home

ข้อมูลโภชนาการ

สิ่งที่เรารับประทานเข้าไป มีผลโดยตรงต่อความรู้สึกและประสิทธิภาพในการทำงานแต่ละวัน การเรียนรู้เกี่ยวกับ ข้อมูลโภชนาการ จะช่วยให้เรารู้จักระมัดระวังมากขึ้นก่อนการรับประทานอาหาร และช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายทางสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

ข้อมูลโภชนาการ

คาร์โบไฮเดรตมีอะไรบ้าง คาร์โบไฮเดรต เป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานที่สำคัญของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายมีแรงในการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน หากร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตน้อยเกินไป อาจทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ขาดพลังงาน และอาจทำให้เป็นลมหมดสติได้ สามารถพบคาร์โบไฮเดรตได้ในอาหาร และเครื่องดื่มหลายชนิด  [health-tool template="bmr"] คาร์โบไฮเดรต คืออะไร  คาร์โบไฮเดรต คือ สารอาหารหลักชนิดหนึ่งที่เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย โดยคาร์โบไฮเดรตจะให้กลูโคสกับร่างกาย เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานให้ใช้ในการทำงาน การออกกำลังกาย และกิจกรรมอื่น ๆ คาร์โบไฮเดรตส่วนใหญ่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยเฉพาะอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ใยอาหารหรือไฟเบอร์  อาหารที่ประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรตอาจมีคุณค่าทางอาหารและประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกันไป  ประเภทของคาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรตสามารถแยกออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ แป้ง เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน โดยสามารถแบ่งออกเป็นอีก 2 ชนิดย่อย ได้แก่ ชนิดขัดสี ชนิดไม่ขัดสี โดยชนิดที่ผ่านกระบวนการขัดสีสามารถเพิ่มพลังงานที่ดีให้กับร่างกาย แต่อาจมีวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณที่น้อย เช่น ข้าว ขนมปัง พาสต้า และหากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปต่อวัน อาจทำให้พลังงานเปลี่ยนเป็นน้ำตาล และสะสมภายในร่างกาย อาจส่งผลทำให้เป็นโรคอ้วนได้ ส่วนชนิดไม่ขัดสี เช่น ข้าวโอ๊ต โฮลวีท โฮลเกรน มีคุณค่าทางสารอาหาร และให้คุณค่าทางโภชนาการมากกว่าชนิดขัดสี ไฟเบอร์ หรือใยอาหารจากพืช […]

หัวข้อ ข้อมูลโภชนาการ เพิ่มเติม

ข้อมูลโภชนาการ

หากจะพูดถึงธัญพืช แน่นอนว่ามีธัญพืชมากมายหลายชนิดให้เราได้กล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี หรือข้าวบาร์เล่ย์ ซึ่งจัดเป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางสารอาหารสูงและมีประโยชน์ต่อร่างกาย วันนี้ Hello คุณหมอ ขอนำเสนออีกหนึ่งธัญพืชที่ให้คุณค่าทางสารอาหารไม่แพ้กับธัญพืชที่เราคุ้นเคยกัน นั่นคือ โฟนิโอ ธัญพืชที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทวีปแอฟริกา แต่ธัญพืชชนิดนี้จะดีต่อสุขภาพอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามที่บทความนี้เลย โฟนิโอ คืออะไร ข้าวโฟนิโอ หรือโฟนิโอ (Fonio) เป็นพืชตระกูลข้าวฟ่าง มีขนาดเล็ก เมื่อหุงสุกแล้วจะมีลักษณะที่คล้ายกับคูสคูส (Couscous) และควินัว (Quinoa) โฟนิโอจัดเป็นหนึ่งในธัญพืชโบราณของทวีปแอฟริกา ซึ่งมีการปลูกและนิยมกินกันอย่างแพร่หลายในแถบประเทศแอฟริกาตะวันตกมากว่า 5,000 ปีแล้ว  คุณค่าทางโภชนาการของ โฟนิโอ การ กินโฟนิโอ ที่หุงสุกแล้วประมาณ ½ ถ้วย จะได้คุณค่าทางโภชนาการสำคัญ ๆ ดังนี้ พลังงาน 170 แคลอรี โปรตีน 2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 39 กรัม ไฟเบอร์ 1 กรัม โฟนิโอไม่มีน้ำตาล ไม่มีโซเดียม และให้ไขมันในปริมาณที่น้อยมาก โดยการรับประทานข้าวโฟนิโอที่หุงสุกแล้วประมาณ ½ ถ้วย จะได้ไขมันแค่เพียง 0.5 กรัม มากไปกว่านั้น โฟนิโอยังให้สารอาหารจำพวกวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ […]

ข้อมูลโภชนาการ

“ผักชีฝรั่ง” พืชสมุไพร สวนครัวที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งบางชนิดได้ นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกหลากหลายเมนู เรียกได้ว่ามีคุณประโยชน์ครบด้านจริง ๆ  แต่จะมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน เรามาทำความรู้จักกับพืชสมุนไพรชนิดนี้ ให้มากขึ้นกันใน บทความ Hello คุณหมอ  ผักชีฝรั่งสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้จริงหรือไม่ ผักชีฝรั่ง (Culantro) มีชื่อทางวิทยาศาตร์ว่า “Eryngium” มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ตั้งแต่ตอนใต้ของเม็กซิโกจนมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายจนมาถึงปัจจุบัน  ผักชีฝรั่งอุดมด้วยคุณค่างโภชนาการ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเค ธาตุโพแทสเซียม แคลเซียม  และเบต้าเคโรทีน ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งและความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidative Stress) ได้ ผักชี และผักชีฝรั่ง แตกต่างกันอย่างไร  ผักชีและผักชีฝรั่ง มีลักษณะที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้  ลักษณะ ผักชีฝรั่ง ผักชี ใบ ใบมีลักษณหยัก มีความยาวประมาณ 10 นิ้ว กว้าง 2 นิ้ว ใบมีลักษณะเป็นรูปหอยเชลล์ วิตามิน ประกอบด้วยวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินบี 2 ประกอบด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเค  การปรุงอาหาร ส่วนใหญ่ใช้ในการปรุงอาหาร เนื่องจากสามารถทนความร้อนได้ ส่วนใหญ่ใช้รับประทานผักสด ประโยชน์จากผักชีฝรั่ง ผักชีฝรั่งอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุนานานชนิด ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังต่อไป  รักษาโรคติดเชื้อ  จากผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร DARU […]

ข้อมูลโภชนาการ

บร็อคโคลี่ หนึ่งในรายชื่อผักชวนยี้ของใครหลาย ๆ คน ด้วยเหตุผลว่ามีรสสัมผัสและกลิ่นที่เหม็นเขียว ทำให้ต้องเขี่ยทิ้งอยู่ร่ำไป ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเพราะในความจริงแล้ว บร็อคโคลี่จัดว่าเป็นผักเพื่อสุขภาพที่ให้คุณประโยชน์หลากหลาย บทความนี้ของ Hello คุณหมอ จะพามารู้จักกับเรื่องราวดี ๆ ของการ กินบร็อคโคลี่ คุณค่าทางโภชนาการของ บร็อคโคลี่ การกินบร็อคโคลี่ 1 ถ้วย (ประมาณ 76 กรัม) จะได้รับสารอาหารสำคัญ ดังนี้ พลังงาน 24.3 แคลอรี่ ไฟเบอร์ 1.82 กรัม แคลเซียม 35 มิลลิกรัม วิตามินซี 40.5 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 50.9 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 230 มิลลิกรัม เบต้า แคโรทีน 70.7 ไมโครกรัม โฟเลต 49.4 ไมโครกรัม วิตามินเค 77.5 ไมโครกรัม แม้ว่าบร็อคโคลี่จะให้สารอาหารที่สำคัญและมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด แต่กรรมวิธีการปรุงบร็อคโคลี่โดยการต้ม อาจทำให้คุณค่าทางสารอาหารของบร็อคโคลี่สูญสลายไปมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น เพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน การผัด การนึ่ง การย่าง การทำให้สุกด้วยไมโครเวฟ หรือการ กินบร็อคโคลี่ สด […]

ข้อมูลโภชนาการ

ซาโยเต้ (Chayote) หรือที่หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นชิ้นกันในชื่อ มะระหวาน เป็นไม้เถาเลื้อย ผลคล้ายแตงกวาผสมกับฟักเขียว มะระหวานเป็นพืชที่สามารถรับประทานได้ทั้งยอดและผล ไม่ว่านำมาทำเมนูอะไรก็อร่อย ที่สำคัญยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย วันนี้ Hello คุณหมอ จะชวนทุกคนไปดูว่าผลมะระหวานให้ประโยชน์อะไรต่อร่างกายบ้าง คุณค่าทางโภชนาการของ มะระหวาน มะระหวานเป็นพืชที่มีปริมาณสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์ ปริมาณมะระหวาน 203 กรัมจะให้แคลอรี่ 39 กิโลแคลอรี และให้สารอาหาร ดังนี้ คาร์โบไฮเดรต 9 กรัม โปรตีน 2 กรัม ไขมัน 0 กรัม ไฟเบอร์ ร้อยละ 4-14 ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน วิตามินซี ร้อยละ 26 ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน วิตามินบี 9 หรือโฟเลต ร้อยละ 47 ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน วิตามินเค ร้อยละ 10 ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน วิตามินบี 6 ร้อยละ 8 ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน แมงกานีส ร้อยละ 19 ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน ทองแดง ร้อยละ12 ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน สังกะสี ร้อยละ 10 ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน โพแทสเซียม ร้อยละ 7 ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน แมกนีเซียม ร้อยละ 6 […]

ข้อมูลโภชนาการ

ปัจจุบันการเพาะเมล็ดพืชเพื่อนำมารับประทานนั้นมีความนิยมเป็นอย่างมาก นอกจากเมล็ดถั่วเขียว ที่นำมาเพาะเพื่อให้ได้ถั่วงอกแล้ว ยังมีเมล็ดพืชอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น เมล็ดทานตะวัน ถั่วลูกไก่ ถั่วเหลือง ซึ่งการรับประทาน เมล็ดพืชเพาะงอก หรือ ต้นอ่อนพืช ได้ประโยชน์มากมาย วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับประโยชน์ของการรับประทานเมล็ดพืชเพาะงอกมาให้ได้อ่านกันค่ะ เมล็ดพืชเพาะงอก (Sprouted grains) คืออะไร เมล็ดพืชเพาะงอกเป็นพืชที่เติบโตในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน โดยกระบวนการเพาะงอกสามารถทำได้โดยการนำเมล็ดธัญพืชไม่แช่น้ำนานหลายชั่วโมง จากนั้นนำเมล็ดธัญพืชที่แช่น้ำใส่ภาชนะโดยให้มีอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม หลังจากนั้นรอให้ต้นงอกขึ้นมา โดยจะใช้เวลาประมาณ 2-7 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของเมล็ดธัญพืช หลังจากนั้นรอให้ ต้นอ่อนพืช มีความยาวสัก 2-5 เซนติเมตร จึงสามารถนำมารับประทานได้ มีเมล็ดธัญพืชหลากหลายชนิดที่สามารถนำมาทำเมล็ดพืชเพาะงอกได้ ดังนี้ พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเลนทิล ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว และถั่วลันเตา ธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ควินัว ข้าวโอ๊ต ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืช เช่น อัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน เมล็ดงา ไควาเระ โดยส่วนใหญ่แล้วเมล็ดพืชเพาะงอกนิยมรับประทานแบบดิบ ไม่ว่าจะนำมาใส่สลัด […]

ข้อมูลโภชนาการ

มะเขือพวง เป็นพืชไม้พุ่มชนิดหนึ่ง ผลมีสีเขียว ลักษณณะเล็กและกลม จัดเป็นผักพื้นบ้านที่คนไทยหลายคนน่าจะรู้จักกันดี นิยมนำมารับประทานทั้งแบบสด เป็นผักเคียงในสำรับเมนูน้ำพริก หรือปรุงให้สุกในเมนูแกงกะทิหลายเมนู แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบรับประทานมะเขือพวง เพราะอาจจะติดเรื่องรสชาติที่ออกขม หลายคนจึงเลือกที่จะเขี่ยทิ้งไป โดยอาจไม่รู้ว่า มะเขือพวงเป็นผักพื้นบ้านที่ดีต่อสุขภาพมากทีเดียว แต่จะดีอย่างไรนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ มีประโยชน์ดี ๆ ของการกินมะเขือพวงมาฝากค่ะ สารอาหารในมะเขือพวง มะเขือพวงแม้จะมีผลเล็กจิ๋วคล้ายกับเบอร์รี แต่ก็อัดแน่นไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นหลายชนิด โดยเฉพาะ โปรตีน ไฟเบอร์ คาร์โบไฮเดรต วิตามินเอ วิตามินซี ยิ่งไปกว่านั้น ผลมะเขือพวง ยังอัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) และแทนนิน (Tannin)   ประโยชน์ของ มะเขือพวง ผลมะเขือพวง ดีต่อระบบย่อยอาหาร มะเขือพวงมีสารประกอบที่ชื่อฟีนอล (Phenol) และคลอโรจินิน (Chlorogenin) ที่มีส่วนช่วยปรับสภาพความเป็นกรดในกระเพาะอาหารให้เป็นกลาง ลดความเสี่ยงที่จะเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ยิ่งไปกว่านั้น ผลมะเขือพวง ยังมีไฟเบอร์สูง จึงช่วยกระตุ้นให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ผลมะเขือพวง มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น ซาโปนิน (Saponin) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ไกลโคไซด์ (Glycoside) และแทนนิน (Tannin) ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ จัดเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด การรับประทานมะเขือพวงเป็นประจำ […]

ข้อมูลโภชนาการ

ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าอาหารเสริมลดน้ำหนักส่วนใหญ่ มักมีสารสกัดจากมะขามป้อม เพราะมะขามป้อมนั้นมีไคโตซาน ที่มีคุณสมบัติช่วยเร่งการเผาผลาญ ดักจับไขมันที่ติดตามผนังลำไส้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือลดน้ำหนัก แต่ มะขามป้อม ไม่ได้มีดีแค่ช่วยลดน้ำหนักอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ ยังมีสรรพคุณทางยาสูงที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่จะมีคุณประโยชน์อย่างไรบ้างนั้น ติดตามอ่านได้ใน บทความ Hello คุณหมอ ค่ะ  ทำความรู้จัก มะขามป้อม  มะขามป้อม หรือ มะขามอินเดีย (Indian Gooseberry) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phyllanthus emblica L.  มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียตะวันออกกลาง และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นไม้ยืนต้น ดอกมีสีเขียวอมเหลือง ผลมีลักษณะกลมเช่นเดียวกับดอก รสชาติออกเปรี้ยว ขม และฝาด  สมุนไพรมะขามป้อม จัดเป็นยาอายุวัฒนะที่มีมาตั้งแต่ในสมัยพุทธกาล มะขามป้อม ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์อายุรเวชมานานนับหลายพันปี โดยมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเสีย คลื่นไส้ ลดระดับคอเลสเตอรอล เป็นต้น   ข้อมูลโภชนาการของมะขามป้อม มะขามป้อมปริมาณ 150 กรัม มีคุณค่าทางโภชนาการ ดังต่อไปนี้ พลังงาน 66 แคลอรี่ โปรตีน 1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม ไฟเบอร์ 7 กรัม วิตามินซี 46% ของสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน วิตามินบี 5 9% ของสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน วิตามินบี 6 7% ของสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน ทองแดง 12% […]

ข้อมูลโภชนาการ

ธัญพืชเต็มเมล็ด หรือ โฮลเกรน (Whole grains) เป็นอาหารที่มีการรับประทานกันมาอย่างยาวนาน แม้ว่าการบริโภคโฮลเกรนที่ผ่านกระบวนการแปรรูป จะส่งผลต่อสุขภาพ เช่น ทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคอ้วน ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ แต่การรับประทานธัญพืชเต็มเมล็ดนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน วันนี้ Hello คุณหมอ มีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ประโยชน์ของธัญพืชเต็มเมล็ด มาให้อ่านกันค่ะ ธัญพืชเต็มเมล็ด (Whole grains) คืออะไร โฮลเกรน (Whole grains) หรือที่เรียกว่า ธัญพืชเต็มเมล็ด ประกอบไปด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ รำ จมูกข้าว และเอนโดสเปิร์ม ซึ่งส่วนประกอบในแต่ละส่วนล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งสิ้น รำ (Bran) คือส่วนแข็ง ๆ ที่อยู่นอกสุด อุดมไปด้วย ไฟเบอร์ ที่ให้วิตามินบี 9 ธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสี แมกนีเซียม สารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤกษเคมี (phytochemicals) ซึ่งเป็นสารประกอบทางเคมีทีพบได้ในพืชหลายชนิด ที่ได้รับการวิจัยแล้วว่ามีบทบาทในการป้องกันโรค จมูกข้าว (Germ) เป็นแกนกลางของเมล็ดพืช ที่จะมีการเจริญเติบโตต่อไปหากนำไปปลูก จมูกข้าวเป็นส่วนที่อุดมไปด้วย […]

ข้อมูลโภชนาการ

ขนมปังเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่าย สะดวก ขนมปังเพียง 1-2 แผ่น กับนมหนึ่งแก้วก็ช่วยให้เราอิ่มไปแล้วหนึ่งมื้อ แม้ว่าขนมปังจะเป็นอาหารที่ได้รับความนิยม แต่ขนมปังบางชนิดนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ แถมยังส่งผลอันตรายต่อสุขภาพและทำให้อ้วนอีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ มีบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ขนมปังกับสุขภาพ มาให้อ่านกันค่ะ ขนมปังกับสุขภาพ : คาร์โบไฮเดรตในขนมปังดีต่อสุขภาพหรือไม่ ขนมปังนั้นมีหลายประเภท หลายรูปแบบ แต่ละประเภทก็จะมีส่วนผสมที่แตกต่างกันออกไป  เช่น ขนมปังที่ทำจากธัญพืช ขนมปังหวาน (Sweetened bread) ขนมปังข้าวโพด (Cornbread) และยังมีขนมปังในรูปแบบอื่นอีกมากมาย ซึ่งขนมปังแต่ละประเภทก็มีคุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างกันออกไป ขนมปังบางชนิดดีต่อสุขภาพ แต่บางชนิดก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังนั้นการเลือกที่ดีต่อสุขภาพจึงถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrates) ถือเป็นสารอาหารหลักที่พบได้ในขนมปัง คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานแก่ร่างกาย ผลไม้ ผัก ถั่ว และธัญพืชที่ผ่านกระบวนการน้อยที่สุดถือเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ เพราะอาหารเหล่านี้ยังมีปริมาณวิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ ขนมปังขาว ที่ผ่านการขัดสีเป็นขนมปังที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (Simple carbohydrate) ที่ผ่านกระบวนการทำมากมาย เป็นขนมปังที่ย่อยได้ง่าย แต่มีปริมาณคุณค่าทางโภชนาการที่ต่ำ นอกจากนี้ขนมปังประเภทนี้เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นทันทีหลังจากรับประทานเสร็จ หากร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่องอาจพัฒนากลายไปเป็นภาวะก่อนเบาหวาน หรือทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้ นอกจากนี้คาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการแปรรูปมากยังขาดสารอาหารที่เรียกว่า ไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อสุขภาพทางเดินอาหารและหัวใจและหลอดเลือด เมื่อรับประทานขนมปังขาวเข้าไป ทำให้ผู้ที่รับประทานไม่รู้สึกอิ่ม ส่งผลทำให้ร่างกายอยากอาหารมากขึ้นอีกหลังจากนั้น […]

ข้อมูลโภชนาการ

เวลาที่คุณไปซื้อของที่ตลาด คุณอาจจะมองเห็นหน่อไม้ปี๊บ หรือหน่อไม้ดอง ห่อขายเป็นถุง ๆ กันอย่างมากมาย แต่รู้หรือไม่คะว่า หน่อไม้ดอง ที่ดูหน้าตาน่ารับประทานเหล่านี้ อาจแฝงมาด้วยอันตรายถึงแก่ชีวิต อันตรายที่ว่านั้นเป็นอย่างไร หาคำตอบได้จากบทความนี้ของ Hello คุณหมอ ค่ะ อันตรายแฝงจาก หน่อไม้ดอง หน่อไม้ดองนั้นเป็นหนึ่งในอาหารที่คนไทยนิยมรับประทานกันเป็นอย่างมาก ทั้งนำไปประกอบอาหาร หรือรับประทานเป็นผักจิ้มคู่กับน้ำพริก ซึ่งหน่อไม้ดองที่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปนั้น มักจะอยู่ในรูปแบบของหน่อไม้ดองอัดปี๊บ หรือบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก เพื่อให้ง่ายต่อการแบ่งขาย ซึ่งหน่อไม้ดองเหล่านี้อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อคลอสทรีเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) เชื้อแบคทีเรียเป็นพิษที่อาจทำให้เกิดโรคโบทูลิซึม (Botulism) เชื้อคลอสทรีเดียม โบทูลินัมนี้เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ในดิน และเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนน้อย เช่น ในกระบวนการผลิตอาหารกระป๋อง หรือกระบวนการบรรจุอาหารลงในภาชนะที่มีการปิดผนึก หากในระหว่างขั้นตอนการผลิตหน่อไม้ดองบรรจุปี๊บนั้นทำอย่างไม่สะอาด หรือให้ความร้อนอย่างไม่เพียงพอ เลยไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เจือปนมาได้ ก็อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้เจริญเติบโตมากขึ้น และเป็นอันตรายต่อผู้ที่รับประทานเข้าไปนั่นเอง อาการที่บ่งบอกว่าคุณได้รับสารพิษจากหน่อไม้ดอง โดยปกติแล้ว สัญญาณและอาการว่าคุณได้รับสารพิษจากเชื้อคลอสทรีเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) มักจะเกิดขึ้นภายใน 12-36 ชั่วโมงหลังจากการกินหน่อไม้ดอง ความรุนแรงของอาการนั้นอาจจะขึ้นอยู่กับปริมาณของสารพิษที่ได้รับ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว จะมีอาการที่พบได้บ่อย ดังนี้ พูดไม่ชัด กลืนลำบาก ปากแห้ง กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง ควบคุมไม่ได้ หนังตาตก หายใจไม่ออก คลื่นไส้ อาเจียน ขยับตัวบางส่วนไม่ได้ เป็นอัมพาต หากคุณสังเกตพบอาการเหล่านี้หลังจากรับประทานหน่อไม้ดอง ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลในทันที เพราะหากรักษาไม่ทันเวลา อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น […]