมื่อภาวะดังกล่าวเกิดขึ้น การจำกัดการบริโภคของเหลวสามารถเป็นการบรรเทาอาการได้ดีที่สุด ในบางครั้งแพทย์ที่ทำการรักษาจะสั่งยาขับปัสสาวะ (Diuretics) เพื่อกำจัดน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายทางปัสสาวะ พร้อมกับช่วยกำหนดปริมาณของเหลวที่คุณควรดื่มต่อวันไว้ อย่างไรก็ดี ของเหลวไม่ได้หมายถึงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงน้ำผลไม้ น้ำแข็ง ไอศกรีม กาแฟ ชา แกงจืด ข้าวต้ม และน้ำซุปอีกด้วย ดังนั้น เมื่อต้องดูแลปริมาณของเหลวตามคำแนะนำของแพทย์ ผู้ป่วยจึงควรใส่ใจในการชั่ง ตวง วัดของเหลวที่บริโภคในทุกวัน วิธีที่ง่ายๆ ก็คือทำความเข้าใจความจุของถ้วย แก้ว และชามที่คุณใช้ที่บ้านเป็นประจำ ซึ่งโดยเฉลี่ยถ้วยกาแฟมีปริมาตร 125-150 มิลลิลิตร ถ้วยตวง 250 มิลลิลิตร ขวดน้ำ 600-1000 มิลลิลิตร […]


คอเลสเตอรอล

อาหารคอเลสเตอรอลสูง ที่ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง เพื่อป้องกันโรคหัวใจ

อาหารคอเลสเตอรอลสูง เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการสะสมของคอเลสเตอรอล โดยคอเลสเตอรอลเป็นไขมันที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้งที่เกาะอยู่ตามเซล์ต่าง ๆ ทั่วทั้งร่างกาย โดยปกติคอเลสเตอรอลจะถูกสร้างขึ้นจากตับของร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่สร้างฮอร์โมน วิตามินดี  เส้นประสาท และการย่อยอาหาร  หากร่างกายมีระดับคอเลสเตอรอลสูงมากจนเกินไป อาจสร้างคราบจุลินทรีย์หนาอุดตันทางเดินของหลอดเลือดส่งผลให้เลือดมีการไหลเวียนได้ไม่ดี นำไปสู่โรคร้ายแรงต่าง ๆ อย่างโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองได้ [embed-health-tool-bmi] อาหารคอเลสเตอรอลสูง ที่ควรหลีกเลี่ยง คอเลสเตอรอล แบ่งออกเป็นคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และ คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) โดยอาหารที่เต็มไปด้วยคอเลสเตอรอลไม่ดี ซึ่งควรหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณการรับประทานเพื่อป้องกันโรคหัวใจ มีดังนี้ 1. ไข่แดง ไข่ 1 ฟอง มีคอเลสเตอรอลประมาณ 186 มิลลิกรัม ซึ่งจัดอยู่ในปริมาณมาก แต่เนื่องจากไข่มีโปรตีนที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย จึงควรจำกัดปริมาณในการรับประทาน หรือควรรับประทานควบคู่ไปกับอาหารประเภทไฟเบอร์ 2. ชีส ถึงแม้ว่าชีสเพียงแค่เศษเล็กเศษน้อยที่โรยอยู่ตามหน้าอาหาร อาจจะดูเหมือนว่าไม่มี คอเลสเตอรอล มากมายแต่แท้จริงสามารถเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลให้ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อรับประทานคู่กับอาหารที่มีไขมันสูงร่วมด้วย 3. กุ้ง กุ้งหนึ่งตัวมีคอเลสเตอรอลประมาณ 170 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณคอเลสเตอรอลที่แนะนำต่อวันจึงควรรับประทานแต่พอเหมาะ และไม่ควรรับประทานบ่อยเกินไปเพราะอาจทำให้ปริมาณคอเลสเตอรอลสูงเกินไป 4. ตับ ตับอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหาร แต่อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการจะลดปริมาณคอเลสเตอรอล อย่างตับเนื้อวัว 85 กรัม มีคอเลสเตอรอล 333 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่ามีปริมาณคอเลสเตอรอลสูง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพหัวใจได้หากรับประทานบ่อยเกินไป 5. […]


โรคความดันโลหิตสูง

ภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension)

ความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่แรงดันเลือดกระทำต่อหนังหลอดเลือด การมี ภาวะความดันโลหิตสูง เป็นเวลานาน ถือว่าเป็น โรคความดันโลหิตสูง ที่อาจทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดตามมา คำจำกัดความ โรคความดันโลหิตสูงคืออะไร ความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นภาวะหนึ่งที่มีแรงดันเลือดกระทำต่อผนังหลอดเลือด ในขณะที่หัวใจสูบฉีดโลหิตมากเกินไป หากแรงดันดังกล่าวเพิ่มขึ้น และอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน สามารถทำลายร่างกายได้ในหลายทาง ความดันโลหิตสูงคือการที่มีความดันโลหิตสูงกว่า 140 เหนือ 90 มม. ปรอท โดยมีความสอดคล้องกันกับค่ามาตรฐาน หมายความว่าค่าบ่งชี้ซิสโตลิก (systolic index) หรือความดันในขณะที่หัวใจสูบฉีดโลหิตไปทั่วร่างกาย มีค่าสูงกว่า 140 มม. ปรอท (มิลลิเมตรปรอท) และ/หรือค่าบ่งชี้ไดแอสโตลิก (diastolic index) ความดันในขณะที่หัวใจคลายตัวและเต็มไปด้วยเลือด มีค่าสูงกว่า 90 มม. ปรอท ความดันโลหิตสูงหลายประเภท โดยมีประเภทหลักๆ ดังต่อไปนี้ ความดันโลหิตสูงไม่ทราบสาเหตุ (Essential hypertension) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ความดันโลหิตสูงปฐมภูมิ (primary hypertension) ความดันโลหิตสูงทุติยภูมิ (Secondary hypertension) คงามดันโลหิตตัวบนสูง (Isolated systolic hypertension) ครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) ซึ่งเป็นความดันโลหิตสูงในระหว่างตั้งครรภ์ ความหมายของตัวเลขค่าความดันโลหิต เลือดเคลื่อนที่ในร่างกายในอัตราคงที่ ค่าความดันโลหิตประกอบด้วยตัวเลข 2 ตัว […]


ภาวะหัวใจล้มเหลว

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ : ภาวะหัวใจล้มเหลว (Congestive Heart Failure)

ภาวะหัวใจล้มเหลว (Congestive heart failure) เรียกได้ว่าเป็นอีกภาวะหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับหัวใจโดยตรง ทำให้คุณอาจเสียชีวิตลงได้อย่างรวดเร็วหากรับการรักษาไม่เท่าทัน วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ภาวะหัวใจล้มเหลว มาฝากทุกคนกันค่ะ เพื่อให้เกิดความตระหนัก และหันมาดูแลสุขภาพหัวใจกันให้มากขึ้น คำจำกัดความภาวะหัวใจล้มเหลว (Congestive heart failure) คืออะไร ภาวะหัวใจล้มเหลว (Congestive heart failure) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าหัวใจล้มเหลว (heart failure) เป็นภาวะหนึ่งที่หมายถึง กล้ามเนื้อหัวใจมีกำลังในการสูบฉีดโลหิตลดลง ภาวะดังกล่าวทำให้เกิดผลที่อันตรายบางประการ ดังนี้ หัวใจไม่สามารถสูบฉีดโลหิตที่เพียงพอตามความต้องการของร่างกาย เลือดถูกอุดกั้นในหัวใจ ซึ่งทำให้มีความดันมากขึ้นในผนังหัวใจ หัวใจจำเป็นต้องยืดตัวเพื่อเติมเลือดให้มากขึ้น ไตมีการตอบสนองโดยการทำให้ร่างกายกักเก็บของเหลวและเกลือมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดอาการบวมที่อวัยวะบางประการได้ ในท้ายที่สุดส่งผลให้เกิดอาการบวมแน่นในร่างกาย ภาวะหัวใจล้มเหลวเกิดขึ้นในหัวใจด้านใดด้านหนึ่ง โดยปกติแล้วเริ่มเกิดขึ้นในหัวใจด้านซ้ายแล้วย้ายไปยังหัวใจด้านขวา หากไม่มีการรักษาที่เหมาะสม หัวใจล้มเหลวอาจทำให้เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ภาวะหัวใจล้มเหลว พบได้บ่อยเพียงใด ภาวะหัวใจล้มเหลว สามารถส่งผลต่อคนได้ทุกวัย ถึงแม้ว่าพบได้มากที่สุดในผู้สูงอายุ เด็กที่มีภาวะหัวใจบกพร่องแต่กำเนิด (Congenital Heart Defects) ยังมีความเสี่ยงสูงขึ้นในการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวด้วยเช่นกัน อาการอาการของ ภาวะหัวใจล้มเหลว หัวใจล้มเหลวเป็นโรคเรื้อรังประเภทหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าไม่ได้เกิดขึ้นโดยทันที อาการทั่วไปของโรคนี้ ได้แก่ หัวใจเต้นผิดปกติ อ่อนเพลีย ไอเป็นเลือดและหายใจมีเสียงบ่อย ไม่มีความอยากอาหาร คลื่นไส้ หายใจลำบาก ปวดปัสสาวะด่วนในตอนกลางคืน น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เจ็บหน้าอก มีอาการบวมในท้อง ขา ข้อเท้า และเท้า อาจมีอาการและสัญญาณเตือนอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง หากคุณข้อสงสัยใด ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน