home

ข้อมูลโภชนาการ

สิ่งที่เรารับประทานเข้าไป มีผลโดยตรงต่อความรู้สึกและประสิทธิภาพในการทำงานแต่ละวัน การเรียนรู้เกี่ยวกับ ข้อมูลโภชนาการ จะช่วยให้เรารู้จักระมัดระวังมากขึ้นก่อนการรับประทานอาหาร และช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายทางสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น

ความรู้ทั่วไป

ข้อมูลโภชนาการ

นัตโตะ (Natto) หรือ ถั่วเน่าญี่ปุ่น เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น นัตโตะเป็นอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองหมัก มีกลิ่นที่เฉพาะตัว นอกจากความอร่อย นัตโตะยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ เช่น ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ดีต่อสุขภาพหัวใจ และช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน วันนี้ Hello คุณหมอ จะชวนทุกคนไปรู้จักกับนัตโตะเมนูที่อุดมไปด้วยประโยชน์มากมายกันค่ะ นัตโตะ หรือ ถั่วเน่าญี่ปุ่น คืออะไร นัตโตะเป็นอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ที่ทำมาจากถั่วเหลืองหมัก วิธีการดั้งเดิมในการทำ ถั่วเน่าญี่ปุ่น จะทำโดยการนำถั่วเหลืองต้มห่อด้วยฟางข้าว หลังจากนั้นก็จะเกิดแบคทีเรียบาซิลลัสซับทิลิส (Bacteria Bacillus Subtilis) ขึ้น นัตโตะมีลักษณะเหนียวและลื่น เป็นเมนูที่มีกลิ่นเฉพาะตัวที่ค่อนข้างฉุน โดยปกติแล้วที่ญี่ปุ่นมักจะรับประทานนัตโตะกับข้าวสวย โดยจะราดซอสถั่วเหลืองหรือมัสตาร์ดลงในนัตโตะ คุณค่าทางโภชนาการของ นัตโตะ ถั่วเน่าญี่ปุ่น เป็นเมนูที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สูง นัตโตะ 100 กรัม ให้ปริมาณแคลอรี 212 กิโลแคลอรี นอกจากนี้ นัตโตะยังประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนี้ ไขมัน 11 กรัม คาร์โบไฮเดรต 14 กรัม ไฟเบอร์ 5 กรัม โปรตีน 18 กรัม แมงกานีส 76% ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน เหล็ก […]

หัวข้อ ข้อมูลโภชนาการ เพิ่มเติม

ข้อมูลโภชนาการ

ปัจจุบันการเพาะเมล็ดพืชเพื่อนำมารับประทานนั้นมีความนิยมเป็นอย่างมาก นอกจากเมล็ดถั่วเขียว ที่นำมาเพาะเพื่อให้ได้ถั่วงอกแล้ว ยังมีเมล็ดพืชอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น เมล็ดทานตะวัน ถั่วลูกไก่ ถั่วเหลือง ซึ่งการรับประทาน เมล็ดพืชเพาะงอก หรือ ต้นอ่อนพืช ได้ประโยชน์มากมาย วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับประโยชน์ของการรับประทานเมล็ดพืชเพาะงอกมาให้ได้อ่านกันค่ะ เมล็ดพืชเพาะงอก (Sprouted grains) คืออะไร เมล็ดพืชเพาะงอกเป็นพืชที่เติบโตในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน โดยกระบวนการเพาะงอกสามารถทำได้โดยการนำเมล็ดธัญพืชไม่แช่น้ำนานหลายชั่วโมง จากนั้นนำเมล็ดธัญพืชที่แช่น้ำใส่ภาชนะโดยให้มีอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม หลังจากนั้นรอให้ต้นงอกขึ้นมา โดยจะใช้เวลาประมาณ 2-7 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของเมล็ดธัญพืช หลังจากนั้นรอให้ ต้นอ่อนพืช มีความยาวสัก 2-5 เซนติเมตร จึงสามารถนำมารับประทานได้ มีเมล็ดธัญพืชหลากหลายชนิดที่สามารถนำมาทำเมล็ดพืชเพาะงอกได้ ดังนี้ พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเลนทิล ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว และถั่วลันเตา ธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ควินัว ข้าวโอ๊ต ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืช เช่น อัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน เมล็ดงา ไควาเระ โดยส่วนใหญ่แล้วเมล็ดพืชเพาะงอกนิยมรับประทานแบบดิบ ไม่ว่าจะนำมาใส่สลัด […]

ข้อมูลโภชนาการ

มะเขือพวง เป็นพืชไม้พุ่มชนิดหนึ่ง ผลมีสีเขียว ลักษณณะเล็กและกลม จัดเป็นผักพื้นบ้านที่คนไทยหลายคนน่าจะรู้จักกันดี นิยมนำมารับประทานทั้งแบบสด เป็นผักเคียงในสำรับเมนูน้ำพริก หรือปรุงให้สุกในเมนูแกงกะทิหลายเมนู แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบรับประทานมะเขือพวง เพราะอาจจะติดเรื่องรสชาติที่ออกขม หลายคนจึงเลือกที่จะเขี่ยทิ้งไป โดยอาจไม่รู้ว่า มะเขือพวงเป็นผักพื้นบ้านที่ดีต่อสุขภาพมากทีเดียว แต่จะดีอย่างไรนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ มีประโยชน์ดี ๆ ของการกินมะเขือพวงมาฝากค่ะ สารอาหารในมะเขือพวง มะเขือพวงแม้จะมีผลเล็กจิ๋วคล้ายกับเบอร์รี แต่ก็อัดแน่นไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นหลายชนิด โดยเฉพาะ โปรตีน ไฟเบอร์ คาร์โบไฮเดรต วิตามินเอ วิตามินซี ยิ่งไปกว่านั้น ผลมะเขือพวง ยังอัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) และแทนนิน (Tannin)   ประโยชน์ของ มะเขือพวง ผลมะเขือพวง ดีต่อระบบย่อยอาหาร มะเขือพวงมีสารประกอบที่ชื่อฟีนอล (Phenol) และคลอโรจินิน (Chlorogenin) ที่มีส่วนช่วยปรับสภาพความเป็นกรดในกระเพาะอาหารให้เป็นกลาง ลดความเสี่ยงที่จะเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ยิ่งไปกว่านั้น ผลมะเขือพวง ยังมีไฟเบอร์สูง จึงช่วยกระตุ้นให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ผลมะเขือพวง มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น ซาโปนิน (Saponin) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ไกลโคไซด์ (Glycoside) และแทนนิน (Tannin) ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ จัดเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด การรับประทานมะเขือพวงเป็นประจำ […]

ข้อมูลโภชนาการ

ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าอาหารเสริมลดน้ำหนักส่วนใหญ่ มักมีสารสกัดจากมะขามป้อม เพราะมะขามป้อมนั้นมีไคโตซาน ที่มีคุณสมบัติช่วยเร่งการเผาผลาญ ดักจับไขมันที่ติดตามผนังลำไส้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือลดน้ำหนัก แต่ มะขามป้อม ไม่ได้มีดีแค่ช่วยลดน้ำหนักอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ ยังมีสรรพคุณทางยาสูงที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่จะมีคุณประโยชน์อย่างไรบ้างนั้น ติดตามอ่านได้ใน บทความ Hello คุณหมอ ค่ะ  ทำความรู้จัก มะขามป้อม  มะขามป้อม หรือ มะขามอินเดีย (Indian Gooseberry) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phyllanthus emblica L.  มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียตะวันออกกลาง และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นไม้ยืนต้น ดอกมีสีเขียวอมเหลือง ผลมีลักษณะกลมเช่นเดียวกับดอก รสชาติออกเปรี้ยว ขม และฝาด  สมุนไพรมะขามป้อม จัดเป็นยาอายุวัฒนะที่มีมาตั้งแต่ในสมัยพุทธกาล มะขามป้อม ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์อายุรเวชมานานนับหลายพันปี โดยมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเสีย คลื่นไส้ ลดระดับคอเลสเตอรอล เป็นต้น   ข้อมูลโภชนาการของมะขามป้อม มะขามป้อมปริมาณ 150 กรัม มีคุณค่าทางโภชนาการ ดังต่อไปนี้ พลังงาน 66 แคลอรี่ โปรตีน 1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม ไฟเบอร์ 7 กรัม วิตามินซี 46% ของสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน วิตามินบี 5 9% ของสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน วิตามินบี 6 7% ของสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน ทองแดง 12% […]

ข้อมูลโภชนาการ

ธัญพืชเต็มเมล็ด หรือ โฮลเกรน (Whole grains) เป็นอาหารที่มีการรับประทานกันมาอย่างยาวนาน แม้ว่าการบริโภคโฮลเกรนที่ผ่านกระบวนการแปรรูป จะส่งผลต่อสุขภาพ เช่น ทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคอ้วน ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ แต่การรับประทานธัญพืชเต็มเมล็ดนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน วันนี้ Hello คุณหมอ มีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ประโยชน์ของธัญพืชเต็มเมล็ด มาให้อ่านกันค่ะ ธัญพืชเต็มเมล็ด (Whole grains) คืออะไร โฮลเกรน (Whole grains) หรือที่เรียกว่า ธัญพืชเต็มเมล็ด ประกอบไปด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ รำ จมูกข้าว และเอนโดสเปิร์ม ซึ่งส่วนประกอบในแต่ละส่วนล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งสิ้น รำ (Bran) คือส่วนแข็ง ๆ ที่อยู่นอกสุด อุดมไปด้วย ไฟเบอร์ ที่ให้วิตามินบี 9 ธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสี แมกนีเซียม สารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤกษเคมี (phytochemicals) ซึ่งเป็นสารประกอบทางเคมีทีพบได้ในพืชหลายชนิด ที่ได้รับการวิจัยแล้วว่ามีบทบาทในการป้องกันโรค จมูกข้าว (Germ) เป็นแกนกลางของเมล็ดพืช ที่จะมีการเจริญเติบโตต่อไปหากนำไปปลูก จมูกข้าวเป็นส่วนที่อุดมไปด้วย […]

ข้อมูลโภชนาการ

ขนมปังเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่าย สะดวก ขนมปังเพียง 1-2 แผ่น กับนมหนึ่งแก้วก็ช่วยให้เราอิ่มไปแล้วหนึ่งมื้อ แม้ว่าขนมปังจะเป็นอาหารที่ได้รับความนิยม แต่ขนมปังบางชนิดนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ แถมยังส่งผลอันตรายต่อสุขภาพและทำให้อ้วนอีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ มีบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ขนมปังกับสุขภาพ มาให้อ่านกันค่ะ ขนมปังกับสุขภาพ : คาร์โบไฮเดรตในขนมปังดีต่อสุขภาพหรือไม่ ขนมปังนั้นมีหลายประเภท หลายรูปแบบ แต่ละประเภทก็จะมีส่วนผสมที่แตกต่างกันออกไป  เช่น ขนมปังที่ทำจากธัญพืช ขนมปังหวาน (Sweetened bread) ขนมปังข้าวโพด (Cornbread) และยังมีขนมปังในรูปแบบอื่นอีกมากมาย ซึ่งขนมปังแต่ละประเภทก็มีคุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างกันออกไป ขนมปังบางชนิดดีต่อสุขภาพ แต่บางชนิดก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังนั้นการเลือกที่ดีต่อสุขภาพจึงถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrates) ถือเป็นสารอาหารหลักที่พบได้ในขนมปัง คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานแก่ร่างกาย ผลไม้ ผัก ถั่ว และธัญพืชที่ผ่านกระบวนการน้อยที่สุดถือเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ เพราะอาหารเหล่านี้ยังมีปริมาณวิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ ขนมปังขาว ที่ผ่านการขัดสีเป็นขนมปังที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (Simple carbohydrate) ที่ผ่านกระบวนการทำมากมาย เป็นขนมปังที่ย่อยได้ง่าย แต่มีปริมาณคุณค่าทางโภชนาการที่ต่ำ นอกจากนี้ขนมปังประเภทนี้เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นทันทีหลังจากรับประทานเสร็จ หากร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่องอาจพัฒนากลายไปเป็นภาวะก่อนเบาหวาน หรือทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้ นอกจากนี้คาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการแปรรูปมากยังขาดสารอาหารที่เรียกว่า ไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อสุขภาพทางเดินอาหารและหัวใจและหลอดเลือด เมื่อรับประทานขนมปังขาวเข้าไป ทำให้ผู้ที่รับประทานไม่รู้สึกอิ่ม ส่งผลทำให้ร่างกายอยากอาหารมากขึ้นอีกหลังจากนั้น […]

ข้อมูลโภชนาการ

เวลาที่คุณไปซื้อของที่ตลาด คุณอาจจะมองเห็นหน่อไม้ปี๊บ หรือหน่อไม้ดอง ห่อขายเป็นถุง ๆ กันอย่างมากมาย แต่รู้หรือไม่คะว่า หน่อไม้ดอง ที่ดูหน้าตาน่ารับประทานเหล่านี้ อาจแฝงมาด้วยอันตรายถึงแก่ชีวิต อันตรายที่ว่านั้นเป็นอย่างไร หาคำตอบได้จากบทความนี้ของ Hello คุณหมอ ค่ะ อันตรายแฝงจาก หน่อไม้ดอง หน่อไม้ดองนั้นเป็นหนึ่งในอาหารที่คนไทยนิยมรับประทานกันเป็นอย่างมาก ทั้งนำไปประกอบอาหาร หรือรับประทานเป็นผักจิ้มคู่กับน้ำพริก ซึ่งหน่อไม้ดองที่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปนั้น มักจะอยู่ในรูปแบบของหน่อไม้ดองอัดปี๊บ หรือบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก เพื่อให้ง่ายต่อการแบ่งขาย ซึ่งหน่อไม้ดองเหล่านี้อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อคลอสทรีเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) เชื้อแบคทีเรียเป็นพิษที่อาจทำให้เกิดโรคโบทูลิซึม (Botulism) เชื้อคลอสทรีเดียม โบทูลินัมนี้เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ในดิน และเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนน้อย เช่น ในกระบวนการผลิตอาหารกระป๋อง หรือกระบวนการบรรจุอาหารลงในภาชนะที่มีการปิดผนึก หากในระหว่างขั้นตอนการผลิตหน่อไม้ดองบรรจุปี๊บนั้นทำอย่างไม่สะอาด หรือให้ความร้อนอย่างไม่เพียงพอ เลยไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เจือปนมาได้ ก็อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้เจริญเติบโตมากขึ้น และเป็นอันตรายต่อผู้ที่รับประทานเข้าไปนั่นเอง อาการที่บ่งบอกว่าคุณได้รับสารพิษจากหน่อไม้ดอง โดยปกติแล้ว สัญญาณและอาการว่าคุณได้รับสารพิษจากเชื้อคลอสทรีเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) มักจะเกิดขึ้นภายใน 12-36 ชั่วโมงหลังจากการกินหน่อไม้ดอง ความรุนแรงของอาการนั้นอาจจะขึ้นอยู่กับปริมาณของสารพิษที่ได้รับ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว จะมีอาการที่พบได้บ่อย ดังนี้ พูดไม่ชัด กลืนลำบาก ปากแห้ง กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง ควบคุมไม่ได้ หนังตาตก หายใจไม่ออก คลื่นไส้ อาเจียน ขยับตัวบางส่วนไม่ได้ เป็นอัมพาต หากคุณสังเกตพบอาการเหล่านี้หลังจากรับประทานหน่อไม้ดอง ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลในทันที เพราะหากรักษาไม่ทันเวลา อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น […]

ข้อมูลโภชนาการ

สับปะรด เป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบทวีปอเมริกาใต้ โดยมีลักษณะพื้นผิวเป็นจุด ๆ รอบผล พร้อมเนื้อภายในที่สีเหลือง แต่นอกจากจะนำมารับประทานแบบสด ๆ ได้แล้ว ยังสามารถนำมาแปรรูปให้เป็นเครื่องดื่มที่ง่ายต่อการรับประทาน และยังส่งผลดีในการปรับปรุงสุขภาพ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ร่างกายของคุณได้อย่างมากอีกด้วย ซึ่ง น้ำสับปะรด นี้จะมีประโยชน์อย่างไรบ้างนั้น ติดตามได้ในบทความของ Hello คุณหมอ กันค่ะ น้ำสับปะรด มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร ถึงจะเป็นเพียงผลไม้ที่หลายคนอาจมองข้าม แต่รู้หรือไม่ว่าการรับประทานผลผลิตจากธรรมชาติอย่างน้ำสับปะรดนั้น มักให้ประโยชน์มากมายที่อาจสามารถช่วยปรับปรุงเงื่อนไขบางอย่างทางด้านสุขภาพต่าง ๆ ของคุณได้ ดังต่อไปนี้ ลดอาการอักเสบ จากงานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าโบมีแลน (Bromelain) ในสับปะรด มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตรียรอยด์ (NSAIDs) แต่ให้ผลข้างเคียงแก่ผู้ป่วยที่น้อยกว่า เนื่องจากการอักเสบอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่สามารถก่อให้เกิดโรคเรื้อรังหลายชนิด อีกทั้งในแทบทวีปยุโรปสารโบมีแลนยังได้รับการอนุมัติให้ใช้ เพื่อลดการอักเสบที่เกิดจากการบาดเจ็บหลังการรักษาด้วยการผ่าตัดได้อีกด้วย เพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การศึกษาในหลอดทดลองชี้ให้เห็นว่าโบมีแลนอาจเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น พร้อมช่วยเพิ่มการฟื้นตัวจากการติดเชื้อต่าง ๆ ได้ เช่น ปอดบวม ไซนัสอักเสบ และหลอดลมอักเสบ เป็นต้น ส่งเสริมสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง โบมีแลนเป็นสารประกอบจากธรรมชาติที่มีส่วนช่วยในการรักษาภาวะเส้นเลือดอุดตัน และลดคอเลสเตอรอล (Cholesterol) ที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดแดง ซึ่งส่งผลให้ร่างกายคุณอาจมีการไหลเวียนของเลือดได้ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้ ช่วยให้ร่างกายมีระบบเผาผลาญที่ดี เอนไซม์ และไฟเบอร์ ที่อยู่ในน้ำสับปะรด อาจเข้าไปช่วยในการสลายโปรตีน เผาผลาญไขมันส่วนเกินภายในลำไส้ของคุณได้เป็นอย่างดี พร้อมยังอาจช่วยลดความเสี่ยงมิก่อให้เกิดอาการท้องอืดร่วม อีกทั้งยังสามารถทำให้คุณมีการอิ่มอาหารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากน้ำสับปะรด หรือเนื้อของสับปะรดนั้น ค่อนข้างมีไฟเบอร์ปริมาณมาก […]

ข้อมูลโภชนาการ

หากพูดถึง ถั่วเขียว เชื่อว่าหลายคนก็จะต้องร้อง อ๋อ! พร้อมกับภาพจำของเมนู ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ลอยมาเป็นอันดับแรก ตามด้วยชื่อสำรับของหวานไทยหลายชนิด ตั้งแต่ถั่วกวน เต้าส่วน ขนมไส้ถั่วต่าง ๆ รวมถึงถั่วเขียวต้มน้ำตาลด้วย แต่นอกจากความอร่อยในเมนูของหวานเหล่านี้แล้ว การรับประทานถั่วเขียวเป็นประจำยังดีต่อสุขภาพด้วยนะ วันนี้ Hello คุณหมอ มีประโยชน์ดี ๆ ของการรับประทานถั่วเขียวมาฝากค่ะ สารอาหารใน ถั่วเขียว การรับประทานถั่วเขียน 1 ถ้วย ( 7 ออนซ์ หรือประมาณ 202 กรัม) จะได้คุณค่าโภชนาการสำคัญ  ดังนี้ พลังงาน 212 แคลอรี่ ไขมัน 0.8 กรัม โปรตีน 14.2 กรัม ไฟเบอร์ 15.4 กรัม คาร์โบไฮเดรต 38.7 กรัม โฟเลต 80 เปอร์เซนต์ต่อปริมาณโฟเลตที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน แมงกานีส 30 เปอร์เซนต์ต่อปริมาณแมงกานีสที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน แมกนีเซียม 24 เปอร์เซนต์ต่อปริมาณแมกนีเซียมที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน นอกจากนี้ถั่วเขียวยังให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส สังกะสี โพแทสเซียม วิตามินบี 2 […]

ข้อมูลโภชนาการ

หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ ต้นหอมจีน หรือ ไชว์ส (Chives) กับเท่าไหร่นัก ต้นหอมจีน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Allium schoenoprasum ลักษณะคล้ายต้นหอมจีนที่เรารู้จักกันดี แต่จะมีขนาดเล็กกว่า วันนี้ Hello คุณหมอ อยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับต้นหอมจีนให้มากขึ้น เพราะพืชชนิดนี้ นอกจากจะเป็นผักโรยที่ช่วยเพิ่มสีสันและกลิ่นให้เมนูอาหารของคุณแล้ว ก็ยังมีประโยชน์สุขภาพที่คุณอาจไม่รู้มาก่อนด้วย คุณค่าทางโภชนาการของต้นหอมจีน ต้นหอมจีน เป็นพืชที่เปี่ยมไปด้วยสารอาหาร แถมยังมีแคลอรี่ต่ำมาก คนทั่วไปบริโภคต้นหอมจีน วันละประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ หรือ 3 กรัม และข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (United States Department of Agriculture; USDA) เผยว่า ต้นหอมจีน 1 ช้อนโต๊ะ ให้คุณค่าทางโภชนาการดังต่อไปนี้ พลังงาน 1 กิโลแคลอรี่ คาร์โบไฮเดรต 0.1 กรัม โปรตีน 0.1 กรัม ไฟเบอร์ 0.1 กรัม วิตามินเค 6.4 ไมโครกรัม (5% ของปริมาณแนะนำต่อวัน) วิตามินซี 1.8 มิลลิกรัม (2% ของปริมาณแนะนำต่อวัน) วิตามินเอ 6.5 ไมโครกรัม (1% ของปริมาณแนะนำต่อวัน) โฟเลต 3 ไมโครกรัม (1% […]

ข้อมูลโภชนาการ

ชายูคาลิปตัส อาจเป็นเครื่องดื่มที่ใครหลาย ๆ คนยังไม่ค่อนคุ้นเคยกันเท่าไหร่นัก ซึ่งวันนี้ Hello คุณหมอ จึงขออาสาพาทุกคนมารู้จักกับประโยชน์ทางด้านสุขภาพจากพืชชนิดนี้ พร้อมวิธีการนำมาทำเป็นชาง่าย ๆ เบื้องต้นเอาไว้ให้คุณดื่ม เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายในช่วงฤดูหนาว มาฝากกันค่ะ ทำความรู้จักกับ ต้นยูคาลิปตัส กันเถอะ ยูคาลิปตัส (Eucalyptus) แต่เดิมเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศออสเตรเลีย แต่ในปัจจุบันกลับกลายเป็นพืชที่ได้รับความนิยมสามารถนำมาเพาะปลูกกันอย่างแพร่หลายให้คุณเห็นกันอย่างมากมายในทั่วโลก อีกทั้งยูคาลิปตัสยังเป็นไม้เขียวชอุ่มที่เจริญเติบโตตลอดทั้งปี โดยมีสายพันธุ์ที่มากกว่า 400 ชนิด ซึ่งอาจมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป บางชนิดอาจมีลำต้น กิ่งก้านยาว ใบค่อนข้างมนกลม หรือเรียว เป็นต้น นอกจากนี้ยูคาลิปตัสยังถูกนำมาแปรรูป หรือถูกนำมาเป็นส่วนประกอบเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากขึ้นที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ตามความประสงค์ของผู้บริโภค เช่น น้ำมันหอมระเหย น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดภายในบ้านเรือน น้ำหอม เครื่องสำอาง รวมถึงผงชาไว้สำหรับชงเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพอีกด้วย ประโยชน์ด้านสุขภาพของ ชายูคาลิปตัส จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หนึ่งในปี พ.ศ. 2559 ที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์ของยูคาลิปตัส เพื่อเข้าไปปรับปรุงสุขภาพนั้น ระบุว่าใบของยูคาลิปตัสมีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) และ แทนนิน (Tannin) ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะนำไปใช้สกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยไว้สูดดม เพื่อบรรเทาอาการโรคไข้หวัด หรือแม้แต่การนำมาแปรรูปเป็นชายูคาลิปตัสนี้ด้วยเช่นกัน ที่สามารถอาจให้ประโยชน์ ในการรักษาโรค หรืออาการต่าง ๆ […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน ข้อมูลโภชนาการ ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon
expert-avatarbadge
ศาสตราจารย์ ดร.วิสิฐ จะวะสิต

สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

expert-avatarbadge
นายแพทย์ณัฐพงศ์ เดชธิดา

โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

x